เรื่องของไทรอย(ด์) T____T

ความคิดเห็น

18

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ



ใครรู้บ้างคะว่า......

1.)ไทรอย(ด์)
เกิดขึ้นจากอะไรคะ?

2.)หลีกเลี่ยงได้ยังไงเหรอ?

3.) ดูยังไงคะว่าตัวเองเป็นไทรอย(ด์) รึปล่าว

4.) ช่วยแนะนำที่ตรวจให้หน่อยสิคะ โรงพยาบาลไหตรวจเรืองนี้ดี




Thank you

ขอบคุณล่วงหน้าเลยค่ะ ใครรู้อะไรช่วยบอกด้วยนะคะ เล็กๆน้อยๆกยังดี


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 20 กรกฎาคม 2552 เวลา 13:42 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

18

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    พึ่งเทพเจ้ากุเกิลดูสิน้อง ข้อมูลตรึม  กุเกิลนี่เหมือนห้องสมุดใหญ่ๆเลยน้า ค้นหาความรู้ได้มากมาย

    เรื่องไทรอยด์เป็นพิษ พี่เคยสงสัยว่าพี่จะเป็น เพราะพี่ผอมมากก ตอนนี้หนัก 37 เองอ่ะ
    แล้วไทรอยด์นี่พี่ก้อมีความเสี่ยงจะเป้นเพราะมันเป้นโรคทางกรรมพันธุ์ คุณแม่พี่ก้อเป็น ผู้หญิงมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย
    แต่ไปพบคุณหมอ เจาะเลือดไปตรวจแล้วไม่เป็นนะ ต้องคอยหมั่งสังเกตอาการอยู่เรื่อยๆนะ ถ้ามีอาการน่าสงสัยให้ไปพบแพทย์จ้ะ


    ไทรอยด์เป็นพิษมีได้ 2 แบบนะ แบบอ้วน(ไฮโปไทรอยด์) กับแบบผอม(ไฮเปอร์ไทรอยด์)  พี่มีความเสี่ยงเป้นแบบผอมจ้ะ

    อะพี่ค้นให้นิดนึง


    | ผ่าตัดต่อมไทรอยด์...ไร้แผลที่คอ

                   ต่อมไทรอยด์สำคัญไฉน ทำไมเราต้องหยิบมันมาเป็นหัวข้อ และการผ่าตัดต่อมไทรอยด์โดยไม่มีแผลที่คอ เป็นเรื่องน่าสนใจอย่างนั้นหรือ คำตอบคือถ้าคุณเป็นผู้หญิง นี่คือเรื่องใกล้ตัวคุณ

              ไม่ใช่แค่เพราะสถิติที่ระบุว่า สี่ถึงเจ็ดเปอร์เซ็นต์ของประชากรในประเทศไทยมีความผิดปกติของเจ้าต่อมเล็กๆ ต่อมนี้ หรือแค่เพราะผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชาย 5 เท่า แต่เพราะเราเห็นว่าผู้หญิงทุกคนมีความรักสวยรักงาม และการได้เดินอวดคอที่ไร้แผลผ่าตัด ไปยังสถานที่หรืองานต่างๆ มีความสำคัญต่อเธอยิ่งนัก นั่นเองจึงทำให้เราตัดสินใจเดินทางเพื่อมาสัมภาษณ์ นายแพทย์สุชาติ จันทวิบูลย์ ศัลยแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งได้แนะนำเทคนิคใหม่ “การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ โดยไม่มีแผลที่ลำคอ” ให้กับผู้ป่วย

               เทคนิคนี้ทำอย่างไร ทำไมจึงมีทำกันน้อยนัก และสำคัญอย่างไรต่อไปในอนาคต แต่ก่อนอื่นเราคงต้องไปทำความรู้จักกับเจ้าต่อมเล็กๆ ต่อมนี้กันก่อน

    ต่อมไทรอยด์...สำคัญไฉน
         “ต่อมไทรอยด์ถึงแม้จะอยู่ที่คอของเรา แต่ปกติเราจะไม่สามารถคลำเจอต่อมไทรอยด์ในคอได้นะครับ เพราะเจ้าต่อมไทรอยด์นี่จะมีขนาดเล็กมาก น้ำหนักของมันจะประมาณ 20 กรัมเอง นอกจากว่ามันจะเกิดความผิดปกติขึ้นมา ทำให้ต่อมไทรอยด์มีขนาดใหญ่ขึ้น จนสามารถคลำหรือสังเกตได้ ซึ่งคอของผู้ป่วยจะบวม พอง โป่งออกมา หรืออย่างที่เราเรียกว่า ‘คอพอก’ หรือ ‘คอหอยพอก’ นั่นล่ะครับ
        
    …ต่อมไทรอยด์ ก็คือ ต่อมไร้ท่อชนิดหนึ่งของร่างกายนั่นเองครับ จะอยู่ตรงหน้าหลอดลมที่คอของเรา หน้าตาของมัน ก็คือ จะแบ่งออกเป็น 2 กลีบ มีกลีบซ้ายกับกลับขวา แล้วเชื่อมต่อกันตรงกลางด้วยส่วนคอดเล็กๆ ที่เรียกว่า isthmus ความสำคัญของต่อมไทรอยด์นี้ก็คือ มันจะทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนที่ชื่อว่า ‘ไทร็อกซีน’ หรือไทรอยด์ฮอร์โมน อันมีไอโอดีนเป็นสารประกอบอย่างหนึ่ง ซึ่งเมื่อฮอร์โมนนี้เข้าสู่กระแสเลือด มันก็จะทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานของเซลล์ทั่วร่างกาย ทำให้เกิดความร้อนและควบคุมการเผาผลาญให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ช่วยให้ร่างกาย สมอง กระดูก และอวัยวะสืบพันธุ์มีการเจริญเติบโตอย่างเป็นปกติ ความสำคัญของมันจึงเกี่ยวข้องกับพัฒนาการและการเจริญเติบโตของร่างกายนั่นเองครับ



    ขอบคุณข้อมูลจากเวบไซต์โรงพยาบาลวิภาวดี และ http://www.mediathai.net/module/chic/beauty_newsdetail.php?board_id=30&chic_cat_id=2
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    …ทีนี้ถ้าหากต่อมไทรอยด์ของคนเราเกิดทำงานผิดปกติโดยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง ก็จะส่งผลกระทบต่อภาวะร่างกายของผู้ป่วยในขณะนั้นด้วย คือ นอกจากคอจะโต บวม อย่างที่เรียกว่าคอพอกแล้ว ยังอาจจะมีอาการอื่นๆ อีก เช่น ใจสั่น มือสั่น เหนื่อยง่าย กินจุแต่ผอมลง เหงื่อออกมาก ขี้ร้อน ขี้หงุดหงิด นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง บางรายอาจจะมีประจำเดือนลดลง ท้องเดิน ต่างๆ เป็นต้น ต่อมไทรอยด์จึงมีความสำคัญ เพราะมันก็สามารถป่วยเหมือนอวัยวะอื่นๆ ได้เช่นกันครับ”

    ไฮเปอร์ไทรอยด์ และไฮโปไทรอยด์

         “พอพูดอย่างนี้แล้ว คนอาจจะเข้าใจว่า ต่อมไทรอยด์ผิดปกติก็คือคอพอกเท่านั้น จริงๆ แล้วผู้ป่วยที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ผิดปกติอาจจะไม่ได้มาด้วยอาการคอพอกก็ได้ หลายคนมาพบแพทย์ด้วยปัญหาต่อมไทรอยด์ผิดปกติ โดยมีอาการอื่นๆ มา เช่น ทำงานหรือทำกิจกรรมใดๆ ก็ตาม สักพักก็เหนื่อยแล้ว ไม่ไหวแล้ว บางคนก็สงสัยว่าทำไมตนเองขี้หงุดหงิด ขี้โมโห ขี้ร้อน จิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว เป็นต้น ซึ่งอาจส่งผลต่อชีวิตของเขา ต่อการทำงาน รวมทั้งต่อคนรอบข้าง เขาจึงตัดสินใจมาปรึกษาแพทย์ เมื่อตรวจพบว่าเขามีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ซึ่งเขาอาจจะไม่ได้มีคอพอกเลย แต่เพราะต่อมไทรอยด์ของเขามีการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป กลุ่มนี้เรียกว่า ‘ไฮเปอร์ไทรอยด์’ (Hyperthyroidism) ซึ่งแพทย์ก็จะแนะนำการรักษา โดยการให้เขาทานยาต้านฮอร์โมน เพื่อปรับฮอร์โมนไทรอยด์ให้ลดลง แล้วนัดมาตรวจเป็นระยะ ก็ไม่ต้องใช้การผ่าตัด
        
            ...นอกจากไฮเปอร์ไทรอยด์ ที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนมากเกินไปแล้ว ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์อีกชนิด ที่มีลักษณะตรงข้ามกัน คือต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนน้อยเกินไป กลุ่มนี้เรียกว่า ‘ไฮโปไทรอยด์’ (Hypothyroidism) ผู้ป่วยจะมีอาการหลายอย่างตรงข้ามกัน คือ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ง่วงนอน หนาว ตัวสั่น ทนความเย็นไม่ได้ กระสับกระส่าย ทานน้อยแต่น้ำหนักตัวขึ้นและลดยาก ผมหยาบกระด้างหรือร่วงง่าย เป็นตะคริวบ่อยๆ หรือปวดกล้ามเนื้อ ท้องผูกซึมเศร้า รู้สึกไม่สบาย เหงื่อออกน้อยลง ความจำไม่ดี ประจำเดือนมาไม่ปกติ ความต้องการทางเพศลดลง เป็นต้น
      
              ...โดยสาเหตุของไฮโปไทรอยด์นั้นเกิดจากการขาดไอโอดีนเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากไอโอดีนเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ และอาจเกิดสาเหตุอื่น เช่น ผู้ป่วยมีการติดเชื้อที่ต่อมไทรอยด์ โดยจะมีอาการอื่นร่วมคือ มีไข้ อ่อนเพลีย มีการกดเจ็บบริเวณต่อมไทรอยด์ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับศูนย์ควบคุมการหลั่งฮอร์โมน โดยอาจมีรอยโรคในสมองเป็นต้น หรือผู้ป่วยมีประวัติผ่าตัดรักษาหรือฉายรังสีบริเวณต่อมไทรอยด์มาก่อน หรืออาจเกิดจากโรคทางออโตอิมมูน (Hashimoto thyroiditis) ซึ่งร่างกายจะคิดไปเองว่าฮอร์โมนไทรอยด์เป็นสิ่งแปลกปลอม และขจัดฮอร์โมนนั้นไป เป็นต้น
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ...การรักษาไฮเปอร์ไทรอยด์และไฮโปไทรอยด์มีความต่างกันคือ ผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์จะมีแนวทางการรักษาที่มากกว่า คือมีตั้งแต่การทานยาปรับฮอร์โมน การฉายรังสี การทานน้ำฉายกัมมันตภาพรังสี และการผ่าตัด ขณะที่ผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์ แพทย์มักจะแนะนำการทานยาเสริมฮอร์โมนให้กับผู้ป่วย เพื่อปรับระดับฮอร์โมนไทรอยด์จนอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยอาจต้องรับประทานยานานตลอดชีวิตแม้จะไม่มีอาการแล้ว จึงนับว่าเป็นความทรมานของผู้ป่วยหลายๆ คน”
    คอพอก...ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    “ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ที่ผู้ป่วยอาจต้องรับการผ่าตัด หนึ่งในนั้นคือความผิดปกติที่เรียกว่า ‘คอพอก’ หรือ ‘คอหอยพอก’ อันเป็นคำจำกัดความของกลุ่มโรคที่มีต่อมไทรอยด์โตขึ้นผิดปกติ ซึ่งคอพอกนี้แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ แบ่งตามลักษณะการโต อันได้แก่ โตแบบทั่วๆไป, โตแบบเป็นก้อนเดี่ยว และโตแบบเป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำ โดยแบบหลังจะมีก้อนหลายๆ ก้อน ทำให้เห็นไทรอยด์เป็นก้อนตะปุ่มตะป่ำอย่างชื่อ และต่อมาคือ แบ่งตามอาการของโรค ได้แก่ คอพอกแบบเป็นพิษ ลักษณะนี้ต่อมไทรอยด์ของผู้ป่วยจะสังเคราะห์และหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย มือสั่น อยู่ไม่เป็นสุข ชอบทำโน่นนี่ บางทีดูเป็นคนขี้ตื่นตกใจ บางคนอาจมีอาการถ่ายเหลวบ่อย คลื่นไส้อาเจียน น้ำหนักลด และอื่นๆ ตามมา และอีกแบบคือ คอพอกธรรมดา คอพอกลักษณะนี้จะไม่มีอาการต่างๆ ของต่อมไทรอยด์เป็นพิษอย่างที่กล่าวมา
         .
           ..เมื่อก่อนคนจะเข้าใจว่า คอพอกเกิดจากการขาดธาตุไอโอดีน ชาวบ้านทางแถบภาคอีสานหรือที่อาศัยอยู่ตามภูเขา ที่ไม่ได้ทานอาหารทะเลหรือทานเกลือไอโอดีน ก็จะพบว่ามีข่าวเป็นโรคนี้กันเยอะ แต่สมัยนี้คนที่มาด้วยคอพอกจากการขาดธาตุไอโอดีนพบได้น้อยลง อาจเพราะการประชาสัมพันธ์ของหน่วยง่ายๆ ที่ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนมาตลอด และด้วยปัจจุบันอาหารทะเลสามารถเข้าไปถึงแหล่งต่างๆ ได้ทั่วประเทศ ผู้คนจึงไม่ค่อยเป็นคอพอกจากการขาดไอโอดีนเท่าไร แต่ก็อาจจะมาด้วยสาเหตุอื่นๆ เช่น อาจจะได้รับสารหรือยาบางชนิดเข้าไป แล้วเกิดกระตุ้น ทำให้เกิดถุงน้ำหรือที่เรียกว่าซีส หรือเกิดการอักเสบที่ต่อมไทรอยด์ เป็นเนื้องอกหรือมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์ เป็นต้น”
    พิษของคอพอก
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    “คอพอกแบบไม่เป็นพิษ (Hyperthyroidism) โรคนี้ผู้ป่วยมักมีอาการเรื้อรังนานเป็นปีๆ บางคนอาจหายได้เอง แต่ก็อาจกำเริบได้อีก ดังนั้น ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาที่รวดเร็วพอ ก็อาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้เช่นกัน ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของคอพอกชนิดนี้มักเกิดจากขาดไอโอดีน โดยอาการที่สังเกตได้ คือ ต่อมไทรอยด์ของผู้ป่วยจะมีขนาดใหญ่ขึ้น และอาการอื่นๆ ได้แก่ เซื่องซึม เชื่องช้า หนาวง่าย น้ำหนักตัวเพิ่ม ผิวแห้ง เป็นต้น ส่วนใหญ่การรักษาถ้าแพทย์เห็นว่าต่อมไทรอยด์มีขนาดใหญ่มาก จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต การทำงาน หรือร่างกายของผู้ป่วย ก็มักพิจารณาการรักษาโดยการผ่าตัดให้กับผู้ป่วย

          ...ส่วน คอพอกแบบเป็นพิษ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากต่อมไทรอยด์มีการสร้างฮอร์โมนมากเกินไป อาจเกิดจากการที่ต่อมไทรอยด์ของผู้ป่วยมีความผิดปกติเอง โดยอาจมาจากกรรมพันธุ์ (ดังนั้น การตรวจวินิจฉัยหาความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ จึงต้องมีการซักประวัติเพื่อจะได้ทราบว่าครอบครัวมีผู้ป่วยจากโรคนี้หรือไม่) หรือเกิดจากความเครียด ทำให้มีการหลั่งของฮอร์โมนไทรอยด์มากขึ้น หรืออาจได้รับสารหรือยาบางชนิดเข้าไป แล้วกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนมากเกินไป ทำให้ต่อมไทรอยด์มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือก้อนเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์โตขึ้นจากเดิม หรือมีก้อนเนื้องอกหลายก้อนมานาน แล้วทำให้เกิดอาการเป็นพิษตามมา ซึ่งคอพอกชนิดนี้สามารถพบได้ทุกวัย แต่จะพบบ่อยที่สุดในอายุระหว่าง 40 - 50 ปี และพบเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 5 เท่า โดยอาการของผู้ป่วยที่สังเกตได้คือ มาด้วยอาการใจสั่น มือสั่น เหนื่อยง่าย เหงื่อออกมาก นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย กล้ามเนื้อล้า ชีพจรเต้นเร็ว บางครั้งเต้นไม่สม่ำเสมอ หิวบ่อย หงุดหงิดง่าย โมโหง่าย น้ำหนักลด กระหายน้ำ ถ่ายปัสสาวะบ่อย ร้อนมากผิดปกติ ตื่นเต้นตกใจง่าย บางรายอาจพบการเปลี่ยนแปลงที่ตา เช่น ตาโปนข้างเดียวหรือสองข้าง ส่วนคอจะโตหรือไม่ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะมีอาการโตขึ้น จนสังเกตได้หรือคลำได้
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ...การรักษาคอพอกแบบเป็นพิษ ปัจจุบันสามารถทำได้หลายวิธี แพทย์จะแนะนำการรักษาให้กับผู้ป่วยโดยพิจารณาตามความเหมาะสม มีตั้งแต่การใช้ยาต้านการทำงานของต่อมไทรอยด์ เพื่อลดปริมาณการสร้างฮอร์โมน โดยผู้ป่วยต้องรับประทานยาติดต่อกัน ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ถึงปีครึ่ง และถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์ก็อาจพิจารณาการรักษาโดยวิธีอื่นต่อไป มีตั้งแต่การฉายรังสีหรือการทานน้ำแร่กัมมันตรังสี (น้ำแร่กัมมันตภาพรังสีคือ น้ำที่มีการฉายกัมมันตภาพรังสี ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด) เพื่อไปทำลายเนื้อต่อมไทรอยด์บางส่วน โดยมักจะใช้กับผู้ป่วยที่รักษาด้วยยาไม่ได้ผล หรือผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป และมีข้อบ่งชี้บางอย่าง เช่น อาจไม่สามารถรักษาโดยการผ่าตัด และอีกวิธีคือ การผ่าตัด”
    ก้อนเนื้อของต่อมไทรอยด์
      
           “นอกจากนี้ ต่อมไทรอยด์ผิดปกติอีกชนิดที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จำเป็นต้องรับการผ่าตัดร่วมกับการทานยา ก็คือ เนื้องอกของต่อมไทรอยด์ ซึ่งมีทั้งเนื้องอกธรรมดา และเนื้องอกชนิดร้ายหรือมะเร็ง โดยมักจะพบในผู้หญิง อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป และอาจพบว่ามีต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างลำคอโตร่วมด้วย
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ...มะเร็งของต่อมไทรอยด์มีตั้งแต่ชนิดที่ร้ายแรงที่สุดจนถึงร้ายแรงน้อยมาก ซึ่งนอกจากรังไข่แล้ว นับเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดของต่อมไร้ท่อ แต่โดยทั่วไป มะเร็งของต่อมไทรอยด์เป็นมะเร็งที่รวมกันแล้วไม่ร้ายแรง คือโตช้า อาการเกิดช้า และอัตราการตายต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมาด้วยก้อนของต่อมไทรอยด์ แต่ทั้งนี้ก็ไม่จำเป็นว่าเมื่อมีก้อนของต่อมไทรอยด์แล้วจะต้องเป็นมะเร็งเสมอไป เพราะอย่างที่บอก ก้อนที่เห็นอาจจะเป็นเนื้องอกธรรมดาก็ได้
        
                   ...การรักษามะเร็งของต่อมไทรอยด์โดยส่วนมากแพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดให้กับผู้ป่วย ซึ่งหากเป็นความผิดปกติของต่อมไทรอยด์แบบอื่นๆ ปกติแพทย์จะผ่าเอาต่อมไทรอยด์ที่มีขนาดใหญ่ออกเป็นบางส่วน เพื่อให้ผู้ป่วยมีต่อมไทรอยด์เหลืออยู่ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อร่างกายของผู้ป่วย เพราะถึงแม้ต่อมไทรอยด์จะเหลือเพียงส่วนน้อย แต่ต่อมไทรอยด์ส่วนที่เหลือก็ยังสามารถสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ให้กับร่างกายได้
        
                ...แต่กรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหามาจากมะเร็งของต่อมไทรอยด์ ส่วนใหญ่แพทย์จะตัดสินใจผ่าเอาต่อมไทรอยด์ของผู้ป่วยออกทั้งหมด เพื่อไม่ให้เซลล์มะเร็งหลงเหลือและลุกลามได้อีก แต่จะเหลือเอาไว้ในส่วนที่ติดกับต่อมพาราไทรอยด์ และเส้นประสาทของกล่องเสียง ดังนั้น ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องทานฮอร์โมนเสริมไปตลอด เพื่อทดแทนฮอร์โมนไทรอยด์ที่ร่างกายขาดไป”
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สู่ห้องผ่าตัด...ยุคก่อน
            “อย่างที่บอกไป การรักษาต่อมไทรอยด์มีหลายวิธี ตั้งแต่การทานยาต้านฮอร์โมน การฉายรังสี การทานน้ำฉายกัมมันตภาพรังสี และการผ่าตัด โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาให้กับผู้ป่วยตามความเหมาะสม เช่น ผู้ป่วยคอพอกบางคนอาจจะไม่ต้องผ่าตัดก็ได้ ถ้าแพทย์เห็นว่าต่อมไทรอยด์ไม่โตมาก และผู้ป่วยยังสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติ สามารถทานยาต้านฮอร์โมนให้ดีขึ้นได้ แต่ถ้าต่อมไทรอยด์ที่โตขึ้นส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย เช่น ทำให้กลืนอาหารลำบาก หายใจลำบาก มีเสียงแหบ มีเลือดออกในก้อน มีอาการปวดกระดูก หรือแม้จะโตเพียงเล็กน้อย แต่ผู้ป่วยมีความวิตกกังวลต่อสายตาคนรอบข้าง ต้องการเอาออกโดยเร็ว ซึ่งถ้าผู้ป่วยไม่ได้มีข้อบ่งชี้ว่าไม่สามารถผ่าตัดได้ และร้องขอการรักษาโดยการผ่าตัด แพทย์ก็อาจจะพิจารณาการผ่าตัดให้
        
              ...รวมทั้งผู้ป่วยมาด้วยปัญหามีก้อนของต่อมไทรอยด์ แพทย์จะทำการประเมินก่อนว่าก้อนนั้นๆ มีลักษณะเช่นใด เช่น มีภาวะของต่อมไทรอยด์เป็นพิษร่วมด้วยหรือไม่ อาจจะทำการเจาะเลือดหาระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในกระแสเลือด โดยใช้เข็มเจาะที่ก้อนนั้นๆ และดูดเอาเซลล์ออกมา เพื่อทำการส่งตรวจที่ห้องทดลอง ซึ่งหากพบว่ามีเซลล์ที่มีลักษณะสงสัยว่าจะเป็นเนื้อร้ายหรือเซลล์มะเร็ง แพทย์ก็จะพิจารณาการผ่าตัดให้กับผู้ป่วย
        
               ...เมื่อก่อนการผ่าตัดต่อมไทรอยด์จะทำโดย แพทย์จะกรีดเปิดแผลบริเวณแนวกลางลำคอของผู้ป่วย ตามแนวยาวประมาณ 4 - 6 เซนติเมตร เพื่อจะได้ผ่าตัดต่อมไทรอยด์โดยสะดวก แต่ทีนี้เราก็มามองว่าการผ่าตัดที่คอจะทำให้ผู้ป่วยมีรอยแผลหลงเหลืออยู่ และผู้ป่วยหลายคนเป็นผู้หญิง แล้วคอเป็นอวัยวะที่สังเกตได้ง่าย ทำให้หลังผ่าตัด ผู้ป่วยอาจมีความวิตกกังวลต่อสายตารอบข้าง หงุดหงิด ต้องคอยหาผ้ามาปิดที่คอตลอด เป็นต้น แล้วจะทำอย่างไรที่เราจะสามารถผ่าตัดโดยไม่มีแผลหลงเหลืออยู่ที่คอของผู้ป่วยล่ะ จึงเป็นแนวทางการรักษาขั้นต่อมา”
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ส่องกล้องผ่าตัด...ยุคใหม่
      
               “นั่นคือ การผ่าตัดด้วยกล้อง อาจฟังดูไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะการผ่าตัดโดยการส่องกล้องมีทำมาแพร่หลาย จุดประสงค์ก็เพื่อให้ผู้ป่วยมีบาดแผลน้อยที่สุด หรือหลบเลี่ยงการเกิดแผลบริเวณที่สังเกตง่าย เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ก็เช่นกัน
        
                ...การผ่าตัดต่อมไทรอยด์โดยการส่องกล้อง เราเลือกจะผ่าตัดผ่านทางรักแร้ของผู้ป่วย เพราะเป็นบริเวณที่สามารถเข้าถึงต่อมไทรอยด์ของผู้ป่วยได้ง่าย และกระทบต่ออวัยวะอื่นๆ เพียงส่วนน้อย ที่สำคัญ รอยแผลที่หลงเหลืออยู่ก็สังเกตได้ยาก จึงเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยหญิงที่ให้ความสำคัญต่อความสวยความงาม
        
                 ...อย่างไรก็ดี การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านทางรักแร้โดยการส่องกล้องในบ้านเรายังถือเป็นเรื่องใหม่ เพิ่งมีไม่นาน แม้แต่ในต่างประเทศ เพราะต้องอาศัยความชำนาญ รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ที่มีราคาค่อนข้างสูง แต่ต่อไปคาดว่าน่าจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น
      
                   ...การผ่าตัด ศัลยแพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษ โดยกรีดเปิดแผลบริเวณรักแร้ข้างขวาของผู้ป่วยเพียงเล็กน้อย ซึ่งศัลยแพทย์ในต่างประเทศที่ริเริ่มวิธีนี้ เขาจะเปิดแผลบริเวณรักแร้ 3 แห่ง เพื่อสอดใส่เครื่องมือผ่าตัดและกล้องเข้าไป แต่ของเราจะต่างเล็กน้อย ตรงที่เปิดแผล 4 แห่ง เนื่องจากเครื่องมือของเขาจะมี 3 แขน แต่ของเราพัฒนาขึ้นมามี 4 แขน ซึ่งแขนที่ 4 จะช่วยอำนวยความสะดวกในการผ่าตัดมากขึ้น โดยทำหน้าที่เปิดช่องทางให้อีก 3 แขนเข้าถึงต่อมไทรอยด์และทำการผ่าตัดโดยง่าย

                      ...ศัลยแพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษนี้สอดผ่าน และเลื้อยไปยังลำคอ ผ่านตำแหน่งที่ได้กำหนด โดยมีแพทย์และผู้ช่วยฯ ทำหน้าที่ควบคุมเครื่องมือดังกล่าว ตัดเนื้อร้ายหรือต่อมไทรอยด์ที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ และลำเลียงออกมา โดยอาศัยความแม่นยำจากการส่องกล้อง ประกอบความชำนาญของศัลยแพทย์ จนสำเร็จลุล่วงตามที่ต้องการ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน”
    จำเป็นแค่ไหน...การผ่าตัดส่องกล้อง
        
                “เหตุผลในการผ่าตัดผ่านทางรักแร้โดยการส่องกล้อง ก็อย่างที่กล่าวไป แต่ถามว่าจำเป็นหรือไม่ คือถ้าเทียบระหว่างผ่าตัดปกติกับผ่าตัดส่องกล้อง ในเรื่องของเวลาในการผ่าตัด การผ่าตัดส่องกล้องจะใช้เวลามากกว่าเล็กน้อย แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของศัลแพทย์แต่ละท่านด้วย อย่างผมตอนนี้ใช้เวลาในการผ่าตัดเกือบพอๆ กับการผ่าตัดปกติ และนอกจากนี้การผ่าตัดส่องกล้อง ปัจจุบันยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า ซึ่งถามว่าผลการรักษาออกมาดีเหมือนกันไหม ก็คือเท่าๆ กัน เพียงแต่การส่องกล้อง ข้อดีของมันคือจะไม่มีแผลที่คอ แต่จะมีแผลตรงรักแร้แทน ซึ่งก็เป็นแผลที่ไม่ใหญ่ ผู้ป่วยก็จะไปไหนมาไหนได้สบายใจ ก็ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่ง ซึ่งผู้ป่วยอาจไม่ต้องผ่าตัดส่องกล้องก็ได้ เลือกการผ่าตัดปกติก็ได้ครับ
        
                ...สำหรับผู้ที่สงสัยว่าตนเองอาจจะมีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ จากอาการต่างๆ ที่ได้กล่าวไป หรือมีคอพอก หรือสงสัยว่ามีก้อนเนื้อที่ต่อมไทรอยด์ อยากให้ลองมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยดู อย่าได้ปล่อยนาน แม้จะไม่ใช่อันตรายที่ต้องรับการรักษาหรือผ่าตัดโดยทันที แต่ถ้าอาการต่างๆ เหล่านั้นก่อให้เกิดความวิตกกังวล ส่งผลต่อการใช้ชีวิต ต่อร่างกาย การรักษาคือหนทางดีที่สุดครับ
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก
    http://www.mediathai.net/module/chic/beauty_newsdetail.php?board_id=30&chic_cat_id=2
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แฮ่กๆๆ เหนื่อย  พี่โดงานมาค้นให้เลยนะเนี่ย

    ข้อมูลเยอะหน่อยนะน้อง แต่อยากให้ตั้งใจอ่าน จะได้เอาไว้สังเกตสุขภาพตัวเองได้จ้ะ คิดว่าบทความนี้น่จะมีครบทุกอย่างที่น้องถามนะ

    ถ้าเข้ามาอ่านแล้วเมนท์ให้พี่ชื่นใจหน่อยนะ
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไม่ทราบว่าเจ้าของกระทู้ เป็นอยู่รึป่าวนะคะ  อย่าเศร้าไปนะ  เราเป็นคนนึงที่เคยเป็นธัยรอยด์เป็นพิษ รักษาที่ ร.พ.รัฐขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง รักษาอยู่นานเลย ซึ่งตอนนี้ไม่ได้กินยาแล้ว  แต่ต้องเช็คผลเลือดอยู่เรื่อยๆ (3-6เดือน) ว่ายังโอเคอยู่มั้ย  สำหรับหมอธัยรอยด์ที่ได้รับการยอมรับว่าวชาญที่สุดในประเทศ คือ น.พ.เทพ  หิมะทองคำ  เจ้าของ ร.พ.เทพธารินทร์ค่ะ  ที่เทพธารินทร์มีศูนย์ธัยรอยด์โดยเฉพาะอยู่เลยนะคะ ส่วนตัวก็รู้จักคนที่เป็นธัยรอยด์และรักษาที่นั่นหลายคน มีทั้งที่หายแล้วและยังรักษาอยู่ค่ะ  หรือถ้าจะไปร.พ.ของรัฐ ก็ไปที่ ร.พ.รามา หรือศิริราชก็ได้  ไม่มั่นใจว่าคุณหมอเทพยังเป็นอาจารย์หมออยู่ที่ใดที่นึงระหว่าง 2 ที่นี้หรือไม่  ตรงส่วนนี้ไม่แน่ใจในข้อมูลนะคะ  ร.พ.อื่นๆ เช่น ร.พ.วชิระ คนไข้ธัยรอยด์ก็ไม่น้อย
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ๊าย!!! ขอบคุณท่านื้งสอง (Take care และ เชอรี่เป็ดน้อย) มากๆเลยค่ะ ขอบคุณมากๆๆๆๆเลยจริงๆค่ะ T_____T ซาบซึ้งมากมายเลยค่ะ 

    ว่าแต่โรคนี้นี่มันรุนแรงรึเปล่าคะ หวั่นใจอย่างแรงเลยอ่ะ แงๆๆ ไม่รุนแรงใช่ม๊ายยยยยยยย บอนหนูที แงๆๆๆ
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถ้ารีบไปรักษาตัว  ก็ไม่น่ามีปัญหาหรอกนะคะ รีบไปเร็วเท่าไร โอกาสหายก็มากขึ้น  รีบไปพบแพทย์ก่อนดีกว่านะคะ อย่างกรณีเราเอง ก็สามารถเรียนจนจบและทำงานได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไร ช่วงแรกที่มีอาการของโรคนี้ ก่อนไปให้หมอตรวจและยังไม่รู้ว่าเราเป็นอะไร      ก็มีหยุดเรียนไปบ้าง เท่าที่จำได้ก็ไม่นาน ไม่ถึงขนาดต้องดร็อปเรียน  พอหาหมอแล้วรู้ว่าเป็นธัยรอยด์แล้ว  รักษาแล้วอาการควบคุมได้ ก็ไปเรียน ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมกับเพื่อนได้ตามปกติ  ซึ่งเราเรียนมาในสาขาวิชาที่ต้องอ่านหนังสือมากทีเดียว ก็ไม่ได้ประสบปัญหาอะไรจากโรคที่เป็นนะคะ เพียงแต่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ขี้เกียจกินยา

    เป็นกำลังใจให้นะคะ ถ้าสงสัยอะไรก็โพสต์มาถามได้อีกนะคะ จะเข้ามาดูที่กระทู้นี้อีกละกันนะ
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    พึ่งตรวจพบว่าเป็นไทรอยด์เป็นพิษและต้องการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีเพราะอยู่ใกล้บ้าน แต่เป็นปัญหาตรงที่ติดเรียนทุกวัน (ปี 3 คะ)
    อยากให้ผู้รู้แนะนำคลีนิคที่รักษาไทรอยด์ให้ด้วยคะ8
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    18
    guest
    อรุณรัตน์  อมรไท
    อรุณรัตน์ อมรไท 58.11.239.125
    อยาดสอบถามหน่อยค่ะ รู้ว่าตัวเองเป็นไทรอยตอนมีลูกคนที่ 3 คลอดได้ 4 เดือนมีคนทักว่าคอดูบวมก็เลยลองไปหาหมอเพื่อเจาะเลือดดูพบว่าเป็นจริงๆก็กินยาที่หมอจัดให้ตลอดหมอนัดไปเจาะเลือดดูผลเลือดก็ดีขึ้นเรื่อยๆคอดูยุบลงกินมาไดประมาณ 4 เดือนได้ก็มารุ็ว่าท้องแต่ก็บอกหมอน่ะค่ะหมอก็เลยตรวจดูเห็นว่าอาการดีขึ้นแล้วเลยให้หยุดกินยาเพราะเห็นบอกว่าคนท้องจะมีฮอโมนช่วยไม่ให้คอมันบวมขึ้นได้ มันก็จริงค่ะตอนท้องคอไม่บวมขึ้นเลยแต่พอคลอดมันก็เหมือนจะบวมขึ้นมาอีกแต่ก็ไม่กล้าที่จะกินยาเพราะลูกกินนมตัวเองอยู่ไม่รู้จะปรึกษาใครก็เลยไปถามร้านขายยาเขาบอกว่าลูกกินนมได้ตอนนี้ลูกกินนมมานานจะได้ขวบแล้ว ก็ดูอาการคอตัวเองอยู่ประจำน่ะค่ะเลยรู้สึกว่าคอตัวเองมันบวมขึ้นมาอีกนิดนึงเลยเป็นกังวลมากตัวเองไม่ห่วงหรอกค่ะห่วงแต่ลูกที่กินนมเราจะเป็นอะไรไหมค่ะ ช่วยตอบให้ทีน่ะค่ะ -ขอบคุณเป็นอย่างมากเลยน่ะค่ะ
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: