แนะแนวคณะสหเวชศาสตร์ CU
บอร์ดแอดมิชชั่น > คณะเทคนิคการแพทย์/สหเวชฯ/สาธารณสุขศาสตร์ เลขกระทู้ 2412084 เข้าชม 2349 ตอบ 56 คะแนนโหวต 15
จากกระทู้เก่าของพี่โดนลบ
พี่ก็เลยกลับมานั้งพิมพ์กอปใหม่ให้น้อง ๆ ที่สนใจอีกครั้ง
พี่เรียนอยู่สหเวชศาสตร์ จุฬาฯ สาขาเทคนิคการแพทย์ รหัส 5437xxxx37
ได้รับหน้าที่มาให้PRเกี่ยวกับคณะให้น้อง ๆ ได้รู้จักก่อนจะตัดสินใจเลือก
(ให้ความรู้ only no drama OK? )
เริ่มจากคณะสหเวชศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยพี่ประกอบด้วยกัน 3 สาขา
คือ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด และ โภชนาการและการกำหนดอาหาร
ต่อไปนี้เป็นบทความที่พี่เอามาเว็บ ค่ายเพื่อนกาวส์ 7 :)
เทคนิคการแพทย์ (Medical Technology) MT
สาขานี้เป็นยังไง ?
เป็นสาขาที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์สิ่งส่งตรวจจำพวกสารคัดหลั่งต่างๆ ที่มาจากร่างกายของเรา เช่น เลือด ปัสสาวะ น้ำไขข้อ ไขสันหลัง ฯลฯ แบ่งออกเป็นสาขาต่างๆ เช่น เคมีคลินิก จุลทรรศนศาสตร์คลินิก จุลชีววิทยาคลินิก โลหิตวิทยาเป็นต้น ค่ะ
แนะนำวิชาเรียนหน่อย ?
น้องที่สนใจเรียนสาขานี้นะคะ เริ่มแรกก็จะเรียนในวิชาสายวิทย์พื้นฐานทั่วไป เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์พื้นฐาน พอเริ่มมีวิชาความรู้กล้าแกร่งขึ้น น้องก็จะได้เรียนวิชาที่มันยากขึ้น เกี่ยวข้องกับสายอาชีพของน้องมากขึ้น เช่น วิชา Hematology โลหิตวิทยา, Body Fluid Analysis การวิเคราะห์สารคัหลั่งในร่างกาย, Clinical Chemistry เคมีคลินิก, Immunology ภูมิคุ้มกันวิทยา, ฺBlood Bank การธนาคารเลือด, Bacteriology วิทยาแบคทีเรีย, Toxicology พิษวิทยา และอื่นๆ อีกมากมาย พี่จะอธิบายพอเห็นภาพคร่าวๆ บางวิชา เช่นHematology น้องจะเรียนทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับเลือด ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบของเลือด การเจาะเลือด ตรวจเลือด แปลผลเลือด โรคที่เกี่ยวข้อง ถือว่าเป็นวิชาที่สำคัญมากๆ ของสาขานี้เลยจร้า
Body Fluid Analysis ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่ายังไงก็คงไม่พ้นพวกการตรวจปัสสาวะ ,สารคัดหลั่งต่าง ที่ออกมาจากร่างกายของน้องเอง เรียนวิชานี้น้องจะได้เห็นอะไรแปลกๆ ที่น้องไม่เคยเห็นอีกเย๊อะจ๊ะ ฟังดูอาจน่ากลัวสำหรับวิชานี้แต่สนุกดีเหมือนน้า
Clinical Chemistry วิชานี้คือวิชาเคมีคลินิก น้องๆ จะได้เรียนเกี่ยวกับการตรวจวัดสารต่างๆ ในร่างกายโดยใช้วิธีทางเคมีค่ะ ผลตรวจแลบที่น้องๆ เห็นเวลาไปตรวจสุขภาพ เช่นพวกคอเลสเตอรอล น้ำตาลในเลือด ก็จะใช้หลักของวิชานี้ตรวจค่ะ น้องจะได้ลงมือตรวจเอง แปลผลเองด้วยค่ะ
Immunology วิชานี้เป็นวิชาที่สร้างเสริม Mental picture ให้กับน้องๆอย่างมาก เพราะน้องต้องเรียนเกี่ยวกับ Antigen antibody ที่แสนจะตัวเล็กและน้องก็ไม่เคยเห็นมาก่อน แบบว่าต้องจินตนาการเอง แต่เป็นวิชาที่เป็นประโยชน์มากนะคะวิชานี้ เพราะปัจจุบันการวินิจฉัยโรคต่างๆ ก็อาศัยหลักการพื้นฐานมาจากวิชานี้แหละคร้า
Blood Bank วิชานี้จะเป็นวิชาที่เพิ่มพูนความรู้ทางด้านหมู่เลือดให้น้องอย่างมาก น้องๆ จะได้รู้ว่าหมู่เลือดของคนเราไม่ได้มีแค่ A B O และ RH ค่ะ
จบไปทำอะไร ?
น้องที่จบ MT สามารถไปทำงานได้หลากหลายอาชีพ แล้วแต่ความสนใจ หรือความถนัดของแต่ละคน เช่น ทำงานประจำห้องแลปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาลหรือเอกชน งานนี้ถือว่าน่าภาคภูมิใจมากเลยนะคะ แม้ว่าเราจะเป็นคนที่ทำงานเบื้องหลัง อาชีพนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหมอหรืออย่างไร เพราะเราก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในการวินิจฉัยหรือการรักษาโรคให้สำเร็จ ผลแลปของสามารถช่วยคุณหมอทั้งหลายวินิจฉัยโรคได้มากมายเลยทีเดียวจร้า นอกจากนี้น้องยังสามารถไปเป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องมือ อุปกรณ์ ทางการแพทย์ ให้แก่ห้องแลปต่างๆ อาชีพนี้น้องไม่ใช่ sale ขายของธรรมดานะคะ แต่ถือว่าน้องเป็นผู้นำเสนอหรือขายความก้าวหน้า ความสะดวกสบายทางการแพทย์ต่างๆ ทำให้การตรวจวินิจฉัยโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากขึ้น งานสุดท้ายหากว่าใครสนใจด้านวิชาการ น้องอาจจะไปเป็นนักวิจัยหรือ อาจารย์ด้านที่น้องสนใจก็ได้น้า แต่งานนี้ต้องเรียนต่อกันยาวหน่อยล่ะ
อยากบอกน้องว่า ?สาขาเทคนิคการแพทย์นั้นเป็นสาขาที่เรียนไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย แต่ที่สำคัญคือน้องต้องเรียนอย่างมีใจรัก มีใจที่พร้อมจะช่วยเหลือคนอื่น โดยไม่หวังผล เราเป็นคนทำงานเบื้องหลัง เป็นสาขาที่มีอะไรมากกว่าที่คิด ดังนั้นลองไปค้นหาตัวเองดูน้าว่าจริงๆ แล้วชอบหรืออยากทำอะไรแบบไหน ^^
เขียนโดย: P' ตั๊กกี้ MT#3กายภาพบำบัด (Physical Therapy) PT
สาขานี้เป็นยังไง ?
เป็นสาขาการแพทย์แขนงหนึ่งซึ่งเน้นการป้องกัน ส่งเสริม รักษา และฟื้นฟูร่างกายด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด โดย PT จะสามารถตรวจประเมินร่างกายผู้ป่วย และสามารถรักษาโรคที่เกี่ยวกับทางกายได้ รวมถึงป้องกันและฟื้นฟูให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติได้ด้วย ปัจจุบัน กายภาพบำบัดมี 4 สาขาย่อยด้วยกันคือ "กายภาพบำบัดทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ" "กายภาพบำบัดในผู้ป่วยเด็ก" "กายภาพบำบัดทางระบบประสาท" และ "กายภาพบำบัดทางระบบทางเดินหายใจและทรวงอก" :]
แนะนำวิชาเรียนหน่อย ?
Physics 1 & 2 วิชาที่เรียนมาตั้งแต่ ม.ปลายกันใช่มั้ย พอมาเรียนก็ต้องเจออีก แถมยังเรียนมากกว่าสาขาอื่นอีกแนะ แต่ก็เป็นพื้นฐานสำหรับวิชาชีพนี้ เพราะหลักการรักษาไม่ว่าจะด้วยมือหรือการใช้ไฟฟ้า ก็ต้องมีพื้นฐานของฟิสิกส์นี้ด้วยAnatomy เป็นวิชาที่กายภาพบำบัดภูมิใจมาก ที่เราจะได้ลงมือเข้าแล็ปผ่าอาจารย์ใหญ่กัน โดยสาขา MT และ ND จะเรียนแค่ทฤษฎีเท่านั้น วิชานี้ก็เป็นพื้นฐานของการเรียนกายภาพบำบัด การรู้ตำแหน่งของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท จะทำให้เราสามารถรักษาคนไข้ได้ อันนี้สำคัญมาก!
Electrotherapy เป็นวิชาที่สนุกและจำเป็นมาก เพราะเราสามารถใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัดรักษาผู้ป่วยได้ โดยที่เราจะได้ทดลองทำจริง สนุกกับเครื่องมือที่ใช้ไฟฟ้าจริง และนับว่าถ้านักกายภาพบำบัดคนไหนใช้เครื่องมือไม่เป็น ถือว่ายังเป็นนักกายภาพบำบัดที่ไม่เต็มตัวเลยก็ว่าได้
Exercise Therapy ถือเป็นอีกอย่างหนึ่งที่นักกายภาพบำบัดต้องรู้ การออกกำลังกายนอกจากทำให้สุขภาพดี ยังจำส่งเสริมให้ป้องกันและรักษาโรคต่าง ๆ ได้เช่นกัน และนอกจากนี้ก็จะได้เรียนธาราบำบัดหรือการออกกำลังกายในน้ำอีกด้วย สนใจกายภาพในน้ำก็ลองสาขานี้ดูนะ
จบไปทำอะไร ?
หลัก ๆ เลยก็เป็นนักกายภาพบำบัดแน่นอน เป็นวิชาที่ไม่ตกงานแน่นอน เพราะความต้องการ ณ ปัจจุบันมีสูงอยู่ และผู้ป่วยก็เริ่มที่อยากจะรักษาโดยไม่ใช้ยา ดังนั้นจึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้แพทย์เลยทีเดียวนอกจากนี้แล้วเราสามารถทำงานใน sport center หรือตามศูนย์ฟิตเนสได้อีกด้วย ซึ่งถ้าเราเรียนจบออกไป ความรู้เราก็จะแน่นกว่าคณะวิทย์ฯกีอีกนะ ก็สามารถแนะนำผู้ที่อยากหุ่นดีดดยการออกกำลังได้ด้วย
หรือไม่ก็เป็นคนที่ขายอุปกรณ์ของกายภาพบำบัด ถ้าหากเรียนไปแล้ว รู้วิธีการใช้เครื่องมือ เราก็ต่อยอดขายเครื่องมือก็ได้
และสำหรับคนที่จะเน้นเฉพาะทางทางด้านต่าง ๆ ตามที่ได้บอกไว้ข้างบน ก็สามารถเรียนต่อปริญญาโทหรือเอกได้นะ หรือจะเรียนต่อคณะอื่นก็ได้เช่นกัน
อยากบอกน้องว่า ?
ลองอ่านดูแล้วก็อยากให้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับน้อง ๆ ที่จะเลือกคณะในฝันนะ เรียนแค่ 4 ปี สามารถทำการรักษาและตรวจประเมินได้เหมือนแพทย์ ถ้าหากน้องที่ชอบการรักษาผู้อื่น ก็พิจารณาสาขานี้ดูนะ สู้ ๆ :]เขียนโดย: P' อาร์ต PT#3
โภชนาการและการกำหนดอาหาร (Nutrition and Dietetics) ND
สาขานี้เป็นยังไง ?
สำหรับสาขาโภชนาการและการกำหนดอาหาร เราก็จะเรียนเกี่ยวกับอาหาร ตามชื่อเลยครับ !! แต่จะเป็นในเชิงของการแพทย์นะ เป็นการนำความรู้ด้านอาหาร มาประยุกต์ใช้ ในการบำบัด รักษา ป้องกัน อาการเจ็บป่วยของคนไข้ ทำให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเราเรียนอะไรบ้าง ? ก็จะเรียนครอบคลุมเยอะมากกก ที่เด่นๆ คือ เรียนเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ ในหลายๆ มุมมอง ทั้งมุมมองด้านชีวเคมี สรีรวิทยา พฤติกรรมมนุษย์ ฯลฯ และที่เด่นๆ เลยก็คือเรียนเรื่องการกำหนดอาหาร ซึ่งก็เป็นศาสตร์ที่ใช้ดูแลอาหารสำหรับผู้ป่วยพิเศษเฉพาะโรคครับ :D สาขานี้จะต่างจาก Food Science/ Technology นะ อธิบายสั้นๆ คือตรงที่สาขานี้จะเน้นไปในทางโภชนาการ เป็นการดูในมุมมองทางคลินิก ทางการแพทย์ แต่สาย Food จะเน้นไปในทางการใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาดูเกี่ยวกับอาหารในเชิงอุตสาหกรรม การผลิต การปรับปรุงคุณภาพ มากกว่าครับ ^^แนะนำวิชาเรียนหน่อย ?
Profession Orientation วิชานี้เป็นวิชาชิมลาง ที่น้องๆ เข้าปีหนึ่งมาจะต้องเจอ โดยจะได้ไปเยี่ยมชมฝ่ายโภชนาการในสถานที่ต่างๆ ทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน ศูนย์การแพทย์ บริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหารและโภชนาการ (เช่น Nestle, Sky Chef, ฯลฯ) เรียกได้ว่าเปิดหูเปิดตามากเลยครับ ว่าวิชาชีพนี้ทำอะไรได้บ้าง !!Nutrition Assessment 1 & 2 วิชานี้เป็นทีเด็ดของสาขาอีกเหมือนกัน ที่หลายๆ เทคนิคนั้น มีเฉพาะวิชาชีพเราที่จะได้เรียน (บางเทคนิค แพทย์ยังไม่รู้เลยนะเอ้อ) โดยเราจะเรียนเกี่ยวกับการประเมินภาวะโภชนาการ ว่าคนไข้ที่เราเห็นเนี่ย มีความผิดปกติทางโภชนาการรึเปล่า เป็นอะไรมากน้อยแค่ไหนยังไง ซึ่งเครื่องมือของสาขาเราก็จะมีหลายอย่างให้ได้เลือกใช้ และบางอันน้องก็อาจจะคิดไม่ถึงก็ได้ เช่น กระดาษเพียงแผ่นเดียวสามารถประเมินว่าคนไข้มะเร็งคนนี้ สูญเสียโปรตีนจนเป็นอันตรายต่อร่างกายแล้ว หรือไม่ !!
Health Food and Supplements วิชานี้จะเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพต่างๆ ที่มาโฆษณากันเกร่อมากในยุคปัจจุบันนี้ อย่างที่ได้ยินดังๆ เลยก็เช่น Glutathione, CoQ 10, Collagen, L-carnitine ฯลฯ) ว่า จริงๆ แล้ว มันคืออะไร โครงสร้างเป็นยังไง ทำอะไรได้ กินแล้วตายมั้ย ผลข้างเคียงเป็นยังไง เรียกได้ว่าเรียนเกือบครอบจักรวาลสำหรับผลิตภัณฑ์หลายๆ ชนิดเลยครับ เรียนวิชานี้แล้วจะเหมือนเบิกเนตร ว่า ที่โฆษณากันทุกวันนี้ จริงๆ แล้วมันเป็น เยี่ยงไร !! ฮ่าๆๆๆๆๆ
จบไปทำอะไร ?
จบไปแล้วทำงานได้ค่อนข้างกว้างอยู่ครับ หลักๆ เลยก็คือทำงานเป็นนักกำหนดอาหารในโรงพยาบาล คอยดูแลเรื่องอาหารสำหรับคนไข้ ก็ตามที่เรียนมาเลย เช่นคนไข้เบาหวาน คนไข้โรคไต คนไข้มะเร็ง ต้องมีการดัดแปลงอาหารยังไง ก็ต้องทำให้ได้ หรือถ้าไม่อยากทำงานในโรงพยาบาล ก็สามารถทำได้ตามบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอาหาร โดยอาจจะไปอยู่ในฝ่ายวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ก็ได้ครับ หรือจะไปเป็นดีเทลจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ก็ได้เช่นกัน หรืออยากจะเป็นนักวิจัย ก็ต่อปริญญาโท ปริญญาเอก ได้ หรือถ้าอินดี้ อยากเปิดร้านอาหารเพื่อสุขภาพเองก็ทำได้เช่นกัน แถมเท่ด้วย อิอิอยากบอกน้องว่า ?
พี่ๆ น่ารักทุกคนค๊าบบบบบบ ฮ่าๆๆๆ !!ร่วมสุมหัวเขียนโดย: P' เปา ND#3, P' ตาล ND#3
สำหรับเรื่องใบประกอบวิชาชีพนะครับ MT และ PT จะต้องสอบใบประกอบโรคศิลป์เมื่อเรียนจบ ~แต่สำหรับ สาขา ND นั้นตอนนี้ยังไม่มีใบประกอบโรคศิลป์นะครับแต่จะมีใบรับรองจะสมาคมนักกำหนดอาหาร แต่จะมีใบประกอบโรคศิลป์แน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้ (อาจารย์ ND เขากำลังผลัดดันครับ)
หากน้อง ๆ มีข้อสงสัยอะไรประการใดส่งคำถามมาได้ที่ http://www.facebook.com/ahs.smo
สุดท้าย พี่อยากบอกว่า ไม่มีอาชีพไหนที่ดีที่สุด สำคัญที่สุด ทุกอาชีพสำคัญเท่ากันหากเราขาดอาชีพใดอาชีพหนึ่งเราก็คงอยู่ไม่ได้อย่างทุกวันนี้(เราไม่ควรดูถูกคนอื่น และไม่ควรดูถูกตนเอง ) พี่ก็ขอบคุณน้อง ๆ ที่อ่านกระทู้นี้จบ (เทพมาก !) และสุดท้ายสุด ๆ พี่ก็หวังว่าข้อมูลนี้สามารถให้น้องได้รู้ว่าคณะของพี่เรียนอะไรยังไง เป็นอย่างไร น้องอยากเรียนหรือไม่ ขอให้น้อง ๆ ได้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ของพี่ ๆ ไม่ว่าน้องจะเข้าไปอยู่มหาวิทยาลัยใด ๆ ก็ตามหรือคณะใดก็ตาม....... โอมจงแอดติด !! คณะที่น้องต้องการ สาธุ !!
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 มีนาคม 2555 / 23:23
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 12 มีนาคม 2555 / 23:34
แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 12 มีนาคม 2555 / 23:38
แก้ไขครั้งที่ 4 เมื่อ 12 มีนาคม 2555 / 23:44
แก้ไขครั้งที่ 5 เมื่อ 13 มีนาคม 2555 / 19:23
Gift Store
Book Store





มาก สาขาสุดท้าย




