[สาระ] ไขข้อสงสัยทุนรัฐบาลเกาหลีหลายๆข้อ
บอร์ดเรียนต่อนอก > เรียนต่อนอก ป.ตรี เลขกระทู้ 2600833 เข้าชม 3141 ตอบ 26 คะแนนโหวต 10

- Name : คิขัวเลิฟ (kikukikulove) < My.iD >
[ IP : 58.11.78.93 ] - Email / Msn: -
- วันที่: 11 ตุลาคม 2555 / 18:34
สวัสดีค่ะผู้มีฝันเรียนต่างแดนหลายๆคน^^
วันนี้ได้โอกาสมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเอกสารสมัครทุนที่ตอนนี้เป็นที่เล่าลือกันแทบทุกที่ ในเด็กดี เฟซบุค ทวิตเตอร์ ก็คุยกันเรื่องนี้และมีข้อสงสัยคล้ายๆกันเยอะ
เคยตอบข้อสงสัยให้บางกระทู้ไปแล้วบ้าง บางคนติดต่อส่วนตัวมาบ้าง
ต้องบอกเลยว่าข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัว และโทรไปถามสถานทูตมาเองนะคะ^^
และข้อมูลบางข้อมูลก็สามารถเอาไปใช้ต่อในทุนอื่นได้ด้วยค่ะ ^^
1.ต้องมีคะแนน TOPIK, TOEIC,TOEFL,IELTS มั้ย?
จากในใบสมัครเขาเขียนว่า "ถ้ามี" ซึ่งหากคนไม่มีคะแนนพวกนี้บอกเลยค่ะว่า "สมัครได้"
แต่เปอร์เซ็นที่จะได้ทุนจะมีสูงกว่า เพราะทุนทุกทุนย่อมอยากได้คนที่มีความสามารถทางภาษา
อย่างน้อยๆไม่ได้เกาหลีก็ควรได้ภาษาอังกฤษ ซึ่งทุนนี้เค้าหยวนให้ TOEIC ด้วย (อย่าง EGPP เค้ากำหนดให้แค่โทเฟลและไอเอลเลย) ซึ่งเป็นโอกาสดีที่น่าไปสอบมาก เพราะสอบได้ "ทุกวัน" จันทร์-เสาร์ วันนึงก็มี 2 รอบ เช้าเย็น ใครไปสมัครรอบเช้าแล้วรู้สึกตัวเองทำไม่ได้ก็สมัครรอบบ่ายเลยก็ยังได้ (เพื่อนเราเคยทำ) และคะแนนก็ออกเร็วมาก 1 วันหลังจากนั้นเอง (ถ้าสอบจันทร์-พฤหัส) คะแนนเต็มจะอยู่ที่ 990 แต่ถ้าเอาคะแนนที่ถือว่าอยู่ในระดับที่โอเคน่ายื่นก็ควรจะเป็น 650-700+ แต่ถ้าต่ำกว่านั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ อย่างน้อยก็ยื่นคะแนนเข้าไปให้คนให้ทุนรู้ว่าอย่างน้อยชั้นก็มีความรู้ภาษาอังกฤษนะ
(เราเคยไปตอบในกระทู้ TOEIC ของเด็กดีแล้ว เข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้นะคะ http://bit.ly/RyYsao
และขอตอบอีกอย่างสำหรับคนที่สงสัยว่าใช้คะแนนพวก CU-TEP / TU-GET ได้ไหม ขอตอบว่า "ไม่ได้" ค่ะ เพราะว่ามันเป็นข้อสอบ "ของไทย" ไม่ใช่สากล แม้ว่าจะมีการเทียบอิงก็ตามแต่ค่ะ
2. ไม่มีใบจบ ไม่มีทรานสคริปต์สมัครได้ไหมคะ
ถ้าไม่มีใบจบ "สมัครได้"ค่ะ แต่ต้องให้โรงเรียนออก "ใบรับรองว่าจะจบภายในเดือนมีนาของปีที่เราจะรับทุน" แต่ถ้าหนักขั้นไม่มีใบทรานสคริปต์เลย ต้องบอกว่า "ไม่ได้ 10000 เปอร์เซ็นค่ะ" เพราะว่าไม่ว่าสมัครทุนหรือมหาลัยเอกสารสำคัญอย่างทรานสคริปต์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย
3. พิมพ์หรือเขียนดีคะ
ในเอกสารเขียนว่า type or print ซึ่งเราถามทั้งอาจารย์ไทยและอาจารย์ต่างชาติมาแล้ว ทุกคนบอกว่า "ต้องพิมพ์ค่ะ" สำหรับขนาดฟ้อนต์ในการกรอกให้ใช้อิงกับตัวเองสารส่วนอื่นที่เขาพิมมาให้ ตัวอย่างของเราคือการกรอกครั้งนี้เราใช้ฟ้อน times new roman 10 ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานของอาจารย์ฝรั่งหลายๆคนด้วย ^^ แต่มีส่วนหนึ่งที่เราโทรถามสถานทูตแล้วทีเขาอนุโลมให้เขียนได้คือ "letter of reccommendation" ส่วนล่างที่อาจารย์เขียนนะคะ แต่ส่วนบนที่เป็นข้อมูลตัวเรา "ต้องพิมพ์" ค่ะ แต่ถ้าหากอาจารย์สามารถพิมพ์ได้ ก็แนะนำว่าควรพิมพ์ดีกว่าค่ะ ^^
4. เกรดใช้ม.4-5 อย่างเดียวได้ไหม เกรดม.6เทอมหนึ่งยังไม่ออก
เราโทรไปถามสถานทูตมาแล้วคือ "ได้" ค่ะ
5. STUDY PLAN กับ Personal statement เขียนยังไง (อาจเป็นคำถามสุดฮิตสำหรับทุกทุน)
ขอเริ่มอธิบายที่ personal statement นะคะเพราะว่าคุ้นเคยกว่า 555 ขออนุญาตเรียกย่อว่า ps นะคะ ps เป็นเอกสารสำหรับอธิบาย "ตัวเรา และประสบการณ์" ค่ะ ในเอกสารทุนนี้เขากำหนดมาให้ว่าควรเขียนอะไรบ้าง เอาจริงๆแบ่งแค่พารากราฟตามหัวข้อที่เขาให้มา ความยาวก็จะประมาณ 2หน้า a4อย่างที่เขากำหนดมาแล้วค่ะ ^^ แต่ถ้าใครไอเดียกระฉูดอยากพรีเซ้นตัวเองมากกว่านี้ก็เพิ่มเติมตามแต่สะดวกใจ แต่ต้องเป็นเรื่องตัวเรา BG ของเรา และ ประสบการณ์เท่านั้นนะคะ^^
ส่วน STUDY PLAN เป็นส่วนที่เรายอมรับว่าเราไม่ถนัดเลย อิงอาศัยที่พี่เป้เด็กดีมาแนะนำบวกกับ sample ของคนต่างชาติล้วนๆ study plan เป็นเรียงความเกี่ยวกับอนาคตและการจัดการชีวิตของเราค่ะ เขาอยากรู้ว่าเราจะวางแผนการเรียนยังไง อะไรคือเป้าหมายในชีวิต และเราจะคว้าเป้านั้นได้อย่างไร ในใบสมัครทุนนี้แบ่งเป็นสองพาร์ธ คือ
1.วางแผนพัฒนาภาษา "ก่อน" และ "หลัง" ไปเกาหลี - นั่นคือแผนว่าเราจะเรียนภาษายังไง จะเทคคอร์ส หรือจะเรียนเอง จะพัฒนาวิธีไหนอย่างไร ของเราเราก็เขียนไปว่าก่อนไปเราจะเทคคอร์สให้ได้เบสิกเกาหลีก่อน แล้วจะศึกษาด้วยตัวเองโดยการดูซีรี่ย์ คุยกับเพื่อนเกาหลี บลาๆๆๆ ว่าไป (ส่วนนี้หา sample ยาก หรือเรียกว่าไม่เจอเลยก็ได้)
2.ส่วนที่เกี่ยวกับการเรียนในคณะ - อันนี้เราใช้วิธีอิงจากบทความพี่เป้เลยค่ะ เพราะว่าสอนไว้ได้ดีมาก เราจึงขอไม่อธิบายอะไรมากในส่วนนี้ค่ะ ^^ (ข้ามเลยละกันเนาะ)
เทคนิคของการเขียนส่วนนี้คือ sample ของคนต่างชาติค่ะ เสิร์ชกูเกิลเลย personal statement sample for scholarship / study plan sample เพราะมีคนมาลงไว้เยอะมาก เราไปอ่านดูวิธีการเขียน วิธีการใช้ศัพท์ได้ แต่อย่าลืมว่า "อย่าลอก" มานะคะ
6. ต้องส่งเอกสารให้ถึงสถานทูตวันที่ 15 ต.ค. หรือส่งไปรษณีย์วันสุดท้าย 15 ต.ค.
อันนี้โทรถามสถานทูตมาแล้วเขาบอกว่า "ต้องถึงในวันที่ 15 ต.ค.ค่ะ" เพราะหลังจากวันที่ 15 ไปเขาจะปิดรับแล้ว เพราะฉะนั้นใครจะส่งช้าควร EMS หากใครส่งเร็วแนะนำว่า "ลงทะเบียน" ด้วยนะคะ เผื่อว่าเอกสารตีกลับ มีช้าอะไรเราจะได้เชคได้ว่าเอกสารเราจะถึงแน่ไหมค่ะ
7. ยังไม่มี passport ทำยังไงดี
อันนี้ข้อมูลจากทวิตหลายๆคนบวกกับที่อ่านในเฟซ EDUPAC นะคะ เราไม่ได้ถามสถานทูตด้วยตรงนี้ต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถไขข้อข้องใจได้กระจ่าง T^T แต่คำตอบที่เราเห็นมามีสองอย่าง คือ "ไม่มี สมัครไม่ได้" กับ "ควรจะทำพาสพอร์ต" ซึ่งสองคำตอบนี้ดูเหมือนต่างกันแค่เล็กน้อย แต่มันอาจจะหมายถึงว่าคุณสมัครได้หรือไม่ได้เลย จึงแนะนำว่าถ้าหากใครสามารถทำพาสพอร์ตทัน ก็ "รีบ" ทำค่ะ (เทคนิคที่จะได้พาสพอร์ตเร็วๆคือพับแบงค์สีเทายัดใส่มือเคาเตอร์สุดท้ายที่กำหนดว่าเราจะได้พาสพอร์ตวันไหน เพื่อนเราทำมาแล้ว 2 วัน - -)
8. ไม่มี passport จะเอารุปอะไรแปะ passport photo ดี?
passport photo ที่ว่าไม่ได้หมายถึงรูปที่หน้าบานๆสีขาวดำเห็นหูในพาสพอร์ตนะคะ - - มันแปลว่ารูปสุภาพ ที่เราใช้สมัครงาน/สมัครเรียน หรือที่เราคุ้นชินกันก็คือรูปนักเรียนนั่นแหละค่ะ
9. เครดิตของอาจารย์ที่เขียน letter of reccommendation สำคัญไหม
ไม่อยากตอบข้อนี้แต่ก็ต้องตอบว่า "สำคัญ" ระดับหนึ่งเลยค่ะ เพราะว่าหากมีจดหมายแนะนำสองคนมาจากอาจารย์ธรรมดาๆหนึ่งซองกับอาจารย์ดอกเตอร์หนึ่งซอง เขาจะให้เครดิตเชื่อถืออาจารย์ดอกเตอร์มากกว่า แต่ว่า "period" ที่อาจารย์กรอกไปว่าเขารู้จักเรานานแค่ไหนก็ถือว่าสำคัญด้วย หากว่าอาจารย์ดอกเตอร์รู้จักเรา 3 เดือน กับอาจารย์ธรรมดารู้จักเรา 3 ปี เขาจะให้ความเชื่อใจกับอย่างหลังมากกว่า
10. แปลอิ้งเอกสารที่ไหนดี?
เป็นคำถามที่หลายคนกังวลใจมาก แค่เอกสารทรานสคริปกะใบจบก็ปาไปแผ่นละ 300 แล้ว ไม่รวมบัตรปชช.พ่อแม่อีก บางคนถึงขั้นตัดใจไม่ส่งใบสมัครเลยเพราะค่าแปลก็มีค่ะ แต่จากประสบการณ์"ล้วนๆ"แล้ว เพื่อนส่งเอกสาร APU ได้ทุน 100%, ส่งเอกสารตอนไปแลกเปลี่ยน,เพื่อนส่งเอกสารได้ทุน ASEAN ที่สิงคโปร์ จะบอกว่า "ไม่จำเป็นต้องจ้างเลย - -" แค่แปลเป็นอิงค์แล้วเย็บแนบไปคู่กับเอกสารตัวจริง แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ (แต่อันนี้คือประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ อย่างพี่เป้ก็จะแนะนำว่าให้ไปแปลค่ะ)
และก็พวกใบทรานสคริปอะไรที่ออกจากโรงเรียน หลายๆโรงเรียนออกภาษาอังกฤษให้นะคะ(คิดว่าส่วนใหญ่น่าจะออกให้ด้วย) เพราะว่ารร.รู้ว่านร.หลายคนสอบทุนพวกนี้ ลองไปคุยกะวิชาการของโรงเรียนดูก่อนที่จะแปลดีกว่าค่ะ (เพราะมันเยอะยุ่งยากมาก)
11.เอกสารแต่ละชุดใส่ซองแยก 4 ซองเลยเหรอ?
อันนี้โทรไปถามมาจากสถานทูตคือ ไม่จำเป็นต้องแยกซองค่ะ แต่ว่าต้องใช้อะไรแยกจัดให้เป็นให้เขาเห็นได้ชัด โดยใช้คลิปหนีกระดาษแยกเป็นชุดๆๆเรียงกัน แต่ต้องแยกให้เห็นตัวเอกสารตัวจริงออกมา 1 ชุดให้ชัดเจนค่ะอาจจะใส่แฟ้ม / เอาคลิปหนีบกระดาษคนละสีหนีบแล้วแปะว่าอันนี้ออริจินัล หรืออะไรแบบนี้ก็ได้ค่ะ
และที่สำคัญต้องเรียงเอกสารตาม checklist ด้วยนะคะ เพราะเคยมีกรณีที่คนเรียงผิดแล้วเค้าโยนซองนั้นไม่อ่านต่อ(แต่ไม่ใช่ทุนนี้นะ) เพียงเพราะเขาบอกว่า "เราไม่อ่านคำสั่งดีๆเอง"
คำถามยอดฮิตที่นึกออกเวลานี้มีเพียงเท่านี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับหลายๆคนนะคะ
ถ้ามีอะไรที่นึกได้อีกจะเอามาลงเรื่อยๆค่ะ ^^
ปล.หากต้องการถาม/ติดต่อเพิ่มเติม ส่งเมล์เข้าหา nan_golf_mike@hotmail.com
แอดเฟซมาที่ fb.com/amporntavee
หรือทวิตมาที่ @kikukikulove (เราออนตลอดเวลา)
ไม่ต้องกลัวที่จะถาม แต่รบกวนว่าต้องอ่านที่พิมไปแล้วให้หมดก่อนนะคะ ไม่ใช่ว่ามาถามเรื่องที่พิมไปแล้ว เพราะมันเซ็งค่ะ - -
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 ตุลาคม 2555 / 18:38
PS. - - kikukikulove คิขัวเลิฟ คิคิวเลิฟ คิขุเลิฟ คิคิ เลิฟเกรียน!!!
Gift Store
Book Store




เป็นทุนที่ไม่สอบอะไร แต่ยุ่งยากโคตรๆ เห็นแล้วอึ้ง..
^^