ความคิดเห็น

41

จำนวนแชร์
1

 

 

"จริงเหรอ..ข้อสอบปรนัยทำให้การศึกษาไทยตกต่ำ"

 

หาคำตอบไปพร้อมกับ พี่มิ้งค์ เลย ว่าจริงหรือไม่ ? ข้อสอบปรนัยทำให้การศึกษาไทยตกต่ำ

 

ประธานวิชาคณิตศาสตร์ สอวน.ระบุชัดข้อสอบปรนัยต้นเหตุผลสัมฤทธิ์การศึกษาเด็กไทยตกต่ำ ชี้ครูไทยมุ่งสอนเพื่อไปสอบแข่งขัน มากกว่าสอนให้เด็กมีความรู้ สอบไม่ผ่านก็เลื่อนชั้นได้ เด็กจึงไม่ตั้งใจเรียน

ศ.ดร.ณรงค์ ปั้นนิ่ม อาจารย์สาขาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประธานคณะกรรมการผู้ดูแลวิชาคณิตศาสตร์ มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ และพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน. ) เปิดเผยว่า ข้อมูลที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) นำมาเปิดเผยว่า เด็กไทยได้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยนานาชาติ

 

 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้ง 2 วิชายังต่ำกว่าช่วงปี 2542-2546 ว่าเป็นเรื่องจริง และเป็นปัญหาที่หมักหมมอยู่ในระบบการเรียนการสอนในสังคมไทยมานาน เนื่องมาจากครูไทยใช้ระบบข้อสอบปรนัยมาวัดผลเด็ก เพราะเป็นข้อสอบที่ไม่ได้พัฒนาระบบคิด การใช้เหตุผล ทำลายเด็กไทยอย่างมาก บางคนทำข้อสอบโดยไม่ต้องอ่านคำถามใช้วิธีสุ่มเดาก็สามารถสอบผ่านได้ สังคมการศึกษาไทยบริโภคข้อสอบปรนัยมาตั้งแต่ปี 2516 ถึงตอนนี้เป็นเวลาถึง 35 ปีแล้วที่วงจรข้อสอบปรนัยได้ทำลายเด็กไทย โดยที่ครูไทยยังไม่รู้ตัว

 

 ศ.ดร.ณรงค์ กล่าวว่าที่สำคัญเมื่อมาเรียนในระดับมหาวิทยาลัยมาเจอข้อสอบอัตนัยหรือข้อสอบที่ให้คิดวิเคราะห์จึงมีปัญหา เด็กไทยทุกคนเป็นเด็กที่ทำข้อสอบได้ แต่ไม่มีความรู้ เข้าสู่การทำงานก็ไร้คุณภาพ ทำงานไม่ได้ จะเห็นว่าผลพวงที่ใช้ข้อสอบปรนัยกับเด็กนั้นมันทำลายเด็กอย่างมาก ประเทศที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง จะไม่ใช้ข้อสอบปรนัย


 ศ.ดร.ณรงค์ ระบุด้วยว่าระบบการเรียนที่ไม่ให้มีการซ้ำชั้นนั้นก็ทำลายเด็ก ทำให้ไม่มีความตั้งใจในการเรียน บางคนได้เกรดเฉลี่ย 0 มาซ่อมก็สามารถผ่านไปได้ เด็กจึงไม่มีความตั้งใจในการเรียน เพราะคิดว่าสอบไม่ผ่านก็มาซ่อมได้ ซึ่งแตกต่างจากการเรียนในสมัยก่อนมาก มีการซ้ำชั้นจึงตั้งใจกว่าเด็กปัจจุบันนี้ แม้ว่าจะมีเด็กเก่งไปแข่งขันระดับนานาชาติไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ก็คว้ารางวัลต่างๆ มามากมาย แต่เพียงกลุ่มน้อย ส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่แย่มาก และยังน่าเป็นห่วง

 

 "การที่ สสวท.ตั้งเป้าว่าจะมีแผนพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ให้เด็กไทยมีคะแนนสูงขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า สสวท.ต้องปรับกระบวนการคิด การพัฒนาตำราต่างๆ ให้ครูมีความรู้ มีทักษะ มีวิธีการในการไปสอนคณิตศาสตร์ หากครูยังสอนแบบปรนัย ซึ่งไม่อาจจะวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาได้ เมื่อเด็กต้องไปวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่วัดกันด้วยความรู้ ความเข้าใจ เหตุผลเด็กไทยจึงทำไม่ได้และผลสัมฤทธิ์อยู่ในเกณฑ์ต่ำ”
ศ.ดร.ณรงค์กล่าว

 

 

เป็นความคิดริเริ่มที่ดี ที่พี่มิ้งค์เห็นด้วยมากเลยครับ น้อง ๆ คิดว่าอย่างไรกันบ้าง

credit NEWS : www.komchadluek.net

 

ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Education > เจาะลึกโรงเรียน
ความคิดเห็น

41

จำนวนแชร์
1

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

41 ความคิดเห็น

  1. #1 เหอๆ
    11 ธ.ค. 2551, 15:22 น.
    เห็นด้วยแน่นอนครับ เพือนผมตอนสมัยม.ปลาย ตอนนี้เข้ามหาลัยแล้วบ่นกันเป็นแถว เพราะไม่เคยต้องเขียนแสดงวิธีทำ ปรนัยยังพอเดาได้ แต่เติมคำนี่ต้องมีความรู้จริงๆถึงทำได้
    #1
  2. 11 ธ.ค. 2551, 15:32 น.
    เราชอบทำข้อสอบปรนัยนะคะ

    แต่เห็นด้วยนิดหน่อยที่มันทำให้กรศึกษาไทยตกต่ำ=///=;:

    เพราะมันเดาได้ ถึงไม่ได้อ่านหรืออ่านมาไม่ตรงก็ยังเดาได้

    แต่ถูกหรือไม่ถูกมันก็อีกเรื่องหนึ่ง= =

    แต่เราก็เป็นหนึ่งในคนที่มั่วเอาล่ะค่ะ=///=;:

    เหอะๆ
    #2
  3. ไม่เห็นด้วยเรื่องการศึกษาตกต่ำ เพราะมันตกต่ำมาเป็นชาติแล้ว ไม่ใช่เพราะข้อสอบ แต่เพราะคน ต่างหาก
    #3
  4. #4 เจน
    11 ธ.ค. 2551, 16:18 น.
    เราชอบความคิดเห็นที่สามอ่ะ

    โดนสุดๆๆ 555

    แต่เราก้อเห้งด้วยนะ

    ถ้าไม่รุจิง

    คนที่เรียนก้อไม่มีประสิทธิภาพหรอก

    จบมาก้อแค่ใบหนึ่งใบเท่านั้นแระ
    #4
  5. #5 pert
    11 ธ.ค. 2551, 17:02 น.

    ^
    ก็ตกต่ำจริงๆนะ =_= แค่พิมพ์ภาษาไทยยังไม่ถูกกันเลย

    #5
  6. #6 แฟ้ม
    11 ธ.ค. 2551, 17:09 น.
    คิดว่า ควรปรับปรุงตั้งแต่



    คนที่จะมาสอนเลยครับ



    สมัยก่อน คนเก่งๆ เป็นครู

    สมัยนี้ คนเก่งๆ เป็นหมอ แล้วครูล่ะ



    ควรให้ความสำคัญ กับครูที่สอนตาม รร ให้มากๆ



    แก้ตรงนี้จะดีกว่าไหม
    #6
  7. #7 หรือไม่จริง
    11 ธ.ค. 2551, 17:26 น.
    คิดว่าควรจะเน้นและปรับปรุงที่คุณภาพของครูที่สอนให้ดีก่อนนะ



    ยกตัวอย่าง อย่างครู รร เรางี้อ่ะ บางคนนะแบบว่า เข้ามานั่งอ่านในหนังสือให้ฟังแล้ว สั่งงาน



    แล้วก็ให้ไปส่ง ตรวจว่าส่งหรือไม่ส่งแค่นั้น แล้วก่อนสอบในตาราง ถึงมาเฉลย



    ซึ่งอะไรกันนี่ มาลอกเฉลยวันก่อนสอบไม่ดีกว่าหรอ ?



    และบางคนก็ยังไม่แม่นในเนื้อหาที่สอน



    บางคนก็ยึดเด็กที่เรียนพิเศษกีบตนเปนสำคัญ ในที่เรียนพิเศษ บอกกันใหญ่ เน้นข้อนี้ออกสอบ



    ซึ่งความยุติธรรมอยู่ไหน บางทีอาจจะเด็กที่เรียนพิเศษได้ทำชีทที่จะนำมาสอบเก็บคะแนน(อัตนัย)ในห้อง



    อืม ถูกและ คุณภาพของครูต้องมาก่อน



    ต่อมาก็คุณภาพของเด็ก เด็กแต่ละคนคุณภาพต่างกัน



    ซึ่งสังคมที่อยู่อาศัยสำคัญมาก และยิ่งตอนนี้ ก็ขอบอกว่า น่าจะไปปรับปรุงเรื่องชาติบ้านเมืองก่อนจะดีกว่าไหม



    คุณทรัพย์ของเด็กแต่ละคนก็ต่างกัน ศักยภาพก็ต่างกัน



    จะให้เทียบสิงคโปร์ ซึ่งสิ่งแวดล้อมดีกว่าเรา มันคงจะยาก



    แล้วเวลาไปตรวจคุณภาพ รร คุณไม่คิดหรอว่ามันเตี้ยมกันอ่ะ แน่จริงก็อย่าบอกว่าจะไป



    ไปเลยดิ ผวาแน่ 5555



    และที่มาโทษข้อสอบแบบปรนัยก็ไม่ถูก



    ปรนัยก็มีข้อดีของมัน --ช่วยให้เราฝึกแยกแยะ ฝึกตัดสินใจ และอื่นๆ



    ซึ่งอัตนัย จะเน้นไปทางทำความเจ้าใจ และรู้จริง (แต่ความจริงคือไม่เข้าใจ กูแค่ต้องจำเข้าห้องสอบ)



    สรุปนะ บอกไม่ได้หรอก ว่าข้อสอบแบบนี้ดีแบบนี้ไม่ดี



    ถ้ามันไม่ดี แล้วเค้าจะคิดมาให้ใช้และเลือกที่จะใช้กันทั่วไปแบบนี้หรอ ?



    ไปปรับปรุงคุณภาพของ ครู และสิ่งแวดล้อมของเด็กก่อนเถอะนะ อย่ามาแก้อะไรที่ปลายเหตุ



    เพระมันจะดูดีแค่ชั่วขณะ ,, ถ้ามีแต่ข้อสอบอัตนัยใน ปทท.จริง จิตแพทย์จ๋า เตรียมรวยกันทั่วหน้า 5555
    #7
  8. 11 ธ.ค. 2551, 17:53 น.
    เห็นด้วยค่ะ แต่ว่าก็ไมอยากทำแบบอัตนัย ในวิชาคณิตเลย
    #8
  9. #9 lalalah
    11 ธ.ค. 2551, 18:18 น.
    อัตนัยคณิตง่ายกว่าปรนัยอีก เราชอบโดนช้อยส์หลอกบ่อยๆทั้งที่ตอนแรกอ่ะ คิดถูกแล้วนะ



    พอมาคิดอีกทีเอาช้อยส์ข้ออื่นมาแทนค่า ชักสับสน โดนหลอกทุกทีเลย



    แถมเราเกลียดมากเลย ข้อใดถูก ข้อใดผิด ฉันต้องมานั่งคิดข้อยส์ทุกข้อเลยใช่ไม๊เนี่ย



    อัตนัยส่วนใหญ่มันก็คิดๆๆ ได้คำตอบเมื่อไหร่ตอบโลด
    #9
  10. 11 ธ.ค. 2551, 18:30 น.

    เห็นด้วยกับ คห.ที่9นะ

    เราเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

    โดยส่วนตัวเราชอบข้อสอบแบบอัตนัยมากกว่า

    ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม หลอกให้ตกหลุมพราง

    คิดยังไงก็ตอบไปอย่างนั้น

    #10
  11. 11 ธ.ค. 2551, 19:05 น.

    อย่างน้อย ข้อสอบอัตนัยมันก็ทำให้เราได้คิดได้วิเคราะห์ ส่วนไอข้อสอบปรนัยเนี่ย แหม่...กาข้อ ค. มันทุกข้อยังผ่านได้เลยมั้ง

    บางครั้งตอนเราทำข้อสอบ เราอ่านโจทย์นิดหน่อย พอไม่รู้เรื่อง เราก็ตอบไอศัพท์หรือข้อที่เรารู้ความหมาย แล้วเนี่ย..ก็สอบผ่านมาได้จนทุกวันนี้เนี่ย

    ส่วนเรื่องคุณภาพของครู ก็สำคัญ เพราะครูในปัจจุบัน บางส่วนไม่ได้มีความรู้ในวิชาที่จะมาสอนเลย(เคยเจอครูที่เด็กต้องสอนไหมละ - -*) พอไม่รู้จริงก็มาสอนผิดๆถูกๆ เด็กก็จำผิดๆถูกๆมาเนี่ย แต่ก็มีบ้างนะ ที่เก่งจริงๆ แต่สมัยนี้หายากนะ คนที่มีจิตวิญญาณความเป็นครูจริงๆ (บางคนคิดว่าหน้าที่ของตัวเองคือ การเก็บคะแนน แล้วก็รายงานผลให้ทางรร. ไม่ได้มีความคิดว่าตัวเองต้องให้ความรู้เลยด้วยซ้ำไป) คือ...มันก็คงต้องปรับกันมากเลยละเนอะ แต่ถ้าแก้ได้ ก็คงดีไม่น้อยเลยน้า ^^"

    #11
  12. #12 MaRuKuSaN
    11 ธ.ค. 2551, 19:11 น.
    เราว่า



    มันก้อไม่เสมอไปหรอกนะ



    ครูบางคน ตั้งตัวเลือกหลอกๆไว้ ถ้าคิดไปผิดทาง



    แล้วยังบอกอีกว่า ถ้าใครคิดแล้วไม่ตรงกับตัวเลือกที่มี



    ให้เขียน มาด้วยว่า ตอบ เท่าไหร่



    บางที อัตนัย ครูชอบให้ คิดตามวิธีที่ครู สอนอ่ะ



    เราก้อม่ายค่อบชอบด้วยล่ะ



    ม่ายเหมือนกับ ปรนัย ครู ก้อม่ายเหงเราแสดงวิธีทำ



    อิสระในการคิด เราว่า มันมากกว่า
    #12
  13. #13 นามธรรม
    11 ธ.ค. 2551, 19:29 น.
    นั่นนะสิค่ะ

    ข้อสอบปรนัยตอบไม่ได้ก็เดาได้

    แต่อัตนัยมานก็ยากเกิน

    แหะๆ

    ถ้าจะเปลี่ยนมาสอบแบบอัตนัยหมดก็ได้น่ะค่ะ

    สู้ตายค่ะ (^^)V
    #13
  14. 11 ธ.ค. 2551, 19:41 น.
    ชอบความเหนที่ 7 อ่ะ เน้นแต่ที่เรียนพิเสดอะ ครู ร.ร. เรา สอนข้อสอบทั้งนั้น
    #14
  15. 11 ธ.ค. 2551, 19:57 น.

    เราว่านะ
    มันไม่เกี่ยวหรอก กับเรื่องที่ว่าจะเป็นข้อสอบปรนัยหรืออัตนัย
    มันอยู่ที่ตัวคนศึกษาเองมากกว่า จะมาโทษครูก็ไม่ได้
    ถ้าตัวเราเองตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบแบบไหน
    มันก็ต้องทำได้มั่งแหละ

    (แม้มันจะมีบางส่วนก็เถอะนะ)

    #15
  16. 11 ธ.ค. 2551, 20:19 น.

    ผมว่าจริงครับ จิตคนมันตกต่ำมีส่วนแค่น้อยนิด เพราะว่า จริงๆคนไทยอ่ะเก่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ

    ขอบอกว่าคนสมัยก่อน เก่งสุดๆเรียนก็ยาก จบตรีเหมือนจบมหาด๊อกเตอร์เลย (ในรุ่นที่ยังมี ป.7 ในสมัยนั้น)

    แล้วจบยากด้วย ไม่เก่งจริง ตกไปแล้ว ไม่เหมือนสมัยนี้ กากบาท มั่วๆ ก็ผ่านได้ (เยอะมากในสังคม = =)

    คนสมัยก่อนอัตนัย เขานั่งอ่านหนังสือแล้วอ่านอีก ไม่ผ่าน คือตก! ซ้ำด้วย แต่สมัยนี้ตกหรอ ? ซ่อมสิ

    ซ่อมไม่ผ่านก็คือได้เลื่อนชั้นอยู่ดี แต่ต้องซ่อมของเก่าด้วย...  ยิ่งไปกว่านั้น มีกฎมาว่า "ห้ามตีนักเรียน" (Oh! No~)

    แล้วเมื่อไรคนไทยกระตือรือร้นล่ะครับ ? ไม้เรียวสอนให้คนเป็นผู้นำมาหลายต่อหลายรุ่นแล้ว

    ไม่เกี่ยวกับความรุนแรงเลยสักนิด พานึกถึงเด็กที่เล่นเกมGTAแล้วฆ่าแท๊กซี่เลย ซึ่งมันไม่เกี่ยว

    ถ้าคนมีการศึกษาจริง แล้วก็จิตใต้สำนึก มันเล่นยังไงก็ไม่มีทางฆ่าคนหรอกครับ (ได้ข่าวว่าจริงๆเด็กมันติดยาหนิ)

    ร่วมปกป้องสิทธิ์เกมเมอร์ = = (...ฮ่าๆๆๆๆ)

    #16
  17. #17 มิตามารุ
    11 ธ.ค. 2551, 20:26 น.
    เราว่าข้อสอบแบบอัตนัย ก้อดีนะ ให้แสดงวิธีคิด



    แต่มันจะตรวจยากไง นอกจากจะเติมคำ



    อย่างว่า ข้อสอบแบบปรนัย มันมั่วได้ไง แต่บางทีมันก้อมีหลอกนะ



    ถ้าเป็นข้อสอบอัตนัยสำหรับวิชาคณิตกับวิทย์ เราว่ามันวัดคุณภาพได้ดี เพราะว่าคำตอบมันตายตัวอ่ะ คำตอบมันดิ้นไปไหนไม่ค่อยได้



    แต่ถ้าให้เป็นข้อสอบอัตนัยสำหรับวิชาไทยกับสังคม ก็อย่าเลย วิชาแบบนี้มันคำตอบกว้างอ่ะ

    ยิ่งวิชาสังคม ยิ่งหลายแนวคิดเลย



    แต่ที่เราคิดว่าดีที่สุดนะ ต้องให้ตัวเลือกมา แล้วก็ให้แสดงวิธีทำด้วย สำหรับ คณิตอ่ะ



    เพราะว่าถ้าแสดงวิธีทำอย่างเดียว บางทีมันไปไม่ค่อยตรงทางอ่ะ



    ถ้ามีคำตอบมาให้เลือกด้วย ยังพอจับทางถูก
    #17
  18. #18 เมอริสเต็ม
    11 ธ.ค. 2551, 20:33 น.
    อาจารย์โรงเรียนเราอะ



    ออกข้อสอบเรื่องความน่าจะเป็น



    เราเรียนไม่ค่อยรู้เรื่อง ((เพราะไม่ตั้งใจเรียนนั่นเอง - -))



    แต่เราจำวิธีคิดบางวิธีไง กะว่าจะได้สัก10ข้ออะไรแบบนั้น



    แต่พอคิดได้คำตอบ เราเจอคำตอบที่เราคิดได้ในข้อ ก.



    แต่พอลองคิดอีกวิธี อ่าว เจอคำตอบที่คิดวิธี่ 2 ในข้อ ง. ซะงั้น



    คิดแบบไหนก็มีคำตอบให้ทั้งนั้น -_______-"



    เฉพาะคนที่รู้จริงเท่านั้นถึงจะรู้ว่าอันไหนคือคำตอบที่แท้จริง



    เรานี่อึ้งเลย



    สรุปข้อสอบอันนั้นเรามั่วหมด =[]=



    เกรด 1 ได้ 50 คะแนนเป๊ะ!!!









    เห็นด้วยกับ คห.16



    "มีปัญหาอย่ามาโทษเกม"



    เคยเล่นGTA ตั้งแต่ตอนที่มันยังเป็น 2D ((ป.4))



    จนตอนนี้ ก็ยังโหลดมาเล่น ไม่เห็นจะอยากคว้ามีดไปฟันใคร - -*
    #18
  19. 11 ธ.ค. 2551, 20:42 น.
    หนูจะตั้งใจเรียน
    #19
  20. 11 ธ.ค. 2551, 20:57 น.
    ครูเราบางคน... ให้ชีทแล้วเดินจากไป... กลับมาอีกทีเพื่อมาฟังนักเรียนเฉลย... เมื่อนักเรียนไม่ได้ความรู้...จะเอาปัญญาที่ไหนไปทำชีท?... แล้วครูก็ด่าพวกเรา... พวกเราเป็นนักเรียนต้องเชื่อฟังครู...สรุปพวกเราผิดใช่ไหมคะ?!... อยากให้การศึกษาไทย...หา "ครู" ที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่านี้มาหน่อยได้ไหมคะ?!... ขอบคุณสำหรับบางคนที่อ่านจนจบกับคำบ่นที่พึงบ่นมานานนับ 2 ปี... หวังว่าการศึกษาไทย... จะดีกว่านี้นะคะ...
    #20
  21. #21 มิน
    11 ธ.ค. 2551, 21:08 น.
    เด็กไทยมันขาดจิตสำนึกเรื่องของเรื่อง

    จะช้อยส์ หรือจะอัตนัยมีผล เเต่น้อย ถ้าคิดว่าการกามั่วเเล้วเด็กจะเดาถูก ก้อเพิ่มช้อยดิ

    ให้ออกเเบบอัตนัย คนตรวจคนละคน คะเเนนก้อไม่เท่ากันเเละ

    กว่าผลสอบจะออกก้อต้องรอสอบครั้งใหม่กันพอดี



    บอกเเล้วเรื่องของเรื่องคือทำให้เด็กตั้งใจเรียนไม่ได้

    ร้านกงร้านเกมอะ มีไว้ทำไม เอาออกไปซะ มามัวมอมมัวเด็กอยู่ได้

    มีเเต่พวกหัวเกรียน เหนเเล้วรำคาน

    อีกอย่างผู้ใหญ่อะควรจะทำความเข้าใจเด็กด้วย ว่าอะไรเปนสาเหตุให้การเรียนเด็กไม่สัมริดผล

    เอะอะ ก้อเอาเเต่ตัวเองถูก อย่าลืมเดะ เด็กวันนึงเรียนกี่วิชา ตัวเองสอนเเค่วิชาเดว

    เรียนมาเเล้ว รู้มาเเล้ว เเล้วมาสอนมันก้อง่าย ไอคนที่ยังไม่รู้เเล้วจะทำไงให้รุอะ หัดเข้าใจมั่ง

    บางคนก้อเอาเเต่เข้ามาบ่นๆ จ้างมาให้สอนไม่ใช่มาให้บ่น บางคนเเผนการสอนก้อไม่เตรียม

    ผู้อำนวยการก้อเอาเเต่คอรับชั่น อย่าว่าเเต่อดีตนา .... เลย เเค่ยศเล็กๆก้อกินกันชิบหายเเล้ว

    พอกระทรวงจะมาตรวจคุณภาพทีก้อโรยผักชีกันทั้งโรงเรียน

    ผู้ใหญ่ยังทำตัวให้ดีไม่ได้ เเล้วชอบมาพูดว่าเด็กไทย ...

    เด็กไทยเปนอย่างงี้ก้อเพราะใคร ไม่ใช่เพราะผู้ใหญ่ไทยหรอกหรอ

    เด็กสอบตกหรอ อะ ไอคัดบทนี้ๆมา เเล้วมันจะช่วยให้มีความรู้เพิ่มมขึ้นหรอ คำว่าให้ซ่อมก้อคือให้โอกาสใหม่

    ไม่ใช่ทำให้ข้อสอบมันง่ายขึ้น

    กวดวิชาก้อเปิดกันเข้าไป ไม่เรียนก้อไม่ได้ การเเข่งขันมันมี คนอื่นเข้าเรียน เราไม่เรียนก้อเเพ้ดิ

    อีกอย่างน่าจะพิจารณาตัวเองมั่งครูที่ รร อะ ว่าตัวเองสอนดีเเล้วรึยัง

    ไม่ใช่อะไรก้อเอาเเต่ประชดกวดวิชา เรียนเยอะนะ ไม่ใช่เรียนวิชาเดว จะได้ไปอ่านเอาเองหลายๆรอบ

    หัดเข้าใจเด็กมั่งดิ

    เออ เข้าเเถวตอนเช้าก้อเหมือนกัน ร้องเพลงเคารพธงชาติอะ รักชาติกันขึ้นบ้างมั้ย เอาเเต่ยืนคุยกัน ถ้าไม่รัก รร ก้อเลิกเหอะเข้าเเถวอะ

    อะไรที่ไม่เข้าท่าก้อหัดเปี่ยนสะมั่ง
    #21
  22. 11 ธ.ค. 2551, 21:16 น.
    เห็นด้วยอย่างแรงนะ

    ตอนม ปลายเราก็มีอัตนัยกันแต่น้อยนิดเหลือเกิน


    พอขึ้นมหาลัยมา


    เราเลยแย่เลย


    เขียนทั้งนั้น


    กว่าจะปรับตัวได้นะ


    ควรพัฒนาด่วน
    #22
  23. 11 ธ.ค. 2551, 21:16 น.
    จริงค่ะ ^^
    ปรนัย เด็กมันก็เอาแต่เดา ตัดช้อยส์
    ไม่อ่านมาก็ทำข้อสอบมั่วๆ ไปพอได้

    แต่การสอบปรนัย ต้องอ่านหนังสือและทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้จริงๆ
    แล้วการอ่านอย่างเข้าใจนั้นมันจะทำให้ทำข้อสอบได้อย่างเคลียร์เลย
    แถมความรู้ติดหัวด้วย

    (เพิ่งผ่านการสอบอัตนัยแสนโหดมาค่ะ 55 เราว่าวิธีนี้ได้ผลนะ อืมมม ม)
    #23
  24. 11 ธ.ค. 2551, 21:18 น.

    ความคิดเรานะ เราทำได้ทั้ง2อย่างเเหล่ะ มีแบบไหนมาก็ต้องทำให้ได้  มีครั้งนึงที่เราทำข้อสอบอัตนัย เเล้วเรื่องที่เอามาสอบนั้นเราไม่ค่อยรู้เรื่อง มันก็เหมือนกดดัน ให้เราต้องทำให้ได้ ไม่งั้นไม่ผ่าน!! ตั้งแต่ทำข้อสอบอัตนัยชุดนั้น เราเข้าใจเเบบแม่นเลยทันที รุสึกขอบคุณมากๆเลยล่ะ~

    #24
  25. 11 ธ.ค. 2551, 21:48 น.
    อืม... -_- (ทำไมเครียดกันจังฟะ ?)

    ที่เด็กทำประนัยแล้วตกต่ำลง...อันนี้คงไม่ต้องโทษใครเลยล่ะมั้ง...

    มัวแต่หาคนรับผิดชอบอยู่นั่นแหละ...

    แล้วการศึกษาของไทยนะคะ... แหม ไปเลียนแบบเมืองนอกกันยกใหญ่

    แล้วระบบสอบจะเอายังไงกันแน่ เอนทรานซ์ O-net A-net มา GAT-PAT อีกละ

    โอเค เห็นด้วยว่าปรนัยมันมั่วได้...แล้วไงคะ ?

    ถ้าอาจารย์สอนเข้าใจ นักเรียนรู้เรื่อง ชั่วโมงการสอนพอเหมาะไม่มาก ไม่น้อย

    ไม่เคร่งเครียดเกินไป นักเรียนก็เข้าใจเรียนรู้เรื่องทำข้อสอบอะไรก็ได้

    อันนี้อาจารย์สอนอย่างนึง ข้อสอบออกอีกอย่าง...โหย อยากหาที่ระบายจริงๆแบบนี้

    อืม...หรือเพราะเราสมองช้า ปัญญานิ่ม ?? อาจารย์สอนแล้วเราไม่เข้าใจ

    อัตนัยทำออกมาได้ห่วยแตกกันแน่ ?

    หรือเพราะการสอนของอาจารย์ไม่ถูกหลัก... ??? โอเค๊...หาคำตอบกันต่อไป

    เหอะๆ...ข้อสอบปรนัยทำให้การศึกษาไทยตกต่ำลง ??

    คุณๆผู้เป็นศาสตราจารย์แกจำสมัยเรียนกันมิได้แล้วหรือ ??

    อัตนัยกว่าจะตอบเสร็จแต่ละจ้อกินเวลาไป...น๊านนานนนนนน
    #25
  26. 11 ธ.ค. 2551, 21:49 น.
    สอบปรนัยแบบ 8 ตัวเลือกดิ แบบ ก.__ ข.__ ค.__ ง. ก. ข. ถูก จ. ข. ค. ถูก ฉ. ก. ค. ถูก ช. ก. ข. ค. ถูก ซ. ผิดทุกข้อ ประมาณนี้อ่า โหดดดด เดายากกกกก ถ้าเป็นทฤษฎี ><
    #26
  27. 11 ธ.ค. 2551, 22:48 น.
    มีนตกต่ำลงไม่ใช่เพราะข้อสอบหรอก  ตั้งแต่ครูผู้สอนเลย

    ข้อสอบปรนัยไม่ใช่ไม่ดีนะ   หากคนออกข้อสอบเป็น มันก็ใช้วัดไหวพริบ  และบางทีก็ให้ตัวเลือกมากหลอกๆสับสนไปเลย

    อัตนัยใช่ว่าไม่มีจุดด้อย  บางข้อสอบแค่เขียนเยอะๆ ครอบคลุมมันทุกเรื่อง ทั้งที่ความจริงอาจไม่รู้จริงด้วยซ้ำ

    มันก็มีข้อดีและเสียทั้งสองฝ่าย

    ครูหลายคนชอบแจกชีทแจกสูตร ไม่กล่าวถึงที่มาเลย แล้วลุยแมลัง  ขอเหอะ ตุยังไม่ทำกล่าวคำทักทายเนื้อหาในชีทก็มี หรือไม่ก็เปิดหนังสือๆอ่านๆ สอนกระดาน   และยิ่งการศึกษาเดี๋ยวนี้ยิ่งเร่งให้เด็กเรียนจบใน5เทอม  อยากจะบอกจริงๆว่าจบมาก็ไม่มีคุณภาพหรอก ต้องเรียนเร่งๆ  บางเรื่องสอนจบไปแล้วแต่เด็กยังไม่รู้ชื่อเรื่องเลย

    ซ้ำร้ายกว่านั้นครูหลายคนยังเป็นคนที่อีโก้สูงมาก  ผิดพลาด หรือ มีข้อบกพร่อง หากนักเรียนแย้งจะไม่ค่อยรับกันว่าตัวเองผิด      ขอบ่นหน่อย

    อย่างครูฟิสิกส์คนหนึ่งของเราเพิ่งเข้ามาใหม่ ไม่รู้ไม่ชินกับการสอนม.ปลายหรืออย่างไร(ถ้าจำไม่ผิดแกเคยเล่าว่าเคยสอนมหาลัย) เข้ามาในห้องเริ่มเจ๊แกแจกชีทแล้วก็พล่ามๆ "3รอบในเวลา1.5วินาที      2ไพน์คูณสามคูหารที ไหน ทีเท่ากับเท่าไร ที่3ส่วน5    ลองแทนค่าเปลี่ยนทีเป็นเอฟซิ..  (ทั้งห้องเงียบ)  ...ถ้าเป็นเอฟก็จะเป็น @#@$^  คำตอบเป็นXXX แรดต่อวินาที"    หน้าทุกคนเป็น "?"     แต่คุณเธอยังไม่รู้ตัว     อืม  พล่ามไปเหอะเจ๊  พอดีว่า ยังไม่รู้เลยค่ะว่าเจ้า2ไพน์มาจากไหน  หรือกระทั่ง ที เอฟ rad      ไอเราเรียนจากที่เรียนพิเศษมาแล้วมันก็ไม่เป็นไรเข้าใจและรู้จักแล้ว แต่เพื่อนคนอื่นๆส่วนใหญ่ยังไม่ได้เรียน และทุกคนก็ฟังอาจารย์ไม่เข้าใจด้วย   เราเลยใจกล้า ยกมือ อาจารย์ขาไม่รู้เรื่องเลยค่ะ หนูไม่เข้าใจกระทั่งว่าโอเมก้าคืออะไรหรืออะไรคือ2ไพน์ด้วยซ้ำคะ ทีกับเอฟคืออะไรก็ไม่รู้จัก(ถึงจะรู้อยู่แล้ว แต่ทำเป็นกล่าวถึงเพื่อเตือนแกทางอ้อมว่ายังไม่ได้แนะนำตัวผู้เล่นในสูตรให้ตูเลยนะ)     คุณเธอถามกลับค่ะ 'เธอมีสับสนทางอารมณ์ส่วนตัวหรือเปล่า(น้ำส่วน สีหน้า คำพูด แปลได้ว่า เธอมีปัญหาหรืออคติอะไรกับชั้นหรอ)  ที่เธอไม่เข้าใจเพราะเธอไม่เปิดหน้าที่ครูกำลังพูดถึง พลิกไปพลิกมา(คือเราเรียนจากที่เรียนมาแล้วเลยทำล่วงหน้าไปก่อน ขี้เกียจฟังอะไรมั่วๆให้มันไปตีกัน แต่ที่แย้งคือแย้งให้ครูแกช้าลงให้เพื่อนตามทัน)'        คือก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์งี้หลายครั้งแล้ว  แต่แกก็ยังเป็น และแย้งอีกกี่ครั้ง แกจะไม่โทษตัวเองสักครั้งว่าตัวเองบกพร่องตรงไหนหรือเปล่า  
    #27
  28. 11 ธ.ค. 2551, 22:48 น.

    ดิฉันก็ไม่ได้อยากจะเทียบว่าครูที่เรียนพิเศษที่ฉันเรียนอยู่เลิศเลอสอนเด็กเข้าใจจากพื้นฐานอย่างไรและครูโรงเรียนส่วนใหญ่สอนมั่วอย่างไร เพราะคิดว่าครูย่อมมีความตั้งใจสอนเกือบทุกคนอยุ่แล้ว แต่อย่างหนึ่งที่ดิฉันสังเกตเห็นว่าครูที่สอนเก่งสอนดีเขาเปิดรับฟังเด็กและรับข้อโต้แย้ง ไม่ใช่กล่าวปัดและไม่ยอมรับไปปรับปรุง

    ไม่เข้าใจว่ามีมาตรฐานอะไรมาวัดครูที่จะมาสอนหรือเปล่า        ก็เข้าใจนะว่าครูโรงเรียนเงินมันไม่ดีงานมันหนัก ครูไม่พอมีคนว่างก็จับส่งๆมา  ก่อนจะพัฒนานักเรียน ไปพัฒนาแม่พิมพ์ของชาติทั้งหลายดีกว่า   ครูดีเดี๋ยวเด็กเห็น ระลึกได้ คิดเป็น ได้รับการสั่งสอน อุดมการณ์ แนวความคิดลักษณะนิสัย ก็ซึมซับและดีตามเอง

    สังเกตว่าสมัยก่อนครูและนักเรียนมีความผูกพันธ์กันมาก รักเคารพก็มาจากใจ ลับหลังหรือต่อหน้าก็ให้เกียรติ

    แต่เดี๋ยวนี้ คนที่นักเรียนรู้สึกอย่างนี้ด้วย มีน้อยเหลือเกิน
       หลายคนก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเรือจ้างอย่างในเพลง เหมือนไม่ได้มาจากจิตวิญญาณความเป็นครู  

      อย่างที่ฉันกล่าวถึงครูฟิสิกส์ที่ว่านี่ก็ไม่ได้รู้สึกรักและเคารพอะไรเลยทั้งที่อยากทำอยู่นะ แต่ก็ทำไม่ลง ไม่ใช่เพียงครูคนนี้หรอก อีกหลายคนเลยล่ะ เวลาพูดจะรู้สึกหดหู่หรือพูดกันถึงคนนั้นก็จะออกแนวนินทาและบ่นกันในแง่ลบมากกว่า              ในขณะที่ครูบางท่านเวลาที่พูดถึงจะมีความเคารพรักอยู่ในทีโดยไม่ต้องแสร้ง เวลาคุยกับเพื่อนถึงครูคนนี้ก็อาจจะแซวแกบ้างแต่ก็ด้วยความผูกพันธ์อยุ่ดี เวลาคุยก็พูดกันด้วยความรู้สึกในแง่บวก คนที่ทำให้ฉันอยากเรียน อยากสู้กับความเหนื่อยในวันนี้  หรือบางครั้งรู้สึกอยากเป็นครูที่มีอุดมการณ์เพื่อนักเรียนอย่างครูเหล่านี้เลยก็มี  

    อ้อ ขอแย้งนะที่ว่าเด็กมันจะดีก็ดีได้เอง ไม่ต้องโทษครู       พอดีดิฉันมาเรียนน่ะค่ะ  ไม่ใช่มาฟังคนอ่านหนังสือเรียนให้ฟังหรือพาลุยโจทย์ทั้งที่สมองกลวงเปล่า   ไม่อยากนั้นอยู่บ้านอ่านเองไม่ดีกว่าเหรอ       ส่วนตัวไม่ใช่คนขยันอยากศึกษาอะไรล่วงหน้าที่รู้ว่าอ่านเองก็ไม่เข้าใจ และก็โง่ด้วย ก็พยายามเก็บเกี่ยวตอนนั่งเรียนให้มันรู้เรียนนี่ล่ะ ถ้าคนสอนไม่ดีดิฉันก็คงเข้าใจถ่องแท้ยาก(หากไม่มีความขยันระดับเทพล่ะนะ)ซึ่งต้องยอมรับว่าเด็กเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์สมัยนี้ ถ้ามันไม่รู้เรื่อง ไม่มีคนกระตุ้น ก็เลิกสนใจมันซะเลยเพราะสิ่งยั่วยุอื่นๆที่มันน่าสนใจกว่านี้มีอีกเยอะ! นี่อีกเหตุหนึ่งว่าทำไมเด็กถึงไม่สนใจการเรียน และดิฉันคนหนึ่งที่พยายามอย่างยิ่งไม่ให้ตัวเองไปทางสายนั้น         ขอกล่าวอย่างเห็นแก่ตัว แต่ตามสภาพจริงหน่อยนะคะ ครูที่ดีต้องถ่ายทอดความรู้ ความผิดพลาด ทำเข้าใจและกระตุ้นนักเรียนด้วย   ครูดีก็เหมือนพ่อแม่คนที่สองที่จะประคับประคองเด็กไปให้ถึงฝั่ง หากบอกว่าเด็กต้องพยายามด้วยตัวเองงั้นจะมีครูมาทำไม
     
    ความเห็นส่วนตัวนะคะ เพราะเราเองก็ยอมรับว่ายังมีมุมมองเด็กๆอยู่  แต่หากอยากเข้าใจก็ควรจะศึกษาจากมุมมองเด็กบ้างนะคะ  ไม่ใช่ทึกทักเอาเองทั้งที่แก่เหงือกแล้วลืมความรู้สึกเด็กๆไป
    #28
  29. #29 โฮมาระ
    11 ธ.ค. 2551, 22:54 น.
    ข้อสอบปรนัยก็ดีนะ แค่ควรกำหนดว่าต้องทำให้ได้เกิน 70% ขึ้นไป อะไรประมาณนั้นอะ



    สังคมกับภาษาไทย มันง่ายนะ แต่ที่ รร เราคนได้เกรด 4 สองวิชานี้น้อยมากอะ

    ออกวิเคราะห์ได้น่ากลัวมาก

    ไทยงี้คนได้ 7 8 9 10 11 เต็ม 20 กันเกลื่อนเลย

    มันขึ้นอยู่กับ มาตรฐานข้อสอบด้วยแหละ



    เลขอะ เราว่าปรนัยยากกว่าอัตนัยอะ

    ชอบออกแบบว่า คำตอบของโจทย์นี้เป็นสับเซตของเซตใดต่อไปนี้ ไรเงี้ยอ่า

    ผลรวมของคำตอบทั้งหมดคือ..

    X+Y คืออาไร้

    บางคนก็ลืม ลบ

    เอ๊ มีช้อยส์ +1 กับ -1 อีกกกก ชั้นคำนวนถูกแน่นะ..

    ทำไมมีหลายคำตอบว่ะะะะะะ

    ตอนแรกได้ข้อนี้ พอกลับมาทำใหม่ ได้อีกข้อ อืม ชั่งใจก่อนกามั่ว
    #29
  30. #30 โฮมาระ
    11 ธ.ค. 2551, 23:03 น.
    เออ จริง ปรนัยแบบ หลายข้อนี่ ยากมากกก ถ้ารู้จักออก

    มีช้อย 15 ข้อให้เติม 10 ข้อ

    วิชาภาษาอังกฤษ มันเป็นแบบเติมคำด้วย

    บาง รรคงไม่มีสอบยังงี้ คงไม่เข้าใจความรู้สึกแบบนี้

    โหดชนิดใครที่เคยเจอมา คงร้องจ๊ากกกกกก

    ตอนเจอนี่ ได้ยินเสียงเป๊าะ ในหัวเลย สมองตื้อ

    รร เราใจร้ายมาก

    เป็นคำนามหมดเลยยยยยยยย

    เตรียมตัวทำใจทิ้งคะแนนชุดนี้ได้เลย เหอะๆๆๆ



    แล้วตอนหลังๆ นี่ เืพื่อนๆก็วิ่งไปเถียงอาจารย์ ว่า ข้อนี้ก็เติมคำนี้ได้นะค่ะะะะ

    ข้อโน้น ข้อนี้ แต่อาจารย์ก็ไม่หยวนให้

    ไม่เสียใจ

    ไร้ความสามารถเอง...555+



    รร เรา อาจารย์สอนแบบโปรดฟังๆๆค่ะ

    อจารย์บางคนก็สอนเก่งมาก..จนแทบหลับเลยละ คือ อาจารย์แกฟิตเกินไปค่ะ -_-"
    #30
  31. แต่เราว่าปรนัยมาตรฐานกว่าอัตนัยอีก เพราะเวลาตรวจข้อสอบก็ต้องใช้คนตรวจหลายคน แล้วแต่ละคนมาตรฐานผิดถูกไม่เหมือนกัน ฉะนั้นคะแนนจึงออกมาไม่ได้มาตรฐานเดียวกัน
    คือที่โรงเรียนเราเป็นข้อสอบอัตนัยน่ะเมื่อเทอมที่แล้ว ตอนแรกยังสงสัียว่าเคมีมีคิดเลขอยู่หรอ แต่ที่ไหนได้มันคือกระดาษคำตอบที่มีเพียงแค่หัวกระดาษไว้เขียนชื่อและเนื้อที่ว่างเปล่าสำหรับเขียนคำตอบ เราก็สาธยายเลยทีนี้ ใช้เนื้อที่ในการตอบข้อแรก1หน้าเต็มๆ พอคะแนนออกมาเพื่อนเราเรียนกับอาจารย์อีกคนคนซึ่งอาจารย์ต้่องตรวจข้อสอบห้องที่สอนเอง ผ่านเกือบหมดห้องแต่ห้องเราผ่านแค่6คนทั้งๆที่เป็นห้องคิงเหมือนกัน
    #31
  32. #32 เหอๆๆ
    12 ธ.ค. 2551, 01:35 น.
    จริงยิ่งกว่าจริงคะ
    #32
  33. 12 ธ.ค. 2551, 04:05 น.
    โหะๆๆ พอเรียนในมหาวิทยาลัย ข้อสอบอัตนัย...ง่ายกว่า จะเขียนอะไรก็ได้ ทำไม่เป็นก็เขียนขอความเมตา ^^ ข้อสอบปรนัย...ข้อละ 1 คะแนน ตอบผิดติดลบ 1 แล้วแต่ละข้อก็ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ ถ้าตอบไม่ครบก็จะได้คะแนนที่หารจากจำนวนช้อย แต่ตอบผิด ก็ติดลบอยู่ดี คุณเคยสอบได้คะแนนติดลบกันรึเปล่า??
    #33
  34. ถ้าตามโรงเรียนมัธยมส่วนใหญ่นะ

    ถ้าออกข้อสอบเป็นอัตนัย ขอเวลาเพิ่มทีเถอะ
    ทำไม่ทันจริงๆ เคยส่งข้อสอบทั้งๆที่ทำไม่เสร็จด้วยอ่ะ
    แต่สำหรับเราแล้วข้อสอบแบบอัตนัยง่ายกว่าในความรู้สึกอ่ะ
    เคยรูสึกกันมั่งไหมว่าเวลามีช้อยด์ให้เลือก แล้วมันเลือกไม่ถูกอ่ะ

    เราเป็นบ่อยโดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ เพราะบางทีดูๆไป เฮ้ยมันตอบได้หลายคำตอบไรงี้
    แล้วบางวิชาอาจารย์ก็ไม่สนใจนักเรียนนะ
    คือ เดินเข้ามา แจกชีท แจกใบงาน พอหมดชั่วโมงเก็บ 

    อยากรูว่าการศึกษาไทยเดี๋ยวนี้ให้นักเรียนเรียนกับชีทกับใบงานแล้วหรอ
    แล้วจะมีครูไว้ทำไม
    สอนก็ไม่ บางคนแจกใบงานเสร็จ ก็เดินไปซื้อม่ะม่วงมานั่งกิน - -"
    นั่งคุยโทรศัพมั่ง เดินไม่เมาท์กับห้องข้างๆมั่ง

    ในเมื่อตัวอย่างมันเป็นซะแบบนี้ แล้วจะมาว่ามาโทษเด็กไทยทำไม
    ที่เด็กไทยโง่อยู่ทุกวันนี้ก็เพราะมีครูแบบนี้ไง
    #35
  35. #36 TTแว
    12 ธ.ค. 2551, 16:31 น.
    เราว่ามีปรนัย ดีเหมือนกัน



    ข้อสอบอัตนัยหมดก็เครียด นา



    เราเคยสอบทีนึง ตอนนั้นไม่ตั้งใจเรียน



    ทำข้อสอบปรนัยคณิตศาสตร์ 100 ข้อ ได้ 2 ข้อ 2คะแนน





    ตาย แล้วๆๆๆ T T
    #36
  36. 12 ธ.ค. 2551, 17:14 น.

    ทำไมโรงเรียนเรามันอัตนัยเยอะจังว่ะ ขนาดภาษาไมยสังคมยังเป็นอัตนัยเลยอ่ะ

    #37
  37. 17 ธ.ค. 2551, 20:01 น.

    อาจจะถูกสำหรับบางคนนะ แต่เราประเภททำถูกอย่างเดียวทำผิดไม่เป็น
     (ตัวเองไม่มีดวงเดาถูก เดาทีไรผิดทุกที)

    #38
  38. 22 ธ.ค. 2551, 14:21 น.
    เราคิดว่า ข้อสอบมันไม่ใช่ประเด็นอ่ะ คือ . วิชาที่เรียนมันยากเกินนนนน.. ที่ได้วิทย์กะคณิตตกต่ำก้อเพราะ มันยาก : ( แล้วเรียนมาก็เหมือนไม่ได้ใช่อะไรเลยซักนิด เช่น พวกเรื่องจำนวนจริง เชิงซ้อน เอาไปทำอะไรคะ ? มันอาจจะเอาไปใช้ได้บ้างแต่ใช่ไม่หมด อาจารย์คนเดียวสอนเรื่องละเอียดพวกนี้ไม่ทั่งถึงหรอก ประเทศอื่นๆเค้าสอนวิชาวิทยาศาสจร์เพื่อชีวิตประจำวัน มันก้อเอาไปประยุกต์กะชีวิตจริงได้ แต่ไทย ... เรื่อง ลอก คาน โมเมน บลาๆๆ มันไม่ได้เอาไปใช้อ่ะ -___________-" ปล.เก็บกดสอบวันพรุ่งนี้แล้ว
    #39
  39. #40 ดรีม
    16 พ.ค. 2552, 21:13 น.
    อืม ม

    เราเหนด้วย

    ปรนัยแบบ ถ้าไม่รุ้ก้มั่วได้ สุ่มได้



    แต่ถ้าอัตนัยต้องมีความรู้ ๆ จิง ๆ

    ไม่งั้นได้ 0 ชัวว์

    แบบมั่วก้ไม่ได้ สุ่มก้ไม่ได้ ใช้ดวงก้ไม่ได้



    เส้าสุด ๆ TT
    #40
  40. 24 พ.ค. 2552, 06:37 น.
    แต่ที่โรงเรียนเรามีแต่อัตนัยอ่ะ ตอนสอบปลายภาค มานั่งเขียนอธิบายแสดงความคิดเห็นแบบอิงหลักความจริง สี่ข้อมืองิกกันไป...เพราะว่าเวลานั่งนึกกันได้แทบจะเป็นลมคาโต๊ะ แค่เนื้อหาก็ปาไปสองสาม บรรทัดแล้ว T^T (หมายเหตุว่าแค่ม.ต้น ไม่อยากคิดถึงม.ปลาย ชีวิตมันดูมืดมมน)
    #41
  41. #42 b i t t 3 R z w 3 3 t . . *
    30 มิ.ย. 2552, 20:49 น.
    เด่ว นี้ เน้น เรียน พิ เสด กัน อย่าง เดียว เลย



    ที่ รร. ไป เพื่อ ให้ ได้ เกรด ไม่ ขาด เรียน

    งง กะ สังคม เด่ว นี้ อ่ะ ><??



    มัน เกิด อะ ไร ขึ้น น้ะ *



    ว้า กกกกกกกกก !! สับ สน " . .
    #42

แสดงความคิดเห็น

อยากจะชวนเธอไปท่องอวกาศ, ไปกันยังไงดี? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .