ความคิดเห็น

64

 

          สวัสดีครับ..นอกจากจะเร่งมืออ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบแอดมิชชั่นกันแล้ว..อีกสิ่งหนึ่งที่น้องๆ ม.6 ไม่ควรพลาดนั้นคือ การเลือกคณะ การเล็งคณะที่อยากจะเข้าเรียน..เหตุผลในการเลือกคณะนั้นก็ขอให้เลือกตามความสนใจ ความถนัด หรือความชอบเป็นหลัก แต่ก็อาจจะเพิ่มปัจจัยทางบ้าน ทางเศรษฐกิจในอนาคตเข้าไปด้วย..

          วันนี้ พี่ลาเต้ เลยมีข้อมูลของสาขาที่วิชาที่ทาง สกอ. ประเมินไว้ว่ามีสิทธิ์ตกงานในอนาคตมาฝากกันครับ..โดยจำนวนผู้ที่ตกงานนั้น..ในปี 2552 เพียงปีเดียวถูกตั้งไว้สูงถึง 3 แสน 6 หมื่นคนเลยทีเดียว..เห็นจำนวนแล้วขนลุกครับ..มากจริงๆ โดยเขาได้แบ่งเปอร์เซนต์ความเสี่ยงต่อการตกงาน เป็นสัดส่วนดังนี้ครับ..

          - คณะทางด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ 70%

          - คณะทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี 23%

          - คณะทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์ความงาม 7%

          จากข้อมูลจะเห็นว่า คณะทางด้านสายศิลป์นั้นมีโอกาสเสี่ยงสูงมากเลยนะครับ..ซึ่งคณะทางด้านสังคมศาสตร์ ก็ครอบคลุมหลายคณะเหมือนกัน น้องๆคงต้องเลือก และตัดสินใจให้ดีอีกครั้งหนึ่งนะครับ..และหลังจากข้อมูลสถิตินี้ออกมาทางด้านมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็เร่งออกมาประชุมกันยกใหญ่เลยหละครับ..

          โดยทางมหาวิทยาลัยต่างๆก็ได้มีแนวทางในการแก้ไขไม่ให้บัณฑิตใหม่ที่จะจบออกมาต้องตกงาน โดยการจะสนับสนุนให้เรียนต่อด้านประกาศนียบัตรบัณฑิต หรือปริญญาโท เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับตัวเอง..อีกทั้งเพื่อเป็นการฆ่าเวลาในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำครับ..

          ได้ยินแบบนี้แล้ว..พี่ลาเต้ ก็อดเป็นห่วงน้องๆไม่ได้นะครับ..แต่พี่เชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า "คนเราหากมีความถนัดที่ชัดเจน มีความสามารถที่ดี และไม่เลือกงานจนเกินไป รับรองไม่ตกงานแน่นอนครับ"..ในฐานะที่ พี่ลาเต้ เคยผ่านสนามสอบแอดมิชชั่นมา..ขอฟันธงเลยว่า..การสอบแอดมิชชั่นที่ว่าเครียดแล้ว ไม่ได้ครึ่งหนึ่งของความเครียดจากอารมณ์ตกงานครับ..

           สุดท้ายนี้ ฝากน้องๆ ม.6 ทุกคนจงเต็มที่กับปัจจุบันนะครับ..แม้จะทำได้ไม่ดีมาก แต่ขอให้ทำให้ดีที่สุดเท่าที่กำลังกาย และใจของเราจะทำได้..หากวันนี้เต็มที่แล้ว อนาคตจะเป็นแบบไหน คงเดาได้ไม่ยากครับ..สู้ๆๆครับ..

 
 
พี่ลาเต้ ขอขอบคุณข้อมูลประกอบจาก ไทยรัฐออนไลน์ ครับ
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน เคล็ดลับเทคนิคแอดมิชชั่น »
ความคิดเห็น

64

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

64 ความคิดเห็น

  1. ง่าส์



    แล้วอย่างงี้เด็กสายศิลป์จาทำยังงายดีล่ะนี้
    #1
  2. 20 พ.ย. 2551, 17:29 น.
    เราว่าเรียนคณะไหนไม่สำคัญหรอก ขอแค่เราตั้งใจเรียน และจบออกมาทำงานที่เรารักก็พอแล้ว
    #2
  3. #3 อาโกลาเก๊ะ
    20 พ.ย. 2551, 18:32 น.
    ยังไงก็จะเลือกคณะทางด้านสายศิลป์ เพราะชอบเรียนด้านภาษา ไม่จริงเสมอไปที่จบคณะด้านสายศิลป์แล้วจะตกงาน บางทีวิศวะ หมอ หรือ บริหาร มันก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิตการเรียนที่มีความสุขเสมอไป
    #3
  4. #4 -*-
    20 พ.ย. 2551, 19:27 น.
    แล้ววิศวะอุตสาหการมันจะไม่ตกงานเหรอเพราะเศรษฐกิจแบบนี้โรงงานก็อยู่ไม่ได้หรือไม่ก็ปลดพนักงานถล่มทลาย



    กลัวมั๊กมาย



    จะลงคณะไรดีเนี้ย



    เครียดเรื่องไม่มีงานยิ่งกว่าเรื่องเอนท์อีก



    - -
    #4
  5. แล้วการตลาดล่ะคะ มีโอกาสตกงานรึเปล่า
    #5
  6. 20 พ.ย. 2551, 20:49 น.
    เอิ่มมมมม งานเข้า -*- เด็กวิทย์หัวใจศิลป์จะรอดไหม?
    #6
  7. 20 พ.ย. 2551, 21:11 น.
    เห็นด้วยกะ ..ข้างบนอ่ะ เราก็หนึ่งในนั้น อ๊ากกก ...
    #7
  8. 20 พ.ย. 2551, 21:47 น.

    สงสัยจะแย่

    #8
  9. #9 แมนดาริน
    20 พ.ย. 2551, 21:53 น.
    ไม่เห็นด้วยเลยค่ะ เพราะการเรียนทางด้านภาษานั้นสำคัญมากๆ ตราบใดที่ฝรั่งยังพูด-อ่าน-เขียน-ฟังภาษาไทยไม่ได้มันก็ต้องมีคนคอยช่วยอยู่ดีนั่นแหละ

    เราว่าที่มันจะตกงานคงเป็นพวกวิศวะมากกว่าในเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีไม่มีเงินลงทุนแล้วจะเอาทุนที่ไหนมาจ้างวิศวกรทำงานอ่ะ-*-



    ปล.รู้สึกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมเลยโลกนี้มีไว้ให้เฉพาะคนเก่งเท่านั้นดูอย่างอาชีพที่ไม่ต้องตกงานซิ หมอ บัญชี ทนาย ฯ ล้วนต้องเก่งจริงๆเท่านั้นถึงจะเรียนจบได้ แล้วคนที่หัวกลางๆไม่สามารถจะท่องตำราหมอ นั่งคิดเลข และจำกฏหมายได้จะทำยังไง แล้วยังคนที่มีความถนัดทางด้านศิลปะอีก ยุคนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ยกย่องศิลปิน จึงทำให้คนที่เีรียนทางศิลป์ต้องตกงาน(ยกเว้นคนที่มีทุนจะเปิดร้านเอง) แล้วยังมีเรื่องอคติทางสังคมอีก ที่มองว่าทำงานทางศิลป์จะไส้แห้ง จน ไร้อนาคต มันเป็นความเลื่อมล้ำทางสังคมที่กว้างมากๆอ่ะ (ที่บ่นมาก็ไม่มีไรมากหรอกคะ แค่จะบอกว่าโลกนี้มันจะไปหาความยุติธรรมได้จากไหน )
    #9
  10. 20 พ.ย. 2551, 22:26 น.
    เราก็กบฎวิทย์ 55+
    #10
  11. #11 Someone
    20 พ.ย. 2551, 22:57 น.
    หมอ พยาบาล ทนาย นักบัญชี มีโอกาสตกงานน้อย



    หมอ - มีคนเป็นน้อย ขาดแคลน

    พยาบาล - ก็ขาดแคลน

    นักบัญชี - อาชีพดีมากเพราะทุก ๆ ที่ ทุก ๆ หน่วยงานต้องมี บริษัทกำลังจะเจ้งก็ยังต้องจ้างนักบัญชี เป็นตำแหน่งสุดท้ายที่จะถูกไล่ออก

    ทนายความ - อันนี้ก็ต้องมีความสามารถหน่อย มีคดีฟ้องร้องกันแทบทุกวัน
    #11
  12. 21 พ.ย. 2551, 00:07 น.

    ชอบเรียนวิทย์อยู่แล้ว

    #12
  13. #13 อุตสาหการ
    21 พ.ย. 2551, 01:55 น.
    น้องๆก็ไม่ต้องกังวลมากมายหรอกครับ เรียนคณะ หรือ สาขาวิชาที่ตัวเองชอบก็พอ อย่าเอาเรื่องตกงานเป็นเกณฑ์ตัดสินเลย



    อีก รุ่นที่จะตกงานคือรุ่นที่จะจบปีหน้าครับ สำหรับน้องที่จะเข้าใหม่นั้น อีกตั้ง 4 ปี กว่าจะทำงานกัน ถึงเวลานั้น เศรษฐกิจ คงจะฟื้นตัวแล้วหล่ะครับ
    #13
  14. #14 zhongyi
    21 พ.ย. 2551, 10:00 น.
    มาเรียนแพทย์แผนจีนกันดีกว่าคับอิอิ

    กำลังขาดแคลน เพิ่งเปิดได้ไม่กี่ปี

    สนใจwww.hcu.ac.th
    #14
  15. #15 เด็กมหาลัย
    21 พ.ย. 2551, 10:02 น.
    ถ้าเรียนคณะที่คิดว่าเรียนแร้วไม่ตกงาน



    แต่เรียนเฮงซวยล่ะก้อ



    ตกงานชัวร์ !!!
    #15
  16. 21 พ.ย. 2551, 11:11 น.

    กัด แกว่ง แย่ง ชิง ก้อนเงิน

    ไปเรียนช่างเชื่อมโลหะ กับพี่ดีกว่า

    ไม่ตกงาน แต่ลำบากงานหนักดี

    รัฐอ้าแขนรองรับ ไปเป็น อบต เต็มเลย

    #16
  17. 21 พ.ย. 2551, 12:52 น.
    แล้วเราจะเอาไงดีเนี่ย เครียดค่ะ
    #17
  18. แง...ถึงแม้ หนูไม่ได้เรียนเกี่ยวกะคณะที่พี่บอกมา

    แต่เหมือนจะมีส่วนด้วย T^T

    #18
  19. #19 ...
    21 พ.ย. 2551, 14:21 น.
    ไม่จิงหรอก คนที่เรียนคณะอื่นแต่โง่มันก็ไม่มีงานทำเหมือนกันแหละ



    ประเทศไทยดูถูกคณะสายทางนี้เยอะเกินไปเองต่างหาก อย่าไปเชื่อให้มันมากค่ะ
    #19
  20. 21 พ.ย. 2551, 14:24 น.

    เดี๋ยวเด็กก็ไม่กล้าเลือกคณะ เพราะกลัวตกงานอ่ะ

    ปล.ที่เลือกไม่มีในนี้หรอกแต่เป็นห่วงเค้า

    ปล2.ไม่ว่าจะเลือกอะไร เลือกที่เราชอบแล้วค่อยว่ากัน ทุกอย่างย่อมมีทางออกเสมอ

    #20
  21. อ่านความคิดเห็นหน้า 2

แสดงความคิดเห็น

ตัดเลยตัดเลยชั๊บๆๆ ตัดให้ขาดเลยชั๊บๆๆ, ใช้อะไรตัดกระดาษดีนะ? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .