วิชาIS
บอร์ดมีสาระ > สถานการณ์ปัจจุบัน เลขกระทู้ 2677634 เข้าชม 342 ตอบ 3 คะแนนโหวต 2


- Name : 1150 [ IP : 58.11.142.28 ]
- Email / Msn: tk_zaa2011(แอท)hotmail.com
- วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:30
รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา Is โรงเรียนบางกะปิ จัดทำขึ้นเพื่อ ให้รู้เกี่ยวกับการชุมนุมว่าผลกระทบต่อการชุมนุมในสังคมไทยว่ามี ข้อดีเเละข้อเสียอย่างไร
เสนอ ครูสมนึก กำลังเดช
สมมุติฐาน อยากทราบว่าการชุมนุนครั้งนี้มีผลกระทบอย่างไรต่อสังคมไทย?
จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา อาทิเช่น ปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ
ทำไมต้องชุมนุม??
การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553 เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553 มีเป้าหมายเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่ ต่อมา รัฐบาลใช้มาตรการทางทหารเข้ากดดันกลุ่มผู้ชุมนุม จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 2,100 คน จากนั้น อภิสิทธิ์ประกาศแผนปรองดอง ซึ่งผู้ชุมนุมมีข้อเรียกร้องเพิ่มเติม การชุมนุมจึงดำเนินต่อไป และอภิสิทธิ์ก็ประกาศยกเลิกวันเลือกตั้งใหม่ตามแผนปรองดอง ก่อนจะใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม จนกระทั่ง แกนนำ นปช. ประกาศยุติการชุมนุมในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เสื้อเหลือง เป็นกลุ่มการเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศไทยที่มีบทบาทสำคัญในช่วง พ.ศ. 2548-2552 โดยเป็นการรวมตัวจากหลายองค์กรทั่วประเทศ และได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ภายใต้จุดประสงค์ในการขับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และแสดงความต้องการให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนอย่างเปิดเผยเห็นว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ควรออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ขัดเเย้ง??
ความขัดแย้ง” นั่นเองที่นำไปสู่ความรุนแรง
ที่จริงแล้วความขัดแย้งนั้นมีได้ตลอลเวลา เพราะความเห็นแตกต่างย่อมมีเสมอในสังคมที่คนหลากหลายชนิดอาศัยร่วมกัน ความแตกต่างไม่ได้นำไปสู่ความแตกแยกเสมอไป แต่ในครั้งนี้ ความแตกต่างนั้นถูกสร้างขึ้น มาจนเด่นชัด เซลล์จากเดิมที่อยู่รวมๆ กันได้ ไม่มีปัญหาอะไร ถูกกระตุ้นให้เกิดการจำได้ว่า เราเป็นคนละชนิดกัน และเกิดมีโปรแกรมบางอย่าง มาชักนำว่า เซลล์สองชนิดนี้ “ต่างชนิดกัน” ต้องตีกันให้แหลกไปข้างหนึ่ง
เรื่องของ “การกระตุ้น” และ “ถูกกระตุ้น” ในจุดนี้เองที่ผมรู้สึกว่า “ถ้ารู้ทัน” บางทีเราอาจจะปกป้องให้ ตัวเราเองไม่ถูกเหนี่ยวนำหรือถูกกระตุ้นโดยไม่ตั้ง หรือตระหนักได้
ผลกระทบต่อการชุมนุม??
การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติได้สร้างความกังวลแก่ประชาชนคนไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่จากเดิมที่แย่อยู่แล้วจากวิกฤตการ์ทางการเงินของโลก ( และกำลังเริ่มที่จะดีขึ้น) อาจต้องแย่ลงไปอีก ซึ่งอาจเป็นการยากที่จะเยียวยา ตามทฤษฎีของเศรษฐศาสตร์มหภาค การชุมนุมประท้วงในประเทศใดก็ตาม มักจะส่งผลทางลบต่อเศรษฐกิจโดยเริ่มต้นจาก การสูญเสียความเชื่อมั่นของนักลงทุน (โดยเฉพาะนักลงทุนจากต่างประเทศ) ซึ่งจะส่งผลทำให้ปริมาณการลงทุนในประเทศลดลง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) และการลงทุนในหลักทรัพย์ (Portfolio Investment) ซึ่งเมื่อนักลงทุน (โดยเฉพาะจากต่างประเทศ) ไม่มีความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจไทยแล้ว นักลงทุนเหล่านั้นก็จะทำการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลตามมาถึงการลดลงของราคาหลักทรัพย์, การอ่อนตัวของค่าเงินในประเทศ, การถดถอยทางเศรษฐกิจ, จนลามไปถึงการว่างงาน ตามลำดับ
จากการประเมินผลกระทบระยะสั้น (Short-Run Impact) แล้วยังพอคลายกังวลได้ในระดับหนึ่งว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นยังคง “ไม่เกิดขึ้นตามทฤษฎีข้างต้น” นักลงทุนต่างชาติยังคงพอใจที่จะลงทุนในประเทศไทยต่อไป ตลาดหุ้นไทยยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับที่สูงที่สุดในรอบ 20 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2551 และค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าที่สุดในรอบ 21 เดือนที่ 32.42 บาทต่ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกันนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังรายงานว่ายังไม่เกิดแนวโน้มของการถอนเงินออกจากธนาคารแต่อย่างไร
สรุป
“ม็อบ” ดูราวกับจะมีความหมายในทางลบ ผู้คนจะเริ่มหวาดๆ และเซ็งๆ ขึ้นมาทันที จริงๆ แล้วม็อบก็มีทั้งแบบที่เจตนาดีและไม่ดี และแบบที่ส่งผลดีและไม่ดีต่อสังคม (ผมแยกกรณี เพราะบางครั้งม็อบที่เจตนาดี ก็ส่งผลลัพธ์ที่ไม่ดีต่อสังคมได้เช่นกัน) ม็อบ คือการรวมกลุ่มกันของประชาชน เพราะแน่นอนว่า คนหลายๆ คนน่าจะดูมีอำนาจมากกว่าคนๆ เดียว เสียงเดียว เมื่อคนที่คิดเห็นเหมือนกัน รวมตัวกัน อำนาจก็ดูจะสูงขึ้น และประเด็นสำคัญคือ อัตลักษณ์และตัวตน (Identity) ของการมารวมกันเป็นม็อบนั้นต่างจากตัวคนเดี่ยวๆ หัวเดียวกะเทียมลีบอย่างมหาศาล
เสนอ ครูสมนึก กำลังเดช
สมมุติฐาน อยากทราบว่าการชุมนุนครั้งนี้มีผลกระทบอย่างไรต่อสังคมไทย?
จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา อาทิเช่น ปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ
ทำไมต้องชุมนุม??
การชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ พ.ศ. 2553 เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553 มีเป้าหมายเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา และจัดการเลือกตั้งใหม่ ต่อมา รัฐบาลใช้มาตรการทางทหารเข้ากดดันกลุ่มผู้ชุมนุม จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 2,100 คน จากนั้น อภิสิทธิ์ประกาศแผนปรองดอง ซึ่งผู้ชุมนุมมีข้อเรียกร้องเพิ่มเติม การชุมนุมจึงดำเนินต่อไป และอภิสิทธิ์ก็ประกาศยกเลิกวันเลือกตั้งใหม่ตามแผนปรองดอง ก่อนจะใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม จนกระทั่ง แกนนำ นปช. ประกาศยุติการชุมนุมในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เสื้อเหลือง เป็นกลุ่มการเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศไทยที่มีบทบาทสำคัญในช่วง พ.ศ. 2548-2552 โดยเป็นการรวมตัวจากหลายองค์กรทั่วประเทศ และได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ภายใต้จุดประสงค์ในการขับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และแสดงความต้องการให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนอย่างเปิดเผยเห็นว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ควรออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ขัดเเย้ง??
ความขัดแย้ง” นั่นเองที่นำไปสู่ความรุนแรง
ที่จริงแล้วความขัดแย้งนั้นมีได้ตลอลเวลา เพราะความเห็นแตกต่างย่อมมีเสมอในสังคมที่คนหลากหลายชนิดอาศัยร่วมกัน ความแตกต่างไม่ได้นำไปสู่ความแตกแยกเสมอไป แต่ในครั้งนี้ ความแตกต่างนั้นถูกสร้างขึ้น มาจนเด่นชัด เซลล์จากเดิมที่อยู่รวมๆ กันได้ ไม่มีปัญหาอะไร ถูกกระตุ้นให้เกิดการจำได้ว่า เราเป็นคนละชนิดกัน และเกิดมีโปรแกรมบางอย่าง มาชักนำว่า เซลล์สองชนิดนี้ “ต่างชนิดกัน” ต้องตีกันให้แหลกไปข้างหนึ่ง
เรื่องของ “การกระตุ้น” และ “ถูกกระตุ้น” ในจุดนี้เองที่ผมรู้สึกว่า “ถ้ารู้ทัน” บางทีเราอาจจะปกป้องให้ ตัวเราเองไม่ถูกเหนี่ยวนำหรือถูกกระตุ้นโดยไม่ตั้ง หรือตระหนักได้
ผลกระทบต่อการชุมนุม??
การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติได้สร้างความกังวลแก่ประชาชนคนไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจที่จากเดิมที่แย่อยู่แล้วจากวิกฤตการ์ทางการเงินของโลก ( และกำลังเริ่มที่จะดีขึ้น) อาจต้องแย่ลงไปอีก ซึ่งอาจเป็นการยากที่จะเยียวยา ตามทฤษฎีของเศรษฐศาสตร์มหภาค การชุมนุมประท้วงในประเทศใดก็ตาม มักจะส่งผลทางลบต่อเศรษฐกิจโดยเริ่มต้นจาก การสูญเสียความเชื่อมั่นของนักลงทุน (โดยเฉพาะนักลงทุนจากต่างประเทศ) ซึ่งจะส่งผลทำให้ปริมาณการลงทุนในประเทศลดลง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) และการลงทุนในหลักทรัพย์ (Portfolio Investment) ซึ่งเมื่อนักลงทุน (โดยเฉพาะจากต่างประเทศ) ไม่มีความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจไทยแล้ว นักลงทุนเหล่านั้นก็จะทำการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลตามมาถึงการลดลงของราคาหลักทรัพย์, การอ่อนตัวของค่าเงินในประเทศ, การถดถอยทางเศรษฐกิจ, จนลามไปถึงการว่างงาน ตามลำดับ
จากการประเมินผลกระทบระยะสั้น (Short-Run Impact) แล้วยังพอคลายกังวลได้ในระดับหนึ่งว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นยังคง “ไม่เกิดขึ้นตามทฤษฎีข้างต้น” นักลงทุนต่างชาติยังคงพอใจที่จะลงทุนในประเทศไทยต่อไป ตลาดหุ้นไทยยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับที่สูงที่สุดในรอบ 20 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2551 และค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าที่สุดในรอบ 21 เดือนที่ 32.42 บาทต่ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกันนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังรายงานว่ายังไม่เกิดแนวโน้มของการถอนเงินออกจากธนาคารแต่อย่างไร
สรุป
“ม็อบ” ดูราวกับจะมีความหมายในทางลบ ผู้คนจะเริ่มหวาดๆ และเซ็งๆ ขึ้นมาทันที จริงๆ แล้วม็อบก็มีทั้งแบบที่เจตนาดีและไม่ดี และแบบที่ส่งผลดีและไม่ดีต่อสังคม (ผมแยกกรณี เพราะบางครั้งม็อบที่เจตนาดี ก็ส่งผลลัพธ์ที่ไม่ดีต่อสังคมได้เช่นกัน) ม็อบ คือการรวมกลุ่มกันของประชาชน เพราะแน่นอนว่า คนหลายๆ คนน่าจะดูมีอำนาจมากกว่าคนๆ เดียว เสียงเดียว เมื่อคนที่คิดเห็นเหมือนกัน รวมตัวกัน อำนาจก็ดูจะสูงขึ้น และประเด็นสำคัญคือ อัตลักษณ์และตัวตน (Identity) ของการมารวมกันเป็นม็อบนั้นต่างจากตัวคนเดี่ยวๆ หัวเดียวกะเทียมลีบอย่างมหาศาล
ว่ากันว่ากระทู้นี้ โอ้โหเด็ด!
Gift Store
Book Store




