ความคิดเห็น

72

จำนวนแชร์
50
 ติดนิสัย!  อ่านไป ฟังไป จะรู้เรื่องไหม?



ติดนิสัย! อ่านไป ฟังไป จะรู้เรื่องไหม? 
  คราวนี้แล้วโน้น พี่เกียรติเล่าเรื่องสิ่งที่กวนสมาธิ ให้จดจำอะไรไม่ได้ และบอกด้วยว่าควรหาที่สงบเพื่ออ่านทบทวนหนังสือในบทความ ชื่อ "แปลกใจ!! ทำไมจำอะไรไม่ได้สักที" ใช่ไหมคะ แต่พี่ก็เชื่อว่าต้องมีน้องๆ หลายคนที่ติดฟังเพลงไป อ่านหนังสือไปด้วยเหมือนกัน แล้วมันผิดไหม จะรบกวนสมาธิเราหรือเปล่า 

       อันที่จริงแล้วต่อให้ไม่สงบนัก มีเสียงโทรทัศน์ วิทยุ เสียงคนข้างบ้านทะเลาะกันเป็นประจำ เข้าหูเราเวลาอ่านหนังสือ ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า background noise คือ เจ้าเสียงรอบตัวเราที่เรารับรู้(และอาจรบกวน)เวลาเราทำอะไรสักอย่าง แต่เราก็ยังมีสมาธิ และเสียงเหล่านั้นก็ไม่รบกวนเรา    นั่นก็เพราะสมองของเราสามารถเลือกรับเฉพาะสิ่งที่มีความสำคัญต่อเราเท่านั้น แต่บางทีคนเราก็จัดการสภาพแวดล้อมเหล่านั้นไม่ได้ หรือจัดการสภาพสมาธิของตนเองไม่ได้ ดังนั้น ก็ควรป้องกันตนเองจากความไม่สงบเหล่านั้นให้เด็ดขาดไปเลยดีกว่า แต่ก็มีบ้าง...ในบางคน ที่เงียบไปก็อ่านอะไรไม่เข้าใจเลย ต้องหาอะไรมากระตุ้น ซึ่งก็คือประเด็นที่จะบอกเล่าน้องๆ ชาว Dek-D.com ในวันนี้แหละค่ะ



    พี่เกียรติไปเจอหนังสือน่าสนใจเล่มหนึ่ง ชื่อเรื่องว่า ฟังเสียงหัวใจ เรียนอะไรที่ใช่เรา แล้วก็เลยตามไปที่เว็บของผู้เขียนคนเก่ง ชื่อ ครูม่อน เก่งขนาดเรียนแพทย์และไปจบจากฮาร์วาร์ดด้านสมองและการศึกษาเลยนะ  ครูม่อนได้เขียนบทความเกี่ยวกับการอ่านหนังสือไว้ว่า เขาต้องอ่านหนังสือไปพร้อมกับเปิดเพลงเบาๆ คลอไปด้วย พร้อมกับข้อแนะนำสำคัญที่ยืนยันว่าเปิดเพลงฟังหรือหาสิ่งกระตุ้นขณะทำงานหรืออ่านหนังสือก็ช่วยให้เราจดจำได้ดีขึ้น

 อ้างถึงจาก : เว็บครูม่อน
"...ม่อนเองเคยรู้สึกแย่เวลาที่ฟังเพลงไปด้วยอ่านหนังสือไปด้วย จะพยายามไม่ฟังอะไร พยายามอ่านแบบเงียบๆ แต่พอได้ฟังอาจารย์พูดให้ฉุกคิดก็ลองทำดู ลองคิดว่า ถ้าอะไรช่วยให้เราอ่านหนังสือได้นานขึ้นก็ไม่น่าจะผิด  ปรากฏว่า ได้ผลดีมากๆเลยค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าพอฟังเพลงไปด้วย อ่านหนังสือได้เป็นชั่วโมงๆ แถมอ่านรู้เรื่องดีด้วย หรือแม้กระทั่งฟังเพลงไปด้วย เขียนรายงานไปด้วย ก็ยังทำให้สมองแล่นดี

แต่มีข้อแม้อยู่บ้างนะคะ ในการใช้วิธีนี้  เพราะสมองคนเราจะให้ความสนใจกับสิ่งใหม่ๆ ฉะนั้นถ้าเราเอาเพลงใหม่ๆหรือหนังใหม่ๆมาเปิดจะใช้ไม่ได้ผลค่ะ เราจะหันไปสนใจกับเพลงหรือหนังนั้นแทน ก็เราไม่เคยดูไม่เคยฟัง มันก็ต้องน่าสนใจกว่าหนังสือเรียนอยู่แล้วใช่ไหมคะ  และสิ่งที่จะเอามาเป็นbackground noiseก็ไม่ควรเป็นสิ่งกระตุ้นที่ไม่พึงปรารถนา เช่น เพลงอกหัก ก็ไม่ค่อยดีหรอกค่ะ เพราะเราจะนำมันไปเชื่อมกับการอ่านหนังสือ ทำให้รู้สึกว่าการอ่านหนังสือเป็นเรื่องเศร้าไปซะ"

















   นอกจากนี้ ครูม่อนยังเล่าถึงเรื่องงานวิจัยทางสมองและจิตวิทยาพบว่า การมีสมาธิดี จะอยู่ในช่วงที่สมองไม่ตื่นตัวและไม่เฉื่อยมากเกินไป หรืออยู่ในช่วง Focus zone ตามภาพ

ติดนิสัย! อ่านไป ฟังไป จะรู้เรื่องไหม?

แต่บางครั้งสมองเราก็อยู่ในช่วงเฉื่อยหรือช่วง underpowered คือ สมองไม่ตื่นตัว ก็ควรจะกระตุ้นสมองก่อนอ่านหนังสือหรือทำอะไรที่ต้องใช้ความตั้งใจ เช่น ฟังเพลงที่เราชอบคลอไปด้วย แต่ถ้าสมองอยู่ในช่วง overdrive เช่น กำลังตาลีตาเหลือก ตื่นตระหนก เพราะอ่านหนังสือไม่ทัน ถ้าอยู่ช่วงนี้ก็ต้องทำให้สมองสงบลงก่อนอ่านหนังสือ อาจฟังเพลงบรรเลงที่ผ่อนคลายก่อน ปิดสิ่งกระตุ้นอย่างโทรทัศน์ หนีสิ่งล่อตาล่อใจกันไปเลย



  ดังนั้น จึงพอจะสรุปได้ว่า "ใครจะฟังเพลงไปอ่านหนังสือ ทำการบ้านไปพร้อมกัน" ก็ไม่ผิด ถ้านั่นเป็นรูปแบบการมีสมาธิของตนเอง แต่มีข้อควรระวังบ้าง คือ อย่าฟังเพลงที่เศร้าเกินไป เพราะจะทำให้การอ่านหนังสือดูมืดมน ดีไม่ดีจะไปกระตุ้นต่อมอกหักเสียอีก อย่าฟังเพลงสนุกเกินไป เดี๋ยวจะลุกขึ้นมาเต้น อย่าฟังเพลงใหม่ที่ไม่คุ้นเคย เดี๋ยวจะหันมาตั้งใจฟังเพลงแทน เพลงที่เปิดควรเป็นเพลงที่คุ้นเคย และเปิดเพลงเบาๆ คลอไปเท่านั้นค่ะ

 
 ติดนิสัย! อ่านไป ฟังไป จะรู้เรื่องไหม? 
ที่พี่เกียรติบอกเล่าเรื่องครูม่อนให้น้องๆ ฟัง (อ่าน)และเป็นตัวอย่างด้วยนี้ ก็เพราะว่าพี่เองไม่สามารถยืนยันได้ด้วยตนเอง ด้วยพี่เกียรติมีรูปแบบการมีสมาธิแตกต่างจากครูม่อน พี่ต้องอ่านหนังสือ(วิชาการ)อย่างสงบ จะมีเสียงอะไรรอบตัวก็ได้ แต่ต้องไม่ใช้เสียงที่ตั้งใจเปิดให้ตัวเองฟังพร้อมกับทำงานต่างๆ  และก็เป็นคนประเภทต้องทำงานอย่างเดียวจริงๆ แต่ในลักษณะที่มีสองงานหรือมากกว่าสลับกันทำ เช่น ทำการบ้านสลับกับอ่านหนังสือทุกๆ ครึ่งชั่วโมง ซึ่งถ้าพี่เกียรติไม่ทำแบบนี้ แล้วตะลุยอ่านหนังสืออย่างเดียวเป็นชั่วโมงติดๆ กันไป ถ้าไม่หลับคาหนังสือ ใจก็ลอยไปถึงอาหารในอีกสามวันข้างหน้าแน่นอน ฮ่าๆๆ


  ดังนั้น พี่เกียรติจึงชวนน้องๆ ชาว Dek-D.com ค้นหารูปแบบการมีสมาธิของตนเอง เพราะทุกคนมีลักษณะการเรียนรู้ที่แตกต่างกันค่ะ

ติดนิสัย! อ่านไป ฟังไป จะรู้เรื่องไหม?
 
ขอขอบคุณ ครูม่อน
แหล่งข้อมูล
http://www.kru-mon.com/?p=219
http://www.kru-mon.com/?p=57
www.yourfocuszone.com
www.flickr.com

 
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน งานอดิเรก/พัฒนาสมอง »
ความคิดเห็น

72

จำนวนแชร์
50

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

72 ความคิดเห็น

  1. 4 ต.ค. 2554, 12:01 น.
    ให้อะไรได้เยอะเลย :)
    #1
  2. 4 ต.ค. 2554, 12:21 น.
     ไม่ค่อยเข้าใจเลยว่าถามทำไมในเมื่อตัวเองบอกว่าจำได้เข้าใจดียังมาถามว่าผิดไหมอีกผิดกฎหมายไม่ผิดแน่ๆแต่คุณอย่าลืมคนที่อยู่ข้างๆคุณด้วยหละเขาชอบทำแบบคุณรึเปล่าถ้าคุณเล่นเปิดเพลงอ่านหนังสือซะดังลั่นจนทำให้คนอื่นไม่มีสมาธิอ่านหนังสือนั่นแหละคือความผิดของคุณ
    ให้คิดนิดหนึ่งว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้และคนอื่นอาจไม่อ่านหนังสือฟังเพลงเหมือนเรา
    ทางที่ดีขอแนะนำให้ใส่หูฟังคนเดียวจะได้ไม่มีปัญหากับคนรอบข้าง
    รูปแบบในการอ่านหนังสือของตัวเองอย่าให้คนอื่นเดือดร้อนเป็นดีที่สุด okนะ
    #2
  3. 4 ต.ค. 2554, 12:24 น.
    ขอบคุณค่ะ :)
    #3
  4. 4 ต.ค. 2554, 13:26 น.
    ทำให้รู้อะไรเยอะเลย ขอบคุณนะคะ
    เราก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องฟังเพลงคลอๆ แล้วอ่านหนังสือไปด้วย
    แต่บางทีก็ต้องเงียบจริงๆ จริงอยู่ว่าจำ แต่สาธิมีแป๊บเดียว (สมาธิสั้น)
    ง่วงนอนทุกทีสินะ.. ฮา
    #4
  5. 4 ต.ค. 2554, 13:29 น.
    ชอบทำะอะไรไปพร้อมกับการเปิดเพลงฟังอ่าาาา มันเพลินจริง ๆ นะ ~
    #5
  6. 4 ต.ค. 2554, 13:52 น.
     เราเป็นหนึ่งในไม่กี่คนนั้น ที่ถ้าไม่ฟังเพลงเราจะอ่านหนังสือไม่เข้าใจ ไม่รุ้เรื่อง เคยลองนะ อ่านหน้าเดียวซ้ำไปซ้ำมามากกว่า5รอบยังไม่เข้าใจ ต้องเปิดเพลงแล้วอ่าน ถึงจะอ่านไปเรื่อย ๆ และเข้าใจได้ ฮ่าาา ทีแรกนึกว่าตัวเองเป็นคนแปลกซะอีก แหะๆ
    #6
  7. 4 ต.ค. 2554, 13:53 น.
     เราเป้นคนที่อ่านหนังสือแล้วต้องเปิดเพลง แต่เพลงที่เราฟังมันต้องเป็นเพลงที่ไม่ใช่ภาษาไทยอ่ะ ฮ่าๆๆ เพราะว่าเราฟังภาษาไทยออก แปลได้ไง มันก็เลยเป็นการทำให้อ่านหนังสือไม่รุ้เรื่องเลย เหอๆ เพราะฉะนั้นเลยเปิดเพลงภาษาต่างประเทศฟังตอนอ่านหนังสือ 

     
    #7
  8. 4 ต.ค. 2554, 14:10 น.
    พออ่านปุบ เลยเปิดเพลงไปด้วยอ่านไปด้่วย ได้ผลจริงๆด้วยค่ะ ไม่เหม่อลอยเลย มีสมาธิมากๆ!!! ต่อไปเอาไปทำบ่อยๆดีกว่าค่ะ  ขอบคุณสำหรับความรู้ที่นำมาแบ่งบันกันนะคะ และขอบคุณครูม่อนด้วยค่ะที่ศึกษาเรื่องนี้จึงทำให้เราได้รับรู้เรื่องนี้ บอกได้คำเดียวค่ะว่าซาบซึ้งมาก ไม่เคยมีสมาธิแบบนี้มาก่อน TwT แสนประทับใจ ~
    #8
  9. 4 ต.ค. 2554, 14:31 น.
     ทำประจำค่ะ ฟังเพลงอ่านหนังสือ 555 ไม่รู้จำได้ไง แต่ชอบทำแบบนี้อ่ะ ผ่อนคลายดี :))
    #9
  10. 4 ต.ค. 2554, 15:00 น.
    เราก็เป็นคนหนึ่งที่ตอนอ่านหนังสือต้องเป็ดเพลงฟังไปด้วย
    และต้องไม่ใช่เพลงภาษาไทยด้วย
    เพราะจะร้องตามทุกที่
    #10
  11. หนูฟังฮิปฮอปของบิ๊กแบงไม่ได้หรอ?? TT

    ฟังเพลงช้าๆแล้วไม่มันอ่ะ (แกจะอ่านหนังสือหรือจะเต้น)

    ชอบแนวโหวกเหวกโวยวาย < แต่หนูก็อ่านรู้เรื่องนะ
    #11
  12. 4 ต.ค. 2554, 15:17 น.
    รู้ เรื่องนะแต่ไม่มากเท่าไร
    #12
  13. 4 ต.ค. 2554, 15:34 น.
     เพลงpop rock หรืออื่นๆที่มีเนื้อร้องเราฟังไม่ได้เลย ต้องฟัง  คลาสสิค แจส แนวๆนั้นน่ะคะ
    #13
  14. 4 ต.ค. 2554, 15:41 น.
    เราคนนึงล่ะที่เปิดเพลงฟังเวลาทำงานหรืออ่านหนังสอด้วย รู้สึกว่ามันเพลินๆ ดีแล้วมันทำให้การทำรายงานหรืออ่านหนังสือไม่น่าเบื่อด้วย
    #14
  15. 4 ต.ค. 2554, 16:48 น.

    เพลงเบาๆก็เพราะทำให้มีความสุข คลายเครียด ยิ่งเป็นจังหวะช้าๆ ได้อารมณ์ยิ่งดี

    #15
  16. 4 ต.ค. 2554, 16:53 น.
    เราเป็นคนหนึ่งที่อ่านไป แล้วฟังไปไม่รู้เรื่องค่ะ
    แบบถ้าจะทำอะไรก็ต้องเลือกสักอย่าง ไม่งั้นได้มึนกันแน่
    แต่แบบถ้าเปิดเพลงไป ทำงานไป แบบนี้จะทำให้มีความสุขนะ
    ถามว่าเข้าใจเนื้อเพลงมั้ย ไม่เลยค่ะ -0- เพราะว่าใจจดจ่ออยู่ที่งาน


    #16
  17. 4 ต.ค. 2554, 17:30 น.
     
    อ่านะ เราเองก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน ฟังไปเพลินๆไม่ได้คิดอะไรมาก

    บางครั้งอยู่ในห้องสอบยังนึกถึงเพลงที่ติดมากับข้อมูลที่เราจำมาด้วยเลยนะ(หัวเราะ)

    แปลกดีเหมือนกันนะ เหมือนกับเป็นการผ่อนคลายเลย
    #17
  18. 4 ต.ค. 2554, 18:23 น.
    สำหรับเราคงต้องเปิดคลอจริงๆ = =
    แบบว่า ใจนี่จดจ่ออยู่แต่กับเพลง
    #18
  19. ผมก็เป็นประเภทต้องเปิดเพลงฟังถึงจะอ่านหนังสือหรือทำอะไรรู้เรื่องน่ะนะ แต่ปกติจะฟังแบบใส่เฮดโฟนเลย เพราะตัดสิ่งรอบข้างออกได้ เพลงที่ผมฟังก็ไม่ใช่คลอเบาๆน่ะหรือจังหวะเร้าใจไปก็ไม่รู้เรื่อง 
    โดยส่วนตัวฟังแนวป๊อบ-ร๊อกที่ไม่ฮาร์ดมากก็ทำให้อ่านรู้เรื่องแล้ว 
    #19
  20. 4 ต.ค. 2554, 18:50 น.
     เราก็ฟังไปอ่านไปนะ เเต่เป็นเพลงที่ฟังประจำ เเล้วก็เปิดเบาๆ มันจะจำไปพร้อมกับเพลง =W=
    #20
  21. อ่านความคิดเห็นหน้า 2

แสดงความคิดเห็น

คิดถึงเธอแทบใจจะขาด ขอโทรศัพท์ไปหาหน่อย!, โทรศัพท์อยู่ไหน? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .