ที่มาของบัตร 30 บาท กับ อดีตรัฐบาลที่ได้หน้า (นานแล้วแต่..อยากให้อ่านค่ะ)

ความคิดเห็น

4

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


ที่มาของบัตร 30 บาท (กับรัฐบาลที่ได้หน้า555+)

การจากไปของ น.พ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เป็นความสูญเสียที่ประมาณค่ามิได้ของสังคมไทย แม้มีหลายคนที่ทราบว่า "หมอหงวน" เป็นเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) บางคนอาจจะรู้ว่าดำรงตำแหน่งเป็นวาระที่ 2 แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าสิ่งใดนำพา "หมอหงวน" มาทำงานที่ทั้งยิ่งใหญ่ทั้งยากลำบากนี้ปราณี ศรีกำเหนิด รำลึกด้วยจิตคารวะ

          1.
          เช่นเดียวกับแพทย์คนอื่นๆ น.พ.สงวน เริ่มต้นทำงานด้านสาธารณสุขด้วยการเป็น "หมอ" ที่ให้การรักษาผู้ป่วย หมอหงวนรักษาคนไข้ในกรุงเทพฯ อยู่หนึ่งปี จากนั้นในปี พ.ศ.2520 หมอหงวนก็เลือกที่จะออกไปรักษาคนไข้ในชนบท โดยย้ายไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ หมอหงวนทำงานที่ราษีไศลราวห้าปี ก่อนจะย้ายไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ที่นี่เองที่หมอหงวนได้รับการคัดเลือกให้เป็นแพทย์ดีเด่นประจำปี 2528
          ในช่วงที่ทำงานภาคสนามนี้เอง หมอหงวนได้เข้าร่วมชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของแพทย์ที่มีเป้าหมายเพื่อให้งานสาธารณสุขดีขึ้น โดยในปี 2528 ได้รับตำแหน่งประธานชมรมแพทย์ชนบทด้วย
          การเป็นหมอบ้านนอกทำให้หมอหงวนเข้าใจปัญหาสาธารณสุขของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชาวบ้านเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล โรงพยาบาลมีเตียงไม่พอ บางจังหวัดขาดแคลนหมอ บางจังหวัดหมอมากเกินไป หรือที่เรียกกันว่าปัญหาการกระจายแพทย์ และปัญหาอื่นๆ อีกสารพัด

          2.
          การรับรู้ปัญหาจากภาคสนามนำไปสู่การผลักดันเชิงนโยบาย ปี 2538 เป็นต้นมา หมอหงวนย้ายเข้ามาอยู่ส่วนกลางในตำแหน่งผู้ช่วยปลัดกระทรวง และรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตามลำดับ
          ภารกิจในตอนนี้ไม่ใช่การรักษาคนไข้อีกต่อไป หากแต่ทำอย่างไรระบบสาธารณสุขทั้งระบบจะพัฒนาขึ้น
          ในเวลาต่อมา หมอหงวนก็พ่วงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานโครงการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุขด้วย ไม่นับตำแหน่งอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร, คณะกรรมการนโยบายสังคมแห่งชาติ, ประธานการประชุมองค์การอนามัยโลก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
          หมวกทุกใบล้วนเพื่อผลักดันให้เกิดการยกระดับด้านสาธารณสุขของประเทศ
          ในช่วงนี้เองที่ในแวดวงสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอหงวนได้ยกประเด็นปัญหาเรื่องประชาชนประมาณ 18-25 ล้านคนไม่มีหลักประกันด้านสุขภาพขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจัง
          คนที่มีหลักประกันสุขภาพ ได้แก่ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และครอบครัวที่เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ พนักงานบริษัทเอกชนที่ใช้สิทธิประกันสังคม และผู้ที่ทำประกันชีวิตเองเท่านั้น
          แม้ว่าในตอนนั้นจะมีระบบ "คนไข้อนาถา" หรือ "บัตรสงเคราะห์" จากโครงการสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่สังคมควรช่วยเหลือเกื้อกูล รวมไปถึงโครงการบัตรประกันสุขภาพโดยสมัครใจที่ประชาชนจ่ายซื้อเองในราคา 500 บาท แต่ก็ไม่สามารถครอบคลุมประชาชนส่วนใหญ่ที่ไร้หลักประกันด้านสุขภาพได้
          ประเด็นหลักประกันด้านสุขภาพยิ่งเข้มข้นขึ้นหลังจากมีรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งระบุว่ารัฐพึงมีหน้าที่ดูแลประชาชนด้านการรักษาพยาบาล
          ประเด็นปัญหาดังกล่าว นำไปสู่ข้อเสนอเรื่อง "หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ" เหมือนกับที่ประเทศต่างๆ ที่พัฒนาแล้วล้วนแต่มีระบบหลักประกันสุขภาพทั้งสิ้น
          น่าเสียดายว่า ในตอนนั้น ไม่มีพรรคการเมืองใดสนใจประเด็นดังกล่าวนี้เลย
          แต่หมอหงวนก็ยังผลักดันประเด็นนี้ต่อไปอย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย

          3.
          และแล้ววันหนึ่งราวปี 2543 พรรคการเมืองพรรคหนึ่งก็ยอมซื้อไอเดียเรื่องหลักประกันสุขภาพในชื่อนโยบาย "30 บาท รักษาทุกโรค" และในที่สุดผลักดันเป็นนโยบายของรัฐได้สำเร็จเมื่อพรรคการเมืองนั้นได้เป็นรัฐบาล
          แต่การผลักดันโดยใช้อำนาจการเมืองไม่ใช่เครื่องการันตีความสำเร็จ
          นโยบายหลักประกันสุขภาพถูกคัดค้านและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง จากทั้งพรรคการเมืองอื่น นักวิชาการศาสตร์ต่างๆ ที่ไม่ใช่เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข
          "ประชานิยม" เป็นประเด็นหลักที่นโยบายนี้ถูกโจมตี ทั้งที่ไม่เป็นความจริง เพราะเนื้อแท้ของนโยบายนี้ คือ การปฏิรูปการเงินการคลังของระบบสาธารณสุข ยกตัวอย่างเช่น เปลี่ยนการใช้งบประมาณจากเดิมที่จ่ายเงินตาม "ขนาด" ของโรงพยาบาล มาเป็นการจ่ายตาม "จำนวนประชากร" ที่โรงพยาบาลต้องรองรับ
          หมายถึงการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีเป้าหมายให้บริการประชาชนได้มากขึ้น
          นอกจากกลุ่มนักการเมืองที่โจมตีนโยบายนี้ด้วยเหตุผลทางการเมืองแล้ว ยังมีกลุ่มแพทย์ที่โจมตีนโยบายนี้เพราะผลประโยชน์ส่วนองค์กร หรือส่วนตัว
          โรงพยาบาลเอกชนกลัวเสียรายได้ โรงเรียนแพทย์ (โรงพยาบาลใหญ่ๆ ที่มีการสอนนักศึกษาแพทย์) กลัวงบประมาณไม่เพียงพอ โรงพยาบาลของรัฐที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์ก็กลัวงบประมาณลดลง ส่วนแพทย์กลัวเหนื่อยเพิ่มมากขึ้น
          ไม่มีใครมองภาพใหญ่เหมือนหมอหงวนเลยว่า ต่อไปนี้ คนไทยทุกคนจะมีหลักประกันด้านสุขภาพ ใครป่วยจะได้รับการรักษาทุกคน
          นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมและกลุ่มแรงงานก็กลัวว่านโยบายนี้จะฮุบประกันสังคมเข้ามาถัวเฉลี่ยการขาดทุน
          ท่ามกลางปัญหาที่รุมเร้านี้ หมอหงวนได้รับรางวัลแพทย์ผู้ทำประโยชน์ต่อสังคม "ทุนสมเด็จพระวันรัต" ประจำปี 2544

          4.
          ในที่สุด ด้วยอำนาจการเมืองบวกกับอำนาจของกฎหมาย และที่สำคัญที่สุดคือ น้ำอดน้ำทนของคนทำงานในการทำความเข้าใจกับคนกลุ่มต่างๆ ในประเด็นที่หลากหลาย พร้อมทั้งการคลี่คลายปัญหาต่างๆ เสียงคัดค้านก็ค่อยๆ แผ่วลงไป
          แต่ปัญหาในการบริหารจัดการเพิ่งเริ่มต้นขึ้น
          ดูเหมือนว่าเมื่อฝ่ายการเมืองได้สมประโยชน์โดยได้รับคะแนนนิยมไปเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับนโยบายนี้อีก
          ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะตัวเลขพันสองหน่อยๆ นั้นไม่เพียงพอกับการรักษาผู้ป่วย
          โรงพยาบาลใหญ่ที่มีผู้ป่วยหนัก หรือผู้ป่วยเรื้อรัง ประสบปัญหางบประมาณไม่เพียงพอ โรงพยาบาลเล็กที่รองรับประชากรจำนวนมากก็ประสบปัญหาขาดทุน โรงพยาบาลเอกชนก็บอกว่าไม่อยากร่วมโครงการเพราะกลัวขาดทุน
          นอกจากเรื่องงบประมาณ มาตรฐานในการรักษาก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เนื่องจากบางโรงพยาบาลพยายามประหยัดต้นทุนในการรักษา
          ยังมีปัญหาจุกจิกสารพัดสารพัน ปัญหาสิทธิซ้ำซ้อน เพราะครอบครัวข้าราชการก็อยากได้บัตรทองไว้ควบคู่กับสิทธิที่จะเบิกเงินหลวง ปัญหาชื่อตกหล่นเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ไม่มีบัตรประชาชน ราคากลางในการผ่าตัดโรคนั้นโรคนี้ควรจะเป็นเท่าไรที่โรงพยาบาลรับได้และงบประมาณเพียงพอ เป็นต้น

          5.
          การบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน เพราะในปัจจุบัน กองทุนหลักประกันสุขภาพดูแลคนไทยประมาณ 48-49 ล้านคน กล่าวคือ ทุกคนที่ไม่ใช่ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานเอกชน ล้วนใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากกองทุนนี้ภายใต้ชื่อ "บัตรทอง"
          การบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน เพราะว่า สปสช.จะต้องประสานงานกับโรงพยาบาลหลายหมื่นโรง และที่สำคัญ สปสช.เป็นเหมือนคนกลางที่เป็น "ผู้ซื้อ" บริการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลซึ่งเป็น "ผู้ขาย" โดยประชาชนเป็นผู้รับบริการรักษาพยาบาลดังกล่าวโดยไม่ต้องจ่ายเงิน การซื้อของจากผู้ขายนับหมื่นรายให้กับประชาชน 49 ล้านคน ย่อมต้องซับซ้อนและยุ่งยากพอควร
          แต่ไม่ว่าปัญหาในการบริหารจัดการจะมีมากเพียงใด หมอหงวนก็เดินหน้านโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างมุ่งมั่น
          ภาพใหญ่ที่ว่า "ต่อไปนี้ คนไทยทุกคนจะมีหลักประกันด้านสุขภาพ ใครป่วยจะได้รับการรักษาทุกคน" ยังอยู่ในใจของหมอหงวนเสมอ
          ดังนี้ เราจึงได้เห็นหมอหงวนพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอยู่ตลอดเวลา พัฒนาในแง่ที่ให้การรักษาพยาบาลเชิงรุกมากขึ้น เน้นการสร้างสุขภาพหรือการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการบูรณาการผู้ติดเชื้อผู้ป่วยเอดส์ โครงการเบาหวานครบวงจร โครงการให้ท้องถิ่นบริหารจัดการสถานพยาบาลเอง โครงการรณรงค์ให้ผู้พิการลงทะเบียนเพื่อเข้าถึงหลักประกันด้านสุขภาพ โครงการกองทุนตำบลเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ฯลฯ
          พร้อมกันไปกับการคิดค้นโครงการต่างๆ หมอหงวนก็ค่อยเจรจาขอเพิ่มค่าหัวจากเดิม 1,202 บาท ในตอนเริ่มต้น จนเป็น 2,100 บาทในปีงบประมาณ 2551 นี้

          6.
          หมอหงวนมักจะกล่าวว่า นโยบายหลักประกันสุขภาพเป็นผลงานของหลายฝ่ายและหลายคน
          และความจริงก็เป็นเช่นนั้น
          ศาสตราจารย์อัมมาร สยามวาลา เป็นประธานคณะทำงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ขณะเดียวกัน มีทีมงานวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เกี่ยวกับประเด็นนี้
          เครือข่ายประชาชน 11 เครือข่าย นำโดยจอน อึ๊งภากรณ์ ได้เคลื่อนไหวล่ารายชื่อ 50,000 ชื่อ เพื่อยกร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แม้ว่าร่างฉบับนี้จะตกไปเนื่องจากรายชื่อหลังตรวจสอบไม่ครบถ้วน แต่ภาคประชาชนกลุ่มนี้ก็มีบทบาทหลักและมีส่วนร่วมในการพิจารณาร่างฉบับของรัฐบาลโดยตลอด
          ผู้คนจำนวนมากมายเกินกว่าจะระบุชื่อได้หมดในที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นหมอ และบุคลากรสาธารณสุข นักวิชาการสายอื่น นักวิจัย องค์กรพัฒนาเอกชน เครือข่ายประชาชน รวมตลอดไปถึงฝ่ายการเมือง
          ผู้คนจำนวนมากมายร่วมกันผลักดันให้เกิดนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หากหมอหงวนรับเป็น "พ่องาน" ในการบริหารจัดการเพื่อสืบสานปณิธานนั้น
          ผลงานชิ้นล่าสุดของหมอหงวน ก็คือ การผลักดันเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรคไต จากเดิมที่บัตรทองไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโรคไต เป็นคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเปลี่ยนไต การล้างไต และการฟอกเลือดสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เนื่องจากโรคไตเป็นโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง และเป็นโรคเดียวที่ไม่อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของบัตรทอง
          เรื่องการให้ความคุ้มครองผู้ป่วยโรคไตนั้น ถกเถียงกันตั้งแต่ช่วงปี 2544-2545 ที่มีการผลักดันนโยบายหลักประกันถ้วนหน้า ท้ายที่สุดก็ตกไปด้วยปัญหางบประมาณ มีเพียงกลุ่มผู้ติดเชื้อเท่านั้นที่ได้รับความคุ้มครองในเรื่องยาต้านไวรัสเอชไอวี 6-7 ปีผ่านไป หมอหงวนก็ทำได้สำเร็จเพราะว่าหมอหงวนไม่เคยลืมประเด็นนี้เลย

          7.
          18 มกราคม 2551 สังคมไทยสูญเสียบุคคลที่ล้ำค่ายิ่ง หมอหงวนจากเราไปด้วยความสงบ
          ด้วยความดีอันน่ายกย่องและผลงานที่ทรงคุณค่าทั้งหมด ขอให้ถ้อยความของสมาชิกชมรมเพื่อนโรคไตข้างล่างนี้ แสดงความอาลัยและความคารวะแทนสังคมไทยที่ได้รับคุณูปการอย่างล้นเหลือ
          "คุณหมอสงวน เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้เกิดการขยายสิทธิการบำบัดทดแทนไตในระบบหลักประกันสุขภาพ น่าเสียดายที่ความหวังและความฝันที่ท่านตั้งใจให้เกิดกำลังเป็นจริงขึ้นมา แต่ท่านต้องมาจากเราไปอย่างไม่มีวันกลับ ในฐานะที่ผมเป็นผู้ป่วยโรคไต ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอให้คุณความดีที่ท่านได้กระทำมาอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยและด้านสาธารณสุขของประเทศเรา จงส่งผลให้ท่าน ครอบครัวและบุคคลอันเป็นที่รักประสบพบความสุข ด้วยผลบุญนั้นเทอญ"


PS.  เราคนไทย ใจกตัญญู รู้คุณชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 10 พฤษภาคม 2552 เวลา 16:16 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

4

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอยกย่องวีรชน

    หมอหงวน ผู้ติดทองหลังพระ


    PS.  เราคนไทย ใจกตัญญู รู้คุณชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เค้าผลักดันก็เก่ง

    ยุคนี้ดันแจกเงินตามเค้าแล้วถังแตก หน้ามืด
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เผลอแจกเงินไปแล้วทำไงดี

    ถังจะแตกเหมือนข้างบนบอกเปล่าว้า 555555555

  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไปเอาให้บางคนอ่านดิ๊
    PS.  ร้อนๆแบบนี้ รับแตงไทยราดน้ำตาลซักถ้วยมั้ยเคอะ =O= !
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: