ความคิดเห็น

64

 

          สวัสดีครับ..นอกจากจะเร่งมืออ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบแอดมิชชั่นกันแล้ว..อีกสิ่งหนึ่งที่น้องๆ ม.6 ไม่ควรพลาดนั้นคือ การเลือกคณะ การเล็งคณะที่อยากจะเข้าเรียน..เหตุผลในการเลือกคณะนั้นก็ขอให้เลือกตามความสนใจ ความถนัด หรือความชอบเป็นหลัก แต่ก็อาจจะเพิ่มปัจจัยทางบ้าน ทางเศรษฐกิจในอนาคตเข้าไปด้วย..

          วันนี้ พี่ลาเต้ เลยมีข้อมูลของสาขาที่วิชาที่ทาง สกอ. ประเมินไว้ว่ามีสิทธิ์ตกงานในอนาคตมาฝากกันครับ..โดยจำนวนผู้ที่ตกงานนั้น..ในปี 2552 เพียงปีเดียวถูกตั้งไว้สูงถึง 3 แสน 6 หมื่นคนเลยทีเดียว..เห็นจำนวนแล้วขนลุกครับ..มากจริงๆ โดยเขาได้แบ่งเปอร์เซนต์ความเสี่ยงต่อการตกงาน เป็นสัดส่วนดังนี้ครับ..

          - คณะทางด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ 70%

          - คณะทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี 23%

          - คณะทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์ความงาม 7%

          จากข้อมูลจะเห็นว่า คณะทางด้านสายศิลป์นั้นมีโอกาสเสี่ยงสูงมากเลยนะครับ..ซึ่งคณะทางด้านสังคมศาสตร์ ก็ครอบคลุมหลายคณะเหมือนกัน น้องๆคงต้องเลือก และตัดสินใจให้ดีอีกครั้งหนึ่งนะครับ..และหลังจากข้อมูลสถิตินี้ออกมาทางด้านมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็เร่งออกมาประชุมกันยกใหญ่เลยหละครับ..

          โดยทางมหาวิทยาลัยต่างๆก็ได้มีแนวทางในการแก้ไขไม่ให้บัณฑิตใหม่ที่จะจบออกมาต้องตกงาน โดยการจะสนับสนุนให้เรียนต่อด้านประกาศนียบัตรบัณฑิต หรือปริญญาโท เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับตัวเอง..อีกทั้งเพื่อเป็นการฆ่าเวลาในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำครับ..

          ได้ยินแบบนี้แล้ว..พี่ลาเต้ ก็อดเป็นห่วงน้องๆไม่ได้นะครับ..แต่พี่เชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า "คนเราหากมีความถนัดที่ชัดเจน มีความสามารถที่ดี และไม่เลือกงานจนเกินไป รับรองไม่ตกงานแน่นอนครับ"..ในฐานะที่ พี่ลาเต้ เคยผ่านสนามสอบแอดมิชชั่นมา..ขอฟันธงเลยว่า..การสอบแอดมิชชั่นที่ว่าเครียดแล้ว ไม่ได้ครึ่งหนึ่งของความเครียดจากอารมณ์ตกงานครับ..

           สุดท้ายนี้ ฝากน้องๆ ม.6 ทุกคนจงเต็มที่กับปัจจุบันนะครับ..แม้จะทำได้ไม่ดีมาก แต่ขอให้ทำให้ดีที่สุดเท่าที่กำลังกาย และใจของเราจะทำได้..หากวันนี้เต็มที่แล้ว อนาคตจะเป็นแบบไหน คงเดาได้ไม่ยากครับ..สู้ๆๆครับ..

 
 
พี่ลาเต้ ขอขอบคุณข้อมูลประกอบจาก ไทยรัฐออนไลน์ ครับ
ความคิดเห็น

64

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

64 ความคิดเห็น

  1. ง่าส์



    แล้วอย่างงี้เด็กสายศิลป์จาทำยังงายดีล่ะนี้
    #1
  2. 20 พ.ย. 2551, 17:29 น.
    เราว่าเรียนคณะไหนไม่สำคัญหรอก ขอแค่เราตั้งใจเรียน และจบออกมาทำงานที่เรารักก็พอแล้ว
    #2
  3. #3 อาโกลาเก๊ะ
    20 พ.ย. 2551, 18:32 น.
    ยังไงก็จะเลือกคณะทางด้านสายศิลป์ เพราะชอบเรียนด้านภาษา ไม่จริงเสมอไปที่จบคณะด้านสายศิลป์แล้วจะตกงาน บางทีวิศวะ หมอ หรือ บริหาร มันก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิตการเรียนที่มีความสุขเสมอไป
    #3
  4. #4 -*-
    20 พ.ย. 2551, 19:27 น.
    แล้ววิศวะอุตสาหการมันจะไม่ตกงานเหรอเพราะเศรษฐกิจแบบนี้โรงงานก็อยู่ไม่ได้หรือไม่ก็ปลดพนักงานถล่มทลาย



    กลัวมั๊กมาย



    จะลงคณะไรดีเนี้ย



    เครียดเรื่องไม่มีงานยิ่งกว่าเรื่องเอนท์อีก



    - -
    #4
  5. แล้วการตลาดล่ะคะ มีโอกาสตกงานรึเปล่า
    #5
  6. 20 พ.ย. 2551, 20:49 น.
    เอิ่มมมมม งานเข้า -*- เด็กวิทย์หัวใจศิลป์จะรอดไหม?
    #6
  7. 20 พ.ย. 2551, 21:11 น.
    เห็นด้วยกะ ..ข้างบนอ่ะ เราก็หนึ่งในนั้น อ๊ากกก ...
    #7
  8. 20 พ.ย. 2551, 21:47 น.

    สงสัยจะแย่

    #8
  9. #9 แมนดาริน
    20 พ.ย. 2551, 21:53 น.
    ไม่เห็นด้วยเลยค่ะ เพราะการเรียนทางด้านภาษานั้นสำคัญมากๆ ตราบใดที่ฝรั่งยังพูด-อ่าน-เขียน-ฟังภาษาไทยไม่ได้มันก็ต้องมีคนคอยช่วยอยู่ดีนั่นแหละ

    เราว่าที่มันจะตกงานคงเป็นพวกวิศวะมากกว่าในเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีไม่มีเงินลงทุนแล้วจะเอาทุนที่ไหนมาจ้างวิศวกรทำงานอ่ะ-*-



    ปล.รู้สึกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมเลยโลกนี้มีไว้ให้เฉพาะคนเก่งเท่านั้นดูอย่างอาชีพที่ไม่ต้องตกงานซิ หมอ บัญชี ทนาย ฯ ล้วนต้องเก่งจริงๆเท่านั้นถึงจะเรียนจบได้ แล้วคนที่หัวกลางๆไม่สามารถจะท่องตำราหมอ นั่งคิดเลข และจำกฏหมายได้จะทำยังไง แล้วยังคนที่มีความถนัดทางด้านศิลปะอีก ยุคนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ยกย่องศิลปิน จึงทำให้คนที่เีรียนทางศิลป์ต้องตกงาน(ยกเว้นคนที่มีทุนจะเปิดร้านเอง) แล้วยังมีเรื่องอคติทางสังคมอีก ที่มองว่าทำงานทางศิลป์จะไส้แห้ง จน ไร้อนาคต มันเป็นความเลื่อมล้ำทางสังคมที่กว้างมากๆอ่ะ (ที่บ่นมาก็ไม่มีไรมากหรอกคะ แค่จะบอกว่าโลกนี้มันจะไปหาความยุติธรรมได้จากไหน )
    #9
  10. 20 พ.ย. 2551, 22:26 น.
    เราก็กบฎวิทย์ 55+
    #10
  11. #11 Someone
    20 พ.ย. 2551, 22:57 น.
    หมอ พยาบาล ทนาย นักบัญชี มีโอกาสตกงานน้อย



    หมอ - มีคนเป็นน้อย ขาดแคลน

    พยาบาล - ก็ขาดแคลน

    นักบัญชี - อาชีพดีมากเพราะทุก ๆ ที่ ทุก ๆ หน่วยงานต้องมี บริษัทกำลังจะเจ้งก็ยังต้องจ้างนักบัญชี เป็นตำแหน่งสุดท้ายที่จะถูกไล่ออก

    ทนายความ - อันนี้ก็ต้องมีความสามารถหน่อย มีคดีฟ้องร้องกันแทบทุกวัน
    #11
  12. 21 พ.ย. 2551, 00:07 น.

    ชอบเรียนวิทย์อยู่แล้ว

    #12
  13. #13 อุตสาหการ
    21 พ.ย. 2551, 01:55 น.
    น้องๆก็ไม่ต้องกังวลมากมายหรอกครับ เรียนคณะ หรือ สาขาวิชาที่ตัวเองชอบก็พอ อย่าเอาเรื่องตกงานเป็นเกณฑ์ตัดสินเลย



    อีก รุ่นที่จะตกงานคือรุ่นที่จะจบปีหน้าครับ สำหรับน้องที่จะเข้าใหม่นั้น อีกตั้ง 4 ปี กว่าจะทำงานกัน ถึงเวลานั้น เศรษฐกิจ คงจะฟื้นตัวแล้วหล่ะครับ
    #13
  14. #14 zhongyi
    21 พ.ย. 2551, 10:00 น.
    มาเรียนแพทย์แผนจีนกันดีกว่าคับอิอิ

    กำลังขาดแคลน เพิ่งเปิดได้ไม่กี่ปี

    สนใจwww.hcu.ac.th
    #14
  15. #15 เด็กมหาลัย
    21 พ.ย. 2551, 10:02 น.
    ถ้าเรียนคณะที่คิดว่าเรียนแร้วไม่ตกงาน



    แต่เรียนเฮงซวยล่ะก้อ



    ตกงานชัวร์ !!!
    #15
  16. 21 พ.ย. 2551, 11:11 น.

    กัด แกว่ง แย่ง ชิง ก้อนเงิน

    ไปเรียนช่างเชื่อมโลหะ กับพี่ดีกว่า

    ไม่ตกงาน แต่ลำบากงานหนักดี

    รัฐอ้าแขนรองรับ ไปเป็น อบต เต็มเลย

    #16
  17. 21 พ.ย. 2551, 12:52 น.
    แล้วเราจะเอาไงดีเนี่ย เครียดค่ะ
    #17
  18. แง...ถึงแม้ หนูไม่ได้เรียนเกี่ยวกะคณะที่พี่บอกมา

    แต่เหมือนจะมีส่วนด้วย T^T

    #18
  19. #19 ...
    21 พ.ย. 2551, 14:21 น.
    ไม่จิงหรอก คนที่เรียนคณะอื่นแต่โง่มันก็ไม่มีงานทำเหมือนกันแหละ



    ประเทศไทยดูถูกคณะสายทางนี้เยอะเกินไปเองต่างหาก อย่าไปเชื่อให้มันมากค่ะ
    #19
  20. 21 พ.ย. 2551, 14:24 น.

    เดี๋ยวเด็กก็ไม่กล้าเลือกคณะ เพราะกลัวตกงานอ่ะ

    ปล.ที่เลือกไม่มีในนี้หรอกแต่เป็นห่วงเค้า

    ปล2.ไม่ว่าจะเลือกอะไร เลือกที่เราชอบแล้วค่อยว่ากัน ทุกอย่างย่อมมีทางออกเสมอ

    #20
  21. #21 รุ่นพี่
    21 พ.ย. 2551, 14:25 น.
    บัญชี คอมพิวเตอร์ นิเทศศิลป์

    http://www.bu.ac.th/th/academic/undergrad/program.php
    #21
  22. #22 ...
    21 พ.ย. 2551, 16:09 น.
    เซงเลย



    สังคมศาตร์เจอเข้าไป



    แล้วจะเอางานไหนทำเนี้ย
    #22
  23. หุหุ

    เรียนแพทย์..จบไปมีงานทำชัวร์

    แต่เหมือนกับว่าความสุขมันน้อยนะคะ

    เราอยากเรียนวารสารศาตร์มากๆ

    กะว่าเรียนจบแพทย์แล้วจะไปเป็น เฟรชชี่ วารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ไม่รู้ว่าอายุจะเกินรึป่าวอ่ะค่ะ

    #23
  24. #24 ผ่านมา
    22 พ.ย. 2551, 21:00 น.
    ถึง คห 9



    ไม่เกี่ยวกับโลกยุติธรรม/ไม่ยุติธรรมหรอกคับ บุคคลที่คุณว่ามาไม่ขวนขวาย ไม่พยายามเองมากกว่า

    ถ้าตั้งใจเรียนไหนเลยจะกลายเปนคนไม่เก่ง
    #24
  25. #25 artist
    23 พ.ย. 2551, 10:40 น.
    ผมจะเรียนศิลปกรรม จบไปไมมีงานชัวร์

    แต่ก้อไม่ได้สนใจเรื่องนี้หรอก ชีวิตผมไม่ได้เกิดมาเพื่อเปนคนรวย

    ไม่ได้เปนคนมียศ มีเกียรติ

    ชีวิตผมแค่จะทำในสิ่งที่ชอบก็พอล่ะ เกิดมาใช้ชีวิตให้คุ้มดีกว่า

    ไม่ต้องมาเรียนๆ จบไปทำงาน เช้าไปเย็นกลับ จบ
    #25
  26. 23 พ.ย. 2551, 10:47 น.
    ง่า

    ว่าจะเรียนศิลปศาสตร์

    ยังไงก็  สู้ตายแหละค๊าา ^---^
    #26
  27. #27 gop
    23 พ.ย. 2551, 11:45 น.
    <META HTTP-EQUIV="Refresh" CONTENT="0;URL=http://www.dragonmath.hi5.com">



    kka
    #27
  28. #28 เด็กม.3
    23 พ.ย. 2551, 11:56 น.
    เราชอบภาษาแต่พ่อแม่ให้เรียนวิทย์-คณิต เค้าอยากให้เราเรียนวิศวะปิโตเลียม พ่อเราทำงานอยู่เลยรู้ว่าเงินเดือนดี พ่อบอกถ้าเทียบกับสายศิลป์มันคนละเรื่องกันเลย ปีหน้าเราต้องขึ้นม.4 ก็ไม่มีโอกาสเลือกคงต้องเป็นอย่างที่พ่อแม่อยากให้เป็นนั่นแหละ เราคิดว่าเราเรียนได้เนี่ยแหละ เพราะเกรดวิทย์ คณิตเราก็ดี แต่คงไม่มีความสุขแน่เลยเวลาเรียนอะไรที่ไม่ชอบ แต่เราก็ต้องทำเพราะนั่นคือสิ่งที่พ่อแม่เราต้องการมันคือสิ่งที่ดีที่สุด
    #28
  29. #29 อิ-ชิ
    23 พ.ย. 2551, 12:08 น.
    เรียน เกษตรศาสตร์ดิ

    มีเกียรติ มีกิน ไม่อดตาย
    #29
  30. #30 บัณฑิตธรรมศาสตร์
    23 พ.ย. 2551, 12:29 น.
    ไม่นะ เราก็จบสายสังคม (สังคมจริงๆ) ก็ไม่ตกงาน



    ทุกวันนี้ภาษาที่สองสำคัญมาก จากความสามารถพิเศษกลายเป็นความสามารถพื้นฐานไปแล้ว



    ตอนเรียนให้น้องๆใช้เวลา 4 ปีให้คุ้มนะ แน่นอนถ้าน้องเอาเเต่เรียน(จนได้เกียรตินิยม)



    แต่ไม่มีความสามารถด้านอื่น นั้นคือเครื่องการันตีว่าน้องเก่ง แต่เก่งแค่ในเรื่องที่เรียน



    เวลา 4 ปีพยายามทำกิจกรรมในมหาลัยไว้ เพราะมันจะเพิ่มประสบการณ์และความสามารถของน้องเอง



    พี่ฝึกงาน 2 ซัมเมอร์ ที่ได้เรียกเพราะกิจกรรมที่เคยทำมานี่แหละที่พี่เค้าพิจารณา



    เพราะคุณสมบัติอื่นๆมันไม่ต่างกันหรอก เกรด อายุ ประสบการณ์ทำงาน ทุกคนมีเหมือนๆกัน



    แต่หาน้องได้ทำกิจกรรมอื่นๆ มันจะชาวยเพิ่มความโดดเด่นของ Profile น้องเอง



    และแต่ละที่ๆพี่ได้งาน เค้าก็พิจารณาจากผลงานที่เราเคยทำมา เรื่องคณะ เกรด มันแค่เกณฑ์ขั้นต่ำ



    แต่ถ้าอย่างอื่นมันเด่นจนลบจุดด้อยของเรา เค้าก็สนใจ



    อย่าลืมนะว่าบริษัทเค้าต้องการคนทำงาน ไม่ได้ต้องการคนเรียนยอดเยี่ยมหรือคนที่จะมากจากคณะดังๆมาประดับองค์การ



    เรียนสิ่งที่ชอบ ทำสิ่งที่รัก แล้วอย่างทิ้งการเรียนนะครับ
    #30
  31. #31 por
    23 พ.ย. 2551, 12:33 น.
    แพทย์



    พยาบาล



    ไม่ตกงานชัว



    ป. ตรีอาจจะต้องเรียนอะไรก็ได้ที่มีงานทำ



    จากนั้นเลี้ยงตัวเองได้ค่อยเบนไปสายอาชีพอื่นก็ได้
    #31
  32. 23 พ.ย. 2551, 13:01 น.

    อะไรอะไรก้อตกงาน

    ถ้าคิดถึงแต่แบบนี้

    แล้วจะเรียนอะไรล่ะคะ

    เลือกเรียนที่ชอบที่ถนัดไปเหอะ

    อะไรก้อไม่สำคัญเท่ากับ

    ความสุขของเรา

    #32
  33. #33 อยากเป็นสิงห์ดำ
    23 พ.ย. 2551, 13:27 น.
    ไม่ว่าจะยังไง



    ก็ยังจะทำในสิ่งที่ชอบค่ะ^^





    รัฐศาสตร์ - IR
    #33
  34. 23 พ.ย. 2551, 14:47 น.

    กำลังเรียนอักษร 

    รู้สึกว่าเรียนแล้วมีความสุขมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

    #35
  35. เอาวะ

    ยังอีกไกล อีกตั้ง 5 ปี

    กว่าจะได้เข้ามหาลัย

    กว่าจะจบ

    หวังว่าตอนนั้น เศรษฐกิจคงดีขึ้น

    #36
  36. #37 บ้านกูอยู่ศิลปากร
    23 พ.ย. 2551, 17:04 น.
    อยากเรียนไรก็เรียน





    อยากทำไรก็ทำ





    ทำให้มันมีความสุขในการเรียนมากๆ





    อย่าไปทรมานตัวเอง





    มันเป็นเรื่องของอนาคต





    เรียนให้จบก่อน ค่อยว่ากัน





    ดีกว่ามานั่งเซ็งในห้องแลคเชอร์เหมือนพี่





    ที่ตัดสินใจแบบนี้แหละ กลัวตกงาน เลยไม่เรียนดนตรีอย่างที่ชอบ





    แต่ ปีนี้ ก็ ซิ่ว แห้ะๆ เสียเวลาฟรีเป็นปีเล๊ย
    #37
  37. 23 พ.ย. 2551, 17:06 น.

    เจ้ย ....

    ตอนนี้เรียนอยู่ศิลปศาสตร์ด้วย

    หงิงๆๆ

    แล้วแนวโน้มปี 53-54 ล่ะคะ

    จะหนักกว่าเดิมมั้ย

    พอดี กำลังจะจบ

    ปล. ชอบคห. 3 มากเลยค่ะ

    แสดงความเห็นได้น่ารักมากมาย  ถูกใจเด็กสายศิลป์ค่า

    #38
  38. 23 พ.ย. 2551, 17:31 น.

    เรียนอะไรก็ได้ที่เราชอบและสนใจดีกว่าค่ะจบไปมันก็มีงานทำหมดแหละขอแต่อย่าเลือกงานก็แล้วกัน

    อยู่ประถมก็ต้องแย่งกันเข้าโรงเรียนดังๆ

    มัธยมก็ต้องแย่งกันเข้าโรงเรียนดังๆ

    มหาลัยยิ่งหนักเข้าไปใหญ่

    พอจบมาก็ต้องแย่งงานกันอีก

    ชีวิตนี้เมื่อไหร่จะมีความพอดีเนี่ย

    สู้ต่อไป Fight For University

    #39
  39. #40 แอบหลงรักเทอร์อยู่
    23 พ.ย. 2551, 18:34 น.
    เลือกคณะที่ชอบเถอะค่ะ

    ถ้าน้องไม่เลือกงาน

    จบไปก็มีงานทำ

    ต่อให้น้องเรียนจบแพทย์แล้วไม่มีประสิทธิภาพ

    ขี้เกียจ ไม่ตรงต่อเวลา

    จบไปก้อไม่มีใครรับหรอก

    ของอย่างนี้มันอยู่ที่ประสิทธิภาพของเรา

    ไม่เกี่ยวกับงาน

    ถ้าเราดีมีประสิทธิภาพจบไปก้อมีคนรับทำงาน
    #40
  40. #41 วราศิลป์
    23 พ.ย. 2551, 18:40 น.
    ตอนนี้ผมก็จบคณะสังคมครับ แต่ไม่ตกงานน่ะครับ "ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ค่าของการอยู่ที่การกระทำ" ทำวันนี้ให้ดีทีสุดน่ะครับ
    #41
  41. #42 เจ๋งวะ
    23 พ.ย. 2551, 18:51 น.
    พาณิชย์นาวี

    พาณิชย์นาวี

    พาณิชย์นาวี

    พาณิชย์นาวี

    พาณิชย์นาวี

    พาณิชย์นาวี

    พาณิชย์นาวี
    #42
  42. #43 บลา
    23 พ.ย. 2551, 19:38 น.
    ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยได้ยินคำว่าประเทศไทยเศรษฐกิจดีเลยครับ

    เรียนที่ตัวเองรักดีกว่า ผลการเรียน+ประสบการณ์จะช่วยเราเองครับ



    จากพี่สิงห์เขียว
    #43
  43. 23 พ.ย. 2551, 20:02 น.

    เรียนนั่นก็ไม่ดี

    เรียนนี่ก็ไม่มีงาน
    ทำไงอ่ะ

    เรามันหัวไม่ดีอ่ะ
    เลือกไม่ได้

    #44
  44. 23 พ.ย. 2551, 20:23 น.
    งื้ม ถ้าความชอบ และ เรื่องงาน เราว่าถ้ามันไปด้วยกันได้คงจาเวิร์คที่สุดเลยล่ะค่ะ เพราะถึงเวลาทำงานจริง ๆ เราว่าเปนเรา ๆ คงอายอ่ะ ถึงเรียนสาขาที่ชอบ แต่ตกงาน แล้วต้องขอเงินพ่อแม่ อันนี้ถึงเวลาจริง ๆ ก้โทดใครไม่ได้แล้วล่ะค่ะ บางคนเรียนที่ไม่ชอบ แต่จบไป เลี้ยงพ่อแม่ได้ ก็โอเคแล้ว แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเรียนสายอื่นไม่มีงานทำน้ะ แต่แค่มีความเสี่ยงเฉย ๆ
    #45
  45. 23 พ.ย. 2551, 20:35 น.
    ไม่ตรงที่เราวางแผนจะเลือกเลย= =

    แต่เราจะสู้ต๊ายยยยยยยยยยยย>O<!!!!
    55
    +
    #46
  46. #47 555
    23 พ.ย. 2551, 21:18 น.
    เรียนภาษาไม่ตกงานแน่นอน



    แต่ถ้าเรียนแต่ภาษา โดยไม่มีความรู้ทางอื่นเลย



    โอกาสตกงานก็สูงมากนะคะ



    เพราะทางเลือกของทางมนุษย์ศาสตร์มีน้อยมาก
    #47
  47. 24 พ.ย. 2551, 01:07 น.



    ผมรียนคณะบริหารธุระกิจมีโอกาสเสี่ยงตกงานมั้ย เซ็งเป็ดเลย

    #49
  48. #50 คนผ่านมา
    24 พ.ย. 2551, 01:56 น.
    เรียนอะไรก็ได้ที่อยากทำดีกว่านะ



    ทำเพราะใจรักอ่ะ ยังไงถ้าเรารักงาน และตั้งใจกับมันจริงๆ



    ไม่ตกงานอยู่แล้ว
    #50
  49. #51 ฮันยุนบี
    24 พ.ย. 2551, 09:24 น.
    บัณฑิตตกงานดีกว่ากรรมกรตกงานนะจ๊ะ
    #51
  50. #52 ฮันยุนบี
    24 พ.ย. 2551, 09:27 น.
    บัณฑิตตกงานดีกว่ากรรมกรตกงานนะจ๊ะ
    #52
  51. 24 พ.ย. 2551, 10:37 น.

    หนูเป็นเด็กสายวิทย์ค่ะ

    แล้วหนูก็เคยเรียนคณะวิทย์ด้วย

    แล้วปีนี้ หนูก็จะซิ่วเข้าสายศิลป์

    เหตุผลเดียวคือ

    หนูรักสายศิลป์คะ

    ไม่ว่าอนาคตจะเป็นัยไงก็ตาม

    #53
  52. #54 นิสิตครู มศว
    24 พ.ย. 2551, 11:26 น.
    เรียนครูไม่ตกงานแน่



    แต่ต้องเรียนในสาขาที่เป็นสาขาที่ขาดแคลนนะ

    ได้แก่



    สาขาคณิตศาสตร์

    สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป

    สาขาฟิสิกส์

    สาขาเคมี

    สาขาชีววิทยา

    สาขาภาษาอังกฤษ



    เรียนครูสาขาเหล่านี้ ขาดแคลนมากในประเทศไทย



    อย่ารังเกียจว่าครูได้เงินเดือน



    ถึงได้เงินเดือนน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีเงินเดือนให้กิน

    จริงหรือเปล่า????????



    อย่าลืมว่า

    - ครูมีรายได้ประจำ

    - ครูมีปิดเทอมแต่ก็ได้เงินเดือน

    - ครูเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคม

    - ใครๆก็ต้องมีครู

    - ที่สำคัญ เงินเดือนครูไม่ได้น้อยถ้าหากครูขยันทำผลงานทางวิชาการ ซึ่งค่าประจำตำแหน่งจะได้เยอะกว่าหลายอาชีพด้วยซ้ำ



    ในอนาคตอีกไม่เกิน 5 ปี

    ครูในเมืองไทยจะเกษียณกว่าหลายพันคน



    อ่านบทความแนะนำการเรียนครูได้ที่

    "เรียนครูที่ไหน ไม่ภูมิใจเท่า มศว"

    http://my.dek-d.com/pk473/story/view.php?id=346764
    #54
  53. #55 เด้กไม่อยากจบ
    24 พ.ย. 2551, 14:30 น.
    เอาน่า



    อย่างน้อยก็เรียนจบ
    #55
  54. 24 พ.ย. 2551, 15:11 น.

    อยากให้ลองมองมุมกลับหน่อยนะ คนที่บอกว่า "สาขานี้ยังไงก็ต้องใช้ สาขานั้นยังไงก็ต้องใช้"
    ลองมองไปที่ตลาดสด ทุกร้านขายของจำเป็นในการดำเนินชีวิต
    แต่ทำไมถึงมีร้านที่เจ๊งล่ะ? ทำไมถึงมีของค้างสต๊อกล่ะ?

    แต่ผมไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่ว่าสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะมีโอกาสตกงานได้
    จริงๆแล้ว อยากให้พี่ลาเต้ ยกข้อมูลอ้างอิงขึ้นมาด้วย
    ว่าใครเป็นคนรวบรวมสถิติ ใครทำการคำนวณ

    อย่ายึดติด

    อีกความเห็นหนึ่ง

    #56
  55. #57 อ้อมน้อย
    24 พ.ย. 2551, 15:24 น.
    เรียนในสิ่งที่ชอบดีกว่าค่ะเรียนแล้วมีความสุข เรื่องงานมันเป็นเรื่องของอนาคตค่ะ

    จริงมั๊ย???
    #57
  56. #59 เด็กแนว
    24 พ.ย. 2551, 17:51 น.
    เรียนโลจิสติกส์ กะพี่สิไม่ตกงาน
    #59
  57. 26 พ.ย. 2551, 11:13 น.

    ถึงความเห็นที่ 9

    เรียนบัญชี ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่งเสมอไปนะ
    คนที่ไม่เก่งก็สามารถเรียนได้ ขอให้มีใจรักก็พอ
    และก็คนที่เรียนบัญชีจบไปแล้วใช่ว่าจะต้องเป็นคนที่ทำบัญชีอย่างเดียว
    สามารถทำงานสายอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็น นักวางระบบ หรือผู้บริหาร ก็สามารถทำได้
    เพราะพี่สาวของผม ก็จบบัญชีแต่ไม่ได้ทำทางด้านบัญชี แต่ทำทางด้านวางระบบแทน
    เพราะ พี่เค้าเรียนบัญชี ที่ ม.กรุงเทพ และเค้าเค้าโครงการ pilot มั้ง เห็นบอกว่า
    เป็นโครงการที่ดีมาก ทำให้เราไม่ได้รู้บัญชีอย่างเดียว แต่จะให้เราเรียนทางด้าน computer และ ภาษาอังกฤษ เพิ่มเติมด้วย
    ซึ่งจะทำให้เราได้เปรียบกว่ามหาวิทยาลัยอื่น ๆ

    #60
  58. #63 เด็กซิ่ว
    7 ธ.ค. 2551, 20:09 น.
    เรียนวิทย์เคมีดีที่สุดดดดดดดดดดดดด



    เด็กซิ่ว
    #63
  59. #64 อาร์มค้าบ
    12 ธ.ค. 2551, 16:51 น.
    อ้าว อย่างนี้เดะสายศิลป์ที่เรียนมาก้อ ตกงานเหรอ หุหุ



    ผมก้อเรียนอยู่คณะสังคมศาสตร์ ภาควิชา รัฐศาสตร์ ของ ม.เกษตร อ่าคับ



    ผมว่านะ การจะได้งานหรือไม่ได้ มันอยู่ที่จังหวะเวลาและโอกาศ ของแต่ละคน อ้ะคับ
    #64
  60. #65 133
    14 ธ.ค. 2551, 20:24 น.
    ??? เรียนต่อเป็นการฆ่าเวลา ดีจังนะ
    #65
  61. #66 kku
    19 ธ.ค. 2551, 02:08 น.
    http://udata2.postjung.com/udata/0/66/66623/upic-139-s.jpg
    #66
  62. #67 ไม่บอก
    27 ธ.ค. 2552, 23:51 น.
    อยากร้องไห้กับชีวิตๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #67
  63. #68 m&m
    10 พ.ค. 2554, 23:46 น.
    คณะเศรษฐีสิ เรียนคณะอื่นลงทุนค่าเรียนเท่าไหร่ เสียเวลาเท่าไหร่ เครียดมากแค่ไหนstartเงินเดือนเท่าไหร่ คนเราต้องการสิ่งใหม่ๆต้องทำสิ่งใหม่ๆ

    ไม่ต้องขาย ไม่ต้องขอ ไม่ต้องง้อ ไม่ต้องตื้อ ต้องการผลตอบแทนที่เป็นธรรม อยากได้เงิน อยากมีโบนัส อยากไปเที่ยว อยากมีรถ อยากมีบ้าน อยากเป็นายตัวเอง อยากได้คำปรึกษาดี มีอยู่จริง งานง่ายๆแค่ลงทุนแล้วชวนคนอื่นมาร่วมลงทุน ถ้าไม่อยากชวนคนรู้จักเราก็ชวนคนไม่รู้จักสิ อยากให้มองในแง่ของการลงทุน เพราะมันดีกว่าเอาเงินไปฝากธนาคารโดยดอกเบี้ยที่ติดลบเพราะเงินเฟ้อ ดีกว่าเล่นหุ้นเพราะผันผวนตลอดเวลาต้องตามข่าวนู่นนี้นั้น ดีกว่าเล่นทองเพราะมันแพงอะลงทุนสูง ดีกว่าเล่นหวยเพราะอาจถูกกินถ้าเจ้าแม่เจ้าพ่อของคุณไม่เซียนพอ สมัยยุคเกษตรกรรม เราทำนา สมัยอุตสหกรรมเน้นผลิต สมัยยุคเครือข่ายทางข้อมูล ก็ต้องทำเครือข่ายสิเพราะเหมือนมีหลายหุ้นส่วนร่วมลงทุน ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจได้ แต่ถ้าคุณชอบความมั่นคงคุณอาจไม่สามารถข้ามไปสู่ชีวิตแบบpassive ได้เลย หากคุณต้องการเป็นเจ้าของกิจการคุณต้องใช้เงินทุนที่สูง มีระบบที่ดี มีฝ่ายบริหารที่เก่งและอีกมากมาย เราว่าMLMเหมือนกับหลายธุรกิจ หรืออาชีพอื่นๆนั้นแหละมันก็มีทั้งด้านบวกและลบ แต่ที่คนส่วนใหญ่กลัวเพราะอาจได้ยินจากคนที่เคยทำและลองแล้วไม่work ก็เลยใส่เป็นภาพรวมๆไปว่ามันไม่ดี ต่างคน ต่างวาระ ต่างบริษัทก็มีมุมต่างๆที่ไม่เหมือนกัน มีดีมีเลวปะปนกันทุกวงการแหละ มันเหมือนดาบสองคมไง ทุกคนมีทัศนคติที่ต่างกันได้แต่เราก็ทำไงจึงไม่อยากให้มองแบบอคติอย่างเดียว ต้องยอมรับว่าเมื่อกระแสมันแรงและออกไปทางลบ คนที่ทำต้องมีความอดทนมากพอ มีเส้นทางวิธีการที่ดีพอ และสุดท้ายมีเป้าหมายที่ชัดเจนพอ และถ้าคุณมีแล้วจะไปกลัวมันทำไม ท่านใดสนใจ มองเห็นว่ามันคือโอกาส หรืออยากจะแชร์ประสบการณ์กัน ติดต่อ 0876537561{M&M} สายเดียวกับgolf mike ยินดีรับใช้ค่ะ
    #68
  64. #70 may531000250
    2 ก.พ. 2555, 16:22 น.
    ลองมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเกริก สาขาการจัดการโลจิสติกส์สิค่ะ ที่นี่อาจารย์และพี่ๆๆดูแลกันอบอุ่นมากค่ะ ซึ่งสาขานี้กำลังเปนที่ต้องการของตลาดมากค่ะ จบมารับรองค่ะว่ามีงานทำแซงหน้าสาขาอื่นกันเลยทีเดียว และกำลังจะมีสาขาน้องใหม่เปิดค่ะคือสาขาการบิน ลองมาเรียนกันดูน่ะค่ะ รับลองค่ะว่าจะไม่ผิดหวัง พี่ๆโลจิสติกส์รออยู่ค่ะ

    โทรศัพท์: 02-552-3500-9, 02-970-5820 email :http://www.krirk.ac.th/
    #70

แสดงความคิดเห็น

คิดถึงเธอแทบใจจะขาด ขอโทรศัพท์ไปหาหน่อย!, โทรศัพท์อยู่ไหน? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .