TEEN ONLY SOCIETY: เว็บสำหรับวัยรุ่นโดยเฉพาะ :)

บอร์ดนักเขียน

บอร์ดสัพเพเหระ

บอร์ดย่อย

ค้นหากระทู้


ว่ากันว่ากระทู้นี้   เห็นด้วย
กระทู้ที่เคยเปิดอ่าน

กระทู้ที่เคยเปิดอ่าน

บทความฮิตประจำวัน

(นอกเรื่องเบาๆ) ว่าด้วยเรื่องลดการบ้าน

บอร์ดนักเขียน > สัพเพเหระ เลขกระทู้ 2674208 เข้าชม 353 ตอบ 16 คะแนนโหวต 3

*.*.*.*. THe FinishSuperb Member
  • Name : *.*.*.*. THe Finish < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ *.*.*.*. THe Finish [ IP : 125.25.231.0 ]
  • Email / Msn: pond_3838(แอท)hotmail.com
  • วันที่: 30 มกราคม 2556 / 21:08
 
 

อย่างที่ใครหลายๆคนอาจจะได้เห็นข่าวแล้วว่าจะมีการลดงานลดการบ้านเด็กไทย


ซึ่งในความคิดเห็นส่วนตัวของเรา คือ เห็นด้วยนะ

เพราะทุกวันนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมงานเยอะมากกกกกก จะสั่งงานก็ไม่ว่านะ แต่ไม่เข้าใจอย่างหนึ่งคือ ยิ่งใกล้สอบ ยิ่งสั่งงานเยอะ! แล้วเวลาอ่านหนังสือล่ะ!

โดยส่วนตัวแล้วเคยเจอประสบการณ์อันเลวร้ายเกี่ยวกับการบ้านของครูต่างๆนาๆมาเยอะแยะ
ยกตัวอย่างเช่น ครูคนหนึ่ง สมมติว่าคือครู ช
ครู ช เป็นครูสอนวิชาพระพุทธศาสนา จริงๆแล้วครูแกก็ไม่ได้จบครูนี่ไหนหรอก เป็นเจ้าพนักงานเขต แต่เงินเดือนตัน เลยมาสอบครู แล้วก็ติดเลยได้รับการบรรจุ
ทีนี้ก็เร่งสร้างผลงานเพื่อจะอัพตำแหน่ง เลยสั่งงานเด็กเยอะๆ แล้วเอางานไปให้คณะกรรมการดู
อย่างเทอมที่แล้วให้ทำเป็นละครเป็นหนังสั้นซึ่งหมดงบไปเกือบหมื่น
ยังมีงานห้องให้นิมนต์พระมาสวดที่โรงเรียนแล้วให้ไปขอคาบครูคนอื่น (เราก็ยัวะเหมือนกันว่าทำไมไม่เกรงใจครูคนอื่นบ้าง เขาก็ต้องการจะสอนวิชาของเขาเหมือนกัน!) แล้วก็ต้องจัดสำรับอาหารเองอะไรเอง แล้วก็บอกให้พ่อให้แม่มาช่วยด้วย (วันธรรมดาพ่อแม่เขาก็ทำงานกันนะ!) เรามันก็ปากเร็วเลยโพล่งไปว่า "แล้วครูจะช่วยจ่ายมั้ยคะ" (เพราะหมดงบไปเยอะมาก) ช่วยมั้ยว่าครูเขาก็เทศน์ยาวเหมือนว่าเราเป็นคนผิด แต่สรุปสั้นๆคือ ครู-ไม่-จ่าย
แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่
ล่าสุดก็มีงานห้อง(อีกแล้ว)ให้ไปบำเพ็ญประโยชน์กวาดวัด ทีนี้ก็ให้เราไปขอคาบครูคนอื่นอีกแล้วมีหน้ามาบอกว่า "ต้องให้ตรงกับคาบว่างของครูด้วยนะ" แต่วิชาที่ขอล่ะ ครูคนอื่นล่ะทำไมไม่เกรงใจบ้าง
และงานทุกชิ้นต้องไปทำเป็นรูปเล่ม เป็นภาพนิ่ง เป็นซีดีหนังสั้น และครูสั่งอย่างนี้สิบห้อง ก็ได้งานไปคัดเลือกเยอะแล้ว เราโมโหมากเลย

นี่คือหนึ่งในประสบการณ์อันเลวร้ายเกี่ยวกับการบ้าน อันที่จริงมีเยอะกว่านี้ แต่เล่าอันล่าสุดก็พอ

จริงๆการบ้านก็มีข้อดีคือได้ทบทวน และการบ้านที่ดีไม่จำเป็นต้องเยอะขอแค่สั่งตรงจุดและมีประโยชน์ก็พอ เช่นการติวข้อสอบเข้า หรือโจทย์แปลกๆ หรือสูตรใหม่ๆ อะไรทำนองนี้

เพราะขนาดอยู่มัธยมแล้วยังมีการให้วาดรูประบายสี(ทั้งๆที่ไม่ใช่วิชาศิลปะ)ส่งครูแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร บางวิชาก็ให้ไปลอกในหนังสือลงสมุดอ้างว่าจะได้อ่านหนังสือ แต่อันที่จริงเด็กมันก็มองผ่านๆแล้วก็ขีดๆเขียนๆไปให้เสร็จๆเท่านั้น

เด็กที่ทำการบ้านแบบจริงๆจังมีซักสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้นล่ะมั้งในห้องเรา ที่เหลือขอลอกเอา แล้วแบบนี้การบ้านก็ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับเด็กไทยอยู่ดี


แฮ่ๆ บ่นยาวไปหน่อย พอดีเก็บกด ครูบางคนก็สั่งการบ้านแบบไม่มีประโยชน์จริงๆ ดีแต่จะสั่งๆ แต่สั่งไม่ตรงกับที่ออกสอบ- -

อยากจะฟังความคิดเห็นคนอื่นบ้างว่าเป็นยังไง


PS.  
ว่ากันว่ากระทู้นี้   เห็นด้วย

ความคิดเห็น Top 5

ชอบ Comment ไหน คลิก "เห็นด้วย" ช่วยกัน Vote ให้ comment ดีๆได้เกิด !
  • ความคิดเห็นที่ 2

    คนเห็นด้วย
    +18
    ...เรียนเพื่ออะไร ?

    เรียนเพื่อให้มีความรู้พื้นฐาน... ที่เรียนกัน"แค่"พื้นฐานที่ต้องใช้ในชีวิตจริง ๆ เหรอ ?
    เรียนเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้ในอนาคต... ที่เรียนไปจำเป็นต่อทุกอาชีพเลยเหรอ ?

    เรียนเพื่อให้สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ได้... แล้วจะเข้ามหาลัยไปเพื่ออะไร ?


    ก็ในเมื่อเด็กมันยังไม่รู้เลยว่าโตไปจะประกอบอาชีพอะไร !
    ให้เวลากับการเรียน กวดวิชา และการบ้านซะเยอะแยะ จนเด็กไม่มีเวลาแสวงหาตัวตนกันบ้างเลย
    เวลาที่เหลือจากการเรียนก็ทำได้แค่ไม่กี่อย่าง การ์ตูน เกม ดนตรี กีฬา หาแฟน
    ถ้าไม่เช่นนั้นผู้ปกครองก็กรอกหูทุกวันว่า หมอนะลูก วิศวะนะลูก แค่ไม่กี่อย่าง
    แบบนี้เด็กจะรู้ได้ยังไงว่าชอบอะไรถนัดอะไร
    ที่รู้ว่าชอบก็แค่เปลือกนอก หากเข้าไปทำจริงแป๊บเดี๋ยวเดี๋ยวก็กลายเป็นไม่ชอบ

    ดังนั้น เรียนเพื่ออะไร ทำการบ้านเพื่ออะไร ?

    เรียนกับการบ้านไม่ต้องเยอะหรอก จัดกิจกรรมนอกสถานที่ให้เยอะ ๆ
    ให้เด็กรู้ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เมื่ออยากแล้วก็จะขยันเอง
    ไม่ต้องให้ใครมาบังคับว่าต้องขยันทั้งที่เด็กก็ไม่รู้จะขยันไปทำไมเหมือนปัจจุบันหรอก
    • Name : ซ่อนนาม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ซ่อนนาม [ IP :125.24.73.58 ]
    • Email / Msn: -
    • - 30 มกราคม 2556 / 21:37
  • ความคิดเห็นที่ 1

    คนเห็นด้วย
    +13
    สำหรับเรา นโยบายลดการบ้านจะเกิดผลดีก็ต่อเมื่อการบ้านที่ถูกลดคือการบ้านที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ช่วยเพิ่มพูนความชำนาญในวิชานั้นๆ ค่ะ แต่น่ากลัวว่า ผลลัพธ์ของเรื่องนี้จะกลายเป็นแค่ "การบ้านไม่ช่วยสร้างเสริมความรู้เหมือนเดิม แค่มีน้อยลง" น่ะสิ

    จริงๆ แล้วทั้งเรื่องลดการบ้าน ลดสอบ ลดเครียด ลดนั่นนี่โน่นอะไรที่เขาว่ากันน่ะ เราว่ามันก็เป็นแค่แป้งที่ใช้โบ๊ะหน้าให้เนียนปิดสิวปิดฝ้านั่นแหละ คือลึกลงไปแล้วก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเท่าไหร่ (ในเมื่อสิวยังไม่หาย) มันมีเรื่องให้ต้องทั้งปรับเปลี่ยน แก้ไข และพัฒนาอยู่อีกเยอะ ซึ่งฟังทีไรก็ท้อใจทุกที...
    • Name : MARION < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MARION [ IP :58.8.7.164 ]
    • Email / Msn: Royal_Riddle(แอท)hotmail.com
    • - 30 มกราคม 2556 / 21:35
  • ความคิดเห็นที่ 8

    คนเห็นด้วย
    +8
    ผมว่าปัญหามันคือ "ครูห่วย"

    ทำผมถึงว่าครูห่วย
    จากที่จขกท.บอกมา การบ้านและงานที่กล่าวมา ไม่ถูกต้องและไม่ถูกวัตถุประสงค์
    ครูสักแต่ว่าให้งานแต่ไม่ดูเวลาเด็ก ไม่ดูว่าวัตถุประสงค์คืออะไร

    บางทีมีวัตถุประสงค์ดูดี แต่สั่งงานเกินตัวเด็กไม่เห็นใจเด็ก

    คำว่าการบ้านสมัยนี้มันเกินแบบฝึกหัดไปแล้ว
    แม่ค้าหน้าตึก มาขอให้ผมช่วยลูกเขาที่เป้นเด็กอนุบาล ปลูกมันฝรั่ง
    มันฝรั่ง!! เด็กอนุบาล!!

    ขอพูดแบบใจคิดหน่อยเถอะ " เด็กอนุบาลโพ่งงสิปลูกมันฝรั่ง "
    ป.สามผมยังปลุกถั่วเขียวแล้วกลายเป็นถั่วงอกอยู่เลย

    ผมว่าเรื่องการบ้านไม่ใช่ปัญหา แก้ปัยหาผิดจุดกันอีกแล้ว
    งานที่ครูเสกสรรค์มาให้เด็กทำต่างหากที่ควรปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม

    ให้สร้างหน้าเว็บ ให้คะแนนจากการกดไลค์กดแชร์
    ให้ทำหนังสั้นตั้งแต่ม.ต้น ให้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ไฮโซๆตั้งแต่ประถม
    สรุปเด็กมันก็ต้องให้พ่อแม่มันทำให้ทั้งนั้นเด็กไม่ได้อะไรเลย

    ปัญหาไม่ใช่การบ้านแต่เป็นที่คนให้การบ้านมากกว่า
     
    • Name : ด้นถอยหลัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ด้นถอยหลัง [ IP :180.183.165.221 ]
    • Email / Msn: karunha(แอท)hotmail.com
    • - 31 มกราคม 2556 / 16:02
  • ความคิดเห็นที่ 6

    คนเห็นด้วย
    +7
    @4

    Homework practices and academic achievement: The mediating role of self-efficacy and perceived responsibility beliefs

    นั่นแค่งานเดียวนะครับ ที่เหลือลองหาจากฐานข้อมูลวิจัยได้

    ผมว่าการลดการบ้านเป็นเรื่องที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย สำหรับเด็กนักเรียนคงจะชอบมาก แต่สำหรับผมที่เป็นนายจ้างที่ต้องเจอเด็กจบใหม่ยุคนี้...ผมไม่เห็นด้วย

    การบ้านช่วยอะไร
    1. Time management
    2. Self Study
    3. ทบทวนบทเรียนนอกคาบ
    4. ประเมินผลระยะสั้น
    5. (สำหรับเด็กเล็ก) ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ปกครอง
    6. ส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและกลุ่มงาน (เออ ผมรู้พวกคุณลอกกัน อย่ามาซึนเดเระ)

    บางอย่างการเรียนการสอนทำไม่ได้ครับ เช่น time management ต้องให้การบ้านที่มันล้นเวลา แล้วให้ไปดิ้นรนหาที่ยัดใส่ตารางเวลาเอาเอง ใครก็เขียนใส่ตารางได้ แต่จะทำเป็นหรือเปล่า มันต้องเจอของจริง

    ผมบอกตรง ๆ ว่าผมไม่รู้ว่าเด็กมัธยมงานเยอะแค่ไหน แต่น้องสาวผมเรียนค่อนข้างดี โรงเรียนค่อนข้างใหญ่ (ราว 4000 คน) สายวิทย์ มันนอนสามทุ่มครึ่ง ตื่นตีห้าครึ่ง ไม่เคยมีปัญหาการบ้านไม่เสร็จ และมีเวลาเตรียมสอบแข่งขัน มีแม้แต่เวลาตามข่าวดาราเกาหลีของมัน...ซึ่งผมก็กวนมันไม่ได้ เพราะมันทำงานได้ดีจริง

    กลับกัน น้องชายผม ติดเกม เกรดตกสุด ๆ จนต้องยึดเครื่องเกมคืน นอนดึก ตื่นสาย แต่การบ้านไม่เสร็จ หมกงานจนต้องให้ญาติไปของานจากครูมาให้ทำ

    เลือดเดียวกัน บ้านเดียวกัน อะไรต่างกันขนาดนั้น...มันคือคุณภาพและสำนึกในวินัย!

    อย่าได้พูดเลยว่าคนไทยไร้วินัย...ถ้าแค่การบ้านยังบริหารเวลามาจัดการมันไม่ได้

    เอาเป็นว่าช่างหัวที่ผมพูดถึงข้างบน ขนาดวัดกันแค่ความสามารถในการเรียนเฉย ๆ ยังมีบางวิชาอย่างคณิตศาสตร์นั้น การบ้านส่งเสริมผลสำริดอย่างสำคัญเลยครับ (
    Are we wasting our children's time by giving them more homework?)

    ผมว่าที่ควรจะทำจริง ๆ ไม่ใช่ลดการบ้านเลย เป็นการสอนให้บริหารเวลาและรับมือความเครียดมากกว่า เด็ก ๆ เรียนจบไปทำงานกันไม่เป็น ไม่รู้จักศึกษาด้วยตัวเอง ทุกอย่างล้วนมาจากขาดทักษะเรื่องนี้กันทั้งนั้นครับ (rant:ผมเป็นนายจ้างคนหนึ่งที่ยอมรับเลยว่าระยะหลังจ้างคนจบ ป.ตรี จากจาไมก้ายังดีกว่าจ้างเด็กจบใหม่ของไทย แต่ถ้าเลือกได้ต้องเวียดนาม...ต้องยอมรับเลยว่าของเขาดีจริง)

    ใครที่เรียนมหาลัยฯ แล้วย่อมรู้ดี โดยเฉพาะเด็กวิศวะทั้งหลาย ว่างานที่คุณได้รับมันนรกแตกแค่ไหน นี่ถ้ายังไม่เจอโปรเจค บอกได้เลยว่ายังไม่เจอของจริงครับ...แล้วคุณคิดว่ารุ่นน้อง ๆ ที่ไม่เคยต้องกรำงานแค่การบ้านกับรายงานเป็นเทอม ๆ จะเอาตัวรอดในรั้วหมาลัยฯ ได้อย่างมีคุณภาพเหรอ?

    RANT

    ปัญหาที่ผมเจอในฐานะนายจ้างเลยนะ คือ เด็กทำงานไม่ได้เรื่อง ขาดทักษะ (ตีความได้เพราะขาดการฝึกฝน) ขาดความรู้ (ตีความได้ว่าไม่ตั้งใจเรียน จบได้เพราะจารย์ช่วย ช่วยจนผมไม่จ้างเด็กจบจากบางสถาบันแล้ว) และที่เลวร้ายที่สุด คือ ไม่หาความรู้เพิ่มเติมใส่ตัว การศึกษานอกเวลาไม่จ่าย OT หรือ incentive ไม่มีทำ เลิกงานไปเดินห้าง ผู้ชายก็นัดเพื่อนกินเหล้า ให้มันได้อย่างนี้เถอะ...พนักงานจากเวียดนามวันเสาร์มันเข้าห้องสมุดไปอ่านหนังสือ "ภาษาไทย" แล้วพี่น้องคิดว่าพนักงานไทยวันเสาร์ไปอยู่ไหน? ... เหอะ ... คุยกับไดโอนิซุสไม่หยุดจนเกือบเช้า

    Conclude

    ตอนนี้ขอแค่นี้ก่อนแล้วกัน...ใครขี้เกียจหรือไม่มีเวลาอ่านข้างบน ผมขอสรุปว่า...

    การบ้านส่งผลดีต่อนักเรียน แม้ไม่ต่อวิชาการแต่ก็บังคับให้ต้องเรียนรู้ที่จะบริหารเวลา ทั้งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับมหาลัยฯ และการทำงาน เด็ก ๆ อาจชอบที่จะลดการบ้าน ครูก็น่าจะชอบเพราะงานน้อยลง แต่ผมคนที่จ้างเด็กจบใหม่อย่างผมไม่ชอบ


    การบ้านที่ดีมันต้อง make sense และตอบจุดประสงค์การเรียนรู้ การบ้านบ้านพวกนี้แหละที่ต้องเยอะ ๆ การบ้านไร้ประโยชน์กับการกวดวิชาที่เป็นทางหาเงินของคนสอนนั่นล่ะโยนทิ้งได้ แต่อย่าเอาการบ้านดี ๆ ให้ลดลง แค่นี้คุณภาพก็เน่าพออยู่แล้ว รู้จัก work smart แล้วทำงานกันบ้าง
    • Name : Prisma Dominatus < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Prisma Dominatus [ IP :202.44.135.34 ]
    • Email / Msn: darkprism(แอท)msn.com
    • - 31 มกราคม 2556 / 14:07
  • ความคิดเห็นที่ 14

    คนเห็นด้วย
    +6
    ในฐานะที่เป็นครู เคยให้เด็กทำแบบฝึกหัดส่งในชม. มันก็ช่วยลดการบ้านได้ระดับหนึ่งเหมือนกัน 

    เห็นด้วยว่าควรให้ลดการบ้านที่ไม่ค่อยก่อประโยชน์ใดๆกับเด็ก ไม่ได้ฝึกทักษะ พวกรายงานที่ไปก็อปลอกกันได้ไม่อยากให้ทำ ครูควรจะตามเกมเด็กให้ทัน...เคยตรวจรายงานของนักเรียนที่ลอกๆกันมา เลยเขียนหน้ารายงานว่าให้แค่ 1/10 เพราะดูแล้วว่าลอกกันมา จะได้หลาบจำ...แต่สอนมาทั้งเทอม เด็กก็ยังไม่เข็ด ถึงได้รู้สึกว่าเด็กสมัยนี้แม่งเหลืออดจริงๆ แทนที่จะขยันเขียนเอง แต่ 1 คะแนนได้มาเพราะไปลอกเพื่อนก็ไม่เป็นไร

    ส่วนที่กังวลว่าเวลาว่างเยอะ เด็กอาจจะเอาไปทำอะไรไร้สาระ หรือเรียนกวดวิชามากขึ้น ก็สุดแท้แต่บุญแต่กรรมแต่ละคนแล้วว่าจะรักดีแค่ไหน เพราะการเหลือเวลาว่างมันก็ให้ทั้งคุณและโทษเหมือนกัน จะไม่ให้ว่างเพราะกลัวเด็กเกเร แต่ไม่กลัวเด็กไม่ได้พักผ่อนเพียงพอนี่ก็แย่นะ
    • Name : Anemone2526 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anemone2526 [ IP :223.205.148.241 ]
    • Email / Msn: -
    • - 2 กุมภาพันธ์ 2556 / 09:18

ความคิดเห็นล่าสุด

พิมเลขหน้าที่นี่
Page 1 of 1 1 
  • ความคิดเห็นที่ 1

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    สำหรับเรา นโยบายลดการบ้านจะเกิดผลดีก็ต่อเมื่อการบ้านที่ถูกลดคือการบ้านที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ช่วยเพิ่มพูนความชำนาญในวิชานั้นๆ ค่ะ แต่น่ากลัวว่า ผลลัพธ์ของเรื่องนี้จะกลายเป็นแค่ "การบ้านไม่ช่วยสร้างเสริมความรู้เหมือนเดิม แค่มีน้อยลง" น่ะสิ

    จริงๆ แล้วทั้งเรื่องลดการบ้าน ลดสอบ ลดเครียด ลดนั่นนี่โน่นอะไรที่เขาว่ากันน่ะ เราว่ามันก็เป็นแค่แป้งที่ใช้โบ๊ะหน้าให้เนียนปิดสิวปิดฝ้านั่นแหละ คือลึกลงไปแล้วก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเท่าไหร่ (ในเมื่อสิวยังไม่หาย) มันมีเรื่องให้ต้องทั้งปรับเปลี่ยน แก้ไข และพัฒนาอยู่อีกเยอะ ซึ่งฟังทีไรก็ท้อใจทุกที...

    PS.  Es lebe das heilige Deutschland!
    MARION Popular Member
    • Name : MARION < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MARION [ IP : 58.8.7.164 ]
    • Email / Msn: Royal_Riddle(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 30 มกราคม 2556 / 21:35
  • ความคิดเห็นที่ 2

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    ...เรียนเพื่ออะไร ?

    เรียนเพื่อให้มีความรู้พื้นฐาน... ที่เรียนกัน"แค่"พื้นฐานที่ต้องใช้ในชีวิตจริง ๆ เหรอ ?
    เรียนเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้ในอนาคต... ที่เรียนไปจำเป็นต่อทุกอาชีพเลยเหรอ ?

    เรียนเพื่อให้สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ได้... แล้วจะเข้ามหาลัยไปเพื่ออะไร ?


    ก็ในเมื่อเด็กมันยังไม่รู้เลยว่าโตไปจะประกอบอาชีพอะไร !
    ให้เวลากับการเรียน กวดวิชา และการบ้านซะเยอะแยะ จนเด็กไม่มีเวลาแสวงหาตัวตนกันบ้างเลย
    เวลาที่เหลือจากการเรียนก็ทำได้แค่ไม่กี่อย่าง การ์ตูน เกม ดนตรี กีฬา หาแฟน
    ถ้าไม่เช่นนั้นผู้ปกครองก็กรอกหูทุกวันว่า หมอนะลูก วิศวะนะลูก แค่ไม่กี่อย่าง
    แบบนี้เด็กจะรู้ได้ยังไงว่าชอบอะไรถนัดอะไร
    ที่รู้ว่าชอบก็แค่เปลือกนอก หากเข้าไปทำจริงแป๊บเดี๋ยวเดี๋ยวก็กลายเป็นไม่ชอบ

    ดังนั้น เรียนเพื่ออะไร ทำการบ้านเพื่ออะไร ?

    เรียนกับการบ้านไม่ต้องเยอะหรอก จัดกิจกรรมนอกสถานที่ให้เยอะ ๆ
    ให้เด็กรู้ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เมื่ออยากแล้วก็จะขยันเอง
    ไม่ต้องให้ใครมาบังคับว่าต้องขยันทั้งที่เด็กก็ไม่รู้จะขยันไปทำไมเหมือนปัจจุบันหรอก

    PS.  ถ้าถูกผิดคือขาวกับดำ แล้วสีอื่นจะให้อยู่ในหมวดไหน ดังนั้นโลกนี้มีแค่ถูกผิดจริงหรือ ?
    ซ่อนนาม VIP Member
    • Name : ซ่อนนาม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ซ่อนนาม [ IP : 125.24.73.58 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 30 มกราคม 2556 / 21:37
  • ความคิดเห็นที่ 3

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 2 คน : Quantum, Moshihara Susaku
    ก็เห็นด้วยนะครับ แต่การบ้านที่จะให้ลดเนี่ยมันควรสอดคล้องกับหลักสูตร จัดไปตามความเหมาะสม ทีนี้เทคนิคและวิธีการสอนของครูแต่ละคนไม่เหมือนกัน การที่กระทรวงฯ ประกาศออกมาแบบนี้ผมว่ากะทันหันเกินไปโดยไม่ให้เวลาครูและนักเรียนในการปรับตัว ควรจะมีการวางแนวทางที่ชัดเจน ว่าลักษณะงานหรือการบ้านที่ให้ควรเป็นแบบใด จะให้อ้างอิงตามวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม หรือยังไง คือน่าจะมีมาตรหรือแนวทางให้ครูสักหน่อย ก่อนที่จะดำเนินการลดการบ้านจริง ๆ ซึ่งก็ควรจะทำควบคู่ไปกับการพัฒนาการเรียนการสอนด้วย

    PS.  ถ้าเขาว่าผิดผมว่าไม่ผิดแล้วผมต้องผิดใช่ไหม ถ้าเขาว่าถูกผมว่าไม่ถูกแล้วผมต้องเชื่อหรือไง
    -Saber- Popular Member
    • Name : -Saber- < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ -Saber- [ IP : 110.168.212.43 ]
    • Email / Msn: ghost_aminasuki(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 30 มกราคม 2556 / 21:57
  • ความคิดเห็นที่ 4

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    จริงๆก็อยากให้มีงานวิจัยมายืนยันจริงๆจังๆเหมือนกันนะ ว่าการบ้านที่มากขึ้นมีผลกับคุณภาพการเรียนแค่ไหน?

    แต่เชื่อสนิทใจว่าไม่มีใครกล้าทำ และคิดว่าน่าจะเดาผลการวิจัยออก...
    เพราะทุกวันนี้ใช้วิธีเดิมๆ แต่ดูเหมือนคุณภาพการเรียนรู้จะร่วงเอาๆ

    ลดการบ้านลงก็ดีครับ แต่ก็อยากให้มีการปรับหลักสูตรตามบ้าง
    เพิ่มเวิร์คช็อปในห้อง ทำในชั้นแล้วก็จบในชั้นก็พอ ถ้าอยากจะย้ำก็สั่งให้ทำอะไรเบาๆแทน เช่นเขียนสรุปรายงานผลหนึ่งหน้าส่งแทนการบ้าน หรือทำ ppt แผ่นใส นำเสนอแบบกลุ่ม อะไรแบบนั้นไป

    เอาจริงๆแล้วดูเหมือนลดการบ้านนี่จะไปกระทบกับหลักสูตรการสอนไม่น้อยเหมือนกัน
    แต่ถ้ามองถึงอนาคตอยากปฏิรูปการศึกษาจริงมันก็ควรจะทำกันทั้งหมดล่ะนะ ตั้งแต่หลักสูตร วิธีการสอน วิธีการวัดผล วิธีการสอบเทียบ อีกมากมาย ถ้าทำได้ก็ดี แต่ก็อยากให้ค่อยๆเป็นค่อยๆไปอยู่ล่ะนะ เก็บผลศึกษาควบคู่กันเอา วัฒนธรรมการเรียนการสอนมันฝังรากมานาน ชินทั้งคนสอนและคนเรียน แม้แต่ผู้ปกครอง ถ้าไม่ระวังแล้วชิงเปลี่ยนแบบหักดิบ น่ากลัวจะพาลดึงกันจมทั้งระบบเอา

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 มกราคม 2556 / 22:47

    PS.  Ragnarok Fiction - The legend of descendant - เรื่องราวของตำนานรบตำนานรักบทใหม่ มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) - รักพี่จ๋าที่สุดในโลกเลย !!
    K.W.E. VIP Member
    • Name : K.W.E. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ K.W.E. [ IP : 58.8.40.194 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 30 มกราคม 2556 / 22:34
    • [ Top 50 ขาประจำ ] บอร์ดนักเขียน
  • ความคิดเห็นที่ 5

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    เห็นด้วยนะที่ว่ายิ่งสอบยิ่งให้การบ้านเยอะ
    โดยเฉพาะตอนนี้ม.ปลายแล้ว คืองานเยอะมากแถมเป็นพวกงานที่ใช้เวลาทำนาน
    (พวกรายงาน ทำวีดีโอ ละคร หรือวิจัย)

    การบ้านผมว่ามีก็ดี เป็นการทบทวน แต่ถ้าไม่มีเลยมีก็จะดูไม่เหมือนนักเรียนเนอะ อารมณ์แบบมันไม่ใช่แพทเทิร์นของนักเรียนไทย(ฮา)

    การบ้านมีน่ะโอเค แต่โครงงาน+งาน เยอะน่ะ ไม่โอเคสุดๆ
    ปล.พิมพ์จากมือถือ มันอาจจะแปลกๆหน่อยนะ กะไม่ถูก

    PS.  คนที่อยากจะหนีให้ห่างคือคนที่อยากอยู่ใกล้ที่สุด
    ☆ SKULL VIP Member
    • Name : ☆ SKULL < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ☆ SKULL [ IP : 110.49.251.79 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 30 มกราคม 2556 / 23:29
  • ความคิดเห็นที่ 6

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    @4

    Homework practices and academic achievement: The mediating role of self-efficacy and perceived responsibility beliefs

    นั่นแค่งานเดียวนะครับ ที่เหลือลองหาจากฐานข้อมูลวิจัยได้

    ผมว่าการลดการบ้านเป็นเรื่องที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย สำหรับเด็กนักเรียนคงจะชอบมาก แต่สำหรับผมที่เป็นนายจ้างที่ต้องเจอเด็กจบใหม่ยุคนี้...ผมไม่เห็นด้วย

    การบ้านช่วยอะไร
    1. Time management
    2. Self Study
    3. ทบทวนบทเรียนนอกคาบ
    4. ประเมินผลระยะสั้น
    5. (สำหรับเด็กเล็ก) ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ปกครอง
    6. ส่งเสริมการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและกลุ่มงาน (เออ ผมรู้พวกคุณลอกกัน อย่ามาซึนเดเระ)

    บางอย่างการเรียนการสอนทำไม่ได้ครับ เช่น time management ต้องให้การบ้านที่มันล้นเวลา แล้วให้ไปดิ้นรนหาที่ยัดใส่ตารางเวลาเอาเอง ใครก็เขียนใส่ตารางได้ แต่จะทำเป็นหรือเปล่า มันต้องเจอของจริง

    ผมบอกตรง ๆ ว่าผมไม่รู้ว่าเด็กมัธยมงานเยอะแค่ไหน แต่น้องสาวผมเรียนค่อนข้างดี โรงเรียนค่อนข้างใหญ่ (ราว 4000 คน) สายวิทย์ มันนอนสามทุ่มครึ่ง ตื่นตีห้าครึ่ง ไม่เคยมีปัญหาการบ้านไม่เสร็จ และมีเวลาเตรียมสอบแข่งขัน มีแม้แต่เวลาตามข่าวดาราเกาหลีของมัน...ซึ่งผมก็กวนมันไม่ได้ เพราะมันทำงานได้ดีจริง

    กลับกัน น้องชายผม ติดเกม เกรดตกสุด ๆ จนต้องยึดเครื่องเกมคืน นอนดึก ตื่นสาย แต่การบ้านไม่เสร็จ หมกงานจนต้องให้ญาติไปของานจากครูมาให้ทำ

    เลือดเดียวกัน บ้านเดียวกัน อะไรต่างกันขนาดนั้น...มันคือคุณภาพและสำนึกในวินัย!

    อย่าได้พูดเลยว่าคนไทยไร้วินัย...ถ้าแค่การบ้านยังบริหารเวลามาจัดการมันไม่ได้

    เอาเป็นว่าช่างหัวที่ผมพูดถึงข้างบน ขนาดวัดกันแค่ความสามารถในการเรียนเฉย ๆ ยังมีบางวิชาอย่างคณิตศาสตร์นั้น การบ้านส่งเสริมผลสำริดอย่างสำคัญเลยครับ (
    Are we wasting our children's time by giving them more homework?)

    ผมว่าที่ควรจะทำจริง ๆ ไม่ใช่ลดการบ้านเลย เป็นการสอนให้บริหารเวลาและรับมือความเครียดมากกว่า เด็ก ๆ เรียนจบไปทำงานกันไม่เป็น ไม่รู้จักศึกษาด้วยตัวเอง ทุกอย่างล้วนมาจากขาดทักษะเรื่องนี้กันทั้งนั้นครับ (rant:ผมเป็นนายจ้างคนหนึ่งที่ยอมรับเลยว่าระยะหลังจ้างคนจบ ป.ตรี จากจาไมก้ายังดีกว่าจ้างเด็กจบใหม่ของไทย แต่ถ้าเลือกได้ต้องเวียดนาม...ต้องยอมรับเลยว่าของเขาดีจริง)

    ใครที่เรียนมหาลัยฯ แล้วย่อมรู้ดี โดยเฉพาะเด็กวิศวะทั้งหลาย ว่างานที่คุณได้รับมันนรกแตกแค่ไหน นี่ถ้ายังไม่เจอโปรเจค บอกได้เลยว่ายังไม่เจอของจริงครับ...แล้วคุณคิดว่ารุ่นน้อง ๆ ที่ไม่เคยต้องกรำงานแค่การบ้านกับรายงานเป็นเทอม ๆ จะเอาตัวรอดในรั้วหมาลัยฯ ได้อย่างมีคุณภาพเหรอ?

    RANT

    ปัญหาที่ผมเจอในฐานะนายจ้างเลยนะ คือ เด็กทำงานไม่ได้เรื่อง ขาดทักษะ (ตีความได้เพราะขาดการฝึกฝน) ขาดความรู้ (ตีความได้ว่าไม่ตั้งใจเรียน จบได้เพราะจารย์ช่วย ช่วยจนผมไม่จ้างเด็กจบจากบางสถาบันแล้ว) และที่เลวร้ายที่สุด คือ ไม่หาความรู้เพิ่มเติมใส่ตัว การศึกษานอกเวลาไม่จ่าย OT หรือ incentive ไม่มีทำ เลิกงานไปเดินห้าง ผู้ชายก็นัดเพื่อนกินเหล้า ให้มันได้อย่างนี้เถอะ...พนักงานจากเวียดนามวันเสาร์มันเข้าห้องสมุดไปอ่านหนังสือ "ภาษาไทย" แล้วพี่น้องคิดว่าพนักงานไทยวันเสาร์ไปอยู่ไหน? ... เหอะ ... คุยกับไดโอนิซุสไม่หยุดจนเกือบเช้า

    Conclude

    ตอนนี้ขอแค่นี้ก่อนแล้วกัน...ใครขี้เกียจหรือไม่มีเวลาอ่านข้างบน ผมขอสรุปว่า...

    การบ้านส่งผลดีต่อนักเรียน แม้ไม่ต่อวิชาการแต่ก็บังคับให้ต้องเรียนรู้ที่จะบริหารเวลา ทั้งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับมหาลัยฯ และการทำงาน เด็ก ๆ อาจชอบที่จะลดการบ้าน ครูก็น่าจะชอบเพราะงานน้อยลง แต่ผมคนที่จ้างเด็กจบใหม่อย่างผมไม่ชอบ


    การบ้านที่ดีมันต้อง make sense และตอบจุดประสงค์การเรียนรู้ การบ้านบ้านพวกนี้แหละที่ต้องเยอะ ๆ การบ้านไร้ประโยชน์กับการกวดวิชาที่เป็นทางหาเงินของคนสอนนั่นล่ะโยนทิ้งได้ แต่อย่าเอาการบ้านดี ๆ ให้ลดลง แค่นี้คุณภาพก็เน่าพออยู่แล้ว รู้จัก work smart แล้วทำงานกันบ้าง

    PS.  Do you know what "War" and "Law" have in common? It's not about who's right. It's about who's the winner.
    Prisma Dominatus VIP Member
    • Name : Prisma Dominatus < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Prisma Dominatus [ IP : 202.44.135.34 ]
    • Email / Msn: darkprism(แอท)msn.com
    • วันที่: 31 มกราคม 2556 / 14:07
  • ความคิดเห็นที่ 7

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    การบ้านเยอะแล้วดี... คำตอบมันใช่สำหรับการศึกษาต่างประเทศที่มีความกระตือรืนร้นมากกว่าและกล้าคิดมากกว่าน่ะสิครับ และส่วนใหญ่ที่เห็นมาการบ้านมันก็ตรงดีด้วย ให้หัวข้อมา ไปห้องสมุดค้นคว้าวิจัยมาเพิ่ม แล้วเขียนส่ง

    แต่กับวัฒนธรรมการศึกษาของไทยแล้วผมว่าไม่ใช่เสียทีเดียวนะ
    แค่ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา เด็กบางคนยังมองข้ามเลย ซึ่งเป็นจุดที่ต้องแก้ไข... แต่จะบอกว่าเพิ่มการบ้านมากๆแล้วจะแก้จุดนี้ได้ ผมว่าก็ไม่น่าจะใช่เสียทีเดียวนะ เพราะคนไม่ทำมันก็ไม่ทำ คนจะลอกมันก็ลอก เพิ่มการบ้านมันก็ไปเพิ่มทักษะการลอกให้เร็วขึ้น ให้เนียนขึ้น... กลับกันมันยังไปเพิ่มภาระให้เด็กที่สนใจเรียนต้องแบกรับงานขึ้นไปอีก

    ทัศนะของผมกับการลดการบ้านนี่ ก็ไม่ใช่ว่าต้องลดตะบี้ตะบันนะครับ เพียงแต่ว่าอะไรที่พิสูจน์แล้วว่ามันไม่ได้เพิ่มทักษะ หรือไม่ได้มีส่วนช่วยต่อการศึกษาอย่างมีนัยยะสำคัญ อันนั้นก็ควรปรับลดกันไป แต่อันไหนที่มันช่วยได้ก็คงไว้เช่นนั้น แล้วเราเอาส่วนต่างของเวลานั้นถ้าเราใช้ในการจี้จุดที่ยังเป็นปัญหาของการศึกษาผมว่ามันน่้าจะมีประโยชน์มากกว่าเอาไปทิ้งกับสิ่งที่ทำซ้ำแล้วไม่ดีขึ้น หรือดีขึ้นก็ไม่ได้ใช้งานในอนาคตน่ะครับ

    ไม่รู้สมัยนี้ยังมีการสั่งการบ้านแบบนี้อยู่ไหม
    แต่สมัยผมยังเด็กประถมมีวิชาภาษาไทย แล้วก็มีการบ้านคัดลายมืออยู่ จำได้ลางๆว่า อ. สั่งให้คัดคำตามกระดานลงสมุดหนึ่งหน้า แล้วจะให้คะแนนความสวยของลายมือ อ. กำหนดกฎได้ท้าทายดีมาก โดยจะให้คะแนนเต็ม 10 ถ้าใครได้ 6 ต้องคัดซ้ำสัก 3 หน้า ใครได้ 7 ก็เหลือ 1 หน้า ใครได้ 8 ก็ไม่ต้องคัดซ้ำ ถ้าเกินนั้นก็ไม่ต้องคัดในวันต่อไปเลยสบายไปวันหนึ่ง แต่ถ้าทำไม่ดีคะแนนตกก็กลับไปคัดซ้ำและโดนตี 1 ทีเป็นการลงโทษ...

    เรียนมาตลอดปี ก็โดนมันเกือบทุกวัน เพราะเป็นคนลายมือไม่สวยมาแต่ไหนแต่ไร ฝึกให้ตายมันก็ไม่ได้ดีกว่าเดิม ที่ได้ 8 คะแนนนี่แทบนับครั้งได้...
    คัดมาจนสมุดหมดเป็นเล่มๆ แต่จนป่านนี้ผมก็ยังไม่เห็นประโยชน์อะไรกับการบ้านส่วนนี้เลยครับ... นอกเสียจากผลาญเวลาไปเปล่าๆ เขียนถูกผิดก็ไม่ใช่เรื่องเพราะมันต้องคัดตามนั้นอยู่แล้ว ลายมือเรามันก็ไม่สวยแต่เด็ก แม้จนทุกวันนี้ก็ยังไม่สวย แต่ลายมือไม่สวยก็ไม่ได้หมายความว่าอ่านไม่รู้เรื่อง... เกณฑ์การให้คะแนนก็ขึ้นกับความชอบ อ. อีกต่างหาก...  แล้วความสวยมันเป็นทักษะเฉพาะตัว ไม่ได้มีประโยชน์กับการเีรียนต่อในอนาคตหรือสายงานในอนาคตเลย หลักฐานคือทุกวันนี้ลายมือผมก็ดูจะแย่กว่าสมัยประถมเสียด้วยซ้ำ แต่ยังทำงานได้ปกติเขียนสื่อสารรู้เรื่อง

    ส่วนถามว่าฝึกวินัยไหม ก็ใช่ ได้ฝึก แต่ก็แค่นั้นไม่ได้เป็นการทบทวนอะไรเลย
    วันไหนได้คัดซ่อมก็กินเวลาไปอย่างน้อยสามสิบนาทีบวกได้เลย...

    ถ้าจะเป็นการบ้านลักษณะนั้น ผมว่าเอาเวลาแบบนี้ไปให้ผมใช้ทำการบ้านคณิตศาสตร์ที่ต้องใช้เวลาคิดยังดีกว่ามั้งครับ เหลือเวลาชิล มีเวลาพักก็ไม่ต้องเค้นสมองมากนัก
    ก็ไม่ใช่ว่าไม่ควรมีคัดลายมือส่งหรอกนะ แต่กฎน่ะปรับหน่อยดีกว่าไหม?

    ก็เป็นอะไรแบบนี้ ซึ่งผมว่าคงมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยพอตัว แต่คิดว่ามันคงมีการสั่งงานแบบแปลกๆหรือทำแล้วไม่รู้ว่าได้ประโยชน์จริงไหม ตรงวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ไหม... เรื่องแบบนี้คงมีอยู่ให้เห็นแน่ (ขนาดการบ้านแปลกๆอย่างไประดมยอด like ก็มีมาให้เห็นแล้วนี่นะ)

    ว่ากันตามตรงเทียบสมัยที่เรียนประถม กับมหาวิทยาลัยแล้ว
    การบ้านแบบหลังยากกว่า และงานอาจน้อยกว่าเพราะวิชาไม่เยอะเท่า แต่ผมว่าเรียนแล้วมันสนุกกว่าครับ งานไม่มากแต่เน้นปริมาณ มันก็จัดเต็มได้กันไปเลย

    จะว่าไปการจัดหมวดวิชารายคาบต่อสัปดาห์ก็ใช่
    ระดับมหาวิทยาลัยการเรียนจะกระจายอยู่อย่างเช่นเรียนพื้นฐานชีวะอาจมีอังคารกับศุกร์ การบ้านมีทุกวันก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะจังหวะเวลามันไม่อัดเกินไป ต่อให้มันเยอะมันก็มีเวลาให้ได้ตั้งใจทำ
    แต่ในทางกลับกันถ้าเรียนทุกวันแล้วยัดการบ้านทุกวันอันนี้มันก็น่าคิดเช่นกันว่าสั่งแบบนั้นให้ผลดีจริงไหม? ถ้าเป็นแค่บทเรียนทดสอบความเข้าใจหลังรายวิชา อันนั้นก็โอเค แต่ถ้าเน้นปริมาณเข้าไว้โดยไม่ได้คาดหวังว่าผู้ทำจะได้ฝึกสมองในหลายๆรูปแบบ สุดท้ายจบที่ลอกกันตอนเช้าก่อนเข้าเรียน ผมว่าให้ไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรเหมือนกัน

    ซึ่งมันก็ล้อกับข้างบลที่ผมมองว่าให้มันมีการกระตุ้นภายในชั่วโมงเรียนอย่างเต็มที่ จะเป็นการสอนที่เข้มขึ้นหรือกิจกรรมมากขึ้น แล้วสรุปเป็นการบ้านที่ลดลงแต่อธิบายได้ว่าเกินอะไรขึ้นกับวิชาที่เรียนน่าจะเข้าท่ากว่า มีให้พอได้เคาะสมอง ไม่ให้ลืมว่าวันนี้เรียนอะไรไปบ้าง ถ้าจะจัดหนักก็ให้วันศุกร์ก็ค่อนมีการบ้านรวบยอดทั้งสัปดาห์แบบจับประเด็นมาให้ยังงั้นไปก็ยังโอเค

    ผมว่าการบ้านมันก็เหมือนออกกำลังกายนะ ทำทุกวัน ทำแล้วดี พอเว้นช่วงร่างกายมันก็จะเนือยไป จึงควรทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ กระตุ้นร่างกาย (สมองและความคิด)ไว้
    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ควรมีปริมาณที่เหมาะสมต่อวันอยู่ ควรมีช่วงที่ให้เยอะให้น้อยตามช่วงเวลากันไปด้วย

    แล้วไปปรับบทลงโทษผู้ไม่ส่งหรือลอกกันให้มันเข้มขึ้นแทนเอา
    เน้นให้ทุกงานที่ส่งมามันมีคุณภาพหรือความเป็นตัวเองของผู้ทำหน่อย ผมว่าแบบนั้นเวิร์คกว่าครับ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 มกราคม 2556 / 15:28

    PS.  Ragnarok Fiction - The legend of descendant - เรื่องราวของตำนานรบตำนานรักบทใหม่ มีอา-มังกรน้อยปาฏิหาริย์ - (Master And The Little Dragon) - รักพี่จ๋าที่สุดในโลกเลย !!
    K.W.E. VIP Member
    • Name : K.W.E. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ K.W.E. [ IP : 61.90.163.130 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 31 มกราคม 2556 / 15:35
    • [ Top 50 ขาประจำ ] บอร์ดนักเขียน
  • ความคิดเห็นที่ 8

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    ผมว่าปัญหามันคือ "ครูห่วย"

    ทำผมถึงว่าครูห่วย
    จากที่จขกท.บอกมา การบ้านและงานที่กล่าวมา ไม่ถูกต้องและไม่ถูกวัตถุประสงค์
    ครูสักแต่ว่าให้งานแต่ไม่ดูเวลาเด็ก ไม่ดูว่าวัตถุประสงค์คืออะไร

    บางทีมีวัตถุประสงค์ดูดี แต่สั่งงานเกินตัวเด็กไม่เห็นใจเด็ก

    คำว่าการบ้านสมัยนี้มันเกินแบบฝึกหัดไปแล้ว
    แม่ค้าหน้าตึก มาขอให้ผมช่วยลูกเขาที่เป้นเด็กอนุบาล ปลูกมันฝรั่ง
    มันฝรั่ง!! เด็กอนุบาล!!

    ขอพูดแบบใจคิดหน่อยเถอะ " เด็กอนุบาลโพ่งงสิปลูกมันฝรั่ง "
    ป.สามผมยังปลุกถั่วเขียวแล้วกลายเป็นถั่วงอกอยู่เลย

    ผมว่าเรื่องการบ้านไม่ใช่ปัญหา แก้ปัยหาผิดจุดกันอีกแล้ว
    งานที่ครูเสกสรรค์มาให้เด็กทำต่างหากที่ควรปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสม

    ให้สร้างหน้าเว็บ ให้คะแนนจากการกดไลค์กดแชร์
    ให้ทำหนังสั้นตั้งแต่ม.ต้น ให้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ไฮโซๆตั้งแต่ประถม
    สรุปเด็กมันก็ต้องให้พ่อแม่มันทำให้ทั้งนั้นเด็กไม่ได้อะไรเลย

    ปัญหาไม่ใช่การบ้านแต่เป็นที่คนให้การบ้านมากกว่า
     

    PS.  นอกจากรักเธอแล้ว.. ฉันก็ไม่เก่งอะไรเลย
    ด้นถอยหลัง Superstar Member
    • Name : ด้นถอยหลัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ด้นถอยหลัง [ IP : 180.183.165.221 ]
    • Email / Msn: karunha(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 31 มกราคม 2556 / 16:02
  • ความคิดเห็นที่ 9

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    ผมเห็นว่าที่น่าทำ คือ การประเมินการบ้าน มากกว่า
    คือ มันต้องตอบโจทย์จุดประสงค์การเรียนรู้

    ถ้าเรื่องปริมาณ...เอาจริง ๆ ถ้าสอนภาษาไทยแล้วเด็ก 50 คนจำอักษรไทยไม่ได้เลยทุกคนหลังให้ท่อง ให้ดูวิดีโอ ให้อ่านออกเสียง ให้ทำทุกอย่าง ถ้าจะต้องคัดสัก 4000 ตัว แล้วมันจำได้ก็ต้องคัดครับ

    จะว่าไปเรื่องปริมาณการบ้านผมว่าคนที่เรียนภาษาที่ 3 ย่อมรู้ซึ้ง เพราะตอนเรียนต้องท่องอักษรของเขาก่อน...คัดกันกี่ตัวครับ มันเยอะไหม และมันคุ้มไหมครับ และถ้าท่านไม่ได้คัดวันนั้น วันนี้เป็นอย่างไงบ้างแล้วครับ

    การบ้านเยอะ สำหรับผมมันเหมือนการฝึกวิ่ง ถ้าวิ่ง 2 กิโลเหนื่อยเลยลดลง สุดท้ายมันจะนั่งแหงกอยู่หน้าคอม แต่ถ้าไม่หยุดวิ่ง วิ่งวันนี้ 2 กม. อีกเดือนขยับเป็น 2.1 กม. ภายใน 3 ปี คนคนนั้นก็วิ่งวันละ 5 กม. แล้วครับ แล้วเขาก็วิ่ง 2 กม. ไม่เหนื่อยแล้วด้วย

    พี่น้องที่กำลังเรียนอยู่ลองพิจารณาดูก็ได้ครับ ไปขุดเอารายงานฉบับแรกที่เราทำตอน ป.1 ขึ้นมาดูเถอะครับ (ของผมเป็นรายงานการปลูกถั่วงอก...เหมือนกันทุกคนไหมครับ) แล้วดูผลงานที่เราทำ เทียบกับงานคล้าย ๆ กันที่เราทำตอน ม.1 ตอน ม.4 ตอน ปี 4 แล้วพิจารณาเรื่องเวลาที่เราทำต่อคุณภาพ

    ผมว่า ถ้าทุกท่านจะทำรายงานที่เราเคยทำในตอนเด็ก ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ตอนนี้ท่านใช้เวลาแค่ไม่ถึงวัน (ไม่รวมเก็บข้อมูล) แล้วก็ไม่สามารถทำให้คุณภาพเหมือนกับตอนนั้นได้ด้วย

    เพราะมันคือทักษะไงครับ มันมาจากการฝึกฝน
    เหมือนเหล็กร้อนถูกตีในเตา กว่าจะเป็นดาบที่คมและทนทานมันต้องผ่านความลำบากมาบ้าง ยิ่งลำบากมากยิ่งทนทาน ยิ่งขาดแคลนมากยิ่งสร้างสรรค์ "ถ้า" รู้จักดิ้นรน แต่เด็กเราบางคนไม่ดิ้นรน ใช้เวลากับจุดสนใจอื่นจนงานเสีย จบมาเพราะครูช่วยกับสอบซ่อม แล้วออกมาเป็นพนักงานแบบ...พระช่วย...กับแบบที่...อย่างที่ศาสดาจ๊อบว่าไว้...not used to an environment where excellence is expected

    RANT
    โดยส่วนตัว ที่ผมเห็นว่าน่าจะเปลี่ยนแปลง คือ พฤติกรรมการทำการบ้านของนักเรียน...ก๊อปแปะ...ลอกเว็บ...อาจารย์กู๋แปลให้...อาจารย์ไม่ควรจะรับเลยด้วยซ้ำ แต่นั่นมันนอกประเด็น เอาไว้ก่อน


    PS.  Do you know what "War" and "Law" have in common? It's not about who's right. It's about who's the winner.
    Prisma Dominatus VIP Member
    • Name : Prisma Dominatus < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Prisma Dominatus [ IP : 202.44.135.34 ]
    • Email / Msn: darkprism(แอท)msn.com
    • วันที่: 31 มกราคม 2556 / 17:11
  • ความคิดเห็นที่ 10

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เรื่องการบ้านกด Like นี่อีกอย่าง...ถ้าไม่ใช่วิชาการประชาสัมพันธ์ทางอินเตอร์เนตล่ะก็ ไม่ควรจะมีเลยสักงาน

    PS.  Do you know what "War" and "Law" have in common? It's not about who's right. It's about who's the winner.
    Prisma Dominatus VIP Member
    • Name : Prisma Dominatus < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Prisma Dominatus [ IP : 202.44.135.34 ]
    • Email / Msn: darkprism(แอท)msn.com
    • วันที่: 31 มกราคม 2556 / 17:12
  • ความคิดเห็นที่ 11

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    มีใครอยากจะหิ้วงานกลับมาทำที่บ้านบ้าง เเค่เรียนเสร็จกลับมาก็เหนื่อยเเล้ว
    Pimchanok Moopongsuwan New Member
    • Name : Pimchanok Moopongsuwan < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Pimchanok Moopongsuwan [ IP : 110.49.234.114 ]
    • Email / Msn: ping21(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 31 มกราคม 2556 / 21:48
  • ความคิดเห็นที่ 12

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    @11  เพราะนักเรียนไม่อยากหิ้วการบ้านกลับมาทำที่บ้านก็เคยสมควรที่จะลดการบ้านอย่างนั้นหรือครับ

    ผมเชื่อว่านักเรียนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากไปโรงเรียนเหมือนกัน งั้นไม่ต้องไปโรงเรียนกันดีไหมครับ

    ความเหกมาะสมมันไม่ได้อยู่ที่ว่าเด็กอยากทำหรือไม่อยากทำหรอกครับ
    ผู้ใหญ่ควรที่จะประคับประคองเด็กให้เติบโตมาอย่างมีคุณาพ มีความรับผิดชอบ
    อาชีพอย่างครูควรที่จะพิจารณาว่าสิ่งใดเหมาะสมกับเด็ก
    ครูบางคนก็ไม่มีคุณสมบัตินั้น กระทรวง หรือหน่วยงานเบื้องบนจึงต้องมีแนวทางการทำงานให้

    แต่น่าเสียดาย ผมเห็นนโยบายแบบประชานิยม เข้ามาถึงวงการการศึกษาแล้ว
    นโยบายที่เอาใจเด็ก เอาใจผู้ปกครองงี่เง่า เห็นว่าอะไรที่ทำนี่เป็นการพัฒนา เป็นความก้าวหน้า
    แทนที่จะปรับปรุง "การบ้าน" ให้มีคุณค่าขึ้น ทำแล้วได้ประโยชน์มากขึ้น 
    กลับเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์เสีย แล้วลดการบ้านแทน




    PS.  นอกจากรักเธอแล้ว.. ฉันก็ไม่เก่งอะไรเลย
    ด้นถอยหลัง Superstar Member
    • Name : ด้นถอยหลัง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ด้นถอยหลัง [ IP : 180.183.165.221 ]
    • Email / Msn: karunha(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2556 / 10:20
  • ความคิดเห็นที่ 13

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ตอนนี้ก็จะโดนการบ้านทับตายเช่นกัน แต่เราว่าทันก็จำเป็นบางอย่างนะ รักการอ่านกับสมุดบันทึกความดีอ่ะ ตัดออกไปเหอะ...
    xxVaporxx Popular Member
    • Name : xxVaporxx < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ xxVaporxx [ IP : 180.180.121.149 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:09
  • ความคิดเห็นที่ 14

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    ในฐานะที่เป็นครู เคยให้เด็กทำแบบฝึกหัดส่งในชม. มันก็ช่วยลดการบ้านได้ระดับหนึ่งเหมือนกัน 

    เห็นด้วยว่าควรให้ลดการบ้านที่ไม่ค่อยก่อประโยชน์ใดๆกับเด็ก ไม่ได้ฝึกทักษะ พวกรายงานที่ไปก็อปลอกกันได้ไม่อยากให้ทำ ครูควรจะตามเกมเด็กให้ทัน...เคยตรวจรายงานของนักเรียนที่ลอกๆกันมา เลยเขียนหน้ารายงานว่าให้แค่ 1/10 เพราะดูแล้วว่าลอกกันมา จะได้หลาบจำ...แต่สอนมาทั้งเทอม เด็กก็ยังไม่เข็ด ถึงได้รู้สึกว่าเด็กสมัยนี้แม่งเหลืออดจริงๆ แทนที่จะขยันเขียนเอง แต่ 1 คะแนนได้มาเพราะไปลอกเพื่อนก็ไม่เป็นไร

    ส่วนที่กังวลว่าเวลาว่างเยอะ เด็กอาจจะเอาไปทำอะไรไร้สาระ หรือเรียนกวดวิชามากขึ้น ก็สุดแท้แต่บุญแต่กรรมแต่ละคนแล้วว่าจะรักดีแค่ไหน เพราะการเหลือเวลาว่างมันก็ให้ทั้งคุณและโทษเหมือนกัน จะไม่ให้ว่างเพราะกลัวเด็กเกเร แต่ไม่กลัวเด็กไม่ได้พักผ่อนเพียงพอนี่ก็แย่นะ

    PS.  เป็นแฟนพันธุ์แท้เรา...ต้องอดทน!!!
    Anemone2526 VIP Member
    • Name : Anemone2526 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Anemone2526 [ IP : 223.205.148.241 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2556 / 09:18
  • ความคิดเห็นที่ 15

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    มีหลากหลายความเ็ห็นมาก ต่างคนก็ต่างมีตรรกะของตนเอง ในฐานะที่ข้าพเจ้ายังอยู่ในวัยเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย(สุด)ก็ีความเห็นดังนี้

    ข้อดีของการบ้าน
    1.ช่วยทบทวนความรู้ที่ได้เรียนมา(สำหรับครูบางคนที่สั่งการบ้านตรงจุดและไม่มากเกินไป)
    2.ช่วยเพิ่มทักษะการแก้ไขปัญหาหรือทำโจทย์ปัญหาต่างๆ(สำหรับการบ้านที่สั่งตรงจุดอีกเช่นกัน)
    3.ทำให้เด็กต้องอ่านหนังสือหรือหาความรู้เพิ่มเติมเพราะการบ้านบางอย่างจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจและมีการเชื่อมโยงกับศาสตร์อื่นๆ

    ข้อเสียของการบ้าน
    1.ทำให้เด็กไม่มีเวลาค้นหาตัวเอง ไม่มีเวลาทำในสิ่งที่ชอบและอยากจะทำ (ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความคิดสร้างสรรค์ของเด็กหายไปไหน)
    2.ทำให้เด็กเครียดเพราะมันเยอะจนไม่รู้จะทำอะไรก่อน (น่าเเปลกที่ครูชอบมาสั่งงานตอนใกล้สอบพร้อมกันทุกวิชา ไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อะไร?)
    3.การใช้เวลาไปกับการบ้านนั้นทำให้เด็กขาดประสบการชีวิต ในความเห็นของข้าพเจ้าการที่เด็กได้ออกไปข้้างนอก ไปเจอผู้คนหรือแม้แต่ไปเที่ยวทำให้เด็กมีทักษะการใช้ชีวิต เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ฆ่าตัวตายด้วยสาเหตุต่างๆหรือท้องก่อนวัยอันควรส่วนมากเป็นเด็กเรียน (สำหรับที่อื่นไม่แน่ใจว่าเป็นเหมือนกันหรือเปล่าแต่ที่จังหวัดของข้าน้อยเป็นเช่นนั้น) ส่วนพวกเด็กแรงๆร้ายๆส่วนมากจะอยู่รอดปลอดภัย
    4.การที่เด็กได้มีเวลาว่างมากขึ้นจะทำให้เด็กมีเวลาอยู่กับพ่อแม่เพื่อนฝูงพี่น้องได้มากขึ้น มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้าง

    ส่วนตัวเห็นด้วยกับการลดการบ้านเด็ก คำว่าลดไม่ได้หมายถึงหยุดสั่ง ห้ามสั่งแต่หมายถึงการสั่งให้น้อยลงสั่งในสิ่งที่จำเป็นและเป็นประโยชน์จริงๆ เพราะสั่งเยอะไปบอกได้เลยว่าไม่มีประโยชน์เพราะถ้าการบ้านเยอะเด็กจำนวนมากกว่าครึ่งจะไม่ตั้งใจทำ ไม่ลอกเพื่อนก็ลอกหนังสือชนิดที่ว่าตาดูมือเขียนไม่ได้อ่านสักตัวเดียว ถ้าจะบอกว่าการลดการบ้านทำให้เด็กมีเวลาไปเที่ยว ไปทำตัวไร้สาระ ไปเกเรแล้วล่ะก็คุณคงคิดผิดไปถนัดเพราะต่อให้มีการบ้านเด็กแบบนั้น ก็ออกไปอยู่ดีการบ้านเยอะแค่ไหนก็เอาไม่อยู่หรอก กดดันมันมากๆมันก็ไม่เรียนมันไม่สนใจอยู่แล้ว

    การบ้านที่เยอะไม่ช่วยพัฒนาทักษะแต่การบ้านที่พอดีๆและเน้นให้เด็กได้ใช้ทักษะที่สมควรมีในการใช้ชิวิตหรือประกอบอาชีพต่างหากที่จะทำให้เด็กมีคุณภาพ

    ปล.ชอบครูที่โรงเรียนอยู่คนหนึ่งเธอสอนคณิตศาสตร์เป็นคนสอนเข้าใจไม่ยัดเยียดจนเกินไป เธอจะให้ทำแบบฝึกหัดต่างๆในช่วงโมงและสั่งการบ้านไม่มากนักใครใคร่จะทำมากกว่าที่สั่งก็ทำมาแต่ใครไม่ใคร่หรือทำไม่ได้ก็มาฟังเฉลยที่โรงเรียนไม่เข้าใจตรงไหนถามได้หรือจะมาปรึกษาเป็นการส่วนตัวก็ได้ในหนึ่งปีจะสั่งงานใหญ่แค่หนึ่งงานเท่านั้นคือโครงงาน ก่อนที่เธอจะให้การบ้านเยอะๆเธอจะถามเด็กก่อนว่าช่วงนี้การบ้านเยอะไหม? ถ้าเยอะเธอก็จะทยอยสั่งหรือตัดอันที่ไม่จำเป็นออกไป ทำให้นักเรียนอยากเรียนกับเธอเพราะไม่ต้องเครียดเพราะเรียนไม่ทันเพื่อน ไม่ต้องเครียดเพราะการบ้านไม่เสร็จ ไม่ต้องเครียดว่าจะโดนด่าเมื่อทำการบ้านผิดและไม่ต้องเครียดว่าเย็นนี้จะนอนตีหนึ่งเพราะการบ้านท่วมหัว ในความคิดของคนอื่นข้าพเจ้าไม่รู้แต่ในความคิดของข้าพเจ้าถ้าทุกวิชาเป็นแบบนี้คงจะดีไม่น้อย
    Moshihara Susaku Popular Member
    • Name : Moshihara Susaku < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Moshihara Susaku [ IP : 115.67.103.207 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2556 / 10:59
  • ความคิดเห็นที่ 16

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    อันที่จริง... คหสต. 
    รู้สึกว่าการบ้านเป็นอะไรที่ดีอย่างหนึ่งคือถ้าทำเองก็ได้กับตัวเอง
    เด็กสมัยก่อนก็การบ้านมากมายเช่นกันแต่ก็ผ่านมันไปได้ แต่เด็กสมัยนี้อาจจะไม่ได้แล้ว
    ถ้าเทียบกับประเทศอื่นรู้สึกว่าบ้านเรายังเป็นการเรียนการสอนที่เฉยจนเกินไป

    มีเพื่อนให้ลอกมีอากู๋ให้ถาม มีอื่นๆอีกมากมายที่ช่วยในการทำการบ้านแบ่งเบาได้ค่อนข้างเยอะ
    การบ้านที่ตอนช่วงใกล้สอบมันเยอะ หรือว่าเพิ่งมาทำช่วงใกล้สอบนี่น่าคิดมาก 

    มันแล้วแต่คนจริงๆบางคนที่ทำจริงๆจนไม่มีเวลามันก็มี บางคนมาลอกตอนเช้าก่อนส่งก็มี
    มีทั้งน่าเป็นห่วงและน่าโล่งใจไปในคราเดียว ก็น่าคิดว่าฝั่งไหนที่มีมากกว่ากันจะส่งผลให้อนาคตของชาติ เอนไปทางฝังไหนมากกว่ากัน

    PS.  ฝากนิยาย ด้วยคร๊าบบบ ^_^ http://writer.dek-d.com/sand-castle/writer/view.php?id=905230
    fiance New Member
    • Name : fiance < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fiance [ IP : 27.55.139.56 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:51
พิมเลขหน้าที่นี่
Page 1 of 1 1 
กฏการตั้งกระทู้
แสดงความคิดเห็น
Login *

Password *
ชื่อ Email รูปตัวแทน

โปรดใส่รหัสตามรูป
    

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  1. กรณีที่ข้อความและรูปภาพในกระทู้นี้แต่งโดยผู้ลงกระทู้เอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงกระทู้โดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อความ
  2. กรณีที่ข้อความและรูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงกระทู้จะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
  3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม่เหมาะสม โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการที่ board(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ 
    ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายในเว็บไซต์ Dek-D.com
    ทาง Call Center ได้ที่ 02-860-1142 ต่อ 21

    ( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )