เปิดบันทึกรำลึก ร.8 ก่อนเสด็จ...ลับเลือนหาย

ความคิดเห็น

27

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด



จากความฝันในช่วงใกล้รุ่งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วของม.ร.ว.หญิง กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี ที่ได้นิมิตเห็นพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอนันทมหิดล ทรงฉายรัศมีแห่งความสูงศักดิ์อยู่ในงานมหาสมาคมที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายกำลังยืนสังสรรค์กันอยู่ในห้องโถงงดงาม อีกทั้งยังมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ และก้มลงกราบแทบเบื้องพระยุคลบาท ซึ่งพระองค์ท่านตรัสด้วยพระพักตร์หม่นเศร้าว่า เดี๋ยวนี้ไม่มีใครรู้จักพระองค์แล้ว หนังสือเรื่อง "ก่อนเสด็จ...ลับเลือนหาย" จึงเกิดขึ้นด้วยเหตุผลนี้จากฝีมือการประพันธ์ของเจ้าของความฝัน ม.ร.ว.หญิง กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี ซึ่งจัดงานเปิดตัวไปเรียบร้อยเมื่อเร็วๆ นี้ ณ หอประชุมพุทธคยา สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ทรงเป็นพระยุวกษัตริย์ที่ทรงมีพระชนมายุน้อยที่สุดในราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 8 เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2477 ขณะที่ทรงมีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา

หลังการสละราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2477 คณะรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรได้อัญเชิญเสด็จ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ซึ่งเป็นเจ้านายเชื้อพระบรมวงศ์พระองค์ที่ 1 ในลำดับพระราชสันตติวงศ์แห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ และได้รับการเฉลิมพระนามเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2477 ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล


ม.ร.ว.หญิง กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี ถ่ายทอดความทรงจำตั้งแต่วัยเพียง 5 ขวบที่มีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รวมถึงเหตุการณ์ที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรหรือการเสด็จพระราชดำเนินตามพระราชอัธยาศัยในสถานที่ต่างๆ จวบจนวันสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพที่สร้างความโศกเศร้าให้พสกนิกรทั่วประเทศ

คุณหญิงกล่าวว่า ครั้งแรกที่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จนั้นตัวเองยังอายุแค่ 5 ขวบ ตั้งแต่ปี 2481 ตัวเองได้ตามหม่อมยาย (หม่อมละออง กิติยากร) ไปเฝ้าฯ รับเสด็จในหลวง ซึ่งตอนนั้นตัวเองยังไม่รู้เลยว่าในหลวงคือผู้ใด หม่อมยายก็พานั่งรถแท็กซี่ไปบริเวณถนนราชดำเนิน จำได้ว่ามีประชาชนมาเฝ้าฯ รอรับเสด็จมากมาย และการเสด็จนิวัตครั้งนั้นก็เป็นครั้งแรกที่ประชาชนชาวไทยจะได้ชมพระบารมีของพระองค์ เพราะนับตั้งแต่รัฐบาลกราบบังคมทูลเชิญให้เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากรัชกาลที่ 7 ก็ทรงศึกษาอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ตลอดมา

ในปี 2488 ตอนนั้นอายุ 12 ปีแล้วเป็นอีกครั้งที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จชื่นชมพระบารมี การเสด็จนิวัตคราวนี้ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเสด็จฯ กลับมาพร้อมพระอนุชาและพระชนนี จำได้ว่าวันที่ได้รับเสด็จครั้งนั้นตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม 2488 พอดี และก็เหมือนครั้งแรกคือหม่อมยายเป็นคนพาไปเฝ้ารับเสด็จที่ราชดำเนินเหมือนเดิม จำได้ว่าภาพที่เห็นคือประชาชนต่างโห่ร้องส่งเสียงไชโยกันเต็มสองข้างทาง รถยนต์พระที่นั่งสีงาช้างประดับด้วยธงมหาราชเคลื่อนช้าๆ ผ่านมาตรงที่ตัวเองยืนอยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระอนุชาธิราชประทับอยู่คู่กัน ทรงโบกพระหัตถ์ให้กับประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จและทรงยิ้มเล็กน้อย

ส่วนในครั้งสุดท้ายที่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ คือวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ เมื่อตัวเองได้กราบถวายบังคมพระบรมศพบนพระเมรุมาศด้วยความเคารพอันสูงสุดแล้ว ได้นึกกราบบังคมทูลในใจว่า ขอให้พระบรมศพพระองค์ท่านจงเป็นพระบรมศพของพระมหากษัตริย์พระองค์แรกและพระองค์สุดท้ายในชีวิตของตัวเองที่จะได้ถวายพระเพลิง

ซิสเตอร์บุญประจักษ์ ทรรทรานนท์ ประธานกิติมศักดิ์โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย นักเรียนรุ่นแรกของโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ซึ่งศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียน เมื่อครั้งรัชกาลที่ 8 ยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล เสด็จมาเข้าเรียนในชั้นอนุบาลเมื่อปี 2473 ซิสเตอร์เล่าว่า ตอนนั้นนักเรียนทุกคนต่างพากันตื่นเต้นที่ทราบข่าวว่าหม่อมสังวาลย์ มหิดล นำพระโอรสพระองค์โตมาเข้าเรียนในชั้นอนุบาล โดยหม่อมสังวาลย์บอกกับท่านอธิการว่าให้ปฏิบัติกับลูกท่านเหมือนเด็กธรรมดา พระองค์เจ้าอานันทมหิดลทรงเป็นเด็กนักเรียนที่น่ารัก ทรงปฏิบัติองค์เหมือนเด็กทั่วไป ทรงมีความเป็นกันเองกับนักเรียนทุกคน โดยในช่วงพักกลางวันนักเรียนทั้งโรงเรียนจะมีโอกาสเล่นด้วยกัน โปรดที่จะเล่นเกมวิ่งเยวและกระโดดเชือกมาก ตัวเองก็มีโอกาสได้แกว่งเชือกถวายให้ทรงกระโดดด้วย ทรงเป็นนักเรียน เป็นเพื่อนที่น่ารักของทุกคน

สำหรับหนังสือ "ก่อนเสด็จลับเลือนหาย" ยังมีเนื้อหากล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญในสมัยรัชกาลที่ 8 อาทิ การเสด็จฯ เยี่ยมประชาชนย่านสำเพ็งในช่วงที่เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวไทยและชาวจีนส่งผลให้สถานการณ์คลี่คลายและสงบลงอย่างรวดเร็ว การเสด็จฯ ไปทรงพิจารณาคดีความที่จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงการเสด็จสวรรคตกะทันหันเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2489 ที่สร้างความโศกเศร้าให้ประชาชนทั้งประเทศ การสอบสวนกรณีสวรรคต และการถวายพระเพลิงพระบรมศพในปี 2493 อีกด้วย

-------------
ที่มา:ข่าวสด












แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 10 กรกฎาคม 2555 เวลา 21:29 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

27

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: