ความเร้นลับของ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้

ความคิดเห็น

117

ติดตามกระทู้

11

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
1

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

ความเร้นลับของ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้

ตอนที่ชาวนาคนหนึ่งขุดดินในเมืองซีอาน เมื่อปี ค.ศ. 1974 นั้น คงไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่าจะได้พบสิ่งที่ถูกเรียกขานกันว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก สิ่งที่หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์จีนนานกว่า 2,000 ปี “สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้” จักรพรรดิผู้เกริกไกรที่สุดของแดนมังกร

จนถึงปัจจุบันนี้ เป็นเวลา 34 ปีมาแล้ว ที่ “ส่วนหนึ่ง” ของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้รวบรวมจีนเป็นแผ่นดินเดียวถูกเปิดเผยออกมาสู่ สายตาชาวโลก และแม้จะเป็นเพียงส่วนเดียว แต่ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างเหลือประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ่นทหารดินเผา 8,000 ตัว ที่แต่ละตัวมีหน้าตาไม่เหมือนกันเลย

แต่ถึงกระนั้น ก็ยังไม่มีการค้นพบตัว สุสานที่แท้จริง หรือพระศพของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่นี้ ซึ่งจากข้อมูลเท่าที่มี นักวิชาการก็สันนิษฐานกันว่า สถานที่เก็บพระศพก็น่าจะอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่สุสานที่เปิดออกมาแล้วนั่นเอง

แต่การสันนิษฐานนั้นจะจริงหรือไม่ ยังคงเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ จะได้พิสูจน์ เพราะทางการจีนยังไม่อนุญาตให้ขุดค้นเนินดินใหญ่ ที่คิดว่าเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์นี้ เนื่องจากเกรงว่า หากเปิดที่ฝังพระศพจอมจักรพรรดิออกมาแล้ว ความลับที่ยืนยาวมานานกว่า 2 สหัสวรรษ อาจจะเกิดความเสียหายได้ เพราะยังไม่มีเทคโนโลยีใดที่จะรับประกันว่า เมื่อโบราณวัตถุที่เก็บอยู่ในสุสานต้องออกมา พบกับอากาศในยุคปัจจุบันแล้วจะไม่เสื่อมสลายไป

แต่การไม่อนุญาตให้ขุดค้น ก็ไม่ได้ หมายความว่าจะไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า ภายในสุสานจิ๋นซีมีอะไรอยู่

เมื่อปีที่แล้วนี้เอง ที่มีการใช้เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล “ส่อง” เข้าไปในเนินดินขนาดใหญ่ใกล้กับบริเวณที่พบหุ่นทหารดินเผาอันเลื่องชื่อ แล้วก็ได้พบความน่าอัศจรรย์ใจยิ่งกว่าสิ่งที่ถูกค้นพบมาก่อนแล้วเสียอีก

นักโบราณคดีจีนได้เห็นภาพว่า ลึกลงไปใต้พื้นดินราว 21 เมตร มีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่อยู่ ในนั้น เป็นอาคารสูงตั้ง 30 เมตร รูปทรงคล้ายพีระมิดหัวตัด กว้าง 125 เมตร ยาว 145 เมตร ด้านข้างแต่ละด้านมีลักษณะคล้ายบันได และลึกลงไปจากตัวอาคารนี้ ถึงจะเป็นสุสานของจริง ที่มีขนาดกว้าง 50 เมตร ยาว 80 เมตร สูง 15 เมตร

ระหว่างอาคารใหญ่ ซึ่งถูกเรียกว่า ปราสาทของจักรพรรดิไปถึงตัวสุสาน มีทางลาดเชื่อมถึงกัน และเมื่อตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีสมัย ใหม่ ก็เห็น “รางๆ” ว่า บริเวณทางเดินนี้ เต็มไปด้วยรถม้า และม้าที่สร้างด้วยบรอนซ์ ขนาดใหญ่ประมาณครึ่งหนึ่งของขนาดจริง

เห็นอย่างนี้แล้ว นักโบราณคดีต่างร้องโหวกเหวก อยากจะขุดเข้าไปให้เห็นกับตาจริงๆ เสียทีว่าจะมีจริงอย่างที่ “ตาอิเล็กทรอนิกส์” ส่องมองแทนหรือไม่ แต่งานนี้ก็ยังคงเป็นทางตัน เพราะแม้นักวิชาการหลายต่อหลายคนจะร้องขอขนาดไหน ทางการจีนก็ยังส่ายหน้าปฏิเสธ ด้วยเหตุผลเดิมว่า รอให้มีเทคโนโลยีที่ดีกว่านี้ในการอนุรักษ์ ทรัพย์สินของจักรพรรดิเสียก่อน ซึ่งก็น่าเห็นใจรัฐบาลจีน เพราะที่ ผ่านๆมา การขุดค้นแหล่งโบราณสถานหลายแห่งก็มีตัวอย่างให้ได้เห็นๆกันมาหลายครั้งแล้วว่า พอของมีค่าจากหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกผนึกไว้นาน ได้ออกมาเจอะออกซิเจนจากภายนอก ก็มีอันเสียหาย และบางชิ้นถึงกับป่นเป็นผุยผง อย่างนี้แล้วจะเสี่ยงกับสุสานจิ๋นซีที่เป็นสุสาน ซึ่งอาจจะสำคัญที่สุดในโลกนี้ได้อย่างไรเลยต้องร้องเพลงรอกันไปก่อน

นอกจากสุสานแล้ว พระศพของจอมจักรพรรดิเอง ก็เป็นอีกหนึ่งในสิ่งที่นักโบราณคดีอยากเจอกันมาก เมื่อก่อนนี้เคยเชื่อกันว่า พระศพจริงๆอาจจะอยู่ที่อื่น และสุสานที่เห็นอาจเป็นเพียงสิ่งลวง แต่ถึงวันนี้ จากการศึกษามากขึ้นก็ชักเชื่อกันใหม่ว่า ไม่ต้องไปไกลที่ไหนหรอก จุดที่พบพระราชวังใต้ดิน และสุสานใต้ดินนี่แหละ เป็นสถานที่เก็บพระศพของแท้

นักวิชาการยังเชื่อกันว่า หากเปิดสุสานออกมาเมื่อไหร่ เป็นได้เจอพระศพแบบสมบูรณ์ ไม่เสียหายค่อนข้างแน่นอน เพราะมีตำรับตำราหลายเล่มที่ระบุว่า จิ๋นซีฮ่องเต้ได้มีพระบัญชาให้รักษาพระศพของพระองค์ด้วยปรอท

นอกจากนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ หัวขโมยบังอาจเข้ามาในที่พำนักชั่วนิรันดร์ของพระองค์ ก็มีพระบัญชาให้สร้างกลไกในการป้องกันผู้มาเยือนโดยพลการเอาไว้จำนวนมาก ด้วยสันนิษฐานกันว่า หากใครที่ไม่ได้ รับเชิญดัน “เจ๋อ” เข้ามาในสุสานของพระองค์ เห็นทีต้องโดนกลไกสารพัดอาวุธทำร้ายเอาแน่ๆ และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยังไม่ควรเปิด สุสาน หากยังไม่แน่ใจในความปลอดภัย

บางตำนานบอกว่า บริเวณที่ล้อมรอบพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ นั้น เป็นลำธารปรอทเพื่อรักษาพระศพ ซึ่งอาจจะมีความเป็นพิษสำหรับผู้มาเยือนด้วย และจากการตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็พบว่า บริเวณที่คาดว่าเป็นสุสานนั้น มีความเข้มข้นของสารปรอทมากผิดปกติ โดยเฉพาะตรงกลางของเนินดินที่มีปรอทมากกว่าบริเวณอื่นๆตั้ง 50 เท่า เลยยิ่งฟันธงกันไปใหญ่ว่า พระศพอยู่ตรงนี้แหงๆ

แต่บอกให้เสียใจอีกทีว่า ต้องร้องเพลงรอไปก่อน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่นักโบราณคดีจะได้โอกาสเปิดตัวอาคารลึกลับนี้เข้าไปดูให้ เห็นเป็นบุญตาว่า จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลกบรรทมอยู่อย่างไรในห้องสุดท้ายของพระองค์

ปริศนาลึกลับของสุสานและพระศพขององค์จักรพรรดิจิ๋นซี สร้างความพิศวงสงสัยจนผู้คนทั่วโลกต้องจับตามอง จนกระทั่งถูกหยิบยกเอาไปเป็นเค้าโครงของภาพยนตร์ ระดับฮอลลีวูด เรื่อง THE MUMMY : TOMB OF THE DRAGON EMPEROR ซึ่งในภาคที่แล้วเป็นเรื่องของมัมมี่อียิปต์ แต่คราวนี้ทีมงานหันมาสร้างถึงมัมมี่จีนบ้าง โดยเป็นเรื่องของจักรพรรดิในยุค 50 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งต้องคำสาปทำให้พระองค์และไพร่พล กลายเป็นกองทัพหุ่นกระเบื้องเคลือบไปตลอดกาล จนมีผู้มาพบสุสานลับ และปลุก พระองค์พร้อมทหารหาญให้ฟื้นคืนชีพ...

เรื่องแบบนี้คิดๆไปก็อาจไม่ต่างจากเรื่องจริง เพราะใครเลยจะปฏิเสธได้ว่า บรรดานักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายจะไม่แอบคิดหาวิธี ตระเตรียมไว้ปลุกองค์จิ๋นซีให้ฟื้นตื่นจากนิทรารมย์ขึ้นมาบ้าง...

ทีมงาน ต่วย'ตูน

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 เวลา 16:09 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

117

ติดตามกระทู้

11

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
1
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - 50

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น

หน้า 2

ความคิดเห็นที่ 51 - 100

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น

หน้า 3

ความคิดเห็นที่ 101 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อยากรู้เร็วๆจังเลยยยยยยยย

    ข้างล่างมีอะไรอยู่กันแน่นะ
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อยากเห็นพระศพ จื๋นซีเร็วๆจัง จีนจ๋า
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เจ๋งจริงๆเลยครับ ต้องไปดูของจริงให้ได้เลยละ ชอบประวัติศาสตร์ที่สู้ดดดด1,2,4
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น่ากลัวมากเลยค่ะ แต่ก็สวยดี  คนอียิปต์ก็เก่งมากค่ะ ประวัติศาสตร์ก็ตื่นเต้นดีค่ะ
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เท่าที่อาานมา

    ดูเหมือน ท่านจักพรรดิ์ จะมีความคิดที่ฉลาดมากถึงมากที่สุด ที่จะรักษาร่างของตัวเองเอาไว้

    บางทีอาจจะฉลาดมากกว่าพวกนักวิทยาศาสตร์ที่อยากจะขุดให้เจอด้วยซ้ำไปนะ
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สำหรับสุสานจิ๋นซีที่เปิดไม่ได้เพราะปรอทจะทำลายหลักฐานทางประวัติศาสตร์จีน

    ถ้าลองคิดย้อนประเทศไทยมีแบบนี้คงไม่ยอมให้เปิดเหมือนกัน

    (เห็นด้วยว่านักวิทยาศาสตร์สมัยก่อนเก่งมาเพราะพี่แกเล่นทำสายธาร ปรอท ทำได้ไงวะ)
    (จนวันนี้ยังไม่มีใครทำได้เลย)

    ถ้ามีวิธีเอา ปรอท ออกจากบริเวณสุสานได้ก็จะเห็นพระศพ(เพื่อให้คงสภาพสมบูรณ์ที่สุด)
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราเองก็อยากเห็นค่ะ

    แต่ในฐานะที่เราเป็นคนชอบอ่านพวกประวัติศาสตรฺและโบราณคดี ทำให้เรารู้สึกว่ารัฐบาลจีนทำถูกแล้วที่ยังไม่อนุญาตให้ชาวโลกได้ดูสุสานจิ๋นซี เพราะพวกโบราณวัตถุเป็นสิ่งสำคัญมากและบ่งบอกถึงความเป็นมาของชาติ เพราะฉะนั้นต้องรักษาดีๆค่ะ
    PS.  เรารักดิจิมอน
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อิ๋งเจิ้ง หรือจิ๋นซีฮ่องเต้ มีประวัติความเป็นมา บางช่วงที่ยังเป็นปริศนา เรื่องราวที่ยังไม่มีใครรู้อีกมากมาย  เป็นกษัตริย์ ของจีนคนแรกที่รวบประเทศจีนได้สำเร็จ ละการกระทำที่หาสาเหตุ ไม่ได้ (ลองหา อ่าน เจาะเวลาหาจิ๋นซี่ดู)   มันพระยะค่ะ!!
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อยากรู้จังว่าข้างในสุสานมีอะไร
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ที่เค้าอ่านนายน๋างสืออ่ะ บอกว่าชุดห้อมล้อมศพมีหยกล้อมด้วย
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เนื้อหาดีมากเลยค่ะ แต่อยากได้แบบสรุปมากกว่า เพราะมันค่อนข้างยาวไปหน่อย
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ครั้งนึงในชีวิตผม ผมอยากไปลองขุดสุสานต์นี้ดูสักครั้ง ถึงแม้ไม่ได้กลับมาก้อตาม TT

  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    พระองค์ได้สร้างสุสานเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังไว้ดูส่วนภายในสุสานเพื่อพระเกียรติของพระองค์เราคิดว่าไม่สมควรเปิดออกพระองค์ทำกลไกไว้เพื่อปกป้องการบุกรุกเราควรยึดถือเอาสิ่งที่พระองค์ทำไว้อย่าได้เปิดสุสานภายในให้มีการเสียหายมนุษย์มีเทคโนโลยีล้ำสมัยสามารถใช้กล้องตรวจสอบเอาจากภายนอกดีกว่า
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น่าสนใจๆ คนโบราณนี่เก่งสุดยอดอ่ะ ตั้งแต่สร้างพีรมิดสูใหญ่โตได้ ยังสร้างสุสานที่มีกลไก มีตุ๊กตาเป็นพันๆตัวอีก เราไปอ่านมาจากอีกเว็บอ่ะ เขาบอกกระบี่ในสุสานถูกเคลือบกันสนิมไว้ ไม่มีสนิมเลย และถูกตุ๊กตาหินทับไว้จนงอ แต่พอเอาตุ๊กตาออกกระบี่ก็เด้งกลับมาตรงเหมือนเดิม สุดยอด!!!
    PS.  
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุน ค่ะ
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    117
    guest
    นายขนมสังขยา อร๊อย อร๊อย
    นายขนมสังขยา อร๊อย อร๊อย 124.122.55.123
    ราชวงค์ ต่อ ราชวงค์ครับ

    พวกเขามีเหตุผล ที่ไม่ เปิดให้ขุด และมีเหตุผล  ที่คนอย่างพวกเราไม่รู้  

    มันเรื่องภายใน  ที่พวกเขารักษากัน ไว้  ตราบชัวลูกชัวหลาน   คนที่เขาดำรงตำแหน่งขนาดนั้นเชื่อ
    เถอะ พวกเขา ถูก สอนสั่งมาตั้งแต่เด็ก แล้วให้รูจักเชื่อ ให้รู้จักฟัง และผลของการเชื่อฟังก็จะเกิดเอง

    พระพุทธองค์ ท่านตรัสว่า


    เรามีกำเป็นกำเนิด  
    เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
    เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
    เรามีกรรมเป็นของ ของตน
    เราจะทำกรรมใดไว้ จะดีหรือชั่ว
    เราเอง จะเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น สืบไป

    ซึ่งผมเชื่อว่า ธรรมของพุทธเจ้า สอนให้ คนเป็นบันฑิต และบันฑิต เป็นผู้ที่ไม่ใช่บันฑิต


    ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีเหตุและผลในตัวมันเอง
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: