| |
 |
|
| |
|
|
| |
ชื่อปริญญา
นิเทศศาสตรบัณฑิต
นศ.บ.
Bachelor of Arts (Communication Arts)
B.A. (Communication Arts) |
|
| |
ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร |
|
| |
วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เป็นสื่อมวลชนแขนงหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการเคลื่อนตัวไปของสังคม โดยทำหน้าที่เป็นทั้งผู้กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเสนอข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกทิศทางของสมาคมนั้นๆและทำหน้าที่ผ่อนคลายความตึงเครียดความขัดแย้งในรูปแบบของเวทีความคิดเห็นและช่องทางบันเทิงและยังทำหน้าที่สอดส่องดูแลความเป็นไปของสังคม เป็นตัวแทนคอยตรวจสอบสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่าเหมาะสมด้วยเหตุผลและชอบธรรมหรือไม่
ปัจจุบันสื่อวิทยุและโทรทัศน์ได้รับช่องทางจากการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ จึงเป็นกลไกลสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงของสังคมช่วยเปิดโลกความรู้ของประชาชนในปริมณฑลอันกว้างไกลไร้พรมแดนให้มีสติปัญญาและเห็นคุณค่าของการพัฒนาปรับปรุงเอง จึงอาจกล่าวได้ว่าสื่อวิทยุและโทรทัศน์คือห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลกและไม่ตกอยู่ภายใต้ปัญหาด้านเวลาและสถานที่
ในทศวรรษที่กำลังก้าวหน้านี้ จะเกิดการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ วัฒนธรรมของโลกอย่างรวดเร็ว โดยมีเงื่อนไขของเอกลักษณ์ชุมชนและสิทธิมนุษยชนเข้ามาเป็นปัจจัยเกี่ยวข้อง เพื่อให้มนุษย์อยู่ได้อย่างภาคภูมิและเป็นสุข สื่อวิทยุโทรทัศน์เองก็ต้องปรับบทบาทตนเองให้สอดคล้องรับกับการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย
การผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์ ต้องอาศัยความรอบรู้ในวิชาต่างๆ มาเป็นองค์ประกอบพื้นฐานทั้งความรู้ในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และศิลปะการสื่อสาร การจัดการการวางแผนและการประสานงานเชื่อมโยงที่ดีรวมถึงทักษะการใช้เทคโนโลยีต่างๆ มาร่วมในกระบวนการสร้างสรรค์การผลิตและเผยแพร่รายการวิทยุและโทรทัศน์ ให้เกิดประสิทธิผลอันสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของสังคมโดยอยู่พนพื้นฐานของจรรยาบรรณและจริยธรรม
การดำเนินกิจการผลิตของสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ย่อมได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมอยู่เสมอ และยังเป็นสถาบันสื่อมวลชนที่สังคมคาดหลังการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาสังคมดังนั้น การผลิตบัณฑิตเพื่อออกไปเป็นบุคคลในวิชาชีพวิทยุโทรทัศน์นั้น จำเป็นต้องเน้นให้บัณฑิตได้ตระหนักรู้ถึงบทบาทและความรับผิดชอบอันพึงมีต่อสังคม และเป็นบุคลากรที่กอรปด้วยคุณธรรม และยึดมั่นในจรรยาวิชาชีพ ซึ่งจะทำให้สื่อวิทยุโทรทัศน์เป็นประโยชน์สร้างสรรค์สังคม
การปรับปรุงหลักสูตรภาควิชาวิทยุและโทรทัศน์ ให้เหมาะสมกับสภาพสังคมในอนาคตนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งทั้งนี้ ได้อาศัยข้อมูลจากนักวิชาชีพในปัจจุบัน นักวิชาการ และบัณฑิตที่ได้สำเร็จการศึกษาและก้าวเข้าสู่วงวิชาชีพสื่อสารมวลชนมาแล้วระยะหนึ่ง อีกทั้งจากการวิเคราะห์ถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสังคมในอนาคต มาเป็นกรอบแนวทางในการสร้างหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต ภาควิชาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์เพื่อให้สามารถผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของสังคมมากยิ่งขึ้น
|
|
| |
แนวทางการประกอบอาชีพ |
|
| |
ผู้สำเร็จการศึกษาจากสาขาวิชาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วสามารถเข้าทำงานในวิชาชีพนักวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ในตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ เช่น ผู้ควบคุมการผลิต ผู้กำกับรายการฝ่ายสร้างสรรค์รายการ พิธีกร หรือฝ่ายข่าววิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น หรือทำงานในข่ายงาน สื่อสารมวลชนโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ที่อยู่ในขอบข่ายของการสื่อวิทยุและโทรทัศน์ เพื่อการสื่อสาร
|
|
| |
|
|
| |

|
|
| |
|
|
| |
ชื่อปริญญา
นิเทศศาสตรบัณฑิต
นศ.บ.
Bachelor of Arts (Communication Arts)
B.A. (Communication Arts) |
|
| |
ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร |
|
| |
วารสารศาสตร์ คือ การศึกษาเกี่ยวกับการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในรูปแบบของข่าว และการวิพากษ์วิจารณ์ การแสดงความคิดเห็น ผ่านสื่อมวลชนประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อหนังสือพิมพ์ สื่อวิทยุกระจายเสียง สื่อวิทยุโทรทัศน์ รวมทั้งการนำเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นวิวัฒนาการใหม่ทางเทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม
ในยุคแห่งการสื่อสารที่ก่อกำเนิดสภาพการณ์ใหม่ ที่เรียกว่า โลกาภิวัตน์ อันเป็นกระแสการไหลผ่านของข้อมูลข่าวสาร งานวารสารศาสตร์จึงเป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญต่อสังคมโลกเป็นอย่างมาก ในด้านการให้ความรู้ ความเข้าใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก
การที่งานวารสารศาสตร์มีความสำคัญดังกล่าว สถาบันการศึกษาทั่วโลกจึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องให้มีการเรียนการสอน เพื่อผลิตบุคลากรให้ออกไปปฏิบัติหน้าที่เป็นนักวารสารศาสตร์ และผู้ประกอบอาชีพในด้านการสื่อสารมวลชนที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ยังต้องผลิตนักคิด นักวิเคราะห์ที่มีความสามารถในการค้นคว้าหาความรู้ และความจริง เกี่ยวกับงานในด้านวารสารศาสตร์ เพื่อสนองประโยชน์แก่สังคมโดยต่อเนื่อง
วิทยาการทางด้านวารสารศาสตร์ มีสถานะแห่งศิลปะวิทยา (State of the Arts) ที่สมบูรณ์ในระดับที่เป็นศาสตร์ สาขาหนึ่งของสังคมศาสตร์ เรียกว่า วารสารศาสตร์ (Journalism) มาเป็นเวลากว่ากึ่งศตวรรษแล้ว กล่าวเฉพาะในประเทศไทย วิชาวารสารศาสตร์ ได้ก่อกำเนิดควบคู่มากับสื่อหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นสื่อมวลชนประเภทแรกของโลก หากแต่วิวัฒนาการการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไม่ได้หยุดนิ่งอยู่เฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์เท่านั้น ยังปรากฎมีสื่ออื่น ๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย วารสารศาสตร์เองก็ได้เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว ปริมาณข้อมูลข่าวสารในแต่ละวันถูกนำเสนอในทุก ๆ สื่อด้วยระยะเวลาที่รวดเร็ว การวิเคราะห์ เหตุการณ์ สถานการณ์ รวมทั้งการแสดงความคิดเห็น เป็นประเด็นการแข่งขัน และถูกจับตามองจากสาธารณชนเป็นอย่างมาก ความต้องการบุคลากรระดับปริญญา ที่มีความรู้ ความสามารถ ในวิทยาการสาขานี้ จึงยังคงมีอยู่ในระดับสูง ทั้งภาครัฐและเอกชน
โดยคำนึงถึงความสำคัญ และความต้องการทรัพยากรบุคคล ทางด้านวารสารศาสตร์ดังกล่าว กอรปกับพันธะหน้าที่ที่จะต้องพัฒนาศาสตร์ด้านการสื่อสารของมนุษย์ ให้บรรลุความสมบูรณ์และความเป็นเลิศ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จึงเปิดหลักสูตรสาขาวิชาวารสารศาสตร์เพื่อสนองความต้องการของนักศึกษา และสังคม ตามมาตรฐานของทบวงมหาวิทยาลัย
|
|
| |
แนวทางการประกอบอาชีพ |
|
| |
ผู้สำเร็จการศึกษาจากสาขาวิชาวารสารศาสตร์สามารถทำงานเป็นนักวารสารศาสตร์ในหลากหลายอาชีพ อาทิ ผู้สื่อข่าว หนังสือพิมพ์ ผู้สื่อข่าววิทยุและโทรทัศน์ เป็นหนึ่งในกองบรรณาธิการหนังสือ นิตยสาร วิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ Web-site ในบริษัท ห้างร้าน หรือในหน่วยงานต่างๆ |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
ชื่อปริญญา
นิเทศศาสตรบัณฑิต
นศ.บ.
Bachelor of Arts (Communication Arts)
B.A. (Communication Arts) |
|
| |
ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร |
|
| |
ในโลกปัจจุบันงานประชาสัมพันธ์ได้เป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นกิจกรรมที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์การและสถาบันสมัยใหม่ทุกประเภท ทั้งภาครัฐและเอกชน และนับวันก็จะทวีความจำเป็นยิ่งขึ้น งานประชาสัมพันธ์ช่วยสนองนโยบายให้สัมฤทธิผลตรงตามเป้าหมาย ช่วยแก้ภาพลักษณ์ที่ไม่พึงประสงค์ และช่วยสร้างภาพลักษณ์อันถูกต้องและเป็นที่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้นและคงอยู่ตลอดไป
ในประเทศไทยปรากฏเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าทั้งภาครัฐบาลและเอกชนได้เล็งเห็นความสำคัญของการประชาสัมพันธ์ และบทบาทของการประชาสัมพันธ์ต่อการพัฒนา และสร้างสรรค์องค์การทางรัฐบาลนั้นถึงกับได้วางนโยบายการประชาสัมพันธ์แห่งชาติขึ้น และยอมรับสถานภาพของงานประชาสัมพันธ์ในในฐานะเป็นส่วนราชการสำคัญส่วนหนึ่งของทุกกระทรวง ทบวง กรม รวมตลอดถึงองค์การรัฐวิสาหกิจ ส่วนในเอกชน ธนาคาร โรงแรม บริษัท และสถานประกอบการ ทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางตลอดจนองค์การเพื่อการกุศล และกิจการสาธารณประโยชน์ที่มิได้มุ่งแสวงหากำไรให้สัมฤทธิผล การประชาสัมพันธ์เป็นงานที่ละเอียดอ่อนเพราะต้องทำงานเกี่ยวข้องกับสาธารณชนทุกหมู่เหล่าต่างสถานภาพทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ระดับการศึกษา และค่านิยม บุคลากรที่จะปฏิบัติงานด้านการประชาสัมพันธ์ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ จำเป็นต้องผ่านการเรียนรู้ และการอบรมอย่างมีระบบ มีความรู้และทักษะอย่างเพียงพอ ตลอดจนต้องมีทัศนคติที่ถูกต้องตรงตามลักษณะงาน
การประชาสัมพันธ์เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานมนุษยศาสตร์กับสังคมศาสตร์อย่างกลมกลืนรวมทั้งต้องอาศัยการประยุกต์วิทยาการอีกหลายด้านเข้าประกอบ ตลอดจนมีพื้นฐานความรู้ทางนิเทศศาสตร์อย่างแน่นแฟ้นเป็นรากฐาน จึงสามารถทำให้ผู้เรียนรู้พร้อมด้วยคุณสมบัติและทักษะความสามารถที่จะประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง และพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าต่อไปในวิชาชีพสาขานี้
|
|
| |
แนวทางการประกอบอาชีพ |
|
| |
ผู้สำเร็จการศึกษาจากสาขาวิชาการประชาสัมพันธ์ สามารถประกอบอาชีพได้กว้างขวาง ทั้งในหน่วยงานด้านการประชาสัมพันธ์โดยตรง เช่น บริษัทที่ปรึกษาการ ประชาสัมพันธ์ และในสถาบันวิชาชีพหลากหลายประเภท เช่น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ สาธารณกุศล โดยสามารถปฏิบัติงานในระดับปฏิบัติงานที่อาศัย ความชำนาญการผลิตผลงานประชาสัมพันธ์ หรือในระดับนโยบายที่ใช้แนวคิดการประชาสัมพันธ์เพื่อวางแผน และสร้างกลยุทธ์พัฒนาหน่วยงานให้เจริญก้าวหน้าสู้คู่แข่งขันได้ ทั้งระดับประเทศและระดับสากลนอกจากนี้ยังสามารถศึกษาต่อในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องในสถาบันทั้งในและต่างประเทศ
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
ชื่อปริญญา
นิเทศศาสตรบัณฑิต
นศ.บ.
Bachelor of Arts (Communication Arts)
B.A. (Communication Arts) |
|
| |
ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร |
|
| |
ในสังคมปัจจุบัน “การโฆษณา” ได้เข้ามาเกี่ยวข้องและมีผลกระทบต่อบุคคลทั่วไปจนอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งในการดำเนินชีวิตและการประกอบกิจการต่างๆ การโฆษณาได้กลายเป็นสถาบันอันเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบเศรษฐกิจและระบบสื่อสารมวลชน โดยมีบทบาทในการเป็นกลไกทางการตลาดที่ช่วยสร้างความเติบโตให้กับการผลิตและการบริโภคสินค้าและบริการต่างๆ รวมถึงการเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารสำหรับผู้บริโภคได้เปิดรับและพิจารณาประกอบการตัดสินใจ
ในท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจสังคมทุนนิยมและความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคโลกาภิวัตน์รวมถึงแนวโน้มต่างๆ ในอนาคต อาจกล่าวได้ว่ามนุษย์กำลังอยู่ภายใต้การควบคุมและกำหนดโดยกลไกตลาด ทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ดังเห็นได้จากอิทธิพลของบรรษัทข้ามชาติและองค์กรขนาดใหญ่จำนวนมากที่สร้างเครือข่ายธุรกิจครอบคลุมไปทั่ว เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมการโฆษณาที่แปรตามปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี กล่าวเฉพาะกรณีประเทศไทยนั้นพบว่า วงการโฆษณาได้ผ่านสภาวะการขยายตัว ซบเซา และฟื้นตัวหลายครั้ง ซึ่งยังคงมีความต้องการบุคลากรและแนวความคิดใหม่ๆ เพื่อพัฒนาธุรกิจตลอดจนยกระดับวงการโฆษณาไทยให้ก้าวสู่สากล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านการศึกษาเกี่ยวกับสาขาวิชาชีพนี้ที่จะต้องมีความทันสมัยและมีการแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา
วิทยาการทางด้านการโฆษณามีลักษณะเป็นการบูรณาการความรู้จากหลากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน กล่าวเฉพาะในประเทศไทย วงการโฆษณาได้เจริญก้าวหน้าไปตามความเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งพบว่าสารโฆษณาหลากหลายรูปแบบได้ถูกนำเสนอผ่านสื่อมวลชนและเครื่องมือทางการตลาดต่างๆ ด้วยปริมาณมหาศาล มีความรวดเร็ว ครอบคลุม เข้าถึง และมีอิทธิพลต่อการรับรู้พฤติกรรมการบริโภค ตลอดจนค่านิยมและแบบแผนการใช้ชีวิตของสาธารณชนอย่างมาก ดังนั้น จึงปรากฏว่ามีผลกระทบอันสืบเนื่องจากการดำเนินงานของธุรกิจโฆษณาต่อผู้บริโภค เช่น มีการสื่อสารที่เกินจริง มีลักษณะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ เลือกนำเสนอข้อเท็จจริงเพียงบางส่วน และขาดความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น
ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขให้ได้ผลในระยะยาวโดยการสร้างบุคลากรนักวิชาชีพด้านการโฆษณาที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ มีจริยธรรม และตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตนในฐานะนักโฆษณาที่ดี
โดยคำนึงถึงความสำคัญและความต้องการทรัพยากรบุคคลทางวิชาชีพโฆษณาดังกล่าว ประกอบกับบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมให้สมบูรณ์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จึงเปิดหลักสูตรสาขาวิชาการโฆษณา เพื่อตอบสนองความต้องการของนักศึกษาและสังคม ตามมาตรฐานของทบวงมหาวิทยาลัย
|
|
| |
แนวทางการประกอบอาชีพ |
|
| |
ผู้สำเร็จการศึกษาจากสาขาวิชาการโฆษณาเมื่อสำเร็จการศึกษาสามารถทำงานในบริษัทตัวแทนโฆษณา บริษัทผู้ผลิตสื่อ โฆษณา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
ชื่อปริญญา
นิเทศศาสตรบัณฑิต
นศ.บ.
Bachelor of Arts (Communication Arts)
B.A. (Communication Arts) |
|
| |
ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร |
|
| |
ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ นอกจากจะมีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและกระจายรายได้ของประเทศแล้วภาพยนต์และวีดิทัศน์ยังมีบทบาทในฐานะสื่อมวลชนที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนสังคมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติและธำรงรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว สาขาวิชาการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ คณะนิเทศศาสตร์ จึงถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อพ.ศ.2535เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถในงานด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์ สามารถนำไปประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพและเปี่ยมไปด้วยความสำนึกทางสังคมซึ่งมีบัณฑิตจบไปแล้วหลายรุ่นอย่างไรก็ตาม จากกระแสการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ตลอดจนความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์มีการเปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าจะเป็นกระบวนการคิดรูปแบบ เนื้อหา ตลอดจนเครื่องมือในการผลิตที่ก้าวไปสู่โลกดิจิตอลและสื่อในการนำเสนอที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นจึงเห็น
ควรที่จะปรับปรุงหลักสูตรสาขาวิชาการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ให้สอดคล้องกับการพัฒนาเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
|
|
| |
แนวทางการประกอบอาชีพ |
|
| |
ผู้สำเร็จการศึกษาจากสาขาวิชาภาพยนตร์เมื่อสำเร็จการศึกษาสามารถทำงานด้านภาพยนตร์ทุกลักษณะ อาทิ ผู้เขียน บทภาพยนตร์ เป็นผู้ถ่ายภาพ และ/หรือ ผู้กำกับภาพยนตร์ (ซึ่งครอบคลุมทั้งภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์บันเทิงและภาพยนตร์โฆษณา) รวมทั้งเป็นบุคลากร ในสายงานของสื่ออื่นๆ เช่น ละครโทรทัศน์ นอกจากนี้ ยังสามารถศึกษาต่อในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องในสถาบันทั้งในและต่าง ประเทศ |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
ชื่อปริญญา
นิเทศศาสตรบัณฑิต
นศ.บ.
Bachelor of Arts (Communication Arts)
B.A. (Communication Arts) |
|
| |
ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร |
|
| |
การเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งของวงการธุรกิจ ประกอบกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับข่าวสารของผู้บริโภค ที่มีมาตรฐานการดำรง ชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม ตามเงื่อนไขทางสังคมและวัฒนธรรมแบบใหม่ อุตสาหกรรมการสื่อสารการตลาดไทยก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ คือ การสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร ( Integrated Marketing Communication หรือ IMC ) นักสื่อสารการตลาดและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในวงการธุรกิจการสื่อสารการตลาดได้สร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ รับผิดชอบต่อจรรยาบรรณวิชาชีพ ครอบคลุมการสื่อสารในรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผลงานด้านการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมส่งเสริมการตลาด กราฟิกดีไซน์และกลยุทธ์การใช้สื่อในรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดที่ทำให้ธุรกิจเติบโต ประชาชน ภาครัฐ องค์กรธุรกิจและสังคมได้รับรู้อย่างต่อเนื่อง ยอมรับ เข้าใจในคุณค่าและความสำคัญของธุรกิจการสื่อสารการตลาดของประเทศ ซึ่งการสร้างสรรค์ ผลงานโฆษณาและงานสื่อสารการตลาดตามแนวคิดที่สด ใหม่สุดขั้ว ( Extremely Fresh) ทำให้สร้างผลงานที่แปลก แหวกแนว ไม่ซ้ำใคร ตอบรับกับความแปลกใหม่ ล้ำสมัยของเทคโนโลยีและช่องทางการตลาดใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
ธุรกิจการสื่อสารการตลาดสร้างสรรค์ผลงานสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการที่ครอบคลุมถึงช่องทางใหม่ๆ ทั้งรูปแบบของสื่อสารมวลชนที่มีค่าใช้จ่ายสูง(Above the line) และสื่อสารมวลชนที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ (Below the line) ที่มีคุณภาพ มาตรฐานระดับประเทศและนานาชาติอย่างหลากหลายทางสื่อต่างๆ ได้แก่ ผลงานโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์ (TV&Print) สื่อโปสเตอร์(Poster) สื่อวิทยุ(Radio) ผลงานด้านสื่อกลางแจ้งและสื่อแวดล้อม (Outdoor & Ambience) ผลงานด้านแผนและกลยุทธ์การใช้สื่อรูปแบบใหม่(Innovative use of media) ผลงานด้านแผนประชาสัมพันธ์และการตลาดประเภทกิจกรรม ( Public Relations & Event Marketing ) ผลงานด้านการออกแบบกราฟฟิก (Packaging & Graphic Design) การออกแบบตราสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ (Corporate &Brand Identity) และผลงานด้านการตลาดทางตรง (Direct Marketing )
ผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตร สาขาวิชาสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ จะมีองค์ความรู้ทั้งวิชาการและวิชาชีพ ที่สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้ ทั้งโดยตรงและการประยุกต์ในบริษัทหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฝ่ายการตลาด ฝ่ายออกแบบ และผลิตงานสื่อสารการตลาดของภาคเอกชนและภาครัฐทุกแห่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสนใจและความสามารถเชิงทักษะวิชาชีพของแต่ละบุคคล หลักสูตรการสื่อสารการตลาดจึงเป็นหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์งานสื่อสารการตลาด ที่มีอยู่อย่างหลากหลายในสังคมยุคปัจจุบัน รวมทั้งยังสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาที่สูงขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในสาขาวิชาสื่อสารการตลาด การตลาด การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิก และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย
|
|
| |
แนวทางการประกอบอาชีพ |
|
| |
ผู้สำเร็จการศึกษาจากสาขาสื่อสารการตลาดผู้ที่สำเร็จการศึกษาสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพในฝ่ายการตลาด ฝ่ายออกแบบและผลิตงานสื่อสารการตลาดของภาคเอกชนและภาครัฐทุกแห่ง รวมทั้งยังสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาที่สูงขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในสาขาวิชา สื่อสารการตลาด การตลาด การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกและสาขาอื่นๆ |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
ชื่อปริญญา
นิเทศศาสตรบัณฑิต
นศ.บ.
Bachelor of Arts (Communication Arts)
B.A. (Communication Arts) |
|
| |
ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร |
|
| |
ในปัจจุบันมัลติมีเดียเป็นเครื่องมือที่สำคัญของการสื่อสารเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์และแผนการสื่อสารมวลชนรูปแบบหนึ่งในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้เครื่องมือสื่อซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการสื่อสารใหม่กับศาสตร์วิชาทางด้านนิเทศศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันสถาบันการศึกษาต่างประเทศได้เปิดหลักสูตรการเรียนการสอน สาขาวิชามัลติมีเดีย อย่างแพร่หลาย
ในยุคสังคมข่าวสารนั้นความเจริญเติบโตและความเคลื่อนไหวของสถานการณ์โลกและสถานการณ์บ้านเมืองดำเนินไปอย่างรวดเร็วฉับไว องค์กรสื่อสารมวลชนจึงจำเป็นต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง ดังนั้นมัลติมีเดียจึงมีความสำคัญอย่างมากกับองค์กรสื่อสารมวลชน การวางแผนเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยกลยุทธ์ทางการสื่อสารด้วยมัลติมีเดียกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญอีกประการที่จะช่วยให้ธุรกิจการสื่อสารมวลชนมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น
มัลติมีเดียมีลักษณะเป็นการผสมผสานเกี่ยวกับความรู้ทางด้านการสื่อสาร และความรู้ทางด้านศิลปะเข้าด้วยกัน (Multi-discipline) โดยนำเสนอผลงานผ่านวิทยาการ ด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งจะต้องมีพื้นฐานความรู้ทางด้านนิเทศศาสตร์ ศิลปะ และเทคโนโลยีเป็นสำคัญ ดังนั้นบุคลากรในสายอาชีพมัลติมีเดียจึงเป็นที่ต้องการสูง โดยการทำงานด้านมัลติมีเดียไม่ใช่ต้องการเพียงกำลังบุคลากรระดับปฏิบัติการเท่านั้น หากจำเป็นต้องอาศัยนักนิเทศศาสตร์ที่มีศักยภาพสูง มีวิสัยทัศน์กว้างไกลสามารถบูรณาการองค์ความรู้ทุกๆ ด้าน มาใช้ประโยชน์ในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้บุคลากรจะเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและทักษะในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ทั้งศาสตร์และศิลป์ทางด้านนิเทศศาสตร์ ตลอดจนการจัดการใช้เครื่องมือทางการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีให้ผสมผสานกันอย่างเหมาะสม เพื่อบรรลุเป้าหมายของการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้ศึกษาสามารถจะประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง และพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าต่อไปในวิชาชีพสาขานี้
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
ชื่อปริญญา
นิเทศศาสตรบัณฑิต
นศ.บ.
Bachelor of Arts (Communication Arts)
B.A. (Communication Arts) |
|
| |
ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร |
|
| |
การละครเป็นศาสตร์ เป็นศิลป์ และเป็นสื่อที่อยู่คู่สังคมมนุษย์มาแต่บรรพกาล และยังคงมีบทบาทในสังคมต่าง ๆ ทั่วโลก การละครได้พัฒนาเข้าสู่สื่อสมัยใหม่โดยยังคงหัวใจสำคัญของการละคร คือ การถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้ของชีวิตมนุษย์ภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกัน นับเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่ทำหน้าที่เป็นภาพสะท้อนแห่งยุคสมัย
มโนภาพเรื่องการละคร (drama) ไม่ใช่ชนิดของสื่อ แต่เป็นองค์ความรู้ที่ปรากฏตัวในหลายพื้นที่ มีบทบาทอยู่ในงานสื่อหลายแขนง เช่น ภาพยนตร์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ฯลฯ โดยมีองค์ความรู้ที่คาบเกี่ยวกับวรรณกรรม ปรัชญา และศิลปะ ละครเกี่ยวข้องกับการศึกษาเรื่องชีวิตมนุษย์โดยตรงดังสำนวนที่ว่า “ดูละครแล้วย้อนดูตัว” ละครจึงเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจมนุษย์และสังคมผ่านการสื่อสารซึ่งเป็นการจำลองเหตุการณ์ขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับสังคมและวัฒนธรรม ด้วยเหตุที่เป็นภาพสะท้อนสังคม ละครจึงเชื่อมโยงถึงปัญหาสังคม ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรม เด็กเร่ร่อน โสเภณี ยาเสพติด ครอบครัว ฯลฯ เพราะละครจะต้องมีพื้นหลังของยุคสมัย ละครจึงคาบเกี่ยวกับประเด็นปรัชญาและจริยธรรม นอกจากนี้ ยังเป็นสื่อการเรียนการสอน การรักษาเยียวยา และอื่น ๆ ในส่วนของการแสดง ละครคาบเกี่ยวกับการเล่น การละเล่น การฝึกฝน การควบคุมร่างกายและจิตใจ ซึ่งนับเป็นการสื่อสารรูปแบบหนึ่งและเป็นงานสายนิเทศศาสตร์ที่จะละเลยการวิเคราะห์การสื่อสารและกลุ่มเป้าหมายไม่ได้
ในฐานะที่ละครเป็น”ชนิดของสื่อ”นั้น “ละครโทรทัศน์” ในปัจจุบันถูกมองว่าเป็นเรื่องบันเทิงเริงรมย์ ขาดคุณค่า กระนั้นความต้องการที่จะเสพละครก็มีอยู่ทุกยุคทุกสมัย เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ปฏิเสธไม่ได้ ส่วน”ละครเวที”ก็ได้แปรทิศทางกลายเป็นที่หลบหนีของผู้ฝักใฝ่ในศิลปะได้นำเสนอภาษาส่วนตัวที่มักไม่สื่อสาร ทำให้ละครเวทีเป็นสื่อที่ทำกันเองดูกันเอง คนดูละครเวทีเป็นพวกเดียวกับคนผลิต ไม่ได้ตอบสนองสังคม ละครเวทีไทยตามประเพณีในฐานะสื่อพื้นบ้าน อย่างเช่น ลิเก ละครร้อง ฯลฯ ก็ขาดช่วงการสานต่อ แต่ความต้องการชมการแสดงในพื้นฐานของพิธีกรรมยังมีอยู่ ซึ่งมีการนำรูปแบบของละครเข้าไปใช้ร่วมในงานเสมอ
โดยองค์ความรู้แล้ว ”การละคร” เป็นทั้งวิชาชีพและวิชาการ บัณฑิตสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้ทั้งโดยตรงและการประยุกต์ หลักสูตรการสื่อสารการแสดง จึงเป็นหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และความรับผิดชอบต่อการสร้างสรรค์งานสื่อสารการแสดงที่มีอยู่อย่างหลากหลายในสังคมยุคปัจจุบัน
|
|