นิยายของผมเอง มือใหม่คับ :: ความทรงจำของดาวตก
บอร์ดนักเขียน > สัพเพเหระ เลขกระทู้ 2681723 เข้าชม 202 ตอบ 1 คะแนนโหวต 0

- Name : nashina < My.iD >
[ IP : 180.180.205.151 ] - Email / Msn: jenewaart(แอท)hotmail.com
- วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:54
บทที่ 1 เสียงของการจากลา
การจากลาที่ไร้เสียงของการล่ำลาพวกเราอยู่ด้วยกันสองคน สองคนพี่น้องเพราะพ่อแม่เของพวกเราจากพวกเราไปนานมากแล้ว จนมาถึงวันนี้
ปิดเทอมหน้าร้อนที่แสนจะร้อนแสงแดดจ้าขนาดอยู่เฉยๆเหงื่อยังออกโซมกาย สองพี่น้องอยู่กับบ้านทำการบ้านปิดเทอมไปทนกับความร้อนของฤดูร้อนและหวังให้มันจบไปเร็วๆ
ผมวุ่นกับการบ้านที่พวกครูกระหน่ำสั่งมาให้ทำแก้เบื่อช่วงปิดเทอม แต่ผมคิดว่ามันไม่ได้ช่วยได้ตรงไหนเลยจริงๆ ต้องมาทนกับอากาศร้อน และการบ้านพวกนี้ หึหึ ทำไมผมต้องมานั่งทำน่ะหรอ? ก็เพราะพี่ชายผมไง บอกให้ผมรีบทำให้เสร็จนะ เวลาปิดเทอมเหลือน้อยแล้วพวกเราจะได้ไปเที่ยวด้วยกันบ้าง ผมสงสัยว่าอากาศร้อนๆแบบนี้ ใครจะออกไปเที่ยวกันเนี้ย ฮ่า ฮ่า แต่ผมก็ต้องทำล่ะนะ ในใจก็อยากจะไปเที่ยวกับพี่เที่ยวอยู่แล้วด้วยล่ะ งั้นรีบๆทำให้เสร็จเละล่ะกัน
ช่วงเวลาปิดเทอมหน้าร้อนเหลืออีกไม่กี่วันเท่านั้น ผมกับพี่ที่ทำการบ้านเสร็จหมดแล้วก็คิดกันว่าจะใช้เวลาที่เหลือนี้ไปเที่ยวไหนให้คุ้มค่า กับที่ต้องนั่งปั่นการบ้านมาครึ่งปิดเทอม แต่ผมนั้นคิดว่าจะไปทะเลดีไหมนะ? แต่พี่ผมดันบอกว่า ”ทะเลช่วงนี้คนเยอะนะ แล้วที่สำคัญเลยแดดแรงขนาดนี้ก็ดำกันหมดสิเนอะ” แหะ แหะ คุณพี่ครับถ้ารู้ว่าแดดแรงขนาดนั้นแล้วทำไมยังคิดจะออกไปเที่ยวอีกล่ะ ทำไมไม่อยู่กับบ้านนอนเปิดแอร์ล่ะ ทำไปทำมาพวกราก็ไม่ได้เที่ยวกันจนได้เพรานั่งเถียงกันเรื่องว่าจะไปเที่ยวไหน จนเย็น เฮ้อ ยังไงๆช่วงปิดเทอมหน้าร้อนก็ยังเหลืออีก 2 วันเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกินนะ มาถึงอีกวันพี่ผมบอกว่าพวกเราไปน่าจะภูเขากัน ไปหลบร้อนแถมยังมีธรรมชาติสวยๆอีก ผมบอกไปว่าเหลืออีกวันเดียวจะไปทันยังไงล่ะครับ ไหนจะต้องค้างคืนอีกเวลาวันเดียวไม่พอหรอกครับ ฮ่า ฮ่า พี่ผมถึงกับจ้อยไปเลย แต่ลองคิดอีกแง่หนึ่ง ที่จริงพวกเราไปกันก็ได้นะ แล้วก็หยุดเรียนสักสองสามวันแต่ที่ผมคิดนี่ไม่ได้บอกให้พี่รู้หรอกนะ ฮ่า ฮ่า วันนี้พวกเราออกไปข้างนอกกัน เพราะอยู่กับบ้านมันน่าเบื่อมากพี่ผมบอกอ่านะ พี่มาผมมาที่ร้านไอติม ผมเข้าใจล่ะ ที่แท้ก็ทนร้อนไม่ไหวเลยพามากินไอติมสินะ อือๆ แต่สำหรับผมแล้วยังไงก็ได้เพราะพี่ของผมอุตสาห์พามาทั้งที่ พวกเราเข้าไปในร้านเบิกตากว้าง ทำไมไม่มีคนเลยล่ะ เงียบมากพวกเราหยุดอยู่ที่หน้าร้านแล้วเหลือบไปดูที่หน้าร้าน ก็เขียนว่าเปิดนี้ อีกสักพักก็มีเสียงเล็กของเด็กผู้หญิงอายุราวๆพี่ของผม ดังออกมาจากเคาน์เตอร์ “ยินดีต้อนรับค่า เชิญนั่งก่อน โอ๊ะนั้น โฮชิดะ ซาจิใช่ไหมๆ” เด็กสาวที่เป็นพนักงานเบิกตากว้างตกใจเหมือนได้เห็นดารายังไงยังงั้น ผมที่ยืนอยู่ข้างๆพี่ก็งง ถึงถามพี่ว่า”พี่รู้จักเค้าหรอ?” พี่ผมหันมายิ้มมุมปากให้แล้วบอกกับผมว่า “นั้น เป็นเพื่อนที่ โรงเรียนพี่เองแหละ ที่พามาเนี้ยก็เพราะยัยนั้นแหละฮ่าๆ ”
ก็เพราะยัยนั้นงั่นหรอ? พี่หวังจะมากินฟรีเพราะมีเพื่อนเป็นพนักงานงั้นหรอ เป็นความคิดที่แย่มากเลยนะ ผมคิดในใจนะ “เรียกฉันให้ดีๆหน่อยซาจิ แล้วฉันไม่ได้ชื่อยัยนั้น ฉันชื่อ ฟูมิ ต่างหากล่ะจำไว้”เค้าพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฟงด้วยการดุว่า พลางพนักงานคนนั้นเดินเข้ามาหาพี่ชายของผม พี่ของผมแสยะยิ้มออกไปให้นิดหนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่น”ไง ฟูมิ วันนี้รบกวนด้วยนะ ว่าแต่ทำไมคนน้อยจัง? ”ก็คงเพราะอากาศร้อนล่ะมั้ง? คนถึงไม่อยากออกมาข้างนอกกัน เอาล่ะวันนี้จะกินไรกันล่ะ อ๊ะ!?” พอฟูมิมองมาเห็นผมเค้ามีท่าทางตกใจ “ซาจิ เด็กคนนี้ใครหรอ?” “น้องชาย น่ะชื่อโซจิ ”พี่หันมายิ้มให้ผมยิ้มอ่อนโยนมากเหลือเกิน”สวัสดีครับ โซจิคับ”ผมโค้งให้นิดๆ เพื่อนแสดงความเคารพไหนๆก็เป็นเพื่อนของพี่นี่นะ ฟูมิยิ้มเหมือนได้ของเล่นใหม่ พลางเข้ามาลูบหัวผม”จ้า โซจิคุงฝากตัวด้วยนะ” ผมได้แต่พยักหน้าแล้วยิ้มไปให้พี่ฟูมิ จากนั้นพวกเราก็สั่งไอครีมกันแล้ว รอสักพักฟูมิก็เอาไอครีมมาเสริฟให้ แต่เท่าที่ดูแล้วจะเยอะมากเป็นพิเศษเลยแหะ “ฟูมิ ให้พวกเรามากขนาดนี้จะดีหรอ?” พี่คับปกติพี่ก็หวังแบบนี้มาตั้งแต่ต้นแล้วนี้ ฮ่า ฮ่า
“ไม่เป็นไรๆน่า ก็พวกนายเป็นเพื่อนฉัน อีกอย่างร้านนี้ก็เป็นของฉัน ให้เพิ่มอีกหน่อยก็ไม่มีใครว่าอะไร ” พี่ฟูมิพูดเป็นเหมือนเรื่องปกติ และเป็นเรื่องที่ทำแล้วไม่เห็นจะผิดอะไรเลย แต่ว่า เมื่อกี้ผมได้ยินว่า ร้านของฉัน งั้นก็แสดงว่าพี่ฟูมิเป็นเจ้าของร้าน แล้วพี่ของผมก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่น่าล่ะ แต่ช่างเถอะพี่ผมมีเพื่อนเป็นคนใหญ่โตก็ดีไม่น้อยเลย “นั้นสินะ ฟูมิเป็นเจ้าของร้านนี้”พี่พูดพลางตักไอครีมเข้าปากไป “’ งั้นตามสบายนะสองพี่น้องคู่นี้”ฟูมิยิ้มให้พวกเราแล้วเดินจากไปเข้าไปที่เคารน์เตอร์ ไม่ได้มานั่งกินกับพวกเรา
พอพวกเรากินกันเสร็จก็ล่ำลาพี่ฟูมิ แล้วออกจากร้านไปพี่ฟูมิออกมาโบกมือลาพวกเรารอพวกเราหายไปจากสายตาแล้วจึงเข้าไปในร้าน หลังจากที่พวกเราออกมาจากร้านพี่ฟูมิพวกเราก็ไม่เที่ยวกันจะเย็นและกินข้าวเย็นข้างนอกบ้าน ระว่างทางกลับบ้านซึ้งเป็นเวลาดึกมาแล้ว พี่ชวนผมไปที่เนินเขาโล่งเพื่อไปนอนดูดาวกันที่นั้นท้องฟ้าพร่างพรายหมู่ดาว เหล่าดวงดาวส่องแสงให้กับท้องฟ้าที่มืดและให้แสงแก่พวกผม ลมที่พากลิ่นของหญ้าพัดโชยมามีเสียงจิ้งหรีดดังเป็นดนตรี เป็นบรรยากาศที่สงบและเย็นใจมากพวกเราดูไปได้สักพัก พี่ผมชี้ให้ดูดาวตกที่พากันตกลงมาก็หายแวบไปอย่างรวดเร็ว ผมดูไม่ทันมันหายไปเร็วมาก “มันหายไปเร็วจัง ดูไม่ทันเลย” ผมมองท้องฟ้ารู้สึกเสียใจที่อดเห็นดาวตก “นั้นสินะ แต่ไม่เป็นไร อะนี้พี่แอบซื้อมาให้พี่รู้ว่านายชอบดาวตก แต่จะเป็นดาวตกเลยก็หายาก เลยเอาเป็นรูปดาวแทนให้นะ ชอบไหม?” พี่ผมยิ้มแล้วพูดกับผมแบบนั้นพลางหยิบพวงกุญแจรูปดาวสีฟ้าส่งให้ผม “ขอบคุณครับพี่ ผมชอบหมดเลยอะไรที่พี่ให้ผม” พี่ว่างพวงกุญแจลงบนมือของผมบอกกับผมว่า”เก็บรักษาให้ดีๆล่ะ” พี่ยิ้มให้ผมรอยยิ้มบนใบหน้าอบอุ่นอ่อนโยน ผมพยักหน้ารับและพลางยิ้มให้พี่ผมแล้วพวกเราก็นอนดูดาวกันใช้ช่วงเวลาปิดเทอมหน้าร้อนให้คุ้มค่าที่สุด แต่ผมคิดว่าแค่นี้ก็คุ้มค่าที่สุดแล้ว ไม่ใช่เพราะได้ของจากพี่แต่เพราะผมได้อยู่กับพี่ชายตลอดทำให้ผมอุ่นใจและไม่ต้องการสิ่งใดมากกว่าได้อยู่กับพี่ของผม.................
พวกเรากลับบ้านกันตอนเช้าเพราะนอนดูดาวตกกันทั้งคืน เวลานั้นเป็นเวลาเช้าตรู่หมอกลงจางๆพวกเราเดินบนถนนซึ้งเป็นทางกลับบ้านปกติของเรา พี่ของผมเดินอยู่ข้างหน้าผมแต่ทำไมหมอกเริ่มลงหน้าขึ้นทั้งๆที่ก็ไม่ใช้หน้าหนาวแท้ ผมเริ่มมองไม่เห็นหลังผีชายจึงวิ่งตามเพื่อไม่ให้หลงกับพี่ วิ่งไปได้สักพักก็เห็นแผ่นหลังของพี่ผมเรียกพี่ พี่หันมาหาผมแล้วตกใจ”อ่าวโซจิทำไมดูเหนื่อยๆล่ะ”พี่ทำหน้างงใส่ผมเหมือนตัวเองไม่ได้ทำไรผิด “ก็พี่เกินเร็วไปไง ผมเดินตามไม่ทันเลยต้องวิ่งมานี่ไง”ผมหอบเหงื่อไหลออกมาเพราะเป็นหน้าร้อนแต่เหงื่อที่ออกมายังไมมากเพราะเป็นตอนเช้าอยู่ “อ่าวหรอ โทษทีๆงั้นจับมือพี่ไว้ล่ะกัน”พูดแบบนั้นพลางเอามือมาจับมือของผมแล้วพาเดินไปด้วยกัน ตอนนั้นหมอกยังลงอยู่พวกเราเดินไปตรงที่น่าจะเป็นสี่แยก พวกเราก็เดินข้ามสี่แยกไป แต่ว่ามีรถคันหนึ่งวิ่งมาอย่างเร็ว พวกเรามองไม่เห็นเพราะหมอกลงหนามาก
พี่พลักตัวผมให้ออกจากที่ตรงนั้นจากนั้นพี่ผมก็ล้มลงจมกองเลือด รถคันนั้นพอเห็นเช่นนั้นก็ขับหนีไป ผมที่ล้มอยู่ก็รีบวิ่งไปหาพี่ทันที่ พี่ที่นอนอยู่เสียเลือดมากเลือดค่อยๆไหลออกมานองเต็มพื้น “พี่ครับ พี่ครับ พี่ทำใจดีๆไว้ครับ”ผมน้ำตาซึมพลางกอดร่างพี่และเขย่าเพื่อนให้พี่ได้สติ พี่ค่อยๆเอามือที่ไร้เรียวแรงมาจับไว้ที่พวงกุญแจรูปดาวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาแต่ไรเรียวแรง”ขอโทษนะ โซตะพี่คงไม่ได้อยู่กับน้องแล้วล่ะ ขอโทษจริงๆนะ”พี่พูดพลางร้องไห้น้ำตาไหลอาบหน้าและมีรอยยิ้มเบาบางแสดงออกมาทั้งน้ำตา”ไม่เอาพี่อย่าพูดแบบนั้นสิ ผมจะพาพี่ไปโรงพยาบาล พี่ต้องปลอดภัยนะ” “ไม่ต้องแล้วล่ะ ถึงตัวพี่จะไม่อยู่แต่ว่า.........”พี่พูดถึงนี่ก็มีแสงสว่างจ้าลงมาจากฟ้าปัดหมอกที่ลงหนาออกไปหมดแสงนั้นว่างจนผมมองไม่ชัดมันมาอยู่ต่อหน้าผม ผมมองหน้าของพี่ชายที่กำลังพูดประโยคที่ค้างไว้จบ แต่ว่าพี่ครับ ผมไม่ได้ยินพี่พูดอะไรครับ พี่ครับ พี่ครับ พี่พูดจบก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ผมแล้วแสงนั้นก็ได้กลืนร่างพี่ของผม ผมได้แต่หลับตาตอนนั้นในหัวนั้นว่างไปหมด พอแสงนั้นหายไป แสงแดดก็สาดส่องมาหมอกได้หายไปแล้ว ผมรู้สึกตัวแต่...
...........ผมมาทำอะไรที่นี้ ตอนนี้ผมควรจะอยู่บ้านเตรียมตัวไปโรงเรียนพรุ่งนี้นี่ ผมคิดได้ก็มุ้งหน้ากลับบ้านทันที่ เมื่อถึงบ้านก็จัดเตรียมของต่างๆเพื่อที่จะไปโรงเรียนวันเปิดเทอมเพราะ วันนี้เป็นวันปิดเทอมวันสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันที่เริ่มต้นใหม่ของชีวิตในโรงเรียนอีกครั้ง
ติดตามต่อตอนที่ 2
Gift Store
Book Store



