แนวคิดการวิเคราะห์สถานการณ์ วิเคราะห์ข่าวที่มาอยากดูกัน

ความคิดเห็น

3

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

การศึกษาวิชาวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันเพื่อการสื่อสารนับเป็นวิชาที่มีความกว้างขวางในเนื้อหาและไม่มีกรอบที่ตายตัวเพราะมีสถานการณ์ใหม่ ๆ เข้ามาตลอด แต่โดยข้อเท็จจริงหากเรารู้หลัก แนวคิด ทฤษฎีการวิเคราะห์ในการมองเชิงระบบแล้วเราจะทำให้กรอบการมองเป็นระบบและเชื่อมโยงกันเป็นสหวิทยาการได้

            ทั้งนี้ในกรอบของการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือสถานการณ์ในระดับนานาชาติ , ระดับภูมิภาค เช่น อาเซียน การรวมกลุ่มประเทศต่าง ๆ , ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น โดยมีมิติของสถานการณ์เกี่ยวข้องในทุกระดับเช่นกันแยกออกเป็นสถานการณ์ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมและทั่วไป (ตามแผนภาพ) ทั้งนี้บางสถานการณ์อาจจะร้อยเรียงเกียวเนื่องทุกระดับ และทุกมิติได้ บางเรื่องเป็นเรื่องเฉพาะตัว ส่วนประเด็นอื่น ๆ เช่นเรื่องกีฬา หรือเรื่องบันเทิง แม้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการวิเคราะห์มากนัก แต่ก็อาจจะมีบางมิติที่เราสามารถนำมาวิเคราะห์ในวิชาเรียนได้เช่นในช่วงบอลยูโร ปัญหาสังคมอาชญากรรมเกิดขึ้นสูงมากในเรื่องการพนัน หนี้สินของนักศึกษา ฯลฯ

            อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์สถานการณ์ ย่อมใช้การพยากรณ์บนพื้นฐานของสถิติ ข้อมูล ตัวเลข รวมทั้งบริบทของสังคม อาจฉายภาพอนาคตให้เห็นได้ในมิติหนึ่งเท่านั้น

            สำหรับนักนิเทศศาสตร์ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้แนวคิด วิพากษ์ (Critical) เพื่ออธิบายปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยการวิเคราะห์สถานการณ์ย่อมต้องยึดแนวคิด และทฤษฎีประกอบด้วยหลักการอย่างน้อย 5 ข้อ ดังนี้ ซึ่งนักศึกษาต้องยึดไว้เวลาวิเคราะห์สถานการณ์ใด สถานการณ์หนึ่ง

            1.)ความไม่ลำเอียง นักวิเคราะห์จักต้องไม่มองบุคคล หรือปรากฎการณ์ในเชิงอัตวิสัย เช่น ไม่ชอบทักษิณ รักอภิสิทธิ์ แต่เมื่อต้องทำหน้าที่วิเคราะห์สถานการณ์ ก็ต้องตัดภาพบุคคลเหล่านี้ออกไป ไม่แสดงความมีอคติต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือแสดงความชื่นชมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ 

            2.) วิพากษ์ในฐานะบุคคลสาธารณะดารา นักแสดง นักการเมือง จัดว่าเป็นบุคคลสาธารณะ หรือ Public Figure สิทธิที่จะดำเนินชีวิตตามปกติของเขาเหล่านั้นได้รับการยกเว้น แต่ต้องระวังมิให้ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว

            3.)เป็นมากกว่าข่าว ข่าวคือรายงานเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้น  บทวิเคราะห์คือการอธิบายเหตุการณ์นั้นในมิติต่างๆ เช่นเดียวกับการรายงานข่าวเชิงสืบสวน สอบสวน (Investigative Report) ที่ให้มิติของความลึก มากกว่าบทรายงาน ซึ่งเป็นเพียงการเรียบเรียงข่าวขึ้นใหม่ในรูปแบบของเรียงความ

            4.) เข้าใจภูมิหลัง มองทะลุข้างหน้า บทวิเคราะห์ที่ดี ย่อมไม่ต้องการถ้อยคำ ประเภท "...เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า"  เพราะถ้าทราบกันดีแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องวิเคราะห์อะไรอีก หรือ คำประเภท "โปรดติดตามอย่ากระพริบตา" หรือ "เผลอๆ อาจเป็นเช่นนั้น เช่นนี้" บทวิเคราะห์ที่ดี ต้องมีความแม่นยำในข้อมูล รู้จักและเข้าใจเหตุการณ์ หรือตัวบุคคลที่จะวิเคราะห์ดีพอสมควร และสุดท้าย ต้องสรุปจากการประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดว่าควรจะเป็นอย่างไรอย่างชัดเจน บนพื้นฐานเหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์

            5.) ลีลา ภาษาบทวิเคราะห์มิใช่ตำราวิชาการ หรือคอลัมน์วิพากษ์วิจารณ์จากพื้นฐานของอารมณ์และความรู้สึก  แต่บทวิเคราะห์คือบทความประเภทหนึ่งที่แสดงรายละเอียดของเหตุผลประกอบการตีความ ความน่าเบื่อของตำราวิชาการ คือความเรียบตรงของภาษา ซึ่งเป็นขนบของการเขียนตำราทั่วไป ความน่าเบื่อของคอลัมน์การเมือง คือการแสดงภาวะอารมณ์เพื่อสนับสนุนความเชื่อของผู้วิเคราะห์ ด้วยภาษาที่ดุดันแต่ไร้แก่นสาร เสน่ห์ของบทวิเคราะห์ประการหนึ่ง จึงขึ้นอยู่กับชั้นเชิงทางภาษา ที่ไม่จำเป็นต้องเขียนด้วยภาษาที่ดุดัน แต่ใช้คำที่เรียบง่าย สื่อความโดยนัยของตัวอักษร

            แนวการมองหรือวิเคราะห์คุณค่าด้านข่าวในระดับที่มีผลกระทบสูง ข่าวนั้นจะต้องมีองค์ประกอบดังนี้

            - แรงกระทบ (impact) ข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อคนดูคนฟังมากที่สุดย่อมถือว่ามีคุณค่าด้านข่าวมากที่สุด  
            - น้ำหนัก (weight) ความหมายก็คือ ความสำคัญของข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์จะมีคุณค่ามากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับว่ามันมีความสัมพันธ์กับข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์อื่นๆ มากน้อยเพียงใด             

             - ความขัดแย้ง (controversy) ข้อโต้แย้ง การอภิปราย ข้อกล่าวหา และการต่อสู้ ย่อมทำให้คุณค่าของข่าวพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง         
            -อารมณ์ (emotion)  นั่นคือการร่วมสร้างปฏิกริยาของผู้รับสารในเชิงอารมณ์

            - ความไม่ปกติ (unusualness) ในที่นี้หมายถึงคำพูดที่เราได้ยินกันบ่อยๆ นั่นก็คือ "เมื่อหมากัดคน ย่อมไม่เป็นข่าว แต่หากคนกัดหมา ย่อมเป็นข่าว"

            -ความเด่น (prominence) ความหมายของมาตรวัดนี้ก็คือยิ่งบุคคลที่เป็นข่าวมีความเด่นมากเท่าใด คุณค่าของข่าวก็ยิ่งมีสูงมากขึ้นเท่านั้น

            - ความใกล้ตัว (proximity)

            - ความทันต่อเวลา (timeliness) 

            - ความตรงใจ (currency) 

            -ประโยชน์ (usefulness) เช่นข่าวที่มีประโยชน์ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเจาะลึกเข้าไปถึงแก่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจุดที่สื่ออื่นๆ มักจะละเลย ประโยชน์ที่สำคัญมากอีกประการหนึ่งก็คือการตั้งโจทย์ใหญ่ๆ ใหม่ๆ ให้ชุมชนทางการเมือง นับตั้งแต่รัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน ระบบราชการ องค์กรพัฒนาเอกชน และสื่อมวลชน ได้พิจารณา  

            - คุณค่าทางการศึกษา (educational value) หากข่าวหรือการวิเคราะห์ข่าวได้ประยุกต์องค์ความรู้ที่ค่อนข้างสลับซับซ้อนเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ ธุรกิจการเมือง การตลาด ประวัติศาสตร์สังคม การปกครอง และวัฒนธรรม รวมทั้งจริยธรรมทางศาสนา ทั้งนี้ โดยอาศัยวารสารศาสตร์เป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบข้อมูล ถือว่าข่าวหรือการรายงานนั้นได้องค์ความรู้เชิงวิพากษ์แบบบูรณาการเกี่ยวกับปัญหาแห่งยุคสมัย (current affairs)  

 

PS.  การต่อสู้ไม่ได้ที่ความศักดิ์สิทธิ์มีเพียงเท่านี้ ความกล้าหาญจะกลับมาแล้ว การต่อสู้จะเริ่มขึ้นกับพวกนาโนฮะ สาวน้อยจอมเวทย์ สไตร์คเกอร์ส กำลังจะกลับมาที่แน่นอน

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 28 กรกฎาคม 2554 เวลา 13:23 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

3

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ดีเหมือนกัน ด้ความรู้อ่ะ

  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ร้อน
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ข่าวน่าสนใจดี
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: