ความคิดเห็น

15

จำนวนแชร์
6
P
คณะแพทยศาสตร์ 
                 เทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย 

         สวัสดีค่า น้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน ตามที่สัญญากันไว้ (ตอนไหน?) ว่าคราวหน้า พี่แป้ง จะคว้าพี่ๆ ที่เรียนสาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์มาสัมภาษณ์ให้ได้ และก็ทำสำเร็จหลังจากที่น้องหลงพายุแกมีมาเจอพี่แป้ง (ไม่เกี่ยว - -) โดยเป็น 4 สาวจากรั้วแพทยศาสตร์ศิริราชฯ มหาวิทยาลัยมหิดลจ้า น่าสนใจมาก ตามไปดูกันเลย.......    

เปิดใจ! 4 สาวผู้อยู่ "เบื้องหลัง" การทำสื่อทางการแพทย์

น้องบีบี ปี 4 
สาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์
แพทยศาสตร์ศิริราชฯ
มหาวิทยาลัยมหิดล



พี่แป้ง : อย่างแรกช่วยแนะนำตัวเองก่อนเลยค่ะ
น้องบีบี : ชื่อ บีบี ค่ะ กมลฉัตร ตั้งวราลักษณ์ เพื่อนชอบเรียกว่า "บี๋"  เรียนอยู่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ ม.มหิดล ตอนนี้เรียนอยู่ปี 4 แล้วค่ะ


พี่แป้ง : เพราะอะไรน้องบีบีถึงเลือกเรียนสาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์คะ?
น้องบีบี : ตอนแรกเห็นชื่อคณะนี้แปลกดี (ใช่ไหมล่ะคะ?) สะดุดตาเลยค่ะ เลยลองหาข้อมูลดูแล้วก็เห็นว่ามีเรียนทั้งวิชาพวกวิทยาศาสตร์แล้วก็ศิลปะร่วมกันเลย เฮ้ย!!! มันแนวดีอ่ะ คือบีบีก็เรียนสายวิทย์มา แล้วเราก็ชอบพวกวิชาชีวะ, เคมี แต่ไม่ชอบฟิสิกส์เลย คณะนี้ไม่มีเรียนฟิสิกส์อีก!!! เหมือนพระเจ้าชี้ทาง     
       แล้วก็รู้ว่าได้เรียนพวก drawing,painting, photo, video,ทำ flash animation, illustrate พวกนี้ ดูไฮโซขึ้นมา เหมือนเรียนพวกนิเทศฯ โดนใจเลย บีบีเป็นพวกชอบอ่านการ์ตูน ชอบวาดการ์ตูนอยู่แล้วค่ะ ถ้าเลือกคณะนี้ก็จะได้เรียนวิชาที่ถนัดแถมได้ทำสิ่งที่ชอบไปพร้อมๆ กันด้วย แล้วสิ่งที่เราทำก็จะได้มีประโยชน์ไว้ช่วยเหลือคนอื่นได้ด้วยถ้าเราเรียนคณะนี้


พี่แป้ง : สอบเข้ามาด้วยวิธีไหนคะ? 
น้องบีบี : ก็แอดฯ กลางเข้ามาค่ะ ตอนนั้นใช้คะแนน O-NET, A-NET ธรรมดา แต่ตอนนี้คงเป็นสอบ GAT,PAT แล้ว บีบีเตรียมตัวอ่านหนังสือธรรมดาค่ะ ตั้งใจอ่านแล้วทำคะแนนให้ได้มากๆ เข้าไว้และทำให้เต็มที่ค่ะ จะได้ไม่มาเสียใจทีหลัง เอาจริงจังนะคะ การจะแอดฯ เข้าคณะนี้จะเน้นคะแนน O-NET พวกวิชาวิทยาศาสตร์ ชีวะ เคมี ฟิสิกส์เป็นหลัก ถ้าน้องจะแอดเข้าคณะนี้ก็ต้องตั้งใจสอบ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ แล้วก็มีคณิต อังกฤษ ภาษาไทย ประมาณนี้ เราเปิดรับแค่ 25 คนเองนะ อยู่กันอย่างอบอุ่น คนน้อยแต่คุณภาพเยี่ยม ดูแลกันได้อย่างทั่วถึงแน่นอน 
        แต่ตอนนี้ที่คณะก็เปิดรับตรงแล้วนะคะ!! น้องๆ ที่สนใจต้องเตรียมตัวอ่านวิชากลุ่มวิทยาศาสตร์ ที่เน้นๆ ก็เป็นชีวะ แล้วที่สำคัญที่สุด คือ คณะเราเน้นวิชาศิลปะมาก มากๆ เน้นๆ เพื่อใช้ในการผลิตสื่อทางการแพทย์ ในการสอบตรงก็จะมีวิชาปฏิบัติ คือ การสอบวาดภาพเพื่อวัดระดับความสามารถในการวาดภาพทางการแพทย์ เพราะจะต้องมีพื้นฐานการวาดภาพที่ถูกต้องแม่นยำเพื่อทำสื่อออกมาได้อย่างถูกต้อง งานทางการแพทย์เน้นความถูกต้องแม่นยำแบบสุดๆ เลยค่ะ ดังนั้นควรจะมีพื้นฐาน drawing ที่ดีพอสมควร  ถ้าไม่มีก็ไปเรียนได้ ของแบบนี้ไม่มีใครเป็นมาแต่เกิดหรอกค่ะ


พี่แป้ง : คิดว่าคณะนี้เน้นวิชาไหนมากที่สุด? 
น้องบีบี : ที่เกินคาดก็คือที่บอกไว้ว่าคณะนี้เน้น เน้น เน้น มากๆ ด้านวิชาทางศิลปะ ปีแรกเลย เข้ามาก็เกือบจะอึ้งเพราะบีบีคิดว่าจะไม่เน้นขนาดนี้ บีบีเรียนสายวิทย์มา พวกวิชาศิลปะก็งูๆ ปลาๆ ไม่ได้เก่งมากเหมือนคนที่เขาเรียนมา เราก็เลยต้องพยายามฝึกฝนเอา คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้ ทุกอย่างมันต้องใช้ฝึกฝน ถ้าเรารักมันจริงก็จะต้องพยายามหน่อย อย่าลืมว่า คณะเรายังเรียนอีกหลายวิชา painting, photo, video, flash ยังมีเวลาค้นหาว่าตัวเองจะชอบทางไหนอีก 


เปิดใจ! 4 สาวผู้อยู่ "เบื้องหลัง" การทำสื่อทางการแพทย์พี่แป้ง : มีคนเคยถามมั้ยว่าสาขาเทคโนโลยีสาขาแพทยศาสตร์คืออะไร แล้วตอบเค้าไปยังไงบ้างคะ
น้องบีบี : มีคนถามและก็คิดว่า บีบี เรียนแพทย์เหมือนกัน บีบี ต้องใช้เวลาอธิบายตั้งนาน คงเพราะว่าชื่อคณะแพทยศาสตร์ศิริราชมันเด่นค้ำคออยู่จนคนที่ได้ยินเบลอ ไม่ได้ยินชื่อสาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ต่อมั้ง 555 เจอคนถามบ่อยก็เลยพอสรุปสั้นๆ ได้ว่า เป็น "คณะนิเทศทางการแพทย์" ค่ะ "เราผลิตสื่อที่ใช้ในการแพทย์" เราเรียนวิชาในการทำสื่อทางการแพทย์ต่างๆ เช่น การทำ flash animaton photo video drawing painting model เป็นต้น ซึ่งวิชาเหล่านี้เราจะนำมาผลิตเป็นสื่อทั้งแอนิเมชั่นเพื่อการสอนนักเรียนเเพทย์หรือตัวแพทย์เอง ให้เข้าใจ และได้ความรู้ ในเรื่องระบบ โครงสร้าง กลไก ต่างๆได้ดีขึ้น 
         การวาดภาพประกอบทางการแพทย์เพื่อให้ช่วยให้แพทย์เข้าใจ และนำความรู้ไปรักษาคนอื่นได้ การทำวิดีโอสารคดีเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่แพทย์ นักศึกษาแพทย์และผู้ป่วย, ทำหุ่นจำลองทางการเเพทย์เพื่อช่วยในการรักษา ฯลฯ ทำให้เราต้องเรียนวิชาทางวิทยาศาสตร์เหมือนแพทย์ ก็คือ biology  physiology พยาธิ และปรสิต แต่ไม่ได้ละเอียดแบบต้องไปรักษาคนให้หายได้  เราเรียนเพื่อที่จะได้เข้าใจและสามารถผลิตสื่อได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้คนที่ได้เห็นหรือศึกษาผลงานของเราเข้าใจแล้วนำไปรักษาผู้ป่วยอย่างถูกต้อง ถ้าเราผลิตสื่อออกมาไม่ดีจะเกิดอะไรขึ้นหละค่ะ เราเป็นผู้อยู่เบื่องหลังที่สำคัญนะเนี้ย!!!


พี่แป้ง : สาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์(ศิริราช) ม.มหิดล มีจุดเด่นอย่างไรบ้างคะ?
น้องบีบี : จุดเด่นหรอ คงเพราะพวกเราเป็น "เป็ด"มั้ง ที่ทั้งบินได้ แล้วก็ว่ายน้ำได้ นี่คือที่อาจารย์บอกเรา เพราะเราเรียนเยอะมาก  เราจะต้องเรียนวิชาในการผลิตสื่อหมดเลย ถ้าเป็นเด็กนิเทศฯ เขาจะมีเลือกสายเฉพาะเลยใช่ไหม เช่น เอกการถ่ายภาพ เขาก็จะเรียนแต่ถ่ายภาพอย่างเดียว แต่เราเรียนและเน้นหมดเลย คณะจะสอนให้เราทำได้ทุกอย่างที่คิดว่าเป็นการผลิตสื่อ วาดภาพ ถ่ายภาพ ตัดต่อวิดีโอ ทำแอนิเมชั่น อีกมากมาย รวมอยู่ในตัวคนเดียว นี่เลยกลายเป็นจุดเด่นของคณะเรา
         บีบี คิดว่าการที่เราเป็นหลายอย่าง เราก็ได้เปรียบคนอื่นด้วยนะ ถ้าเขาขาดตำแหน่งนู้นตำแหน่งนี้เราก็ช่วยได้ ไม่มีทางไม่มีงานแน่นอน แล้วการเรียนแบบนี้ยังเปิดโอกาสให้เราสามารถทำงานบริษัทโฆษณา หรือว่าบริษัทเอกชนที่เกี่ยวกับการผลิตสื่อได้อีกด้วย สายทางงานมีให้เลือกเยอะแยะ แต่สุดท้ายการที่เราเรียนมาเยอะก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องค้นหาตัวเองให้เจอ แล้วเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองรักนะคะ


พี่แป้ง : ตั้งแต่เรียนมาวิชาไหนที่ยากที่สุด 
น้องบีบี :
drawing ปีเเรกเลย วิชาแรกที่เรียนเกี่ยวกับศิลปะ อยู่ในช่วงปรับตัว จะอยู่หรือไม่อยู่ อยู่ที่ปีนี้เลย อย่างที่บอกว่าบีบีไม่ได้มีพื้นฐาน drawing มาก่อนก็เลยยาก แล้ว drawing ก็เป็นพื้นฐานการทำสื่อทางการแพทย์ชนิดอื่นด้วยเพราะทุกสื่อจะต้องมีภาพประกอบ เช่น ในหนังสือก็ต้องมีภาพวาด ภาพถ่าย, แอนิเมชั่นก็ต้องวาดภาพในคอมฯ ในโปรแกรม ต้องวาดให้ถูกสัดส่วน แล้วก็ต้องเข้าใจมิติของภาพด้วย เป็นอะไรที่ลึกซึ้งแล้วก็ยากพอๆ กับเรียน ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เลยหละค่ะสำหรับบีบี


พี่แป้ง : อยากให้ฝากถึงน้อง ๆ ชาว Dek-D ที่อยากเรียนสาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์หน่อยค่ะ
น้องบีบี :
น้องคนไหนที่ชอบทั้งวิทย์แล้วก็ศิลป์ล่ะก็ ไม่ควรพลาดคณะนี้ค่ะ เพราะคงไม่มีคณะไหนอีกแล้วที่จะผสมผสานวิชาทั้งวิทย์แล้วศิลป์ได้ลงตัวเท่านี้ ลองเข้ามาศึกษาดูข้อมูลกันได้ที่เว็บคณะของเรานะคะ ถ้ามีคำถามก็ถามพี่ๆ ที่คณะได้ใน facebook  พี่รอให้น้องเข้ามาค้นหาตัวเองดูแล้วจะรู้ว่าสาขานี้น่าสนใจมากๆ ค่ะ ^^



>

น้องโบว์ ปี 4
สาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์
แพทยศาสตร์ศิริราชฯ
มหาวิทยาลัยมหิดล


เปิดใจ! 4 สาวผู้อยู่ "เบื้องหลัง" การทำสื่อทางการแพทย์


พี่แป้ง : แนะนำตัวให้น้องๆ รู้จักหน่อยค่า
น้องโบว์ : ค่ะ ชื่อ ปาริชาติ  บัวบาน  ชื่อเล่น โบว์  เรียนสาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ตอนนี้เรียนชั้นปีที่ 4 แล้วค่ะ


พี่แป้ง : ก่อนเข้ามาเรียน รู้จักคณะนี้มาก่อนหรือเปล่าคะ?
น้องโบว์ : ก่อนเข้ามาเรียนตอนนั้นไม่เคยได้ยินมาก่อน ได้ยินครั้งแรกก็รู้สึกแปลกดี ก็ลอง search หารายละเอียดดู ได้เห็นรายละเอียดก็รู้จักตัวตนของคณะนี้มากขึ้น ก็รู้สึกว่าตรงกับความต้องการของเรามากๆ ดูปุ๊บก็รู้สึกคลิ๊กกับเราดี เลยเป็นเหตุผลหลักที่เลือกแอดฯ เข้าสาขานี้เลยค่ะ


พี่แป้ง : ตอนสอบเข้ามาเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? 
น้องโบว์ : ตอนสอบเข้าสาขานี้ ก็ตั้งใจอ่านหนังสือ และต้องประเมินตัวเองด้วยค่ะ ว่าเราถนัดวิชาไหน พยายามทบทวนเองไปเรื่อยๆ ส่วนวิชาไหนที่คิดว่ายากก็พยายามทำโจทย์เยอะๆ ให้เพื่อนช่วยทบทวนบ้าง ตอนทำข้อสอบก็พยายามไม่เครียด ตรงไหนทำไม่ได้ก็ข้ามไปก่อน ทำข้อที่ทำได้ แล้วค่อยย้อนมาทำข้อที่ทำไม่ได้ทีหลัง ตอนยื่นคะแนนเข้าสาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทย์ ก็ดูสัดส่วนคะแนน แล้วก็ดูสถิติคะแนนย้อนหลัง แล้วเอามาประเมินดูกับคะแนนเรา


พี่แป้ง : ความรู้สึกตอนสอบติดกับตอนนี้ เหมือนหรือต่างกันยังไงบ้างคะ?
น้องโบว์ :
ตอนแรกแอบหวั่นๆ ว่าจะเรียนไหวมั้ย เพราะเราเป็นเด็กวิทย์ต้องมาเรียนศิลปะ แล้วไม่มีพื้นฐานทางด้านศิลปะเลย เห็นงานของพี่ๆ ที่เคยทำไว้ก็ยิ่งกลัวว่าจะทำไม่ได้ เพราะบางงานมันไม่เหมือนงานที่เราเคยเห็นกันทั่วไป แต่พอเรียนจริงๆ เฮ้ย!! ปี4 แบบไม่รู้ตัว อาจเป็นเพราะสาขานี้แต่ละชั้นปี มีนักศึกษาไม่เยอะ อาจารย์ดูแลพวกเราแบบเป็นครอบครัว พอมีปัญหาอะไรก็ปรึกษากันได้ทั้งเพื่อนๆ พี่ๆ รวมทั้งอาจารย์เวลาเรียนวิชาอะไรที่ใหม่ๆ สำหรับเราก็จะเหมือนเริ่มต้นใหม่เหมือนกัน

พี่แป้ง : แล้วสังคมเพื่อนของที่นี่เป็นยังไงบ้างคะ?
น้องโบว์ : 
ดีค่ะ เพื่อนๆ ก็จะช่วยกันเรียน พยุงกันเรียนมากกว่าที่จะแข่งกัน เช่น เวลาสอบ เพื่อนๆ ก็จะติวให้ คนไหนถนัดเรื่องไหน ใครจดอะไรมาก็เอามาแชร์ๆ กัน และอีกอย่างคือตัวเราด้วย ต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัว อาจเป็นส่วนนี้ด้วยที่ทำให้รู้สึกว่าสังคมเพื่อนที่นี่ดี และการเรียนในคณะนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ 


พี่แป้ง : วิชาเรียนของสาขานี้มีอะไรบ้าง?
น้องโบว์ : วิชาเรียนจะแบ่งได้เป็น 2 ศาสตร์ใหญ่ๆ คือ ความรู้ด้านการแพทย์ กับ ศิลปะ ทางการแพทย์ เราเรียนเฉพาะพื้นฐานทางการแพทย์ เพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่เราเรียนมันคืออะไร มีกลไกยังไง ทำงานยังไง เรียกว่าอะไร มันอยู่ตรงไหน ไม่เหมือนแพทยศาสตร์ ที่เรียนไปเพื่อใช้รักษาคน
        ทางด้านศิลปะ ศาสตร์นี้คิดว่าแพทยศาสตร์ไม่เรียนนะ ก็มีเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ มีเรียนองค์ประกอบศิลป์ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นวิชาปฏิบัติมากกว่า เช่น ถ่ายภาพ วาดรูปหุ่นนิ่ง วาดสีน้ำ ปั้นหุ่นจำลอง วีดิทัศน์ วาดภาพทางชีววิทยา และนอกจาก 2 ศาสตร์ใหญ่ๆ แล้วยังมีเรียนด้านเทคโนโลยีอีกด้วย คือ เรียนพื้นฐานทางด้านการเขียน web เรียนภาษาเทคโนโลยีการศึกษา แต่ก็มีการนำศาสตร์ต่างๆ มารวมกัน อย่างเช่น การถ่ายภาพทางการแพทย์ หุ่นจำลองทางการแพทย์ วาดภาพทางการแพทย์  ซึ่งจะเน้นความถูกต้องเหมือนจริงมากกว่าความสวยงาม


พี่แป้ง : จากที่พูดมาถึงวิชาที่เรียน น้องโบว์คิดว่าเรียนด้านไหนยากกว่ากัน
น้องโบว์ : วิชาที่ยากคงเป็นวิชาที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ค่ะ เพราะว่าต้องเรียนแล้วเอาประยุกต์ จะเน้นความสมจริง เหมือนจริงค่ะ


พี่แป้ง : มีอะไรแนะนำน้องๆ ชาว Dek-D บ้างมั้ยคะ
น้องโบว์ :
สำหรับน้องๆ ที่อยากเรียนสาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ ก็อยากให้เตรียมความพร้อมเรื่องรายละเอียดการสอบให้ดี ว่ามียื่นคะแนนอะไรส่วนไหนบ้าง หรือจะเข้าไปที่ www1.si.mahidol.ac.th/division/siet/ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของสาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์เพื่อดูรายละเอียดเพื่มเติมก็ได้นะค่ะ 

.

น้องกวาง ปี 3
สาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์
แพทยศาสตร์ศิริราชฯ
มหาวิทยาลัยมหิดล


พี่แป้ง : แนะนำตัวหน่อยค่า ชื่ออะไร อยู่ชั้นปีไหนแล้วคะ
น้องกวาง : สวัสดีค่ะชื่อณัตถิยา ปั้นประเสริฐ ชื่อเล่นชื่อกวางนะคะ ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่สาขาเทคโนโลยีการศึกาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ชั้นปีที่ 3 ค่ะ


พี่แป้ง : เพราะอะไรถึงเลือกเรียนสาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์คะ?
น้องกวาง : ที่เลือกเรียนสาขานี้นะคะ เป็นเพราะว่าโดยส่วนตัวแล้วชอบอะไรที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ การทำสื่อประเภทต่างๆ อยู่แล้ว เช่น แอนิเมชั่น วิดีโอ ถ่ายภาพ ประมาณนี้ค่ะ นอกจากนั้นแล้วตัวเองยังชอบเรียนทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย ซึ่งพอได้ทราบว่ามีสาขาที่มีการเรียนการสอนที่รวมเอาทั้ง วิทยาศาสตร์และศิลปะมาเข้าด้วยกันแบบนี้ ก็เลยตัดสินใจที่จะเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ

เปิดใจ! 4 สาวผู้อยู่ "เบื้องหลัง" การทำสื่อทางการแพทย์
พี่แป้ง :
องค์ประกอบในการเข้าคณะนี้มีอะไรบ้างคะ
น้องกวาง : ตอนปีที่กวางสอบเข้าตอนนั้นเป็นปีแรกที่ใช้คะแนน GAT PAT ยื่นแอดมิชชั่นค่ะ และทางสาขาก็รับในระบบแอดมิชชั่นเพียงอย่างเดียวด้วย โดยมีสัดส่วนน้ำหนัก คือ GPAX 20% O-NET 30% GAT 40% และ PAT1 10% สำหรับเกณฑ์ค่าน้ำหนักนี้ตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมค่ะ
        เมื่อเห็นองค์ประกอบนี้แล้วกวางก็เลยอยากทำคะแนนให้ออกมาดีทีสุด ก็ได้ไปคำนวณคะแนนเบื้องต้นแล้วลองเทียบกับคะแนนสูงต่ำปีก่อนๆ วิธีนี้จะช่วยให้เรารู้ว่าควรทำคะแนนโดยเน้นที่วิชาไหนมากที่สุด


พี่แป้ง : พอรู้ตัวว่าสอบติดแล้ว ภาพแรกที่คิดถึงคณะนี้เป็นยังไงคะ
น้องกวาง : ต้องยอมรับเลยว่าเราไม่ได้คิดหรือจินตนาการอะไรไว้มาก แต่พอได้มาเรียนแล้วก็เลยทำให้รู้ว่า สาขานี้มีอะไรที่แตกต่างจากสาขาอื่นมากจริงๆ ทั้งทางด้านศิลปะ แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ ก็พบว่ายังมีอีกหลายวิชาที่ทำให้เราหลงรักไปได้เลย และเราก็ฝึกฝนทำอะไรอีกมากมายในที่นี่ ก็ทำให้เรารู้สึกว่าเราการที่เราเข้ามาเรียนที่ทำให้เราเก่งอะไรอีกหลายอย่างขึ้นเยอะ


พี่แป้ง : มีน้องสงสัยว่าอยู่คณะแพทยฯ แล้ว แต่เป็นคนละสาขา จะเหมือนหรือแตกต่างจากเรียนแพทย์ยังไงบ้าง 
น้องกวาง : ต้องขอบอกเลยว่า สาขานี้ต่างจากแพทยศาสตร์เลยค่ะ เพราะแพทยศาสตร์เรียนมาเพื่อรักษา แต่เราเรียนมาเพื่อสร้างสื่อทางการศึกษาโดยใช้ความรู้ทางการแพทย์มาประกอบ หลายคนอาจเข้าใจเราผิดตรงนี้
                     แต่อย่างไรก็ตามสาขาเราก็ได้เรียนในวิชาของสาขาแพทย์ด้วยนะคะ เช่น กายวิภาคศาสตร์ ซึ่งในวิชานี้ เราจะรู้ประมาณว่าอวัยวะส่วนนี้ชื่ออะไร ทำหน้าที่อะไร มีกระบวนการทำงานอย่างไร แต่เราไม่ได้เรียนลึกแบบหมอ ซึ่งความรู้ที่เราได้รับนั้น จะไปใช้ประกอบในการสร้างสื่อต่างๆ ค่ะ เช่น สร้างแอนิเมชั่นเรื่องระบบทางเดินอาหาร เราต้องนำความรู้ที่ได้จากการเรียนในวิชากายวิภาคศาสตร์ และสรีรวิทยา มาประกอบเพื่อที่จะสร้างสื่อออกมาได้ถูกต้องค่ะ


พี่แป้ง : คิดว่าจุดเด่นของสาขานี้อยู่ตรงไหนคะ
น้องกวาง : จุดเด่นของสาขาเรานั่นก็คือ การรวมเอา ศิลปะ นิเทศศาสตร์ เทคโนโลยีการศึกษา และวิทยาศาสตร์สุขภาพ มารวมกันอยู่ในที่เดียว ซึ่งขอบอกเลยนะคะว่านักศึกษาของเราจะเป็นทุกอย่างในคนคนเดียว เรียกได้ว่าครบเครื่องค่ะ ทั้ง วาดภาพ ถ่ายภาพ สร้างโมเดล ถ่ายและตัดต่อวิดีโอ ทำแอนิเมชั่น กราฟิก และความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ  


พี่แป้ง : อยากให้เม้าท์ถึงวิชาที่เรียนมาสักวิชานึงค่ะ
น้องกวาง : ขอเป็นวิชาสร้างหุ่นจำลองแล้วกันค่ะ วิชานี้จะต้องอาศัยทักษะในหลายอย่างมารวมกัน ทั้งสัดส่วน ความถูกต้อง และอีกหลายอย่างค่ะ ซึ่งจะเรียนตั้งแต่สร้างหุ่นแบบพื้นฐาน แล้วก็มีการสร้างหุ่นต้นแบบ การสร้างแม่พิมพ์และการหล่อแบบ และสุดท้ายก็คือ การสร้างหุ่นจำลองทางการแพทย์ ซึ่งอันนี้จะรวมเอาทักษะความรู้ที่ได้เรียนมาทั้งหมดมาใช้ค่ะ สำหรับพี่ถือว่าเป็นวิชาที่ยากทีเดียวค่ะ


พี่แป้ง : รู้สึกว่าสาขานี้มีค่ายด้วยใช่มั้ยคะ?
น้องกวาง : ใช่ค่ะ ถ้าน้องๆ คนไหนอยากรู้จักสาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์มากขึ้นกว่านี้นะคะ ก็ลองสมัครมาเข้าค่ายเด็กวิทย์ฯ หัวใจศิลป์ ครั้งที่ 1 ติดตามรายละเอียกและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.siet-camp.net นะคะ

.


น้องกอล์ฟ  ปี 2 
สาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์
แพทยศาสตร์ศิริราชฯ
มหาวิทยาลัยมหิดล

เปิดใจ! 4 สาวผู้อยู่ "เบื้องหลัง" การทำสื่อทางการแพทย์


พี่แป้ง : อย่างแรกช่วยแนะนำตัวเองก่อนเลยค่ะ
น้องกอล์ฟ : ชื่อจริง น.ส. นันทวรรณ สุวรรณพันธ์ ชื่อเล่น กอล์ฟ เรียนอยู่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ ม.มหิดล ชั้นปีที่  2 ค่ะ


พี่แป้ง : เพราะอะไรถึงเลือกเรียนสาขาเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์?
น้องกอล์ฟ : สาขานี้เป็นสาขาที่น่าสนใจค่ะ เพราะมีทั้งวิชาที่เป็นวิทยาศาสตร์และศิลปะรวมอยู่ด้วยกัน เหมาะสำหรับคนที่เรียนสายวิทย์มาแต่ก็ชอบวาดรูป หรือชอบงานศิลปะด้วยค่ะ พูดง่าย ๆ น่าจะเรียกว่าเด็กวิทย์หัวใจศิลป์ แล้วก็คิดว่าในอนาคตน่าจะมีลักษณะงานให้เลือกทำได้หลากหลายค่ะ


พี่แป้ง : นอกจากวิชาวาดภาพ ทำกราฟฟิคต่างๆ แล้ว ยังมีศิลปะแบบอื่นอีกมั้ยคะ?
น้องกอล์ฟ : มีวิชาปฏิมากรรมค่ะ ตอนเรียนก็จะเริ่มตั้งแต่การปั้นขั้นพื้นฐาน คือ การปั้นนูนสูงนูนต่ำบนแผ่นไม้อัดไปจนถึงการทำโมเดลทางการแพทย์ซึ่งเราจะต้องปั้นด้วยมือเป็นส่วนใหญ่แล้วก็มีอุปกรณ์ที่ช่วยปั้นด้วยค่ะ ตอนแรกก็คิดว่ายาก พอฝึกเรื่อย ๆ ก็ทำได้ดีมากขึ้นค่ะ เพราะเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐาน 

พี่แป้ง : เรียนจบออกมาแล้วทำงานอะไรได้บ้างคะ เป็นแพทย์ได้รึเปล่า?
น้องกอล์ฟ :
สาขานี้อยู่ในคณะแพทย์ก็จริง แต่เรียนจบแล้วไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นแพทย์นะคะ ลักษณะการเรียนก็แตกต่างกันค่ะ สิ่งสำคัญสุดสาขาเทคโนโลยีการศึกษาสอนให้ทำสื่อทางการแพทย์ค่ะ ตัวอย่างเช่น โมเดลทางการแพทย์-การปั้นหรือหล่อโมเดลอวัยวะในร่างกาย การวาดภาพ/ถ่ายภาพทางการแพทย์ ฯลฯ 
                   สำหรับอาชีพหลังเรียนจบก็ทำได้หลากหลายเลยค่ะ ทั้งทำงานในหน่วยงานทางการแพทย์ โรงพยาบาล หรือที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ เช่น ครีเอทีฟ กราฟฟิคดีไซเนอร์ เป็นต้น สรุปว่าทำงานได้ค่อนข้างหลากหลายค่ะ


พี่แป้ง : ข้อดีของการเรียนในคณะนี้ คือ อะไรคะ?
น้องกอล์ฟ : ที่นี่สอนให้ทำสื่อหลายชนิด และเน้นการศึกษาให้นักศึกษาปฏิบัติได้จริง โอกาสในการทำงานก็มีหลายหลาย ทำให้เรารู้ว่าจริง ๆ แล้วเราชอบทำสื่อประเภทไหนจะได้ศึกษาต่อ หรือเลือกทำงานในสิ่งที่ตนเองถนัดค่ะ นอกจากนี้สถานที่เรียนยังอยู่ใกล้กับสถานที่ทำงานจริง เราก็จะได้เห็นพี่ๆ ในสถานเทคโนฯที่เขาทำงานกันจริง ๆ ค่ะ ทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่เรียนนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไรถึงเวลาตอนฝึกงานก็จะได้ฝึกในสถานก่อน แล้วค่อยออกไปฝึกงานนอกสถานที่ 


พี่แป้ง : ฝากเคล็ดลับในการเตรียมตัวสอบแนะนำน้องๆ ที่อยากเข้าสาขานี้หน่อยค่ะ
น้องกอล์ฟ : สำคัญสุด คือ ก่อนสอบก็อ่านหนังสือค่ะ ต้องแบ่งเวลาในการอ่านหนังสือ ทำตารางเวลา แล้วก็ทำให้ได้ตามตารางเวลาที่วางแผนเอาไว้ด้วยนะคะ วิชาที่ไม่ถนัดก็ซื้อหนังสือมาอ่านเพิ่มแล้วก็เรียนพิเศษบ้าง เท่านี้ก็ทำให้น้องๆ แอดติดได้ค่ะ สำหรับคณะนี้อาจจะเรียนไม่หนักมาก แต่ต้องขยันมากๆ นะคะ เพราะงานจะค่อนข้างเยอะทีเดียว
                   และในปี 2556 นี้จะมีสอบตรงด้วยนะคะ รับสมัครตั้งแต่วันที่ 8-26 ตุลาคม 2555 ถ้าใครพร้อมก็มาเจอกันก่อน แต่ถ้าพลาดไปก็ยังมีรอบแอดมิชชั่นตามปกติค่ะ

เปิดใจ! 4 สาวผู้อยู่ "เบื้องหลัง" การทำสื่อทางการแพทย์



        นั่นไง!!! รับประกันมาอีก 4 เสียงเลยว่าเรียนสาขานี้ไม่ง่ายเลยนะคะ เรียนทั้งวิทย์ ทั้งศิลป์ เหมาะมาก ๆ สำหรับน้อง ๆ ที่เลือกไม่ได้ว่าจะเรียนทางสายไหนก็สาขานี้เลย ต้องเรียนสายทางแพทย์เป็นพื้นฐานเพื่อทำสื่อที่ใช้วิชาทางศิลป์ ตอนนี้รับตรงเปิดแล้วด้วย รีบไปสมัครเลยนะคะที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลศิริราชเลยจ้า ตอนนี้ พี่แป้ง ขอตัวส่องน้อง ๆ (เหยื่อ) รายใหม่ก่อน แต่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ที่จบไปแล้วจะได้ชัวร์เลยว่าจบไปมีงานทำ และได้รู้ว่าทำงานอะไรได้บ้าง เจอกันบทความหน้าค่ะ บ๊าย บาย 



.

 เดี๋ยว!! ก่อนจะไป ใครยังไม่รู้เกี่ยวกับสาขานี้ ตามดูได้เลยจ้าาาา 

เปิดใจ! 4 สาวผู้อยู่ "เบื้องหลัง" การทำสื่อทางการแพทย์


เปิดใจ! 4 สาวผู้อยู่ "เบื้องหลัง" การทำสื่อทางการแพทย์


เปิดใจ! 4 สาวผู้อยู่ "เบื้องหลัง" การทำสื่อทางการแพทย์



เปิดใจ! 4 สาวผู้อยู่ "เบื้องหลัง" การทำสื่อทางการแพทย์

ดูหมวดนี้ต่อได้ใน คณะในฝันรายสัปดาห์ »
ความคิดเห็น

15

จำนวนแชร์
6

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

15 ความคิดเห็น

  1. 10 ต.ค. 2555, 12:05 น.
    อร๊ายยยยยย เริด !!!
    #1
  2. 10 ต.ค. 2555, 13:10 น.
    ชื่อแปลกจริงๆ และพี่เขาตอบได้ตรงมากๆ ศิริราชค้ำคอ เจ๋งเวอร์ ไม่มีเรียนฟิสิกส์ ! น่าจะมีคนสนับสนุนด้วยนะ เพราะสาขานี้เจ๋งใช่ย่อย พี่ๆก็ติสซะ ฮะๆ แต่ตอนอยู่ม.ต้นเราเคยทำพวกอนิเมชั่น ชั่วมาก ทำไม่เป็นเลย นิเทศการแพทย์เหรอ วู้ว =.= อยากลองเข้าดูนะคะ...ติดตรงไม่ติสพอ 555
    #2
  3. #3 เจี๊ยบบี้
    10 ต.ค. 2555, 14:20 น.
    คณะนี้น่าเรียนจังเลยค่ะ
    #3
  4. 10 ต.ค. 2555, 17:33 น.
    เป็นคณะที่น่าสนใจมากๆค่ะ
                                              
    #4
  5. 10 ต.ค. 2555, 21:57 น.
    น่าเรียนมากกก ><;
    แต่คงไม่ได้วาดรูปการ์ตูนน
    #5
  6. 10 ต.ค. 2555, 22:12 น.
    สนใจมาก แต่! - - วาดรูปไม่เก่งเลย  แต่ก็อยากจะเข้าอยู่นะ
    #6
  7. 11 ต.ค. 2555, 02:09 น.
    น่าสนใจอ่ะ แต่ว่านะ เราครึ่งๆกลางๆ วิทย์ก็ไม่เก่ง ศิลปะก็ไม่เก่ง (_ _)
    #7
  8. 11 ต.ค. 2555, 10:05 น.
    น่าสนใจสุดๆ*0*
    #8
  9. 11 ต.ค. 2555, 22:01 น.
    รอดูพี่ที่เรียนจบแล้ว ทำงานจริงอยู่ *0* 
    #9
  10. 14 ต.ค. 2555, 18:05 น.
    คณะนี้น่าสนใจมากๆ ครับ ยกนิ้วให้เลย 

    #10
  11. น่าสนมากเลย ตอนแรกนึกว่าทำอาชีพหมอกะออกแบบสองอย่างเลย 

    555 อันนั้นก็เมพไป
    #11
  12. #12 KUNG
    18 ต.ค. 2555, 18:07 น.
    ศิลป์คำนวยนได้ไหม???
    #12
  13. 19 ต.ค. 2555, 19:56 น.
    หาบทสัมภาษณ์เด็กสาขานี้มานาน เจอซักที ขอบคุณค่าา
    #13
  14. #14 LA>>MU
    18 พ.ย. 2555, 22:01 น.
    แฮ่ะๆๆๆ ซิ่วลง ET เลยดีกว่าไหม อิๆๆ ยังอยากเป็นลูกพระบิดาอยู่
    #14
  15. #15 win
    2 มิ.ย. 2557, 13:12 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    อยากรู้ว่า เด็กศิลป์-คำนวณ ที่ไม่เก่งด้านวิทย์ และดรออิ้งไม่เลิศ จะเรียนได้ไหมคะ คือสนใจมากค่ะ
    #15

แสดงความคิดเห็น

โยโย่อยากจะเดินไปทางซ้าย, ซ้ายคือทางไหน ? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .