ความคิดเห็น

121

จำนวนแชร์
2,442
          น้องๆ ชาว Dek-D ทราบหรือไม่ว่า ประเทศเราจะมีการปรับหลักสูตรที่เราเรียนอีกครั้ง คาดว่าจะเริ่มใช้กับโรงเรียนนำร่องประมาณ 3,000 โรงเรียนในปีการศึกษาหน้านี้ ไม่รู้ว่าจะเป็นโรงเรียนไหนบ้างนะ แต่พี่เกียรติขอพาไปทำความรู้จักกับว่าที่หลักสูตรใหม่นี้กันสักหน่อยค่า แต่! ขอบอกว่านี่้ยังเป็นแค่ร่างหลักสูตรนะจ๊ะ ยังไม่ใช่หลักสูตรสมบูรณ์จริงๆ แต่เราในฐานะผู้ที่จะต้องเรียนหลักสูตรนี้ ก็ควรรู้จักเผื่อกันไว้ก่อนจ้า



หลักสูตร ป.1 - ม.6 ใหม่ เด็กไทยอาจได้ใช้จริงปีหน้า!
         สิ่งที่น้องๆ ต้องเข้าใจก่อนเลยก็คือ  หลักสูตรขั้นพื้นฐาน หมายถึงหลักสูตรตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1 - มัธยมศึกษาปีที่ 6 ค่ะ โดยไม่นับรวมหลักสูตรปฐมวัย (อนุบาล)และหลักสูตรสายอาชีพที่เพิ่งมีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรเรียบร้อยไปแล้ว


     เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามีการประชุมเรื่องการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐานใหม่ เบื้องต้นทราบว่าหลักสูตรใหม่นี้จะแบ่งการจัดการศึกษาทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาออกเป็น 6 กลุ่มสาระวิชา ได้แก่ 
  1. กลุ่มภาษาและวรรณกรรม
  2. วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี
  3. ชีวิตกับโลกของงาน
  4. เทคโนโลยีสารสนเทศ
  5. สังคมและความเป็นมนุษย์ 
  6. โลก ภูมิภาคและอาเซียน
หลักสูตร ป.1 - ม.6 ใหม่ เด็กไทยอาจได้ใช้จริงปีหน้า!



       และจะปรับลดชั่วโมงเรียนในห้องเรียนเหลือ 600 ชั่วโมงต่อปี และเรียนนอกห้องเรียน 400 ชั่วโมงต่อปี จากเดิมที่เรียน 1,000 - 1,200 ชั่วโมงต่อปี โดยจะใช้หลักสูตรใหม่นี้นำร่องในโรงเรียนทุกสังกัด ทั้งโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชน โรงเรียนส่วนบริหารท้องถิ่น และโรงเรียนสาธิตต่างๆ โดยเริ่มใช้กับนักเรียนชั้น ป.1 ป. 4 ม.1 และม.4 ก่อนที่จะขยายไปสู่โรงเรียนอื่นๆ ต่อไป ตามข่าวคาดว่าหลักสูตรจะเสร็จพร้อมนำร่องใช้ในปีหน้า (2557) นี้ค่ะ
       
        หลักสูตรใหม่จะเน้นเน้นทักษะคณิตศาสตร์ ไทย อังกฤษ เป็นพื้นฐานให้นักเรียน ป.1 - 2 ก่อน ส่วน ป.3 ขึ้นไปจะเน้นเรียนเป็นกลุ่มสาระวิชา และมัธยมปลายเน้นเจาะลึกแต่ละวิชามากขึ้น มีแยกฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และอื่นๆ เพื่อเป็นพื้นฐานต่อมหาวิทยาลัยได้  มีการเรียนการสอนบูรณาการแบบโครงการ ทั้งด้านสังคม ศาสนา และวิทยาศาสตร์ สอนการใช้เทคโนโลยีให้เป็น  เน้นทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็นมากขึ้น มีทักษะการงานอาชีพมากขึ้น ม.6 ก็จะใช่ต่อ ปวส.ได้ด้วย  คือเน้นมีวิชาทักษะชีวิตมากขึ้น ไม่เน้นเรียนแต่วิชาการที่โตไปก็ลืมนั่นเอง




หลักสูตร ป.1 - ม.6 ใหม่ เด็กไทยอาจได้ใช้จริงปีหน้า!
   
         อย่างกลุ่มโลก ภูมิภาคและอาเซียน ก็จะมีการวางแผนการเรียนวิชาประวัติศาสตร์กันใหม่  ลดความขัดแย้งระหว่างชาติ ไม่เข้าข้างตัวเอง  นอกจากเรื่องหลักสูตรแล้ว ตำราเรียนต่างๆ ก็จะค่อยๆ ปรับตามอีกด้วย สมัยพี่เกียรติเรียน หนังสือเรียนเล่มใหญ่มากๆ ถือไปเรียนที ต้องเรียกว่า แบกหลังแอ่น แถมเรียนไม่ครบทั้งเล่มด้วย ต่อไปก็น่าจะมีหนังสือเรียนที่ได้ใช้ได้จริง และทันสมัยมากขึ้นด้วยล่ะ


            สรุปได้ว่า หลักสูตรใหม่นี้จะมีแค่ 6 กลุ่มสาระ เวลาเรียนในห้องเรียนลดลง จะได้เรียนแค่ประมาณ 5 - 6 คาบต่อวัน และได้เรียนแบบบูรณาการหลายทักษะในวิชาเดียวมากขึ้น ได้ทำโครงการ/โครงงาน และได้เรียนทักษะการงานอาชีพมากขึ้นด้วย
       

           พี่เกียรติมองว่า
หลักการการจัดกลุ่มวิชาแบบนี้ จะทำให้เกิดวิชาที่สามารถบูรณาการกันมากขึ้น เป็นพื้นฐานในการประยุกต์ใช้ความรู้สู่การประกอบอาชีพได้จริงในอนาคตนะคะ แต่เรื่องที่ว่าจะทำได้จริงและเกิดผลไหม หรือจะมีการชะลอหลักสูตรยังไม่ใช่จริงในปีหน้านี้หรือไม่  พี่เกียรติคิดว่าขึ้นอยู่กับคนจัดทำหลักสูตรด้วยนะ อยากให้ครูที่สอนจริงๆ ในโรงเรียนได้เข้าไปทำหลักสูตรมากกว่า และอยากได้ยินเสียงของนักเรียนจริงๆ (หรืออย่างน้อยก็เพิ่งจบล่ะ) เป็นคนเสนอแนะวิธีการและสิ่งที่อยากเรียนค่ะ 



หลักสูตร ป.1 - ม.6 ใหม่ เด็กไทยอาจได้ใช้จริงปีหน้า! 




         พี่เกียรติคิดเห็นแบบนี้
แล้วน้องๆ ชาว Dek-D ว่าอย่างไร ชอบการแบ่งวิชาแบบนี้หรือเปล่า ใครที่จะขึ้น ม.1 และม.4 ปีหน้า ก็เตรียมตัวไว้เลยล่ะ! 



หลากหลายให้วัยรุ่นอ่านเพื่อเติมพลังให้สมอง "คอลัมน์พัฒนาสมอง/งานอดิเรก"
เด็กดีดอทคอม :: โหวตเลย เรื่องเพศพูดได้ไหม!
4 ปัจจัยที่ทำให้เด็กชาติอื่นฉลาด อ่านแล้วคิด+
เด็กดีดอทคอม :: โหวตเลย เรื่องเพศพูดได้ไหม!
การสอบที่ให้เด็กอายุ 15 ตัดสินเศรษฐกิจทั้งประเทศ
เด็กดีดอทคอม ::
วิธีง่ายๆ ทำได้ในชีวิตประจำวัน แค่ทำก็สมองปิ๊งเลย! 
เด็กดีดอทคอม :: โปรดเข้าใจ! ในลีลาของวัยรุ่น เมื่อรุ่นใหญ่ปะปะรุ่นเล็ก!
หยุดปัญหาบานปลาย ที่ทำให้เด็กไทยชอบต่อต้าน



เด็กดีดอทคอม :: โปรดเข้าใจ! ในลีลาของวัยรุ่น เมื่อรุ่นใหญ่ปะปะรุ่นเล็ก!
Twitter @kiatkarine


แหล่งข้อมูล, ภาพประกอบ: 
    - kroobannok.com/59274
    - facebook.com/DrPavich
    - facebook.com/photo.php?fbid=548547505186008&set=pb.100000922895895.-2207520000.1373427444
    - dailynews.co.th/education/215556
    - prachachat.net/news_detail.php?newsid=1371438948

ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Education > งานอดิเรก/พัฒนาสมอง
ความคิดเห็น

121

จำนวนแชร์
2,442

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

  1. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    11 ก.ค. 2556, 18:34 น.
    โหยยยย ! กว่าจะเปลี่ยน เราเรียนป.ตรีเข้าไปล่ะ แต่ก็ยังดี ยินดีกับน้องๆ เด็กไทยจะได้ทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ เรียนแบบเจาะลึก เน้นปฏิบัติ มีหลากหลายวิชาให้เลือกมากกว่านี้ (มากกว่า 8 วิชาหลัก) ถ้าจะให้ดีน่าจะเรียนแบบไฮสคูลที่อเมริกา แบบว่ามีหลายวิชาให้เลือกเรียน นักเรียนจะเรียนอะไรก็แล้วแต่ ตามใจคุณ แต่ต้องลงให้ครบตามจำนวนหน่วยกิต ถ้าทำแบบนี้เราคิดว่าเด็กน่าจะอยากไปเรียนมากขึ้น เพราะได้เรียนตามวิชาที่เราชอบ (เราจะไม่พูดถึงเด็กที่ไม่อยากเรียนนะ) แต่หลายคนก็อาจไม่เห็นด้วยกับวิธีของเรา  อันนี้เป็นแค่ข้อคิดเห็นเล็กๆ น้าาาาาา
    #11
  2. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    11 ก.ค. 2556, 20:34 น.
    ถือว่าเป็นการเปี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการศึกษาไทยนะครับเนี่ย

    ผมก็เห็นด้วยนะ ถ้าดำเนินการแล้วอะไรดีขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดี 

    น่าตื่นเต้น น่าสนใจครับ 
    #19
  3. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    11 ก.ค. 2556, 18:12 น.
    คิดว่าดีมากเลยนะ เพราะว่าเลิกเรียนแล้วจะได้มีเวลาทำการบ้าน เรียนพิเศษ เล่นกีฬา เล่นดนตรี และก็ทำกิจกรรมอื่นๆอีก 
    #10
  4. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    11 ก.ค. 2556, 16:03 น.
    อยากให้มีสายภาษา-วรรณกรรม
    อยากเรียนภาษา อยากอ่านหนังสือนิยาย อยากเรียนวัฒนธรรม อยากไปเที่ยวต่างประเทศ 555++ (มันเป็นความฝันในส่วนลึก ๆ น่ะ)
    #2
  5. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    11 ก.ค. 2556, 19:09 น.

    เป็นหลักสูตรที่ดีเลย เน้นปฏิัติ เรียนได้ตามี่ชอบ
    จะได้มีกะจิต กะใจที่จะไปเรียน 
    ////สุดยอดดดดดดด
    #12

121 ความคิดเห็น

  1. 11 ก.ค. 2556, 15:53 น.
    นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ดีนะค่ะ คิดว่า 
    #1
  2. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    11 ก.ค. 2556, 16:03 น.
    อยากให้มีสายภาษา-วรรณกรรม
    อยากเรียนภาษา อยากอ่านหนังสือนิยาย อยากเรียนวัฒนธรรม อยากไปเที่ยวต่างประเทศ 555++ (มันเป็นความฝันในส่วนลึก ๆ น่ะ)
    #2
  3. อยากให้มีสายสื่อมัลติมีเดีย
    ร้องเพลง ทอล์คโชว์ วาไรตี้ เกมโชว์ ดีเจ
    เป็นวิชาเลือกก็เอา
    ปล.โรงเรียนประจำจังหวัดกับประจำอำเภอสงสัยจะโดนก่อน


    #3
  4. 11 ก.ค. 2556, 16:32 น.
    ปกติเรียนแปดคาบบบ 
    ถ้ามีอังกฤษมาแจม หนูจะไม่ชอบสังคมเลย โง่มากเลยคะ อังกฤษเนี่ย
    #4
  5. 11 ก.ค. 2556, 16:58 น.
    ร.ร. หนูปรับสูตรให้มีพม่า-เวียดนามต้องเรียนในม.ต้นปีนี้แล่วว = w=;
    #5
  6. 11 ก.ค. 2556, 17:25 น.
    ทำไมมันเรียนน้อยลงกว่าเดิมเลยล่ะเนี่ยแต่ก็ดีร.ร.จะได้เลิกเร็วขึ้น=w=
    #6
  7. ความเห็นนี้ถูกลบ :(

    เนื่องจาก

  8. 11 ก.ค. 2556, 17:36 น.

    ดีดี ~ เน้นภาษาไว้ยิ่งดี จะได้ดีในอนาคต 
    #8
  9. 11 ก.ค. 2556, 18:03 น.
    ขอให้มีคุณภาพก็พอที่อ่านมา ชอบมากกกก
    #9
  10. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    11 ก.ค. 2556, 18:12 น.
    คิดว่าดีมากเลยนะ เพราะว่าเลิกเรียนแล้วจะได้มีเวลาทำการบ้าน เรียนพิเศษ เล่นกีฬา เล่นดนตรี และก็ทำกิจกรรมอื่นๆอีก 
    #10
  11. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    11 ก.ค. 2556, 18:34 น.
    โหยยยย ! กว่าจะเปลี่ยน เราเรียนป.ตรีเข้าไปล่ะ แต่ก็ยังดี ยินดีกับน้องๆ เด็กไทยจะได้ทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ เรียนแบบเจาะลึก เน้นปฏิบัติ มีหลากหลายวิชาให้เลือกมากกว่านี้ (มากกว่า 8 วิชาหลัก) ถ้าจะให้ดีน่าจะเรียนแบบไฮสคูลที่อเมริกา แบบว่ามีหลายวิชาให้เลือกเรียน นักเรียนจะเรียนอะไรก็แล้วแต่ ตามใจคุณ แต่ต้องลงให้ครบตามจำนวนหน่วยกิต ถ้าทำแบบนี้เราคิดว่าเด็กน่าจะอยากไปเรียนมากขึ้น เพราะได้เรียนตามวิชาที่เราชอบ (เราจะไม่พูดถึงเด็กที่ไม่อยากเรียนนะ) แต่หลายคนก็อาจไม่เห็นด้วยกับวิธีของเรา  อันนี้เป็นแค่ข้อคิดเห็นเล็กๆ น้าาาาาา
    #11
  12. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    11 ก.ค. 2556, 19:09 น.

    เป็นหลักสูตรที่ดีเลย เน้นปฏิัติ เรียนได้ตามี่ชอบ
    จะได้มีกะจิต กะใจที่จะไปเรียน 
    ////สุดยอดดดดดดด
    #12
  13. #13 ม.หก
    11 ก.ค. 2556, 19:12 น.
    เสียใจตรงที่ จบพอดีเนี่ย ตอนนี้แทบตาย!!!
    #13
  14. #14 lisaDe
    11 ก.ค. 2556, 19:31 น.
    เจ๋งเวอรร แต่ปีหน้าม.6 แล้วอ่ะ

    #14
  15. ปรับตอนนี้เลยได้ม้ายยยยยยย 
    เรียนตั้ง9คาบ เรียนเท่าห้องกิ๊ฟเลย
    #15
  16. #16 pearly
    11 ก.ค. 2556, 20:00 น.
    เปลี่ยนเร็วๆเถอะ สาธุ อยากมีเวลาไปเล่นกีฬา เล่นดนตรี แบบเอาจริงเอาจังสักที
    #16
  17. 11 ก.ค. 2556, 20:08 น.
    เราคงไม่ได้ใช้ ปีหน้าม.6แล้วววววววว 
    #17
  18. โหยยยยยย น่าเรียนอ่ะ แต่คงไม่ได้เรียน เพราะตอนนี้อยู่ม.6 แล้ววว 555+.
    #18
  19. เมมเบอร์โหวตความเห็นนี้
    11 ก.ค. 2556, 20:34 น.
    ถือว่าเป็นการเปี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการศึกษาไทยนะครับเนี่ย

    ผมก็เห็นด้วยนะ ถ้าดำเนินการแล้วอะไรดีขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดี 

    น่าตื่นเต้น น่าสนใจครับ 
    #19
  20. #20 Fasata
    11 ก.ค. 2556, 21:01 น.
    ไม่เห็นจะลดคาบตรงไหนเลย ปกติ รร ผมก็เรียน 5-6 คาบ
    #20
    • #20-1 เอิร์ท
      19 พ.ย. 2556, 15:49 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
      ผมเรียนวันละ 9 คาบครับ -0-
      #20-1
  21. 11 ก.ค. 2556, 22:00 น.
    ถ้าเอาตามความคิดเห็นมันก้มีทั้งข้อดีข้อเสียนะค่ะ  ทุกวันนี้เรียน8-9คาบยังไม่ค่อยจะพอ  ลดเหลือ 6 คาบนี้คาบละเท่าไร ?  ดูจากตารางมันเรียนยากขึ้นรึเปล่า 555 

    คหสต.นะตอนนี้ก้อยุ่ม.5ใช้จริงเราก้ม.6แล้ว คงไม่มีผลกระทบกับเราเท่าไร ยังไงเด็กไทยๆๆสู้ๆๆนะ 
    เพราะคนไทยอ่อนภาษาอังกฤษ(ตัวเราด้วย)ยังไงตั้งใจเรียนนะค่ะ ^^
    #21
  22. 11 ก.ค. 2556, 22:24 น.
    ปีหน้าขึ้นม.1พอดีเลยอ้า! จะตั้งหน้าตั้งตารอเลย!
    #22
  23. 11 ก.ค. 2556, 23:39 น.
     ถ้าทำได้อย่างที่วางแผนไว้ก็ดีนะ ถึงจะไม่ทันรุ่นเราก็ขอให้รุ่นลูกเราไม่ต้องมาเจอแบบเราก็พอแล้ว

    แต่...เราก็กลัวว่าเค้าจะทำไม่ได้ตามนี้น่ะสิ
    #23
  24. 11 ก.ค. 2556, 23:41 น.
    ปีนี้อยู่ปี 1 แล้วเรียบร้อย อดเห็นหลักสูตรใหม่เลยยย 
    #24
  25. #25 WOW
    12 ก.ค. 2556, 04:11 น.
    ย้ายกลับไทยด่วน!!!
    #25
  26. 12 ก.ค. 2556, 05:14 น.
    แบบนี้สิครับถึงจะดี XD เฉพาะตรงเลิกเรียนเร็ว เพราะทุกวันนี้บ้านก็ไม่ได้อยู่ใกล้โรงเรียน.... ตื่นที่ต้องตื่นตี 4 แถมกว่าจะถึงบ้านตั้ง 6 โมง แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปอ่านหนังสือ ทำการบ้าน .......... ถ้าเลิกเรียนเร็วขึ้นจริงจะดีมากครับ จะได้มีเวลามากขึ้น
    #26
  27. ปีหน้าขึ้น ม.4 พอดีเลยอ่ะ จะเรียกว่าดีหรือเปล่า
    #27
  28. 12 ก.ค. 2556, 16:38 น.
    ก็ดีนะแล้วครูพละล่ะไปไหน ในนั้นไม่มีพละนะ(หรือเราดูไม่ดี) แต่ว่า5-6คาบยังไงในเมื่อในหมวด2,3,4มันมีหลายวิชารวมกัน
    #28
  29. 12 ก.ค. 2556, 16:44 น.
    อยากให้มีเลือกเรียนภาษาที่ 3 เยอะๆ ตั้งแต่แรก 
    อยากเรียนนนน ~
    #29
  30. 12 ก.ค. 2556, 17:14 น.
    เปลี่ยนเลย เปลี่ยนเลย เปลี่ยนเลย ! ปีหน้าขึ้นม.4 = w=
    #30
  31. #31 นะจ้ะ
    12 ก.ค. 2556, 19:36 น.
    ควรปรับปรุงผู้สอนด้วยทุกวันนี้ครูมัธยมแทบจะไม่สอนเด็กเลย เด็กกจึงต้องหาความรู้เพิ่มด้วยการเรียนพิเศษ ไม่สอนแต่ออกข้อสอบโคตรยาก เรียนพิเศษมาถึงทำข้อสอบได้ มันต้องวัดคุณภาพของคนสอนด้วย ไม่ใช่ประเมินแต่คนเรียน ถ้าประเมินฝ่ายเดียวเด็กเสียเปรียบตายเลย ครูทำตัวยังไงก็ได้ สอนๆ ไปวันๆ เด็กรู้เรื่องไม่รู้เรื่องช่างมัน เดี๋ยวเด็กก็ไปเรียนพิเศษเอง มันต้องประเมินผู้สอนและผู้เรียนควบคู่่กันไป ถ้าหมดห้องมีเด็กไม่รู้เรื่องเกิน 30% ผู้สอนก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีสอนแล้ว ข้อสอบก็เหมือนกันออกให้มันตรงกับที่สอนด้วย ครูๆไม่สอนแต่เวลาออกข้อสอบเอาแต่เนื้อหาใที่สอนพิเศษมาออก คิดถึงเด็กที่พ่อแม่ไม่มีเงินบ้างจะหาเงินทึ่ไหนมาจ่าย่าเรียนพิเศษ ดังนั้นในปัจจุบันวัดคคุณภาพด้วยคะแนนไม่ได้แสดงว่าเด็กคนั้นเก่งหรือโง่มันขึ้นอยู่กับว่าเค้ามีโอกาสเท่ากันหรือไม่ การทีจะวัดอะไรต้องดูด้วยว่าพื้นฐานและโอกาสเท่ากนไหม ดังนั้นถ้าจะทำให้โอกาสและพื้นฐานเท่าเทียมกันต้องปรับปรุงผู้สอนให้มีคุณธรรม รักเด็กให้เหมือนลูกตัวเอง
    #31
  32. 12 ก.ค. 2556, 23:50 น.
    แต่เราคิดว่ามันไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่นะ แต่ก็ลองดู ..
    #32
  33. 13 ก.ค. 2556, 10:14 น.
    จะเปลี่ยนยังผมก็คงไม่ได้ใช่เท่าไหร่ปีหน้า ม.6 แล้วครับเตรียมเอ็นท์ดีกว่า
    #33
  34. 13 ก.ค. 2556, 13:14 น.
    อยากเรียนภาษาญี่ปุ่น ^_^
    #34
  35. #35 งุงิ
    13 ก.ค. 2556, 14:10 น.
    ต่อให้หลักสูตรดีขนาดไหน ถ้าคนถ่ายทอด และ ช่องทางการถ่ายทอดยังเหมือนเดิม กรอบการปฏิบัติของผู้เรียนและผู้สอนยังเหมือนเดิม ก็ไม่ต่างอะไรจากเดิมนอกจากการเปลี่ยนหนังสือเรียน
    #35
  36. #36 berufausbildung
    13 ก.ค. 2556, 19:02 น.
    ขอ เเสดงความคิดเห็นนะครับ เมื่อ กลุ่มสาระสายสามัญ เพิ่ม ทักษะวิชาชีพมากขึ้น เเต่ ระดับอาชีวะก็สมควรเพิ่มเติม ความรู้วิทยาศาสตร์ เเละคณิตศาสตร์ลงไปเช่นกันเเต่ไม่ลืมเน้นทักษะด้วยนะครับ สายวิชาชีพ เเบบ ปวช เตรียมวิศวะ เตรียมต่างๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ร่วมไปถึง วิชา สังคมศาสตร์ ภาษาที่อังกฤษ กับภาษาที่สาม ลงไปด้วยน่าจะดี ท่าโรงเรียน ปวช ผลิตบุคคลากรที่เปี่ยมเชิงทักษะได้ ก็ต้องเปี่ยมความรู้ทางวิทยาศาตร์เเละวิชาการด้านต่างๆ เเล้ว คนถนัดว่าเลือกเเบบไหน เพื่อเป็นต่อยอดความรู้ขึ้น จากเดิมเน้นเพียงทักษะวิชาชีพผมคิดว่ามันอาจไม่เพียงพอครับ ในใจผมอยากให้อุดมศึกษาเปิดกว้างให้สายอาชีพ สามารถสอบเข้าอุดมศึกษาได้กว้างขึ้น ทุกคณะ อะครับ
    #36
  37. 13 ก.ค. 2556, 21:12 น.
    เห็นด้วยกับ คห.31 แต่เราว่ารู้สึกแปลกๆอ่ะ ปกติเรียน 7-8 คาบพอลดเเล้วคงรู้สึกแบบโล่งๆไม่มีอะไรทำ 555
    #37
  38. 13 ก.ค. 2556, 22:42 น.
    เย้! ><
    #38
  39. 14 ก.ค. 2556, 10:03 น.
    อยากเรียนวีชา เกาหลี เต้น ร้อง เปียโนจะได้เก่ง้หมือนTAEMIN HENRY
    #39
  40. 14 ก.ค. 2556, 12:28 น.
    โห.. ปีหน้าพวกผมอยู่ ม.6 คงจะต้องปรับตัวหนักที่สุดเลยอ่ดิ..
    #40
  41. 14 ก.ค. 2556, 15:02 น.
    ปีหน้าขึ้น ม.1 :D
    เราเรียนอยู่ที่ราชวินิต ห้อง english program : ขอบอกว่าการบ้านเยอะมาก !!
    แต่แบบนี้ก็ดีนะ จะได้มีเวลาไปทำกิจกรรมมากขึ้น :)
    #41
  42. 15 ก.ค. 2556, 15:28 น.
    น่าจะมีให้ นร.เลือกภาษาในอาเซียน+3 เรียนด้วยนะ! คหสต.
    #42
  43. 15 ก.ค. 2556, 18:02 น.
    ทำไมทุกวันนี้เราเรียน 8-9 คาบ ยังเรียนไม่พอไม่ทันเลยอะ เวลาช่วงใกล้สอบอาจารย์ยังมาขอ คาบ 10 เลย มันจะลดเวลาได้จริงหรอ T__T เราว่าทุกวันนี้ไม่ได้เรียนเนื้อหาประยุกต์ไรมากยังแทบกระอักอะ แล้ว พอเอาคณิตกับฟิสิกส์เคมีชีวะ มารวมกันมันไม่ยิ่ง ยากหรอ T_____________T เครียดดดดดดด
    #43
  44. 15 ก.ค. 2556, 20:40 น.
    การศึกษาไทยพัฒนา ตอนที่ฉันเรียนจบ... ดีใจปนเศร้า
    #44
  45. 16 ก.ค. 2556, 18:05 น.
    มันคือความฝัน...
    #45
  46. 16 ก.ค. 2556, 19:16 น.
    น่าเสียดายจัง ปีหน้าก็ขึ้น ม.6 แล้ว อยากลองเรียนแบบนี้ดูบ้าง 
    #46
  47. 16 ก.ค. 2556, 21:45 น.
    เออ ก็จริงยังต้องรอเรียนพิเศษอยู่ดี T^T
    แต่ก็อยากให้มีแบบคาบสันทนาการให้เด็กทำในสิ่งที่อยากทำจัง
    (เหมือนต่างประเทศที่เรียนครึ่งวันแล้วทำกิจกรรมอีกครึ่งวันอะ)
    #47
  48. 16 ก.ค. 2556, 22:31 น.
    น่าจะดีก็ได้นะ แต่ก็เจ๋งอ่ะอยากให้ปรับเปลี่ยนไวๆน่ะค่ะ
    ชอบตรงภาษาและวัฒนธรรมนิแหละ มีวิชาเลือกด้วยก็โอเคไปอีกแบบ

    #48
  49. #49 จกฺรณขรราชอาณาจกฺรบตฺิ
    17 ก.ค. 2556, 18:38 น.
    ปรับแบบนี้แล้วก็โอนะ ตามคอนเซป แต่อยากให้อาจารย์ผู้สอนในแต่ละรายวิชาให้งานเด็กน้อยลงจะดีที่สุด หรือให้งานแบบบูรณาการกับอาจารย์ท่านอื่นด้วย ประมาณว่าส่งทีเดียวได้คะแนนสองวิชาเงี้ย เด็กก็จะยิ่งมีเวลามากขึ้นอีก
    #49
  50. 17 ก.ค. 2556, 20:40 น.
    ควรลดงานลงด้วยนะ ทุกวันนี้ทำงานไม่ทันไม่ใช่อะไร
    #50
  51. 18 ก.ค. 2556, 04:31 น.
    ไปเรียนม.ปลายใหม่ได้บ่ 
    #51
  52. 20 ก.ค. 2556, 12:20 น.
    เจ๋ง! ปีหน้าม.4 พอดีเลยตั้งหน้าตั้งตารอ 

    #52
  53. #53 J.Pass
    20 ก.ค. 2556, 18:18 น.
    สำหรับผมแล้วแนวคิดนี้ถ้าลองนั่งแยกและวิเคราห์ดีๆแล้ว หลักสูตรนี้เน้นเรื่องการเรียนรู้สังคมสูงมาก(สังเกตุได้จาก 4 ใน 6 เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคมโดยเฉพาะ) ทำให้บทบาททางด้านอื่นๆดูลดลงไปมากพอสมควร ผมมีแนวคิดว่าการศึกษา ควรเน้นการปรับโครงสร้างหลักสูตรให้พัฒนาทุกๆด้านไปตามวัยและปรับระดับการศึกษาให้เหมาะสมกับประเทศอื่นๆทั่วโลก เพราะความจำเป็นในการเรียนรู้ในสาขาวิชาแขนงต่างๆย่อมขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะและช่วงวัยของผู้เรียนเป็นหลัก หากแยกระดับการศึกษาออกตามช่วงวัยตามกับวุฒิภาวะการเรียนรู้ของและอายุผู้เรียนแล้ว แบ่งคร่าวๆได้ดังนี้



    1. อายุ 6-9 ปี (3 ปี) เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับพื้นฐานการเขียน-การอ่านภาษาต่างๆ(ทั้งไทยและเทศ) การเขียน-อ่านตัวเลขและการคำนวนเบื้องต้น(บวกลบเลขอย่างง่ายและอื่นๆที่จำเป็น) การเรียนรู้ทางด้านสังคมแวดล้อม(สภาพสังคมรอบตัวและการปรับตัว) การเรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรม-คุณธรรมจริยธรรม(การสอนธรรมะ-ปลูกฝังจิตสำนึก) พัฒนาทักษะต่างๆที่สำคัญเช่น การมีไหวพริบ คิดคำนวนเร็ว ทักษะพรสวรรค์ทางด้านต่างๆ เป็นต้น เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันจะกลายเป็นพื้นฐานที่จำเป็นในอนาคตต่อไป



    2. อายุ 9-11 หรือ 12 ปี (3 ปี) เรียนรู้และพัฒนาความรู้ทางด้านภาษาอย่างต่อเนื่อง เรียนรู้ทักษะพื้นฐานทางการคำนวนในเรื่องต่างๆรอบด้าน เรียนรู้ทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์(วิทยาศาสตร์ทั่วไป) เรียนรู้ประวัติศาสตร์และสังคมไทย(การเป็นพลเมืองดี และอื่นๆที่จำเป็นทางด้านสังคม)เรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรมและจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดการพัฒนาทักษะต่างๆ เรียนรู้ในการเปิดกว้างทางความคิด และสร้างแนวคิดแบบบูรณาการได้ สร้างจิตสาธารณะ



    3. อายุ 11-15 หรือ 16 ปี (4 ปี) ต่อยอดความรู้และทักษะพื้นฐานในทุกๆด้าน(เน้นการแสดงความสามารถ-ความคิดเห็น หรือสิ่งต่างๆ) ขยายขอบข่ายการเรียนรู้จากสังคมภายในสู่สังคมโลก เรียนรู้พัฒนาการทางวัยของตนเอง เรียนความรู้ที่จำเป็นต่อการต่อยอดและพัฒนาเพื่อการตัดสินใจในการเรียนหรือดำรงชีพ



    4. อายุ 15-18 หรือ 19 ปี (3 ปี) เรียนรู้ความรู้และทักษะพื้นฐานในระดับสูงที่จำเป็น และผู้เรียนสามารถเลือกเรียนความรู้พื้นฐานทางทักษะวิชาชีพที่ตนถนัดและสนใจ เรียนรู้พัฒนาการทางสังคมเป็นหลัก



    5. อายุ 19 ปีขึ้นไป ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนรู้ทักษะใดๆที่ตนถนัดและสนใจ เพื่อนำไปใช้สำหรับทางวิชาชีพ



    จากข้างต้น จะเห็นได้ว่าหากใช้การเรียนในระบบ 8 กลุ่มสาระ จะเหมาะกับช่วงวัย 6-15 หรือ 16 ปี โดยในแต่ละช่วง ความสำคัญของกลุ่มสาระต่างๆจะแตกต่างกัน แต่พอมาในระดับ 15-18 หรือ 19 ปี ระบบ 8 กลุ่มสาระวิชาจะไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากวิชาเรียนนั้นจะเริ่มเน้นทักษะการประยุกต์มากขึ้น ซึ่งตรงนี้ เหมือนเอา 8 กลุ่มสาระวิชา มาผสมกับระบบอุดมศึกษา(เพราะยังมีวิชาพื้นฐานอยู่บ้าง และมีวิชาเลือกต่างๆเข้ามาเพิ่มเติมโดยผู้เรียนเป็นผูเลือกลงเอง) พอขึ้นสู่ช่วง 19 ปีขึ้นไป แล้ว จะเป็นการเรียนแบบอุดมศึกษาอย่างชัดเจน



    ผมว่ามันน่าคิดนะครับ ที่จะจัดระบบการศึกษาตามช่วงวัย ส่วนเรื่องของเวลาเรียนนั้น ผมอยากให้จัดให้เรียนแบบเรียนเป็นกลุ่มสาระวิชา (8 กลุ่มสาระ เท่ากับ 8 วิชาใน 1 สัปดาห์) โดยที่หน่วยกิตไม่ต้องกำหนดด้วยเวลาที่แน่นอน(เนื่องจากรายกลุ่มสาระนั้นมีเนื้อหามากน้อยต่างกัน ไปจำงทำให้การใช้เวลาย่อมต่างกัน) เช่น กลุ่มวิชาภาษาต่างประเทศ(อังกฤษ-จีน)12 หน่วยกิต เรียน 6 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ 12 หน่วยกิต 8 ชั่วโมงใน 1 สัปดาห์ เป็นต้น และยังเป็นการบอกถึงการให้ความสำคัญกับเรื่องนั้นๆได้ดีกว่าการดูที่หน่วยกิตอย่างเดียว และการเรียนรู้แบบนี้ ยังผลดีกว่าการเรียนรู้แบบแยกคาบแยกวิชา เพราะมันมีความต่อเนื่องในการเรียนรู้มากกว่า และยังสามารถจัดระบบการสอนได้ดีกว่าอีกด้วย



    นี่เป็นเพียงแนวคิดของผมเท่านั้นนะครับ แต่หวังว่าจะมีคนนำไปใช้ได้
    #53
  54. #54 J.Pass
    20 ก.ค. 2556, 18:18 น.
    สำหรับผมแล้วแนวคิดนี้ถ้าลองนั่งแยกและวิเคราห์ดีๆแล้ว หลักสูตรนี้เน้นเรื่องการเรียนรู้สังคมสูงมาก(สังเกตุได้จาก 4 ใน 6 เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคมโดยเฉพาะ) ทำให้บทบาททางด้านอื่นๆดูลดลงไปมากพอสมควร ผมมีแนวคิดว่าการศึกษา ควรเน้นการปรับโครงสร้างหลักสูตรให้พัฒนาทุกๆด้านไปตามวัยและปรับระดับการศึกษาให้เหมาะสมกับประเทศอื่นๆทั่วโลก เพราะความจำเป็นในการเรียนรู้ในสาขาวิชาแขนงต่างๆย่อมขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะและช่วงวัยของผู้เรียนเป็นหลัก หากแยกระดับการศึกษาออกตามช่วงวัยตามกับวุฒิภาวะการเรียนรู้ของและอายุผู้เรียนแล้ว แบ่งคร่าวๆได้ดังนี้



    1. อายุ 6-9 ปี (3 ปี) เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับพื้นฐานการเขียน-การอ่านภาษาต่างๆ(ทั้งไทยและเทศ) การเขียน-อ่านตัวเลขและการคำนวนเบื้องต้น(บวกลบเลขอย่างง่ายและอื่นๆที่จำเป็น) การเรียนรู้ทางด้านสังคมแวดล้อม(สภาพสังคมรอบตัวและการปรับตัว) การเรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรม-คุณธรรมจริยธรรม(การสอนธรรมะ-ปลูกฝังจิตสำนึก) พัฒนาทักษะต่างๆที่สำคัญเช่น การมีไหวพริบ คิดคำนวนเร็ว ทักษะพรสวรรค์ทางด้านต่างๆ เป็นต้น เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันจะกลายเป็นพื้นฐานที่จำเป็นในอนาคตต่อไป



    2. อายุ 9-11 หรือ 12 ปี (3 ปี) เรียนรู้และพัฒนาความรู้ทางด้านภาษาอย่างต่อเนื่อง เรียนรู้ทักษะพื้นฐานทางการคำนวนในเรื่องต่างๆรอบด้าน เรียนรู้ทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์(วิทยาศาสตร์ทั่วไป) เรียนรู้ประวัติศาสตร์และสังคมไทย(การเป็นพลเมืองดี และอื่นๆที่จำเป็นทางด้านสังคม)เรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรมและจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดการพัฒนาทักษะต่างๆ เรียนรู้ในการเปิดกว้างทางความคิด และสร้างแนวคิดแบบบูรณาการได้ สร้างจิตสาธารณะ



    3. อายุ 11-15 หรือ 16 ปี (4 ปี) ต่อยอดความรู้และทักษะพื้นฐานในทุกๆด้าน(เน้นการแสดงความสามารถ-ความคิดเห็น หรือสิ่งต่างๆ) ขยายขอบข่ายการเรียนรู้จากสังคมภายในสู่สังคมโลก เรียนรู้พัฒนาการทางวัยของตนเอง เรียนความรู้ที่จำเป็นต่อการต่อยอดและพัฒนาเพื่อการตัดสินใจในการเรียนหรือดำรงชีพ



    4. อายุ 15-18 หรือ 19 ปี (3 ปี) เรียนรู้ความรู้และทักษะพื้นฐานในระดับสูงที่จำเป็น และผู้เรียนสามารถเลือกเรียนความรู้พื้นฐานทางทักษะวิชาชีพที่ตนถนัดและสนใจ เรียนรู้พัฒนาการทางสังคมเป็นหลัก



    5. อายุ 19 ปีขึ้นไป ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนรู้ทักษะใดๆที่ตนถนัดและสนใจ เพื่อนำไปใช้สำหรับทางวิชาชีพ



    จากข้างต้น จะเห็นได้ว่าหากใช้การเรียนในระบบ 8 กลุ่มสาระ จะเหมาะกับช่วงวัย 6-15 หรือ 16 ปี โดยในแต่ละช่วง ความสำคัญของกลุ่มสาระต่างๆจะแตกต่างกัน แต่พอมาในระดับ 15-18 หรือ 19 ปี ระบบ 8 กลุ่มสาระวิชาจะไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากวิชาเรียนนั้นจะเริ่มเน้นทักษะการประยุกต์มากขึ้น ซึ่งตรงนี้ เหมือนเอา 8 กลุ่มสาระวิชา มาผสมกับระบบอุดมศึกษา(เพราะยังมีวิชาพื้นฐานอยู่บ้าง และมีวิชาเลือกต่างๆเข้ามาเพิ่มเติมโดยผู้เรียนเป็นผูเลือกลงเอง) พอขึ้นสู่ช่วง 19 ปีขึ้นไป แล้ว จะเป็นการเรียนแบบอุดมศึกษาอย่างชัดเจน



    ผมว่ามันน่าคิดนะครับ ที่จะจัดระบบการศึกษาตามช่วงวัย ส่วนเรื่องของเวลาเรียนนั้น ผมอยากให้จัดให้เรียนแบบเรียนเป็นกลุ่มสาระวิชา (8 กลุ่มสาระ เท่ากับ 8 วิชาใน 1 สัปดาห์) โดยที่หน่วยกิตไม่ต้องกำหนดด้วยเวลาที่แน่นอน(เนื่องจากรายกลุ่มสาระนั้นมีเนื้อหามากน้อยต่างกัน ไปจำงทำให้การใช้เวลาย่อมต่างกัน) เช่น กลุ่มวิชาภาษาต่างประเทศ(อังกฤษ-จีน)12 หน่วยกิต เรียน 6 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ 12 หน่วยกิต 8 ชั่วโมงใน 1 สัปดาห์ เป็นต้น และยังเป็นการบอกถึงการให้ความสำคัญกับเรื่องนั้นๆได้ดีกว่าการดูที่หน่วยกิตอย่างเดียว และการเรียนรู้แบบนี้ ยังผลดีกว่าการเรียนรู้แบบแยกคาบแยกวิชา เพราะมันมีความต่อเนื่องในการเรียนรู้มากกว่า และยังสามารถจัดระบบการสอนได้ดีกว่าอีกด้วย



    นี่เป็นเพียงแนวคิดของผมเท่านั้นนะครับ แต่หวังว่าจะมีคนนำไปใช้ได้
    #54
  55. #55 J.Pass
    20 ก.ค. 2556, 18:20 น.
    โทษครับ ขค.ที่ 53กับ54 มันเบิ้ล
    #55
  56. #56 NEK
    24 ก.ค. 2556, 09:25 น.
    "เน้นมีวิชาทักษะชีวิตมากขึ้น ไม่เน้นเรียนแต่วิชาการที่โตไปก็ลืมนั่นเอง" <---- ก็ฟังดูดีเหมือนกันนะ..ถ้าเป็นอย่างที่ว่านี้จริง แต่ไม่ใช่กลับกลายเป็นว่าพ่อแม่ต้องไปเสียเงินให้ลูกเรียนพิเศษข้างนอกเพิ่มมากขึ้นล่ะเนอะ
    #56
  57. ลดแต่เวลา...ส่วนวิชาเรียนโรงเรียนหนูเท่าเดิม...=_=
    #57
  58. 31 ก.ค. 2556, 20:10 น.
    เราคิดว่าดีนะ เพราะว่าการที่เรียนแล้วแล้วไม่ลืมจะทำให้การเรียนหนังสือมีประโยชน์มากๆในอนาคต เพราะตอนนี้เราเรียนแล้วก็ลืมตลอดเลยน่ะ 555 
    #58
  59. 31 ก.ค. 2556, 21:26 น.
    ถ้าได้ใช้ปีหน้าจริงๆก็คงจะดี เหนื่อยกับการเรียนแบบปัจจุบัน แต่พอให้มานึกว่าครูที่โรงเรียนจะสอนได้หรือไม่ ก็คิดว่าไม่น่าจะได้(ค่อนข้างมั่นใจ). อีกย่างคือ ภาษาบางภาษายังไม่มีครูสอน
    #59
  60. 31 ก.ค. 2556, 21:30 น.
    แล้วก็ ควรเน้นให้เด็กๆ มีความรู้สึกอยากจะเรียนมากกว่าการยัดความรู้ใส่หัว. และแทนที่จะเน้นให้เด็กกลายเป็นเป็ด ก็น่าจะให้ค้นพบสิ่งตนอยากจะทำมากกว่า
    #60
  61. 31 ก.ค. 2556, 21:40 น.
    ถ้ามันเกิดขึ้นและมีคุณภาพจริงก็ยินดีกับน้องๆมากเลยครับ การศึกษาไทยจะได้พัฒนาเหมือนใครๆเขาสักที อ่ะๆ แต่คนที่คิดว่าจะได้มีเวลาว่างเยอะๆนี่คิดใหม่ได้นะครับ ยิ่งเวลาน้อยลงน้องจะเรียนไม่ทันนะครับ ต้องไปหาความรู้เองอีก ยังไงก็ตาม สู้ๆนะครับ
    #61
  62. 1 ส.ค. 2556, 12:50 น.
    ว้าาาาาาา!!! เสียดายที่ไม่ได้เรียนหลักสูตรนี้ เพราะตอนนี้ขึ้นปี 1 แล้ว ><
    #62
  63. 1 ส.ค. 2556, 18:42 น.
    แต่ถ้าปรับจากวันละ8-9คาบเหลือแค่5-6คาบ ก็ดูไม่ชินนะสำหรับเรา
    #63
  64. #64 หยก
    2 ส.ค. 2556, 18:58 น.
    ดีจัง จะได้เก่งขึ้นนะ
    #64
  65. 3 ส.ค. 2556, 11:48 น.
    เราว่าน่าจะทำแบบให้เราเลือกเรียนในวิชาที่สนใจได้เอาไว้เรียนควบคู่กับวิชาหลักอะไรปรามาณนี้ -w-

    #65
  66. #66 canape
    6 ส.ค. 2556, 22:37 น.
    เราว่าแบบนี้ก็โอเคเลยนะ ถ้าได้เปลี่ยนจริงๆก็คงจะดี
    #66
  67. #67 canape
    6 ส.ค. 2556, 22:38 น.
    เราว่าแบบนี้ก็โอเคเลยนะ ถ้าได้เปลี่ยนจริงๆก็คงจะดี
    #67
  68. 10 ส.ค. 2556, 00:43 น.
    เราว่าหลักสูตรการศึกษาไทยสมควรที่จะต้องเปลี่ยนใหม่นานแล้วนะค่ะ
    ประเทศอื่นเขาเรียนเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพได้จริงๆ 
    ส่วนเด็กไทยเรียนเพื่อแข่งขันแย่งเก้าอี้ในโรงเรียนหรือมหา'ลัย 
    ซึ่งถือว่าไมได้มีประโยชน์อะไรกับตัวเด็กเท่าไหร่เลยแม้แต่น้อย
    การลดคาบเรียน เราหวังอยากจะให้มีมานานแล้วอ่ะ 
    แบบประเทศอื่นเขาสอนเน้นหนักไปเลยวันนึงไม่กี่ชั่วโมงการสอนระยะสั้นๆมันทำให้เด็กจำได้และสามารถทบทวนด้วยตัวเอง แต่ประเทศเราเวลาเรียนเยอะมากแต่ที่ครูสอนมาน่ะ 
    ไม่มีใครจำได้หมดหรอกค่ะจริงๆ
    ควรจะเน้นแบบวันนึงหมวดนึงไปเลยเต็มๆ จะได้ทำให้เด็กเรียนรู้เข้าใจง่ายและไม่สับสน
    ปล.เราอยากเป็นนายกฯมากอ่ะแบบเราอยากมีส่วนร่วมในการปฏิรูปบ้านเมืองและพัฒนาประเทศ
    ให้ทันสมัยมากกว่านี้แล้วก็ลดการคอรัปชั่นระหว่างกระทรวงต่างๆด้วย
     แต่ไม่รู้จะฝันจะเป็นจริงได้ไม๊นะ ไม่ใช่พวกมีเส้นสาย ฐานะก็ระดับล่างๆเองด้วยสิ TT 
    #68
  69. 15 ส.ค. 2556, 12:52 น.
    อยากให้มีคาบว่างซัก 1 ชม. นั่งอ่านนิยายไรงี้ >< 5555
    #69
  70. 5 ก.ย. 2556, 20:23 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    เสียดายจบมาก่อนฮ่าๆๆๆ

    ดีๆๆ ว่างเยอะขนาดนี้จะได้มีเวลาเที่ยวมากขึ้นฮ่าๆๆ เหรอ?? เอิ๊กกก

    #70
  71. 13 ก.ย. 2556, 20:09 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    เรียน5-6คาบก็จริง แต่น่าจะบังคับให้อยู่โรงเรียนต่อซักคาบนึง จะได้เป็นการบังคับให้ช่วยกันทำการบ้านหรืออ่านหนังสือ ไม่งั้นเพื่อนชอบกลับบ้านเร็วตั้งใจ

    #71
  72. 14 ก.ย. 2556, 17:37 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    มันควรจะเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้วนะ

    #72
  73. #73 ณัฐบ้า
    23 ก.ย. 2556, 22:51 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    หลักสูตรนี้ดีอ่ะ อยากเรียน ชอบๆ
    ตอนนี้เราคิดว่าตัวเองมีปัญหาว่า เรียนจบไปแล้วจะต่อคณะอะไร อาชีพอะไร
    เพราะหลักสูตรที่เป็นตอนนี้มันไม่ได้แนะแนวทางชีวิต ไม่ค่อยยืดหยุ่น นิ่งเกินไป
    ประยุกต์ได้ยาก เรียนเพื่อลืม
    แต่เราคงไม่ได้ใช่หลักสูตรใหม่เพราะเราจบปีหน้าอ่ะสิ
    ขอให้น้องๆได้เรียนหลักสูตรที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวันเร็วๆนะค่ะ จะได้ไม่ต้องเคว้งแบบพี่ตอนนี้!!
    #73
  74. 7 ต.ค. 2556, 03:36 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    คิดเหมือนกันไหมตั้งแต่จบมาอะไรๆกันก็เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะไว้ผมยาว จนถึง ลดเวลาเรียน 

    (ทำไมไม่เป็นช่วงที่เราเรียนนะ)

    เสียใจเสียใจ

    #74
  75. 7 ต.ค. 2556, 13:32 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    แอบรู้สึกว่าที่แบ่งมาใหม่บางอย่างก็ดูจะซ้ำซ้อนกันไปนิด... // เหม่อ

    #75
  76. 9 ต.ค. 2556, 00:13 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ผมว่าหลักสูตรนี้ก็น่าจะดีนะครับ เพราะผมเรียนวันละ10ชม.+เรียนพิเศษอีกเลยเหนื่อยโคตรๆ ถ้าเรียนวันละ5-6คาบก็พอได้พักบ้าง แต่เอาจริงๆผมว่าผมไม่ชินอ่ะ ปกติผมเรียนเยอะๆมาตั้งแต่เด็ก มาเจอแบบนี้โรคขี้เกียจเจ้าประจำสิงผมแน่ 555

    #76
  77. 11 ต.ค. 2556, 16:30 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ชอบมากเลยอะ ที่เน้นปฏิบัติมากกว่าท่องจำ  

    ว้าว

    #77
  78. 11 ต.ค. 2556, 16:34 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    แน่นอนเสียใจรักเลยอย่างที่ประชนชาวราชอาณาจักรชนชั้นกลางแห่งประเทศกรุงเทพรู้กันดีว่า
    การศึกษาไทยนั้นติดอันดับบ๊วยในอาเซียน และความรู้ด้านภาษาตกต่ำสัสๆ
    ด้วยเหตุผลกลใดก็มิทราบโดยมี3เหตุผล หลักๆซึ่งอาจารย์ชาวฟิลิปปินส์ และ อาจารย์ชาวสวิสเซอร์แลนด์ี่ผมเคยคุยด้วยบอกมาว่า

    1.เกิดจากการสอนของอาจารย์บางท่าน ที่อาจสั่งงานมากและสอนให้เด็กท่องจำจนเกินไป และไม่รู้จักการบูรณาการ การapply ในความรู้ที่ได้เรียนมาของตัวเด็กเอง

    2.เกิดจาก-ตัวเด็กเอง ที่บางครั้งขี้เกียจทำงาน โดดเรียน ไม่ตั้งใจเรียน ลาออกกลางครัน และทำความเข้าใจกับเนื้อหาสาระได้ต่ำสัสๆ หรืออย่างที่เรียกกันว่า 
    พัฒนาการทางด้านเรียนรู้ต่ำ down learning syndrome ซึ่งเด็กประเภทนี้อาจมีความสามารถด้านอื่นนอกจากการ ถูกสั่งให้จดจำ แต่มีพัฒนาการทางด้านคิดซึ่งการศึกษาไทย ไม่มีการจัดระเบียบให้กับการศึกษาของเด็กประเภทนี้ กระผมมิได้ดูถูกกลุ่มบุคคลเหล่านี้นะขอรับ

    3.This is THE END เกิดจากระบบการศึกษา กระบวนการทำงาน และกระบวนการสร้างคุณภาพของ กระทรวงการศึกษาธิการ ที่ใช้ความเข้าใจของผู้ใหญ่เป็นหลักและการดูแลอย่างไม่ทั่วถึง การจัดระบบการศึกษาอย่างมั่วซั่ว ออกกฎบ้าๆบางอย่างเพื่อขังนักเรียนไว้ในกรง และทำการบีบรัดด้วยขนบ จารีต ตบท้ายด้วยการ กำจัดความคิดใหม่ๆ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า ขบถ

    อย่างที่เรารู้ๆกัน ว่าการผลิตบุคคลที่จะพัฒนาแผ่นดินของเรานั้น เหมือนกับโรงงานผลิตหุ่นยนต์ ผลิตให้ทุกคนออกมาเหมือนกัน คิดในรูปแบบเดียวกัน แต่คิดอย่างไร้ซึ่งตรรกะ ปลูกฝังเรื่องศาสนาในการศึกษา แต่ไม่ได้สอนจริยศาสตร์อย่างทั่วถึง การศึกษาไทยจงไชโย การศึกษาไทย จงเจริญ

    หากเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบอย่างถูกต้อง และได้รับการยอมรับจากมุมมองต่างๆในการเปลี่ยนแปลงระบบใหม่แล้ว มันก็เป็นเรื่องดีที่ผมสนับสนุน แต่หากจะบอกว่า นี่เป็นเพียงมุมมองของผู้ใหญ่ มุมมองที่เรียกว่า "สิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดสำหรับเด็ก" แล้วล่ะก็ ระบบบ๊วยสุดืจะมาเยือนท่านไม่เกิน3ปีแต่นี้ไป อาเมน

    #78
  79. 11 ต.ค. 2556, 18:31 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    จบพอดี 

    #79
  80. #80 เด็กป.ตรี หลักสูตร 33 44 51
    11 ต.ค. 2556, 19:45 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    อยากให้มีกิจกรรมเพื่อสังคมต่าง ๆ ด้วยอะครับ :)
    #80
  81. #81 คนแปลกๆ
    11 ต.ค. 2556, 20:17 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    เราว่าแบบนี้ไม่ดีเลย -________-
    #81
  82. #82 Thanapon
    11 ต.ค. 2556, 22:41 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    บังคับให้เรียนศาสนาอีกละ = = น่าจะเป็นวิชาเลือกมากกว่า
    #82
  83. #83 สุภัตรา
    17 ต.ค. 2556, 10:55 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    คณิตฯ กับ วิทย์ ฯ ไม่แยกกันแล้วครู วิทย์กับครูคณิตจะสอนอย่างไร ไม่เห็นด้วยที่นำมารวมกัน หลักสูตรเดิมก็สอนน้อยอยู่แล้ว ลดลงไปอีก แล้วจะเอาผลสอบ ONETและPISA สูง น่าสมเพชจริง ๆ
    #83
  84. 18 ต.ค. 2556, 19:04 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    วิชาโครงงานเป็นวิชาที่สนุกมากค่ะ เยี่ยม

    #84
  85. 19 ต.ค. 2556, 23:22 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    เเล้วเเต่ละวิชา มารวมกัน เเบบนี้คงเเยกไม่ออกนะครับ ว่า วิชาไหน คือ วิชาไหน

    เช่น วิทย์ เทคโนโลยี คำนวณ เเยกไม่ค่อยออกเลย มึน 555555555555555+

    #85
  86. 25 ต.ค. 2556, 15:04 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ดีแล้วที่เรียนแค่6วิชาส่วนภาษาเลือกเรียนได้อีกด้วย  ปริ่มเขิลจุง  แต่ว่าบางทีแอบมึนนะ555 เยอะเกิ๊น  แต่ดีเพราะ  ไม่ต้องแบกกระเป๋าเยอะ  เยี่ยม

    แต่เวลาแค่5-6คาบต่อวัน  คิดว่าเรียนทันหรอฮะ  บางคนหัวมันก็ไม่ได้ไวหรอกค่ะ  (อย่างผมเป็นต้น  ก๊ากกกกกก)สุดท้ายก็ไม่รอดเรียนพิเศษกวดวิชา  -*- (แล้วเรียนทีก้แพงแสนแพง) ขนาดเรียน7-8คาบยังเรียนไม่ทันเลย  5-6คาบไม่เหลือหรอกเสียใจโกรธเสียใจมืดมน

    แก้ไขล่าสุด25 ต.ค. 2556, 15:07 น.

    #86
  87. 25 ต.ค. 2556, 15:08 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    โห้วววววว ชอบมากเลยยยย อยากเรียนมากเลยตอนนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเลยนะเนี่ย

    ขอให้การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปได้ด้วยดีเถอะ !! เราจะได้หาเวลาเสริมความสามารถตัวเองหน่อย เย้


    เยี่ยมเยี่ยมเยี่ยมเยี่ยมเยี่ยมเยี่ยมเยี่ยมเยี่ยมเยี่ยมเยี่ยม

    #87
  88. 29 ต.ค. 2556, 15:37 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ว๊าว  เย้!!!!

    #88
  89. 29 ต.ค. 2556, 16:47 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ก็ดีนะคะ เพราะว่าการที่เราจะรู้มากหรือน้อยนั้นไม่เกี่ยวกับว่าเวลาเรียนทีพวกคนต่างชาติ

    เรียนกันวันละไม่กี่ชั่วโมงยังเก่งกว่าพี่ไทยไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยเท่าเลยค่ะ  พูดมาถึงตรงนี้แล้วอายนิดๆ

    แฮะ

    #89
  90. #90 ืnattt
    30 ต.ค. 2556, 02:19 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป
    ขอฝากเพจสอนภาษาอังกฤษคำศัพท์และประโยคง่ายๆที่สามารถใช้ได้ในชิวิตจริงนะคะ ขอบคุณค่ะ
    https://www.facebook.com/pages/MobileEnglish-อังกฤษเคลื่อนที่/608587622517005
    #90
  91. #91 คนที่คุณรู้ว่าคัย
    15 พ.ย. 2556, 06:25 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ดีนะเรียนน้อยก้อเครียดน้อย แต่ รร ผมมีภาษาพม่ามาให้เรียนและไม่
    #91
  92. 15 พ.ย. 2556, 16:54 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    นี่ล่ะค่ะ!ที่เด็กไทยสมควรได้รับ ประเทศจะได้พัฒนาซักทีจะได้เอาเวลาว่างไปทำสิ่งที่เราสนใจ เช่น ร้องเพลง เล่น กีฬา หรืออื่นๆ และจะได้มีเวลาอ่านหนังสือทบทวนด้วย

    #92
  93. 15 พ.ย. 2556, 16:56 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ดีค่ะดี 

    เยี่ยม

    #93
  94. 15 พ.ย. 2556, 17:43 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ตกใจ เย้ แต่เฮ่ยงั้นปีหน้าก็ยังเรียนไอเอสอ่ะดิ

    #94
  95. 15 พ.ย. 2556, 21:12 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    ร้องไห้ ปีหน้าก็ ม.6 แระ อดเลยๆๆ

    #95
  96. 15 พ.ย. 2556, 21:21 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    เรียนแบบเน้นปฏิบัติ แต่หลายโรงเรียนส่วนใหญ่ไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือเพียงพอ เวลาที่ห้ไปก็ไรประโยชน์

    #96
  97. 15 พ.ย. 2556, 23:30 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    กว่าจะเปลี่ยนเรียนจะจบละเสียใจเสียใจ

    #97
  98. 16 พ.ย. 2556, 19:05 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    เรียนในห้องน้อยลงก็ดี (แต่ของหนูก็เลิกเร็วอยู่แล้วเหละ) แต่ว่าเด็กก็ไปเรียนพิเศษในห้องเรียนต่ออยู่ดีอ่ะ (มั้ง)

    แต่ชอบตรงที่การบูรณาการของแต่ละกลุ่มสาระ เพราะที่ฟังครูพูดมา งานหนึ่งชิ้นเนี้ยสามารถให้คะแนนได้ตั้ง หกเจ็ดวิชา ภาษา ศิลปะ คำนวณ แต่มันอยู่ที่การจัดหลักสูตรของครูจริงๆอ่ะ

    หนูกำลังจะขึ้น ม.4ค่ะ ก็กำลังกังวลว่าจะเปลี่ยนรึเปล่า แต่ครูแนะแนวบอกว่าไม่เปลี่ยนแล้วอ่า ก็ไม่แน่ใจ อ่า ยังไงก็ชอบแบบนี้น่า จะรอดูการศึกษาที่ดีขึ้นละกัน เยี่ยม

    #98
  99. 16 พ.ย. 2556, 20:38 น. · ผ่านทางเดสก์ทอป

    เอะ แล้วม.5 ล่ะจะได้ลดรึเปล่าตกใจ

    #99
  100. #100 ครูสังคมศึกษา
    21 พ.ย. 2556, 09:15 น. · ผ่านทางแท็บเล็ต
    อืมมมม คืดว่าก็ดีนะคะที่ทำให้เด็กได้มีกิจกรรมที่หลากหลาย. แต่รู้สึกว่าการจัดวิชาค่อนข้างสับสนนิดนึง. ถ้าดูให้ดีๆจะเห็นได้ว่าเป็นวิชาสังคมซะส่วนมากนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีทีเดียว # ครูสังคมคงเหนื่อยหน่อยนะคะ
    #100
  101. อ่านความคิดเห็นหน้า 2

แสดงความคิดเห็น

แม่ไม่ให้เข้าบ้าน พ่อบอกบ้านล็อค, บอมบอมควรใช้อะไรไขประตูบ้านดี? (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .