เล่าสู่กันฟัง ประสบการณ์จากการเรียนจิตวิทยา ภาค 2
บอร์ดแอดมิชชั่น > คณะจิตวิทยา เลขกระทู้ 2625087 เข้าชม 732 ตอบ 7 คะแนนโหวต 1

- Name : ดวงตาเส้นตรง < My.iD >
[ IP : 223.204.233.178 ] - Email / Msn: -
- วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 / 21:59
สวัสดีค่ะน้องๆทุกคน พี่ปิ่นเองนะคะ จาก เล่าสู่กันฟัง ประสบการณ์จากการเรียนจิตวิทยา ^^ จากลิงค์นี้นะคะ >>> เล่าสู่กันฟัง ประสบการณ์จากการเรียนจิตวิทยา ^^ <<< จิ้มเลยๆ
วันนี้พี่ก็จะมาเล่าเรื่องประสบการณ์การเรียนจิตวิทยาของพี่ให้ฟังกันนะคะ จากกระทู้ที่แล้วพี่ได้เล่าให้ฟังถึงการเรียนตอนปี 1 เทอม 1 ของพี่ไปแล้ว คราวนี้พี่ก็จะมาเล่าให้ฟังถึงการเรียนของพี่ตอนปี 1 เทอม 2 แล้วก็ปี 2 เทอม1 นะคะ ^^
ตอนปี 1 เทอม 2
การเรียนเทอมนี้ก็จะอัพความยากขึ้นมาอีกมากโข เนื้อหามากขึ้น มีความละเอียดเยอะขึ้น วิชาที่หินที่สุดสำหรับพี่คือวิชา "Physiological Psychology หรือ สรีรจิตวิทยา" สาเหตุที่วิชานี้หิน(สำหรับพี่)ก็มีหลายอย่าง อย่างแรกเลยก็คือสไลด์ (เขียนถูกมั้ยนะ) ที่อาจารย์สอนเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย ย้ำว่าหมดเลย ซึ่งวิชานี้เป็นวิชาแรกที่สไลด์เป็นภาษาอังกฤษ โอ้โห ! เกิดมาไม่เคยเรียนแบบนี้ อึ้งเลยค่ะ อย่างที่สองก็คือ เรียนเกี่ยวกับระบบประสาท สมอง ฮอร์โมน ประมาณนี้ ซึ่งมีศัพท์เฉพาะทางเยอะมาก แล้วพี่ไม่เก่งอังกฤษด้วย ชีวิตแทบดับสูญเลยค่ะ (แต่เพื่อนพี่ที่ตั้งใจเรียนแล้วขยันเนี่ย เค้าก็บอกว่าไม่ยากนะ เพราะฉะนั้น น้องๆอย่าขี้เกียจเหมือนพี่นะ ^^) อย่างที่สาม กิจกรรมไม่เยอะ แต่เหนื่อยโฮกกกกกกกกกกก ยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งอยากพัก พออยากพักก็ไม่มีอารมณ์จะทบทวนบทเรียน คราวนี้แหละความรู้ที่เรียนไปในห้องเรียน บินไปไกลเลยค่ะ พี่จำอะไรไม่ได้ ยุ่งเลย = =' ส่วนวิชาอื่นก็ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ อาศัยฟังในห้องเรียน แล้วจดสรุปเป็นคำพูดของเรา อะไรที่ไม่เข้าใจก็สะกิดให้เพื่อนถามอาจารย์ให้ 55555 (ก็พี่ไม่กล้าถามเอง ><) แค่นี้เราก็เรียนได้สบายเลย ^^
ปี 2 เทอม 1
เพิ่งผ่านไปสดๆร้อนๆ เกรดตัวสุดท้ายก็เพิ่งออกให้เศร้าใจเล่นๆ TT^TT การเรียนในเทอมนี้พี่จะบอกยังไงดี พี่ว่ามันง่ายกว่าเทอมที่แล้วนะ พี่ชอบเรียนวิชา "Abnormal Psychology หรือ จิตวิทยาอปกติ" มากเลย เพราะวิชานี้ต้องวิเคราะห์ ซึ่งส่วนตัวพี่่ชอบวิเคราะห์อยู่แล้ว วิชานี้เลยกล้วยๆมาก ง่ายสุดๆเลย ^^ แต่ก็มีวิชามหาโหด คือ "Sensation and Perception หรือ การรับสัมผัสและการรับรู้" อันนี้เหมือนจะต่อยอดมาจากวิชา Physiological Psychology เลยค่ะ แต่วิชานี้จะเรียนประมาณว่าทำไมเราถึงมองเห็นเป็นสีๆนะ แล้วทำไมเราถึงได้ยินนะ เอ๊...แล้วภาพลวงตาที่เห็นตาม internet น่ะ ทำไมเราถึงเห็นเป็นภาพลวงตานะ ก็จะประมาณนี้ เป็นวิชาที่สนุกมาก แถมสไลด์เป็นภาษาอังกฤษด้วย แต่พี่เริ่มมีภูมิคุ้มกันภาษาอังกฤษบ้างก็เลยไม่ค่อยเครียดเหมือนตอนเรียน Physiological Psychology ^^ พูดถึงไป 2 วิชาแล้ว ไปต่อวิชาถัดไปกันเลยดีกว่า วิชาถัดไปก็คือ "วิชาจิตวิทยาการเรียนรู้ หรือ Learning Psychology" วิชานี้พี่ว่ามันง่ายนะ แต่พี่หลับเวลาเรียน เกรดพี่เลยห่วยมาก 555 วิชานี้จะสนุกตรงที่ถ้าเราเรียนจบไป เราสามารถฝึกหมาเองได้ 555 เพราะวิชานี้จะเรียนเกี่ยวกับการวางเงื่อนไข ซึ่งเรียนไปเราก็จะนึกตัวอย่างได้ในทันใด เพราะทุกวันนี้ชีวิตเราก็มีหลายๆอย่างที่โดนวางเงื่อนไขเยอะ เช่น แสตมป์ 7 >>> สะสมครบ...ดวง สามารถแลก...ได้ฟรี เป็นต้น ก็ถือว่าวิชานี้เป็นวิชาที่สนุกอีกวิชาหนึ่งเลยค่ะ
เทอมนี้จะสนุกตรงที่ว่าได้ไปวัด ย้ำค่ะ ได้ไปวัด ไปนอนวัด เดินตามพระบิณฑบาตร ได้ปฏิบัติธรรม ซึ่งเป็นอะไรที่ดีมากๆเลย ประทับใจมากๆ ไปแล้วก็อยากไปอีก การเข้าวัดทำให้จิตใจสงบ แล้วก็ทำให้พี่มองโลกได้สวยงามกว่าเดิมเยอะเลย ^^
ก็ยาวนิดนึงเนาะเรื่องเล่าของพี่ อ่านแล้วงงรึเปล่า พี่ไม่ถนัดเขียนแบบนี้ซะด้วยสิ >
ปล.พี่ไม่ค่อยได้เล่น ID ของเด็กดีนะคะ (พี่เล่นไม่เป็น) มีน้องๆที่แอดมาแล้วพี่รับช้า พี่ขอโทษด้วยนะคะ
ปล.2 พี่ฝากเพจหน่อยนะ แนะแนวจิตวิทยา <<< จิ้มเลยๆ
เข้าไปพูดคุยกับพี่ปิ่น พี่ฟรังได้นะคะ ^^
ปล.3 พี่เป็นกำลังใจให้กับน้องๆทุกคนนะคะ พี่เชื่อว่าต่อให้ฝันนั้นไกลแค่ไหน ถ้าตั้งใจกับมันจนถึงที่สุดแล้ว ยังไงฝันนั้นก็ไม่ไกลเกินเอื้อมหรอกค่ะ สู้ๆนะคะ
ปล.4สิ่งที่พี่พิมพ์ไป น้องๆบางคนอาจรู้สึกว่ามันยาก แต่จริงๆแล้วถ้าน้องๆได้เรียน น้องๆจะไม่รู้สึกว่ายากเลย วิชาพวกนี้ไม่เกินความสามารถของน้องๆเลยค่ะ ถ้าน้องๆมีความตั้งใจ ถ้าน้องๆได้เรียนจิตวิทยา แล้วน้องๆรักในศาสตร์นี้ น้องๆก็อยากที่จะทำความรู้จักกับมัน เมื่อถึงเวลานั้นวิชาหินๆที่พี่ว่า ก็จะกลายเป็นวิชาที่กล้วยๆไปเลยค่ะ เพราะพอพี่ลองย้อนกลับไปคิดดูวิชาที่พี่บอกว่าหิน แท้จริงแล้วเพราะพี่ไม่ตั้งใจเอง ความยากก็ไม่ได้ยากอะไรมากมาย แต่มันเป็นที่ตัวพี่เองที่ขี้เกียจ
ฝากถึงน้องๆทุกคนนะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอ
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2555 / 22:30
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2555 / 22:34
แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2555 / 22:36
แก้ไขครั้งที่ 4 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2555 / 22:36
แก้ไขครั้งที่ 5 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2555 / 22:43
วันนี้พี่ก็จะมาเล่าเรื่องประสบการณ์การเรียนจิตวิทยาของพี่ให้ฟังกันนะคะ จากกระทู้ที่แล้วพี่ได้เล่าให้ฟังถึงการเรียนตอนปี 1 เทอม 1 ของพี่ไปแล้ว คราวนี้พี่ก็จะมาเล่าให้ฟังถึงการเรียนของพี่ตอนปี 1 เทอม 2 แล้วก็ปี 2 เทอม1 นะคะ ^^
ตอนปี 1 เทอม 2
การเรียนเทอมนี้ก็จะอัพความยากขึ้นมาอีกมากโข เนื้อหามากขึ้น มีความละเอียดเยอะขึ้น วิชาที่หินที่สุดสำหรับพี่คือวิชา "Physiological Psychology หรือ สรีรจิตวิทยา" สาเหตุที่วิชานี้หิน(สำหรับพี่)ก็มีหลายอย่าง อย่างแรกเลยก็คือสไลด์ (เขียนถูกมั้ยนะ) ที่อาจารย์สอนเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย ย้ำว่าหมดเลย ซึ่งวิชานี้เป็นวิชาแรกที่สไลด์เป็นภาษาอังกฤษ โอ้โห ! เกิดมาไม่เคยเรียนแบบนี้ อึ้งเลยค่ะ อย่างที่สองก็คือ เรียนเกี่ยวกับระบบประสาท สมอง ฮอร์โมน ประมาณนี้ ซึ่งมีศัพท์เฉพาะทางเยอะมาก แล้วพี่ไม่เก่งอังกฤษด้วย ชีวิตแทบดับสูญเลยค่ะ (แต่เพื่อนพี่ที่ตั้งใจเรียนแล้วขยันเนี่ย เค้าก็บอกว่าไม่ยากนะ เพราะฉะนั้น น้องๆอย่าขี้เกียจเหมือนพี่นะ ^^) อย่างที่สาม กิจกรรมไม่เยอะ แต่เหนื่อยโฮกกกกกกกกกกก ยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งอยากพัก พออยากพักก็ไม่มีอารมณ์จะทบทวนบทเรียน คราวนี้แหละความรู้ที่เรียนไปในห้องเรียน บินไปไกลเลยค่ะ พี่จำอะไรไม่ได้ ยุ่งเลย = =' ส่วนวิชาอื่นก็ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ อาศัยฟังในห้องเรียน แล้วจดสรุปเป็นคำพูดของเรา อะไรที่ไม่เข้าใจก็สะกิดให้เพื่อนถามอาจารย์ให้ 55555 (ก็พี่ไม่กล้าถามเอง ><) แค่นี้เราก็เรียนได้สบายเลย ^^
ปี 2 เทอม 1
เพิ่งผ่านไปสดๆร้อนๆ เกรดตัวสุดท้ายก็เพิ่งออกให้เศร้าใจเล่นๆ TT^TT การเรียนในเทอมนี้พี่จะบอกยังไงดี พี่ว่ามันง่ายกว่าเทอมที่แล้วนะ พี่ชอบเรียนวิชา "Abnormal Psychology หรือ จิตวิทยาอปกติ" มากเลย เพราะวิชานี้ต้องวิเคราะห์ ซึ่งส่วนตัวพี่่ชอบวิเคราะห์อยู่แล้ว วิชานี้เลยกล้วยๆมาก ง่ายสุดๆเลย ^^ แต่ก็มีวิชามหาโหด คือ "Sensation and Perception หรือ การรับสัมผัสและการรับรู้" อันนี้เหมือนจะต่อยอดมาจากวิชา Physiological Psychology เลยค่ะ แต่วิชานี้จะเรียนประมาณว่าทำไมเราถึงมองเห็นเป็นสีๆนะ แล้วทำไมเราถึงได้ยินนะ เอ๊...แล้วภาพลวงตาที่เห็นตาม internet น่ะ ทำไมเราถึงเห็นเป็นภาพลวงตานะ ก็จะประมาณนี้ เป็นวิชาที่สนุกมาก แถมสไลด์เป็นภาษาอังกฤษด้วย แต่พี่เริ่มมีภูมิคุ้มกันภาษาอังกฤษบ้างก็เลยไม่ค่อยเครียดเหมือนตอนเรียน Physiological Psychology ^^ พูดถึงไป 2 วิชาแล้ว ไปต่อวิชาถัดไปกันเลยดีกว่า วิชาถัดไปก็คือ "วิชาจิตวิทยาการเรียนรู้ หรือ Learning Psychology" วิชานี้พี่ว่ามันง่ายนะ แต่พี่หลับเวลาเรียน เกรดพี่เลยห่วยมาก 555 วิชานี้จะสนุกตรงที่ถ้าเราเรียนจบไป เราสามารถฝึกหมาเองได้ 555 เพราะวิชานี้จะเรียนเกี่ยวกับการวางเงื่อนไข ซึ่งเรียนไปเราก็จะนึกตัวอย่างได้ในทันใด เพราะทุกวันนี้ชีวิตเราก็มีหลายๆอย่างที่โดนวางเงื่อนไขเยอะ เช่น แสตมป์ 7 >>> สะสมครบ...ดวง สามารถแลก...ได้ฟรี เป็นต้น ก็ถือว่าวิชานี้เป็นวิชาที่สนุกอีกวิชาหนึ่งเลยค่ะ
เทอมนี้จะสนุกตรงที่ว่าได้ไปวัด ย้ำค่ะ ได้ไปวัด ไปนอนวัด เดินตามพระบิณฑบาตร ได้ปฏิบัติธรรม ซึ่งเป็นอะไรที่ดีมากๆเลย ประทับใจมากๆ ไปแล้วก็อยากไปอีก การเข้าวัดทำให้จิตใจสงบ แล้วก็ทำให้พี่มองโลกได้สวยงามกว่าเดิมเยอะเลย ^^
ก็ยาวนิดนึงเนาะเรื่องเล่าของพี่ อ่านแล้วงงรึเปล่า พี่ไม่ถนัดเขียนแบบนี้ซะด้วยสิ >
ปล.พี่ไม่ค่อยได้เล่น ID ของเด็กดีนะคะ (พี่เล่นไม่เป็น) มีน้องๆที่แอดมาแล้วพี่รับช้า พี่ขอโทษด้วยนะคะ
ปล.2 พี่ฝากเพจหน่อยนะ แนะแนวจิตวิทยา <<< จิ้มเลยๆ
เข้าไปพูดคุยกับพี่ปิ่น พี่ฟรังได้นะคะ ^^
ปล.3 พี่เป็นกำลังใจให้กับน้องๆทุกคนนะคะ พี่เชื่อว่าต่อให้ฝันนั้นไกลแค่ไหน ถ้าตั้งใจกับมันจนถึงที่สุดแล้ว ยังไงฝันนั้นก็ไม่ไกลเกินเอื้อมหรอกค่ะ สู้ๆนะคะ
ปล.4สิ่งที่พี่พิมพ์ไป น้องๆบางคนอาจรู้สึกว่ามันยาก แต่จริงๆแล้วถ้าน้องๆได้เรียน น้องๆจะไม่รู้สึกว่ายากเลย วิชาพวกนี้ไม่เกินความสามารถของน้องๆเลยค่ะ ถ้าน้องๆมีความตั้งใจ ถ้าน้องๆได้เรียนจิตวิทยา แล้วน้องๆรักในศาสตร์นี้ น้องๆก็อยากที่จะทำความรู้จักกับมัน เมื่อถึงเวลานั้นวิชาหินๆที่พี่ว่า ก็จะกลายเป็นวิชาที่กล้วยๆไปเลยค่ะ เพราะพอพี่ลองย้อนกลับไปคิดดูวิชาที่พี่บอกว่าหิน แท้จริงแล้วเพราะพี่ไม่ตั้งใจเอง ความยากก็ไม่ได้ยากอะไรมากมาย แต่มันเป็นที่ตัวพี่เองที่ขี้เกียจ
ฝากถึงน้องๆทุกคนนะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอ
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2555 / 22:30
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2555 / 22:34
แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2555 / 22:36
แก้ไขครั้งที่ 4 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2555 / 22:36
แก้ไขครั้งที่ 5 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2555 / 22:43
ว่ากันว่ากระทู้นี้ ซึ้งจัง
Gift Store
Book Store





ไม่เห็นแสง ในพระจันทร์ ที่สาดส่อง
สาระดี ๆ มีอีกมากใน Dek-D ..............
