*เปล้าน้อย* ที่คนไทยรอคอยมากว่า 20 ปี!

ความคิดเห็น

4

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

*เปล้าน้อย* ที่คนไทยรอคอยมากว่า 20 ปี!
          โดย : ผู้จัดการออนไลน์                

       เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้มีการลงนามร่วมกันระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับองค์การเภสัชกรรม ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ "ผลิตยารักษาโรคกระเพาะเปลาโนทอลจากใบเปล้าน้อย" โดยมี. คุณหญิงสุชาดา กีระนันท์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายวันชัย ศุภจัตุรัส รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะวิจัยเปลาโนทอลเข้าร่วมพิธี
       
       หลายคนอาจทำหน้าสงสัยว่าเจ้าต้น "เปล้าน้อย" นี่มันคืออะไร ทำไมจู่ๆ ถึงกลายมาเป็นสมุนไพรไทยคุณภาพระดับโลก ถึงขนาดที่ 2 หน่วยงานต้องจับมือกันเพื่อวิจัยและผลิตออกมาสู่ท้องตลาด
       
       รศ.ดร.อมร เพชรสม ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนที่เปล้าน้อยจะกลายมาเป็น "เปลาโนทอล" (Plaonotal)ว่า ย้อนหลังกลับไปสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ครั้งที่ทหารญี่ปุ่นยังวิ่งกันคึ่กๆ ในประเทศไทย ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีทหารญี่ปุ่นนายหนึ่งเกิดปวดท้องอันเป็นอาการจากโรคกระเพาะ ตามประสาคนไทยใจดีบนดินแดน Land of Smile ชาวบ้านถิ่นประจวบฯ ก็นำยาสมุนไพรชนิดหนึ่งให้กิน และอาการของนายทหารคนนั้นก็ทุเลาอย่างรวดเร็ว
       
       จาก คำบอกเล่าปากต่อปากภายในกองทัพญี่ปุ่นเกี่ยวกับสมุนไพรตัวนี้ก็เริ่มแพร่ กระจายเป็นวงกว้าง จนเมื่อเสร็จสิ้นสงครามโลกมาได้ระยะหนึ่ง ญี่ปุ่นก็หันมาสนใจเจ้าสมุนไพรตัวนี้อย่างจริงจังในระดับการวิจัยและผลิต และสมุนไพรตัวนี้ก็คือ "เปล้าน้อย" นั่นเอง
       
       จนเมื่อ ราวปี พ.ศ. 2527 ญี่ปุ่นก็ได้จดสิทธิบัตรและเปิดตัวยาแก้โรคกระเพาะที่สกัดจากเปล้าน้อยที่ ปลูกในไทย แต่ส่งตัวยาไปสกัดที่ญี่ปุ่น และเริ่มปล่อยยาตัวนี้เข้าสู่ตลาด ปรากฏว่ามีผู้ป่วยโรคกระเพาะตอบรับเป็นจำนวนมาก และจากการถูกนำภูมิปัญญาไทยไปพัฒนาต่อนี่เอง ทำให้ก่อกำเนิดเป็นแนวคิดการพัฒนาสมุนไพรไทย ของคนไทย เพื่อคนไทย
 “เรา เริ่มศึกษาตัวยาเปลาโนทอลจากใบเปล้าน้อยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ก็ประมาณ 20 กว่าปีมาแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์ที่ว่า เมืองไทยน่าจะมีเทคโนโลยีเปลาโนทอลเป็นของตัวเอง เพราะปีพ.ศ. 2527 นอกจากจะเป็นปีที่เราเริ่มศึกษาเปล้าน้อยอย่างจริงจังแล้ว ยังเป็นปีที่ประเทศญี่ปุ่นพัฒนาเปลาโนทอลจากใบเปล้าน้อยและได้จดสิทธิบัตร โดยเปล้าน้อยวัตถุดิบนั้นทำการปลูกที่ประจวบฯ และจะส่งตัวยาไปจะจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่น"
       
       ทั้งที่ เปล้าน้อยเป็นสมุนไพรไทยที่ใช้กันเป็นภูมิปัญญาการรักษาโรคมาแต่เก่าก่อน แต่เป็นประเทศญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าแรกที่เล็งเห็นพลังการรักษาและวิจัยอย่าง เป็นจริงเป็นจัง โดยเริ่มจากคัดพันธุ์เปล้าต่างๆ จนมาได้สารเปลาโนทอลเข้มข้นที่สุดในเปล้าน้อย คำว่า “เปลาโนทอล” อันเป็นสารสกัดจากเปล้าน้อย ก็เป็นชื่อที่คนญี่ปุ่นเป็นคนตั้งขึ้นมาจากการวิจัยเปล้าน้อยและได้ผลออกมา เป็นเปลาโนทอล
       
       “ทางสถาบันฯ เองก็คิดว่าเปล้าน้อยก็เป็นสมุนไพรของคนไทย มีศักยภาพที่น่าจะพัฒนาต่อ โรคกระเพาะก็เป็นโรคที่คนไทยเป็นกันมาก และในทุกวันนี้ประเทศไทยก็ต้องนำเข้ายารักษาอาการโรคกระเพาะมากถึงปีละเกือบ 1 พันล้านบาท ดังนั้น หากเราสามารถวิจัยและสามารถประสานงานกับหน่วยงานการผลิตให้ผลิตออกมาเป็นยา แก้โรคกระเพาะอีกตัวหนึ่ง น่าจะเป็นทางเลือกของผู้ป่วยและมีส่วนช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศได้
       
       ส่วน ที่ใช้สกัดจากใบเปล้าน้อยคือส่วนใบ หลังจากสกัดแล้วจะได้ตัวยาที่เป็นสีน้ำตาลอมแดง จากนั้นนำไปทำให้บริสุทธิ์ ก็จะได้ออกมาเป็นของเหลวสีเหลืองอ่อน แต่ถ้าเป็นตัวยาที่ผ่านกระบวนการผลิตออกสู่ตลาดนั้นจะออกมาให้เห็นในรูปของ เจลาตินเม็ดเล็กๆ ซึ่งรับประทานไม่ยาก” อ.อมรอธิบาย
       
       ผู้ อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังได้เล่าถึงกระบวนการการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นว่า ก่อนอื่นจำเป็นจะต้องคัดเลือกสายพันธุ์เปล้าน้อยเสียก่อน เพราะจากเดิมที่คิดว่าเปลาโนทอลจะมีในเปล้าน้อยทุกใบนั้นเป็นเรื่องเข้าใจ ผิด เพราะบางใบจะมีมากน้อยต่างกัน บางใบแทบไม่มีเลย คณะทำงานของสถาบันฯ จำเป็นต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งในการเสาะแสวงหาเปล้าน้อยสายพันธุ์ดีจากจังหวัด ต่างๆ โดยตระเวนไปตั้งแต่จังหวัดกาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จนกระทั่งนครพนม
 เมื่อ ได้ต้นพันธุ์ที่ดีมาแล้ว หลังจากนั้นจะเป็นกระบวนการคัดเลือกสายพันธุ์ที่ได้มา และปรับปรุงพันธุ์ จนกระทั่งได้เปล้าน้อยพันธุ์ดี มีเปลาโนทอลสูง จากนั้นก็ต้องศึกษาว่าถ้าจะปลูกแปลงใหญ่ จะขยายพันธุ์มากๆ จะต้องใช้วิธีการใด ปลูกนานเท่าใดถึงจะได้ผลผลิต ผลผลิตที่ได้ต้องเก็บเมื่อใด ใบที่เท่าไหร่ ต้องทำการศึกษาอย่างละเอียด จากนั้นก็จะนำเข้าสู่กระบวนการการสกัดเปลาโนทอล
       
       
และ จากผลการทดสอบเปลาโนทอลกับคนไข้โรคกระเพาะที่มีแผลในกระเพาะอาหารส่องกล้อง แล้วปรากฏว่ามีขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร ผลออกมา ปรากฏว่าคนไข้ 8 ใน 10 คน หลังรับประทานยาแก้โรคกระเพาะเปลาโนทอลเข้าไป แผลในกระเพาะอาหารหายสนิทภายใน 6 สัปดาห์
       

       “อุปสรรค ตลอดระยะเวลา 20 ปี ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ทุนวิจัย เพราะเป็นโครงการระยะยาว ต้องใช้เวลานานมาก แต่โชคดีที่มหาวิทยาลัยเข้าใจและให้การสนับสนุนจึงไม่มีปัญหาในส่วนนี้ และโชคดีอีกที่เมื่อวิจัยได้ผลแล้ว ทางองค์การเภสัชกรรมก็ได้เล็งเห็นประโยชน์ที่จะนำผลที่ได้ไปผลิตออกมาเพื่อ เป็นประโยชน์แก่ประชาชน เชื่อว่าอีกไม่นานหลังการผลิตยาโรคกระเพาะจากเปลาโนทอลออกสู่ตลาดยาบ้านเรา จะสามารถลดการนำเข้า และเป็นตัวเลือกที่ดีให้แก่ผู้ป่วยที่จะไม่ต้องจ่ายแพงซื้อยาต่างประเทศ มาใช้ยาของเราที่ไม่มีต้นทุนทางปิโตรเคมี ไม่บวกค่าขนส่ง จากเดิมที่เคยซื้อ 60 บาท ตรงนี้อาจจะจ่ายเพียง 10 บาทเท่านั้น”
       
       อ. อมรได้กล่าวถึงความ “พิเศษ” ของเปลาโนทอล ที่มีความแตกต่างจากสารในยาแก้โรคกระเพาะอื่นๆ ว่า ปัจจุบันยาแก้โรคกระเพาะส่วนใหญ่จะออกฤทธิ์ในรูปแบบของการเข้าไปเคลือบ กระเพาะอาหาร ฉาบในส่วนที่เป็นแผล หรือลดการหลั่งของกรด แต่ไม่มีตัวยาใดที่ออกฤทธิ์ในเชิงของการสร้างเซลล์กระเพาะใหม่ หรือฟื้นฟูเนื้อเยื่อภายในกระเพาะที่เป็นแผล เป็นการรักษาอาการกระเพาะอาหารเป็นแผลได้โดยตรงและยังไม่มีตัวยาใดในขณะนี้ ที่ทำได้เช่นนี้
       
       สำหรับ ความคืบหน้าล่าสุดของการผลิตยาแก้โรคกระเพาะจากเปลาโนทอลในขณะนี้นั้น อยู่ในระหว่างการเตรียมพื้นที่การเพาะปลูกเปล้าน้อยบนพื้นที่ 1,500 ไร่ในจังหวัดชลบุรี ที่จะปลูกพร้อมๆ จะโรงงานการผลิตยาตัวนี้ที่จะอยู่ในบริเวณเดียวกัน คาดว่าไม่เกิน 2 – 3 ปี น่าจะแล้วเสร็จและสามารถผลิตได้

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 27 มีนาคม 2556 เวลา 15:49 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

4

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อยากทราบนะคะ ใบเปล้าน้อย ลดน้ำตาลได้มั๊ยค๊ะ พอดีหลานเขยเป็นเบาหวานค่ะขอคำตอบด้วยค่ะ
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอให้วิจัยสำเร็จไวไวนะคะเป็นกำลังจัยช่วยน้องปลาเป็นหนึ่งในผู้ป่วยสำเร็จแล้วขออนุโมทนาบุญด้วยเวลาอาการกำเริบขึ้นมาตัวยาอะไรก็เอาไม่อยู่
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ลดน้ำตาลในเลือด  ใบสิงหโมรา  .......ช่วยได้ลองหาข้อมูลดูแถมยังรักษาอีกหลายโรคถามเราได้เรากินอยู่ได้1เดือนเเล้วสุขภาพดีขึ้นมาก0894391197ปรึกษากันได้แนะนำร้านยาสมุนไพรที่    จันทบุรีสะอาดราคาไม่แพงอย่ากินมั่วควรรู้ที่มาที่ไปของแหล่งยาด้วย...............................................................................ปลาจ.ตราด
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เปล้าน้อย มีที่ไหนขายบ้าง
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: