ความคิดเห็น

0

จำนวนแชร์
1,247
     สวัสดีจ้าชาว Dek-D.com ในเวลาเริ่มเปิดเทอมมหาวิทยาลัยแบบนี้ ใครที่ได้ออกไปใช้ชีวิตเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งกันแล้วก็คงอยู่ในช่วงการรับน้องกันอยู่ใช่มั้ยเอ่ย ซึ่งตอนนี้ก็มีกระแสข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่เหมาะสมในการต้อนรับนักศึกษาใหม่ และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้มาแบบหนาหูเลย และพี่ส้มก็รู้นะคะว่าน้องๆ หลายคน และผู้ปกครองกำลังเป็นกังวลเรื่องสวัสดิภาพของน้องๆ เอาเป็นว่าวันนี้เรามาเรียนรู้วิธีการเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องแบบปลอดภัยกันดีกว่าค่ะ พี่ส้มได้สรุปมาให้แล้วตาม 7 วิธีนี้เลย...
 
 
1. แอบสืบบรรยากาศมาก่อน
  
ในยุคศตวรรษที่ 21 แบบนี้ พี่ส้มเชื่อว่าน้องๆ ทุกคนสามารถส่อง.. เอ้ย!! สืบหาข้อมูลต่างๆ บนโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องบอกก็รู้ค่ะว่าใครที่ได้มหาวิทยาลัยเรียนต่อแล้ว ย่อมต้องค้นหาข้อมูลรีวิวว่าที่นั่นเขามีความเป็นอยู่กันแบบไหนแน่นอน ซึ่งก็อย่าลืมเช็กกันด้วยนะคะ ว่ากิจกรรมรับน้องปีที่ผ่านๆ มา เขาจัดกันที่ไหน จัดในรูปแบบไหนบ้าง เพื่อให้พอจับทางได้ว่า บรรยากาศที่เราจะต้องเจอในไม่ช้านี้จะเป็นยังไง จะได้เตรียมรับมือได้ถูกวิธีนั่นเองจ้า
    
แนะนำ 7 วิธีเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องแบบ "ปลอดภัย "ที่เฟรชชี่ทุกคนควรรู้ไว้!
       
    
2. จำไว้ว่ากิจกรรมรับน้องที่ไว้ใจได้ ย่อมมีการรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรที่เชื่อถือได้!
   
เมื่อชีวิตเฟรชชี่วัยใสของน้องๆ ได้ดำเนินมาถึงจุดที่ได้รับเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องจากพี่ๆแล้ว ขอให้น้องๆ ไม่ลืมที่จะพิจารณารูปแบบการเชิญชวนต่างๆ ซึ่งโดยทั่วไป กิจกรรมต้อนรับน้องใหม่จะต้องอยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยค่ะ และส่วนใหญ่จะมีการประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรที่ได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัย อาจเป็นรูปแบบโครงการ โปสเตอร์ที่มีตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย หรือบางที่จะมีหนังสือขออนุญาตจากผู้ปกครองด้วยเลยล่ะค่ะ โดยน้องๆ สามารถขอทราบข้อมูลเหล่านี้ได้จากอาจารย์หรือพี่ที่ดูแลกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งถ้าไม่มีหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น พี่ส้มแนะนำว่าอย่าไว้ใจเข้าร่วมจะดีกว่านะคะ
  
แนะนำ 7 วิธีเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องแบบ "ปลอดภัย "ที่เฟรชชี่ทุกคนควรรู้ไว้!
เครดิต : https://pixabay.com
  
  
3. เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อม
  
แม้ว่ากิจกรรมต้อนรับน้องใหม่จะไม่ใช่การออกรบ แต่เฟรชชี่ทั้งหลายก็จงเตรียมกายเตรียมใจให้พร้อมนะคะ เพราะกิจกรรมที่หลายมหาวิทยาลัยจัดมักสอดแทรกกิจกรรมภาคสนามไว้เสมอ ต่อให้เป็นกิจกรรมเน้นความสนุกสนานไม่ได้โหดหินอะไร แต่ถ้าใครนอนไม่พอ หรือมาแบบป่วยๆ ไม่เต็มร้อย ก็อาจจะเกิดเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุขึ้นมากลางคันได้เหมือนกัน เดี๋ยวจะไม่ได้เอ็นจอยกับเพื่อนๆ นะตัวเธอ ที่สำคัญน้องๆ ต้องประเมินศักยภาพของร่างกายตัวเอง ว่าสามารถร่วมกิจกรรมได้ในลิมิตแค่ไหน ถ้ารู้ตัวว่าไม่ไหวอย่าฝืนเด็ดขาดเลยนะคะ น้องๆ ที่มีโรคประจำตัว หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่สบาย สามารถแจ้งกับพี่ๆ ดูแลกิจกรรมไว้ล่วงหน้าได้เลยว่ากิจกรรมไหนไม่สามารถทำได้เพราะอะไรบ้าง
    
แนะนำ 7 วิธีเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องแบบ "ปลอดภัย "ที่เฟรชชี่ทุกคนควรรู้ไว้!
       
      
4. เคร่งครัดกับเรื่องเวลา
  
การตรงต่อเวลาเป็นมารยาททางสังคมที่ทุกคนต้องพึงปฏิบัติอยู่แล้วค่ะ ถ้ากิจกรรมรับน้องที่ได้เข้าร่วมมีการแจ้งเวลาเริ่มและเลิกไว้แล้วโดยถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัยอะไร ก็ต้องเป็นไปตามเวลาที่ได้แจ้งไว้นั่นเองค่ะ ซึ่งถ้ากิจกรรมได้เลิกช้ากว่าที่บอกหรือล่วงเวลาจนมืดค่ำแบบไม่สมเหตุสมผล น้องๆ สามารถขอกลับบ้านก่อนได้เลยเพื่อความปลอดภัยของตนเอง แต่ในที่นี้น้องๆ ก็ต้องไปเข้าร่วมกิจกรรมที่ทางพี่ๆ จัดให้แบบตรงเวลาด้วยนะคะ ใจเขาใจเราเนอะ  
   
แนะนำ 7 วิธีเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องแบบ "ปลอดภัย "ที่เฟรชชี่ทุกคนควรรู้ไว้!
     
  
5. พิจารณาทุกกิจกรรมที่เข้าร่วมด้วยเหตุผล และใช้หลักความปลอดภัย
  
พี่ส้มเชื่อว่าด้วยวุฒิภาวะของน้องๆ ทุกคนที่เรียนในระดับมหาวิทยาลัยกันแล้ว สามารถพิจารณาได้ว่ากิจกรรมต่างๆ มีความเหมาะสม และเป็นไปตามจุดประสงค์ของการรับน้องอย่างสร้างสรรค์หรือไม่ ถ้าน้องๆ ถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมและอันตราย เช่น กินอาหารต่อจากเพื่อน ลงโทษด้วยความรุนแรงต่อร่างกายและจิตใจ เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างแหล่งน้ำหรือป่าหญ้าลับตาคน จำไว้ว่าอย่าทำเด็ดขาด จงปฏิเสธและออกจากกิจกรรมนั้นทันที แล้วรีบแจ้งต่อผู้ที่สามารถเข้าควบคุมกิจกรรมนั้นได้เลย
   
แนะนำ 7 วิธีเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องแบบ "ปลอดภัย "ที่เฟรชชี่ทุกคนควรรู้ไว้!
  
  
6. อย่ากลัวเพื่อนจะไม่รัก
  
จากการแนะนำให้น้องๆ ออกจากกิจกรรมที่สุ่มเสี่ยงในข้อที่ 5 น้องๆ หลายคนอาจเกิดความรู้สึกคาใจว่า แล้วเพื่อนๆ ที่ทนเข้าร่วมกิจกรรมอยู่ล่ะ เขาจะมองว่าเราทิ้งเขาให้ลำบากรึเปล่า? อันที่จริงแล้วถ้าเกิดความรุนแรงอย่างที่บอกไป กิจกรรมที่ว่านี้ผิดตั้งแต่ต้นอยู่แล้วค่ะ! นอกจากน้องๆ จะออกจากกิจกรรมนั้นได้ทันทีโดยชอบธรรมแล้ว เพื่อนๆ ของน้องก็สามารถยุติการร่วมกิจกรรมนี้ได้เช่นกัน ซึ่งถ้าเจอบรรยากาศแย่ๆ แบบนั้น พี่ส้มแนะนำเลยว่าให้แท็กทีมกันออกมาให้หมด แถมยังเป็นพยานให้กันได้ในเวลาร้องเรียนซะด้วย ขอให้คิดเลยว่านาทีนี้ไม่ต้องแคร์ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องแล้วค่ะ ความปลอดภัยของน้องๆ ต้องมาก่อน... คอยดูสิว่างานนี้ใครจะเหวอ?
   
แนะนำ 7 วิธีเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องแบบ "ปลอดภัย "ที่เฟรชชี่ทุกคนควรรู้ไว้!
        
      
7. ไม่ส่งเสริมให้กิจกรรมรับน้องที่ผิดให้กลายเป็นความลับ
  
การเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องที่สร้างสรรค์นั้นไม่มีอะไรน่าห่วงกังวลหรอกค่ะ เพราะสิ่งเหล่านี้โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ ไม่เป็นความลับแต่อย่างใด เพียงแค่น้องๆ แจ้งผู้ปกครองว่าจะไปรับน้องที่ไหน ทำอะไร กลับเมื่อไหร่ ให้ท่านได้รับทราบและช่วยเหลือเราได้ทันท่วงทีเมื่อมีปัญหา แต่ถ้าน้องๆ เจอความไม่ชอบมาพากล เช่น โดนรุ่นพี่เรียกไปทำโทษในซอกตึก หรือมีกิจกรรมแผลงๆ งอกมาเกินจากที่แจ้งกับผู้ปกครองไป น้องๆ ห้ามช่วยปกปิดพฤติกรรมแบบนี้เลยนะคะ! น้องๆ สามารถแจ้งถึงสิ่งที่ไม่ถูกต้องเหล่านี้ กับผู้ใหญ่ที่มีส่วนรับผิดชอบกิจกรรมนี้โดยตรง บอกผู้ปกครอง หรือแม้กระทั่งแจ้งตำรวจได้เลย โดยไม่ต้องกลัวอิทธิพลหรือการบีบบังคับต่างๆ ภายหลัง เพราะกิจกรรมรับน้องควรเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และดีงามแก่นักศึกษาใหม่นั่นเอง
  
แนะนำ 7 วิธีเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องแบบ "ปลอดภัย "ที่เฟรชชี่ทุกคนควรรู้ไว้!
   
   
     เป็นยังไงกันบ้างคะน้องๆ หวังว่าจะคลายกังวลเรื่องกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่กันได้บ้างนะคะ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม น้องๆ ต้องไม่ลืมที่จะมีสติ คิดไตร่ตรองให้ดี ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมหรือทำอะไรทุกอย่าง ให้พิจารณาถึงหลักเหตุผลและความปลอดภัยไว้เสมอค่ะ สุดท้ายนี้ พี่ส้มก็ขอให้น้องๆ สนุกกับกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่แบบปลอดภัยไร้กังวลกันทุกคนเลยนะคะ ไว้พบกันใหม่กับแนะนำกิจกรรมครั้งหน้าจ้า!!!
  
   
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน เด็กกิจกรรม > แนะนำกิจกรรม
ความคิดเห็น

0

จำนวนแชร์
1,247

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

0 ความคิดเห็น

ลำดับความเห็น
  1. มาเป็นเม้นต์แรกกันเถอะ~

    อยากคอมเมนต์เป็นคนแรกไหมครับ?
    ข้างล่างนี้เลย! ;)

ลำดับความเห็น

แสดงความคิดเห็น

อะไรเอ่ยเพนกวิ้น? นั่นแหละ อะไรคือ เพนกวิ้น? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .