TEEN ONLY SOCIETY: เว็บสำหรับวัยรุ่นโดยเฉพาะ :)

บอร์ดตามใจฉัน

บอร์ดไลฟ์สไตล์

บอร์ดย่อย

ค้นหากระทู้


รอคะแนนโหวตอยู่
ถ้าอยากเป็นโหวตแรก ของกระทู้นี้
กระทู้ที่เคยเปิดอ่าน

กระทู้ที่เคยเปิดอ่าน

บทความฮิตประจำวัน

องค์หญิงกำมะลอ ภาค 3 บทที่ 1-6

บอร์ดตามใจฉัน > ไลฟ์สไตล์ เลขกระทู้ 708261 เข้าชม 10554 ตอบ 48 คะแนนโหวต 15

Huan_Zhu_Ge_GeNew Member
  • Name : Huan_Zhu_Ge_Ge < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Huan_Zhu_Ge_Ge [ IP : 202.5.81.122 ]
  • Email / Msn: conan_alove(แอท)hotmail.com
  • วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 / 13:48
 
 

( เรื่อง Poison Vine แปล- เรียบเรียง- พิมพ์ โดย พี่ยา )
จากเว็บ http://board.dserver.org/f/fictionth/00000022.html
บทที่ 1

หลังจากพิธีแต่งงานอันแสนอลเวงผ่านไปเรียบร้อยแล้วประมาณ 1 ปี ทุก ๆ คนต่างก็ดำเนิน ชีวิตของตนตามความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา จื่อเว่ยซึ่งบัดนี้ตั้งครรภ์แล้วถึง 7เดือนกว่า เอ่อคังจึงดูแลนางเป็นอย่างดี จนนางจะคล้าย ๆ เป็นฮองเฮาของเขาไปเสียแล้ว

สำหรับหย่งฉีนั้น ก็ต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่การงานและปัญหาบ้านเมืองมากกว่าเก่า ฮองเฮาช่วงหลังนี้ไม่กล้าจะมาหาเรื่องอะไรกับใครๆ อีก วันวันหนึ่งนางได้แต่เพียงดูแลองค์ชาย 12 โอรส องค์เดียวของนาง

เฉียนหลงฮ่องเต้นั้นปัจจุบันทรงมีพระชนน์มากขึ้นแต่พระปรีชาสามารถของพระองค์ก็มากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ดี พระองค์ก็ทรงผ่อนคลายพระทัยจากปัญหาบ้านเมืองจากความร่าเริงสนุกสนานของ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ สะใภ้ที่แสนซุกซนของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงโปรดปรานนางเป็นอย่างยิ่ง

ด้านไทเฮานั้นทรงยอมรับเสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเว่ย เป็นหลานของพระองค์อย่างเต็มพระทัย ดูเหมือนจะทรงโปรดปรานหลานสาวทั้งสองมากกว่าหลานสาวคนอื่น ๆ ด้วยซ้ำ ทรงอบรม , สั่งสอน ถ่ายทอดความรู้ต่าง ๆ ที่องค์หญิงพึงจะได้เรียนรู้แก่เสี่ยวเยี่ยนจื่อด้วยความอดทน

เสี่ยวเยี่ยนจื่อเองนั้น แม้ว่าจะได้แต่งงานกับหย่งฉีแล้ว แต่นิสัยซุกซน ชอบก่อเรื่องวุ่นวาย โกลาหลภายในวังของนางก็ยังคงมีอยู่มิได้ขาดแต่ก็ได้นำความสนุกสนานมาสู่ทุกคนในวังอย่างช่วยไม่ ได้ หากจะเรียกว่านางเป็นสีสันของวังหลวงก็คงไม่ผิดนัก

เช่นวันนี้ซึ่งเป็นที่นางและหย่งฉีได้มีโอกาสออกไปนอกวังและไปพบปะกับเพื่อนๆอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่ทุกคนกำลังเดินอยู่บนถนนเพื่อจะไปยังตลาดนั้น

"เฮ้ .... เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าจะไปไหนน่ะ เดี๋ยว ...” . เสียงหย่งฉีร้องตะโกนเรียกภรรยาที่กำลังวิ่งห่างออกไป ทุกที ๆ ตามถนนที่ค่อนข้างพลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่มาเดินตลาดเพื่อมาจับจ่ายซื้อของ
" ไม่ต้องห่วงข้า , ถนนสายนี้ข้ารู้จักมันดีเท่ากับรู้จักตัวเองทีเดียวนะ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อร้องตะโกนตอบ สามีที่ทำท่าจะวิ่งตามนางให้ทันด้วยความเป็นห่วง
" นั่นนางจะไปไหนของนางกันนะ ...... " หย่งฉีบ่นพึมพำ
" ไม่ต้องห่วงนางหรอก หย่งฉี , นางไม่เป็นไรหรอก " เอ่อคังพูดยิ้ม ๆ พร้อมกับมือข้างหนึ่งของเขา โอบเอว จื่อเว่ย อย่างเป็นห่วงภรรยาซึ่งกำลังตั้งครรภ์
" แต่ข้าไม่แน่ใจนักหรอก , กลัวว่านางจะไปก่อเรื่องเข้าอีก " จื่อเว่ยทักท้วงขึ้น หย่งฉี สอดสายตาหา ภรรยาด้วยสีหน้าไม่ดีนักพร้อมกับบ่นพึมพำ
" เสี่ยวเยี่ยนจื่อ….. ยังไงก็เป็น เสี่ยวเยี่ยนจื่อ "
เซียวเจี้ยนมองน้องเขยด้วยความเห็นใจและกล่าวว่า " งั้นเราไปตามนางกันเถอะ "

ไม่ไกลจาก นั้นนัก
" ว้าว ! โคมไฟพวกนั้น สวยมาก ๆ เลย " เสี่ยวยี่ยนจื่อพูดกับตัวเอง ตาจ้องมองโคมไฟหลากหลาย ที่แตกต่างสีสันและรูปแบบในร้าน ๆ หนึ่ง
" แม่นาง, จะซื้อไว้สักอันหนึ่งไหม ? " ชายชราเจ้าของร้านถามยิ้ม ๆ พร้อมชูโคมไฟสีขาวสวยงาม ในมือ
เสี่ยวเยี่ยนจื่อจ้องมองอย่างพอใจพร้อมกับพยักหน้า รีบเอามือควานหาถุงเงินของนาง แต่แล้ว นางก็หน้าเสียเมื่อพบว่านางไม่ได้นำมันติดตัวมาด้วย
" ว๊า ! ..... แย่จัง ข้าลืมถุงเงินของข้าไว้ที่ ........ เอ่อ .... ที่บ้านน่ะ " นางรีบแก้ไขทันท่วงทีก่อนจะพูด ว่า " วัง " ออกมาเพื่อปกปิดฐานะของนาง สายตาของนางกวาดดูโคมไฟต่าง ๆ อย่างรู้สึกเสียดาย ในใจก็พยายามคิดหาทางแก้ไขปัญหา นางกำลังคิดว่าหากนางกลับไปหาหย่งฉีเพื่อขอเงินมาซื้อ เมื่อ กลับมาโคมไฟที่นางพอใจที่สุดก็คงถูกคนอื่นถูกซื้อไปเสียแล้ว

" นี่ถ้าข้าไม่ลืมถุงเงิน ป่านนี้ข้าคงได้ซื้อโคมไฟอันนี้ไปแล้ว " นางคิดด้วยความโมโหตัวเอง ทันใดนั้น ชายเจ้าของร้านโคมไฟซึ่งกำลังจ้องมองนางอยู่ ก็เอ่ยขึ้น
" แม่นาง , ท่านเอาโคมไฟนี้ไปเถอะ , เพียงแค่รอยยิ้มของท่านก็เพียงพอสำหรับค่าโคมไฟอันนี้แล้ว " ชายชราพูดอย่างจริงใจพร้อมยื่นโคมไฟสีขาวให้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อสั่นศรีษะพร้อมกล่าวว่า
" ไม่ ....ไม่ได้ ข้ารับไม่ได้หรอกมันไม่ถูกต้อง ขอบคุณท่านมาก " นางยิ้มให้เจ้าของร้านอย่าง รู้สึกขอบคุณ

ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
" เฮ้ .... ตาแก่ เงินที่เป็นหนี้ข้าจะว่าไง ? " เจ้าของเสียงที่ตะคอกใส่ชายชราเป็นชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเบื้องหลังเขามีชายฉกรรจ์หน้าตาดุร้ายอีก 5 คนยืนเรียงกันอยู่อย่างทำท่าเอาเรื่อง

" เถ้าแก่หลี่ , ใช่แล้วข้าเป็นหนี้ท่าน แต่มันยังไม่ถึงกำหนดจ่ายคืนนี่นะ จนกว่าจะถึงอาทิตย์หน้า " เจ้าของโคมไฟกล่าวโต้อย่างไม่เกรงกลัว
" กำหนดคืนเหรอ .... ข้าไม่สนกำหนดคืน เจ้าขอยืมเงินของข้าไปและตอนนี้ข้าต้องการให้เจ้าใช้คืน " เถ้าแก่หลี่ตะคอกซ้ำด้วยสีหน้าพาลเต็มที่
" เถ้าแก่หลี่ , แล้วท่านจะให้ข้าทำอย่างไง ชายชราพูด " เรามีสัญญากันแล้วว่าเงินกู้นี้จะมีกำหนด คืนภายใน 3 เดือน พร้อมดอกเบี้ยอีก 25 % ท่านว่าดอกเบี้ยของท่านมันไม่สูงเกินไปหน่อยหรือ ? " ชายชราโต้กลับด้วยสีหน้าไม่หวั่นกลัวแม้แต่น้อย
เถ้าแก่หลี่ทำตาโตพร้อมตอบโต้กลับว่า " ดอกเบี้ยสูงเหรอ…ฮ่า…ฮ่า… แค่นั้นมันไม่พอค่าอาหารมื้อเดียวของข้าเลย "

เสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งยืนอยู่ตรงกลางระหว่างการตอบโต้ของทั้งสองฝ่าย นางรู้สึกทึ่งในเจ้าของร้านขายโคมไฟที่ไม่หวั่นเกรงต่อพวกอันธพาลอย่างเถ้าแก่หล่ี ที่มีพรรคพวกมากกว่าและมีความหนุ่มฉกรรจ์กว่าเขามากนัก นางเหลียวหน้าเหลียวหลังและกำลังคิดว่า หากนางจะมีเรื่องกับเถ้าแก่หลี่ที่แสดงนิสัยอันธพาลเช่นนี้ แน่นอนว่าพรรคพวกของเถ้าแก่หลี่จะต้อง ทำร้ายชายชราไปด้วยและเขาจะต้องได้รับบาดเจ็บเพราะนาง นางไม่รู้ว่าจะเอาไงดี
ทันใดนั้นนางก็คิดอะไรได้อย่างหนึ่ง นางเดินไปหาเถ้าแก่หลี่แล้วเอ่ยกับเขาว่า

" ฟังข้านะท่านลุงข้าจะจ่ายเงินแทนลุงคนนี้เอง .... " ยังไม่ที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อจะกล่าวอะไรต่อไป เถ้าแก่หลี่ก็พูด ขัดขึ้น
" แม่นางคนนี้เป็นลูกสาวของเจ้าหรือไง ? " พูดจบเขาก็ยิ้มกว้างจนเกือบถึงใบหูทีเดียว ชายชราทำท่าจะตอบ แต่เถ้าแก่หลี่กลับกล่าวต่อไปอีก
" หน้าตานางไม่เลวทีเดียว ดู ๆ แล้วสวยกว่าเมียข้าที่บ้านซะอีก อย่างนี้เหมาะที่จะเป็นเมียน้อยของข้านัก เจ้าจะขายนางให้ข้าเท่าไหร่ล่ะ ?”
มันพูดจบแล้วใช้มือข้างหนึ่งเชยคางเสี่ยวเยี่ยนจื่อขึ้นเพื่อสำรวจใบ หน้าของนางให้ชัด ๆ

มาถึงตอนนี้เสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้สึกโกรธจนควันแทบจะออกจากหูทีเดียว
" เจ้า .... เจ้า ว่าอะไรนะ? " นางตะโกนลั่นด้วยความโมโหสุดขีดพร้อมกับผลักอกเถ้าแก่หลี่อย่างแรง จนมันเซถลาไป โชคดีของมันที่เหล่าสมุนรีบปรี่มารับร่างของมันทันก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น เถ้าแก่หลี่ตาเหลือกด้วยความโกรธยืนขึ้น แล้วผลักสมุนออกห่างไป ตัวเองเดินเข้ามาหาเสี่ยวเยี่ยนจื่อ พร้อมตวาดเสียงดัง

" เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน…...หา !!! กล้ามาใช้กำลังกับข้า "
" ข้าเหรอ , ข้าก็เสี่ยวเยี่ยนจื่อไงล่ะ เจ้ากล้าพูดกับข้าแบบนั้นได้ไง แม่ของเจ้าไม่เคยอบรมมารยาท ให้เจ้าเลยหรือไง "
เสี่ยวเยี่ยนจื่อลอยหน้าตอบอย่างไม่หวั่น

โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง ชายฉกรรจ์ลูกน้องเถ้าแก่หลี่รวมทั้งตัวมันเองเดินย่างสามขุมเข้ามาหานาง หนึ่งในนั้นจับแขนเสี่ยวเยี่ยนจื่อไว้
นางตะโกนลั่น " ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ .... "
" หุบปาก " เถ้าแก่หลี่ตะคอก พร้อมแสยะยิ้ม
" ข้าจะสั่งสอนเจ้า ที่บังอาจใช้กำลังกับข้า "

ยังไม่ทันที่มือของเถ้าแก่หลี่จะเอื้อมมาถูกตัวเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทันใดนั้นร่างของมันก็ถูกใครคนหนึ่งกระชากขึ้นมา แล้วปลิวออกไปปะทะกำแพงข้างถนนก่อนตกลง บนพื้นด้วยความเจ็บปวด
เสี่ยวเยี่ยนจื่อ หันหลังไปดูมันก่อนจะเหลียวมองไปรอบๆ นางมองไม่เห็นใคร แม้แต่ลูกสมุนของเถ้าแก่หลี่ นอกจาก ชายชราเจ้าของร้านขายโคมไฟคนนั้น เขาเดินเข้ามาหานาง พร้อมกับกล่าวว่า
" แม่นาง...แม่นางเป็นยังไงบ้าง บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า โปรดรับการขอโทษ จากข้าด้วยเถอะ "
" ไม่ต้องขอโทษข้าหรอก ไม่ใช่ความผิดของท่าน" เสี่ยวเยี่ยนจื่อพูดยิ้ม ๆ พลางสั่นศีรษะ

เถ้าแก่หลี่มอง จ้องมาแต่ไกล เขาเดินเข้ามาหาเสี่ยวเยี่ยนจื่อ พร้อมทั้งเอื้อมมือมา หมายจะดึงนางเข้าไปหา ทันใดนั้นมืออันแข็งแกร่งของใครคนหนึ่งก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเขาเสียก่อน ร่างของเถ้าแก่หลี่ถูกหิ้วขึ้น ลอยขึ้นมาจากพื้น พร้อม ๆ กับเสียงสำทับจากเจ้าของมือว่า
" เจ้ากล้าดียังไง ถึงบังอาจแตะต้องภรรยา ของข้า "
เสี่ยวเยี่ยนจื่อเหลียวมองไปก็เห็น หย่งฉี เขายิ้มให้นาง เสี่ยวเยี่ยนจื่อร้องเรียก อย่างดีใจ

" หย่งฉี " หย่งฉีรีบก้าวไปอยู่เบื้องหน้าของนางอย่างปกป้องเต็มที่ ในขณะที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อยื่นหน้าไป ทางเถ้าแก่หลี่ พร้อมทั้งแอบแลบลิ้นให้

เถ้าแก่หลี่ยกข้อมือข้างที่ถูกหย่งฉีคว้าแล้วบิดจนเขารู้สึกเจ็บปวด ขึ้นมาดูและก้าวไปยืนสมทบกับบรรดาสมุนทั้งหลายทันที
หย่งฉี ถือโอกาสสำรวจดูเสี่ยวเยี่ยนจื่อตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความเป็นห่วง
" เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าเจ็บ ตรงไหนบ้าง รีบบอกข้าเร็ว " เขาถาม
นางยิ้มให้หย่งฉีพลางตอบสียงใส " ไม่ต้องเป็นห่วงข้า ข้าไม่เป็นไร "

ทันใดนั้นเสียงหวาน ๆ ของจื่อเว่ยที่ตามมาทันก็ดังขึ้น
" ไม่ต้องห่วงเหรอ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้ารู้รึเปล่าสามีของเจ้าร้อนใจและเป็นห่วงเจ้าแค่ไหนทำเอาข้าพลอย วิ่งตามจนเหนื่อยไปด้วยแทบแย่ "
เสี่ยวเยี่ยนจื่อหันมาทาง จื่อเว่ย ในใจนางรู้สึกซาบซึ้งในความรักและเป็นห่วงของ หย่งฉี ที่มีต่อนางยิ่งนัก ในยามนี้นางได้แต่เพียงเอามือลูบท้องจื่อเว่ยเบา ๆแก้เขิน และพูดว่า
" ข้าขอโทษนะจ๊ะ หลานตัวน้อย ๆ ที่ทำให้เจ้าต้องเหนื่อยไปด้วย ไม่เป็นไรเมื่อเจ้าออกมาแล้วน้าจะซื้อ ของเล่นให้เยอะ ๆ แล้วจะเล่นกับเจ้าทุกวัน ดีไหมจ๊ะ "
" แต่ข้าว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ " เอ่อคังขัดขึ้นเสียงกลั้วหัวเราะแล้วพูดต่อ " หากลูกของข้ากับจื่อเว่ยโต ขึ้นแล้วซุกซนเหมือนเจ้า ข้าก็ไม่รู้จะทำไงดีมากกว่า ..... เฮ้อ ! "
เอ่อคังแกล้งถอนหายใจเฮือกใหญ่ เสี่ยวเยี่ยนจื่อค้อนให้เอ่อคัง 2-3 ตลบ แล้วก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

"โอ ...ข้าเกือบลืมเสียสนิท " พูดไม่ทันขาดคำนางก็คว้าถุงเงินจากมือ เอ่อคัง แล้วเดินไปหาชายชรา เจ้าของขายโคมไฟยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้เข้าพร้อมกล่าวว่า
" เงินจำนวนนี้ คงพอที่จะใช้หนี้เถ้าแก่หลี่ได้นะ ท่านรับไว้เถอะ "
" โอ๊ะ ..... ไม่ ข้ารับเงินของท่านไม่ได้หรอก " ชายชรารีบปฎิเสธทันทีไม่ยอมรับเงินจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อ
" ท่านรับไว้เถอะ อย่างน้อยให้ข้าได้ช่วยท่านบ้าง " นางคะยั้นคะยอพร้อมกับยัดเยียดเงินใส่มือ ชายชราหย่งฉี ,

เอ่อคัง จื่อเว่ย และเซียวเจี้ยน ต่างมองทั้งสองอย่าง งง ๆ แล้วในที่สุด เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็อ้อนวอนให้ชายเจ้าของร้านโคมไฟรับเงินไปจนได้โดยนางรับโคมไฟสีขาวที่ชอบมาถือไว้
เอ่อคังมองไปรอบ ๆ เห็นว่าเริ่มดึกแล้ว แล้วจึงหันไปกระซิบกับหย่งฉี
" เราควรกลับกันซะทีนี่ก็ดึกแล้ว พรุ่งนี้ท่านต้องตื่นแต่เช้าเพื่อ ....... "

ยังไม่ทันที่เอ่อคังพูดจบหย่งฉีรีบหันหน้าไปทางเสี่ยวเยี่ยนจื่อแตะบ่านางแล้วกล่าวยิ้ม ๆ ว่า
" เราควรกลับกันได้แล้วนะ คืนนี้เราอยู่ดึกพอสมควรแล้ว กลับไปนอนเสียที หืมม ...... " เสี่ยวเยี่ยนจื่อพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แล้วจากนั้นทุก ๆ คนก็แยกย้ายกันกลับยังบ้านของตนเพื่อพักผ่อน

(วันรุ่งขึ้นในตอนเช้าตรู่ที่ตำหนักจิ่งหยาง)

หย่งฉีตื่นขึ้นด้วยเสียงเคาะประตูเบา ๆ จากห้องนอกห้อง เขารีบ กระวีกระวาดลุกขึ้นเพื่ออาบน้ำแต่งตัวในชุดอย่างองค์ชายแมนจู เมื่อเสร็จแล้วจึงรีบร้อนเพื่อให้ทันเวลาตามกำหนดการที่ได้รับบัญชา ขณะที่เขาเดินแกมวิ่งไปยังประตู หย่งฉีก็สะดุดอะไรสักอย่างแล้วล้มลง

" โอ๊ะ ! …..... ข้านี่สงสัยจะอยู่กับเสี่ยวเยี่ยนจื่อนานไปจนเดี๋ยวนี้ติดนิสัยของนางเข้าให้แล้ว "
เขาพึมพำกับตนเองอย่างรู้สึกขำ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วค่อย ๆ เปิดประตูออกไปอย่างเบามือ
ขณะเดียวกัน เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นตั้งแต่ได้ยินเสียงหย่งฉีอุทานตอนสะดุดล้มลง นางเห็นสามีแต่งตัว เรียบร้อยกำลังลูบคลำเท้าข้างที่สะดุด เห็นเขาลุกขึ้นแล้วเปิดประตูออกไป

เสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้สึก ผิดปรกติและประหลาดใจนางจึงแกล้งหลับตารอจนหย่งฉีออกจากห้องไป แล้วจึงรีบลุกขึ้นค่อย ๆ แง้ม ประตูดูก็เห็นหย่งฉีกำลังเดินมุ่งหน้าไปยังท้องพระโรงของราชวัง

เสี่ยวเยี่ยนจื่อบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความ สงสัย " หย่งฉีตื่นแต่เช้าแต่งตัวไปไหนกันนะ "

ดังนั้นนางจึงเรียกเสี่ยวซุ่นจื่อ คนรับใช้ประจำตัวหย่งฉีมาถามทันที แต่เสี่ยวซุ่นจื่อตอบอย่างอ้ำๆ อึ้งๆ
" กระหม่อม .....คือองค์ชายห้า .... เอ่อ "
" เจ้าพูดอะไร ข้าฟังไม่รู้เรื่อง องค์ชายห้าไปไหน บอกข้าเร็ว " เสี่ยวเยี่ยนจื่อคาดคั้น

" องค์หญิงหวนจู , ข้าเสียใจ ..... แต่ข้าบอกท่านไม่ได้ หากข้าบอกท่านองค์ชาย 5 ต้องลงโทษข้า แน่ ๆ "
" เอาล่ะข้าเข้าใจ .... " ทันใดนั้นนางก็เห็นหยิงหยิง คนรับใช้ประจำตัวของนางกำลังเมียง ๆ มอง ๆ อยู่จึงเรียกทันทีด้วยคิดว่า หยิงหยิงเป็นคนรับใช้ที่ฉลาดและรู้ใจนางที่สุด
" หยิง หยิง ข้ามีเรื่อง อยากจะถามเจ้า เสี่ยวซุ่นจื่อคงบอกอะไรเจ้าบ้างเกี่ยวกับองค์ชาย 5
" หยิง หยิง ตอบอึกอัก " ข้า .... เอ่อ ..... องค์ชายห้าเอ่อ ... "
" หยิง หยิง เจ้าต้องตอบข้าได้แน่ .... บอกข้าว่าองค์ชายห้าไปไหนแต่เช้า โปรดบอกข้ามาเร็ว ได้โปรด เถอะ "

เสี่ยวเยี่ยนจื่อใช้ไม้ตาย คือ ทำตาละห้อยอ้อนวอน
เสี่ยวซุ่นจื่อและหยิงหยิงอดยิ้มในท่าทางของนายผู้หญิงของพวกเขาไม่ได้ในที่สุด หยิงหยิง ก็กล่าวออกมา
" ทูลองค์หญิง องค์ชายห้า เสด็จไปที่ ท้องพระโรง เพคะ "
เสี่ยวเยี่ยนจื่อได้ฟังก็ฉงนยิ่งนัก " แล้วทำไมหย่งฉีจะต้องแอบไปแต่เช้า ทำไมถึงบอกข้าไม่ได้ " นาง ขมวดคิ้วและพึมพำ
หยิงหยิง ยื่นหน้ามากระซิบกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อ " ได้ยินว่า ฮ่องเต้ทรงกำชับไม่ให้นำองค์หญิงไปด้วย เพคะ "

เสี่ยวเยี่ยนจื่อได้ยินดังนั้น นางถึงกับอึ้งไปชั่วครู่หนึ่ง ทันใดนั้นนางก็คิดอะไรขึ้นมาได้ นางดึงแขน ของสาวใช้คนสนิทแล้ววิ่งตรงไปยังจุดหมายที่นางคิดทันที

ณ ท้องพระโรงของพระราชวัง

คนจำนวนหนึ่งกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเฉียนหลงฮ่องเต้ พระองค์ทรงประทับยืนอยู่บนขั้นบันไดของบัลลังค์ เบื้องหลังพระองค์มีบรรดาองค์ชายต่าง ๆ , ราชองครักษ์และขันทีคนสนิท
" ขอฮ่องเต้ทรงพระเจริญ หมื่น ๆ ปี " ทุกคนกล่าวถวายพระพร

ฮ่องเต้ ทรงแย้มพระสรวลอย่างอารมณ์ดี ทรงบอกทุกคนลุกขึ้นได้
ทันใดนั้น , ชาย-หญิง คู่หนึ่งก็ก้าวมา เบื้องหน้า ชายหนุ่มอายุปลาย ๆ 20 และหญิงสาวคนหนึ่งประมาณ 20 ต้น ๆ ทั้งสองต่างถวาย การคำนับ
เฉียนหลง หันมาทักทาย " ข้าดีใจที่ได้พบพวกเจ้าทั้งสองคนอีก ! "
พระองค์ทรงเพ่งมองไปยัง หญิงสาวเบื้องหน้าและทรงกล่าว
" หลินเหยา ข้าพบเจ้าครั้งนี้เจ้าโตเป็นสาวสวยขึ้นมากนะ คราวที่แล้วเจ้ายังเป็นเด็กอยู่เลยนี่ อย่างนี้ข้าคงแก่ลงไปมากทีเดียว
ทันใดนั้น ฮ่องเต้ก็ทรงเงียบไปครู่หนึ่ง มีสีพระพักตร์สลดลง พระองค์กำลังนึกย้อนไปเมื่อ 3 วันก่อน ไทเฮาทรงเรียกพระองค์ไปคุยถึงเรื่องการตั้งรัชทายาทคนต่อไป แต่พระองค์อ้างว่ายังไม่ทรงตัดสินพระทัย ในพระทัยจริงแล้วแน่นอนคนแรกที่พระองค์ทรงเลือกก็คือหย่งฉี แต่เนื่องจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อยังมีประวัติที่คลุมเครือ ทำให้นางไม่สามารถเป็นฮ่องเฮาได้ ยิ่งกว่านั้นพระองค์ก็ไม่สามารถบังคับให้หย่งฉีมีมีภรรยาคนใหม่ได้ เพราะนอกจากหย่งฉีจะไม่ยอมแล้ว เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็คงทนไม่ได้ อีกทั้งนางก็เป็นลูกสาวที่พระองค์ทรง โปรดปรานมาก พระองค์ไม่อยากเห็นความเดือดร้อนของนาง

หลินเหยาเห็นฮ่องต้ทรงนิ่งไปและสี พระพักต์ไม่สู้ดีนักนางจึงเอ่ยขึ้น
" ฮ่องเต้เพคะ พระองค์อย่าทรงคิดเช่นนั้นเลย ท่านยังทรงดูหนุ่ม และแข็งแรง อย่าทรงกังวลเกี่ยวกับอนาคตเลยควรจะทรงสำราญพระทัยในวันนี้ก่อนดีกว่านะเพคะ”
เฉียนหลงหันไปยิ้มให้นางอย่างใจดีและตรัสชม
" เจ้านี่นอกจากจะสวย แล้วเจ้ายังฉลาดอีกด้วย " หลินเหยายิ้มรับคำตรัสชมนั้น

ทันใดนางก็เหลียวไปพบคน ๆ หนึ่งซึ่งยืนอยู่เยื้องๆ ด้านหลังของนาง นางเพ่งมองด้วยใจระทึกอย่างบอกไม่ถูก
" นั่นเขานี่....องค์ชายห้า " นางคิดและหวนคำนึงย้อนกลับไป เมื่อ 5 ปีก่อน ....


เครคิต http://board.dserver.org/f/fictionth/00000022.html

PS.  ท้องฟ้ากว้างใหญ่แผ่นดินกว้างไกล เธอคืออาทิตย์ที่สาดส่องฉันชั่วกาลนาน ขุนเขาไร้เหลี่ยมฟ้าดินประสาน เธอคือสวรรค์แห่งชีวิตฉันนั่นเอง
รอคะแนนโหวตอยู่
ถ้าอยากเป็นโหวตแรก ของกระทู้นี้

ความคิดเห็นล่าสุด

พิมเลขหน้าที่นี่
Page 1 of 1 1 
  • ความคิดเห็นที่ 1

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ( เรื่อง Poison Vine แปล- เรียบเรียง พี่ยา )

    บทที่ 1 (ตอนที่2)

    5ปีที่แล้ว
    “หลินเหยา พรุ่งนี้เราต้องกลับแล้ว และต้องออกเดินทางแต่เช้า ดังนั้นเจ้าต้องกลับไปนอนพักผ่อนก่อน”
    “แต่ข้ายังไม่อยากกลับนี่ ทำไมเราจะต้องรีบกลับไปด้วย” เด็กสาวบ่น
    “หลินเหยา เจ้าไม่มีเหตุผลอีกแล้วนะเราต้องกลับ เจ้าลืมบ้านของเราไปแล้วหรือ?”
    “แต่…แต่ข้า..” เธอพยายามหาคำพูดที่จะเอ่ย แต่ก็ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้
    “เป็นเพราะองค์ชายห้าคนนั้น ใช่ไหมจ๊ะ” มารดาของเธอพูดยิ้มๆ

    เด็กสาวมีอาการเอียงอาย เธอรีบหันหน้าไปทางอื่นเพื่อซ่อนความอายจากมารดา เธอรู้สึกว่าใบหน้าของเธอร้อนผ่าวเมื่อเอ่ยถึงองค์ชายห้าคนนั้น
    “ท่านแม่…ไม่ใช่ซักหน่อย แต่เป็นเพราะ…เอ่อ…..” หลินเหยาอึกอัก
    “แม่เข้าใจในตัวลูกทุกอย่าง เจ้าไม่ต้องปฏิเสธหรอกนะ เจ้าฟังแม่ให้ดีนะหลินเหยา,พวกเราต้องกลับไปก่อน แต่องค์ชายห้าจะยังคงอยู่ที่นี่อีกหลายปีใช่หรือเปล่า?” แม่ของเธอกล่าวเตือนสติ
    “แต่…….5ปี มันนานเหลือเกินนะ” หลินเหยาบ่นพึมพำ
    “งั้นคราวหน้า เมื่อเรามาที่นี่ เจ้าก็อยู่ให้นานๆก็ได้ดีไหมจ๊ะ? แต่ตอนนี้เราต้องกลับไปก่อน”
    มารดาปลอบ เด็กสาวพยักหน้ารับคำอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
    “ได้เราจะกลับไปก่อน แต่ท่านต้องให้สัญญาว่าเราจะกลับมาที่นี่อีก”
    “จ๊ะ แม่สัญญา แต่ว่าตอนนี้เราต้องไปนอนก่อน พรุ่งนี้เราจะมีการเดินทางครั้งใหญ่”

    นางกล่าวจบก็เดินไปยังห้องนอน ปล่อยให้หลินเหยาอยู่ลำพัง ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินเสียงผิดปกติที่ประตู
    “หลิงหลิง เจ้ามาเสนอหน้าทำไม? ข้าอยากอยู่คนเดียว ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้!” เร็วเท่าคำพูด นางขว้างถ้วยชาออกไปยังประตูทันที ถ้วยชากระทบประตูตกลงพื้นแตกกระจาย
    “หลินเหยา เจ้าทำอย่างนั้นทำไมน่ะ? ” เสียงคุ้นหูของใครคนหนึ่งดังขึ้น หลินเหยารีบหันไปดูเจ้าของเสียงทันที และก็เห็นองค์ชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่ตรงหน้าประตู
    “หย่งฉี ” นางอุทานด้วยความดีใจเป็นที่สุด
    “ท่านมาทำไมหรือ” หลินเหยาถามใบหน้าแสดงความดีใจอย่างเห็นได้ชัด
    “ ข้าได้ข่าวว่า เจ้าจะกลับพรุ่งนี้เช้า, ข้าก็เลยมาเพื่อร่ำลาเจ้า เพราะพรุ่งนี้ข้าอาจจะไม่ได้พบเจ้าอีก ” เขากล่าวยิ้มๆ
    ทันทีที่ได้ยินเขากล่าวเช่นนั้น หลินเหยากลับมีสีหน้าสลดลงทันที ก่อนที่นางจะถามอะไรต่อไป หย่งฉีก็กล่าวต่อ
    “แต่ข้ามีของบางอย่างมาให้เจ้า เพื่อเป็นที่ระลึก” พูดจบเขาก็ล้วงกล่องเล็กๆกล่องหนึ่งยื่นให้เด็กสาว

    เมื่อได้ยินดังนั้น หลินเหยาก็มีสีหน้าดีขึ้นทันที นางรับกล่องนั้นมาจากมือหย่งฉี แล้วเปิดออกดู ทันทีที่เห็นของสิ่งนั้น นางก็ยิ้มด้วยความพอใจ มันเป็นกำไลที่ทำด้วยหยกสวยงาม
    “เจ้าชอบหรือเปล่า?” องค์ชายห้าถาม
    “สวยมากเลย ข้าชอบที่สุด ขอบคุณท่านมาก” หลินเหยาพูด
    “ข้าต้องไปแล้วนะ มืดแล้ว แล้วที่จริงข้าก็ไม่ควรมาที่นี่ ในเวลานี้ เจ้าดูแลตัวเองด้วย ” หย่งฉีกล่าวยิ้มๆและหันหลังเดินกลับออกไป
    “เดี๋ยว” หลินเหยาร้องขึ้น หย่งฉีหันกลับไป ทันใดนั้นหลินเหยาก็วิ่งเข้ามาหาเขา และยื่นหน้าเข้ามาหอมแก้มเขาทีหนึ่ง แล้ววิ่งหนีกลับไปยังห้องนอนของนางด้วยความเอียงอาย
    หย่งฉีรู้สึกช็อคเขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วเขาก็ส่ายศีรษะยิ้มๆแล้วจึงเดินฝ่าความมืดกลับไปยังตำหนักของตน
    ----------------------------------------
    “หลินเหยา ... หลินเหยา!” ฮ่องเต้เรียกนางซ้ำๆ เมื่อเห็น เด็กสาวทำท่าทางคล้ายกำลังใจลอยและใบหน้าแดงระเรื่อขึ้น
    “เพคะ ฮ่องเต้ ” หลินเหยาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบรับคำแล้วย่อตัวลง
    “เจ้าเป็นอะไรไปหรือเปล่า ” ฮ่องเต้ถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อสังเกตเห็นนางหน้าแดงผิดปกติ
    “ข้าเห็นเจ้าหน้าแดง เจ้ามีไข้หรือเปล่า” พระองค์ทรงถามต่อ

    หลินเหยาสั่นศีรษะ “ไม่ได้เป็นอะไรเพคะ คงจะเป็นเพราะอากาศกระมัง วันนี้อากาศร้อนมาก”
    “โอ……จริงเหรอ ร้อนเหรอ! …..แต่ข้าว่าวันนี้อากาศหนาวมากกว่านะ ข้ายังต้องสวมเสื้อสองชั้นเลย “ ฮ่องเต้ทรงกล่าวด้วยอารมณ์ขัน แล้วพระองค์ก็ทรงหันไปทางหย่งฉี แล้วหันกลับมาทางหลินเหยาพระพักตร์ยิ้มๆ

    ไม่ไกลจากนั้นนัก

    ที่มุมหนึ่งของทางเข้าท้องพระโรงที่ประชุม มีองค์หญิงแสนสวยแต่ซุกซนองค์หนึ่งและคนรับใช้คนสนิทคนหนึ่งกำลังแอบดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ
    “หยิงหยิง เจ้ารู้ไหมว่าคนนั้นเป็นใคร ” เสี่ยวยี่ยนจื่อสะกิดถาม
    “คนนั้นคือองค์ชายรองเพคะ ” หยิงหยิงตอบนายสาวของนาง
    “อย่าโง่น่า มันจะเป็นองค์ชายรองไปได้ไง ข้าหมายถึงผู้หญิงน่ะ…แล้วข้าก็คลับคล้ายคลับครา เหมือนเคยเห็นมาก่อน”
    นางพึมพำ ด้วยสีหน้าสงสัย

    หยิงหยิงทำหน้านึกขึ้นมาได้ นางจึงตอบว่า “ อ๋อ…….นั่นคือองค์หญิงหลินเหยาเพคะ”
    “หลินเหยาเหรอ…อืมมม…..เอ…….” เสี่ยวเยี่ยนจื่อลืมตัวพูดเสียงค่อนข้างดัง
    “องค์หญิงอย่าตรัสเสียงดังสิเพคะ เดี๋ยวฮ่องเต้ทรงหันมาหรอก” หยิงหยิงรีบห้ามพร้อมเอานิ้วมือปิดปากเป็นสัญญาน เสี่ยวเยี่ยนจื่อรีบล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาจะปิดปากตนเองไว้

    ทันใดนั้น ลมก็พัดมาวูบหนึ่ง ทำให้ผ้าเช็ดหน้าของนางปลิวไปทันที เสี่ยวเยี่ยนจื่อตกใจรีบเอื้อมมือจะคว้า แต่ไม่ทันเสียแล้ว มีลมพัดมาอีกวูบหนึ่งทำให้ผ้าผืนนั้นปลิวตามลมไปไกลมันปลิวไปตกบนพื้นใกล้ๆชายหนุ่มที่หยิงหยิงบอกนางว่าเขาคือ องค์ชายรอง “ผ้า…ผ้าเช็ดหน้าของข้า..มันปลิวไปแล้ว ” เสี่ยวเยี่ยนจื่ออุทานอย่างตกใจ
    ทันใดนั้นองค์ชายรองก็สังเกตเห็นผ้าผืนนั้น เขาค่อยๆก้มลงเก็บโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น เขากำมันไว้ในมือแล้วพึมพำกับตัวเอง
    “ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้มาจากที่ไหนนะ” เขาก้มลงมอง ทันใดนั้นเขาก็เห็นที่มุมของผ้าเช็ดหน้าปักคำว่า “เสี่ยวเยี่ยนจื่อ” เขาอ่านคำสามคำนั้น แล้วเหลียวมองไปรอบๆบริเวณนั้น และแล้วเขาก็เห็น หญิงสาวคนหนึ่งหลบอยู่ที่มุมหนึ่งของประตู ไม่ไกลนัก นางสวมชุดแบบแมนจูสีแดง
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้สึกตกใจที่มีคนทำท่าเห็นนาง นางจึงรีบกระซิบทำปากเป็นสัญญานว่า “ไม่ต้องบอกใครว่าเห็นข้านะ ได้โปรดเถอะ” หย่งจ้าวแม้จะไม่ได้ยินแต่เขาก็จับคำพูดของนางได้ เขาจึงพยักหน้าให้และยิ้มๆ
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อดีใจกล่าวตอบเขาเบาๆ “ขอบคุณมาก” ว่าแล้วนางก็รีบวิ่งไปจากที่หลบอยู่ทันที

    หย่งจ้าวมองตามร่างของเสี่ยวเยี่ยนจื่อจนนางลับตาไป เขาคิดอยู่คนเดียวในใจว่า “นางเป็นใครนะ ช่างงดงามเหลือเกิน” จากนั้นเขาก็เหมือนตกอยู่ในภวังค์
    “หย่งจ้าว……หย่งจ้าว ไม่สบายไปหรือเปล่า? ต้องเรียกหมอหลวงมาดูไหม” ” ฮ่องเต้ถามอย่างเป็นห่วงเมื่อสังเกตว่าเขากำลังมีอาการผิดปกติ
    หย่งจ้าวสะดุ้ง ตื่นจากภวังค์ทันที รีบตอบฮ่องเต้ว่า
    “เสด็จพ่อ หม่อมฉันไม่เป็นไรพะยะค่ะ ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วง”
    “แต่ข้าเห็นเจ้าหน้าแดงๆ ไม่เป็นไรแน่นะ?” ทรงถามย้ำอีก
    “หม่อมฉันไม่เป็นไรแน่นอนพะยะค่ะ ” หย่งจ้าวตอบและค้อมศรีษะให้อย่างนอบน้อม
    เฉียนหลงขมวดคิ้ว แล้วหันไปมองหย่งฉี ,มองหลินเหยา แล้วกลับมามองหย่งจ้าว ทรงส่ายพระพักตร์ะอย่างไม่เข้าพระทัยในหนุ่มสาวเบื้องหน้า ก่อนที่จะเสด็จกลับตำหนักของพระองค์/////////


    เครคิต http://board.dserver.org/f/fictionth/00000022.html

    PS.  ท้องฟ้ากว้างใหญ่แผ่นดินกว้างไกล เธอคืออาทิตย์ที่สาดส่องฉันชั่วกาลนาน ขุนเขาไร้เหลี่ยมฟ้าดินประสาน เธอคือสวรรค์แห่งชีวิตฉันนั่นเอง
    Huan_Zhu_Ge_Ge New Member
    • Name : Huan_Zhu_Ge_Ge < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Huan_Zhu_Ge_Ge [ IP : 202.5.81.122 ]
    • Email / Msn: conan_alove(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 / 13:50
  • ความคิดเห็นที่ 2

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ( เรื่อง -- Poison Vine แปล- เรียบเรียง และพิมพ์ -- พี่ยา )


    บทที่2 ตอนที่ 1
    หย่งจ้าว เดินช้า ๆ เข้าไปในบ้านใหม่ของเขา , ที่จริงมันก็ไม่เชิงเป็นบ้านใหม่เท่าใดนัก ครั้งหนึ่งเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เขาก็เคยอยู่ที่นี่มาก่อน , เขาทรุดตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องแล้วมองไปรอบ ๆ เขาพบว่าทุกอย่างในห้องยังคงตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิมของมัน หนังสือของเขายังไม่มีใครแตะต้อง ภาพวาดยังคงถูกแขวนไว้บนผนังเช่นเดิมในที่ของมัน , เขาถอนหายใจเบา ๆ และคิดไปถึงหญิงสาวที่งดงามเมื่อเช้านี้
    " องค์ชายรอง , ท่านยังต้องการอะไรอีกหรือไม่ ? " คนรับใช้ถามพร้อมโค้งตัวคำนับ เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบ เขาจึงเรียกซ้ำ " องค์ชายรอง "
    หย่งจ้าว สะดุ้งตื่นจาก " ฝันกลางวัน " ของเขา และมองไปยังคนรับใช้ที่คุกเข่าอยู่ แล้วสั่นศรีษะตอบ
    " ไม่ ... ข้าไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว " และแล้วเขาก็ถามต่ออย่างเพิ่งนึกได้เมื่อเห็นคนรับใช้กำลังจะลุกขึ้นจากไป
    " แต่.... ข้ามีอะไรจะถามเจ้าอย่างหนึ่ง เจ้ารู้จักใครที่ชื่อ เสี่ยวเยี่ยนจื่อบ้างไหม ? "

    คนรับใช้นิ่งคิดครู่หนึ่ง , เขาไม่เคยได้ยินชื่อที่มีชื่อเช่นนี้มาก่อน และเขาเองก็จากวังหลวงไปรับใช้องค์ชายสองเป็นเวลา 5 ปีเช่นกัน เขาเพิ่งกลับมาและรับรู้ข่าวคราวต่าง ๆ ในวันนี้ไม่มากนัก แต่ทันใดนั้นเขาก็คิดขึ้นได้และกล่าวกับหย่งจ้าวว่า
    " กระหม่อมเชื่อว่านางคงเป็นองค์หญิงที่ชื่อ องค์หญิงหวนจู กระมัง ? "
    " องค์หญิง นางเป็นองค์หญิงหรือ ? " หย่งจ้าวพึมพำพร้อมหลับตาลง เป็นไปได้อย่างไรกัน หย่งจ้าวตบมือข้างหนึ่งลงบนโต๊ะอย่างแรงพร้อมคิดอย่างเสียใจและผิดหวัง
    " หากนางเป็นองค์หญิงจริง ๆ นางก็เป็นน้องสาวของข้าเอง "
    คนรับใช้ซึ่งรู้สึกตกใจต่อความผิดปกติของเจ้านายของตนกล่าวต่อไป " กระหม่อมได้ยินมาว่านางเป็นองค์หญิงที่ฮ่องเต้นำมาเลี้ยงเป็นพระธิดาพะยะค่ะ "
    " ถูกนำมาเลี้ยง ? อย่างนั้นนางก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ ของข้านะซีนะ " หย่งจ้าวคิดด้วยความดีใจอยู่ในใจ เขาเริ่มมีความหวังขึ้นแล้ว
    -------------------------------------------------------------------------
    หย่งฉีเดินผ่านสวนหลวงของราชวังมุ่งตรงไปตำหนักจิ่งหยาง หวังว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อคงยังไม่ตื่นจากนอน เมื่อก้าวเข้าสู่ประตูของตำหนัก ทันใดนั้นขันทีก็ร้องขึ้น
    " องค์ชายห้า ........ "
    หย่งฉี จ้องมองขันทีเขม็งทำสัญญาณให้เขาเงียบอย่าส่งเสียงดัง ขันทีคนนั้นรีบปิดปากตนเองแล้วคุกเข่าลงอย่างขอรับโทษ หย่งฉีโบกมือไล่แล้วเดินอย่างเร่งรีบไปยังห้องนอน เขาค่อย ๆ เปิดประตูอย่างแผ่วเบา , มองเข้าไปในห้องแต่ไม่เห็นใคร ได้ยินแต่เสียงกรนเบา ๆ มาจากที่นอน หย่งฉียิ้มอย่างพอใจและจัดแจงถอดชุดอย่างเป็นทางการออกเป็นชุดนอนเช่นเดิมเขาล้มตัวลงนอนคลี่ผ้าห่มออกคลุมตัวเอง ในขณะที่มืออีกข้างตวัดไปเผื่อจะโอบกอดภรรยาที่นอนอยู่ แต่เขาพบว่ามือของเขาสัมผัสแต่หมอนข้างเท่านั้น ไม่ใช่เสี่ยวเยี่ยนจื่อ !!!

    " สวัสดีตอนเช้า หย่งฉี " มีเสียงใสๆทักขึ้น
    หย่งฉีรีบหันไปตามเสียงนั้นแล้วเขาก็เห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อนั่งอยู่ที่โต๊ะ นางสวมชุดแมนจูสีแดงงดงามกำลังจิบชาอยู่ หย่งฉียิ้มให้พร้อมกล่าวตอบ
    " สวัสดีตอนเช้าเสี่ยวเยี่ยนจื่อ "
    " เมื่อกี้เจ้าออกไปไหนมาน่ะ ? " นางถามพลางค่อย ๆ จิบชาช้า ๆ
    " ข้า .... เอ่อ .... ข้าไปเดินเล่นในสวนมาน่ะ " เขาพูดโกหกไม่กล้าสบตาภรรยา
    " จริงเหรอ ? .... " เสี่ยวเยี่ยนจื่อจ้องหย่งฉีเขม็ง แล้วกล่าวต่อไปเสียงเรียบ ๆ
    " งั้นเจ้าก็ไม่ได้ไปพบ องค์ชาย และ องค์หญิงที่ไหนในวังที่ไหนนะสิ .... ใช่ไหม ? "
    หย่งฉีสะดุ้งมองเสี่ยวเยี่ยนจื่ออย่างงงๆ " เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไรน่ะ ? " เขาถาม
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทำหน้าโกรธ ๆ พร้อมกระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะ พร้อมกล่าวว่า
    " ทำไมเจ้าถึงต้องพูดโกหกข้าด้วย ทำไมเจ้าไม่บอกว่า เรามีแขกมาหา " กล่าวจบนางก็หันหลังให้อย่างงอน ๆ
    " เอ่อคือ ...... ข้าเสียใจ แต่หากข้าบอกเจ้า เจ้าก็อยากตามข้าไป และ ...... " หย่งฉีอึกอัก
    " และเสด็จพ่อสั่งไม่ให้พาข้าไปด้วย , ใช่หรือเปล่า " นางกล่าวต่อให้จนจบประโยคเสร็จสรรพ หย่งฉีมองอย่างประหลาดใจ

    " ทำไมนางจึงรู้เรื่องนี้ด้วยนะ " เขาคิดและคาดว่านางจะต้องโมโหใส่เขาอีกแน่นอน แต่ผิดคาดชั่วครู่หนึ่งหลังจากที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อมองหน้าเขานิ่ง ๆ ในที่สุดนางก็ยิ้มน้อยแล้วกล่าว
    " คราวหน้า หากมีอะไรเจ้าต้องบอกข้าก่อนไม่ควรปิดบังข้าแบบนี้ , ตกลงไหม ข้าไม่ชอบให้เจ้ามีความลับกับข้า"
    หย่งฉีดีใจยิ่งนักที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่โกรธตามที่เขาคาดไว้ เขาเข้ามาใกล้ ๆ แล้วดึงร่างเสี่ยวเยี่ยนจื่อเข้าไปกอดไว้
    " ข้าสัญญา , จากนี้ไปข้าจะไม่ปกปิดอะไรต่อเจ้าอีก นะจ๊ะ " หย่งฉียิ้มอย่างอ่อนโยนและกล่าวต่อ
    " ข้าภูมิใจในตัวเจ้ามากที่เข้าใจข้า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ " หย่งฉีจูบเบา ๆ ที่หน้าผากภรรยาอย่างรักใคร่แล้วเหมือนนึกขึ้นได้ หย่งฉีจึงถามขึ้น
    " ว่าแต่ , เจ้ารู้ได้อย่างไรเกี่ยวกับการมาของพี่ชายและน้องสาวของข้า หืม ..... " หย่งฉีขมวดคิ้วอย่างรู้สึกสงสัย

    เสี่ยวเยี่ยนจื่อยิ้มตอบว่า " ข้ามีแหล่งข่าวของข้าก็แล้วกัน ..... "
    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ , จะบอกข้ามั๊ย หรือว่า ..... " หย่งฉีถามยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมทั้งทำท่าก้าวมาหาอย่างช้า ๆ เสี่ยวเยี่ยนจื่อเห็นดังนั้นนางจึงหัวเราะและเตรียมพร้อมจะวิ่งหนี นางวิ่งยังมุมห้อง แต่หย่งฉีไวกว่าเขากระโดดไปยืนขวางอยู่ข้างหน้าเสี่ยวเยี่ยนจื่อ นางรู้ตัวว่าไม่รอดจากหย่งฉีแน่จึงร้องเสียงดัง
    " เฮ้ ! ไม่ .... ไม่นะ เจ้า ...... เจ้าโกงนี่นา ..... ! "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อพูดพลางหัวเราะพลาง และวิ่งหนีไปรอบ ๆ โดยมีหย่งฉีวิ่งไล่ตามส่งเสียงหัวเราะประสานกันอย่างสนุกสนาน
    ภายนอกห้อง หยิงหยิง ซึ่งยืนรอรับใช้อยู่ นางได้ยินคำสนทนาทั้งสองด้วย คิดว่าวันนี้คงจะเกิดเรื่องที่นางไม่อยากคิดอีกแน่ ๆ แต่แล้วนางก็ยิ้มและพึมพำกับตัวเอง
    " ขอบคุณสวรรค์ " นางคิดอยู่เสมอว่านางกำลังอยู่กับนายผู้หญิงและนายผู้ชาย คู่รักที่น่ารักและเหมาะสมกันยิ่งนัก นางโชคดีเป็นที่สุดเพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นองค์หญิงและองค์ชายที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานเป็นที่สุดด้วย

    " ก็ได้ ก็ได้ ..... หยุด ..... ได้โปรด " เสี่ยวเยี่ยนจื่อร้องพลางยกมือยอมแพ้
    หย่งฉีดึงร่างนางเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน แล้วจ้องมองหน้าเสี่ยวเยี่ยนจื่อ แก้มของนางเป็นสีชมพูปากแดงดุจกลีบกุหลาบ ดวงตาโตของนางสดใสระยิบระยับมีชีวิตชีวาเมื่อนางยิ้มอย่างมีความสุข " นางช่างสวยเหลือเกิน " เขาคิด

    " หย่งฉี …... หย่งฉี " เสี่ยวเยี่ยนจื่อเรียกชื่อสามี เมื่อเห็นท่าทางคล้ายกำลังฝันของเขา
    " เจ้าจ้องหน้าข้าทำไม ? มีอะไรผิดปกติบนใบหน้าของข้าหรือ " นางถามพลางวิ่งไปหน้ากระจกและส่องดูใบหน้าตนเอง หย่งฉีตามไปยืนยิ้มอยู่ข้างหลัง , เอามือโอบรอบเอวอ้อนแอ้นของนาง

    " ใช่ ... มีบางอย่างผิดปกติ ..... เจ้างดงามเกินความเป็นจริง " เขากระซิบ , และจ้องมองดวงตานางอย่างลึกซึ้ง เสี่ยวเยี่ยนจื่อเขินอาย หลบตาลงต่ำ หย่งฉีมองอย่างรักใคร่ เขาเอามือประคองใบหน้าของเสี่ยวเยี่ยนจื่อขึ้นแล้วค่อย ๆ ประทับริมฝีปากลงไปอย่างนุ่มนวล

    ภายนอกห้อง , เสียงเคาะประตูพร้อมกับเสียงของ หยิง หยิง ร้องบอก
    " องค์ชายห้า , มีองค์ชายรองและองค์หญิงหลินเหยา รอพบอยู่ที่ห้องรับรองเพคะ "
    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เราต้องไปกันแล้ว ข้ารับปากเสด็จพ่อว่าจะพาองค์ชายสองกับหลินเหยาไปชมเมืองกัน "
    " เย้ !! เราจะได้ออกไปข้างนอก ข้าไม่ได้พบจื่อเว่ยกับเซียวเจี้ยนนานแล้ว " เสี่ยวเยี่ยนจื่อร้องออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ
    หย่งฉียิ้มเมื่อเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อดีใจเช่นนั้น และเหมือนกับทุกครั้งที่นางจะได้ออกไปข้างนอก
    " งั้นเราไปกันเถอะ , เดี๋ยวจะสาย " หย่งฉีพูดและเดินไปเปิดประตูทันใดนั้นเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็กระโดดไปขวางทางเขาและปิดประตูอย่างเดิม หย่งฉีมองเลิกคิ้วอย่างงุนงง
    " หือ ...... ทำไมเหรอ ? " แต่แล้วเขาก็นึกได้ว่า เขากับเสี่ยวเยี่ยนจื่อยังอยู่ในชุดคลุมลำลองไม่เหมาะสมที่จะออกไปข้างนอก หย่งฉียิ้มอย่างนึกขำแล้วทั้งสองก็รีบเปลื่ยนเสื้อผ้าทันที/////




    บทที่ 2 ตอนที่ 2

    ทั้งสองเดินตรงไปยังรถม้า ซึ่งมีคนสามคนรออยู่แล้ว คนหนึ่งเป็นชายสวมชุดแบบสบาย ๆ สีฟ้า ถัดไปเป็นหญิงสาวอายุประมาณ 19 ปี อยู่ในชุดสีชมพูสดใส ใบหน้าตกแต่งอย่างสวยงาม นางสูงพอ ๆ กับเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ถัดไปอีกเป็นฉิงเอ๋อนางสวมชุดสีขาวปักลวดลายน่ารัก
    " หย่งฉี " เด็กสาวอายุ 19 คนนั้น เดินตรงมายังเบื้องหน้าหย่งฉีทันที
    " หลินเหยา ยินดีที่ได้พบเจ้าอีก " หย่งฉียิ้มให้

    ส่วนหย่งจ้าวจ้องมองมายังหญิงสาวที่เดินมากับหย่งฉี แล้วเขาก็เบิกตากว้างด้วยความดีใจ พลางคิดในใจว่า " นั่นนางนี่ คนที่ข้าเห็นเมื่อเช้าตอนเก็บผ้าเช็ดหน้าของนางได้ "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อเมื่อเห็นฉิงเอ๋อก็ดีใจรีบปราดไปจับแขนของนางและกล่าวว่า
    " ฉิงเอ๋อ , เจ้าก็จะไปกับพวกเราด้วยใช่ไหม ? "
    " แน่นอน… ข้าไปกับพวกเจ้าด้วย แต่ตอนนี้ข้าอยากจะแนะนำให้เจ้ารู้จัก..... นี่คือองค์ชายรอง ”
    ฉิงเอ๋อกล่าวแนะนำ หย่งจ้าวยิ้มก้มศรีษะให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ
    " เรียกข้าว่าหย่งจ้าวก็ได้ " เขาพูดยิ้มๆแล้วมองเสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่วางตา
    " และข้าคือเสี่ยวเยี่ยนจื่อ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อแนะนำตนเองและยิ้มอย่างน่ารัก

    ทันใดนั้น หย่งฉีที่มองอยู่ก็เกิดความรู้สึกหึงหวงเมื่อเห็นว่าทั้งหย่งจ้าวและเสี่ยวเยี่ยนจื่อต่างยิ้มให้กันโดนเฉพาะสายตาของหย่งจ้าวที่มองภรรยาของเขาบ่งบอกถึงความสนใจแลพพึงใจ

    ฉิงเอ๋อซึ่งมองดูอยู่ก็พอรู้ว่าอาการ " หึง " ของหย่งฉี กำลังกำเริบขึ้นทีละน้อย ดังนั้นนางจึงรีบหันไปทางเด็กสาวที่ยืนถัดไป แล้วแตะแขนเสี่ยวเยี่ยนจื่อ และกล่าวแนะนำขึ้น " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ นี่องค์หญิงหลินเหยา "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อยิ้มให้อย่างเป็นมิตร " ยินดีที่ได้รู้จักองค์หญิงหลินเหยาข้าเสี่ยวเยี่ยนจื่อ "
    " เรียกข้าว่า หลินเหยาก็ได้ " เด็กสาวตอบยิ้มให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ
    " ก็ได้ หลินเหยา ...... แต่ว่าเราเคยพบกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า ? " นางถาม
    " ไม่หรอก .... ข้าไม่คิดว่าเราเคยพบกันมาก่อนนะ " เด็กสาวกล่าวตอบ

    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ , ฉิงเอ๋อ ข้าว่าเราแนะนำให้รู้จักกันพอแล้ว ตอนนี้เราควรจะไปกันซะทีนะ ช้าไปมากแล้ว "
    หย่งฉีพูดขัดขึ้น และช่วยจับมือฉิงเอ๋อขึ้นรถม้า เสี่ยวเยี่ยนจื่อพยักหน้า และเตรียมจะขึ้นบนรถม้า ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากหย่งจ้าว
    " ให้ข้าช่วยเจ้าขึ้นรถม้านะ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ " แต่หย่งฉีไวกว่าเขารีบก้าวไปถึงเสี่ยวเยี่ยนจื่อก่อนและส่งมือให้จับพร้อมกล่าวว่า
    " ระวังศีรษะเจ้าด้วย เสี่ยวเยี่ยนจื่อ " หย่งฉีกล่าวยิ้ม ๆ และหันไปมองหย่งจ้าว ขณะที่หย่งจ้าวก็กำลังมองมาเช่นกัน ทั้งสององค์ชายเริ่มก่อสงครามเย็นกันอย่างเงียบๆ
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อมองทั้งสองอย่างงงๆ ก่อนก้าวเข้าไปในรถม้านางคิดในใจว่า " สองคนนี้เขาเป็นอะไรของเขาน่ะ "

    ส่วนหลินเหยาซึ่งเตรียมจะขึ้นรถม้าเช่นกัน นางยื่นมือมาหมายจะให้ใครช่วยจับขึ้นรถบ้าง แต่ไม่มีใครหันมาทางนางแม้แต่คนเดียว ดังนั้นนางจึงต้องขึ้นรถม้าเองอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

    ในขณะที่องค์ชายทั้งสองกำลังทำสงครามเย็นกันอยู่นั้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่างรถแล้วร้องถาม "
    " หย่งจ้าว , หย่งฉี เราจะไปกันได้หรือยังล่ะ " ได้ยินดังนั้นทั้งสององค์ชายจึงขึ้นบนรถม้า โชคไม่ดีของหย่งฉีที่หย่งจ้าวขึ้นรถม้าก่อน หย่งฉีจึงต้องนั่งระหว่างกลางของ หลินเหยา กับ ฉิงเอ๋ออย่างจำใจ
    หย่งจ้าวเลิกคิ้วพร้อมทั้งมองหน้าหย่งฉี ซึ่งหย่งฉีนั้นกำลังพยายามระงับอารมณ์อย่างต็มที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อมองเห็นกิริยาท่าทางระหว่างสามีของนางและหย่งจ้าว นางรู้สึกสงสัยในท่าทีทั้งสองคนยิ่งนัก เพียงแต่นางไม่ทราบสาเหตุ ส่วนฉิงเอ๋อนั้นสังเกตเห็นท่าทีระหว่างองค์ชายทั้งสองตั้งแต่ต้น นางก็พอจะทราบสถานการณ์ในขณะนี้ได้ดี จึงคิดในใจว่า " ข้าหวังว่าสงครามระหว่างพวกเขาจะสงบลงในไม่ช้า โอ ! สวรรค์ "

    (ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น )

    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ซึ่ง นั่งกระสับกระส่ายอยู่ในที่นั่งของนาง ก็พยายามที่จะชะโงกหน้าออกไปข้างนอกหน้าต่างซึ่งอยู่ด้านหลังของหย่งฉี
    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้านั่งดี ๆ ขืนเจ้าทำอย่างนั้นข้ากลัวว่ารถม้าจะไปไม่ถึงนะ " ฉิงเอ๋อเตือนเสี่ยวเยี่ยนจื่อ
    " แต่ข้าอยากมองออกไปข้างนอก ...... แล้วที่ข้านั่งตรงนี้มองไม่เห็นข้างนอกเลย " นางบ่น
    " ข้างหลังข้าก็มีหน้าต่างนะ " หย่งจ้าวรีบบอก
    " แต่หน้าต่างด้านนั้น ข้าเห็นมีแต่ต้นไม้นี่นา " เสี่ยวเยี่ยนจื่อตอบ หย่งจ้าวหันออกไปมอง เขาก็เห็นว่าข้างนอกเป็นวิวทิวทัศน์ของป่ามีต้นไม้เขียนชอุ่มและมีดอกไม้บานสะพรั่ง เขาเลิกคิ้วและหันมามองเสี่ยวเยี่ยนจื่ออย่างไม่ค่อยเข้าใจ

    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เอามือขยับคอเสื้อของนางไปมาพลางพูดว่า " ตรงนี้ร้อนจัง "
    " เจ้าร้อน แต่เจ้าก็มีพัดอยู่กับตัวแล้วนี่ ก็มือของเจ้านั่นไง ทำไมไม่ยกขึ้นมาพัดตัวเองล่ะ " หลินเหยาแนะนำ

    เสี่ยวเยี่ยนจื่อทำตาโตแล้วตอบนางว่า " ข้ากำลังร้อนแล้วเจ้าจะให้ข้าเคลื่อนไหวอีกหรือ ? องค์หญิงหลินเหยา เจ้าไม่เคยเรียนวิทยาศาตร์หรือไง ยิ่งเราเคลื่อนไหวเราก็จะยิ่งรู้สึกร้อน เพราะว่าโมเลกุลจากร่างกายของเราจะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว และก็จะยิ่งทำให้เกิดความร้อนมากขึ้น เจ้าเข้าใจหรือเปล่า และ.......เอ่อ ..... " เสี่ยวเยี่ยนจื่อถอนหายใจนิ่งไปขณะหนึ่งแล้วกล่าวต่อหน้าตาเฉยว่า
    " เอาหละ แล้วข้าจะค่อยๆสอนให้เจ้าอีกในวันหน้าแล้วกัน "

    หลินเหยามองเสี่ยวเยี่ยนจื่ออย่างโกรธ ๆ แต่นางไม่ตอบโต้อะไรอีก ฉิงเอ๋อที่นั่งฟังอยู่แอบเอาผ้าเช็ดหน้าปิดปากเนื่องจากนางกำลังกลั้นหัวเราะอย่างที่สุด
    " อ๋อ ! ข้ารู้แล้ว หลินเหยา เจ้าเปลี่ยนที่นั่งกับข้าก็แล้วกัน ข้าจะได้มองเห็นวิวทางหน้าต่างบ้าง " พูดจบนางก็ลุกขึ้นยืนทันที ทำให้หลินเหยาต้องลุกขึ้น เพื่อเปลี่ยนที่นั่งกับเสี่ยวเยี่ยนจื่ออย่างไม่เต็มใจ เสี่ยวเยี่ยนจื่อรีบทรุดตัวลงนั่งแทนติดกับที่นั่งของหย่งฉี แล้วนางทำเป็นชะโงกหน้าออกไปชมวิวนอกหน้าต่างและถอนหายใจอย่างสดชื่น///




    บทที่ 2 (ตอนที่3)

    หลังจากนั้นไม่นานนัก
    ในที่สุดทุกคนก็มาถึงตลาดกลางเมือง เสี่ยวเยี่ยนจื่อกระโดดลงจากรถม้าแล้วกระโดดไปมาอย่างร่าเริง หย่งฉีมองภรรยของเขายิ้ม ๆ " ราวกับว่านางไม่เคยหมดพลังงานในตัวของนางเลย " เข้าคิดอย่างขำ ๆ ในตัวเสี่ยวเยี่ยนจื่อ
    หลินเหยาก็เช่นกัน นางร่าเริงมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที นางเดินเข้าร้านโน้นร้านนี้ซื้อทุกอย่างที่นางชอบและพอใจ หย่งฉีกลัวว่านางจะหลงทางหายไป ดังนั้นเขาจึงต้องเดินตามนางไปตลอดทางขณะที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อเดินกับฉิงเอ๋อและหยอกล้อฉิงเอ่อไปตลอดทาง ดูราวกับว่าขณะนี้ทุกคนกำลังมีความสุขนอกเสียจาก หย่งจ้าวที่เดินมองรอบ ๆ อย่างตั้งใจ ตลาดนี้เมื่อ 5 ปีก่อนเขาก็เคยมาเดินเช่นนี้เหมือนกัน และแน่นอนเขาก็มองเสี่ยวเยี่ยนจื่ออย่างสนใจตลอดเวลาด้วย
    " หย่งฉี ดูสิ น่ารักรึเปล่า " หลินเหยาหยิบต่างหูคู่หนึ่งขึ้นมา และถาม
    " ใช่ ..... น่ารักดี " หย่งฉีตอบ
    " เจ้าซื้อให้ข้าได้ไหม ? " นางถามอีก
    " ได้สิ " ว่าแล้วหย่งฉีก็พูดกับเจ้าของร้านว่า " ข้าจะซื้อต่างหูคู่นี้สำหรับน้องสาวน้อย ๆ ของข้า "
    พูดจบก็เขาก็หยิบถุงเงินขึ้นมา หลินเหยาเมื่อได้ยินหย่งฉีพูดดังนั้นนางถึงกับหน้าเสียหยุดยิ้มทันทีขณะที่หย่ง ฉีไม่ทันสังเกต เพราะกำลังสนใจต่างหูที่น่ารักแบบต่าง ๆ ที่วางอยู่
    " น้องสาว .... เขาคิดว่าข้าเป็นแค่น้องสาวเท่านั้นเหรอ " หลินเหยาคิดอย่างเสียใจและผิดหวัง
    ทันใดนั้นหย่งฉีก็สะดุดตากับกำไลเงินคู่หนึ่ง มันเกี่ยวกันอยู่ด้วยโซ่เงินเส้นเล็ก ๆ มีลวดลายสลักเป็นรูปหัวใจ เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยความพอใจ " กำไลนี้เหมาะกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อมากเลย " หย่งฉีคิด , อย่างรวดเร็วเขาหยิบมันขึ้นมาแล้วรีบจ่ายเงินค่าต่างหูและค่ากำไลเงินคู่นั้น
    " หลินเหยา , เจ้าซื้ออะไรมากมายอย่างนั้น หากข้ารู้ก่อนว่าเจ้าจะซื้อของมากแบบนี้ข้าคงเอารถม้ามาอีกคันหนึ่งเพื่อบรรทุกมันกลับ " หย่งจ้าวพูดล้อเมื่อเห็นของมากมายที่นางและหย่งฉีถือกลับมา หลินเหยาไม่สนใจคำพูดของหย่งจ้าว เสี่ยวเยี่ยนจื่อเห็นดังนั้นจึงเอ่ยว่า
    " ข้าว่าทางที่ดีข้ากับฉิงเอ๋อกลับไปหอผูกมิตรก่อนดีกว่า นางดูท่าทางเหนื่อยมาก แล้วข้าจะได้เอาของที่ซื้อมานี่กลับไปด้วย ไม่งั้นวันนี้หย่งจ้าวคงไม่ต้องซื้ออะไรติดมือกลับแน่ เพราะคงต้องมัวแต่ถือของพวกนี้ "
    ฉิงเอ๋อพูดขัดขึ้น " แต่ข้าว่าข้ากลับหอผูกมิตรคนเดียวได้นะไม่ไกลจากที่นี่ท่าไหร่ เดี๋ยวเดียวก็ถึง แล้วค่อยพบกันที่นั่นนะ "
    " อ๋อ .... ข้ารู้แล้ว เจ้าอยากใช้เวลาอยู่ตามลำพังกับใครบางคนละสิ ข้าพูดถูกมั๊ยฉิงเอ๋อ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อล้อ ฉิงเอ๋อหน้าแดงด้วยความเขินอาย
    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าเลิกล้อฉิงเอ๋อซะที เจ้าล้อนางทั้งวันนางหน้าแดงหมดแล้วนะ " หย่งฉีพูดยิ้ม ๆ กับภรยา
    ทั้งสามคนต่างสัพยอกกัน ส่วนหย่งจ้าวกับหลินเหยามองทั้งสามอย่าง งง งง
    หลินเหยาหันไปพูดกับฉิงเอ๋อ " งั้นเดี๋ยวค่อยเจอกันนะ " พูดจบนางก็หยิบของจากหย่งจ้าวแล้วเดินตรงไปยังภัตราคารแห่งหนึ่ง
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ นั้นสายตาของนางมองไปยังของสิ่งหนึ่งอย่างสนใจ แล้วนางก็ก้าวอาด ๆ เข้าไปในฝูงคนที่เดินกันขวักไขว่ทันที หย่งฉีเห็นจึงทำท่าจะตามนางไปด้วยความเป็นห่วง ทันใดนั้น หย่งจ้าวก็รีบมาคว้าหย่งฉีฉุดไว้แล้วถลันออกไปก่อน พร้อมทั้งหันมาบอกยิ้มแย้ม
    " ไม่ต้องห่วงหย่งฉี ข้าจะตามไปดูแลนางเอง " หย่งฉีเบิกตาโตแล้วถอนหายใจด้วยความกังวล
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อเดินฝ่าฝูงคนเข้าไปยังถนนฝั่งตรงข้ามนางเดินตรงไปยังร้าน ๆ หนึ่ง ๆ ร้าน ๆ นั้นมีว่าวสวยงามโชว์อยู่
    " ขอโทษข้าอยากทราบว่าว่าวสีแดงตัวนี้ราคาเท่าไหร่ ? " นางถามชายเจ้าของร้าน
    " ขอโทษว่าวตัวนั้นไม่ได้ขายหรอกนะ " เขาตอบ
    " ไม่ขาย , แล้วเจ้าโชว์ไว้ทำไมล่ะ " นางถาม
    ชายคนนั้นสั่นศรีษะ " คิดว่าท่านคงเข้าใจผิดนะ หากท่านอยากได้ว่าวท่านจะต้องเล่นเกมส์หากชนะท่านก็จะได้มันไป " เขาตอบ
    " ดังนั้น จะต้องเล่นอย่างไร " เสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้สึกตื่นเต้น
    " ท่านจะต้องปาลูกดอกให้ตรงจุดกึ่งกลางของเป้าที่แขวนไว้นั่น หากท่านสามารถปาตรงเข้าไปด้ครบ 10 ครั้ง ว่าวตัวนี้ก็จะเป็นของท่าน
    " ตกลง ข้าจะเล่นจนได้ว่าวตัวนี้ไป " จากนั้นเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็รับลูกดอกจากชายเจ้าของร้าน นางปาลูกดอกตรงเป้าในครั้งแรกทันที เสี่ยวเยี่ยนจื่อดีใจพร้อมพูดว่า " ข้าจะปาให้ตรงเป้าครบ 10 ครั้งให้เจ้าดู " ว่าแล้วนางก็ปาลูกดอกออกไปอีกครั้งที่สองนางก็สามารถปาตรงเป้าอีกทำให้นางดีใจ แต่ในครั้งต่อ ๆ ไปโชคร้ายที่ไม่มีลูกไหนเข้าสู่กลางเป้าหมายได้อีกเลย
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อหยิบถุงเงินขึ้นมาอีกแล้วล้วงดูปรากฎว่าในถุงเหลือเงินอีกแต่ ... เหรีญเดียว
    " แม่นางจะเล่นต่ออีกหรือเปล่า " เจ้าของร้านถาม
    " ข้า เอ่อ ... ข้าไม่เล่นแล้วล่ะ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อส่ายหน้าตอบด้วยสีหน้าผิดหวัง
    ทันใดนั้นก็มี เสียงหนึ่งดังขึ้น
    " ให้ข้าปาลูกดอกแทนแม่นางคนนี้ได้ไหม ? " เสี่ยวเยี่ยนจื่อหันไปมองนางจึงเห็นหย่งจ้าวอยู่เบื้องหน้านั่นเอง
    " หากท่านสามารถปาเข้ากลางกลางเป้าครบ 10 ลูก ท่านก็จะได้ว่าวไป " ชายคนนั้นตอบ
    " ตกลง งั้นข้าจะเล่นเอง " หย่งจ้าวตอบยิ้ม ๆ เขารับลูกดอกมาจากชายคนนั้น
    เตรียมจะปาไปยังเป้าที่แขวนไว้ซึ่งอยู่ห่าออกไป
    " ท่านแน่ใจนะว่าท่านจะปาถูกเป้าได้ 10 ครั้ง " เสี่ยวเยี่ยนจื่อถาม
    " สำหรับข้าง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยซะอีก " หย่งจ้าวตอบยิ้มกริ่ม แล้วเขาก็ปาลูกดอกลูกแรกออกไป มันพุ่งตรงไปยังจุดกึ่งกลางของเป้าทันที
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อเบิกตาโต นางเห็นว่าหย่งจ้าวไม่ทันได้เล็งด้วยซ้ำ ก่อนจะปาออกไป นางรู้สึกสนุกขึ้นมา
    หย่งจ้าวปาลูกดอกลูกต่อไปยังเป้าหมายลูกดอกอีก 9 ลูก ต่างพุ่งตรงไปยังกึ่งกลางของเป้าอย่างง่ายดาย มีเสียงปรบมือดังขึ้น เสี่ยวเยี่ยนื่อซึ่งกำลังดีใจและปรบมือให้หย่งจ้าวเช่นกัน หันไปเบื้องหลังนางเห็นมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนดูหย่งจ้าวและต่างปรบมืออย่างชื่นชมในความแม่นของการปาลูกดอกของเขาเพราะไม่มีดอกไหนที่ปาออกไปพลาดเป้าลย
    " ท่านปาได้ถูกเป้า 10 ครั้งแล้ว เชิญท่านหยิบว่าวไปได้ " เจ้าของร้านพูดและมองอย่างทึ่งในฝีมือของหย่งจ้าว
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เดินตรงไปหยิบว่าวสีแดงที่นางชอบมาถือไว้ แล้วหันไปบอกหย่งจ้าว " ในที่สุดท่านก็ทำให้ข้าได้ว่าวตัวนี้กลับไปจนได้ "
    หย่งจ้าวยิ้มให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เขากำลังนึกไปถึงเหตุการณ์ตอนเช้าในพระราชวัง ทันใดนั้นเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็กล่าวขึ้น
    " ข้าต้องขอบคุณท่านสามเรื่องในวันนี้ เรื่องแรกคือท่านทำให้ข้าได้ว่าวตัวนี้มา เรื่องที่สองท่านทำให้ข้าได้ออกมาเที่ยวข้างนอกและอีกเรื่องคือ เรื่องเมื่อเช้าที่ข้าแอบอยู่ที่มุมท้องพระโรงท่านเห็นข้าแต่ท่านช่วยเก็บเป็นความลับไม่บอกเสด็จพ่อ ไม่งั้นข้าคงถูกดุไปแล้ว " เสี่ยวเยี่ยนจื่อบอกเหตุผลยืดยาว
    หย่งจ้าวยิ้มอย่างภาคภูมิใจเมื่อได้ฟังเสี่ยวเยี่ยนจื่อพูดเช่นนั้น เขาตอบว่า
    " เจ้าไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก สำหรับเจ้าข้ายินดีช่วยเต็มที่อยู่แล้ว " หย่งจ้าวจ้องนางตาไม่กระพริบ เสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่ได้สนใจในคำตอบของหย่งจ้าวเท่าไหร่นัก นางกำลังยิ้มแย้มมองดูว่าวในมืออย่างพออกพอใจ ที่ได้มันมา
    ไม่ไกลออกไปฝั่งตรงข้าม มีสายตาคู่หนึ่งเพ่งมองมาอย่าวมีแววหึงหวงเต้นระยิบในดวงตาเขากำลังคิดอยากรู้ว่า หย่งจ้าวพูดอะไรกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อ และนางพูดอะไรยืดยาวถึงทำให้หย่งจ้าวยิ้มน้อยใหญ่และไม่ละสายตาไปจากภรรยาของเขา
    " หย่งฉี .... หย่งฉี " หลินเหลาเรียกเมื่อเห็นหย่งฉีจ้องไปข้างหน้าและนิ่งเงียบ
    " ท่านเป็นอะไรไปมีอะไร หรือ ? " นางถามและขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
    " อ๋อ ! .... ไม่มีอะไรหรอก " หย่งฉีรีบบอกแล้วละสายตากลับมาที่หลินเหยา
    -----------------------------------------------------------



    บทที่ 3(ตอนที่ 1)


    เมื่อเสร็จสิ้นจากการเดินดูและซื้อของที่ตลาด , เสี่ยวเยี่ยนจื่อ กับ หย่งจ้าวก็มุ่งหน้ากลับมายัง หอผูกมิตร หย่งจ้าวรู้สึกเหนื่อยในการวิ่งตามเสี่ยวเยี่ยนจื่อตลอดทาง เขาให้รู้สึกประหลาดใจนักที่นาง มีพลังไม่รู้จักหมด และรื่นเริงได้ตลอดเวลา เมื่อถึงประตูของหอผูกมิตร เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ร้องเรียกเสียงดัง " เซียวเจี้ยน , ฉิงเอ๋อ , จินสั่ว , หลิวซิง , หลิวหง ข้าเสี่ยวเยี่ยนจื่อมาแล้ว " หลิวหงเดินมาหานาง และกอดแน่นพร้อมกล่าวว่า " จ๊ะรู้แล้ว , เจ้าไม่ต้องประกาศเสียลั่นจนได้ยินไปทั้งโลกแบบนั้นก็ได้ว่า เจ้ามาที่นี่ "
    จินสั่วหัวเราะแล้วกล่าวเสริมขึ้น " หากนางไม่ตะโกนบอกให้รู้ เจ้าก็จะไม่รู้ว่าเจ้าต้องเจอกับความ เดือดร้อนอีกแน่หากพบนาง "
    " อะไรกัน , ข้าแค่เข้ามาแล้วตะโกนบอกให้รู้ ข้ายังไม่ทำอะไรสักอย่าง " เสี่ยวเยี่ยนจื่อพูดงอน ๆ ค้อนปะหลักปะเหลือก
    หย่งจ้าวยืนอยู่ข้างหลังเขามองนางยิ้ม ๆ พลางคิดในใจว่า " นางเป็นเด็กสาวที่น่ารักจริง ๆ "
    " เจ้าพูดเองนะ เสี่ยวเยี่ยนจื่อว่าเจ้ายังไม่ได้ทำอะไร แสดงว่า 99.9% ข้างหน้า พวกเรามีโอกาสเดือด ร้อนแน่นอน " หลิวหงพูดยิ้ม ๆ
    " เจ้าพูดราวกับว่าความเดือดร้อนกับข้าเป็นเพื่อนสนิทกันยังงั้นแหละ ถ้าข้าไปที่ไหนมันก็จะไปกับข้า ด้วยตลอด " เสี่ยวเยี่ยนจื่อตัดพ้อ
    " ไม่รู้เหรอ ก็ข้าพูดความจริงนี่นา " หลิวหงแหย่ยิ้ม ๆ
    " ถ้าข้ารู้ว่า เจ้าไม่ต้อนรับ , ข้าไม่มาก็จะดี " นางพูดงอน ๆ ทำหน้าเชิดพร้อมกับทำท่าหันหลังกลับ ทันใดนั้นใครคนหนึ่งก็โผล่มาจากอีกด้าน
    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้ายังไม่เจอข้าเจ้าจะกลับแล้วหรือ "
    " เซียวเจี้ยน " เสี่ยวเยี่ยนจื่อหันมาเห็นเป็นเซียวเจี้ยนนางก็ยิ้มออกรีบเข้าไปโอบกอดที่เอวทันที
    " เจ้าไม่ดีใจหรอที่พบข้าเสี่ยวเยี่ยนจื่อ " เซียวเจี้ยนหัวเราะและถามน้องสาวยิ้ม ๆ
    " แน่นอน , ใครบ้างไม่ดีใจที่ได้พบท่าน , หากข้าไม่ได้พบท่านข้าคงเสียใจไปทั้งวันแน่ จริงหรือ เปล่า ฉิงเอ๋อ ? " เสี่ยวเยี่ยนจื่อพูดจบด้วยการหันมาล้อฉิงเอ๋อ
    ฉิงเอ๋อที่ยืนอยู่ข้างหน้าเซี่ยวเจี้ยน ก้มหน้าที่แดงขึ้นด้วยความอายลงมองพื้นทันที
    จากนั้นทุกคนก็ขึ้น ไปยังห้องโถงข้างบนเพื่อเป็นการส่วนตัว ในห้องถูกตกแต่งด้วยภาพเขียนงดงาม และมีโต๊ะกลมตัวใหญ่อยู่ตรงกลาง
    " เอ๊ะ ! แล้วหย่งฉีไปไหนเสียล่ะ " เซี่ยวเจี้ยนถามขณะที่กวาดสายตาไปรอบ ๆ
    " หย่งฉีพาหลินเหยาไปซื้อของที่ตลาด " เสี่ยวเยี่ยนจื่อตอบ
    " หลินเหยา , นางเป็นใคร ? " จินสั่วถามขึ้นทำหน้าฉงน
    " นางเป็นองค์หญิงคนหนึ่งน่ะ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อตอบ แล้วหันไปคว้าแอ๊ปเปิ้ลผลหนึ่งที่วางในถาดผลไม้ บนโต๊ะขึ้นมากัดไปคำหนึ่งแล้วนางก็ร้องออกมา " แอ๊ปเปิ้ลนี่อร่อยมากเลย , หลิวหงเจ้าซื้อมาจากที่ ไหนเหรอ "
    " ซื้อมาจากแผงใกล้ ๆ หอผูกมิตรนี่เอง " หลิวหงตอบ
    " แล้วเจ้าอย่าลืมเตือนข้าให้ซื้อกลับไปด้วยนะ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อพูดพร้อมทั้งกัดแอ๊ปเปิ้ลกินอย่างอร่อยแต่ แล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้นางหันไปทางหย่งจ้าวก็ตกใจร้องออกมา
    " เอ๊ะ ! หย่งจ้าวหายไปไหนแล้ว " พูดจบเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ก็วิ่งออกไปตามหานางเห็นหย่งจ้าวกำลัง ยืนคุยกับลูกค้าคนหนึ่งข้างล่างนั่นเอง นางจึงถอนหายใจโล่งอกเพราะคิดว่าหย่งจ้าวหายไป นางเกรงว่า เขาจะหลงทางในเมืองนี้ จากนั้นจึงเรียกให้เขาขึ้นมารวมกับทุกคน
    " ทุกคน , นี่คือหย่งจ้าว " เสี่ยวเยี่ยนจื่อแนะนำเอามือแตะแขนหย่งจ้าว , แล้วทำปากให้สัญญาณว่า องค์ชายสอง ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
    ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อเดินไปเปิดประตูพอเห็นว่าเป็นใครก็ร้องอย่างอย่างดีใจ " จื่อเว่ย เอ่อคัง นางตรงไปกอดจื่อเว่ย แล้วถอยออกมามองนางยิ้ม ๆ แล้วกล่าวต่อ
    " ว๊าว ! จื่อเว่ยท้องของเจ้าโตขึ้นมากแล้วนะ " ว่าแล้วก็เอามือลูบท้องจื่อเว่ยเบา ๆ พลางพูด
    " ว่าไงจ๊ะ หลานตัวน้อย ๆ เอ ...... หลานสาวหรือว่าหลานชายกันน๊า ? " ทุกคนพากันหัวเราะคำพูดของ นาง
    ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น , เซียวเจี้ยนซึ่งอยู่ใกล้ประตูที่สุดจึงเปิดประตูจึงพบหลินเหยายืนอยู่กับ หย่งฉี เขาเบิกตามองนางในใจคิดว่า " เขาเคยเห็นนางที่ไหนกันนะ เขามีความรู้สึกว่าคลับคล้ายคลับครา แล้วจึงถอนสายตาไปยังหย่งฉี
    ฉิงเอ๋อ ซึ่งมองเหตุการณ์อยู่ตลอดเห็นเซียวเจี้ยนมองหลินเหยาเขม็ง นางรู้สึกเกิดความหึงขึ้นมาในใจและน้อยใจ จึงเสเดินไปที่หน้าต่างผลักหน้าต่างเปิดออก แล้วพยายามเพ่งความสนใจไปยังภาพข้างนอกเบื้องล่าง แต่หูของนางก็ได้ยินเสียงเซียวเจี้ยวพูดคุยอยู่กับ หลินเหยา
    ฉิงเอ่อ จึงเดินเลี่ยงออกไปและพูดเบา ๆ ว่า " ข้าจะขอตัวออกไปรับอากาศข้างนอกสักหน่อย "
    จื่อเว่ยกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อต่างมองหน้ากันอย่างมีความหมายและเข้าใจทั้งสองพยักหน้าให้กัน แล้วจื่อเว่ยก็กล่าวว่า
    " ข้าก็อยากไปสูดอากาศข้างนอกเหมือนกัน
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อได้ยินก็เอ่ยบ้างว่า " ข้าก็เช่นกัน ”
    แล้วทั้งสองก็จูงมือกันออกไปจากห้องโถง คนอื่น ๆ มองหน้ากันอย่างงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น
    ไม่ทันไรเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็เดินแกมกระโดด เข้ามาในห้องยื่นหน้ามาให้หลิวหงแล้วกล่าว
    " หลิวหง , จ้าไปเตรียมอาหารมาทานดีกว่า , ข้าหิวตาลายแล้วนะนี่ " พูดพลางเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็เอามือลูบท้อง ทันใดนั้นนางก็เหลือบไปเห็นจานแอ๊ปเปิ้ลบนโต๊ะนางจึงรีบก้าวไปหาและหยิบแอ๊ปเปิ้ลผลหนึ่งกัดทานอย่างเอร็ดอร่อยอีกผลหนึ่ง
    หย่งจ้าวซึ่งมองนางอยู่อย่างไม่วางตา เห็นท่าทางของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เขายิ้มอย่างเอ็นดูและส่าย ศรีษะขณะที่หย่งฉีก็จ้องมองพี่ชายของเขาอย่างเขม็ง
    ทั้งสองคนไม่พ้นจากการสังเกตของเอ่อคัง เขา กำลังคิดว่าหากหย่งฉีสามารถใช้สายตาฆ่าคนได้ หย่งจ้าวคงตายไปแล้วแน่
    เอ่อคังจึงเอ่ยกับหย่งจ้าวขึ้นว่า " หย่งจ้าว , ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ? "
    " ข้าก็สบายดี " หย่งจ้าวตอบ
    " ในเมืองเป็นอย่างไรบ้าง แตกต่าง จากเมื่อ 5 ปีก่อนบ้างไหม ? " เอ่อคังถามต่อ
    " ทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก , บ้านเมืองสวยงามขึ้นกว่าเดิม และยังไม่นับถึง….บางคนด้วย .... " เขาตอบอย่างมีความนัย

    ภายนอกของหอผูกมิตร
    " ฉิงเอ๋อ ..... เจ้าสบายดีหรือเปล่า " จื่อเว่ยถามด้วยความเป็นห่วง
    " ข้าสบายดี ...... สบายดีจริง ๆ " ฉิงเอ๋อ ตอบแต่ก้มหน้ามองพื้น จื่อเว่ยจึงถามต่อ
    " ถ้าสบายดี ทำไม เจ้าจึงหนีออกมาอยู่ข้างนอกล่ะ ? เจ้าอยากจะคุยอะไรกับเราบ้างไหม ? เรายินดีช่วยเจ้าเสมอนะฉิงเอ๋อ " จื่อเว่ยพูดอ่อนหวานจับมือฉิงเอ๋อไว้
    ทันใดนั้น , ฉิงเอ่อ ก็ร้องไห้ แม้ว่าจะไม่มีเสียงแต่น้ำตาของนางก็ไหลออกมา นางรีบหยิบผ้าเช็ดน้ำตาทันที จื่อเว่ยเห็นดังนั้นจึงพูดว่า
    ิ ,ดูสิ ถ้าเจ้าไม่มีอะไร ทำไมเจ้าถึงร้องไห้ด้วยล่ะ "
    " เปล่านะ ข้าไม่ได้ร้องไห้ , เศษผงเข้าตาข้าเท่านั้นเอง น้ำตาก็เลยไหลออกมา " ฉิงเอ๋อปฎิเสธ
    จื่อเว่ย ยืนอยู่ข้างหน้าฉิงเอ๋อ พลางจ้องมองด้วยสายตาที่เป็นห่วงอย่างจริงใจและพูดอย่างอ่อนโยน
    " ฉิงเอ๋อ .... เกี่ยวกับเซียวเจี้ยนใช่ไหม ? บอกข้าซิ"
    ฉิงเอ๋อก้มหน้ามองพื้นไม่ยอมเงยหน้าสบตาจื่อเว่ย
    " ฉิงเอ๋อ ! บอกกับข้า , พี่ชายของข้าทำอะไรให้เจ้าเสียใจ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อพูด " ข้าจะไปจัดการให้เจ้า เอง " พูดจบเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ทำท่าทางจะวิ่งเข้าไปหาเซียวเจี้ยนข้างใน แต่ฉิงเอ๋อจับแขนเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ไว้พร้อมทั้งรีบกล่าวว่า
    " ไม่ ไม่ เขาไม่ได้ทำอะไร ข้า ... เพียงแต่ข้ารู้สึกกังวลไปเอง "
    " กังวล .... เจ้ากังวลเรื่องอะไร ? " จื่อเว่ยถามอย่างสงสัย
    ฉิงเอ๋อถอนหายใจ " หมู่นี้ไทเฮาถามข้าบ่อย ๆ เกี่ยวกับเรื่องความรัก ข้าก็ตอบว่าข้ายังไม่มีใครอยู่ในหัวใจ ไทเฮาก็เลยอยากให้ข้าแต่งงานในไม่ช้า เพื่อข้าจะได้มีความสุขในชีวิต ข้าดูเจ้าทั้งสองต่างก็มีความสุข ได้อยู่กับคนที่เจ้ารักได้แบ่งปันทุกข์สุขซึ่งกันและกัน แต่ข้าไม่รู้ว่าจะโชคดีเหมือนเจ้าหรือเปล่า ข้า .... " นางพูดได้แค่นี้แล้วก็ทำตาแดงๆจะร้องไห้ขึ้นมาอีก
    " แต่เจ้ายังมีเซียวเจี้ยวลืมไปแล้วหรือ" เสี่ยวเยี่ยนจื่อพูดเอา มือโอบไหล่ฉิงเอ๋อปลอบใจ
    " เจ้าบอกว่าเราสองคนโชคดี แต่ข้าไม่คิดเช่นนั้นนะ " จื่อเว่ยพูดยิ้ม ๆ เอามือลูบท้องที่ตั้งครรภ์ 7 เดือน ของนาง " เจ้าลืมแล้วหรือว่าเราฝ่าฟันความยากลำบากมามากแค่ ไหนกว่าจะมาถึงวันนี้ "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อพูดเสริมขึ้น “ มีคนกล่าวว่าคามรักแท้มักจะไม่ราบรื่น และ ตอนนี้ความรักของเจ้าก็ไม่ราบรื่น ดังนั้นนี่ต้องเป็นรักแท้แน่ ๆ เลย และดังนั้นสักวัน เจ้าทั้งสองคนจะ ต้องสมหวังได้แต่งงานแล้วมีลูกด้วยกันสัก 20 - 30 คน ใช่ไหม ? "
    ฉิงเอ๋อหัวเราะคิกทันที " 20 - 30 คน เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ข้าเป็นคนนะ ไม่ใช่หมู " แล้วนางก็หยุด ไปชั่วขณะก่อนจะกล่าวต่อ " แต่ยังไงข้าก็ขอขอบใจเจ้าที่มักจะทำให้ใครที่อยู่ใกล้ ๆ หัวเราะได้เสมอ นี่เป็นพรสวรรค์ของเจ้าจริง ๆ "
    " แน่ล่ะ ! แล้วเจ้าไม่รู้เหรอว่าทำไมหย่งฉีถึงแต่งงานกับนาง " จื่อเว่ยพูดยิ้ม ๆ
    " เจ้าหมายถึง นางชอบทำให้เขายิ้มและหัวเราะเสมอใช่ไหม ? " ฉิงเอ๋อตอบ
    " อ๋อ ! ไม่ใช่หรอก ข้าหมายถึงการที่นางจะมีลูกได้ถึง 20 - 30 คนให้หย่งฉี ต่างหาก ”
    " เฮ้ ! แล้วอยู่ ๆ ทำไมมาลงที่เสี่ยวเยี่ยนจื่ออีกล่ะ หากรู้ยังงี้ ข้าไม่ออกมาที่นี่หรอก " เสี่ยวเยี่ยนจื่อพูด อย่างงอน ๆ เอามือกอดอก เชิดหน้าไปทางอื่น
    " เอาหละ ..... เอาหละ ข้าขอโทษ " จื่อเว่ยขอโทษและหัวเราะเบาะเอามือจับไหล่เสี่ยวเยี่ยนจื่อ แล้วกล่าวต่อ
    " ข้าว่าเราเข้าไปข้างในกันดีกว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ป่านนี้อาหารคงเสร็จแล้ว เดี๋ยวจะเย็นหมด "
    " ได้…. ข้าก็ชักจะหิวแล้วนะนี่ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อพยักหน้ายิ้ม แล้วทั้งสามคนก็ขึ้นไปข้างบนเมื่อเข้าไปถึง ห้องโถงซึ่งทุกคนอยู่พร้อมกัน เอ่อคังเห็นจื่อเว่ยจึงรีบมาประคองไปนั่งด้วยความเป็นห่วง ฉิงเอ๋อ เดินช้า ๆ อยู่ข้างหลัง ทันใดนั้นนางก็ลื่นและเซจะล้ม เซียวเจี้ยวรีบปราดมาประคองฉิงเอ๋อไว้ทันที
    " ฉิงเอ๋อ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ? " เขาถาม ฉิงเอ๋อเงยหน้าเมื่อสบตา เซียวเจี้ยวนางรู้สึกว่าแก้มร้อนผ่าว ด้วยความอายส่วนเซียวเจี้ยวจ้องนางไม่วางตาและยิ้มให้อย่างอ่อนโยน เสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งเดินไปดูอาหารเมื่อเห็นอาหารเสร็จนางจึงยกมาเสริฟ แต่ด้วยวิธีของนางที่ไม่เหมือนใคร
    " อาหารเสร็จเรียบร้อนแล้วจ้า…. " นางตะโกนขณะกระโดดลอยตัวขึ้นมาด้วยวิชาตัวเบาของนางในมือมี ชามอาหาร
    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ! " ทั้งหย่งฉี , หย่งจ้าว แล้วเซียวเจี้ยว ร้องตะโกนพร้อมกันและวิ่งออกมาด้วยความเป็น ห่วงในขณะที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อพาตนเองมายืนอยู่ใกล้ ๆ ทุกคนอย่างปลอดภัย ทุกคนส่ายหน้าอย่างอิดหนา ระอาใจพร้อมกับถอนหายใจอย่างหายห่วง
    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ , คราวหน้าเจ้าต้องใช้บันไดขึ้นลง อย่าทำให้พวกเราตกใจอีกได้ไหม ? " เซียวเจี้ยวดุน้องสาว
    " ก็วิธีนี้มันเร็วกว่านี่นา" นางเถียง " พวกเจ้าไม่ต้องห่วงวิชาตัวเบาของข้าดีขึ้นมากแล้ว "
    เมื่อเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่ได้รับอันตราย ทุกคนจึงกลับไปนั่งยังที่ของตัว และแล้วเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็กลับลงไปและขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับแกงจืดถ้วยหนึ่ง หย่งจ้าวเห็นก่อนเขารีบปราดเข้าไปรับถ้วยแกงจืดจากมือนาง เสี่ยวเยี่ยนจื่อยิ้มให้และกล่าว
    " ขอบคุณมาก " โดยไม่ได้สังเกตสายตาของหย่งฉีที่มองมาเขม็ง
    หลิวหง และ จินสั่ว ต่างก็ขึ้นมาร่วมกับทุกคน หลิวหงเตรียมจาน , ชาม และตะเกียบสำหรับทุกคน
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อมองหาที่ว่างเพื่อจะนั่ง หย่งจ้าวรีบก้าวไปอยู่ข้าง ๆ และนั่งบนเก้าอี้ที่ติดกับนางทันทีก่อนที่ หย่งฉีจะมาถึง
    หย่งฉีมองพี่ชายต่างมารดาและซ่อนความไม่พอใจเอาไว้ อย่างยากเย็น ก่อนจะเดินมานั่งเก้าอี้ข้าง ๆ หลินเหยา จื่อเว่ยซึ่งสังเกตดูอยู่นางรู้ใจพี่ชายของนางดี นางจึงลุกจากที่นั่งซึ่งติดกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อแล้วมาหาหย่งฉี พูดกับเขาว่า
    " ขอข้านั่งตรงนี้ได้ไหม ? ข้ามีเรื่องจะคุยกับหลินเหยาเล็กน้อย "
    หย่งฉียิ้มให้น้องสาว แล้วเดินไปนั่งข้างเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เมื่อเดินสวนกับจื่อเว่ยเขาแอบกระซิบกับนาง “ขอบใจมาก




    บทที่ 3 (ตอนที่ 2 )

    " เอาหละ ! เมื่อทุกคนมีที่นั่งพร้อมแล้ว เราก็เริ่มทานกันซะที " เอ่อคังพูดยิ้ม ๆ แล้วคีบอาหารใส่ชามให้ ภรรยา
    หย่งฉี คีบอาหารที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อชอบใส่ชามของนาง
    " นี่ปีกไก่ เจ้าชอบไม่ใช่เหรอทานเยอะ ๆ นะ "
    หย่งจ้าวเห็นอย่างนั้นจึงรีบคีบหมูตุ๋นใส่ชามนางบ้าง
    " นี่ก็อร่อยนะ เสี่ยวเยี่ยนจื่อลองสิ "
    หย่งฉีรีบตักครีบปลาฉลามที่นางชอบใส่ให้อีก
    " แต่เจ้าชอบครีบปลานี่ไม่ใช่เหรอ ? "
    ทันใดนั้นหย่งจ้าวก็ยื่นถ้วยแกงจืดที่แบ่งมาแล้วใส่อีก
    " เจ้าซดแกงจืดร้อน ๆก่อนดีกว่า "

    เสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งกำลังจะยกชามข้าวขึ้นพุ้ยใส่ปากจึงต้องนั่งนิ่ง ดูชามข้าวของตนเองซึ่งพูนไปด้วยกับข้าว ที่ทั้งหย่งฉี และ หย่งจ้าวแย่งกันตักใส่อยู่เรื่อย ๆ ทุกคนรอบ ๆ โต๊ะต่างมองดูทั้งสองคนที่ต่างเอาชนะกัน โดยเฉพาะ จื่อเว่ย กับ เอ่อคังที่พอจะเข้าใจในสถานการณ์และทั้งสองก็กำลังวิตกในใจ ทันใดนั้นเสียงเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ดังขึ้น
    " หย่งฉี , หย่งจ้าว " นางมองหน้าทั้งสองคน, ถอนหายใจหนักๆแล้วกล่าวต่อ
    " ข้าบอกว่าข้าหิว , แต่ข้าไม่ถึงกับหิวจนตาลายขนาดนี้ แล้วดูสิพวกเจ้าตักอะไรต่ออะไรมาให้ข้าตั้งมากมาย
    จนจะกลายเป็นภูเขาอยู่ในชามของข้าแล้วนะ เดี๋ยวคนอื่นก็ไม่ต้องทานกันพอดี "

    ดูเหมือนมีแต่เสี่ยวเยี่ยนจื่อที่ไม่สังเกตเห็นถึงสงครามเย็นระหว่างสององค์ชายที่กำลังจะก่อตัวขึ้น นางลุกขึ้นเดินไปที่แต่ละคนแล้วแบ่งอาหารของนางให้
    " จื่อเว่ย , เจ้าต้องทานเห็ด และผักมาก ๆ นะดีต่อสุขภาพ "
    “หลินเหยา เจ้าชอบทานอะไร แบ่งของข้าไปนะ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อถาม
    " ไม่ล่ะ ขอบคุณ ... แต่ข้าไม่ค่อยหิว " หลินเหยาตอบอย่างเรียบๆ
    " ตกลง , อย่างนั้น เซียวเจี้ยวเจ้าแบ่งกับข้าวจากข้าไปบ้างไหม "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อกำลังเดินไปที่พี่ชาย ทันใดนั้น นางก็เสียหลักเซจนเกือบจะล้มลง ทุกคนที่โต๊ะต่างตกใจลุกขึ้นพร้อมกันจนแทบกระโดดเพื่อจะไปช่วยนาง เสี่ยวเยี่ยนจื่อทรงตัวได้ก่อนจะล้มลง นางหัวเราะแล้วรีบบอก

    " ไม่ต้อง, ไม่ต้อง แหม!… ข้าไม่เป็นไรสบายมาก ทำไมทุกคนต้องยุ่งยากด้วยนะ "
    นางบ่น ในขณะที่ทุกคนถอนหายใจพร้อมกัน โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น สายตาของหลินเหยาซึ่งกำลังมองเสี่ยวเยี่ยนจื่ออยู่ด้วยสายตาที่อิจฉา ที่ทุก คนต่างก็แสดงอาการเป็นห่วงเสี่ยวเยี่ยนจื่ออย่างมาก
    " นางมีแต่คนรักและห่วง ทั้งหย่งฉี และหย่งจ้าว ต่างแย่งกันเอาใจ ดีล่ะ ไม่นานหรอก….นางจะไม่เหลือใครเลย คอยดูไปเถอะ " หลินเหยาคิดในใจ แล้วเดินเงียบ ๆ ออกไปจากห้อง นางไม่สามารถทนดูใครๆโดยเฉพาะหย่งฉีที่เอาอกเอาใจและแสดงความห่วงใยเสี่ยวเยี่ยนจื่อออกนอกหน้า

    หลังจากนั้นไม่กี่นาที เมื่อทุก คนกลับเข้าประจำที่ของตนแล้ว เสี่ยวเยี่ยนจื่อก้มลงมองไปที่ชามข้าวของตน อย่างรู้สึกเบื่อ ๆ นางวาง ตะเกียบลงบนชามแล้วถอนหายใจเบา ๆ เซียวเจี้ยวเห็นกริยาของน้องสาวจึงกล่าวว่า
    " เป็นอะไรไปเหรอ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ปกติเจ้าทานข้าวทีละ 2 ชามแต่วันนี้เจ้าแทบจะไม่แตะเลยก็อิ่มซะแล้ว” เขามองนางด้วย สายตาห่วงใย
    " ข้ารู้สึกเบื่อและไม่อยากทานข้าวกระทันหัน " เสี่ยวเยี่ยนจื่อตอบแล้วมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วสายตาก็ ไปหยุดลงที่ จานแอ็ปเปิ้ลบนโต๊ะ
    " ข้าจะออกไปข้างนอก ...... ซื้อแอ๊ปเปิ้ลสักหน่อย เดี๋ยวจะกลับมา อีกสัก 20 นาที พบกับข้าที่หน้าหอผูกมิตร ตกลงนะ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อกล่าวกับทุกคน ทันใดนั้นหย่งฉีและหย่งจ้าวก็ลุกจากที่นั่ง
    " ข้าไปด้วย " ทั้งสองพูดพร้อมกัน

    เสี่ยวเยี่ยนจื่อหันกลับมากล่าวว่า " ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ไปก่อเรื่องหรอกน่า ข้าสัญญา คือ ..…. ข้าอยาก อยู่คนเดียวบ้าง " นางพร้อมกับส่งสายตาให้เซียวเจี้ยนช่วย จื่อเว่ยที่เข้าใจความต้องการของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ดีนางมองไปทางเอ่อคัง ซึ่งเอ่อคัง ก็เข้าใจความหมายของภรรยา เขาจึงกล่าวขึ้น
    " หย่งฉี , หย่งจ้าว ข้าว่าปล่อยให้นางไปเถอะ อีกอย่างพวกเราก็ยังทานข้าวไม่เสร็จด้วย "
    " ใช่ , วรยุทธของนางก็ดีขึ้นมากคงไม่เป็นไรหรอก ปล่อยนางไปสักพักเถอะ” เซียวเจี้ยวพูดเสริมขึ้น ทั้ง ๆ ที่ในใจก็เป็นห่วงน้องสาวอยู่บ้างเหมือนกัน
    หย่งฉี ถอนหายใจกับตัวเองเบาๆ เมื่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อเดินออกไปนอกห้อง เขารู้สึกเป็นห่วงนางมากแต่อีกใจ หนึ่งเขาก็คิดว่า " อย่างน้อย นางก็ปลอดภัยจากหย่งจ้าวพักหนึ่ง "

    ทันใดนั้น ทุกคนก็ต้อง และหันไปดู อีกครั้งเมื่อเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อวิ่งกลับมาที่ห้องอีกครั้ง นางยิ้มแห้ง ๆ กล่าวว่า
    " หย่งฉี ข้าไม่มีเงินติดตัวเลย เอ่อ ... ข้า " ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบ หย่งฉีก็ยิ้มอย่างใจดี หยิบถุงเงิน ออกมาเดินไปหาภรรยาแล้วเอาถุงเงินใส่มือนาง
    " เที่ยวให้สนุกนะ , และระวังตัวด้วย " หย่งฉีกล่าวอย่างอ่อนโยนแล้วยิ้มให้
    " ข้าจะระวังตัว ไม่ต้องห่วง " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ตอบแล้วหันหลังวิ่งออกไปทันที

    ในที่สุดนางก็มาหยุดยืนอยู่ที่ถนนไม่ห่างจากหอผูกมิตรนัก นางมองไปที่ร้านขายผลไม้และมี แอ๊ปเปิ้ลสีแดงน่าทานรวมอยู่ด้วย เสี่ยวเยี่ยนจื่อยิ้มด้วยความดีใจคิดในใจว่า
    " ว๊าว ! นั่นไงของโปรดข้า เห็นแล้วข้าชักหิวแล้วสิ บางทีข้าจะซื้อไปฝากเสด็จพ่อด้วย "
    คิดดังนี้แล้วนางจึงตรงเข้าไปเลือก แอ๊ปเปิ้ลจำนวนหนึ่ง ส่งให้เจ้าของร้านใส่ถุง แล้วจ่ายเงินให้ จากนั้นนางก็ยืนคิดต่อไป
    " เอ ! แล้วข้าจะไป ไหนต่อดีล่ะนี่ " นางมองไปรอบ ๆ เวลานี้เริ่มมืดแล้วและร้านค้าต่าง ๆ ก็ปิดลงเป็นส่วนใหญ่ เสี่ยวเยี่ยนจื่อถอนหายใจพลางคิดอย่างขัดเคือง
    " ไม่แปลกใจเล๊ย!… ว่าทำไมพวกเขาปล่อยให้ข้าออกมาคนเดียวก็ตอนนี้ร้านค้าต่างก็ปิดหมด ผู้คนก็ไม่ เหลืออยู่เลย เฮ้อ ! แล้วข้าจะไปสนุกอะไรกับใครได้”

    ทันใดนั้น ; นางก็ได้ยินเสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น จึงเหลียวไปดูก็พบชายชราคนหนึ่งสวนเสื้อผ้าเก่า ๆ นั่งอยู่มุมถนน ชายคนนั้นยืนมือออกมาเหมือนจะขอเศษเงิน เสี่ยวเยี่ยนจื่อจึงเดินเข้าไปหาเขานางยืน อยู่นิ่งอยู่ชั่วขณะนี้นางกำลังคิดถึงตัวของนางเองในอดีตซึ่งเคยอยู่สภาพเดียวกับชายชราคนนี้ นางเคย ทุกข์ยากลำบาก เคยต้องขอเศษเงินจากคนอื่นเพื่อเลี้ยงชีวิต นางเคยต้องนอนข้างถนนเช่นเดียว กับชาย คนนี้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อนึกถึงตนเองตอนเด็ก ๆ ซึ่งถูกขายต่อให้กับคนอื่นหลายทอดตลอดระยะเวลานั้น นางต้องทนทุกข์ทรมานมาก และชายคนนี้ก็คงเช่นกัน
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อจึงหยิบถุงเงินออกมาแล้วยื่นส่งให้ชายคนนั้นพร้อมกับกล่าว
    " เจ้ารับเงินนี่ไปเถอะ "
    ชายชรายิ้มให้และพูดว่า " ขอบคุณ .….ขอบคุณเหลือเกินที่แม่นางกลับมาอีกครั้ง ....ข้าอยากจะช่วยทำนายเหตุการณ์ในอนาคตให้ท่าน ตกลงไหม ? "
    " ไม่ต้องหรอกนะ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อตอบ
    " แต่ข้าอยากทำนายให้ท่าน .…...ข้าคอยท่านมานานแล้วในที่สุดท่านก็มา " เขากล่าว
    " หมายความว่าอย่างไร ? .....ที่ท่านว่าคอยข้ามานานแล้ว " เสี่ยวเยี่ยนจื่อถามอย่างสงสัย
    " ตามข้ามา ,แม่นางเสี่ยวเยี่ยนจื่อ แล้วท่านจะทราบ " ชายชราบอกและมองหน้านาง เสี่ยวเยี่ยนจื่อขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ
    " เขารู้ชื่อของข้าได้อย่างไรนะ " หลังจากนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แต่ในที่สุดนางก็เดินตามชายผู้นั้นไปท่ามกลางความมืดของ กลางคืน เขาพานางเดินเข้าไปในกระท่อมแห่งหนึ่ง เมื่อเข้าไปแล้ว เขายิ้มให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อและกล่าวว่า
    " เชื่อใจข้าเถอะ ข้าไม่คิดร้ายต่อนางแน่นอน "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อยิ้มให้เล็กน้อยและตอบว่า " ข้าดู ๆ ท่านก็ไม่ใช่คนร้าย , ข้าออกมาเดินข้างนอกบ่อย ๆ ข้าพอดูคนออก ท่านเป็นคนดีคนหนึ่ง

    แต่ขณะเดียวกัน เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็คิดว่า นางเคยพบชายชราคนนี้ที่ไหนมาก่อน นางรู้สึกว่าหน้าตาของเขาดูคุ้น ๆ แต่นางก็คิดไม่ออก ทันใดนั้นเขาก็พูดขึ้น
    " แม่นาง , ฟังข้าให้ดี ๆ .... " เขาหยุดพูดชั่วครู่ จึงกล่าวต่อไป
    " ขณะนี้ , ในเวลานี้ ท่านมีชีวิตที่สุขสบายมาก , มีครอบครัวที่ดี , มีสามีที่แสนดี ในที่สุดท่านก็ได้พบกับ ความสุข หลังจากที่เคยลำบากมานาน .... " เขาพูดเสียงเนิบนาบแต่เคร่งขรึม
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ รู้สึกว่า นางเริ่มสนใจขึ้นบ้างแล้ว นางจึงตัดสินใจฟังเขากล่าวต่อไป
    " แต่ทุกอย่างไม่ราบรื่นเสมอไป , ความทุกข์กำลังจะมาเยือนท่าน , ทุกอย่างที่ท่านเชื่อมั่นในชีวิตจะสูญ หายไปสิ้น .... "
    ชายชราพูดเสียงเบาทว่าหนักแน่นม องหน้าเสี่ยวเยี่ยนจื่อแน่วแน่
    " ชายคนนี้กำลังพูดเรื่องอะไรกันนะ ? " เสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้สึกงง ยิ่งขึ้น
    " ข้ารู้ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่..... ท่านคงไม่เชื่อที่ข้าพูดในเวลานี้ ...... แต่ข้าขอเตือนท่าน เวลานั้นจะมา ในไม่ช้า ข้าขอบอกท่าน ท่านจะมีการเดินทางยาวนานอยู่ข้างหน้า นับจากนี้ไป , ขอให้ระวัง .... แม่หนู , มีศัตรูอยู่มากมาย ... แต่ผู้หนึ่งที่ทำให้ท่านเจ็บปวดที่สุดก็คือคนที่ใกล้ชิดกับท่านที่สุด แต่ขอ ท่านอย่ายอมแพ้ ...... และอย่าหุนหัน ..... บางครั้งท่านควนปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามโชคชะตา และจงจำไว้อีกครั้งว่า อย่าได้ยอมแพ้ .... อย่าหมดหวัง " ชายชราพูดด้วยเสียงจริงจัง

    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ มองชายชราด้วยสายตาที่ไม่รู้ว่านางควรเชื่อคำพูดของเขาหรือไม่ ชายชราเป็นแค่ขอทาน และเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่ง แต่น้ำเสียงและหน้าตาของเขาเวลาพูดช่างน่าเชื่อถือเหลือเกิน
    " จำไว้ว่า จากนี้ไปแม่นางต้องระวังตัวให้ดี " ชายชราพูดขึ้นอีก เสี่ยวเยี่ยนจื่อนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วใน ที่สุดนางก็คิดในใจว่า
    " หย่งฉี เอ่อคัง เซียวเจี้ยว และพวกนั้น จะต้องส่งคนมาล้อข้าเล่นแน่นอนเลย " เมื่อคิดได้ดังนี้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ยิ้มออกนางพยักหน้ากับชายชราแล้วกล่าวว่า
    " ตกลง , ข้าจะระวังตัว "
    ชายชรา พยักหน้าช้า ๆ และกล่าว " ขอให้ท่านโชคดี " ทันใดนั้น เขาก็หยิบผ้าขาวผืนหนึ่งขึ้นมา เขาเอาผ้าผืนนั้นปิดปาก เสี่ยวเยี่ยนจื่อ อย่างรวดเร็ว นางร้องขึ้นด้วยความตกใจแต่เสียงของนางไม่ออกมาเลย แล้ว ในที่สุดทุกอย่างก็มืดสนิทสำหรับนาง////




    บทที่ 4
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นและขยี้ตาตนเอง " ทำไมเตียงนอนมันถึงแข็งอย่างนี้ล่ะ " นางคิดในขณะที่ยังมึนๆ
    " โอ๊ะ ! ..... นี่มันหินนี่นา นี่ข้ามานอนบนพื้นหินได้ไงเนี่ย ? " เสี่ยวเยี่ยนจื่อรีบลุกขึ้นนั่งทันทีเหลียวมองไปรอบ ๆ
    " แล้วนี่ข้ามาหลับอยู่ข้างถนนได้ไง… " ทันใดนั้นนางก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อครู่ก่อนจะสลบไป ค่อยๆลำดับภาพเหตุการณ์ต่างๆ นึกถึงชายชราคนนั้น นึกถึงคำพูดต่าง ๆ ของเขา
    " หรือว่ามันเป็นความฝัน ใช่แล้วข้าฝันไปแน่ ๆเลย " นางคิด ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
    " แม่นาง ........... ขอโทษด้วย " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เงยหน้าขึ้นก็เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ นางรับกระดาษแผ่นนั้นมาและกล่าวขอบใจ เมื่อเด็กคนนั้นหันหลังเดินจากไปนางจึงคลี่กระดาษดู ในนั้นมีลายมืออ่านง่ายเขียนว่า
    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อที่รัก
    ข้าเขียน จม. นี้มาเพื่อขอโทษเจ้าที่ทำให้เจ้าหมดสติไป แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเจ้าเพียงแต่อยากช่วยเจ้า และจำไว้ว่าปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามโชคชะตาเถอะ แต่ขอให้มีความมั่นใจในตัวเองแล้วเจ้าจะประสบชัยชนะในที่สุด…….. จากเพื่อนของเจ้า”
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ถอนหายใจอีกครั้งและบ่นกับตัวเอง
    " แล้วข้าจะทำไงดีนะ ว้า…. หากรู้ว่าจะเจอเรื่องประหลาด ๆ แบบนี้ ข้าคงไม่ออกมาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะหย่งฉีทีเดียวไม่น่าให้เงินข้ามาเลย "
    นางคิดแบบพาล ๆ ตามประสาของนางตามเคย แต่แล้วนางก็หัวเราะกับตัวเอง
    " ไม่หรอก บางทีใครบางคนอาจแกล้งข้าเล่นสนุก ๆ ก็ได้ " ทันใดนั้นเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็เอามือกุมท้อง
    " โอ๊ย ! ตอนนี้ข้าชักหิวแล้วสิ " พูดจบนางก็ล้วงแอ๊ปเปิ้ลจากถุงออกมากัดกินอย่างหิวโหย ขณะที่ใจก็ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งประสบมา สายตาของเสี่ยวเยี่ยนจื่อกวาดไปรอบ ๆ บริเวณนั้น และรู้สึกว่า ถนนและบ้านเรือนดูคุ้นๆตา นางจึงเดินช้า ๆ ไปอย่างสำรวจ แล้วก็ฉุกคิดขึ้นได้ " เอ๊ะ ! ที่ตรงบริเวณนี้มีเพิงเล็ก ๆ นี่นา เพิงเล็ก ๆ ที่ชายชราคนนั้นพาข้าเข้าไปแล้วทำนายดวงชะตาให้ข้า แต่ตอนนี้เพิงหลังนั้นมันหายไปไหนแล้วล่ะ
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ รู้สึกงุนงงยิ่งนัก ในที่สุดก็คิดสรุปในใจ
    " ฝัน…..ข้าฝันไปแน่ ๆ เลย " แล้วนางก็นึกขึ้นมาได้อีก " แล้ว จม. ฉบับนั้นล่ะ ? "
    แต่พอเอามือล้วงในกระเป๋าก็พบกระดาษ จม. แผ่นนั้นยังคงอยู่ เสี่ยวเยี่ยนจื่อเหลียวมองยังเบื้องหน้าซึ่งมีแสงของพระจันทร์สาดส่องสลัว ๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงคล้ายฝีเท้าคนกำลังเดินมาจากมุมถนนใกล้ ๆ
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อรีบหลบเข้ามุมถนนอีกด้านหนึ่ง และเอาถุงแอ๊ปเปิ้ลพาดบนบ่าในท่าเตรียมพร้อม รอจนเงาของคนกลุ่มนั้นเข้ามาใกล้แล้วตัดสินใจแล้วทุ่มถุงแอ๊ปเปิ้ลออกไป แต่โชคร้ายถุงทั้งถุงกลับตวัดกลับมายังตัวนางเอง เสี่ยวเยี่ยนจื่อยิ่งอารมณ์เสียจึงกระโดดเข้าเตะไปยังร่างของคนๆหนึ่งที่เดินเลี้ยวเข้ามาข้างหน้ารู้สึกได้ว่านางได้เตะโดนบริเวณท้องของเขา เสี่ยวเยี่ยนจื่อกระโดดหมุนกลับมายืนในท่าเตรียมพร้อมอีกครั้ง ชายสองคนที่เดินคู่กันมาต่างย่างเข้ามาหา เสี่ยวเยี่ยนจื่อตัดสินใจกระโดดหมุนตัวในอากาศ เตรียมจะกระโดดถีบไปยังร่างที่ก้าวเข้ามาก่อน ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้น
    " หย่งฉี , ระวัง ! "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เบิกตากว้าง ที่แท้คนที่นางเตะไปโดนตอนแรกก็คือสามีของตัวเอง นางกลับตัวอีกครั้งกระโดดถีบไปยังกำแพงข้าง ๆ แล้วกลับตัวมายืนบนพื้น และแล้วก็นึกถึงแอ๊ปเปิ้ลขึ้นมาได้ นางมองดูแอ๊ปเปิ้ลที่กลิ้งกระจัดกระจายบนพื้นพลางนึกในใจด้วยความเจ็บใจแกมเสียดาย
    " โอ ! ไม่นะ แอ๊ปเปิ้ลของข้า ! " อุทาน แล้วจึงก้มตัวลงเพื่อจะเก็บมันใส่ถุงอีกครั้ง
    " เจ้าเป็นใคร ? ถึงกล้ามาจู่โจมเราก่อน " เสี่ยวเยี่ยนจื่อจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของเซียวเจี้ยน พี่ชายของนางนั่นเอง
    " เจ้ารู้ไหมว่า เจ้าอาจถูกทางการจับเข้าคุกได้ " เป็นเสียงของเอ่อคัง เขาทำเสียงดังขู่อย่างน่ากลัว เสี่ยวเยี่ยนจื่อนึกขำ
    " ว๊าว ! เอ่อคังทำเสียงน่ากลัวแบบนี้เป็นด้วยเหรอ " และแล้วก็เห็นว่า ข้างหลังเอ่อคังเป็นจื่อเว่ย
    “ อ๋อ ! จะปกป้องเจ้าหญิงของเขานั่นเอง นั่นสิเมื่อกี้ถึงไม่เข้ามาร่วมต่อสู้กับข้า ฮิ .. ฮิ .. "
    นางก็มองคนที่อยู่ถัดไปอีก " แล้วดูนั่นสิ ฉิงเอ๋อหลบอยู่ข้างหลังเซียวเจี้ยนนี่นา พี่ชายข้ากำลังรับบทเป็นพระเอกปกป้องนางเอกของเขาอยู่ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อแอบหัวเราะคิก
    " เจ้าเป็นใคร บอกมานะ เจ้าไม่มีสิทธิ์จะมารังแกคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่แบบนี้ "
    เสียงหย่งฉีพูดออกมาดุๆ เสี่ยวเยี่ยนจื่อนึกอยากเล่นสนุกอีกแล้ว นางจึงตอบไปด้วยเสียงดัดให้ต่ำทุ้มว่า
    " ทูลองค์ชายห้า ข้าน้อยไม่ตั้งใจจะล่วงเกินแต่ทำไปเพื่อปกป้องตนเอง ข้าน้อยผิดด้วยหรือ ? "
    " เจ้ารู้ฐานะของเราได้ยังไง " จื่อเว่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจ
    " แน่นอน , ข้ายังรู้ด้วยว่า นางคือองค์หญิง จื่อเว่ย " เสี่ยวเยี่ยนจื่อดัดเสียงตอบ
    ถึงตอนนี้ , ทุกคนต่างช็อคที่คนแปลกหน้ารู้ฐานะของตน เมื่อเห็นท่าไม่ดี เอ่อคัง , หย่งฉี , หย่งจ้าว และเซียวเจี้ยนจึงพยักหน้าให้กันและตั้งท่าเตรียมพร้อม เสี่ยวเยี่ยนจื่อคิดในใจว่า
    " เห็นทีข้าจะได้เอาวิชาที่เซียวเจี้ยนสอนให้สองสามวันก่อนออกมาใช้บ้างแล้ว "
    แต่ยังไม่ทันที่นางจะเริ่มใช้วิชาที่ว่า ก็มีมืออันแข็งแกร่งของใครคนหนึ่งเอื้อมมาจับที่ไหล่ของนางและใครอีกคนก็เตะเข้าที่ข้อพับของขาข้างหนึ่งทำให้นางต้องทรุดตัวลงนั่งลงคุกเข่ากับพื้นทันที เสี่ยวเยี่ยนจื่อรวบรวมกำลังใช้วิชาตัวเบาของนางที่นับว่าก้าวหน้ากว่าเดิมมากกระโดดขึ้นไปยังหลังคาของตึกหลังหนึ่ง แต่คนกลุ่มนั้นก็กระโดดตามขึ้นมาทันที เสี่ยวเยี่ยนจื่อสปริงตัวขึ้นอีกครั้งหวังว่าจะฝ่าออกไปตั้งหลักอีกด้าน แต่ไม่พ้นมือข้างหนึ่งของหย่งฉีซึ่งคว้าไหล่ข้างหนึ่งของนางได้ แล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งบิดแขนของนาง ก่อนที่จะเจ็บตัวมากกว่านี้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงของตัวเอง
    " ตกลง , ตกลง ข้ายอมแพ้ " นางพูดไปพลางหายใจหอบอย่างเหนื่อยอ่อน
    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ " ชายหนุ่มทั้งสี่คนร้องออกมาพร้อมกันอย่างตกใจและไม่เชื่อ หย่งฉีรีบปล่อยมือทันที ทุกคนกรูเข้าไปหานางพร้อมกัน
    " ใช่ ..... ข้าเอง .... เสี่ยวเยี่ยนจื่อ " นางบอกไป
    "เสี่ยวเยี่ยนจื่อ , เจ้าเป็นอย่างไรมั่ง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ? " หย่งฉีรีบถามอย่างเป็นห่วง แล้ว สำรวจดู ภรรยาแสนซนของเขาตั้งแต่ศ๊รษะจรดเท้า
    " ไม่ , ข้าสบายดี ไม่ต้องห่วง " เสี่ยวเยี่ยนจื่อตอบ
    " เจ้าแน่ใจนะ " เอ่อคังถามย้ำ เสี่ยวเยี่ยนจื่อพยักหน้ารับ
    " โชคยังดีที่พวกเจ้าไม่รุมสกัมข้า ไม่งั้นข้าคงแย่แน่ " นางพูดต่อหน้าจ๋อย
    เซียวเจี้ยนพูดขึ้นบ้าง " ข้าคิดแล้วว่าคุ้น ๆ กับลีลาแบบนี้ของวรยุทธเจ้าที่ไหน เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเป็นเจ้า "
    " แต่ เจ้าก็เจ็บตัวเหมือนกันนี่ " หย่งจ้าวพูดด้วยความเป็นห่วง
    " ข้าสบายดี เพียงแต่เหนื่อยนิดหน่อยว่าแต่ว่า .... เราจะกลับกันได้หรือยังล่ะ "
    " ตกลง เราควรกลับกันได้แล้ว นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย เจ้าจะได้ไปพักผ่อน " หย่งฉีหยักหน้ามองภรรยาของเขาด้วยความเป็นห่วง
    ดังนั้นทุกคนจึงลงไปรวมตัวกันข้างล่าง หลังจากความตื่นเต้นระคนประหลาดใจในเรื่องเสี่ยวเยี่ยนจื่อแล้ว ทุกคนก็เดินทางกลับโดยรถม้าที่คอยอยู่ที่หอผูกมิตร

    บนรถม้า
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อถอนหายใจเฮือกและบ่นพึมพำ " สวรรค์ ! หากข้ารู้ว่าการได้บทเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ จะทำให้เหนื่อยขนาดนี้ ข้าคงไม่ออกมาแน่เลย แล้วทำไมพวกเจ้าถึงจำข้าไม่ได้ สู้กันตั้งนาน "
    " ทำไมเจ้าไม่บอกแต่แรกว่าเป็นเจ้าล่ะ " หย่งจ้าวถาม
    " ก็ข้าอยากลองวิชาดูบ้างน่ะ นานแล้วไม่ได้ออกกำลังกายเลย " เสี่ยวเยี่ยนจื่อตอบ
    " เจ้าคิดยังไงถึงเล่นตลกเช่นนี้ได้นะ " หย่งฉีบ่นพลางส่ายหน้า
    " เอาหล่ะ ! เอาหละ! เจ้าค่อยถามข้าพรุ่งนี้ได้ไหม ตอนนี้ข้ารู้สึกเหนื่อยมากและอยากนอนด้วย”พูดจบเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็หลับตาลงศีรษะพิงกับรถม้าเป็นการตัดบท ที่จริงแล้วนางเองก็ยังคิดไม่ตก ไม่รู้จะเล่าเรื่องแปลกๆ ที่พบมาคืนนี้ให้ใครฟังดีหรือไม่ด้วย
    หย่งฉีแม้จะอยากไต่ถามภรรยา แต่เขาก็รู้ว่าหากเสี่ยวเยี่ยนจื่อมีท่าทีเช่นนี้ หากเซ้าซี้ถามต่อไปอาจกลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาได้เขาจึงนิ่งเสีย

    เมื่อรถม้ามาถึงวังหลวง
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ลงจากรถม้า เหยียดแขนขาอย่างเมื่อยขบไปทั้งตัวและหาวด้วยความง่วง ทันใดนั้นหย่งจ้าวก็ก้าวมาใกล้ ๆ แล้วยื่นกล่องเล็ก ๆ ให้
    “เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ข้าซื้อให้เจ้านะ รับไว้ด้วย”
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อรับมาแล้วเปิดออกดู มันเป็นสร้อยทองเส้นเล็ก สวยงามมีจี้หยกรูปหัวใจห้อยอยู่ นางยิ้มและพูดกับหย่งจ้าว
    " ที่ท่านซื้อให้ข้ามันคงจะแพง ข้าขอบใจมาก สวยดี " พูดจบเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็เก็บมันไว้ในแขนเสื้อ แต่หย่งจ้าวยังคงยื่นอะไรอีกอย่างหนึ่งให้
    " แล้วยังมีอีก , นี่ผ้าเช็ดหน้าของเจ้าที่เมื่อเช้า ...... " เสี่ยวเยี่ยนจื่อตัดบทอย่างไม่สนใจนัก
    “ อ๋อ ผ้าผืนนี้ข้าไม่เอาแล้วล่ะทิ้งไปเถอะ ข้ามีตั้งมากมาย " หย่งจ้าวรีบเก็บผ้าผืนนั้นไว้ในอกเสื้อทันที
    จากรถม้า , หย่งฉีมองทั้งสองคนอย่างรู้สึกสงสัยพลางคิดในใจว่า
    " ทั้งสองคนนั้นคุยอะไรกันนะ " เขารู้สึกว่าอาการ " หึง " เริ่มขึ้นทีละนิดแล้ว แต่ทันใดนั้น เสียงหลินเหยาก็ดังขึ้น
    " หย่งฉี ช่วยรับข้าลงจากรถม้าด้วย "
    " อ๋อ ! เอ่อ..... ได้สิ " ว่าแล้วหย่งฉีจึงละสายตาจากภรรยากับพี่ชายเพื่อไปรับมือของหลินเหยา และฉิงเอ๋อลงจากรถ
    ในที่สุดทุกคนก็แยกย้ายกันกลับยังตำหนักของตนเพื่อพักผ่อน
    ---------------------------------------------------------------------------








    PS.  ท้องฟ้ากว้างใหญ่แผ่นดินกว้างไกล เธอคืออาทิตย์ที่สาดส่องฉันชั่วกาลนาน ขุนเขาไร้เหลี่ยมฟ้าดินประสาน เธอคือสวรรค์แห่งชีวิตฉันนั่นเอง
    Huan_Zhu_Ge_Ge New Member
    • Name : Huan_Zhu_Ge_Ge < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Huan_Zhu_Ge_Ge [ IP : 202.5.81.122 ]
    • Email / Msn: conan_alove(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 / 13:54
  • ความคิดเห็นที่ 3

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    บทที่ 5 (ตอนที่ 2)



    " ได้...... ได้ ....... เจ้าจะพูดกับข้าว่าเจ้าชอบหย่งจ้าวแค่ไหนยังไงก็ได้ตลอดทั้งวัน .... แต่พรุ่งนี้เจ้าจะต้องเอาสร้อยนั้นไปคืนเขาเสีย , ตกลงไหม " หย่งฉีกล้ำกลืนความเจ็บช้ำแล้วพูดอย่างข่มอารมณ์ที่สุด
    " ไม่ .... ไม่ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อตะโกนกลับทันควัน ที่จริงแล้วนางแค่จะเอาชนะ เพราะความเคยชินที่หย่งฉีอ่อนข้อให้เสมอมา
    หย่งฉีหมดความอดทนที่จะใจเย็นอีกแล้ว เขาตะโกนเสียงดังกลับบ้าง
    " เจ้าต้องทำตามที่ข้าบอก , และข้าไม่ต้องการให้เจ้าไปพบหย่งจ้าวอีก เข้าใจไหม ? "
    " เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครที่จะมาสั่งให้ข้าต้องทำยังไง , และข้าควรพบหรือไม่ควรพบกับใครอีก เพียงเพราะว่าเจ้าคือ องค์ชายห้า แม้ว่าเจ้าเป็นองค์ชายก็ไม่ได้หมายความว่า ข้าจะต้องฟังคำสั่งของเจ้าทุกอย่างข้าไม่ใช่เป็น..... เป็น.... คนรับใช้ของเจ้า แต่ข้าเป็นภรรยาของเจ้านะ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อเถียงเสียงดังไม่ยอมแพ้
    " ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ข้าว่าเจ้าเป็นคนรับใช้ , ตั้งแต่เจ้าเข้ามาทุกอย่างก็โกลาหลวุ่นวาย เจ้ารู้หรือเปล่าว่ากี่ครั้งแล้วที่ข้าต้องหนักใจเพราะเจ้า เดือดร้อนเพราะเจ้า ? ลืมได้เลยเรื่องการปฎิบัติตัวให้สมเป็นองค์หญิง เจ้าทำไม่ได้แม้เพียงทำตัวให้เป็นผู้หญิงที่มีเหตุผล ! " หย่งฉีไม่ยอมแพ้เช่นกัน
    " เจ้าด่าข้า , ตำหนิข้าแบบนี้อีกแล้วเหรอ ! บางที ข้าสงสัยว่าข้ามาแต่งงานกับเจ้าได้อย่างไง ? ..... ทำไมข้าไม่แต่งกับใครสักคนที่ดีแบบหย่งจ้าวนะ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อตะโกนใส่หน้าหย่งฉีด้วยคำพูดที่ไม่ยั้งคิด
    ทันใดนั้นเอง , หย่งฉีก็รู้สึกช็อคต่อคำพูดของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เขาไม่เคยคิดว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อจะกล่าวประโยคนี้ออกมา เขาอึ้งไปครู่หนึ่ง ในใจรู้สึกปวดร้าวยิ่งนัก ในขณะที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อยังยืนจ้องมองเขาด้วยดวงตาแข็งกร้าวเพราะความโกรธ นางรู้สึกโกรธและน้อยใจต่อคำพูดของหย่งฉี สิ่งที่หย่งฉีกล่าวก็คือจุดอ่อนของนาง เสี่ยวเยี่ยนจื่อจึงเอาชนะด้วยคำพูดโดยไม่ได้คิดว่าหย่งฉีก็ต้องมีความรู้สึกเช่นเดียวกันในคำพูดที่ไม่ยั้งคิดของนาง
    ใบหน้าของหย่งฉีซีดขาว เขายืนนิ่งอย่างนั้นครู่หนึ่ง และแล้วเขาก็หลบตาลงต่ำไม่มองหน้าเสี่ยวเยี่ยนจื่อและกล่าวเบา ๆ ขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจ็บช้ำ
    " ดีแล้ว , เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ได้…. เจ้าเก็บสร้อยเส้นนี้ไว้ ... และ .... และเจ้าสามารถพบกับหย่งเจ้าได้ทุกเมื่อที่เจ้าอยากพบหน้าเขา และเหากเจ้าว่างเจ้าก็คิดให้ดีว่าเมื่อไหร่ที่ข้าเคยด่าว่าเจ้าโดยไม่มีเหตุผล เมื่อไหร่ที่ข้าเคยพูดว่าเจ้าไร้การศึกษา ครั้งก่อนที่ เรา ทะเลาะกันเพราะข้าอยากให้เจ้ามีความรู้ อยากให้เจ้าเรียนหนังสือ แล้วเจ้าก็หนีข้าไป เจ้ารู้หรือเปล่าว่า ข้าเป็นห่วงและกังวลใจแค่ไหน และข้าต้องลำบากใจแค่ไหนทุกครั้งที่อ้อนวอนให้เจ้าเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่ควรรู้ ทุกอย่างที่ข้าทำลงไป ทุกอย่างที่ข้าขอร้องก็เพียงเพื่อความสุขของเจ้าในอนาคต เพื่อความปลอดภัยของเจ้าทั้งสิ้น ข้าขอเจ้ามากเกินไปหรือ ? "
    ทุกคำพูดของหย่งฉี น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจยิ่งนัก
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิดในคำพูดของสามี , นางเพิ่งรู้สึกเสียใจในคำพูดเมื่อครู่ของนางที่พูดออกไปด้วยความน้อยใจ
    " หย่งฉี ..... ข้า .... " เสี่ยวเยี่ยนจื่อพูดออกมาอย่างสำนึกผิด
    " ไม่ ... เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก ..…. เก็บสร้อยขององค์ชายสองไว้เถอะหากเจ้าพอใจมันมาก " หย่งฉีพูดเสียงทุ้มต่ำ เขาเงย มองหน้าเสี่ยวเยี่ยนจื่อนิ่งๆในดวงตามีแววปวดร้าว และแล้ว เขาก็เดินหันหลังเดินออกจากประตูไปเงียบ ๆ
    หยิง หยิง ซึ่งได้ยินคำโต้เถียงกันของทั้งคู่รีบเดินออกไปในความมืด ซ่อนตัวอยู่มุมหนึ่งมองดูหย่งฉี ซึ่งกำลังเดินออกไป พร้อมกับถอนหายใจอย่างหนักใจ หยิง หยิง เห็นเจ้านายทั้งสองอยู่ในสภาพนี้ นางก็ได้แต่ภาวนาขอให้เหตุการณ์กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว
    ทันใดนั้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็เดินออกมาและมองเห็นนางเข้าจึงเรียกนางถามว่า " เจ้ารู้ไหมว่าองค์ชายห้าเดินไปไหน ? "
    หยิง หยิง ตอบ " ทูลองค์หญิงเพคะหม่อมฉันคิดว่าองค์ชายห้าคงเดินไปทางสวนหลวงเพคะ "
    " ดีมาก ขอบใจ แต่คราวหน้าเจ้าพูดกับข้าไม่ต้องมากพิธีก็ได้นะ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อพูด พร้อมกับมองไปทางที่สาวใช้บอก ใจหนึ่งนางก็อยากจะเดินไปหาหย่งฉีแต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า " เป็นความผิดของเขา .….. ไม่ใช่ข้าสักหน่อย " ยืนอยู่ครู่หนึ่งแล้วนางจึงตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในตำหนักจิ่งหยาง เสี่ยวเยี่ยนจื่อเดินไปที่หน้าต่างเหม่อมองออกไปในความมืด น้ำตาไหลออกมาเป็นทาง ในใจครุ่นคิด
    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ , ไม่ต้องกังวลมาก นอนเสียสักตื่นหนึ่ง พรุ่งนี้ทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม " นางพยายามคิดปลอบใจตัวเองเพื่อให้สบายใจขึ้น แต่แล้วคำพูดของชายชราขอทานคนนั้นก็แวบผ่านเข้ามาในสมองอีกครั้ง
    " หรือว่าคำทำนายของท่านลุงคนนั้นจะเป็นจริง ! " นางคิดแต่แล้วก็สั่นศรีษะ " ไม่ .... เป็นไปไม่ได้มันเป็นแค่เรื่องสนุก ไม่มีทางเป็นจริงหรอก " เสี่ยวเยี่ยนจื่อสรุปกับตนเอง
    ---------------------------------------------------------------------------

    บทที่ 6 (ตอนที่ 1)

    ในบริเวณสวนหลวงของพระราชวัง
    หย่งฉี ทรุดตัวนั่งอยู่บนโขดหิน ทอดตาลงไปยังสระน้ำเบื้องหน้า
    ค่ำแล้ว ,ตามปกติแสงจันทร์และดวงดาวจะส่องสว่างไปทั่วบริเวณสวนแห่งนี้ ทำให้เห็นดอกบัวหลากสีที่ชูดอกอยู่เหนือสระน้ำงดงามยิ่งนัก แต่คืนนี้กลับมีเมฆสีเทามาบดบังแสงจันทร์และดวงดาวให้มืดหม่นคล้ายกับจะพลอยเศร้าหมองไปกับเขาด้วยกระนั้น คำพูดของ เสี่ยวเยี่ยนจื่อที่ตะโกนใส่เขาเมื่อครู่ตอนทะเลาะกันยังก้องอยู่ในจิตใจของเขา
    " บางครั้งข้าก็สงสัยว่า ทำไมถึงมาแต่งงานกับคนอย่างเจ้า ทำไมข้าไม่ไปแต่งงานกับใครสักคนที่ดีเหมือน ..... เหมือนหย่งจ้าว "
    ประโยคของนางเหมือนเหล็กแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจของเขาให้เจ็บปวดยิ่งนัก
    " นางคงไม่ได้หมายความอย่างที่พูดออกมาจริง ๆ หรอก " หย่งฉีพยายามคิดปลอบใจตนเองแล้วยิ้มออกเมื่อคิดว่า " นางรักข้า ........... นางรักข้าคนเดียว "
    แต่แล้วเขาก็คิดต่อไปด้วยความหนาวเหน็บในหัวใจ " แต่หากนางพูดจากใจจริง ๆ ล่ะ ...........บางทีนางอาจมีใจให้หย่งจ้าว "
    " ข้าคิดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไรกันนี่ ,ข้าต้องไม่คิดอะไรที่ทำร้ายจิตใจตัวเองแบบนี้ ..........หย่งฉีเจ้าน่าจะรู้ว่านางแค่พูดเล่นเท่านั้น " ในที่สุดเขาก็สรุปเข้าข้างตัวเองเพื่อให้สบายใจขึ้น
    ทันใดนั้น ,ฝนก็เทลงมาอย่างไม่รู้ตัว หย่งฉีเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพึมพำออกมา
    " แม้แต่ฟ้ายังเป็นศัตรูกับข้าหรือ ?" เขาแหงนหน้าถามไปเบื้องบนแล้วหลับตาลงปล่อยให้สายฝนกระหน่ำลงมาชะโลมร่างจนเปียกโชก หย่งฉีหวังเพียงให้สายฝนช่วยชะล้างความทุกข์ภายในใจของเขาลงบ้าง
    โดยไม่คาดคิด เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็เห็นร่าง ๆ หนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าเป็นหญิงสาวคนหนึ่งเสื้อผ้าที่นางสวมอยู่เปียกโชกเช่นเดียวกัน ในมือของนางถือร่มแต่นางใช้ร่มบังให้เขา นางมองเขาอยู่และยิ้มอย่างอ่อนหวานให้



    ( บทที่ 6 ตอนที่ 2 )
    หย่งฉียิ้มตอบแล้วพูด
    " หลินเหยา ..... ขอบใจเจ้ามาก แต่ข้าไม่จำเป็นต้องใช้ร่มหรอก ไม่เป็นไร " พูดจบประโยคหย่งฉีก็จามออกมา 2 - 3 ครั้งติด ๆ กัน
    แต่ท่านกำลังเป็นหวัดนะ นางท้วง เมื่อเห็นหย่งฉีกำลังถอยออกไป นางจึงเดินตามและพยายามใช้ร่มบังสายฝนให้เขาอย่างเป็นห่วง ทันใดนั้นนางก็ลื่นและเซจะล้มลง พร้อมกับอุทานอย่างตกใจ " โอ๊ะ !!! "
    หย่งฉี หันควับและด้วยสัญชาตญาณ เขาคว้าร่างนางไว้ในอ้อมแขน ร่างของคนทั้งสองจึงอยู่ชิดกันเมื่อทั้งคู่เงยหน้าสบตากัน หลินเหยารู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวแก้มเป็นสีแดงด้วยความเขินอาย หย่งฉีก้มลงมองใบหน้างาม และดวงตาที่มีแววหวานนั้นอย่างลืมตัว
    จากนั้นชั่วครู่หนึ่ง นางจึงค่อย ๆ ผลักหย่งฉีออกเบา ๆ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วใจของนางแทบไม่อยากจะออกจากอ้อมแขนอันอบอุ่นของเขาเลยก็ตาม
    " ตอนนี้ , เจ้าเปียกหมดแล้ว " หย่งฉีทำลายความเงียบขึ้น " ข้าเสียใจ.............. "
    " ไม่ต้องเป็นห่วง และไม่ต้องขอโทษข้า " นางกล่าวใบหน้ายังมีแววแห่งความเขินอายอยู่
    ทันใดนั้นหย่งฉีก็จามขึ้นอีก
    " ท่านเป็นหวัดจริง ๆ แล้วเห็นหรือเปล่า ข้าว่าเราเข้าไปที่พักข้าก่อนดีกว่า " นางพูดพร้อมกับแตะแขนหย่งฉีเบา ๆ
    หย่งฉีอึกอักอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดเขาก็เดินตามนางไป
    ที่ตำหนักจิ่งหยาง
    ร่างงามสมส่วนของเสี่ยวเยี่ยนจื่อกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงอันอ่อนนุ่ม หลังจากที่พยายามข่มตาลงให้หลับแต่ก็ไม่สำเร็จ ในที่สุดก็โยนผ้าห่มไปข้างกาย แล้วลุกขึ้น เดินไปเปิดหน้าต่างตาเหม่อมองออกไปข้างนอกซึ่งมีแต่ความมืดและความเย็นของสายฝนที่โปรยปราย
    " ดึกป่านนี้ทำไมเขายังไม่กลับมาอีกนะ " นางมองสายฝนที่บัดนี้โปรยลงมาบาง ๆ แล้วถอนหายใจพลางคิดอย่างกังวลและห่วงใย " ฝนตกอากาศเย็นอย่างนี้หย่งฉีสวมเสื้อผ้ากันความเย็นพอหรือเปล่านะ เพราะเขาผลุนผลันออกไปตอนทะเลาะกับข้า "
    เมื่อคิดมาถึงเหตุการณ์ตอนนี้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ขัดเคืองใจขึ้นมาอีก นางจึงผลุนผลันเดินออกจากห้องนอนไปยังห้องโถง ด้วยความรีบร้อนทำให้ตะโพกไปชนกับโต๊ะตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง
    " โอ๊ย ! " เสี่ยวเยี่ยนจื่อร้องออกมาเอามือคลำสะโพกด้วยความโมโห พึมพำหน้านิ่วคิ้วขมวด
    " วันนี้อะไร ๆ ก็จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับข้าจริง ๆ หรือนี่ ? " นางเริ่มคิดอย่างพาลพาโล
    สักครู่ นางก็หาวออกมาโดยไม่ตั้งใจ เดินไปเดินมา แล้วก็ทรุดลงนั่งบนเก้าอี้หยิบกาน้ำชาขึ้นมารินใส่ถ้วย นางยกถ้วยน้ำชาขึ้นมา เพ่งมองมันนิ่ง ๆ โดยไม่ดื่ม พลางอดคิดถึงสามีอีกไม่ได้
    " ดึกปานนี้แล้ว หย่งฉีไปอยู่ที่ไหนนะ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อถอนหายใจยาว แล้วคิดเลยไปถึงหย่งจ้าว
    " ข้าสงสัยจังว่า หย่งฉีกับหย่งจ้าวทำไมทำท่าเหมือนไม่ลงรอยกัน พวกเขาทำเหมือนเป็นคนแปลกหน้าไม่ใช่เป็นพี่น้อง อืม ! ..... แล้วนี่ข้าจะไปถามข้อสงสัยนี้กับใครดีนะ บางทีเอ่อคังอาจจะรู้ ใช่สิ....... พวกเขาเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กนี่นา " เสี่ยวเยี่ยนจื่อคิดในที่สุดนางก็ผลอย หลับไปที่โต๊ะนั่นเอง

    ในขณะเดียวกันในที่ไม่ไกลออกไปนัก ณ . ตำหนักขององค์ชายสอง

    เสียงเคาะประตูดังขึ้นมีเงาของคนรับใช้คนหนึ่งถือโคมไฟมายืนและส่งเสียงเรียก
    " องค์ชายสอง เที่ยงคืนแล้วพะยะค่ะ ท่านยังไม่นอนหรือ ? "
    " ข้ายังไม่ง่วง เจ้ามีอะไรหรือเปล่า " หย่งจ้าวตอบคนรับใช้สนิทที่ดูแลเขามาตลอดหลายปี แม้จะรู้ว่าเขาถามด้วยความเป็นห่วงแต่ก็อดหงุดหงิดเล็กน้อยไม่ได้ ที่มาขัดจังหวะในขณะที่เขากำลังอยู่ในภวังค์
    " กระหม่อมเห็นแสงไฟ เกรงว่าท่านจะมีอะไรให้รับใช้บ้าง " คนรับใช้คนสนิทตอบเข้ามา
    " ข้าไม่ต้องการอะไร เจ้ากลับไปพักผ่อนได้ " หย่งจ้าวตอบออกไป สักครู่ก็ได้ยินเสียงเดินห่างออกไป หย่งจ้าวถอนหายใจลึก ๆ ในชั่วชีวิตนี้ เขาไม่เคยต้องพะว้าพะวงถึงใครมากเช่นยามนี้ เพียงแค่วันเดียวที่เขารู้จักกับหญิงสาวที่ชื่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เขาก็มานั่งครุ่นคิดถึงนางจนไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้
    " นี่หากเสด็จแม่ยังอยู่ ท่านคงต้องช่วยจัดการให้นางมาเป็นเจ้าสาวของข้าได้แน่ ๆ " หย่งจ้าวคิดเลยไปไกลขนาดนั้น
    เขาถอนหายใจยาว ๆ อีกครั้ง เขานึกพิศวงและพึงใจในความงาม , ความมีชีวิตชีวาและทุก ๆ อย่างที่เป็นตัวของเสี่ยวเยี่ยนจื่อคนนี้ยิ่งนัก
    หย่งจ้าวล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าของนางขึ้นมา มองแล้วยิ้มน้อยจากนั้นเขาก็สอดมันไว้ไต้หมอนแล้วหันไป หรี่ไฟที่ข้างเตียงนอนจนดับ จากนั้นก็ล้มตวลงนอนเพื่อฝัน ....... ฝันถึงนางในดวงใจที่เขาครุ่นคิดมาทั้งวัน
    ( ในเวลาเดียวกัน )
    " ท่านแน่ใจนะว่า ท่านไม่เป็นอะไร " หลินเหยาถามด้วยความเป็นห่วงใย
    หย่งฉียิ้มให้และตอบ " ไม่ ...... ข้าไม่เป็นไร เพียงแค่เย็นนิดหน่อยเท่านั้น " พูดไม่ทันขาดคำ เขาก็จามออกมาติด ๆ กัน
    นางมองเขาด้วยสายตาห่วงใยลึกซึ้งพลางกล่าว
    " ข้าไม่ยักรู้ว่าท่านเป็นหวัดง่ายอย่างนี้ "
    หย่งฉีเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พูดยิ้ม ๆ " นั่นเป็นเพียงส่วนน้อยที่เจ้ารู้เกี่ยวกับข้า " พูดจบเขาก็มีอาการจามขึ้นอีก
    หลินเหยารินน้ำชาใส่ถ้วยส่งให้ " ท่านดื่มชาร้อน ๆ สักถ้วยก่อน , เดี๋ยวข้าจะไปเตรียมยาแก้หวัดมาให้ "
    นางหันหลังเดินกลับเข้าไป ขณะนั้นในใจของนางเฝ้าคิดถึงประโยคสุดท้ายของหย่งฉี
    อะไรบ้างที่นางยังไม่รู้เกี่ยวกับเขา เรื่องที่เขาแต่งงานแล้วกับผู้หญิงคนอื่น ....... แน่ล่ะเรื่องนี้ทำให้นางช็อค , ผิดหวังและเสียใจจนเกือบจะทานไม่ได้และนอนไม่หลับนับจากนาทีที่รับรู้ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมาถึงที่นี่นางก็ต้องเจ็บปวดใจเป็นที่สุด นางได้เห็นกับตาตนเองว่าเขารักและห่วงใยภรรยาเขาอย่างสุดซึ้ง เขาแต่งงานเพราะความรักไม่ใช่เพราะแต่งตามบัญชาของผู้ใหญ่ ที่เหนืออื่นใด เสี่ยวเยี่ยนจื่อภรรยาของเขาเป็นหญิงสาวที่มีความงดงามน่ารัก จนนางเองยังรู้สึกอิจฉาอย่างยิ่ง
    หย่งฉีดื่มชาที่ หลิน เหยา รินมาให้ เขารู้สึกขอบคุณนางที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายความทุกข์ลงมากจากการทะเลาะกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อ หย่งฉีหลับตาลงและถอนหายใจยาว อย่างน้อยหลินเหลาก็เป็นหญิงสาวที่พิเศษคนหนึ่ง ทำให้เขามีความรู้สึกแปลกไปจากคนอื่น ๆ ในวังนี้
    เพียงครู่หนึ่งนางก็เดินกลับมาพร้อมถ้วยยาในมือ นางยิ้มให้อย่างอ่อนหวานแล้วยื่นถ้วยยาให้ หย่งฉีมองแล้วเลิกคิ้วถามยิ้ม ๆ ว่า
    " ตกลง , ข้าต้องดื่มยาถ้วยนี้ใช่ไหม ? "
    " ใช่ , ข้าไม่อยากให้ท่านไม่สบายมากกว่านี้ " นางตอบพร้อมกับทำท่าจะตักยาสีคล้ำๆ ในถ้วยป้อนให้หย่งฉี
    " แต่ ..... ข้าไม่ได้เป็นอะไรมากจริง ๆ นะ " พูดจบประโยคเขาก็จามออกมา
    " เห็นไหม , ยังบอกไม่เป็นอะไรอีก ดังนั้นท่านต้องทานยานี้ " นางตักยาทำท่าจะป้อนให้ หย่งฉีมอง , ส่ายหน้ายิ้ม ๆ แต่ไม่เปิดปากรับยาที่หลินเหยาจะป้อนให้
    " เจ้ารู้ หรือเปล่า ..... ข้าโตพอที่จะทานยาเองได้แล้ว อีกอย่างแม้ข้าจะเป็นหวัดแต่มือข้ายังสบายดี "
    เขานิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วขมวดคิ้วอย่างสงสัยที่เห็นหลินเหยาจ้องมองหน้าเขานานอย่างผิดสังเกต จึงถามขึ้น
    " ทำไมเจ้ามองข้าอย่างนั้นล่ะ ? "
    นางรู้สึกตัว , แก้มเป็นสีระเรื่อด้วยความเขินอาย เสมองไปทางอื่นพูดเบา ๆ
    " เอ่อ ..... เปล่าไม่มีอะไร "
    หย่งฉีวางถ้วยยาลงมองหลินเหยาอย่างแปลกใจพลางคิดในใจ
    " นางต้องมีอะไรผิดปกติแน่เลย ........ เอ ! ........ หรือว่าตามปกติของนางเป็นอย่างนี้ ? "
    เขามองนางแล้วถามขึ้นว่า " หลินเหยา ...... เจ้ามีอะไรหรือเปล่า ?
    " ไม่มีอะไร .... ข้า .... ข้าสบายดี " นางตอบ
    หย่งฉีเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเขาก็พูดยิ้ม ๆ ขึ้นว่า
    " แต่ตอนนี้ข้าชักหิวขึ้นมาแล้วสิ ! เจ้าพอมีอะไรเหลือให้ข้าทานแก้หิวได้บ้าง "
    หลินเหยา เงยหน้าขึ้น , นางรู้สึกดีใจที่สุดที่ได้ยินประโยคนี้ของเขา นางจึงยิ้มขึ้นทันที แล้วรีบบอกอย่างรวดเร็ว
    " ท่านหิว ....... ถ้างั้นท่านอย่าเพิ่งไปไหน รอข้าสักครู่ข้าจะเข้าไปเตรียมอาหารให้ท่าน "
    " เอาหละ ! ข้าจะผูกตัวเองกับเก้าอี้ , ไม่ไปไหน ตกลงไหม " หย่งฉีพูดล้อ
    " ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น เพคะ องค์ชายห้า " นางตอบพลางหัวเราะคิก " เพียงแค่นั่งรอสักครู่เดียวให้ข้าเข้าไปเตรียมอาหารให้ท่าน " พูดจบนางก็เดินกลับเข้าไป
    ในใจของหลินเหยายินดียิ่งนักที่มีโอกาสแสดงฝีมือทำอาหารให้กับหย่งฉี เพราะเขาเป็นคนเดียวเท่านั้นที่นางอยากจะทำให้ทานทุกวัน นางยังจำได้ถึงคำสอนของมารดาว่า สิ่งที่ผูกใจผู้ชายที่ดีอย่างหนึ่ง ก็คือการเข้าครัวทำอาหารอร่อย ๆ ให้เขาทาน ดังประโยคที่ว่า
    " หากจะเข้าถึงหัวใจผู้ชาย ก็ให้เข้าทางกะเพาะอาหาร " นั่นเอง และโชคดีที่นางพอจะมีฝีมือทางนี้อยู่บ้าง และวันนี้นางจะต้องตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือทีเดียว
    ครู่หนึ่งต่อมา
    " องค์ชายห้า , อาหารพร้อมแล้วเพคะ " เสียงอ่อนหวานร้องขึ้นพร้อม ๆ กับหลินเหยา ยกจานอาหารมาเสริฟบนโต๊ะ หย่งฉีลุกขึ้นและช่วยนางจัดเตรียมอาหารบนโต๊ะจนเรียบร้อย
    ทันใดนั้น มีลมพัดมาวูบหนึ่ง ทางหน้าต่างที่เปิดไว้ ทำให้ตะเกียงในห้องดับลงทันที หลินเหยา เดินไปจุดตะเกียงใหม่อีกครั้งครู่หนึ่งนางก็ร้องบอก
    " หย่งฉี , ตะเกียงจุดไม่ติดเลย "
    หย่งฉีเดินไปตรวจดู พบว่าน้ำมันตะเกียงหมดแล้ว เขาจึงให้หลินเหยาหาเทียนไขมาจุดแทน นางจุดเทียนไขแล้วนำมันมาวางกลางโต๊ะอาหาร และร้องเชิญ
    " เชิญท่านทานอาหารมื้อนี้ได้แล้ว "
    หย่งฉีนั่งลง ขณะที่หลินเหยา บิดผ้าเช็ดหน้าในมือไปมาใบหน้ามีความสุขเป็นพิเศษพลางคิดในใจ
    " อาหารค่ำกับคนพิเศษใต้แสงเทียน ...... โอ ! "
    นางมองอาหารบนโต๊ะ แล้วยิ้มให้หย่งฉีขณะบอกว่า
    " ข้าทำอาหารโปรดปรานของท่านทั้งนั้น ท่านลองทานดูสิ "
    หย่งฉีขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ " เจ้าจำได้หรือว่าข้าชอบทานอะไรบ้าง ? "
    " ใครจะกล้าลืม ? " หลินเหยาตอบยิ้ม ๆ ตามองหน้าหย่งฉีอย่างตั้งใจ
    " งั้นตกลง , ข้าจะลองทานดู " พูดจบเขาก็หยิบตะเกียบและตักอาหารใส่ถ้วย
    ทั้งสองคนทานอาหารร่วมกันและคุยกันอย่างออกรส หลินเหยารินไวน์ใส่ถ้วยให้หย่งฉี เมื่อเขาดื่มพร่องลงนางก็รีบเติมให้หลายครั้ง หย่งฉีรู้สึกว่าอาหารมื้อนี้อร่อยถูกใจและคลายความทุกข์ลงไปสิ้น ทั้งคู่ทานอาหาร , ดื่มไวน์ และสนทนากัน สลับกับเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข
    สักครู่หนึ่งผ่านไป หย่งฉีซึ่งดื่มเข้าไปหลายแก้วก็เริ่มมึน ใบหน้าเขาระเรื่อด้วยฤทธิ์ไวน์
    " หลินเหยา .......... หลินเหยาที่แสนดี .......... ขอบคุณสำหรับอาหารมื้ออร่อยมื้อนี้ " เขากล่าวยิ้ม ๆ หลินเหยายิ้มตอบมองหน้าหย่งฉีกล่าวว่า
    " ขอบคุณที่ชมข้าและดีใจที่ท่านชอบ " นางตอบยิ้มด้วยความดีใจในคำชม
    " แต่ข้าคงต้องบอกว่า ข้าเสียใจสำหรับคนที่จะมาแต่งงานกับเจ้า ขอบคุณสวรรค์ที่เจ้าไม่ได้เป็นภรรยาของข้า มิฉะนั้นข้าคงกลายเป็นหมูไปแล้ว เพราะอาหารที่อร่อย ๆ ทุกมื้อของเจ้า "
    หย่งฉีพูดล้อนางโดยมิได้สังเกตว่าหลินเหยาซึ่งยิ้ม ๆ อยู่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย พูดจบหย่งฉีก็หัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวต่อไปด้วยสีหน้าล้อเลียน
    ว่าแต่ตอนนี้เจ้าอายุ 19 แล้ว ไม่ใช่หรือ ? แล้วตอนนี้เจ้าพบชายในฝันของเจ้าหรือยังล่ะ หือ ... "
    " ไม่ ........ เพราะข้ามีชายในฝันของข้าอยู่แล้ว " นางตอบแล้วสะอึกด้วยฤทธ์ของไวน์ที่ดื่ม
    " อ้อ ! ใครกันล่ะ " หย่งฉีถามต่อไปในขณะยกถ้วยชาขึ้นจะดื่ม
    ก็ท่านนั่นแหละจะเป็นใครได้อีกล่ะ!! " หลินเหยาพูดจ้องหน้าหย่งฉีด้วยสายตาลึกซึ้ง หย่งฉีรู้สึกช็อคไปชั่ววูบใบหน้าซีดเผือด ถ้วยชาในมือตกลงพื้นแตกกระจาย ทั้งคู่ต่างเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง เมื่อได้สติหย่งฉีจึงก้มลงเก็บเศษถ้วยที่อยู่บนพื้นหลินเหยาก็ทรุดตัวช่วยเก็บบ้าง เมื่อทั้งคู่เงยหน้าขึ้นสบตากัน หย่งฉีพยายามทำสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นปกติ กล่าวและยิ้มน้อย ๆ
    " อาหารมื้อนี้ อร่อยมาก ขอบคุณมากหลินเหยา "
    " หลินเหยาหลบตาลงกล่าวเบา ๆ " ขอบคุณที่ชม " อึ้งไปเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวต่อไปด้วยเสียงแผ่วเบา
    " คืนนี้ดึกแล้ว ....... ท่านคงอยากกลับตำหนักเสียที "
    หย่งฉีพยักหน้าและยิ้มให้ เมื่อเขาทำท่าจะหันหลังกลับ หลินเหยาก็เรียกไว้
    " หย่งฉี ..... ข้าไม่ได้หมายความอย่างที่พูด เมื่อกี้นี้จริง ๆ หรอก ข้า ....... ข้าพูดเล่นน่ะ "
    " ข้ารู้ ......... ก็เจ้าเป็นน้องสาว-v'ข้านี่นา " เขาพูดกับนางและยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับกล่าวอำลา
    " ราตรีสวัสดิ์ " พูดจบหย่งฉีก็หันหลังเดินจากไปเพื่อกลับตำหนักจิ่งหยาง
    ประโยคสุดท้ายของหย่งฉี กระทบจิตใจของหลินเหยาอย่างจัง " น้องสาว " เขาคิดกับเราแค่เป็นน้องสาวเท่านั้น นางคิดอย่างเจ็บปวด นางปิดประตูแล้วเดินช้าช้าไปในห้องนอน เมื่อปิดประตูห้องนอนแล้ว นางยืนพิงประตูอย่างอ่อนแรง ในใจคร่ำครวญอย่างเสียใจ
    " ข้ารักเจ้า .... หย่งฉี .... เจ้ามองไม่เห็นเลยหรือว่าข้ารักเจ้ามากแค่ไหน "
    แล้วน้ำตาที่ปริ่ม ๆ ดวงตาของนางก็ไหลลงอาบแก้มทั้งสอง




    เครคิต http://board.dserver.org/f/fictionth/00000022.html

    PS.  ท้องฟ้ากว้างใหญ่แผ่นดินกว้างไกล เธอคืออาทิตย์ที่สาดส่องฉันชั่วกาลนาน ขุนเขาไร้เหลี่ยมฟ้าดินประสาน เธอคือสวรรค์แห่งชีวิตฉันนั่นเอง
    Huan_Zhu_Ge_Ge New Member
    • Name : Huan_Zhu_Ge_Ge < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Huan_Zhu_Ge_Ge [ IP : 202.5.81.122 ]
    • Email / Msn: conan_alove(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 / 13:57
  • ความคิดเห็นที่ 4

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :

    เกลียด ภาค 3 อ่ะ ไม่น่าเปี่ยน ตัวละครเลย จื่อเว่ย ไม่หวานเอาซะเลย เสี่ยวเยี้ยนจื่อ ก้อ งั้น ๆ อ่า แถม เนื้อ เรื่อง อะไร ก้อไม่รุไม่หนุกอ่ะ ฮ่องเต้ ก้อ ไม่ต่อยมีบทบาท และก้อ ไม่รัก อง ญ ทั้ง 2 เหมือน เดิม เลย อ่า

    princess devil New Member
    • Name : princess devil < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ princess devil [ IP : 58.9.123.59 ]
    • Email / Msn: jinxy_y(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 / 14:32
  • ความคิดเห็นที่ 5

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    poo ผู้เยี่ยมชม
    • Name : poo [ IP : 203.188.1.238 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 / 15:11
  • ความคิดเห็นที่ 6

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :

    เราชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกเลย [ชอบดูนะ]มันดี

    ktcsofa New Member
    • Name : ktcsofa < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ktcsofa [ IP : 203.149.7.135 ]
    • Email / Msn: artiesofa(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 14 พฤศจิกายน 2549 / 17:30
  • ความคิดเห็นที่ 7

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ชอบภาค 3 มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆเลย นักแสดงน่ารักและมีฝีมือกันทุกคนชอบภาค 3 มากๆค่ะ
    นู๋ออย ผู้เยี่ยมชม
    • Name : นู๋ออย [ IP : 124.121.64.135 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 26 เมษายน 2550 / 14:19
  • ความคิดเห็นที่ 8

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    บวบ ผู้เยี่ยมชม
    • Name : บวบ [ IP : 61.7.152.58 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 29 เมษายน 2550 / 15:42
  • ความคิดเห็นที่ 9

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    หลังจากที่อ่านบทความแล้วสงสารเสี่ยวเยี่ยนจื่อมากๆเลยที่หย่งฉีต้องมีชายารองอีกคนสงสารเสี่ยวเยี่ยนจื่อจังต้องมีนางมานร้านคือจือฮัวมาขัดขางแต่ยังดีที่มีจื่อเว่ยเรามาช่วยแนะนำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่หลงกลนางเข้าแต่จือฮัวยังมีไทเฮาให้ท้าย...ก็สงสารเสี่ยวเยี่ยนจื่อคือเสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่ได้เป็นฮองเฮา...จือฮัวแกล้งทำเป็นดีกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อเพราะนางรู้ว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่ชอบนาง...นางจึงวางแผนกับคนของไทเฮากลั้นแกล้งเสี่ยวเยี่ยนจื่อตลอดเวลา...เมื่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อถูกตัวนางนางก็แกล้งทำเป็นล้ม...แล้วไทเฮาก็เสด็จมาที่ตำนักแต่ที่เขาเอามา...        โพลสไม่รู้ว่ามีตอนที่หนังกำลังฉายรึป่าว
    .......................................................................................................................มาเอาจือฮัวมาอยู่ด้วย...จือฮัวจึงแกล้งบอกว่าเป็นความผิดของนางเองไม่ใช่ความผิดของเสี่ยวเยี่ยนจื่อหรือว่าพี่หญิงหรอกนางบอกไทเฮาตลอดจนทำให้ไทเฮาต้องส่งนางมาอยู่ตำหนักเดิม

    นางบอกกลับไทเฮาว่านางเป็นคนของตำหนักนี้...นางจาไปอยู่ตำหนักอื่นได้อย่างไร..แต่ทว่าฉิงเอ้อก็ฟังกลไม่จือฮัวเป็นคนดีมันก็ใช่....จือฮัวทำให้ฉิงเอ้อหลงกลนางเข้าไปอีกคน

    เฟิน ผู้เยี่ยมชม
    • Name : เฟิน [ IP : 58.147.77.214 ]
    • Email / Msn: natthaya_t5(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 / 12:13
  • ความคิดเห็นที่ 10

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    องค์หญิงกำมะลอ ภาค 3

    ที่ 67

    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าอย่าร้องไห้เลย กลับถึงบ้านเราแล้วเจ้าไม่ต้องกลัวสิ่งใดอีกแล้วนะ "

    " เสด็จพ่อ หม่อมฉัน …หม่อมฉันทำร้าย เสด็จพ่อ "

    " เด็กโง่ เจ้าทำร้ายพ่อที่ไหนกัน "

    "หม่อมฉันแทง เสด็จพ่อ หม่อมฉัน จำได้ แล้วยังมีที่มืออีก " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ตอบด้วยเสียงสะอื้น

    " แผลแค่นั้นพ่อไม่เป็นอะไรมากหรอก แล้วที่เจ้าทำอย่างนั้นก็เพราะพ่อเป็นต้นเหตุทำร้ายครอบครัวเจ้าก่อน เสี่ยวเยี่ยนจื่อ …พ่อขอโทษจริงๆ "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ หน้าซีดเมื่อได้ยินคำพูดนี้ของฮ่องเต้ เป็นไปได้อย่างไรที่โอรสสวรรค์ผู้อยู่เหนือคนทั่วหล้ากำลังตรัสคำขอโทษต่อนาง
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ส่ายหน้าทรุดตัวลง คุกเข่าอย่างรวดเร็ว

    " เสด็จพ่อ อย่าได้ตรัสเช่นนี้ เพียงแค่นี้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ก็เป็นคนบาปมากแล้ว หม่อมฉัน ต่างหากที่ผิดต่อเสด็จพ่ออย่างมากมาย หม่อมฉันขออภัยเสด็จพ่อเพคะ เสด็จพ่อ, ที่หม่อมฉันทำร้ายท่านขอลงพระอาญาด้วย "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ กล่าวกล่าวออกมาด้วยเสียงเสะท้านเจือสะอื้น และก้มศีรษะลงจรดพื้น ฮ่องเต้ประคองนางให้ลุกขึ้นและตรัสว่า

    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าไม่ต้องขอโทษพ่อ สำหรับเจ้าพ่อไม่ใช่ฮ่องเต้ พ่อเป็นเพียงพ่อธรรมดาคนหนึ่ง ที่ทำร้ายเจ้าอย่างไม่ตั้งใจ หากเจ้าเสียใจพ่อก็ยิ่งเสียใจยิ่งกว่าเจ้า หากว่าเราจะถือเรื่องนี้เป็นเรื่องในครอบครัว และพ่อจะขอให้เจ้าลืมมันเสียจะได้ไหม?
    ความเสียใจความบาดหมาง ขอให้หมดไปกับแผลของพ่อ แล้วพวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่ เป็นครอบครัวที่อบอุ่นรักกันเหมือนเดิม เจ้าจะยินยอมไหม "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ สะอื้นออกมาอีก ฮ่องเต้รับผ้าที่ จื่อเว่ย ส่งให้มาซับน้ำตาให้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ อย่างเบามือ แต่กลับยิ่งทำให้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ร้องไห้หนักขึ้นไปอีก นางส่ายหน้าเพราะไม่สามารถกล่าวสิ่งใดได้ ฮ่องเต้ยิ้มอย่างพระทัยดีและโล่งพระทัยที่นางละความแค้นลงไปจนหมดสิ้น

    ครู่หนึ่งเสี่ยวเยี่ยนจื่อจึงค่อยดีขึ้นและหยุดร้องไห้ลงบ้าง นางกล่าวกับฮ่องเต้ว่า

    " เสด็จพ่อ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทำผิดมากมายเพียงนี้ เสด็จพ่อ ยังอภัยให้อีกหรือเพคะ "

    " เจ้าไม่ต้องพูดเรื่องผิดถูกอีกแล้ว พ่อขอให้เจ้าลืมเรื่องนี้เสียแล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่ เจ้าจะทำได้หรือเปล่า.."

    " เสด็จพ่อ แต่ว่า…"

    " ไม่ต้องแต่อะไรอีก ขอเพียงเจ้ารับปากกลับมาเป็น เสี่ยวเยี่ยนจื่อ คนเดิมของพ่อก็ถือว่าเรื่องราวต่างๆ ยุติลงแล้ว เจ้าดูซิทุกคนล้วนรอคำตอบจากเจ้าทั้งนั้น เจ้าจะว่าอย่างไร "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ มองไปรอบ ๆ ห้อง นางก็รู้ตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนที่อยู่ในที่นั้น จึงรู้สึกเขินๆ ฮ่องเต้หัวเราะอย่างถูกพระทัย ถึงแม้ตอนนี้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ จะยังไม่พูดออกมาพระองค์ก็รู้แล้วว่าความรักความผูกพันระหว่างนางและทุกคน กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ผละออกจากฮ่องเต้เดินเข้าไปคุกเข่าต่อหน้าไทเฮาและคำนับลงพร้อมกับกล่าวว่า

    " ทูลไทเฮา เสี่ยวเยี่ยนจื่อ มาขอรับโทษจากไทเฮาเพคะ "
    ไทเฮาลุกขึ้นไปประคอง เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ให้ลุกขึ้นและโอบบ่านางไว้ตรัสอย่างยิ้มแย้มว่า

    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ มาขอรับโทษอะไรกัน พ่อเจ้าก็บอกแล้วว่าขอให้เจ้ากลับมาเป็น เสี่ยวเยี่ยนจื่อ คนเดิมย่าเองก็เหมือนกับพ่อของเจ้านั่นแหละ แต่ดูซิเจ้าขอโทษคนโน้นคนนี้เขาไปทั่ว แล้ว ตัวของเจ้าล่ะจะว่ายังไง "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ โอบกอดไทเฮาไว้อย่างตื้นตันในพระเมตตาของพระองค์

    " ท่านย่า คำนี้ หม่อมฉันชอบฟังคำๆนี้เหลือเกินเพคะ ในเมื่อทุกคนล้วนแต่รัก เสี่ยวเยี่ยนจื่อ อย่างนี้ นางแอ่นน้อยจะไปที่ใดได้นอกจากบ้านอันอบอุ่นแห่งนี้ "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ตอบไทเฮาอย่างอ่อนหวานและคำพูดประโยคนี้ของ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ก็สร้างรอยยิ้มให้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคน จื่อเว่ย เดินเข้าไปหา เสี่ยวเยี่ยนจื่อ อย่างไม่มั่นคงนักถึงแม้ว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อ จะไม่แสดงอาการโกรธเคืองอีก แต่นางก็ยังไม่กล้าที่จะพูดกับ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เท่าใดนัก เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เห็นจื่อเว่ยลังเลจึงคิดแกล้ง จื่อเว่ย คืนบ้าง เสี่ยวเยี่ยนจื่อ จึงมองผ่าน จื่อเว่ย ไปด้วย สายตาเย็นชาโดยไม่ทักทายแต่อย่างใด จื่อเว่ย หน้าซีดลงด้วยความเสียใจ เอ่อคัง เห็นดังนั้นก็เดินเข้ามาจับมือภรรยาไว้อย่างปลอบโยน จื่อเว่ย ยิ้มอย่างยากเย็น แต่แล้วนางก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อมีอ้อมแขนคู่หนึ่งโอบเข้าที่เอวของนาง เป็น เสี่ยวเยี่ยนจื่อ นั่นเองเพราะเมื่อ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เห็นใบหน้าซีดเซียวของ จื่อเว่ย นางก็ไม่อาจใจแข็งแกล้งน้องสาวคนดีคนนี้ได้อีกต่อไป เสี่ยวเยี่ยนจื่อ โอบเอวจื่อเว่ย ไว้และพูดขึ้นว่า

    " จื่อเว่ย เจ้าเป็นอะไรทำไมถึงหน้าซีดและยังไม่ทักข้าสักคำ เจ้าลืมข้าไปแล้วหรือ " จื่อเว่ย ยิ้มทั้งน้ำตาที่สุดท้าย เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ก็ให้อภัยนาง จื่อเว่ย ตีแขนเสี่ยวเยี่ยนจื่อ อย่างอดไม่ได้เมื่อนึกรู้ว่าเมื่อครู่ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ แกล้งนาง

    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ข้าใจหายหมดที่เมื่อกี้เจ้ามองข้าอย่างนั้น ที่แท้เจ้าก็แกล้งข้าเจ้าร้ายกาจนักนะ "

    " จื่อเว่ย ถือว่าข้าเอาคืนนิดหน่อยเอง แต่ว่าเราอย่าพูดถึงเรื่องที่ผ่านมาอีกเลยนะ ข้าไม่อยากคิดถึงมันอีกแล้ว ว่าแต่ข้าไม่อยู่5-6 วันนี้ เจ้าดูแลหลานรักของข้าดีหรือเปล่า เดี๋ยวข้าไปหาอู๋โฉว หากเขาผอมไปล่ะก็ข้าคงต้องโกรธเจ้าจริงๆ แล้วคราวนี้ "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ พูดอย่างยิ้มแย้ม จื่อเว่ย ยิ้มทั้งที่น้ำตายังคลอดวงตาอยู่ หญิงสาวทั้งสองกอดกันด้วยความรัก ทุกคนต่างปลาบปลื้มที่พี่น้องสุดท้ายก็รักกันดั่งเดิม เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เห็นฉิงเอ๋อ ยืนอยู่ห่างออกไปนิดหนึ่ง นางจึงผละจากจื่อเว่ย เข้าไปหา ฉิงเอ๋อ และจับมือของฉิงเอ๋อ กระซิบที่ข้างหูเบาๆ พอได้ยินกันสองคนว่า

    " ฉิงเอ๋อ ข้าเอา เซียวเจี้ยนมาคืนให้แล้วนะ และเจ้าจะยกโทษให้ข้าได้ไหมที่ข้าทำให้เจ้าต้องร้องให้ด้วยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของข้า ที่พาเอาหัวใจของเจ้าไปด้วยทำให้เจ้าต้องเสียใจ " ฉิงเอ๋อ หน้าแดงอย่างเขินอายนางหยิก เสี่ยวเยี่ยนจื่อ อย่างอดไม่ได้ที่เมื่อ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ กลับมาเป็นคนเดิมก็เริ่มแกล้งนางอีกแล้ว เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ร้องนิดหนึ่งแต่หามาจากความเจ็บไม่นางร้องพร้อมกับทำหน้าล้อเลียน ฉิงเอ๋อ อดไม่ได้ต้องหัวเราะออกมานิดหนึ่ง

    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าช่างร้ายกาจเหลือเกิน หากเจ้ายังล้อข้าอีก ข้าก็จะไม่พูดกับเจ้าแล้ว "

    " ไม่พูดแล้วจ้ะ ว่าแต่เจ้าต้องปลอบใจ เซียวเจี้ยน หน่อยนะที่เขาหายไปนี่ขวัญเขาหายมากเลย ต้องให้เจ้าเรียกขวัญเขากลับคืนแล้วหล่ะ " พูดจบ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ก็ถอยออกห่างจาก ฉิงเอ๋อ ทันทีทำให้นางสามารถรอดพ้นจากคมเล็บของ ฉิงเอ๋อ ไปได้ ทุกคนต่างพากันยิ้มเพราะถึงแม้จะไม่ได้ยินว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ กับ ฉิงเอ๋อ คุยอะไรกันแต่ดูจากสีหน้าของ ฉิงเอ๋อ แล้วก็พอเดาได้ไม่ยากนัก ฮ่องเต้เห็นว่าบรรยากาศในขณะนี้ล้วนเต็มไปด้วยความอบอุ่นยินดี แต่หากปล่อยไปอย่างนี้ ก็จะเสียเวลาเพราะยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญรออยู่ ฮ่องเต้จึงตรัส ขึ้นว่า

    " เอาล่ะ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ หย่งฉี ตอนนี้ทักทายกันพอแล้ว พวกเจ้าก็นั่งลงก่อนเถอะ พ่อมีเรื่องสำคัญจะบอกให้เจ้าได้รู้ ว่าแต่ เซียวเจี้ยน อยู่ที่ไหนทำไมข้าไม่เห็นเขาเลย "

    " เซียวเจี้ยน ตามเข้ามาทีหลังน่าจะมาถึงแล้วพะยะค่ะ อ้อ... พูดถึงก็มาพอดี "
    หย่งฉี เป็นคนตอบฮ่องเต้ ซึ่งเมื่อเขาพูดจบ เซียวเจี้ยน ก็ก้าวเข้ามาในห้องโถง เขาถวายคำนับ ฮ่องเต้ ไทเฮาและผู้ใหญ่ในที่นั้นอย่างนอบน้อม และคนสุดท้ายที่เขาสบตาด้วยคือ ฉิงเอ๋อ นางมองตอบเขาด้วยสายตาอ่อนหวาน ถึงแม้สองหนุ่มสาวมิได้เอ่ยสิ่งใดต่อกันแม้แต่คำเดียว แต่ความเข้าใจก็ปรากฏให้เห็นในสายตาของกันและกัน

    ฮ่องเต้เห็นว่าทุกคนล้วนมาพร้อมกันหมดแล้วพระองค์จึงตรัสขึ้น

    " เซียวเจี้ยน เสี่ยวเยี่ยนจื่อ วันนี้ข้ามีเรื่องหนึ่งจะบอกให้เจ้ารู้ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากและเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออีกด้วย
    แต่อย่างไรมันก็เป็นเรื่องจริง และเกี่ยวพันกับเจ้าสองคน แต่ข้าขอบอกว่าไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ข้าก็ยังคงยอมรับพวกเจ้าไม่เปลี่ยนแปลงและทุกคนก็เช่นกัน ขอให้เจ้าฟังให้ดี "

    เซียวเจี้ยน แล เสี่ยวเยี่ยนจื่อ มองหน้ากันอย่างแปลกใจ ที่ผ่านมานับว่าทั้งสองต่างก็ผ่านเรื่องร้ายๆมามากพอแล้ว ยังจะมีเรื่องใดเกิดขึ้นอีกหรือ
    หย่งฉีนั้นพอจะเดาได้ว่าต้องเป็นเรื่องของ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ กับหญิงในภาพวาดและท่านอ๋องเหวินชิง เขาบีบมือ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เบาๆให้นางรู้สึกว่ายังมีเขาอยู่เคียงข้างเสมอ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ มองหน้าหย่งฉีด้วยสายตาที่แสดงถึงคำถาม หย่งฉี ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน และกล่าวว่า

    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อเจ้าไม่ต้องตกใจ เรื่องนี้นั เป็นเรื่องดีมากกว่า "

    " เจ้ารู้หรือ...แล้วทำไมถึงไม่บอกข้าเลย " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ถามด้วยสีหน้าสับสน นางเดาไม่ถูกเลยว่าเรื่องที่หย่งฉีว่าดีนั้นคือเรื่องเกี่ยวกับอะไร

    " ข้าเองก็ไม่รู้อะไรมากนักหรอก เอาเป็นว่าเราฟังจาก เสด็จพ่อ ดีกว่า "
    หย่งฉีกล่าวจบ ฮ่องเต้ก็เดินเข้าไปยืนตรงหน้า เซียวเจี้ยน และ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ พร้อมกับ เอ่อคัง ในมือของเอ่อคังมีภาพวาดอยู่ด้วย ฮ่องเต้ตรัสถามขึ้น

    " เซียวเจี้ยน เจ้าเคยเห็นภาพนี้หรือเปล่า " เอ่อคัง ยื่นภาพไปตรงหน้า เซียวเจี้ยน และ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทั้งสองคนมองภาพนั้นและอุทานพร้อมกันอย่างคาดไม่ถึง

    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ / รูปข้านี่ " สองพี่น้องอุทานออกมาแล้วมองหน้ากันอย่างแปลกใจต่อภาพที่ได้เห็น

    " แต่ ข้าไม่เคยให้ใครวาดรูปให้นี่นา แต่ว่าทำไม ถึงเหมือนข้าอย่างนี้ หรือว่า หย่งฉี เจ้าแอบวาดไว้ "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ถามขึ้นพร้อมกับเขย่ามือของ หย่งฉี

    " ไม่หรอกนะ ข้าไม่ได้วาดและไม่เคยสั่งให้ใครวาดรูปนี้ รูปนี้ก็เก่ามากแล้วด้วย เจ้าดูสิ " หย่งฉี อธิบาย

    "ใช่รูปนี้เก่ามากแต่ทำไมจึงคล้ายเสี่ยวเยี่ยนจื่อมาก ราวกับเป็นคนเดียวกัน " เซียวเจี้ยน พูดขึ้นบ้าง เขายังงุนงงเกี่ยวกับภาพวาดใบนี้
    ฮ่องเต้เห็นดังนั้นจึงตรัสถามต่อว่า

    " เซียวเจี้ยน ภาพนี้ใช่แม่ของเจ้าหรือไม่ "

    " ไม่ใช่แน่พะยะค่ะ ฝ่าบาท แล้วภาพนี้เป็นภาพของใครกัน"

    " นั่นซิหากไม่ใช่ภาพท่านแม่ แล้วทำไมถึงได้เหมือนข้านัก " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ พูดขึ้นบ้าง ฮ่องเต้จึงตอบคำถามนี้ของนางด้วยองค์เอง

    " เซียวเจี้ยน หากเจ้ายืนยันว่านี่ไม่ใช่ภาพของแม่เจ้า เจ้าก็ตั้งใจฟังต่อไปให้ดี เรื่องนี้สำคัญมากเกี่ยวพันกับชาติกำเนิดของ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ "

    " ชาติกำเนิดของข้า / ชาติกำเหนิดของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ " สองพี่น้องอุทานพร้อมกันอีกครั้ง

    " ถูกต้อง ภาพนี้เป็นของ ซินอี้ นางเป็นพระชายารองของท่านอ๋องเหวินชิง อ่องเหวินชิงเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ที่สำคัญมากคนหนึ่งของราชวงศ์ชิง แต่ตอนนี้ท่านอ๋องสิ้นไปแล้วอย่างที่เจ้ารู้ ๆ กัน รวมทั้ง พระชายาซินอี้ด้วย แต่ก่อนที่นางจะสิ้น นางมีลูกสาวคนหนึ่ง และลูกสาวคนนี้ถือเป็นธิดาเพียงคนเดียวของท่านอ๋องเหวินชิงอีกด้วย ลูกสาวของท่านอ๋องถือเป็นเชื้อพระวงศ์ มีศักดิ์เป็นท่านหญิงองค์หนึ่ง
    เซียวเจี้ยน หากจะบอกว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เป็นลูกของท่านอ๋องเหวินชิงและ ซินอี้ เจ้าว่าจะเป็นไปได้ไหม "

    คำถามของฮ่องเต้สร้างความประหลาดใจและสับสนให้เกิดขึ้นมากมายยิ่งกว่าครั้งแรก เซียวเจี้ยน จ้องมองหน้าเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ จะไม่ใช่น้องของเขานับตั้งแต่เขาได้พบและพูดคุยกับนางครั้งแรก แต่ตอนนี้กลับมีเรื่องราวและหลักฐานที่น่าเชื่อว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อ จะเป็นลูกของท่านอ๋อง หากเป็นเช่นนี้ ก็เท่ากับว่า นางไม่ใช่น้องของเขา ไม่ใช่คนสกุลฟาง มัน เป็นไปได้อย่างไรกัน!..
    แต่ว่าภาพวาดนี้ก็เป็นสิ่งยืนยันว่า เรื่องที่เขาได้ยินไม่ใช่เรื่องโกหก เขากำลังอยู่ในเหตุการณ์จริง เรื่องราวที่น่าประหลาดจนยากจะทำใจให้ยอมรับได้

    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เองก็ไม่แตกต่างกับ เซียวเจี้ยน นางไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นใครอื่นนอกจากน้องสาวของ เซียวเจี้ยนที่พลัดพรากจากกันตั้งแต่เด็ก แต่ว่าเรื่องที่ฮ่องเต้กำลังตรัสงต่อหน้าขณะนี้ก็ยากที่จะไม่เชื่อได้ในเมื่อใบหน้าของหญิงสาวภาพนี้เหมือนนางราวกับเป็นคนเดียวกันเพียงแต่ภาพนี้เก่าเหลือเกินแสดงถึงกาลเวลาที่ผ่านมานานหลายปี
    เซียวเจี้ยน และ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ สับสนเสียจนทั้งคู่ต่างนิ่งเงียบไป เซียวเจี้ยน มองหน้าฮ่องเต้คล้ายกับจะขอคำอธิบาย ฮ่องเต้จึงตรัสขึ้น ช้า ๆ

    " เซียวเจี้ยน ข้ารู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่เจ้าจะเข้าใจ ข้าเองตอนที่รู้ก็ยอมรับว่าไม่อยากเชื่อเช่นเดียวกัน เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าไม่ต้องตกใจ เจ้าสองคนตั้งสติให้ดี ข้าจะเล่ารายละเอียดให้เจ้าฟัง แล้วเจ้าสองคนลองคิดดูว่าเป็นไปได้หรือไม่
    แต่ว่า เซียวเจี้ยน เจ้าตอบข้าก่อนว่า หากดูจากใบหน้าของภาพนี้แล้ว เจ้าคิดจะเป็นไปได้ไหมที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อกับหญิงสาวในภาพนี้จะมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดว่ "
    เซียวเจี้ยน นิ่งไปครู่หนึ่งเขากำลังใช้ความคิดอย่างหนักสุดท้ายก็เอ่ยออกมาว่า

    " หากจะดูจากภาพนี้เพียงอย่างเดียวก็ต้องบอกว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ กับ ซินอี้มีความเกี่ยวข้องกันแน่นอน "

    " ถูกต้อง แต่ไม่เพียงแค่ภาพวาดนี้เท่านั้น ยังมีเรื่องจริงทีเกิดขึ้นด้วย เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าบอกพ่อหน่อยซิว่าผ้าผืนนี้เจ้าได้มาจากไหน " ฮ่องเต้ถามขึ้นและ จื่อเว่ย ก็ยื่นผ้าผืนหนึ่งให้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ดู เสี่ยวเยี่ยนจื่อ มองผ้าผืนนั้นนิดหนึ่งนางก็ตอบว่า

    " ข้าได้ มาตอนที่ออกไปเที่ยวกับ หย่งฉี ที่ต่างเมือง เสด็จพ่อ ผ้าผืนนี้มีอะไรหรือ "

    " แล้วเจ้าได้จากไหนมา " ฮ่องเต้ยังคงถามต่อไป ซึ่ง เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ก็ตอบว่า

    " หมอดูคนหนึ่งให้ข้า จะว่าให้ก็ไม่ถูกหรอก ตอนที่ข้าคุยกับเขา อยู่ ๆ เขาก็หายไปพอข้าจะกลับก็เจอผ้าผืนนี้ตกอยู่ที่พื้นก็เลยเก็บมาด้วย "

    " แล้วหมอดูคนนั้นพูดอะไรกับเจ้าหรือเปล่า " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ มองฮ่องเต้อย่างนึกไม่ถึงว่าเหตุใดถึงได้รู้เรื่องของนางกับหมอดูคนนั้นทั้ง ๆ ที่นางไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลย ฮ่องเต้เห็นนางเงียบไปจึงตรัสขึ้นว่า

    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าลองเล่าเรื่องที่พบหมอดูคนนั้นให้พ่อฟังหน่อย เจ้าพบเขากี่ครั้งแล้วเขาบอกอะไรกับเจ้าบ้าง เล่ามาให้ละเอียด แล้วเจ้าจะเข้าใจว่าทำไมพ่อถึงเชื่อว่าเจ้าเป็นลูกของ ซินอี้ "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ มองฮ่องเต้อีกครั้งอย่างชั่งใจ เซียวเจี้ยน เองตอนนี้ก็เบนความสนใจมาที่ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ แล้วเช่นกัน หย่งฉี บีบมือ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ และพยักหน้าเห็นด้วยที่จะให้นางเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนฟัง

    หย่งฉีนั้นอยากให้เซียวเจี้ยนได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างจากปากของเสี่ยวเยี่ยนจื่อเอง เนื่องจากแม้แต่ตัวเขาเอง เมื่อตอนที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อเล่าให้ฟัง เขายังแทบจะไม่เชื่อ ทั้งๆที่รู้ว่าเรื่องที่นางเล่าทุกอย่างเป็นความจริง และเขาก็เข้าใจถึงจิตใจของเซียวเจี้ยนดี ว่าจะรู้สึกอย่างไร ที่จู่ๆก็มีหลักฐานมาทำให้เชื่อว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่ออาจจะไม่ใช่น้องสาวร่วมสายเลือดของเขา

    " หมอดูคนนั้นข้าพบเขาหลายครั้งแล้ว ครั้งแรกที่ปักกิ่งตอนนั้นเขาก็บอกอะไรกับข้าแปลก ๆ แล้วว่า เขาเป็นเพื่อนของข้า ให้ข้าอดทนต่อเรื่องที่จะเกิดขึ้นแล้วข้าจะผ่านอุปสรรคทั้งหมด ตอนนั้นข้าไม่ใส่ใจ จนต่อมาเกิดเรื่อง หย่งฉี ถูกพิษแล้วข้าเองก็แทบเอาตัวไม่รอดแต่ข้าก็ยังไม่นึกถึงเขา จนข้าออกไปเที่ยวครั้งนี้ข้าก็ได้พบเขาเป็นครั้งที่สองเขาดูแก่ไปจากครั้งแรกแล้วเขาก็ยังย้ำคำเดิมกับข้าว่าขอให้ข้าอดทน เขาจะเป็นเพื่อนของข้าเสมอ แล้วเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ข้ายอมรับว่ากลัวมากแต่ว่าถึงเขาจะดูน่ากลัวเขาก็ไม่มีท่าทางที่จะทำร้ายข้าเลย หลังจากนั้นข้าก็ได้พบเขาอีกสองครั้ง ครั้งสุดท้ายเขาพูดอะไรตั้งเยอะ เขาให้ข้าอดทนต่อเรื่องที่จะเกิด เพราะว่าเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องจริงแต่เป็นชะตาของข้าเองที่ต้องเจ็บปวดเสียใจ เขาอยากตอบแทนข้าแต่ว่าเขาไม่อาจทำได้เวลาของเขาหมดแล้ว เขาทำท่าเหมือนกับกำลังจะตาย
    แล้วยังมีอีกประโยคหนึ่ง เขาพูดขาดเป็นห้วง ๆ ข้าเองก็จำได้ไม่แม่นนักหรอก รู้สึกว่าจะเป็น อะ…ปะ…. ท่าน…ชิง….ซิน…. ใช่…..ฟาง .. อะไรนี่แหละ หลังจากนั้นเขาก็หายไปเฉย ๆหายไปอย่างไม่น่าเชื่อทิ้งไว้แต่ผ้าผืนนี้ ข้าก็เก็บมาให้ หย่งฉี ดู แล้วข้าก็เอามันปน ๆ ไว้กับห่อของจนลืมมันไปแล้วเสด็จพ่อ ไปได้มันมาจากไหนหรือ "

    " ผ้านี่มันมาเอง มากับห่อของที่เจ้าส่งกลับปักกิ่งจากสำนักคุ้มภัยของมาถึงในวันที่เจ้าไปจากวังหลวง "

    " เป็นไปได้หรือ ข้าส่งของก่อนกลับมาปักกิ่งนี่นา ของน่าจะมาถึงก่อนข้าด้วยซ้ำ "

    " ใช่ของน่าจะมาถึงนานแล้ว แต่ที่มาช้าเพราะสำนักคุ้มภัยส่งไปผิดเมืองจึงต้องส่งใหม่ทำให้มาช้ากว่ากำหนด "

    " ไม่น่าเป็นไปได้ หย่งฉี เป็นคนไปจัดการ หย่งฉี รอบคอบออกอย่างนั้นจะบอกที่อยู่ผิดได้อย่างไร "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ พูดอย่างแปลกใจมาก

    " เจ้าพูดถูกต้อง แต่ว่ามันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ แต่หยุดเรื่องของไว้ก่อน เจ้าดูนี่ ลายดอกไม้นี่เหมือนกับในภาพหรือเปล่า "
    ฮ่องเต้ชี้ให้ลายบนผ้า และลายบนภาพวาดเทียบกัน เซียวเจี้ยน มองอย่างพิจารณาและพูดว่า

    " เหมือนกันมาก ผิดกันแต่ขนาดเท่านั้นเอง แล้วตรงนี้ยังมีอักษรปักไว้ด้วย รู้สึกว่าจะเป็นตัว ซิน..ซินอี้ "

    " ถูกต้อง เป็นคำ ซินอี้ เอาหล่ะ ที่นี้เจ้าสองคนมาลองวิเคราะห์ดูนะว่าของที่ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ได้มารวมทั้งหมอดูคนนั้นและคำพูดแปลก ๆ ของเขา กับภาพวาดนี้เกี่ยวข้องกันหรือเปล่า " แต่ก่อนที่ฮ่องเต้จะตรัสต่อ เซียวเจี้ยน ก็ถามขึ้นว่า

    " ฝ่าบาท หม่อมฉันอยากรู้ว่าภาพวาดใบนี้ได้มาอย่างไร แล้วทำไมถึงมาปรากฏเอาตอนนี้หากว่าพวกท่านบอกว่านางเป็นพระชายารองของท่านอ๋องเหวินชิงก็น่าที่จะนึกออกนานแล้วว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เหมือนกับนางและนางเกี่ยวข้องกับท่านอ๋อง "
    ฮ่องเต้ยิ้มอย่างพอพระทัยในความฉลาดรอบคอบของ เซียวเจี้ยน จึงตรัสตอบว่า

    "เจ้าเก่งมากที่นึกถึงข้อนี้ เกี่ยวกับภาพนี้เป็นเพราะข้ายกตำหนักท่านอ๋องให้เป็นเรือนหอของเจ้า ฉิงเอ๋อ จึงไปดูแลตกแต่งทำให้ได้ภาพนี้มา แต่ว่าเรื่องที่เกี่ยวกับซินอี้นั้น เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามีนางอยู่ "

    " เรื่องเศร้า อะไรหรือเพคะ.... แต่ว่า เสด็จพ่อข้ายังไม่เข้าใจเลยว่า รูปภาพกับผ้านี่มันเกี่ยวข้องกันอย่างไรแล้วทำไมข้าต้องเป็นลูกของ ซินอี้คนนี้ด้วย เสด็จพ่อ,คนเราอาจจะมีหน้าตาคล้ายกันมากก็ได้เพคะ "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ พูดขึ้นบ้างเรื่องที่นางกำลังเผชิญอยู่นี่ยากนักที่จะทำใจให้เชื่อถือได้ ฮ่องเต้ยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ นับจากวันแรกที่พระองค์รู้จักนางจนถึงตอนนี้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เปลี่ยนไปมากนางฉลาดขึ้นและยังรอบคอบอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีหากว่าทุกอย่างจะเป็นไปดังความหวังของพระองค์ที่ทรงตั้งพระทัยไว้ และจะได้ไม่ต้องทรงกังวลในอนาคตของนางดังที่พระองค์กับไทเฮาทรงวิตกอีกแล้ว หลังจากนั้น ฮ่องเต้ ก็เอ่ยขึ้นว่า

    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,ดีแล้วเจ้าถามแบบนี้แสดงว่า เจ้ารอบคอบมาก ที่เราค่อนข้างแน่ใจว่าเจ้าต้องเป็นลูกของท่านอ๋องเหวินชิงกับสนมซินอี้นั้นมันมีเหตุผล คือว่า เมื่อ จื่อเว่ย กับ ฉิงเอ๋อ ได้เห็นผ้าผืนนี้ จื่อเว่ย ก็รู้สึกคุ้น ๆ กับลายดอกไม้ที่ปักอยู่นางจึงไปเอาหนังสือบทกลอนที่นางเคยเห็นมาดู หนังสือเล่มนี้แต่งโดยท่านอ๋อง ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วลายดอกไม้ในหนังสือกับผ้านี้เหมือนกันมากรวมทั้งยังมีชื่อ ซินอี้ อยู่เหมือนกันอีกด้วย ประกอบกับ คำพูดประหลาดประโยคนั้น ซึ่งฟังดูคล้ายปริศนาถึงแม้มันจะยากต่อการเข้าใจแต่ก็มีบางคำที่เกี่ยวข้องกันทั้ง ชิง อี้ และฟาง ทำให้ จื่อเว่ย กับ ฉิงเอ๋อ คิดว่าต้องตีปริศนานี้ให้แตกให้ได้ "

    " เสด็จพ่อ แล้ว จื่อเว่ย กับ ฉิงเอ๋อ รู้ประโยคนี้ได้อย่างไร ข้าไม่เคยเล่าให้เขาฟังเลย " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ขัดขึ้นก่อนที่ ฮ่องเต้ จะพูดจบ ซึ่งฮ่องเต้ก็ตอบว่า

    " ถูกเจ้าไม่ได้เล่าให้พวกนางฟัง แต่เจ้าเคยเล่าให้ หย่งฉี ฟังไม่ใช่หรือ ที่จื่อเว่ย รู้ก็เพราะสงสัยเรื่องผ้าเลยถาม หย่งฉี หย่งฉี จึงเล่าให้ฟังทั้งหมดเกี่ยวกับที่เจ้าได้เจอหมอดูคนนั้น เจ้าไม่สงสัยเรื่องนี้แล้วใช่ไหม

    " เพคะ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ รับคำ ฮ่องเต้จึงตรัสต่อไป

    " ถ้าอย่างนั้นเจ้าฟังต่อไป หลังจากที่เอาผ้าและบทกลอนมาแล้ว ฉิงเอ๋อ ก็รู้สึกว่าน่าจะยังต้องมีอะไรอย่างอื่นอีกที่เกี่ยวกับซินอี้และท่านอ๋องนางจึงย้อนกลับไปที่ตำหนัก จึงได้ไปพบภาพใบนี้เข้า เมื่อเอามาประกอบกันแล้ว ทั้งภาพวาดผ้าผืนที่เจ้าได้มา คำพูดของหมอดูที่บอกว่าเป็นมิตรกับเจ้าต้องการช่วยเจ้า ต้องการถ่ายบาปแต่ชะตาฟ้าไม่อาจเปิดเผย เรื่องทั้งหลายที่เกิดกับเจ้าไม่ใช่เรื่องจริงเป็นเพียงเคราะห์กรรมของเจ้าเท่านั้น จื่อเว่ย กับ ฉิงเอ๋อ จึงทูลถามไทเฮาถึงท่านอ๋องและ ซินอี้ว่าทรงทราบหรือไม่ ซึ่งปรากฏว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงเพียงแต่คนที่รู้ดีกลายเป็นฮองเฮา ไม่ใช่ ไทเฮา พวกนางจึงขอให้ฮองเฮาเล่าให้ฟังเมื่อฟังเรื่องราวจากฮองเฮาแล้ว พวกเราจึงแน่ใจว่าเจ้าต้องเป็นธิดาของท่านอ๋องเหวินชิงกับ ซินอี้แน่นอน "

    " แล้วเรื่องของ ท่านอ๋องกับ ซินอี้เป็นอย่างไรเพคะ เสด็จพ่อ รีบเล่าเถอะข้าอยากรู้
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ พูดขึ้นนางยอมรับว่าเรื่องทั้งหมดในตอนนี้ทำให้นางสับสนแต่ก็สร้างความตื่นเต้นอย่างเหลือประมาณให้กับนางด้วย
    แม้แต่ เซียวเจี้ยน เขาเองไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีเรื่องที่ลึกลับซับซ้อนอย่างนี้เกิดขึ้นแต่ก็ได้เกิดเกิดขึ้นแล้ว แม้จะอยากรู้เรื่องราวต่อไป แต่ เซียวเจี้ยน ก็กังวลอยู่ในใจว่าหาก เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เป็นธิดาของท่านอ๋องจริง แล้วเขาจะทำอย่างไร ..... เขาไม่เคยคิดว่านางจะเป็นผู้อื่นได้นอกจากน้องสาวเพียงคนเดียวของเขา ความรู้สึกนี้ของ เซียวเจี้ยน หาได้รอดพ้นสายตาของ หย่งฉี และ ฮ่องเต้ ไปไม่ หย่งฉี จึงตบบ่าเขาเบาๆ เซียวเจี้ยน มองหน้า หย่งฉี ที่ยิ้มให้ในรอยยิ้มนั้นมีทั้งกำลังใจและบ่งบอกว่า ไม่ว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ จะเป็นใครจะใช่น้องสาวของเขาหรือไม่ ความสัมพันธ์ของเซียวเจี้ยนและพวกเขาก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจะคงเดิม เซียวเจี้ยน ยิ้มน้อยๆตอบและซาบซึ้งในน้ำใจของ หย่งฉี ฮ่องเต้เห็นว่า เซียวเจี้ยน ตั้งสติได้แล้วจึงตรัสขึ้น

    " เรื่องนี้ข้าให้ ฮองเฮาเล่าให้เจ้าฟังจะดีกว่าเพราะนางรู้เรื่องมากที่สุด ข้าเองมารู้ก็พร้อมกับ จื่อเว่ย และ ฉิงเอ๋อ นี่เอง ฮองเฮารบกวนเจ้าเล่าเรื่องของ ท่านอ๋องกับ ซินอี้ให้เขาสองคนฟังหน่อยนะ "

    " เพคะ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าตั้งใจฟังให้ดีนะ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ ยิ่สิบสี่ปีก่อน ตอนนั้นท่านอ๋องแต่งงานแล้วกับพระชายาคือ นาราหว่านเหอ ยังไม่มีพระชายารอง หลังจากแต่งงานไม่นาน ท่านพ่อของพระชายาก็สิ้นทำให้พระชายาต้องรับน้องสาวต่างมารดาคือซินอี้มาอยู่ด้วยเนื่องจากแม่ของนางตายไปแล้วและท่านพ่อของพระชายาฝากให้ดูแลนาง ซินอี้เป็นหญิงสาวที่งดงามอ่อนหวานแต่นางค่อนข้างเก็บตัวจึงไม่ค่อยมีใครพบเห็นนางนัก ตอนที่ ซินอี้มาอยู่ที่ตำหนักท่านอ๋องไม่อยู่ไปราชการที่ต่างเมืองเมื่อกลับมาถึงจึงได้พบกับซินอี้ และเพราะซินอี้เป็นคนอ่อนหวานผิดกับพระชายาที่เข้มงวด ทำให้ท่านอ๋องพอรพระทัยและรักนางจึงขอนางกับพระชายาให้ซินอี้ได้เป็นอนุ พระชายาไม่ยอมเพราะนางนิสัยแข็งกร้าวยอมรับไม่ได้ที่จะมีหญิงอื่นเข้ามาในชีวิต แต่ท่านอ๋องก็รักซินอี้มากเสียจนถึงกับเข้าเฝ้าไทเฮาขอให้ทรงประทาน ซินอี้ให้กับพระองค์ ครั้งนั้นท่านอ๋องพาซินอี้เข้าวังมาด้วย ข้ากับ ไทเฮาจึงได้เห็นนางเป็นครั้งแรกแต่ก็ไม่ชัดนัก หลังจากนั้นเพราะไทเฮาทรงโปรดท่านอ๋องจึงประทานซินอี้ให้ ทำให้พระชายากริ้วมาก นางเริ่มเกลียดชังซินอี้ เพราะว่านับแต่รับซินอี้เป็นพระชายารอง ท่านอ๋องก็แทบไม่เหลียวแลพระชายาเลย นางเข้าวังมาปรับทุกข์กับข้าบ่อยๆ ทำให้ข้าได้รู้เรื่องของซินอี้มากขึ้นแต่ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นนางอีก และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อพวกเราเห็น เสี่ยวเยี่ยนจื่อ จึงนึกไม่ออกว่านางเหมือนกับ ซินอี้

    อย่างที่บอกแล้วนางเป็นคนเงียบ ชอบเก็บตัวและที่เป็นอย่างนั้นอาจเป็นเพราะนางเจียมตัวว่านางเป็นเพียงลูกจากอนุของท่านพ่อพระชายาและตัวเองก็เป็นรองพระชายาอีกเช่นกัน จนต่อมาพระชายาทราบว่าก่อนมาที่ตำหนักของนาง ซินอี้มีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ โหวจ้าน เขาเป็นบันฑิตเรียกว่าเป็นหนอนหนังสือก็ได้ โหวจ้านลุ่มหลงในบทกลอนและการพยากรณ์มาก แต่ก็ยังน้อยกว่าที่เขาหลงรักซินอี้ เขาพยามติดต่อกับนางแต่ซินอี้ก็หลีกเลี่ยงตลอดมา ทุกคนรู้ว่าซินอี้รักท่านอ๋องมากและท่านอ๋องก็รักนางมากเช่นกันยิ่งนานวันพระชายาก็ยิ่งเกลียดนาง ทำให้นางคิดกำจัดซินอี้ ประจวบกับตอนนั้นชายแดนมีปัญหา ท่านอ๋องต้องออกไปทำศึกนานหลายเดือน พระชายาจึงติดต่อ โหวจ้าน และบอกเขาว่าหากเขารักนางจริง พระชายาก็จะส่งเสริมเขากับนาง เพราะนางอยู่ที่นี่ก็ไม่มีความสุข โหวจ้านตกลง พระชายาจึงให้เขาพานางหนีไป ไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีใครรู้และห้ามบอกใครด้วย เพราะหากว่าท่านอ๋องกลับมาต้องออกตามหาแน่และถ้าหาพบพวกเขาสองคนต้องตาย

    ด้วยความที่โหวจ้านหลงรักซินอี้และเชื่อที่พระชายาบอกจึงยอมทำตามที่พระชายาเสนอ หลังจากนั้นซินอี้ก็หายไป จนเมื่อท่านอ๋องเดินทางกลับจากชายแดน พระชายาจึงบอกว่าซินอี้หนีไปแล้วกับชายคนรักของนาง ท่านอ๋องเสียใจมากแต่ก็ไม่เชื่อว่าซินอี้จะเป็นคนเช่นนั้น ท่านอ๋องส่งคนออกตามหาแต่ว่าหาอย่างไรก็ไม่พบ จนเวลาผ่านไปเกือบปี อยู่ ๆ โหวจ้านก็มาที่ตำหนักของท่านอ๋อง เขาขอพบท่านอ๋อง และยอมสารภาพผิดว่าเขาเป็นคนพานางหนีไปเองโดยที่นางไม่เต็มใจ หนีไปทางเหนือที่ทุรกันดาร โดยที่เขาไม่รู้เลยว่านางตั้งครรภ์แล้วในตอนนั้น และคนที่ตำหนักอ๋องก็ไม่มีใครรู้เช่นกัน เขาจึงคิดพานางกลับมาแต่เพราะเขาไม่เอาไหนเป็นคนอ่อนแอ จึงล้มป่วยเสียก่อนเขาป่วยอยู่นานหลายเดือนโดยมีซินอี้คอยดูแลด้วยความมีน้ำใจฉันท์เพื่อนเก่า ยิ่งทำให้เขาสำนึกผีดมากยิ่งขึ้นที่ทำให้นางต้องเสียใจและลำบาก ตอนนั้นนางครรภ์แก่มากแล้วเขาเห็นว่าหากรอให้เขาหายอาจจะไม่มีวันนั้นก็ได้เพราะว่าอาการเขาไม่ดีขึ้นเลย เขาจึงตัดสินใจฝากนางให้เดินทางกลับมาปักกิ่งกับขบวนของพ่อค้า จนเวลาผ่านไปอีกเขาแน่ใจว่าซินอี้คงกลับปักกิ่งแล้วโดยปลอดภัยและไม่น่าเชื่อว่าเขาจะหายป่วยจากโรคร้ายนั้น เมื่อหายดีแล้วเขาจึงไปหาพ่อค้าคนนั้นเพื่อถามข่าวของซินอี้ว่านางปลอดภัยหรือไม่ แต่ว่าพ่อค้าคนนั้นตายไปแล้วเพราะตอนเดินทางขบวนสินค้าถูกโจรปล้นจึงถูกสังหารแทบทั้งหมดเหลือรอดเพียงไม่กี่คนและ คนที่รอดมาเล่าได้ให้เขาฟัง

    โหวจ้านถามถึง ซินอี้ เขาบอกว่านางเดินทางไปก็คลอดบุตรออกมาก่อนเป็นผู้หญิงแต่คลอดได้ไม่นานนางก็เสียชิวิตเพราะนางอ่อนแอมาก ก่อนตายนางฝากให้คนในขบวนช่วยเลี้ยงลูกนางให้ด้วย พวกเขาฝังศพนางไว้ โหวจ้านจึงไปไหว้หลุมศพนางและเดินทางกลับปักกิ่งมาพบท่านอ๋อง ตลอดทางเขาก็ตามหาลูกของซินอี้ไปด้วยแต่แผ่นดินกว้างใหญ่ไม่รู้ว่าคนในขบวนนั้นกระจัดกระจายไปไหนกันบ้าง ท่านอ๋องเสียพระทัยอย่างที่สุดที่ต้องสูญเสียทั้งลูกและเมียอย่างนี้ พระชายาเองก็สำนึกผิดและเสียใจไม่น้อย โหวจ้านขอรับโทษจากท่านอ๋อง ไม่น่าเชื่อว่าท่านอ๋องไม่เอาโทษเขา พระองค์ไม่ต้องการบาปไปเกิดแก่ให้ซินอี้และลูกอีก โหวจ้านลากลับและซาบซึ้งในน้ำใจของท่านอ๋องแต่ก่อนไปเขาสาบานต่อหน้าท่านอ๋องว่าตลอดชีวิตของเขา เขาจะตามหาธิดาของท่านอ๋องให้พบและนำนางกลับคืนมาสู่อ้อมอกของท่านอ๋องให้ได้ เพราะเขารู้เรื่องโหราศาสตร์เขารู้ว่าตอนนี้ธิดาของท่านอ๋องยังมีชีวิตอยู่ แต่ชะตาของผู้คนสวรรค์เป็นผู้กำหนด ดังนั้นหากสวรรค์ไม่เปิดเผยอย่างไรเขาก็ไม่อาจรู้ แต่ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงไรเขาก็จะทำให้สำเร็จ ตามหาธิดาน้อยให้พบ

    ท่านอ๋องฝากให้โหวจ้านช่วยเหลือในเรื่องนี้พระองค์ก็จะตามหาเช่นกันแต่กับพระชายาท่านอ๋องโกรธมากถึงกับตัดเป็นตัดตายกับนาง ที่ทำร้ายคนได้ถึงเพียงนี้ไม่ว่าพระชายาจะอ้อนวอนอย่างไรท่านอ๋องก็ไม่ใจอ่อน แต่ท่านอ๋องก็ยังมีน้ำใจไม่น้อยที่ไม่เคยแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้เลย มีแต่เพียงพระชายาเท่านั้นที่เสียใจมากและมาปรับทุกข์กับข้า ถึงตอนนั้นนางก็สำนึกผิดแล้วที่ทำร้ายซินอี้และลูกของนาง ท่านอ๋องไม่มีลูกกับพระชายา นางรู้ว่าท่านอ๋องผิดหวังและเสียใจมากที่สูญเสียธิดาไป แต่ยังไม่ทันที่ท่านอ๋องจะได้ตามหาลูกสาว ก็ต้องไปราชการที่ชายแดนอีก ทั้ง ๆ ที่เรื่องส่วนตัวก็หนักหนาแต่ว่าท่านอ๋องก็ยังถือเอาหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อท่านอ๋องไปแล้ว พระชายาก็สั่งให้ตามหาธิดาและให้คนไปนำศพซินอี้กลับมาปักกิ่ง แต่เพราะท่านอ๋องจากไปรบด้วยความเสียใจทำให้ร่างกายทรุดโทรมถึงแม้จะรบชนะสุดท้ายก็ต้องสิ้นพระชนม์ที่ชายแดนนั่นเอง พระชายาเสียใจแทบเป็นบ้า นางแทบตายตามท่านอ๋องไปแต่แล้วก็สำนึกว่าถึงตายไปก็ไม่อาจพบหน้าท่านอ๋องในปรโลก นางจึงตัดสินใจบวชชีไม่สึกตลอดชีวิตไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีก การบวชของนางเพื่อเป็นการไถ่บาปและสร้างกุศลให้กับลูกของซินอี้ที่เป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของนางว่าจะได้กลับมา "

    ฮองเฮาเล่าอย่างยืดยาวซึ่ง เซียวเจี้ยน และ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ต่างก็ตั้งใจฟังรวมทั้ง หย่งฉี ด้วย เรื่องนี้สร้างความรันทดให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของทุกคน สำหรับความรู้สึกของ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ตอนนี้ไม่ว่านางจะเป็นลูกของท่านอ๋องหรือไม่ นางก็รู้สึกสงสารในชะตากรรมของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เซียวเจี้ยน นิ่งอึ้งไปทันทีที่ฮองเฮาเล่าจบลง เรื่องนี้เหลือเชื่อเกินไป จริงอยู่การทำลายกันในหมู่ภรรยาใหญ่น้อยล้วนเกิดขึ้นได้เสมอ และการพลัดพรากเช่นนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เคยมี แต่จะมีสิ่งใดมายืนยันได้แน่ชัดว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เป็นลูกของท่านอ๋องกับสนมซินอี้ หากคึดถึงภาพของซินอี้และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกันว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เป็นคนสำคัญที่อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
    ฮ่องเต้ทรงสังเกตเห็น เซียวเจี้ยน ครุ่นคิดอย่างหนักจึงตรัสว่า

    " เซียวเจี้ยน เจ้ากำลังสับสนและสงสัยใช่ไหม ว่าทำไมเราถึงแน่ใจว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เป็นลูกของซินอี้กับท่านอ๋อง ฮองเฮาคงลืมเล่าให้เจ้าฟังไปตอนหนึ่ง ตอนที่โหวจ้านได้ไปไหว้หลุมศพของซินอี้และเปิดดูศพของนางเพื่อความแน่ใจนั้นเขาพบว่ามีผ้าแพรผืนหนึ่งในโลงศพนั้น
    เขาจำได้ว่าซินอี้รักมากและนำติดตัวไว้ตลอดเวลา นางเคยบอกว่าผ้าผืนนี้ท่านอ๋องสั่งทำให้นางเป็นที่ระลึกในการพบกันครั้งแรกระหว่างคนทั้งสอง นางจึงเก็บไว้เพื่อระลึกถึงวันนั้นและจะเล่าให้ลูกของนางฟังถึงความรักของพ่อแม่เมื่อเขาโตขึ้น โหวจ้านนำผ้าผืนนั้นมาด้วยเพราะคิดว่าซินอี้คงรักลูกมากและความรักของนางที่ผูกพันกับท่านอ๋องและผ้าผืนนี้อาจจะช่วยดลให้การตามหาพระธิดาของนางและอ่านอ๋องสำเร็จตามที่เขาตั้งใจไว้
    พวกเราแน่ใจว่าหมอดูคนที่ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ พบต้องเป็นโหวจ้านแน่นอนไม่เช่นนั้นเขาคงไม่พูดหรือบอกคำปริศนานี้ให้นางฟังอีกทั้งยังมอบผ้าผืนนี้ให้นางอีกด้วย "
    " แต่ว่าหากเขาเป็นโหวจ้านจริงทำไมเขาไม่บอกความจริงทั้งหมดให้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้ จะได้ไม่ต้องเคลือบแคลงสงสัยกันอีก "
    เซียวเจี้ยน ถามขึ้นบ้างซึ่งคำพูดนี้ของเขาทำให้ทุกคนต้องนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ไทเฮาจะทรงตรัสขึ้นอย่างช้าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

    " เซียวเจี้ยน ข้าเข้าใจถึงความรู้สึกของเจ้า เจ้าถามอย่างนี้เพราะเจ้ายังไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องประหลาดอย่างนี้เกิดขึ้น เจ้าพูดถูกหากว่าคนผู้นั้นคือโหวจ้านแล้วทำไมเขาถึงไม่บอกความจริงที่เขาแน่ใจว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เป็นลูกของซินอี้ให้นางรู้ แต่คนเราเกิดมาภายใต้โชคชะตาที่มีสวรรค์เป็นผู้กำหนด และการเกิดก็ย่อมต้องมีทั้งบุญและบาปติดตัวมาด้วย นี่อาจเป็นวิบากกรรมของ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เองที่นางต้องชดใช้ โหวจ้านแม้วชาญโหราศาสตร์ แต่อย่างไรเขาก็ไม่อาจฝืนมติสวรรค์ โหวจ้านเองก็มีบาปกรรมของเขาที่ต้องชดใช้ทำให้ต้องลำบากตามหา ลูกของซินอี้ตลอดชีวิตซึ่งสุดท้ายเขาก็ทำสำเร็จได้พบกับนางแต่เขาก็รู้ว่าชะตาชีวิตของเสี่ยวเยี่ยนจื่อต้องเป็นไปตามที่สวรรค์ลิขิตไว้ ซึ่งไม่อาจจะฝ่าฝืนได้ จึงได้บอกย้ำ ให้นางต่อสู้ต่อวิบากกรรมนี้ ซึ่ง เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ก็ผ่านความลำบากของนางมาแล้วอย่างที่เจ้าเห็น จนค้นพบตัวตนที่แท้จริงของนาง ทีนี้เจ้าจะยอมรับได้หรือไม่ว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่ออาจจะไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของเจ้าแต่เป็นเลือดเนื้อของ อ๋องเหวินชิงกับ ซินอี้,เป็นท่านหญิงของต้าชิง " ///////
    เฟิน ผู้เยี่ยมชม
    • Name : เฟิน [ IP : 58.147.77.214 ]
    • Email / Msn: natthaya_t5(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 / 14:41
  • ความคิดเห็นที่ 11

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและเต็มไปด้วยเหตุผลทำให้ เซียวเจี้ยน ทำให้ต้องยอมรับ แม้ยังขัดแย้งอยู่ในใจบ้างก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าขณะนี้ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ไม่เกี่ยวข้องกับ ท่านอ๋องเหวินและซินอี้ หากเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นธิดาของท่านอ๋อง นางก็จะไม่ใช่น้องสาวของเขาอีกต่อไป แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไปดี
    นับแต่เขาได้รู้ว่าตามหาน้องสาวของตัวเองพบ เซียวเจี้ยน ก็ทุ่มเทความรักทั้งหมดที่มีให้กับน้องสาวคนนี้เพื่อทดแทนกับสิ่งที่นางต้องสูญเสียมาตลอดชิ่วิต และชดเชย ที่เขาไม่เคยได้ดูแลนางมาเป็นเวลาร่วมยิ่สิบปี ตลอดเวลาเซียวเจี้ยน ไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องใดมาทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อจะกลับไปเป็นคนอื่นซึ่งไม่ใช่น้องสาวของเขาเลย
    แล้วเหตุการณ์ที่เขาไม่เคยนึกถึงก็กำลังเกิดกับเขา อย่างกระทันหัน เขาจะทำสิ่งใดได้
    เซียวเจี้ยน มองหน้า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ด้วยความสับสน ซึ่งเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เองก็ไม่ต่างจาก เซียวเจี้ยน เลยนางไม่เคยคิดว่าเซียวเจี้ยนจะเป็นใครอื่น นอกจากเป็นพี่ชายคนเดียวของนางเท่านั้น ฮ่องเต้เห็น สีหน้าของทั้งสองคนกำลังคร่ำเคร่งและสับสน พระองค์จึงตรัสกับเซียวเจี้ยนขึ้นว่า

    " เซียวเจี้ยน เรื่องนี้ข้าเข้าใจว่าเจ้ารู้สึกอย่างไร พวกเราเองก็ไม่อยากเชื่อเช่นกันแต่เพื่อจะพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เป็นใครกันแน่ข้าจึงให้ เอ่อคัง ไปเชิญคน ๆ หนึ่งมา เจ้าจำแม่ชีท่านนี้ได้หรือไม่ "
    ตรัสจบ ฮ่องเต้ก็หันไปทางที่แม่ชีนั่งอยู่ เซียวเจี้ยน และ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ มองตามไป เซียวเจี้ยน เพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง
    เขาก็พูดว่า

    " ข้าจำได้ ท่านนี้คือซือไท่จิ้งหุ้ย แห่งอารามเมฆขาว เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าจำซือไท่ได้หรือเปล่า "
    เซียวเจี้ยน ถาม เสี่ยวเยี่ยนจื่อ บ้าง เสี่ยวเยี่ยนจื่อ มองแม่ชีอยู่นานแล้ว นางส่ายหน้าช้า ๆ และตอบว่า

    " ข้าจำไม่ได้ เหมือนจะเคยเห็น ข้ารู้แต่ว่าเคยอยู่ที่สำนักชี แต่จะใช่อารามเมฆขาวหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน "
    คำตอบของ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทำให้ความตึงเครียดบนใบหน้าของ เซียวเจี้ยน เพิ่มมากขึ้น เขาหันไปถามฮ่องเต้ว่า

    " ฝ่าบาทเชิญซือไท่มาเพื่อพิสูจน์ว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ จะให้ เสี่ยวฉือหรือไม่หรือ พะยะค่ะ "
    " ถูกต้อง ข้าต้องการให้ซือไท่ยืนยันว่า นางเป็นคนเดียวกันกับ เสี่ยวฉือ หรือว่าไม่ใช่ เพราะในจำนวนคน
    ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ มีเพียงซือไท่เท่านั้นที่ได้เคยเห็นและอยู่กับนางจริง ที่ข้าต้องทำอย่างนี้ก็เพื่อ
    ให้ความจริงปรากฏข้าไม่อยากให้เกิดความเคลือบแคลงสิ่งใดอีก ไม่ใช่ข้าอยากทำร้ายจิตใจของเข้า แต่ว่าถึงตอนนี้
    แล้วชาติกำเหนิดของ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลต่ออนาคตของนาง เจ้าคงเข้าใจข้า "

    " กระหม่อมเข้าใจพะย่ะค่ะ "

    เซียวเจี้ยน ตอบเบาๆ สีหน้าของเขายังคงเคร่งขรึม เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ยอมรับว่านางรู้สึกตื่นเต้น ด้วยอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วชาติกำเนิดของตนเองเป็นใคร แต่ทว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็มีจิตสำนึกนางทราบดีถึงความรู้สึกของเซียวเจี้ยน หากเรื่องราวพลิกผันนางไม่ใช่คนในตระกูลฟางแล้วเขาจะรู้สึกผิดวังมากขนาดไหน แม้ว่าตัวของนางนั้นไม่ว่าตนเองจะป็นใครก็ตาม สำหรับเซียวเจี้ยนนั้นเขาจะยังคงเป็นเหมือนพี่ชายแท้ๆของนางเสมอ เมื่อคิดถึงข้อนี้เสี่ยวเยี่ยนจื่อจึงหันไปเกาะแขนเซียวเจี้ยนแล้วถามเบาๆว่า

    " เซียวเจี้ยน เจ้าจะยอมให้ซือไท่พิสูจน์หรือเปล่า " เซียวเจี้ยน มองหน้า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ อย่างแปลกใจ
    "เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าถามข้าทำไม? "

    " ก็เจ้าเป็นพี่ของข้านี่ เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องให้เจ้าอนุญาต หากเจ้าไม่ต้องการเราก็ไม่ต้องทำ ข้าไม่สนใจหรอกว่าสุดท้ายข้าจะเป็นใคร แต่ข้อหนึ่งที่จะคงอยู่ตลอดไปคือเจ้าเป็นพี่ข้า ข้าเป็นน้องเจ้า เราเป็นพี่น้องกันและจะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ได้ "

    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง เซียวเจี้ยน ยิ้มออกมาด้วยความปลาบปลื้ม เขากุมมือนางไว้และตบเบา ๆ

    " ขอบใจเจ้ามาก เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ขอบใจเจ้าจริงๆ ข้าไม่เป็นไรหรอก เจ้าไม่ต้องกังวล ฮ่องเต้ตรัสถูกต้องแล้ว เราควรทำเรื่องนี้ให้กระจ่างเพราะว่ามันสำคัญต่อเจ้ามาก ฝ่าบาทเชิญซือไท่มาเถอะ พะยะค่ะ" เซียวเจี้ยน หันไปกราบทูลฮ่องเต้ ซึ่งฮ่องเต้ก็รับคำทันที

    " ซือไท่ รบกวนท่านช่วยพิจารณาด้วยว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ คนนี้เป็นคนเดียวกับที่เคยอยู่กับท่านหรือไม่ "

    ซือไท่จิ้งหุ้ยยืนขึ้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อ และ เซียวเจี้ยน ก็ยืนขึ้นเช่นกัน ทั้งสองคนเดินเข้าไปหาแม่ชีและหยุดยืนอยู่ด้านหน้า ซือไท่จิ้งหุ้ยพิจารณา เสี่ยวเยี่ยนจื่อ อย่างถี่ถ้วนโดยที่ยังไม่กล่าวคำพูดใด หลังจากเวลาผ่านไปเป็นครู่ท่ามกลางการรอคอยของทุกคน ซือไท่ก็เข้าไปเลิกผมที่ท้ายทอยด้านหลังของ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ขึ้น ท่านใช้มือลูบคลำบริเวณนั้นอย่างนุ่มนวล และถาม เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ว่า

    " องค์หญิงท่านเจ็บหรือไม่ "

    " ไม่เจ็บเลยค่ะ มีอะไรหรือคะ " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ตอบและถามอย่างสงสัย ซือไท่ละมือจากท้ายทอยของ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ และหันไปที่ฮ่องเต้และเซียวเจี้ยนพร้อมกับกล่าวว่า
    ฝ่าบาท หญิงสาวผู้นี้ ไม่ใช่ฟางฉือหรือเสี่ยวฉือที่เคยอยู่ที่อารามเมฆขาวหรอก "
    คำพูดของซือไท่จิ้งหุ้ยสร้างความตื่นตะลึงให้กับ เซียวเจี้ยน และทุกคนเพียงแต่แตกต่างกันที่ความรู้สึกเท่านั้น ทุกคนดีใจที่นางไม่ใช่ฟางฉือ ซึ่งก็หมายคามว่า นางเป็นธิดาของท่านอ๋องเหวินชิง เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ยกมือแตะอกไว้ด้วยความตื่นเต้น หย่งฉี ต้องเข้าไปโอบบ่านางไว้อย่างให้กำลังใจ แม้ว่าตัวเองจะตื่นเต้นไม่แพ้นางก็ตาม แต่ สำหรับ เซียวเจี้ยน เขากำลัง เสียใจที่นางไม่ใช่ เสี่ยวฉือน้องของเขา เซียวเจี้ยน ถามย้ำออกไปอีกครั้งด้วยเสียงแหบพร่า

    "ซือไท่ท่านแน่ใจนะว่านางไม่ใช่เสี่ยวฉือ นางไม่เคยอยู่กับท่าน "
    " ประสกเซียว ศิษย์พุทธองค์ไม่กล่าวเท็จหรอก เสี่ยวเยี่ยนจื่อ คนนี้หน้าตาคล้ายเสี่ยวฉือมากโดยเฉพาะคิ้วหนาตาโตของนาง หากว่าตอนนี้ฟางฉือมาอยู่ที่นี่ด้วยก็คงจะคล้ายกันมากทีเดียว แต่ว่าที่ท้ายทอยของ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ไม่มีแผลเป็นแต่เสี่ยวฉือมี ตอนที่นางยังเล็กนั้นเพราะความที่นางซุกซนมากทำให้วันหนึ่งนางตกจากต้นไม้ศรีษะกระแทกเข้ากับเศษไม้ปลายแหลมมันแทงเข้าที่ท้ายทอยของนาง เป็นแผลลึกไม่น้อย ตอนนั้นนางไม่สบายอยู่หลายวันจนเมื่อหายแล้วก็เกิดแผลเป็นขึ้นซึ่งไม่มีวันที่แผลเป็นนี้จะหายไปได้ต้องติดตัวนางไปตลอด อีกอย่างหนึ่งก็คือนางมักจะปวดแผลเวลาที่อากาศเย็นจัด หรือหากว่ามีใครไปแตะต้องมันเข้า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ไม่มีแผลเป็นและไม่เจ็บอีกด้วย ประสกเซียว นางไม่ใช่เสี่ยวฉือ " คำยืนยันจากปากของ ซือไท่ท่านนี้ทำให้ความหวังอันน้อยนิดของ เซียวเจี้ยน ดับลงทันที

    " นางไม่ใช่น้องของเขา เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ไม่ใช่เสี่ยวฉือ อา..แล้วนี่เขาจะทำอย่างไร เช่นนี้ไม่เท่ากับเขาแอบอ้างเป็นพี่ชายของนางหรอกหรือ....แท้จริง เขาไม่เคยคิดที่จะหลอกลวงใครว่าเขาเป็นพี่ชายของนาง เขาเพียงต้องการสืบหาน้องสาวที่แท้จริงของเขา ต้องการชดเชยให้กับนาง และเขาก็เข้าใจว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นน้องสาวแท้ๆของเขาที่พลัดพรากจากกัน แต่บัดนี้ นางไม่ใช่น้องของเขาแล้ว อย่างนี้เขาจะเป็นใครสำหรับนาง "

    เซียวเจี้ยน ทรุดตัวลงนั่งด้วยความสับสนและตึงเครียด ส่วนเสี่ยวเยี่ยนจื่อ บีบมือหย่งฉีที่โอบเอวนางไว้อย่างลืมตัว นางคนสายเลือดตระกูลฟาง ไม่ใช่ เสี่ยวฉือ ไม่ใช่น้องสาวของ เซียวเจี้ยน แต่เป็นธิดาของท่านอ๋อง
    " ข้าเป็นลูกท่านอ๋องอย่างนั้นหรือ แม่ข้าคือ ซินอี้ ใช่ไหม หย่งฉี เจ้าบอกข้าซิ ข้าเป็นใครกันแน่ "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อเขย่ามือหย่งฉีเบาๆแล้วถามขึ้น หย่งฉี จึงตอบนางว่า
    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ถูกต้องเจ้าเป็นลูกสาวของท่านอ๋องเหวินชิงกับพระชายาซินอี้ เจ้าไม่ใช่ฟางฉือหรอก แต่ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร เจ้าก็ยังคงเป็น เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ที่รักของทุกคน " กล่าวจบประโยคหย่งฉีก็ยิ่มให้ภรรยาอย่างอ่อนโยน
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เงยหน้ามองอย่างตื้นตัน นางเห็นเขาพยักหน้าให้แล้วหันไปทาง เซียวเจี้ยน ที่นั่งก้มหน้าอยู่ด้านข้าง เสี่ยวเยี่ยนจื่อเข้าใจความหมายนี้ นางจึงเดินเข้าไปแล้วทรุดลงต่อหน้า เซียวเจี้ยนจับมือของเขาไว้และพูดว่า
    "เซียวเจี้ยน , ขอให้ท่านจำไว้ว่า ไม่ว่าข้าจะเป็นใคร จะใช่คนสายเลือดตระกูลฟางหรือไม่ ข้าก็จะถือว่าข้าเป็นน้องสาวของท่าน ท่านจะเป็นพี่ชายของข้าตลอดไป และต่อจากนี้ไปข้าจะขอเรียกท่านว่า ..พี่ใหญ่.."
    "ข้าไม่อาจ…ไม่อาจ..."

    " เจ้าพูดผิดแล้ว เซียวเจี้ยน เป็นพี่น้องใยต้องร่วมอุทร คำนี้เจ้าเคยบอกพวกเราเอง หรือว่าเจ้าลืมไปแล้ว คำพูดประโยคนี้มีความหมายนัก ตอนนั้นพวกเราไม่รู้จักกันเจ้าก็รับเราเป็นพี่น้อง ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมามากมายยิ่งกว่าพี่น้องร่วมสายเลือดบางคนเสียอีก หากเพราะแค่ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เป็นลูกของท่านอ๋อง แล้วทำให้เจ้ามากลับคำอย่างนี้ ข้าคิดว่าไม่ถูกต้องนะ หากเจ้าจากพวกเราไปหรือไม่ยอมรับนางเป็นน้องสาวอีก เสี่ยวเยี่ยนจื่อ จะยังยิ้มได้หรือ เซียวเจี้ยน เจ้าไม่ต้องคิดมาก อย่างไรเจ้าก็ต้องอยู่กับเราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่มีวันพรากจาก "
    " หย่งฉี เจ้าพูดได้ดี" เอ่อคังที่ยืนฟังอยู่ด้วยกล่าวขึ้นแล้วหันไปกล่าวกับเซียวเจี้ยน
    " เซียวเจี้ยน หากเจ้าไม่ยอมรับพวกเรา ข้าคงต้องคุกเข่าอ้อนวอนเจ้าแล้ว พวกเราทุกคนไม่ต้องการให้เจ้าจากไปแน่นอน โดยเฉพาะ ฉิงเอ๋อ... "
    และคำพูดประโยคท้ายของเขาทำให้ เซียวเจี้ยน เบนสายตาไปที่ ฉิงเอ๋อ ที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้าง ๆ ไทเฮา จริงซิ ... ฉิงเอ๋อ หญิงผู้เป็นเหมือนดวงใจของเขา หากเขาจากไปนางจะต้องเสียใจอย่างที่สุด และแม้แต่เขาเองก็คงทนไม่ได้ที่ต้องจากนางไป แล้วอย่างนี้เขาจะตัดใจจากนางไปได้อย่างไร
    ฮ่องเต้เห็นหนุ่มสาวมองกันเช่นนั้น พระองค์จึงตรัสขึ้นว่า

    " เซียวเจี้ยน เจ้าไม่ต้องคิดมาก อย่างไรเจ้าก็ถือได้ว่าเป็นพี่น้องของลูกๆของข้า ถือเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน พวกเขารักเจ้าถึงเพียงนี้เจ้าก็ถนอมความรักนี้ไว้เถิดนะ เรื่องของ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เราเพียงต้องการพิสูจน์ชาติกำเนิดของนางเท่านั้น แต่ไม่ว่านางจะเป็นใคร เจ้าก็ยังเป็นพี่ชายของนาง สำหรับข้าเองข้าเองก็รักเจ้าเหมือนลูกของข้าคนหนึ่ง ข้าก็นับว่าทำให้เจ้าต้องกำพร้าพ่อ ขอให้ข้าได้ชดเชยให้แก่เจ้าบ้างเถอะ และเสี่ยวเยี่ยนจื่อนั้นตั้งแต่ข้าไม่รู้ชาติกำเนิดของนาง ข้าเองยังยอมรับ เสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นลูกได้เจ้าก็เลิกคิดที่จะตัดขาดพวกเขาได้แล้ว "
    " ใช่ ๆๆ พี่ใหญ่ ยังไงข้าก็ยังเป็นเสี่ยวฉือน้องของท่านท่านรับปากข้าไม่จากข้า, จากฉิงเอ๋อไปไหนอีกเลยนะ โธ่! ท่านอย่าเงียบสิ รับปากข้านะ... นะ... "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เกาะแขนเซียวเจี้ยนพูดด้วยเสียงออดอ้อนเหมือนทุกครั้งที่อยากจะให้เขาตามใจ ทำให้ เซียวเจี้ยน อดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ หย่งฉี และเอ่อคังตบบ่าทั้งสองของเขาเบาๆ เซียวเจี้ยนสบตากับสหายรักทั้งสอง หย่งฉี , เอ่อคังพยักหน้าและยิ้มให้เซียวเจี้ยนรู้ดีว่ามันเป็น ยิ้มที่บอกให้รู้ว่ามิตรภาพของพวกเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
    เซียวเจี้ยน หันไปมอง ฉิงเอ๋อ อีกครั้งก็พบว่าในดวงตาที่มองตอบเขามานั้นมีประกายของความหวังทอแสงอยู่ เซียวเจี้ยน ถอนหายใจยาว ในที่สุดเขาก็ต้องใจอ่อนพ่ายแพ้ให้กับ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ และทุกคนอีกครั้ง เหมือนกับครั้งที่เขาเคยใจอ่อนพ่ายแพ้ให้กับความรักความจริงใจของทุกคนมาแล้วที่หนานหยาง
    หย่งฉี เห็นท่าทางของ เซียวเจี้ยน ก็รู้ว่า ในที่สุด เซียวเจี้ยน ก็ไม่อาจตัดใจจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อ,ฉิงเอ๋อและพวกเขาได้ จึงหันไปบอกกับ เสี่ยวเยี่ยนจื่อยิ้มๆว่า

    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ข้าคิดว่าพี่ใหญ่ของเจ้าคงรับปากแล้ว เจ้ายังไม่ขอบคุณอีกหรือ "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ได้ยินสามีสรุปอย่างนั้น จึงยิ้มอย่างดีใจและก้มลงเพื่อคุกเข่าขอบคุณ แต่ว่ายังช้ากว่า เซียวเจี้ยน เขาจับมือนางประคองให้ลุกขึ้น และพูดว่า
    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ อย่าคุกเข่าให้ข้า,มันไม่สมควร ตอนนี้เจ้าเป็นท่านหญิงแล้ว ข้ารับไม่ได้หรอก "
    "แต่ว่า ข้า.... " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ยังคงแย้ง
    " ไม่มีแต่, แค่ที่เจ้ายังรับข้าเป็นพี่ชายของเจ้า ข้าก็ตื้นตันมากแล้ว แต่หากให้เจ้าต้องคำนับอีก ข้าคงรับไม่ไหวแน่"
    เซียวเจี้ยน พูดอย่างนุ่มนวล
    ฮ่องเต้ตรัสบทขึ้นยิ้มๆ
    " เอาหล่ะทุกคน ตอนนี้ทุกอย่างก็คลี่คลายหมดแล้ว เสี่ยวเยี่ยนจื่อ กับ หย่งฉี ก็กลับมาอย่างปลอดภัย แต่ว่าพวกเขายังอ่อนเพลีย พวกเราก็ให้เขาสองคนพักผ่อนเถอะ เสด็จแม่ หากจะกลับตำหนักหม่อมฉันจะไปส่งเอง ไม่ทราบว่าจะเสด็จกลับเลยหรือไม่ พะยะค่ะ "
    " อย่างนั้นก็ได้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ หย่งฉี เจ้าก็พักผ่อนให้มาก แล้ว ย่าจะมาเยี่ยมใหม่ " ไทเฮาตรัสอย่างยิ้มแย้ม หย่งฉี และ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ถวายคำนับลง
    " ขอบพระทัยที่ทรงเมตตา น้อมส่งเสด็จพ่อ,ไทเฮา และ,ฮองเฮา พะยะค่ะ/ เพคะ " หลังจากนั้น ไทเฮาก็เสด็จกลับออกไปพร้อมด้วยฮ่องเต้ ฮองเฮาและแม่นมหยง

    ส่วนซือไทจิ้งหุ้ยนั้น เอ่อคังไปส่งท่านที่อารามเมฆขาว ในห้องจึงเหลือ หย่งฉี เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เซียวเจี้ยน ฉิงเอ๋อ จื่อเว่ย และหย่งจ้าว คำตรัสที่มีความหมายของฮ่องเต้เป็นนัย ๆว่าให้ฉิงเอ๋อไม่ต้องตามเสด็จไทเฮาไปในเวลา ทั้งนี้พระองค์ทรงเข้าพระทัยในความรู้สึกของหนุ่มสาวดีว่า ต้องการเวลาได้พูดคุยกันบ้างหลังจากต้องพลัดพรากจากกันไปชั่วระยะหนึ่ง
    ดังนั้นในขณะที่ทุกคนกำลังยืนอยู่โดยที่เซียวเจี้ยนมีท่าทีเก้อเขินยังไม่ทราบว่าควรจะทำอย่างไรในเวลานี้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ จึงกระซอบบอกเขาว่าควรรีบเข้าไปคุยกับฉิงเอ๋อ ซึ่งยืนก้มหน้านิ่งอยู่อีฟากหนึ่งของห้องโถงใหญ่นั้น เซียวเจี้ยนไม่กล้าและทำท่าอึกอักเสี่ยวเยี่ยนจื่อจึงแอบดันหลังเขาให้ออกเดินพร้อมกระซิบ “พี่ใหญ่ …กล้า ๆ หน่อย” เขาจึงค่อย ๆ เดินเข้าไป จื่อเว่ยนั้นทราบว่า หากอยู่ต่อหน้าคนหลายคนเช่นนี้ ทั้งเซียวเจี้ยน และฉิงเอ๋อคงไม่กล้าพูดความในใจต่อักนเป็นแน่ นางจึงเดินเข้าไปหาฉิงเอ๋อแล้วจูงเบา ๆ ให้เดินตามไปยังหน้องนั่งเล่นอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ถัดไป เซียวเจี้ยนจึงเดินตามไปโดยมีทุกคนมองตามพร้อมกับยิ้ม ๆ ย่างเอาใจช่วย เมื่อจื่อเว่ย พาฉิงเอ๋อไปส่งให้ได้มีโอกาสอยู่ตามลำพังกับคนรักแล้ว นางจึงขอตัวกลับตำหนักซู่ฟาง เสี่ยวเยี่ยนจื่อบอกจื่อเว่ยว่าหากเสร็จจากทางนี้แล้วนางจะไปเยี่ยมอู๋โฉวที่ตำหนักซู่ฟางเพราะคิดถึงมาก

    ทางด้านเซียวเจี้ยนเมื่อมีโอกาสอยู่ตามลำพังกับฉิงเอ๋อเขาก็กล่าวความในใจทุกสิ่งที่มีอยู่กับนางซึ่งฉิงเอ๋อก็เข้าใจในตัวคนรักได้ดี ทั้งสองรู้สึกมีความสุขมากที่สุด จากนั้นฉิงเอ๋อก็กลับไปยังตำหนักฉือหนิงของไทเฮาโดยมีเซียวเจี้ยนเดินตามไปส่ง

    ขณะนี้ที่ห้องโถงของตำหนักจิ่งหยางจึงเหลือเพียงเสี่ยวเยี่ยนจื่อ , หย่งฉีและหย่งจ้าวทั้งสามเงียบอยู่ครู่หนึ่ง หย่งจ้าวก็หันมากล่าวกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อ
    “เสี่ยวเยี่ยนจื่อ, ข้าดีใจมากที่เจ้า หย่งฉี และเสด็จพ่อเข้าใจกันด้วยดี แต่ข้ายังมีเรื่องหนึ่งอยากพูดกับเจ้า เสี่ยวเยี่ยนจื่อมองหน้าหย่งจ้าว อย่างลังเลและแปลกใจ แล้วหันไปมองหย่งฉีอย่างหวั่นใจแต่แล้วนางก็พบว่า ใบหน้าของหย่งฉี ระบายด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ในแววตาของเขามีแววเป็นมิตรอย่างจริงใจเมื่อมองมายังพี่ชาย นางรู้สึกโล่งใจอย่างที่สุดเพราะในดวงตาคู่นั้นของสามีไม่มีแววตาของความระแวงหึงหวงดังเช่นที่ผ่านมา

    “หากเป็นเรื่องนั้น ท่านก็ไม่ต้องขอโทษข้อหรอกนะ เพราะข้าลืมมันไปหมดแล้วอีกอย่างเรื่องราวที่เกิดขึ้น แม้ไม่มีท่านโฮเซินก็มีแผนที่จะทำเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เรื่องราวต่าง ๆ มันก็ผ่านมาแล้ว และลงเอยด้วยความสงบของทุกฝ่าย ส่วนเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดกับข้า มันเป็นเพราะโชคชะตาที่สวรรค์กำหนด และข้าก็โชคดีที่ฝ่าฟันมาได้อันที่จริงแล้วต้องขอบคุณท่านด้วยที่ทำให้ข้าเติบโตและเข้มแข็งขึ้น หลังจากผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มามากมาย อันที่จริง ท่านมีส่วนช่วยหย่งฉีมากในยามที่เหตุการณ์คับขันที่สุด หากท่านตัดสินทำร้ายเขา เขาก็คงไม่รอด และหากเป็นเช่นนั้น ข้าก็คงไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ไปไปได้อีกเช่นกัน ข้าจึงต้องขอบคุณท่าน และที่สำคัญที่สุด หากไม่เกิดเหตุการณ์ที่ผ่านมา ท่านสองคนพี่น้องอาจจะยังไม่เข้าใจกันในเรื่องที่บาดหมายกันมานาน องค์ชายรอง… ในวันนี้ข้อดีใจมาก เพราะมันทำให้เราต่างเข้าใจกันดีมากขึ้น และนับแต่นี้ไป เข้าอยากขอเรียกท่านว่า .. พี่รอง.. เหมือนหย่งฉีบ้างจะได้หรือเปล่า”

    เสี่ยวเยี่ยนจื่อกล่าวอย่างยืดยาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ในตอนท้าย นางคล้ายจะเอื้อมมือไปเพื่อจะแตะแขนของหย่งจ้าว ดังเช่นทำกับเซียวเจี้ยน ด้วยบริสุทธิ์ใจ แต่ทว่าเมื่อคิดถึงความไม่บังควรที่จะทำกริยาเช่นนั้น นางจึงชะงักไว้ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ มีอะไบางอย่างบอกนางว่า แม้ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ จะคลี่คลายลงไปแล้วและหย่งฉีกับหย่งจ้าวสองพี่น้องจะมีความรู้สึกที่ดีต่อกันกว่าเมื่อก่อนมาก ทว่าความรู้สึกของหย่งจ้าวที่มีต่อนางอย่างลึกซึ้งมานานนับแต่รู้จักกันคงจะไม่ง่ายนักที่เขาจะถอนความรู้สึกเช่นนั้นออกไปได้หมดด้วยเวลาอันสั้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อจึงเพียงยิ้มให้อย่างอ่อนหวานจริงใจ
    หย่งฉี นั้นสังเกตกริยาของเสี่ยวเยี่ยนจื่ออยู่ตลอด เขาจึงนึกภูมิใจในตัวภรรยาของเขายิ่งนักเสี่ยวเยี่ยนจื่อโตขึ้นมีความคิดและฉลาดมากขึ้นจริง ๆ จนเขาอดทีจะยิ้มน้อย ๆ กับตนเองไม่ได้
    ส่วนหย่งจ้าวนั้นแม้ว่าถ้อยคำอันจริงใจอ่อนหวานของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ จะทำให้เขาสบายใจขึ้นจากความรู้สึกผิดที่อยู่ในจิตใจ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็จับกิริยาทุกอย่างของหญิงสาวที่เขาหลงรักได้ เขาจึงก็รู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจนัก….... ใช่แล้ว แม้ว่าตอนนี้เขารู้ดีว่าหัวใจของเขายังคงรักหญิงสาวผู้นี้อยู่ รักอย่างไม่เสื่อมคลายลงแม้แต่น้อย เมื่อได้ฟังถ้อยคำเหล่านี้ของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ หย่งจ้าวใคร่ที่จะเอื้อมมือของเขาออกไป แล้วจับมือของนางมากุมไว้อยากบอกว่าขอบใจในน้ำใจอันดีงานที่มีต่อเขาเหลือเกิน และอยากบอกนางว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผู้หญิงคนเดียวที่ยังอยู่ในใจของเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลงก็คือ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ คนเดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็เพียงพยายามฝืนยิ้มตอบอย่างจริงใจที่สุดว่า

    “เสี่ยวเยี่ยนจื่อ” ขอบใจเจ้ามากที่ไม่ถือโกรธข้าในสิ่งที่ข้าทำอะไรโง่ ๆ ออกมา และข้าก็ซาบซึ้งใจที่เจ้ายังนับถือข้าเป็นพี่ชายอีกคนของเจ้า…พี่รอง…คำ ๆ นี้ข้าชอบนัก และยินดีที่จะเป็นพี่รองที่ดีของเข้าทั้งสอง….อันที่จริงแล้ว ข้อคิดว่าข้าไม่คู่ควร…”

    ตอนท้ายประโยคในแววตาของหย่งเจ้า ฉายประกายของสำนึกผิดออกมาพร้อมกับก้มหน้าลงอย่างเสียใจในสิ่งที่เคยกระทำ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะกล่าวสิ่งใดต่อไปหย่งฉีก็พูดขึ้นเสียก่อนอย่างอ่อนโยน

    “พี่รอง…อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย เราเป็นพี่น้องกัน แต่พี่รับปากว่าเราจะอยู่เคียงข้างกันไปตลอดข้ากับเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ดีใจที่สุดแล้วเรื่องเก่า ๆ อย่าได้คิดถึงมันอีกเลย…ตอนนี้เรื่องร้าย ๆ ผ่านพ้นไปแล้วเราจะอยู่กันอย่างสงบสุขจริงไหม”

    หย่งจ้าวมองหน้าหย่งฉี สองพี่อน้องสบตากันด้วยสายตาที่มีแต่ความเข้าใจซึ่งกันและยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น ครู่หนึ่งเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ก็กล่าวขึ้นเบา ๆ

    “หย่งฉี พูดถูกแล้วพี่รอง ตอนนี้ทุกอย่างผ่านไปแล้วทุกคนก็สบายใจ พี่ใหญ่ของข้อกับฉิงเอ๋อก็กำลังมีความสุข อีกไม่นานคงมีงานแต่งงานของพวกเขา แต่ตอนนี้ข้ากำลังคิดถึงคน ๆ หนึ่ง…” ตอนท้ายเสี่ยวเยี่ยนจื่อ มีสีหน้า ไม่สบายใจ เมื่อนึกถึงสิ่งหนึ่งขึ้นมา หย่งฉีมองภรรยาอย่างเข้าใจก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “เจ้าหมายถึง หลินเหยาใช่หรือเปล่า”

    “หยงฉี, เจ้าช่างรู้ใจข้านัก ทำไมเจ้าถึงรู้ว่า ข้าหมายถึงนางละ”
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อเลิกคิ้วแปลกใจ ถามสามี หย่งฉีมองหน้าเสี่ยวเยี่ยนจื่ออย่างรักใคร่ อมยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปบีบจมูกนางเบา ๆ ตอบว่า “เจ้าเป็นภรรยาของข้า เจ้าคิดอะไรข้าไม่รู้ก็แย่แล้ว .. และข้ายังรู้ว่าสิ่งที่เจ้าต้องการก็คือ อยากขออภัยโทษให้กับนางใช่หรือเปล่า ?
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อทำตาโต อย่างทึ่งที่หย่งฉี กล่าวเหมือนเขาอ่านใจของนางออกหมดทุกอย่าง นางเข้าไปเกาะแขนของเขาพูดอย่างยิ้มแย้มน่ารัก โดยหารู้ไม่ว่าภาพนั้นทำให้ชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ด้วยรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจเพียงใด
    " หย่งฉี, เจ้าน่ารักจังรู้ใจข้าทุกอย่าง ใช้แล้ว เจ้าพูดถูกหมดเลยข้าอยากให้หลินเหยาพ้นโทษ นางจะได้มีความสุขเหมือนพวกเรา หย่งฉีเจ้าว่าหากพวกเราไปทูลขออภัยโทษให้นางไทเฮาจะทรงยอมไหม ?

    " ข้าว่าคงไม่มีปัญหาหรอก ----อีกประการหนึ่งเจ้าเป็นคนออกปากเองโดยไม่ถือโทษนางที่ทำกับเจ้า ไทเฮาก็ต้องเห็นแก่ความมีจิตใจกว้างของเจ้าและคงต้องยกโทษให้หลินเหยาเป็นแน่ ข้าเองก็จะช่วยกราบทูลกับเสด็จพ่อด้วยอีกแรงหนึ่งคิดว่าเสด็จพ่อคงช่วยทูลต่อไทเฮาในเรื่องนี้ เจ้าไม่ต้องกังวลหรอกนะ "
    คำพูดตอบโต้ของ หย่งฉี และ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทำให้ หย่งจ้าว ซาบซึ้งยิ่งนักที่ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ มีจิตใจที่งดงามยอมยกโทษให้กับคนที่ทำร้ายนางอย่างสาหัสอย่าง หลินเหยา เพราะเรื่องนี้เขาเองก็คิดอยู่เช่นกันแต่ยังไม่กล้าเอ่ยปากออกมา เมื่อ เสี่ยวเยี่ยนจื่อกล่าวขึ้นอย่างนี้ หย่งจ้าวจึงตื้นตันใจเป็นที่สุดใจความใจกว้างของเสี่ยวเยี่ยนจื่อและหย่งฉี เขากล่าวว่า
    " หย่งฉี เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าช่างเป็นคนดีจริงๆ ข้าซาบซึ้งเหลือเกินและขอขอบคุณเจ้าแทน หลินเหยา ด้วย "
    " พี่รอง,ไม่ต้องขอบคุณอีกแล้ว เราเป็นพี่น้องกันนะแล้วเรื่องของหลินเหยานี้ ข้าคิดว่าท่านเองก็มีความคิดตรงกับข้าและหย่งฉีเช่นกันใช่หรือไม่ เพียงแต่ยังไม่เอ่ยปากเท่านั้น "
    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ พูดอย่างยิ้มแย้ม หย่งจ้าว มอง นางอย่างนึกไม่ถึงว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อ จะรู้ความในใจข้อนี้ของเขาได้
    " ท่านคงแปลกใจว่าทำไมข้าถึงรู้ว่าท่านก็คิดเช่นนี้ ข้าต้องรู้สิ ก็ท่านกับหลินเหยาเติบโตมาด้วยกัน และอยู่ใกล้ชิดกันมานับ 10 ปี นางเป็นเหมือนน้องสาวของเจ้า แล้วเจ้าจะไม่ห่วงนางจะเป็นไปได้หรือ "

    หย่งจ้าวกับหย่งฉี อดยิ้มไม่ได้ ในคำพูดของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ สองพี่น้องต่างกำลังคิดเหมือนกันว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วจริงๆ นางสามารถคิดได้อย่างลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ต่อไปก็คงไม่น่าห่วงในตัวของนางเท่าใดแล้ว หลังจากนั้น หย่งจ้าว ก็พูดขึ้นว่า

    " หย่งฉี ข้ามีเรื่องหนึ่งจะบอกเจ้า หลังจากเสร็จงานแต่งของ เซียวเจี้ยน กับ ฉิงเอ๋อ แล้วข้าคิดจะกลับไปอยู่ชายแดน และหาก เสด็จพ่อและไทเฮาทรงยอมยกโทษให้ หลินเหยา ข้าก็คิดจะพานางไปด้วย "
    หย่งฉี รับฟังและนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงกล่าวว่า
    "ท่านไม่จำเป็นต้องกลับไปชายแดนก็ได้นี่ อยู่ช่วยงาน เสด็จพ่อที่ปักกิ่งจะเหมาะสมกว่านะ เสด็จพ่ออายุมากแล้วและราชกิจก็มากมายต้องการคนช่วยไม่น้อยหรอก ข้าว่าพี่รองอยู่ที่นี่แหละ อีกอย่าง…"

    " เจ้าอย่าพูดอีกเลย ถึงอย่างไรข้าก็ไม่สมควรอยู่ เรื่องที่เกิดขึ้นข้าล้วนเป็นตัวการหากจะพูดกันจริงๆ โทษของข้าคือโทษตายแต่ เสด็จพ่อกลับยกโทษให้นี่ก็ถือว่าทรงพระกรุณามากแล้ว แต่ว่าเรื่องนี้อย่างไรข้าก็ไม่สบายใจ เจ้าก็รู้ฮ่องเต้แม้ทำผิดโทษเท่าสามัญชน แต่กับข้า เสด็จพ่อกลับไม่ลงโทษแล้วอย่างนี้ผู้คนจะคิดอย่างไร ไม่ตำหนิให้ เสด็จพ่อมัวหมองหรอกหรือ หากเป็นเช่นนั้นข้าคงไม่สบายใจแน่ ดังนั้นข้าจึงขอ เสด็จพ่อไปอยู่ชายแดนเอง เจ้าบอกว่า เสด็จพ่อต้องการคนช่วย ข้าคิดว่า ทางชายแดนก็สำคัญ เราจะละเลยไม่ได้ ข้าจะดูแลทุกอย่างที่นั่นให้เสด็จพ่อเอง ส่วนทางนี้ข้าคงต้องรบกวนเจ้าให้ดูแลเสด็จพ่อแทนข้าด้วย หย่งฉี ข้าขอพูดอย่างไม่อ้อมค้อมนะ ตำแหน่งรัชทายาทผู้ที่เหมาะสมที่สุดคือเจ้า แม้ว่าที่ผ่านมาข้ากับเจ้าจะคู่คี่กันมาตลอด แต่ข้าก็รู้ดีว่า เจ้ามีทุกอย่างที่เหนือกว่า โดยเฉพาะจิตใจที่กว้างขวางอ่อนโยนของเจ้า เจ้าชนะใจของข้าและทุกคน ดังนั้นเจ้าจึงต้องเรียนรู้ทุกอย่างและเตรียมตัวรับภาระอันยิ่งใหญ่นี้ตั้งแต่ ตอนนี้ สำหรับข้าไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็จะช่วยเหลือเจ้าและเป็นกำลังใจให้เจ้าเสมอ ส่วน หลินเหยา นางไปอยู่กับข้าก็ถือเป็นทางออกที่ดี ข้ากับนางอยู่ด้วยกันมานานมากคงจะไม่มีใครรู้จักนางมากไปกว่าข้าอีกแล้ว ส่วนเรื่องความในใจ,ความผิดหวังของนางข้าคิดว่า เมื่อเวลาผ่านไปนางคงเข้าใจได้เอง เวลาจะเป็นเครื่องเยียวยาทุกอย่างได้ เอ่อ… ข้ารบกวนพวกเจ้ามานานแล้ว ต้องขอตัวกลับก่อน เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าก็พักผ่อนให้มาก วันแต่งงานของ ฉิงเอ๋อ เจ้าคงต้องเหนื่อยไม่น้อยเชียวหล่ะ "

    กล่าวจบหย่งจ้าวก็กลับไปยังตำหนักของตน โดยที่ตัวของเขาเองเท่านั้นที่ทราบดีว่า เหตุผลที่เขาบอกว่า"...ความผิดหวังนั้น กาลเวลาที่ผ่านไปอาจจะช่วยเยียวยาได้.." นอกจากสำหรับ หลินเหยาแล้ว เขายังกล่าวเพื่อเตือนตนเองอีกด้วย ทว่า ต่างกันตรงที่สำหรับเขามันอาจจะต้องใช้เวลานานอาจจะทั้งชีวิต จึงจะลืมหญิงสาวน่ารัก และดีงามที่ชื่อ “เสี่ยวเยี่ยนจื่อ” ไปได้ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุด คือเก็บนางไว้ ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจตนเองเท่านั้น แม้ว่าจะเสียใจ ผิดหวังในตัวหญิงสาวที่เขาทุ่มเทใจรักหมดหัวใจแต่หย่งจ้าวก็นึกภาคภูมิใจที่เขาไม่ได้ทำลายความรักอันยิ่งใหญ่ของหย่งฉีและเสี่ยวเยี่ยนจื่อลง เพราะแม้แค่เคยคิด เขาก็รู้สึกผิดมากแล้ว
    (ตอนนี้ในห้องนี้จึงจึงเหลือแต่เสี่ยวเยี่ยนจื่อและหย่งฉีเท่านั้น )
    หย่งฉี โอบเอว เสี่ยวเยี่ยนจื่อรั้งเข้ามาแนบชิดตัวเขาอย่างแสนรัก ไว้ซึ่งนางซบหน้าลงกับอกของ สามีอย่างรู้สึกสบายใจที่ทุกสิ่งผ่านไปอย่างเรียบร้อย ที่สำคัญที่สุดวันนี้นางจะไม่มีวันลืมเลยว่า เป็นวันที่นางได้รับรู้ถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของตนเอง อย่างไรก็ตาม มันก็รวดเร็วมากสำหรับนางที่ได้รับรู้เรื่องสำคัญที่สุดอย่างกระทันหัน เสี่ยวเยี่ยนจื่อยังคงรู้สึกว่าตนเองเหมือนฝันไป นางเงยหน้ามองสามีที่เขาก็กำลังมองมายังนางด้วยสายตาที่มีประกายของความรักอยู่เต็มเปี่ยม เสี่ยวเยี่ยนจื่อเอ่ยขึ้นกับหย่งฉีว่า
    " หย่งฉี เจ้าช่วยบอกข้าหน่อยว่าข้ากำลังฝันไปหรือเปล่า ทุกอย่างนี่เป็นความฝันหรือความจริงกันแน่ "
    " เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เจ้าไม่ได้ฝันไปหรอก ทุกอย่างนี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมด "
    " รวมทั้งที่ข้าเป็นลูกของท่านอ๋องเหวินชิงใช่ไหม "
    " ถูกแล้วจริงๆแล้วเจ้าเป็นธิดาของท่านอ๋องเหวินชิงและพระชายาซินอี้ แต่ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครก็ตามสำหรับข้าแล้ว เจ้าคือ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ นางแอ่นน้อยตัวนั้นที่ข้ายิงด้วยธนูแห่งความรัก นางแอ่นน้อยผู้แสนน่ารัก ,งดงามและแสนดี ซึ่งข้าจะรักเจ้าไม่มีวันเปลี่ยนแปลง "

    " หย่งฉี เจ้าพูดเพราะจังเลย " เสี่ยวเยี่ยนจื่อยิ้มอย่างน่ารักมองสามีตาแป๋ว
    " จริงหรือเปล่า หากข้าพูดเพราะจริงๆ เจ้าว่าข้าควรได้รางวัลพิเศษจากเจ้าหรือเปล่าล่ะ? " หย่งฉี เอียงคอถาม ในสายตาทั้งคู่มีแวววกรุ้มกริ่มพราวอยู่

    เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ย่นจมูกใส่หย่งฉี พูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ
    " หย่งฉี เจ้าน่ะคิดแต่จะเอาเปรียบข้าตลอดเลย แต่ว่าเจ้าก็พูดถูกนะ เอาเป็นว่าข้าจะให้รางวัลเจ้าก็แล้วกัน "
    พูดจบ เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ก็ยื่นจมูกไปหอมแก้ม หย่งฉี นิดหนึ่งอย่างรวดเร็ว แล้วคิดจะถอยออกห่าง แต่ หย่งฉี รู้ทันเสียแล้วจึงไม่ยอมปล่อยโดยง่ายเขากลับกอด เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ไว้แน่น

    "หย่งฉี เจ้ากอดข้าซะแน่นเลย จะปล่อยไหม " เสี่ยวเยี่ยนจื่อแกล้งทำเสียงเขียวใส่ แต่หย่งฉีกลับ ก้มลงกระซิบเบาๆ
    " ให้ข้าปล่อยเจ้าเหรอ ฝันไปเถอะ...วันนี้วุ่นวายทั้งวันไม่มีโอกาสกอดเจ้าเลย จะปล่อยง่ายๆได้ไง จริงไหม?"
    และแล้วอย่างไม่ทันได้ขัดขืน เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ถูกหย่งฉีอุ้มขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขน แล้วพาไปยังห้องนอนส่วนตัว เมื่อถึงภายในห้อง และวางเสี่ยวเยี่ยนจื่อลงบนที่นอนนุ่มสะอาดแล้วจึงโดนเสี่ยวเยี่ยนจื่อทุบด้วยกำปั้นน้อยๆ พร้อมกับเสียงบ่นอย่างขัดเคือง

    " หย่งฉี เจ้านี่.. ...แหม! ข้า...ข้า...."

    พูดกระเง้ากระงอดแต่ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับสายตาอ่อนหวานแกมกรุ้มกริ่มของหย่งฉีที่จ้องมองอยู่ ทำเอาเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ชะงักคำพูด รู้สึกขัดเขินใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที

    ไม่ทันที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อจะได้มีโอกาสเอ่ยอะไรออกมา หย่งฉีก็ก้มลงมาพร้อมกับประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากอ่อนนุ่มคู่นั้นอย่างนุ่มนวล อ่อนโยน เขาจูบเสี่ยวเยี่ยนจื่ออย่างดูดดื่มซาบซึ้ง ความสุขความอิ่มเอิบดื่มด่ำที่ทั้งคู่มอบให้แก่กันก็ทำให้ห้องนี้กลายเป็นสวรรค์ของทั้งสองหนุ่มสาวอีกครั้งหนึ่ง หย่งฉีและเสี่ยวเยี่ยนจื่อทราบดีว่าตราบใดที่พวกเขามีกันและกันในหัวใจ ที่นั้นก็เปรียบเหมือนดังสวรรค์//

    เฟิน ผู้เยี่ยมชม
    • Name : เฟิน [ IP : 58.147.77.214 ]
    • Email / Msn: natthaya_t5(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 / 14:43
  • ความคิดเห็นที่ 12

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ใครสนใจองค์หญิงกำมะลอ ภาค 3 บ้าง
    ราคา 800 บาท ติดต่อที่
    0814724938
    kopk ผู้เยี่ยมชม
    • Name : kopk [ IP : 202.57.165.232 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 18 พฤษภาคม 2550 / 20:48
  • ความคิดเห็นที่ 13

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ก่อนนำมาลง ได้ขออนุญาตพี่ยาซึ่งเป็นคนแต่งรึยังคะ
    หมี ผู้เยี่ยมชม
    • Name : หมี [ IP : 58.64.78.40 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 14 มิถุนายน 2550 / 09:57
  • ความคิดเห็นที่ 14

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ชอบมากค่ะ
    โยเกริต์ ผู้เยี่ยมชม
    • Name : โยเกริต์ [ IP : 203.113.67.7 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 15 กรกฎาคม 2550 / 12:16
  • ความคิดเห็นที่ 15

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ชอบดูมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ7,10
    แคท ผู้เยี่ยมชม
    • Name : แคท [ IP : 125.25.136.21 ]
    • Email / Msn: rattirat_2538(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 19 สิงหาคม 2550 / 12:08
  • ความคิดเห็นที่ 16

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    อ่านแล้วซึ้งมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    วิทยา ผู้เยี่ยมชม
    • Name : วิทยา [ IP : 61.91.162.70 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 15 ธันวาคม 2550 / 15:47
  • ความคิดเห็นที่ 17

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ชอบมากเลยคะ
    มินตรา  สุขวิริยะ ผู้เยี่ยมชม
    • Name : มินตรา สุขวิริยะ [ IP : 61.91.160.40 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 30 ธันวาคม 2550 / 14:42
  • ความคิดเห็นที่ 18

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ชอบมากๆ
    สวย ผู้เยี่ยมชม
    • Name : สวย [ IP : 125.24.130.240 ]
    • Email / Msn: io-ui(แอท)sanook.com
    • วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2551 / 10:13
  • ความคิดเห็นที่ 19

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    bvhgdrcjhngkjg hk,jk;/kl;/.,.kluoioooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooloo
    hfygufv7ucdt ผู้เยี่ยมชม
    • Name : hfygufv7ucdt [ IP : 125.24.130.240 ]
    • Email / Msn: io-ui(แอท)sanook.com
    • วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2551 / 10:17
  • ความคิดเห็นที่ 20

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ชอบมากค่ะ จะมีตอนต่อไปให้อ่านอีกหรือเปล่าคะ รออยู่นะคะ
    ส้มโอ ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ส้มโอ [ IP : 58.9.203.113 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 19 เมษายน 2551 / 16:55
  • ความคิดเห็นที่ 21

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    อยากอ่านมากเลยเเต่หาอ่านไม่ได้เข้าเว็บ http://board.dserver.org/f/fictionth/00000022.html
    ไม่ได้ด้วยเเต่อยากอ่านมากๆเลย
    เวยเวย ผู้เยี่ยมชม
    • Name : เวยเวย [ IP : 124.120.109.58 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 28 เมษายน 2551 / 12:40
  • ความคิดเห็นที่ 22

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    หนุกดีนะค่ะ น่ารักมากด้วย
    วิว ผู้เยี่ยมชม
    • Name : วิว [ IP : 58.9.79.254 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 18 มิถุนายน 2551 / 21:05
  • ความคิดเห็นที่ 23

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ชอบนางเอกที่สุด
    จินจิน ผู้เยี่ยมชม
    • Name : จินจิน [ IP : 119.42.77.109 ]
    • Email / Msn: Papang_(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 22 สิงหาคม 2551 / 09:05
  • ความคิดเห็นที่ 24

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    พี่ยาค่ะ
    อยากอ่านตั้งแต่ต้นจนจบเลยอ่ะค่ะ
    แต่ไม่รู้จะอ่านที่เวปไหนอ่ะค่ะ
    วานให้พี่ยาส่งเป็นไฟล์มาให้หน่อยได้ป่าวค่ะ
    ที่ engineer_ce14@hotmail.com
    หนูชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ
    แต่ถ้าส่งไฟล์มาให้ไม่ได้
    ช่วยบอกทีค่ะว่าเวปไหนมีให้อ่านตั้งแต่ต้น จนจบอ่ะค่ะ
    ขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ
    เดียร์ ผู้เยี่ยมชม
    • Name : เดียร์ [ IP : 125.25.28.77 ]
    • Email / Msn: engineer_ce14(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 23 สิงหาคม 2551 / 13:01
  • ความคิดเห็นที่ 25

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ใช่ดาราคนเดิมเล่นไหมค่ะ ใครรู้ตอบด้วยจ้า
    MAI ผู้เยี่ยมชม
    • Name : MAI [ IP : 58.8.155.190 ]
    • Email / Msn: maibabeza(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 10 กันยายน 2551 / 16:38
  • ความคิดเห็นที่ 26

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    พี่ยาอยากอ่านต่อจาก1-6ทำงัยดีค่ะช่วยตอบะที
    BABA ผู้เยี่ยมชม
    • Name : BABA [ IP : 58.8.157.181 ]
    • Email / Msn: kungdo(แอท)thai.com
    • วันที่: 11 กันยายน 2551 / 11:30
  • ความคิดเห็นที่ 27

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    อยากได้เรื่ององค์หญิงกำมะลอภาค 3  เอาแบบจบเรื่องจะหาได้จากไหนคะถ้าใครมีส่งมาที่เมล์ supatra.tuck@hotmail.com  ให้หน่อยนะคะ  อยากได้มาก  ขอบคุณค่ะ
    ตั๊กกี้ ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ตั๊กกี้ [ IP : 125.24.16.221 ]
    • Email / Msn: supata.tuck(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 22 กันยายน 2551 / 19:08
  • ความคิดเห็นที่ 28

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ชอบหนังชุดนี้มากเลยคะอิอิอิ5,7
    มุก ผู้เยี่ยมชม
    • Name : มุก [ IP : 125.26.116.157 ]
    • Email / Msn: mugma51(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 9 ตุลาคม 2551 / 16:18
  • ความคิดเห็นที่ 29

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ชอบมากค่ะ
    คนดีที่ไม่เด่น New Member
    • Name : คนดีที่ไม่เด่น < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คนดีที่ไม่เด่น [ IP : 118.173.144.5 ]
    • Email / Msn: love_you_mook(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 12 ตุลาคม 2551 / 01:00
  • ความคิดเห็นที่ 30

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"\"
    คนดีที่ไม่เด่น New Member
    • Name : คนดีที่ไม่เด่น < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คนดีที่ไม่เด่น [ IP : 118.173.148.144 ]
    • Email / Msn: love_you_mook(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 14 ตุลาคม 2551 / 17:57
  • ความคิดเห็นที่ 31

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :

    ชอบภาค3มากๆเลย

    คนดีที่ไม่เด่น New Member
    • Name : คนดีที่ไม่เด่น < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คนดีที่ไม่เด่น [ IP : 118.173.156.126 ]
    • Email / Msn: love_you_mook(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 16 ตุลาคม 2551 / 17:52
  • ความคิดเห็นที่ 32

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    จะหาอ่านได้จากที่ไหนคะ  มีหนังสือขายไหมคะเอาเนื้อเรื่องแบบที่พี่พิมพ์มาให้อ่านอันนี้นะคะ  รบกวนส่งเมล์มาให้ได้ไหมคะที่supatra.tuck@hotmail.com   หรือมีวิธีอย่างอื่นยังไงช่วยตอบกลับมาหน่อยนะคะ
    ตั๊กกี้ ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ตั๊กกี้ [ IP : 125.24.16.163 ]
    • Email / Msn: supatra.tuck(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 20 ตุลาคม 2551 / 13:36
  • ความคิดเห็นที่ 33

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ภาคสามดูแล้วอ่าไม่เหนจะสนุกเลย
    no name ผู้เยี่ยมชม
    • Name : no name [ IP : 118.172.240.172 ]
    • Email / Msn: meme(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 24 ตุลาคม 2551 / 01:04
  • ความคิดเห็นที่ 34

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ส่งสารเซี้ยวเยี่ยนจือจังหย่งฉีไม่น่ามีสนมเลยไม่น่ายอมอาบน้ำกับหลินเหยาเเล้วให้เซี้ยวเยี่ยนจือเห็นเลยไม่ชอบหิ่นเหยา
    เด็กสร้างภาพ ผู้เยี่ยมชม
    • Name : เด็กสร้างภาพ [ IP : 125.26.164.246 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 25 ตุลาคม 2551 / 14:16
  • ความคิดเห็นที่ 35

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    รบกวนขอเรื่องย่อภาค 3 ด้วยนะค่ะที่ tontan20041@hotmail.com  ชอบมากเลยแต่ไม่ทันได้ดูเพราะติดทำงานค่ะ รบกวนด้วยนะค่ะ
    ต้น ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ต้น [ IP : 222.123.1.118 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 26 ตุลาคม 2551 / 16:21
  • ความคิดเห็นที่ 36

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    อยากอ่าน  สามารถหาอ่านได้ที่ไหนบ้างค่ะ ใครทราบ ช่วยส่งให้ด้วยนะค่ะที่ tontan20041@hotmail.com
    ต้น ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ต้น [ IP : 117.47.192.178 ]
    • Email / Msn: tontan20041(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 13 พฤศจิกายน 2551 / 15:26
  • ความคิดเห็นที่ 37

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    เราอยากอ่านภาค 3 มากๆๆๆๆ ชอบสุดๆๆๆ ถ้าใครมี ให้อ่าน รบ กวน ส่งมา ด้วยนะคะ gowarmup@hotmail.com จะขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง
    jen ผู้เยี่ยมชม
    • Name : jen [ IP : 125.26.71.0 ]
    • Email / Msn: gowarmup(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 27 ธันวาคม 2551 / 11:02
  • ความคิดเห็นที่ 38

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    ไม่เข้าใจตอนแรกของภาค3 อ่ะค่ะ
    ซื้อหนังมาดูแล้วไม่เห็นมีีองค์ชายรองตอนแรกเลย
    อยากอ่านจนจบ ส่งมาให้ด้วยนะ้ค่ะ ouimygod_tala@hotmail.com
    ouimygod ผู้เยี่ยมชม
    • Name : ouimygod [ IP : 58.8.129.49 ]
    • Email / Msn: ouimygod_tala(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 4 กันยายน 2552 / 17:29
  • ความคิดเห็นที่ 39

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    รบกวนขอภาคต่อจากบทที่ 6 มาอ่านอีก หรือส่งทั้งหมดมาให้ที่ aoy_fame@hotmail.com ก็ได้นะ ขอบคุณมาก
    aoy ผู้เยี่ยมชม
    • Name : aoy [ IP : 125.24.253.113 ]
    • Email / Msn: aoy_fame(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 26 ตุลาคม 2552 / 14:34
  • ความคิดเห็นที่ 40

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    พี่ยาคะ อยากอ่านเนื้อเรื่องแบบนี้จนจบอะคะ หาอ่านได้ที่ไหนค่ะ หรือถ้าพี่มีเรื่องจนจบรบกวนส่งให้อ่านหน่อยนะคะที่ aoy_fame@hotmail.com ขอบคุณมากๆ ค่ะ (อยากอ่านมากๆเลยค่ะ)
    thanida ผู้เยี่ยมชม
    • Name : thanida [ IP : 202.149.25.235 ]
    • Email / Msn: aoy_fame(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 28 ตุลาคม 2552 / 17:03
  • ความคิดเห็นที่ 41

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    มีต่ออีกไหมค๊ะ พี่ยา ถ้ามีส่งมาไห้ที่เมลล์ hanjioon@hotmail.com หน่อยนะค๊ะ ชอบมากเลย
    ๛L๏V€_R๛ New Member
    • Name : ๛L๏V€_R๛ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ๛L๏V€_R๛ [ IP : 117.47.215.137 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 / 21:13
  • ความคิดเห็นที่ 42

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    อยากอ่านตั้งแต่ต้นจนจบอ่ะค่ะ ใครมีรบกวนส่งให้หน่อยนะคะ
    ชอบมากกกก ๆๆ เลยค่ะ
    girltee@hotmail.com

    ขอบคุณมากค่ะ
    แป้ง ผู้เยี่ยมชม
    • Name : แป้ง [ IP : 112.142.11.252 ]
    • Email / Msn: girltee(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 22 ธันวาคม 2552 / 02:10
  • ความคิดเห็นที่ 43

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    รกเสี่ยวเหยี่ยนจื่อมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    กาน ผู้เยี่ยมชม
    • Name : กาน [ IP : 119.42.83.202 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 14 พฤษภาคม 2553 / 13:12
  • ความคิดเห็นที่ 44

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    สนุกมากๆเลยค่ะ รบกวนส่งตอนต่อจนจบมาทางอีเมล The_leader-of-darkness@hotmail.com ได้มั้ยคะ อยากอ่านต่อมากเลย
    คนที่ผ่านมา ผู้เยี่ยมชม
    • Name : คนที่ผ่านมา [ IP : 124.122.43.111 ]
    • Email / Msn: -
    • วันที่: 19 ตุลาคม 2553 / 16:57
  • ความคิดเห็นที่ 45

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    พี่ยาคะ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกที่สุดเลยค่ะ!!!!! >{]<///

    ขอบคุณมากกกกกกกกกกนะคะ

    ส่งให้หน่อยได้ไหมคะ   pianojessica.ye@hotmail.com  รบกวนด้วยนะคะ^^*
    เปียโน ผู้เยี่ยมชม
    • Name : เปียโน [ IP : 125.27.108.97 ]
    • Email / Msn: pianojessica.y(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:06
  • ความคิดเห็นที่ 46

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    พี่ยาคะ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกที่สุดเลยค่ะ!!!!

    ลงตั้งแต่ต้นจนจบส่งมาให้หน่อยได้มั้ยคะที่  maeyju_hyongchi@hotmail.com  

    รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ
    อาจู ผู้เยี่ยมชม
    • Name : อาจู [ IP : 125.27.108.97 ]
    • Email / Msn: maeuju_hyongchi(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:17
  • ความคิดเห็นที่ 47

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    http://www.facebook.com/pages/%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%AD/154713327929109
    เข้ามากดไลค์ เฟสแฟนเพจ องค์หญิงกำมะลอกานเยอะๆนะครับ ^^
    shy ผู้เยี่ยมชม
    • Name : shy [ IP : 124.121.148.43 ]
    • Email / Msn: shyjakkrod(แอท)hotmail.com
    • วันที่: 23 กันยายน 2554 / 19:43
  • ความคิดเห็นที่ 48

    บอร์ดมีอะไรใหม่?
    เห็นด้วย 0 คน :
    อยากได้บ้างจัง ใครมีถึงจบเรื่อง ขอบ้างสิคะ wiphaphon.yi@rd.go.th คะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
    koyrak ผู้เยี่ยมชม
    • Name : koyrak [ IP : 223.27.233.126 ]
    • Email / Msn: wiphaphon.yi(แอท)rd.go.th
    • วันที่: 23 สิงหาคม 2555 / 08:17
พิมเลขหน้าที่นี่
Page 1 of 1 1 
กฏการตั้งกระทู้
แสดงความคิดเห็น
Login *

Password *
ชื่อ Email รูปตัวแทน

โปรดใส่รหัสตามรูป
    

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  1. กรณีที่ข้อความและรูปภาพในกระทู้นี้แต่งโดยผู้ลงกระทู้เอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงกระทู้โดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อความ
  2. กรณีที่ข้อความและรูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงกระทู้จะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
  3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม่เหมาะสม โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการที่ board(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ 
    ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายในเว็บไซต์ Dek-D.com
    ทาง Call Center ได้ที่ 02-860-1142 ต่อ 21

    ( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )