TEEN ONLY SOCIETY: เว็บสำหรับวัยรุ่นโดยเฉพาะ :)

บอร์ดกิจกรรมพิเศษ

บอร์ดบอร์ดภารกิจแอดมิชชั่น

บอร์ดย่อย

ค้นหากระทู้


รอคะแนนโหวตอยู่
ถ้าอยากเป็นโหวตแรก ของกระทู้นี้
กระทู้ที่เคยเปิดอ่าน

กระทู้ที่เคยเปิดอ่าน

บทความฮิตประจำวัน

พระปรีชาสามารถของในหลวงของชาวไทย

บอร์ดกิจกรรมพิเศษ > บอร์ดภารกิจแอดมิชชั่น เลขกระทู้ 2670011 เข้าชม 58 ตอบ 3 คะแนนโหวต 0

ดำรงผู้เยี่ยมชม
  • Name : ดำรง [ IP : 182.52.54.238 ]
  • Email / Msn: -
  • วันที่: 24 มกราคม 2556 / 09:19
 
 

จากพระราชบันทึก THE RAINMAKING STORY พระราชทาน ที่อัญเชิญมาแสดงไว้ข้างต้นได้ก่อให้เกิดความกระจ่างชัดถึงที่มาและจุดเริ่มต้นโครงการฝนหลวง และขจัดความคลุมเครือที่นักวิชาการฝนหลวง และบุคคลภายนอกอ้างถึงในเอกสารทั้งที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการอย่างคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงและแตกต่างกัน สรุปพระราชบันทึกดังกล่าวได้ว่า ระหว่างวันที่ 2-20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 ทรงเยี่ยมเยียน 15 จังหวัด ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์ (เดลาเฮย์ ซีดาน สีเขียว) จากนครพนมไปกาฬสินธุ์ผ่านสกลนครและเทือกเขาภูพาน ทรงสังเกตเห็นราษฎรกลุ่มเล็กๆ จึงทรงหยุดอย่างไม่มีหมายกำหนดการ เพื่อทรงพบกับราษฎรกลุ่มเล็กๆ นั้น ชายคนหนึ่งในกลุ่มกราบบังคมทูลว่า พวกเขาเดินมา 20 กิโลเมตรจากกุฉินารายณ์เพียงเพื่อมาดูทรงขับรถผ่านไป เมื่อเขารู้ว่าทรงกำลังจะไปกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นระยะทางอีกไกล เขาได้กราบบังคมทูลให้ทรงเดินทางต่อไป แม้ว่าเขาจะอยากให้ทรงพักอยู่ พร้อมทั้งได้ทูลเกล้าฯ ถวายอาหารห่อเล็กๆ เมื่อเขาเห็นว่าทรงมองด้วยความห่วงใย เขาจึงยืนยันว่าเขายังมีอีกห่อหนึ่งสำหรับตัวเขาเอง ทรงบันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ว่า นี่คือการต้อนรับที่แท้จริง ถึงแม้จะเป็นเหตุการณ์เล็กๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความจงรักภักดีและความเข้าใจ แม้มิได้ทรงถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดเพียงสายพระเนตรที่ทอดออกมาพวกเขาต่างรับรู้ได้ด้วยจิตสำนึกและเข้าในในพระเมตตา ความห่วงใยของพระองค์ท่าน จึงได้กราบบังคมทูลว่าเขามีอาหารสำหรับตัวเองหนึ่งห่อ ขอให้ทรงรับห่อที่เขาทูลเกล้าฯ ถวาย จึงอาจกล่าวได้ว่าไม่มีสิ่งหรืออำนาจใดมาขวางกั้นสายสัมพันธ์ระหว่างพศกนิกรผู้ยากไร้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พวกเขาเคารพรักและบูชาได้

เมื่อทรงหยุดอย่างเป็นทางการที่ทางแยกอำเภอกุฉินารายณ์และสหัสขันธ์ ณ ที่นั้นทรงสอบถามราษฎรเกี่ยวกับผลผลิตข้าว ทรงคิดว่าต้องเสียหายเพราะความแห้งแล้ง แต่ต้องทรงประหลาดใจที่ราษฎรเหล่านั้นกราบบังคมทูลว่า เดือดร้อนเสียหายจากน้ำท่วม ทรงเห็นว่าเป็นการแปลก เพราะพื้นที่โดยรอบดูคล้ายทะเลทรายที่มีฝุ่นฟุ้งกระจายทั่วไป แท้ที่จริงแล้วราษฎรเหล่านั้นมีทั้งน้ำท่วมและฝนแล้งนั่นคือ ทำไมประชาชนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือจึงยากจนนัก

ณ ขณะนั้นทรงคิดว่าเป็นปัญหาที่ดูเหมือนว่าจะแก้ไขไม่ได้ และขัดแย้งกันเองในตัว เมื่อมีน้ำมากไปก็ท่วมพื้นที่ เมื่อน้ำหยุดท่วมฝนก็แล้ง เมื่อฝนตกน้ำจะไหลบ่าลงมาท่วมจากภูเขาเพราะไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งการไหลบ่า ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระสติปัญญาอันเป็นเลิศ ทำให้ทรงเกิดประกายความคิดอย่างฉับพลัน ณ วินาทีนั้นในขณะนั้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่เป็นมาตรการในจการแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากและขัดแย้งกันดังกล่าว

วิธีแก้คือ ต้องสร้างฝายน้ำล้น (check dams) ขนาดเล็กจำนวนมาก ตามลำธารที่ไหลลงมาจากภูเขาจะช่วยชะลอการไหลลงมาอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเป็นไปได้ควรสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กๆ จำนวนมาก วิธีนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาแห้งแล้งได้ทางหนึ่ง ในฤดูฝนน้ำที่ถูกเก็บกักไว้ในฝาย เขื่อนและอ่างเก็บน้ำดังกล่าวใช้จัดสรรน้ำสำหรับฤดูแล้ง

ปัญหาหนึ่งที่ยังคงดำรงอยู่คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งภาคมีชื่อเสียงว่าเป็นภาคที่แห้งแล้ง ขณะนั้นทรงแหงนขึ้นดูท้องฟ้าและพบว่ามีเมฆจำนวนมาก แต่เมฆเหล่านั้นถูกพัดผ่านพื้นที่แห้งแล้งไป วิธีแก้ อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้เมฆเหล่านั้นรวมตัวตกลงมาเป็นฝนในท้องถิ่นนั้น และทรงบันทึกไว้ว่า ความคิดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการฝนเทียม (ปัจจุบันเรียกอย่างทางราชการตามมติคณะรัฐมนตรีว่า โครงการฝนหลวงมาตั้งแต่ พ.ศ. 2517) ซึ่งประสบความสำเร็จไม่นานในภายหลัง

นับเป็นพระอัจฉริยภาพที่ทรงเกิดประกายความคิดที่จะแก้ไขปัญหาอันยุ่งยากและขัดแย้งได้อย่างฉับพลัน ณ ขณะนั้นด้วยพระปัญญาอันชาญฉลาดและเป็นเลิศที่ทรงสามารถคิดค้นวิธีแก้ปัญหาทั้งน้ำท่วมและฝนแล้งได้ในขณะเดียวกัน ที่เป็นวิธีการและหลักการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ทั้งจากฟ้าและบนดินได้อย่างครบถ้วน ยังคงทันสมัยที่นำมาเป็นหลักการหรือต้นแบบในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบนผิวพื้นโลกได้ทุกยุคสมัย ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

การที่ทรงมีพระราชบันทึกไว้เพียงสั้นๆ ว่า ทำอย่างไรจะทำให้เมฆเหล่านั้นรวมตัวกันตกลงมาเป็นฝนในท้องถิ่นนั้น แสดงว่าทรงมั่นพระทัยและเชื่อมั่นอยู่ในพระทัยแล้วว่า มีความเป็นไปได้ที่จะนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มาช่วยให้เมฆเหล่านั้นรวมตัวเกิดเป็นฝน เป็นที่ประจักษ์กันดีว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอัจฉริยะและพระปรีชาสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์เป็นที่ยอมรับในวงการวิทยาศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศ
รอคะแนนโหวตอยู่
ถ้าอยากเป็นโหวตแรก ของกระทู้นี้

ความคิดเห็นล่าสุด

พิมเลขหน้าที่นี่
Page 1 of 1 1 
  • ความคิดเห็นที่ 1

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ผมรักในหลวงครับ
    ฟดกหได ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ฟดกหได [ IP : 182.52.54.238 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 24 มกราคม 2556 / 09:35
  • ความคิดเห็นที่ 2

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ...การให้การศึกษานั้น คือ การแนะนำส่งเสริมบุคคล ให้มีความเจริญงอกงามในการเรียนรู้  การคิดอ่าน การกระทำตามอัตภาพของตนโดยมีจุดมุ่งหมาย ในที่สุดให้สามารถนำเอาคุณสมบัติทั้งปวงที่มีในตัวออกมาใช้ ให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลตนเกื้อกูลผู้อื่นได้ โดยสอดคล้องไม่ขัดแย้งเบียดเบียนกัน เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกันเป็นสังคมเป็นประเทศได้...

    พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา
                                พิษณุโลก    21 พฤศจิกายน 2516
    iceroman ผู้เยี่ยมชม
    • Name : iceroman [ IP : 182.52.55.147 ]
    • Email / Msn: ice_roman(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:17
  • ความคิดเห็นที่ 3

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    คำว่า”พ่อ” คนส่วนมากคงคิดถึงเพศที่เข้มแข็งและปกป้อง แต่สำหรับฉัน”พ่อ” หมายถึง ผู้ ที่มีเมตตา กรุณา และสอนฉันด้วยเหตุผลไม่ใช้กำลังเป็นเครื่องตัดสิน สอนให้ พ คือ พอเพียง พึ่งพา และพิจารณา ฉันเชื่อว่าคำสอนทั้ง “ 3 พ.” นี้เพียงพอสำหรับการสร้างเด็กน้อย 2 คนนี้ ที่ได้ชื่อว่า เป็นลูกพ่อให้เป็นคนดีในอนาคตได้
    พ.แรก ที่พ่อสอนคือ “พอเพียง “ ซึ่งไปสอดคล้องกับแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวฯ ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง คือ สอนให้ฉัน รู้จักประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้ม กันตนเอง รู้จักประมาณฐานะของตนเอง ว่าควรปฏิบัติตน และใช้จ่ายอย่างไรจึงจะเหมาะสม (ถ้ายังทำตัวไม่เหมาะสม ก็ควรปฏิวัติเสีย ชีวิตจะดีขึ้น) รู้จัก ใช้เหตุผลในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆในชีวิตประจำวัน เพราะถ้าเราขาดการ ตัดสินใจที่ดีอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ในอนาคตได้ และพ่อยังคอยดูและสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกๆ รู้จักป้องกันตัวเองจากสิ่ง แวดล้อมที่เย้ายวน หรือ ล่อแหลมให้หลงผิดได้
    พ.ตัวที่สองคือ “พึ่งพา” บางคนอาจเข้าใจผิดว่า พ่อสอนให้ฉันพึ่งพาคนอื่น แต่มันกลับ
    ผิด กันโดยสิ้นเชิง เพราะพ่อสอนให้ฉัน พึ่งพาตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คำสอนของพ่อ พ.นี้ ทำให้ฉันรู้จักทำงานด้วยตัวเอง คิดเอง ทำเอง และพึ่งตนเองเป็นอันดับแรก เพราะในสังคมปัจจุบันมีการแข่งขันสูง เราจึงต้องพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด(นี่เป็นการที่พ่อมองการณ์ไกล)และฝึก ให้ลูกทำตั้งแต่เล็กจนโต
    พ.ตัวที่สาม คือ “พิจารณา” คำว่าพิจารณาคงไม่ได้เกี่ยวกับความผิดเพียงอย่างเดียว
    หรือ การให้ผู้อื่นมาตัดสินตัวฉันก็คงไม่ใช่ เพราะพ่อสอนให้ฉันพิจารณาตนเองอยู่เสมอ ความหมายของข้อนี้ก็คงจะไปสอดคล้องกับ พ.ตัว ที่สอง คือ พ่อสอนให้พึ่งพาตนแล้วก็มักมีเรื่องผิดพลาดบ้าง พ่อก็จะสอนให้พิจารณาความ ผิดนั้น และหาข้อแก้ไข หรือปรับปรุงด้วยตัวฉันเอง
    การสอนพ่อนั้นคงไม่มีกฎหรือทฤษฎีที่ตายตัว แต่พ่อมักยกตัวอย่างข้อผิดพลาดที่เกิดจาก ตัวท่านเอง หรือเกิดจากผู้อื่นมาสอนฉันและความผิดของฉันด้วย ทำให้ฉันต้องทำงานมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด พ่อ คือ ผู้สอนวิชาดำเนินชีวิต แต่ท่านก็ไม่เคยทิ้งการเรียนในห้องเรียน เพราะท่านพูดเสมอว่า”ความรู้เท่านั้นที่ใช้ในการอยู่รอดในสังคมที่วุ่นวาย นี้ได้ “ ท่าน ทุ่มสุดตัวเพื่อให้ลูกเรียนรู้ในสิ่งที่ดี แม้ต้องทำงานหนักเพียงใด ท่านก็ต้องดูแลต้นไม้สองต้นนี้ คือ ลูกๆของท่านให้เติบโตเป็นต้นไม้พันธุ์ดีต่อไปในอนาคต สุดท้ายนี้ลูกคงไม่มีคำหวานคำใดที่ลูกจะมอบให้พ่อ นอกจากคำว่า “ลูกรักพ่อ”และพ่อคงไม่ใช่ผู้ชายในฝันของฉัน เพราะฉันเกิดมาก็เห็นหน้าพ่อที่แสนดีของฉันแล้ว
    พิศาล ผู้เยี่ยมชม
    • Name : พิศาล [ IP : 182.52.115.111 ]
    • Email / Msn: dodopisarn_2537(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 13:44
พิมเลขหน้าที่นี่
Page 1 of 1 1 
กฏการตั้งกระทู้
แสดงความคิดเห็น
Login *

Password *
ชื่อ Email รูปตัวแทน

โปรดใส่รหัสตามรูป
    

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  1. กรณีที่ข้อความและรูปภาพในกระทู้นี้แต่งโดยผู้ลงกระทู้เอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงกระทู้โดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อความ
  2. กรณีที่ข้อความและรูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงกระทู้จะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
  3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม่เหมาะสม โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการที่ board(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ 
    ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายในเว็บไซต์ Dek-D.com
    ทาง Call Center ได้ที่ 02-860-1142 ต่อ 21

    ( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )