[เมาท์] ประสบการณ์ต่างประเทศที่แดนซากุระ ประเทศญี่ปุ่น (พาร์ท 4)
บอร์ดแก๊งเด็กนอก > ญี่ปุ่น เลขกระทู้ 2679449 เข้าชม 1642 ตอบ 17 คะแนนโหวต 4

- Name : iamjudy0901 < My.iD >
[ IP : 180.222.148.164 ] - Email / Msn: -
- วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:34
สวัสดีค่ะ น้อง ๆ ทุกคน
มาถึงกระทู้ที่ 4 แล้ว ขอบคุณน้อง ๆ มากที่ให้ความสนใจกับเรื่องที่พี่ขียนนะค่ะ
หวังว่าจะเป็นความรู้ให้น้อง ๆ ไม่มากก็น้อยนะค่ะ
เรื่องต่อไปที่พี่จะมาเล่าให้ฟังนี้ คือ..เรื่องทำงานพิเศษ ค่ะ
จากที่พี่ไปอยู่มา 2 ปี ถือว่าโชคดีมาก ได้งานทำตั้งแต่เดือนที่สองที่ไปทำงานเลยค่ะ
แต่ถ้าพูดถึงงานพิเศษที่นักเรียนไทยเมื่อไปอยู่ต่างแดน
แน่นอน ต้องเป็น ร้านอาหารไทย ค่ะ
ที่พี่ไปอยู่มา 2 ปี พี่ได้มีโอกาสทำ 2 ร้าน ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยทั้ง 2 ร้าน แต่ต่างตรงที่
ที่แรก เป็นร้านอาหารไทยที่คนญี่ปุ่นเป็นเจ้าของร้านและผู้จัดการร้าน รวมทั้งพนักงานบางคนก็เป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ (มีแค่กุ๊กกับพนักงานเสิร์ฟบางคนเป็นคนไทยนะค่ะ)
ตอนแรกที่ไปสมัคร ทางผู้จัดการบอกว่า อยากจะปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านใหม่
โดยให้พนักงานเสิร์ฟเป็นคนไทยหมด
อยากจะบอกว่าตอนแรกที่ไป เกร็งมาก ๆ ๆ ๆ เพราะ ภาษายังไม่ได้เรื่องเลย
พูดแค่งู ๆ ปลา ๆ นี่ต้องมาใช้ศัพท์สุภาพแบบขั้นสุดยอดอีก
(เพราะคนญี่ปุ่นเค้าจะถือว่า ลูกค้าคือพระเจ้า เราต้องดูแลเค้าให้สุดยอดเลยค่ะ)
โดยให้ไปฝึกงานสองอาทิตย์ โดยให้ค่าแรงชม.ละ 750 เยน (ฝึกประมาณ 4 ชั่วโมงค่ะ)
อยากจะบอกว่าตอนฝึกเนี่ย เกร็งมาก นายญี่ปุ่นมีถามว่า
งานบริการคืออะไร, คุณคิดว่าจะทำอะไรได้บ้างให้ลูกค้า...คือแบบเคร่งมากกกกกกกกก
จากตอนแรกมีไปฝึกงาน 4 คน เหลือ 2 คนค่ะ คือ พี่กับเพื่อนอีกคน
พอได้เริ่มทำ แรก ๆ ถ้าคนที่ไม่เคยทำงานมาก่อน
แน่นอน เกร็งกันสุดฤทธิ์ ทำผิดนิดหน่อย เราก็จะเก็บมาเครียดกันเป็นเรื่องใหญ่โตเลยทีเดียว
แต่พี่ขอแนะนำ ถึงผิดบ้างก็ไม่เป็นไรค่ะ ผิดเป็นครู เราพลาดตรงไหนก็จำเอาไว้ว่ามันผิดนะ
แล้วก็แก้ไขกันอีกที (เตรียมโน๊ตไว้จดบ้างก็ดีนะค่ะ)
ทำงานกับคนญี่ปุ่นครั้งนี้ ในความคิดพี่เนี่ย บอกตรง ๆ ว่า
ไม่ค่อยดี หลังจากที่เราไปทำร้านที่สองเนี่ย ถึงได้สังเกตว่า
ร้านแรกไม่เคยสอนอะไรเราเลย เปลี่ยนถังเบียร์เนี่ย พี่ก็เพิ่งมาเปลี่ยนได้หลังจากทำร้านที่สอง
ซึ่งพี่ที่ร้านที่สองเค้าจะพูดว่า ร้านแรกเนี่ย เลี้ยงโอ๋เหมือนคุณหนูเลยเนอะ
ให้แค่จดรายการอาหาร แล้วก็เสิร์ฟ ชงน้ำนิดหน่อยเอง
สบายไหม สบายค่ะ แต่ประสบการณ์ไม่ค่อยได้เยอะเท่าที่ควร
พอร้านที่สอง เป็นร้านอาหารที่อยู่ในย่านเมืองใหญ่ ติดสถานี
และเป็นร้านที่คุมโดยคนลาว (ได้แฟนเป็นคนไต้หวัน แต่เปิดร้านอาหารมา 25 ปีแล้วค่ะ)
การทำงานในครั้งนี้ คือใช้วิชาเนียน ไปกินข้าว แล้วเจอกับเจ้าของร้าน
แล้วก็ถามเค้าเลยว่า รับสมัครพนักงานไหมค่ะ (ไปกัน 3 คนกับเพื่อน แต่ทางเจ้าของร้านเลือกพี่ เพราะพี่อยู่ญี่ปุ่นมาก่อนเพื่อนอีก 2 คนถึง 1 ปีและเคยทำงานมาก่อนค่ะ)
เจอเจ้าของร้านวันจันทร์ ฝึกงานวันพฤหัส เริ่มทำวันศุกร์เลยค่ะ
รวดเร็วแบบงง ๆ ไม่คิดว่าจะได้เลย แต่รุ่นพี่บอกว่าที่ร้านนี้กำลังขาดคนและลูกค้ามาเยอะตลอดเวลา แล้วตอนนั้นมีพนักงานเสิร์ฟแค่ 2 คน กับกุ๊กอีก 2 คน
ตอนแรกที่เห็นร้านก็คิดในใจ ร้านเล็ก ๆ มีโต๊ะประมาณ 15 โต๊ะ
คน 2 คนก็น่าจะเอาอยู่นะ ไม่น่ายุ่งยากอะไร
แต่ขอบอกค่ะว่าคิดผิดอย่างแรงเลย เนื่องจากร้านติดสถานี เลยทำให้คนเข้ามาไม่ขาดสายเลย
ร้านเปิด 5 โมง ต้องมาเตรียมจัดโต๊ะและกินข้าวตั้งแต่ 4 โมงครึ่ง และทำยาวไปยัน 5 ทุ่ม
(จริง ๆ กฎหมายญี่ปุ่นสำหรับนักเรียนต่างชาติ จะให้ทำงานอาทิตย์ละไม่เกิน 24 ชั่วโมงนะค่ะ)
ถ้าวันไหนโชคดีไป ก็เจอลูกค้าน่ารักออกตรงเวลา 4 ทุ่มครึ่งเริ่มรับออเดอร์สุดท้าย เค้าก็จะบอกให้คิดเงินเลย
แต่ถ้าวันไหนดวงซวย เจอลูกค้าขึ้เมา นู่นค่ะ ยาวไปเกือบ 5 ทุ่ม 15 นาที
(รุ่นพี่รถไฟรอบสุดท้าย 5 ทุ่ม 45 นาที เค้าก็เครียดกันเลยสิค่ะ อย่างพี่เดินจากร้านไปบ้าน 20 นาทีถึงเลย)
ยิ่งวันไหนเจอลูกค้าขึ้เมา แถมโวยวายเสียงดัง แล้วบางทีพี่แกก็ไปจัดหนัก (อ้วก) ในห้องน้ำ ซวยไปเลยสิค่ะ
คือทำร้านนี้เนี่ย ทำทุกอย่างจริง ๆ ตั้งแต่ล้างแก้ว ล้างจาน ล้างห้องน้ำ จัดโต๊ะ กวาดถู คิดเงินลูกค้า ปิดบิลยอดรายวันของร้าน เก็บร้าน คือ..สามารถเป็นผู้จัดการร้านได้เลย
คือสอนเราหมดทุกอย่าง ให้เราเป็นทุกอย่าง ซึ่งสำหรับพี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ
เพราะถ้าสมมุติเราไปทำร้านอื่น เราสามารถทำได้ทุกอย่างจริง ๆ ค่ะ
การหางานพิเศษทำในต่างประเทศ ถ้าน้องมั่นใจในภาษาแล้ว
ไปถึงก็หาได้เลยค่ะ ช่วงที่ร้านค้าจะรับหาคนเนี่ย ประมาณ เมษา กับ ตุลาค่ะ เพราะเป็นช่วงที่นักเรียนบางคนเรียนจบก็กลับบ้านกัน ไปร้านไหนก็รับกันเยอะค่ะ
แต่ถ้ายังไม่มั่นใจเรื่องภาษา ก็ฝึกปรือสักนิดนึง
แล้วก็เริ่มหางานกันเลยเนอะ
งานพิเศษไม่ยากอย่างที่คิดหรอกค่ะ ได้ทั้งประสบการณ์และได้ทั้งเงินเก็บกลับบ้านด้วยเนอะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะค่ะ เรื่องหน้าอยากให้เป็นเรื่องอะไร รีเควสพี่ได้นะ
มาถึงกระทู้ที่ 4 แล้ว ขอบคุณน้อง ๆ มากที่ให้ความสนใจกับเรื่องที่พี่ขียนนะค่ะ
หวังว่าจะเป็นความรู้ให้น้อง ๆ ไม่มากก็น้อยนะค่ะ

เรื่องต่อไปที่พี่จะมาเล่าให้ฟังนี้ คือ..เรื่องทำงานพิเศษ ค่ะ
จากที่พี่ไปอยู่มา 2 ปี ถือว่าโชคดีมาก ได้งานทำตั้งแต่เดือนที่สองที่ไปทำงานเลยค่ะ
แต่ถ้าพูดถึงงานพิเศษที่นักเรียนไทยเมื่อไปอยู่ต่างแดน
แน่นอน ต้องเป็น ร้านอาหารไทย ค่ะ
ที่พี่ไปอยู่มา 2 ปี พี่ได้มีโอกาสทำ 2 ร้าน ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยทั้ง 2 ร้าน แต่ต่างตรงที่
ที่แรก เป็นร้านอาหารไทยที่คนญี่ปุ่นเป็นเจ้าของร้านและผู้จัดการร้าน รวมทั้งพนักงานบางคนก็เป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ (มีแค่กุ๊กกับพนักงานเสิร์ฟบางคนเป็นคนไทยนะค่ะ)
ตอนแรกที่ไปสมัคร ทางผู้จัดการบอกว่า อยากจะปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านใหม่
โดยให้พนักงานเสิร์ฟเป็นคนไทยหมด
อยากจะบอกว่าตอนแรกที่ไป เกร็งมาก ๆ ๆ ๆ เพราะ ภาษายังไม่ได้เรื่องเลย
พูดแค่งู ๆ ปลา ๆ นี่ต้องมาใช้ศัพท์สุภาพแบบขั้นสุดยอดอีก
(เพราะคนญี่ปุ่นเค้าจะถือว่า ลูกค้าคือพระเจ้า เราต้องดูแลเค้าให้สุดยอดเลยค่ะ)
โดยให้ไปฝึกงานสองอาทิตย์ โดยให้ค่าแรงชม.ละ 750 เยน (ฝึกประมาณ 4 ชั่วโมงค่ะ)
อยากจะบอกว่าตอนฝึกเนี่ย เกร็งมาก นายญี่ปุ่นมีถามว่า
งานบริการคืออะไร, คุณคิดว่าจะทำอะไรได้บ้างให้ลูกค้า...คือแบบเคร่งมากกกกกกกกก
จากตอนแรกมีไปฝึกงาน 4 คน เหลือ 2 คนค่ะ คือ พี่กับเพื่อนอีกคน
พอได้เริ่มทำ แรก ๆ ถ้าคนที่ไม่เคยทำงานมาก่อน
แน่นอน เกร็งกันสุดฤทธิ์ ทำผิดนิดหน่อย เราก็จะเก็บมาเครียดกันเป็นเรื่องใหญ่โตเลยทีเดียว
แต่พี่ขอแนะนำ ถึงผิดบ้างก็ไม่เป็นไรค่ะ ผิดเป็นครู เราพลาดตรงไหนก็จำเอาไว้ว่ามันผิดนะ
แล้วก็แก้ไขกันอีกที (เตรียมโน๊ตไว้จดบ้างก็ดีนะค่ะ)
ทำงานกับคนญี่ปุ่นครั้งนี้ ในความคิดพี่เนี่ย บอกตรง ๆ ว่า
ไม่ค่อยดี หลังจากที่เราไปทำร้านที่สองเนี่ย ถึงได้สังเกตว่า
ร้านแรกไม่เคยสอนอะไรเราเลย เปลี่ยนถังเบียร์เนี่ย พี่ก็เพิ่งมาเปลี่ยนได้หลังจากทำร้านที่สอง
ซึ่งพี่ที่ร้านที่สองเค้าจะพูดว่า ร้านแรกเนี่ย เลี้ยงโอ๋เหมือนคุณหนูเลยเนอะ
ให้แค่จดรายการอาหาร แล้วก็เสิร์ฟ ชงน้ำนิดหน่อยเอง
สบายไหม สบายค่ะ แต่ประสบการณ์ไม่ค่อยได้เยอะเท่าที่ควร
พอร้านที่สอง เป็นร้านอาหารที่อยู่ในย่านเมืองใหญ่ ติดสถานี
และเป็นร้านที่คุมโดยคนลาว (ได้แฟนเป็นคนไต้หวัน แต่เปิดร้านอาหารมา 25 ปีแล้วค่ะ)
การทำงานในครั้งนี้ คือใช้วิชาเนียน ไปกินข้าว แล้วเจอกับเจ้าของร้าน
แล้วก็ถามเค้าเลยว่า รับสมัครพนักงานไหมค่ะ (ไปกัน 3 คนกับเพื่อน แต่ทางเจ้าของร้านเลือกพี่ เพราะพี่อยู่ญี่ปุ่นมาก่อนเพื่อนอีก 2 คนถึง 1 ปีและเคยทำงานมาก่อนค่ะ)
เจอเจ้าของร้านวันจันทร์ ฝึกงานวันพฤหัส เริ่มทำวันศุกร์เลยค่ะ
รวดเร็วแบบงง ๆ ไม่คิดว่าจะได้เลย แต่รุ่นพี่บอกว่าที่ร้านนี้กำลังขาดคนและลูกค้ามาเยอะตลอดเวลา แล้วตอนนั้นมีพนักงานเสิร์ฟแค่ 2 คน กับกุ๊กอีก 2 คน
ตอนแรกที่เห็นร้านก็คิดในใจ ร้านเล็ก ๆ มีโต๊ะประมาณ 15 โต๊ะ
คน 2 คนก็น่าจะเอาอยู่นะ ไม่น่ายุ่งยากอะไร
แต่ขอบอกค่ะว่าคิดผิดอย่างแรงเลย เนื่องจากร้านติดสถานี เลยทำให้คนเข้ามาไม่ขาดสายเลย
ร้านเปิด 5 โมง ต้องมาเตรียมจัดโต๊ะและกินข้าวตั้งแต่ 4 โมงครึ่ง และทำยาวไปยัน 5 ทุ่ม
(จริง ๆ กฎหมายญี่ปุ่นสำหรับนักเรียนต่างชาติ จะให้ทำงานอาทิตย์ละไม่เกิน 24 ชั่วโมงนะค่ะ)
ถ้าวันไหนโชคดีไป ก็เจอลูกค้าน่ารักออกตรงเวลา 4 ทุ่มครึ่งเริ่มรับออเดอร์สุดท้าย เค้าก็จะบอกให้คิดเงินเลย
แต่ถ้าวันไหนดวงซวย เจอลูกค้าขึ้เมา นู่นค่ะ ยาวไปเกือบ 5 ทุ่ม 15 นาที
(รุ่นพี่รถไฟรอบสุดท้าย 5 ทุ่ม 45 นาที เค้าก็เครียดกันเลยสิค่ะ อย่างพี่เดินจากร้านไปบ้าน 20 นาทีถึงเลย)
ยิ่งวันไหนเจอลูกค้าขึ้เมา แถมโวยวายเสียงดัง แล้วบางทีพี่แกก็ไปจัดหนัก (อ้วก) ในห้องน้ำ ซวยไปเลยสิค่ะ
คือทำร้านนี้เนี่ย ทำทุกอย่างจริง ๆ ตั้งแต่ล้างแก้ว ล้างจาน ล้างห้องน้ำ จัดโต๊ะ กวาดถู คิดเงินลูกค้า ปิดบิลยอดรายวันของร้าน เก็บร้าน คือ..สามารถเป็นผู้จัดการร้านได้เลย
คือสอนเราหมดทุกอย่าง ให้เราเป็นทุกอย่าง ซึ่งสำหรับพี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ
เพราะถ้าสมมุติเราไปทำร้านอื่น เราสามารถทำได้ทุกอย่างจริง ๆ ค่ะ
การหางานพิเศษทำในต่างประเทศ ถ้าน้องมั่นใจในภาษาแล้ว
ไปถึงก็หาได้เลยค่ะ ช่วงที่ร้านค้าจะรับหาคนเนี่ย ประมาณ เมษา กับ ตุลาค่ะ เพราะเป็นช่วงที่นักเรียนบางคนเรียนจบก็กลับบ้านกัน ไปร้านไหนก็รับกันเยอะค่ะ
แต่ถ้ายังไม่มั่นใจเรื่องภาษา ก็ฝึกปรือสักนิดนึง
แล้วก็เริ่มหางานกันเลยเนอะ
งานพิเศษไม่ยากอย่างที่คิดหรอกค่ะ ได้ทั้งประสบการณ์และได้ทั้งเงินเก็บกลับบ้านด้วยเนอะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะค่ะ เรื่องหน้าอยากให้เป็นเรื่องอะไร รีเควสพี่ได้นะ

กระทู้ที่แล้วค่ะ 
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2674557 พาร์ท 1 ค่า (เอกสารต่าง ๆ)
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2675242 พาร์ท 2 ค่า (ของที่ควรพกไปก่อนเดินทาง)
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2677442 พาร์ท 3 ค่า (ที่อยู่อาศัย)

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2674557 พาร์ท 1 ค่า (เอกสารต่าง ๆ)
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2675242 พาร์ท 2 ค่า (ของที่ควรพกไปก่อนเดินทาง)
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2677442 พาร์ท 3 ค่า (ที่อยู่อาศัย)
ว่ากันว่ากระทู้นี้ โอ้โหเด็ด!
Gift Store
Book Store




(ม.ปลาย