"แล้วแต่"
คิดอย่างนี้นะคะ
เพราะคนเรามีความฝันไม่เหมือนกัน ก็เลยต้องตอบอย่างนั้น
คนชอบเขียนบางคนก็อาจจะฝันว่าจะได้มีหนังสือของตัวเองสักเล่ม นั่นคือความภาคภูมิใจ
ขณะที่อีกคนฝันว่าขอแค่มีคนอ่านแล้วคอมเมนต์ อ่านแล้วบอกว่าสนุก (หรืออื่นๆ) นี่ก็ความภาคภูมิใจ
หรือบางคนขอแค่เขียนจบสักเรื่องก็ดีใจแล้ว ก็เรียกได้ว่าความภูมิใจอีก
มันแล้วแต่ความพึงพอใจของแต่ละคนน่ะค่ะ
ทั้งนี้ทั้งนั้นมันขึ้นอยู่กับตัวเราอีกนั่นล่ะ ว่าเราตั้งเป้าประสงค์ของเราไว้อย่างไร
ที่สำคัญที่อยากฝากไว้คือระหว่างทางที่จะไปถึงเป้าหมาย เราทำอย่างไรบ้าง
เหมือนคนเขาเคยว่าไว้ บางคนขึ้นยอดเขาได้ แต่ไม่เคยตักตวงความสุขระหว่างทาง
มันทำให้เสียอะไรหลายๆ อย่างไปนะคะ ^^
แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัว...ได้พิมพ์แล้วอิ่มตัวไหม ไม่ค่ะ บอกได้ทันที (สำหรับเราในตอนนี้)
เพราะเรายังไม่หยุดมองโลก เรายังสนใจโลกนี้อยู่ว่าตอนมันหมุนไปมีอะไรเกิดขึ้น
มีอะไรให้เราอยากหยิบเอาไปเขียนได้บ้าง มีข้อมูลตรงไหนที่อยากไปค้นคว้าไหม
และเพราะเรายังไม่หยุดคิด ว่า "ถ้า" มีเหตุการณ์อย่างนี้ผนวกกับข้อมูลตรงนั้นๆ มันจะเป็นอย่างไร
การได้ตีพิมพ์เลยยังไม่ทำให้เราอิ่มได้ในตอนนี้
คนเป็นนักเขียน(ที่ยังอยากจะเขียน)ในความเห็นของเรายังไม่น่าจะอิ่มนะ ควรมีความอยาก ความหิวตลอดเวลา
(ฟังแล้วเหมือนเป็นโรคหยุดกินไม่ได้ ไม่สามารถควบคุมการกินได้ 555)
ในที่นี่คือไม่อิ่มความสงสัย ไม่อิ่มในการบริโภคแรงบันดาลใจ และไม่อิ่มในการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ อยู่เสมอ
จากนั้นก็เอาไปผลิตเป็นพล็อต ผ่านกระบวนการคิด คัดกรองในสมอง รกจนตกผลึก
เสร็จแล้วก็เป็นนิยาย เขียนออกมา เพื่อแสวงหาความหิวโหยใหม่
นั่นคือการเขียนจบเรื่อง / เสียงสะท้อนจากผู้อ่าน / การได้ตีพิมพ์ (และอื่นๆ อีกมากมาย)
แล้วจุดไหนจะเป็นจุดตัดสินล่ะ ว่านิยายเรามีค่า ?
ในมุมมองของคนเขียน นิยายมีค่าหรือไม่มีค่า มันขึ้นอยู่กับการเริ่มต้น
ถ้าเราเริ่มอย่างเห็นค่าในงานเขียน เขียนมันด้วยความรัก ความตั้งใจ...มันก็มีค่า
ในมุมมองคนอ่าน นิยายเล่มนี้อ่านสนุก และหรือ นิยายเล่มนี้มีมากกว่าคำว่าสนุก
ดังนั้นฉันก็เลยตัดสินว่า...มันมีค่า
ในมุมมองผู้ประกอบการ นิยายเล่มนี้มันสามารถขายได้ไหม ? มันมีตลาดรับรองไหม
มันต้องกับดีมานด์ของคนอ่านไหม หรือมันเป็นนิยายที่ โอ พล็อตดีมาก
ข้อมูลแจ่มมาก ถึงไม่แนวตลาดในตอนนี้...มันมีค่าพอที่จะลงทุน
ฉะนั้นต้องถามตัวเองว่าอยากจะได้ค่าของมันจากใคร แล้วก็ตั้งใจทำมันซะ ก็แค่นั้นเอง
แต่โดยส่วนตัว(อีกแล้ว) คิดว่าถ้าเราทำให้นิยายมีค่าในสองมุมมองแรกได้
ผลพลอยได้ซึ่งเป็นข้อที่สาม มันก็จะมาเองล่ะนะ
ที่สุดของการเป็นนักเขียนอยู่ที่ไหน ต้องถามใจของตัวคุณเองดูค่ะ ^^
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 สิงหาคม 2551 / 19:43
PS. status จตุรดาตอนนี้ : มองหาหนุ่มแว่น คมเข้ม หล่อ โสด ใส่สูทดูดี อายุสามสิบ หน้าที่การงานมั่นคงมาเป็นเหยื่อ...กั้กๆ
Name : จตุรดา
< My.iD >
[ IP : 58.9.157.65 ]
Email / Msn: chaturada(แอท)msn.com
วันที่: 15 สิงหาคม 2551 / 19:17