RSS
สวัสดี ผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
หน้าแรก Dek-D  ,  My.iD  นักเขียน  , กิจกรรม   , ไลฟ์สไตล์,หาเพื่อน MSN hi5   , เกมส์,
GAT PAT , หาหอพัก , กวดวิชา   ,  ติวเตอร์   ,  การศึกษา   ,  ทุน เรียนต่อ   ,  แอดมิชชั่น   ,  แชทรูม   , 
ช้อปปิ้ง   ,ฟังวิทยุ   ,  บอร์ด Asian Star   ,  บอร์ด Af6   ,  บอร์ด The Star6   ,  เว็บเพื่อนบ้าน
Dek-D ภูมิภาค > ภาคเหนือ  ,  ภาคอีสาน   ,  ภาคกลาง   ,  ภาคตะวันตก   ,  ภาคตะวันออก   ,  ภาคใต้
  Board > 4.นักเขียน > สัพเพเหระ • เลขที่กระทู้ 1060332• เข้าชม 644 คน • ตอบ 7 คน • คะแนนโหวต 0 คะแนน
   > ตั้งกระทู้ใหม่! |
ค้นหากระทู้ ชื่อกระทู้ ชื่อคนตั้งกระทู้

ความจริงอันน่าเศร้าของอสูรดูดเลือด

บอร์ดมีอะไรใหม่?
Name : ลูกศร ต้นนที < My.iD > [ IP : 125.25.3.119 ]
Email / Msn: jeans_4484(แอท)hotmail.com
วันที่: 1 เมษายน 2551 / 16:57
  
 
Tag คือ การสรุปคำสำคัญ เพื่อบอกว่ากระทู้นี้เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง

    [ พลาดไม่ได้สำหรับชาวเด็กดีที่เลี้ยงหมา รีบไปที่ Dogilike.com ]



ความจริงอันน่าเศร้าของอสูรดูดเลือด
โดยลูซี่ ซาโบ
การเขียนเชิงสร้างสรรค์ คาบ 4

มีตำนานมากมายเกี่ยวกับผีดูดเลือด แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่มีเรื่องไหนที่เป็นเรื่องจริง ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงมีหนังสือเกี่ยวกับผีดูดเลือดมากมาย? ทำไมถึงมีวัฒนธรรมมากมายมีตำนานผีดูดเลือดของตัวเอง

ความจริงก็คือ ตำนานผีดูดเลือดนั้นมีพื้นฐานจากเรื่องจริง ผีดูดเลือดเคย (และยังคงเป็น) เรื่องจริง ตามที่ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นในงานเขียนต่อไปนี้

แนวความคิดเกี่ยวกับผีดูดเลือดสมัยใหม่ส่วนใหญ่มีพื้นฐานอยู่บนหนังสือ แดรกคูลา ของ บราม สโตรเกอร์ เคานท์แดรกคูลา (ตามที่หนังสือว่า) เป็นผีดูดเลือดผู้มีชีวิตอยู่ในปราสาทในทรานซิลวาเนีย และดื่มเลือดเพื่อมีชีวิตอยู่ เขาสามารถแปลงร่างเป็นค้างคาว และอายุหลายร้อยปี เขาเร็วอย่างเหลือเชื่อ แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ และเป็นปีศาจทั้งวิญญาณ บราม สโตรเกอร์ได้รับแนวความคิดมาจากตำนานพื้นบ้านของโรมาเนีย และจากการอ่านเอกสารประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ วแลด จอมเสียบ การเสียบด้วยแหลนเป็นการลงโทษที่น่าสนใจ และค่อนข้างนิยมในยุคกลาง วิธีการก็คือ เสียบเสาแหลมเข้าไปทางก้น แล้วจับเสาขึ้กนตั้งตรง และนักโทษผู้โชคร้ายก็จะถูกเสียบลงไปบนเสาแหลมเหมือนเคบับที่มีชีวิต นี่เป็นวิธีการโปรดของ วแลด แดรกคูลา ที่จะลงโทษศัตรูของเขา ว่ากันว่ามันเจ็บปวดมาก

แต่วแลด แดรกคูลาตัวจริงไม่ใช่ผีดูดเลือด (อย่างน้อยก็เท่าที่เรารู้) เขาเป็นแค่เจ้าซาดิสซ์โรคจิต เหมือนกับ อลิซาเบธ บาโธนี ผู้ที่ชอบอาบเลือดของหญิงสาวบริสุทธิ์ นอกจากนี้เธอยังชอบทรมานหญิงสาวเหล่านั้นอีกด้วย

โดยพื้นฐาน บราม สโตรเกอร์ เป็นแค่นักเขียนที่จับเอาตำนานพื้นบ้านไปผสมกับประวัติศาสตร์เพี้ยนๆ เพื่อสร้างเป็นเรื่องสยองขวัญ แต่ตั้งแต่นั้นมา ตำนานผีดูดเลือดก็กลายเป็นกระแสใหญ่ในวงการวรรณกรรมสมัยใหม่ ส่วนเรื่องจริง ก็สูญหายไปในเมฆหมอกของเวลา จนกระทั่งบัดนี้

ตำนานและเทพปกรนัมส่วนใหญ่มีพื้นฐานจากเหตุการณ์จริง ยกตัวอย่าง เรื่องเรือโนอาห์ก็อาจได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง และมนุษย์หิมะที่จริงแล้วอาจจะเป็นหมีพันธุ์หายาก

ผีดูดเลือดก็เช่นเดียวกัน

อย่างแรก คุณต้องตระหนักว่า เมื่อเรื่องผีดูดเลือดเริ่มต้นขึ้น คนมีความรู้น้อยมากเกี่ยวกับโรคภัยและยารักษา ผู้คนรักษามะเร็งด้วยปลิง และเอาดินถูบาดแผลเพื่อให้หาย ผู้คนยังไม่รู้ในสิ่งที่เราคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาอีกมาก



แม้กระทั่งเมื่อหลายพันปีก่อน ผู้คนก็มีความรู้เกี่ยวกับเบาหวาน ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรกับมัน แต่ชาวกรีกโบราณก็รู้จักว่าคนเป็นเบาหวานมีน้ำตาลในตัวมากเกินไป และไม่ว่าพวกเขาจะกินเข้าไปเท่าไร มันก็สูญเปล่าหมด แต่นั่นคือทั้งหมดที่พวกเขารู้

ในฐานะที่ฉันเองก็เป็นเบาหวานที่ต้องพึ่งอินซูลิน ฉันได้อ่านมามากมายว่าต้องควบคุมโรคอย่างไร ทุกวันนี้ คนเป็นโรคเบาหวานฉีดอินซูลิน และทดสอบระดับกลูโคส และพวกเราส่วนใหญ่ก็ทำได้ดี เราระวังเกี่ยวกับการตาบอด ไตวาย โรคหัวใจ และนัวโรพาธี (อาการสมองสับสนชั่วคราว) แต่นั่นเฉพาะคนที่เป็นโรคมานานหลายปี แต่ก่อนที่อินซูลินจะถูกค้นพบ อะไรๆไม่ได้เป็นไปด้วยดีสำหรับคนเป็นเบาหวาน เมื่อไม่มีอินซูลินมาเปลี่ยนกลูโคสเป็นพลังงาน เซลล์ต่างๆในร่างกายก็กระหายเจียนตาย คนป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาจะหิวและกระหาย แต่ยิ่งกินเท่าไรพวกเขาก็ยิ่งป่วยมากขึ้นเท่านั้น น้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นจนหวานเกินไป จนกระทั่งร่างกายเผาผลาญไขมันและกล้ามเนื้อจนไม่มีอะไรเหลือ แต่มันจะไม่เกิดขึ้นทันที ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้รับการรักษาจะใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะตาย และร่างกายก็จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากบนเส้นทางไปสู่ความตาย

เบาหวานที่ไม่ได้รับการรักษาแทบจะหมดไปแล้วในทุกวันนี้ เมื่อคนเริ่มกระหาย หิว รู้สึกป่วยและฉี่อยู่ตลอดเวลา พวกเขาก็จะไปหาหมอ หมอให้อินซูลินและเข็มฉีดยาแก่พวกเขา แล้วยาสมัยใหม่ก็ชนะอีกครั้ง จึงเนการยากที่เราจะจินตนาการว่ามันเป็นอย่างไรเมื่อเบาหวานรักษาไม่ได้ และอันตรายถึงตายเหมือนเก้าอี้ไฟฟ้า ฉันได้ทำรายการอาการต่างๆของเบาหวานที่ไม่ได้รับการรักษา เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นกับเด็กสาวในยุคกลาง

แรกเริ่มเธอจะเริ่มหิวและกระหาย เธอไม่เคยดื่มน้ำพอ กินข้าวบด (ไม่ว่ามันจะหน้าตาอย่างไงก็เถอะ) ชามแล้วชามเล่า ทีแรกพ่อแม่ของเธอรู้สึกโกรธเพราะพวกเขายากจน และข้าวบดก็ไม่ได้มาฟรี แต่เธอไม่อาจหยุดกินทุกอย่างที่เธอเห็น ต่อมาเธอก็น้ำหนักลดลง เธอกินเหมือนหมู แต่อาหารก็ผ่านเธอไปหมด พ่อแม่เธอคิดว่าเธอถูกผีเข้า พวกเขาซ่อนเธอจากเพื่อนบ้านเพราะกลัวว่าถ้าเรื่องแพร่งพรายออกไป ลูกสาวของพวกเขาจะถูกเผาทั้งเป็น

ผ่านไปหลายสัปดาห์ เด็กสาวน้ำหนักลดไปหนึ่งในสี่ เธอขาวซีดและมีกลิ่นหวานเอียนเหมือนน้ำผึ้ง เธอหลับเกือบตลอดวัน แต่มันเป็นหลับที่ไม่สนิท เธอกลิ้ง พลิกตัวและร้องคราง เมื่อเธอตื่นเธอก็หิวและกระหาย

เธอฉี่ลดที่นอนครี้งแล้วครั้งเล่าจนแม่ของเธอเลิกเอาฟางใหม่มาปูที่นอนให้เธอ และปล่อยให้เธอนอนทับของเสียไปอย่างนั้น เธอไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจ เธอพูดกับตัวเองในเวลานอน กับคนที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงๆ ผิวกายเธอขาวซีดและชุ่มไปด้วยเหงื่อ ริมฝีปากของเธอแดงเหมือนเลือด เนื้อตัวมีกลิ่นเหม็นไหม้

วันหนึ่งแม่ของเธอเขาขาไก่มาให้ลูกสาว เธอนั่งอยู่บนเตียงฟางสกปรกๆของเธอ เด็กสาวฉวยขาไก่กัดกินอย่างมูมมามเหมือนหมาป่าที่หิวโหย แม่ของเธอขนลุกขนพองกับสิ่งที่เห็น ฟันของเด็กสาวยาวขึ้น และปากของเธอก็เต็มไปด้วยเลือด เด็กสาวขย้ำขาไก่ กัดกร้วมลงไปบนกระดูกด้วยฟันยาวที่กลบไปด้วยเลือด ลมหายใจเหม็นเหมือนผลไม้และเนื้อบูด ตาดำของเธอเบิกกว้างเหมือนหลุมดำ แม่ของเธอหวาดกลัวและหนีไป

วันต่อมาเด็กสาวโซเซออกมาจากกระท่อมเพื่อหาอาหาร เมื่อแสงแดดยามเที่ยงวันต้องตัวเธอ เด็กสาวก็กรีดร้อง ปิดตาและก้มคุดคู้ลงกับพื้น พ่อแม่ของเธอช็อคที่เห็นลูกสาวเป็นเช่นนั้นเมื่อถูกแสงแดด ผิวของเธอขาวเหมือนกับท้องปลา ผมร่วงเป็นกระจุกๆ แขนขาลีบเล็กเหมือนด้ามไม้กวาด พ่อของเธอรีบอุ้มลูกสาวเข้าไปในบ้าน แล้ววางเธอลง

เช้าต่อมาเด็กสาวยังคงนอนนิ่งและไม่ตอบสนอง หน้าผากเย็นเหมือนน้ำแข็ง ไม่มีสัญญาณของชีวิต แม่ของเธอบอกสามีว่าลูกสาวได้ตายเสียแล้ว พวกเขาห่มเธอด้วยผ้าห่ม บอกกับเพื่อนบ้านว่าเธอตายแล้ว และพรุ่งนี้พวกเขาจะฝังเธอที่สุสานข้างๆโบสถ์ประจำหมู่บ้าน

แต่คืนนี้นเองเรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น เด็กสาวตื่นขึ้นมา เธอเหวี่ยงผ้าหม่ออกไปและลุกขึ้นยืน เธอไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่เธอหิวเจียนตาย เธอเดินโซซัดโซเซไปตามแนวกระท่อม สับสนและหวาดกลัว แม่ของเด็กสาวเห็นเธอและกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เด็กสาวเอามืออุดหู มันดังเกินไป! พ่อที่หวาดกลัวคว้ามีดแกว่งไปมาต่อหน้าเธอ เธอวิ่งหนีจากกระท่อม วิ่งหนีเสียงกรีดร้องและแสงแปลบปลาบของมีด เธอเห็นแสงริบหรี่อยู่ไกลๆ เธอได้ยินเสียง เธอได้กลิ่นอาหาร เธอตรงเข้าไปหาแสง พุ่งเข้าไปในกระท่อมของเพื่อนบ้าน หยิบชิ้นหมูออกมาจากหม้อสตูว์และกลืนลงไปอย่างตะกละตะกลาม พวกเขาวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว เด็กสาวกินอาหารค่ำของพวกเขาจนหมดและโซซัดโซเซเข้าไปในป่า วันต่อมาเด็กหนุ่มในหมู่บ้านเจอเธอนอนนิ่งอยู่ในสวนหัวบีต ผู้เฒ่าประจำหมู่บ้านถูกเชิญมา เธอถูกประกาศว่าตายแล้ว พระบอกว่าเธอถูกผีสิง พวกเขาตัดสินใจจะเผาเธอทันที ปะรำถูกสร้างขึ้นบนเชิงเขา ร่างของเธอถูกวางไว้บนกองฟืนและเศษไม้ พระโยนคบไฟลงไปที่กองฟืน ภายในไม่กี่วินาทีไฟก็ลุกโชติช่วง หน้าของชาวบ้านถูกย้อมเป็นสีส้มด้วยแสงไฟ แล้วบางอย่างในกำแพงเพลิงก็เคลื่อนไหว พวกเขามองเห็นรูปร่างของเด็กสาว เสียงกรีดร้องของเธอโหยหวนออกมาจากกองไฟ ร่างของเธอลุกเป็นไฟ เธอบิดเร่าในท่วงท่าของระบำแห่งความตายขณะที่ชาวบ้านต่างก็พากันวิ่งหนี ล้วเธอก็ตาย...ตายอย่างจริงๆ ในคราวนี้

นั่นคือเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนเป็นเบาหวานเมื่อหลายร้อยปีก่อน ลองจินตนาการถึงเรื่องที่พวกชาวนาจะพูดต่อกัน! อาการทั้งหลายที่ฉันพูดถึงเป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นได้จากโรคเบาหวาน กลิ่นหวานของกลูโคสที่สูงเกินไปในเลือด อาการประหลาด กลิ่นเหม็นไหม้ของอาการเคโตอซิโดซิส กลิ่นเหม็นเน่าจากการย่อยสลายของแบคทีเรีย ความคลุ้มคลั่ง ความหิวกระหาย ประสาทสัมผัสที่ไวต่อแสงและเสียงอย่างมาก เลือดออก เหงือกร่น (ซึ่งทำให้ดูเหมือนฟันเธอยาวขึ้น) ไข้ ผิวหนังเย็นเฉียบ อาการโคม่าเหมือนตาย ทั้งหมดเป็นอาการของเบาหวานที่ไม่ได้รับการรักษา แม้แต่การฟื้นขึ้นจากอาการโคม่าหลายต่อหลายครั้งก็อาจเป็นไปได้

สำหรับฉันมันชัดเจนมากว่าเบาหวานในยุคกลางได้นำไปสู่ตำนาน ซึ่งนำไปสู่หนังสือของ บราม สโตรเกอร์ ซึ่งนำไปสู่นิยายของ แอน ไรซ์ และบัฟฟี่ มือใหม่ปราบผี และอื่นๆทั้งหมดทั้งมวลเกี่ยวกับผีดูดเลือด เบาหวานคือต้นกำเนิด คือผีดูดเลือดที่แท้จริง พวกเขาไม่ใช่ปีศาจ หรือเหนือธรรมชาติ หรือเป็นอมตะ พวกเขาแค่ป่วย...เหมือนฉัน ฉันเองก็เป็นผีดูดเลือดขั้นต้น เมื่อฉันฉีดอินซูลีนเข้าไปตอนนี้ ฉันคิดว่ามันคือวัคซีนผีดูดเลือด ถ้าฉันเลิกฉีดอินซูลิน ฉันก็จะกลายเป็นสาวน้อยผีดูดเลือดที่หิวโหยจากยุคกลาง ฉันอาจจะบุกเข้าไปในบ้านของคุณและกินสตูว์ของคุณ

หรืออะไรอย่างนั้น

คุณไม่มีทางรู้ว่าผีดูดเลือดจะทำอะไรกับคุณ

1655 คำ (รวมทั้งนี่ด้วย)



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 เมษายน 2551 / 17:05
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 1 เมษายน 2551 / 17:38


 

PS.  You may call me a freak, Or someone like me for that matter, But in our eyes, You are a freak too.


สร้าง/เข้าร่วม Group พบปะคนที่สนใจเรื่องเดียวกันอย่างเป็นทางการ!

บอร์ดนักเขียนเด็กดี
หมวด: อื่นๆ / นักเขียน
รวมพลชาวบอร์ดนักเขียน

Mafia Society™ RooM
หมวด: อื่นๆ / นักเขียน
ห้องนั่งเล่นศูนย์รวมสังคมนักอ่านนักฆ่ามาเฟีย&#8482;

ชมรมคนรักนิยายสืบสวน
หมวด: อื่นๆ / นักอ่าน
ไม่ว่าจะเป็นโคนัน เชอร์ล็อกโฮล์ม คินดะอิจิ ยอดนักสืบ ฯลฯ ก็สามารถเข้าร่วมชมรมได้

รวมนักเขียนสนพ.อะเมธิสต์
หมวด: อื่นๆ / นักเขียน
ที่รวมตัวของนักเขียนสนพ.อะเมธิสต์



ชอบมาก! ทำไงดี
หรือ ช่วยกันโปรโมต 3 วิธีง่ายๆ
1 ป่าวประกาศ Voice
ประกาศให้เพื่อนใน List ของคุณรู้ ว่าคุณชอบกระทู้นี้
2 บอกต่อๆ กัน
คัดลอกข้อความไปส่งต่อใน Messenger
หรือในอีเมล์สิ!
URL\Link สำหรับเข้ามาอ่านหน้านี้
Embed Code สำหรับนำหน้านี้ไปแปะ
3 ส่งหรือเก็บบทความ ผ่านช่องทางอื่นๆ
แค่คลิกเดียวก็โปรโมตผลงานคุณยิงตรงถึง Social Network
ที่คุณใช้บ่อยๆ


ความเห็น Top 5
ชอบ Comment ไหน คลิก "เห็นด้วย"  ช่วยกัน Vote ให้ Comment ดีๆได้เกิด!

หน้าที่ | 1 - 50 |


ความคิดเห็นที่ 1
บอร์ดมีอะไรใหม่?
   คะแนนเห็นด้วย 0
เหอ...เหอ...ไม่มีอะไรหรอก นี่คือหนังสือที่ข้าพเจ้าอ่านล่าสุด พอดีเห็นว่าแนวความคิดเรื่องผีดูดเลือดน่าสนใจดี เลยแปลมาให้อ่านกัน

ที่ข้าพเจ้าแปลมาเป็นเรียงความที่ตัวเอกเขียนส่งในวิชา การเขียนเชิงสร้างสรรค์

ตัวเอก เป็นสาวอายุ 16 ชื่อ ลูซี่ ซาโบ เป็นสาวกอธที่เป็นเบาหวาน เนื่องจากตอนอายุ 5 ขวบ เธอถูกค้างคาวกัด พ่อแม่พาเธอไปฉีดวัคซีน แต่เธอเป็นเคส 1 ใน 1000000 ที่วัคซีนกันโรคกลัวน้ำ ไปทำให้เซลล์ต้นกำเนิดเซลล์ที่สร้างอินซูลินถูกทำลาย (ไม่มีอินซูลินก็ย่อยกลูโคสไม่ได้)

PS.  You may call me a freak, Or someone like me for that matter, But in our eyes, You are a freak too.
Name : ลูกศร ต้นนที < My.iD > [ IP : 125.25.3.119 ]
Email / Msn: jeans_4484(แอท)hotmail.com
วันที่: 1 เมษายน 2551 / 17:01

ความคิดเห็นที่ 2
บอร์ดมีอะไรใหม่?
   คะแนนเห็นด้วย 0

เคยได้ยินมาเหมือนกันเรื่องข้อสันนิฐานต่างๆเกี่ยวกับผีดูดเลือด
บางตำราก็ว่าเชื้อผีดูดเลือดก็คือเชื้อของพิษสุนัขบ้าในอีกแบบหนึ่งซึ่งได้รับมาจากสัตว์
ทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่งก่อนตายและเมื่อตายไปศพก็ไม่เน่าด้วยไม่รู้จริงเปล่าเพราะในสมัยนี้คนที่ตายด้วยโรคพิษสุนัขบ้ามีน้อยมาก
ส่วนเรื่องเบาหวานก็น่าเชื่อถืออยู่ไม่น้อย แต่ตำนานในสมัยก่อนก็เกิดจากเหตุการณ์แปลกที่ไม่มีขอพิสูจน์ในสมัยนั้น และศาสนายังมีอิทธิพลมากก็ไม่แปลกที่เรื่องจะกลายเป็นโยงกับภูติผีปีศาจ สนุกดีครับผมชอบมากเลยวันหลังมีอะไรแบบนี้ก็เอามาลงอีกนะครับ

Name : runemaster < My.iD > [ IP : 124.120.162.42 ]
Email / Msn: chatkataa(แอท)hotmail.com
วันที่: 1 เมษายน 2551 / 17:21

ความคิดเห็นที่ 3
บอร์ดมีอะไรใหม่?
   คะแนนเห็นด้วย 0
และความจริงอันน่าเศร้าของไอแวมดำตอนนี้คือ ทะเลาะกับพ่อและแม่อย่างรุนแรงว่ะครับ..... =__=" (พ่อแม่จริงๆ นะ ไม่ใช่พ่อตาแม่ยาย) [NF]

PS.  [N][K]: [Nyjales x Karias] ความอิจฉาริษยามันน่ารังเกียจ แต่ใจของเราที่คิดริษยาผู้อื่นนั้น น่ารังเกียจยิ่งกว่า...
Name : DarK_Vampire < My.iD > [ IP : 125.24.68.8 ]
Email / Msn: kinickynikian(แอท)googlemail.com
วันที่: 1 เมษายน 2551 / 17:34

ความคิดเห็นที่ 4
บอร์ดมีอะไรใหม่?
   คะแนนเห็นด้วย 0
แล้วทำไมฟันเธอมีเลือดล่ะ= =* หรือว่าเธอไม่แปรงฟัน
Name : catastrophe < My.iD > [ IP : 58.9.198.189 ]
Email / Msn: prince-michael(แอท)hotmail.com
วันที่: 1 เมษายน 2551 / 17:54

ความคิดเห็นที่ 5
บอร์ดมีอะไรใหม่?
   คะแนนเห็นด้วย 0

ความคิดเห็นที่ 4
แล้วทำไมฟันเธอมีเลือดล่ะ= =* หรือว่าเธอไม่แปรงฟัน
Name : catastrophe < My.iD > [ IP : 58.9.198.189 ]
Email / Msn:
วันที่: 1 เมษายน 2551 / 17:54


เลือดไก่จ้า

PS.  You may call me a freak, Or someone like me for that matter, But in our eyes, You are a freak too.
Name : ลูกศร ต้นนที < My.iD > [ IP : 125.25.3.119 ]
Email / Msn: jeans_4484(แอท)hotmail.com
วันที่: 1 เมษายน 2551 / 18:06

ความคิดเห็นที่ 6
บอร์ดมีอะไรใหม่?
   คะแนนเห็นด้วย 0

thank you


PS.  จบข่าว ข่าวต่อไป... (คติพจน์ที่พูดประจำ)
Name : Boss Killer Ice < My.iD > [ IP : 125.25.211.36 ]
Email / Msn: kosatelim(แอท)hotmail.com
วันที่: 1 เมษายน 2551 / 18:13

ความคิดเห็นที่ 7
บอร์ดมีอะไรใหม่?
   คะแนนเห็นด้วย 0
เด็กคนนั้นคงทรมานน่าดู

PS.  บุปผางามไม่อาจเทียบเคียงความงามของหญิงสาวได้ ฉันใดฉันนั้นความงามของหญิงงาม ก็ไม่อาจเทีบยเคียงอิจิผู้นี้ได้เช่นกัน
Name : Sima Yi < My.iD > [ IP : 58.9.160.173 ]
Email / Msn: ma.petch(แอท)hotmail.com
วันที่: 1 เมษายน 2551 / 23:22

หน้าที่ | 1 - 50 |

  Post your comment : แสดงความคิดเห็น กฏการตั้งกระทู้
ปิด Vote แล้ว
โพสแบบ Member
  Login* Password*
โพสแบบ บุคคลทั่วไป
  ชื่อ* email รูปตัวแทน
  พิมพ์เลขที่เห็น*
แจกแต้ม My.iD ฟรี
สมาชิก ชวนเพื่อนๆ มาเล่น My.iD กันมือใหม่ ยังไม่มี My.iD สมัครที่นี่
 

 
ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

1. กรณีที่ข้อความและรูปภาพในกระทู้นี้แต่งโดยผู้ลงกระทู้เอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงกระทู้โดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อความ
2. กรณีที่ข้อความและรูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงกระทู้จะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม่เหมาะสม โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการที่ contact(at)dek-d.com( ทุกวัน 24 ชม )
หรือโทร 0-2860-1142 ( จ-ศ 09.00-17.30 )
 

| ติดต่อลงโฆษณา | ติดต่อทีมงาน | เที่ยวออฟฟิศ Dek-D | รับสมัคร นศ.ฝึกงาน ตลอดปี
www.Dek-D.com ©1999 2000 2001 2002 2003 2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 ; Allright reserved by Dek-D Interactive Co.,Ltd.