ปี 2555 วันสิ้นโลก !!!!!!!!!!!!!!!!!
บอร์ดมีสาระ > ความรู้รอบตัว เลขกระทู้ 1378968 เข้าชม 38992 ตอบ 434 คะแนนโหวต 489

- Name : Bouquet/// < My.iD >
[ IP : 118.173.244.189 ] - Email / Msn: goldsand_huato(แอท)hotmail.com
- วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 / 16:25
          เรื่องที่เราจะเอามานำเสนอต่อไปนี้ เราได้นำเอาเนื้อหาของเรื่องมาจากการอ่านหนังสือ คู่สร้างคู่สม ประจำฉบับที่ 642 ของวันที่ 20-30 มิถุนายน 2552 ซึ่งหลังจากที่ได้อ่านดูแล้ว รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และคิดว่าการเอามาลงในเด็กดี น่าจะเกิดประโยชน์แก่เพื่อนๆทุกคน เพราะมันเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่ปีข้างหน้านี้
          เจ้าของคอลัมน์ได้บอกว่า มันเป็นเรื่องที่เค้าได้รับจาก forward mail ฉบับหนึ่ง เป็นเรื่องจริงที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รับรอง และก็เป็นเรื่องที่องค์การนาซ่าประกาศออกมาแล้ว
        (ถ้าหากว่ากระทูนี้ซ้ำก็ขออภัยด้วยนะคะ เพราะเจ้าของกระทู้เพิ่งจะนำเอามาลงหลังจากที่นั่งแก้หน้าแก้หลังอยู่นาน)
        เค้าบอกว่า ในปี ค.ศ. 2012 หรือปี พ.ศ.2555 นี้ โลกของเราจะแตกกระจายหรือล่มสลาย!!!!
          (ขอลอกเอาเนื้อหาจากหนังสือมาเลยนะคะ เพราะถ้าหากจะให้เราเขียนเองอาจจะไม่ค่อยได้อารมณ์เท่าไหร่ อิๆ)
        ...ตามข้อมูลที่ได้มาเค้าว่าอย่างนี้ครับ
        ในวันที่ 22 ธันวาคม ปี ค.ศ. 2012 หรือปี พ.ศ. 2555 นี้ โลกของเราจะล่มสลาย ผู้คนอาจล้มตายกันจนหมดเกลี้ยง หรือไม่ก็หลงเหลือรอดมาได้กระจิ๊ดเดียวและมีชีวิตอยู่อย่างลำเค็ญเหมือนเมื่อล้านปีก่อน เนื่องจากโลกหลังจากปีที่ว่านี้แทบจะไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย
          ส่วนสาเหตุที่ทำให้โลกล่มสลายนั้น เขาบอกว่ามาจากการพุ่งชนของดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง ซึ่งโคจรผ่านมาทับเส้นโคจรของโลกพอดี งานนี้เลยเกิดตูมสนั่นแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็จบสิ้น
          แต่เหตุผลที่เขายกมาสนับสนุนนั้นอ่านแล้วชวนให้ฉี่เล็ดเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาบอกว่าในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2555นั้น แกนโลกของเราจะพลิกขั้วกลับพอดี เรื่องนี้องค์การนาซ่าเขาประกาศออกมาแล้วจึงแสดงว่าเป็นเรื่องจริงไม่ได้อิงนิยาย และการพลิกขั้วของโลกเนี่ยจะทำให้โลกของเราไม่มีสนามแม่เหล็กที่จะปกป้องตนเองจากพลังแม่เหล็กและรังสีต่างๆจากนอกโลก และในวันนั้นดวงอาทิตย์ก็ดันเกิดการพลิกขั้วเหมือนกัน
            อันที่จริงดวงอาทิตย์จะพลิกขั้วทุก 11 ปีเป็นปกติอยู่แล้ว อย่างคราวก่อนก็เกิดขึ้นปี 2544 คราวนี้เลยเกิดปี 2555 และก็บังเอิญเหลือเกินที่มาตรงกับวันที่โลกเราดันพลิกขั้วพอดี รังสีที่ร้อนสูงผิดปกติจึงแผ่เข้ามาโดยที่โลกไม่สามารถป้องกันตนเองได้
            ผลคือ ทำให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายฉับพลัน ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำท่วมโลกในทันที...
นอกจากนี้ เจ้าของคอลัมน์ยังได้เสริมอีกว่า นายกอร์ดอน ไมเคิล สแกเลี่ยน ได้ทำแผนที่โลกฉบับใหม่หลังจากน้ำท่วมโลก (ทำขึ้นตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2521) ปรากฏว่า แผ่นดินที่เหลือนั้นมีเพียงนิดเดียว โดยประเทศไทยนั้นพบว่ามีอยู่เพียงแถวๆอิสานตอนกลางไปหาภาคเหนือบางส่วน สำหรับภาคกลางและภาคใต้หายไปหมด
            ส่วนสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ พวกเกาะทั้งหลายนั้น ก็ไม่มีเหลือ
            สรุปคือ ทั้งโลกอาจจะมีชีวิตรอกเพียง 10 % เท่านั้น!!!!!!!!
            แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ค่ะ ถึงประชากรโลกจะยังมีชีวิตรอดเหลือ 10 % แต่ก็ยังมีเหตุการณ์ผีซ้ำกรรมซัดซ้อนขึ้นมาอีก ดังนั้นผู้ที่คิดดีใจว่ารอดแล้วๆๆนั้น ผิดคาดค่ะ
            เพราะในขณะที่โลกพลิกคว่ำพลิกหงายอยู่นั้น ก็เกิดเหตุการณ์ที่ร้ายกาจกว่าเกิดขึ้นมาพอดิบพอดีเลย นั่นก็คือ มีดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ดวงหนึ่งดันโคจรเข้ามาในระบบสุริยะของเราพอดี๊พอดี
            นั่นคือ ดาวนิบิรุ(Nibiru)
            ซึ่งดาวดวงนี้เป็นดาวที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวพฤหัสบดีถึง 3 เท่า!!!!!!!!!
            แล้วยังเป็นดาวฤกษ์ที่มีไฟสว่างไปทั้งดวงด้วย ถ้าหากว่าชนเข้ากับโลกของเรา ไม่ต้องคิดก็รู้แล้วค่ะว่าผลจะออกมาเป็นยังไง
            ถ้าถามเจ้าของกระทู้ว่า เรื่องนี้จริงเท็จแค่ไหน? เราก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ามันจริงหรือไม่จริง เพราะเป็นเรื่องที่เราเอามาจากเค้าอีกทีหนึ่ง เรื่องที่เล่ามาอาจจะเป็นเพียงเรื่องแหกตาก็ได้ ดังนั้นทุกคนก็ควรอ่านแบบใช้วิจารณญาณด้วยนะคะ อย่าแตกตื่นหรือตื่นเต้นมากจนเกินไป รอดูว่า พอถึงปี 2555 แล้วมันจะเป็นเรื่องจริงรึเปล่า ถ้าเป็นจริง ถึงตอนนั้นเราค่อยมาตื่นเต้นก็ยังไม่สาย
            แต่เราว่า ถึงจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆก็ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน เพราะถึงยังไงทุกคนก็ต้องตายเหมือนกันหมด นับตั้งแต่แม่ค้าขายส้มตำ ไปจนถึงผู้มีอำนาจล้นฟ้า
อย่างน้อยๆเราก็ไม่ได้ตายคนเดียวล่ะ
            หรือถ้าจะคิดแบบทางธรรมนะคะ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว ถึงเราจะไม่ได้ตายในวันสิ้นโลก แต่ถึงเราอยู่ไปได้ พอเราแก่ตัวหรือสังขารหมดสภาพแล้วก็ต้องตายอยู่ดี จริงมั้ย?
หรือถ้าหากว่า บางคนเกิดเชื่อว่าเรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นจริง และก็กลัวการตาย การดับสูญ เจ้าของกระทู้ขอแนะนำว่า เมื่อรู้ว่าตัวเองมีเวลามากน้อยเพียงใดแล้ว ก็ขอให้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นั้นให้คุ้มค่าที่สุด ทำสิ่งที่ตัวเองรัก ที่ตัวเองชอบ ที่ตัวเองทำแล้วมีความสุขซะ แล้วเมื่อถึงเวลาที่คุณตายไปแล้วคุณจะได้ไม่เสียใจ ที่ครั้งหนึ่งใจชีวิตก่อนตายคุณไม่ได้ทำอะไรเลย
            ถ้าหากรู้จักปลงกับชีวิตบ้าง ทั้งชีวิตของคุณจะไม่วุ่นวาย
            สาธุ........
            อาเมน......
            อัสลามุอาลัยกุม.........
            ขอขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสาร คู่สร้างคู่สม ค่ะ ที่นำเอาเรื่องดีๆมีสาระอย่างนี้มาเขียน
PS. ไม่มีสิ่งไหนที่เป็นไปไม่ได้
Gift Store
Book Store





หยุดทำร้ายประเทศไทยหยุดใช้ความรุนแรง !!!
