กรดไหลย้อน...โรคทรมานชีวิตประจำวัน

ความคิดเห็น

4

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

โรคกรดไหลย้อนจากกระเพาะสู่หลอดอาหาร หรือ โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease : GERD) เป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร โดยสิ่งที่ไหลย้อนส่วนใหญ่จะเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ส่วนน้อยอาจเป็นด่างหรือน้ำย่อยจากลำไส้เล็ก โดยอาจมีหรือไม่มีภาวะหลอดอาหารอักเสบก็ได้

ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการแสบยอดอก หรือมีภาวะเรอเปรี้ยวร่วมด้วย (มีความรู้สึกเหมือนมีกรด หรือน้ำย่อยรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาที่คอหรือที่ปาก) ภาวะนี้อาจทำให้เกิดหลอดอาหารอักเสบได้ ถ้าเป็นมากจนเกิดแผลรุนแรงอาจทำให้หลอดอาหารส่วนปลายตีบ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงเซลล์ของเยื่อบุหลอดอาหาร ในบางรายที่เป็นรุนแรงอาจถึงขั้นเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ นอกจากนี้ ในบางรายอาจมาด้วยอาการของโรคทางระบบหู คอ จมูก เช่น ไอเรื้อรัง เสียงแหบเรื้อรัง หรืออาจมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด อาการเจ็บหน้าอกที่ไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจ หรือมีกลิ่นปาก เป็นต้น



สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น

     1.หลอดอาหารส่วนปลายมีการคลายตัวที่เกิดขึ้นเอง โดยไม่เกี่ยวข้องกับการกลืน ทำให้กรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารสามารถไหลย้อนกลับขึ้นไปสู่บริเวณหลอดอาหารได้ ซึ่งสาเหตุนี้จัดเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดโรค
     2.ความดันของกล้ามเนื้อหูรูดบริเวณหลอดอาหารส่วนปลายลดลงต่ำกว่าคนปกติ หรือเกิดมีการเลื่อนของกระเพาะอาหารเข้าไปในหลอดอาหาร ทำให้เพิ่มโอกาสการไหลย้อนของกรดจากกระเพาะอาหารมากขึ้น
     3.เกิดจากความผิดปกติในการบีบตัวของกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหารเอง
     4.ปัจจัยทางพันธุกรรม



จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน

อาการสำคัญคือ แสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ แล้วลามมาที่บริเวณหน้าอกหรือคอ อาการนี้จะเป็นมากขึ้นหลังรับประทานอาหารมื้อหนัก หรือเมื่อโน้มตัวไปข้างหน้า ยกของหนัก หรือนอนหงาย อาการสำคัญอีกประการก็คือ อาการเรอเปรี้ยว คือมีกรดซึ่งเป็นน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก โดยผู้ป่วยอาจมีทั้ง 2 อาการหรืออาการใดอาการหนึ่งก็ได้ ในคนไทยที่เป็นโรคนี้บางครั้งอาจพบอาการนี้ไม่ชัดเจนอย่างคนในแถบตะวันตกหรืออเมริกา อาการอื่นๆ ที่อาจพบได้ เช่น ท้องอืด แน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือกลืนลำบากในบางรายที่เป็นมาก บางรายอาจมาด้วยอาการที่ไม่ใช่อาการของหลอดอาหาร เช่น เจ็บหน้าอก จุกที่คอ มีอาการคล้ายมีอะไรติดหรือขวางอยู่บริเวณลำคอ เสียงแหบ หรือเจ็บคอเรื้อรัง หอบหืด หรือปากมีกลิ่นโดยหาสาเหตุไม่ได้

 

จะวินิจฉัยอย่างไร
โดยปกติแล้วแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคนี้ได้จากอาการดังที่กล่าวมา โดยผู้ป่วยที่มีอาการทั้งแสบยอดอก และ/หรือ เรอเปรี้ยว (ทั้งนี้ไม่ควรมีอาการที่บ่งบอกว่าน่าจะเป็นโรคอื่น อาทิ น้ำหนักลด อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือด หรือมีไข้) แพทย์สามารถวินิจฉัยได้ว่าผู้ป่วยมีภาวะกรดไหลย้อน และให้การรักษาเบื้องต้นได้ โดยจะติดตามดูอาการของผู้ป่วย ในบางรายอาจมีความจำเป็นต้องได้รับการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น ส่องกล้องทางเดินอาหาร ตรวจทางรังสีวิทยา การตรวจวัดการบีบตัวของหลอดอาหาร และการตรวจวัดความเป็นกรด-ด่างในหลอดอาหาร ซึ่งพบว่าได้ผลแม่นยำและดีที่สุดในปัจจุบัน



ควรปฏิบัติอย่างไรถ้าเป็นโรคนี้
โดยทั่วไปเป้าหมายของการรักษา แพทย์จะมุ่งเน้นให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้น โดยรักษาอาการอักเสบของแผลในหลอดอาหารและป้องกันภาวะแทรกซ้อน การรักษาประกอบไปด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต การให้ยา การส่องกล้องรักษาและการผ่าตัด ในเบื้องต้นวิธีที่ง่ายที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งสามารถทำได้ดังต่อไปนี้

     1.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา
     2.หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ อาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด เผ็ดจัด อาหารไขมันสูง ช็อคโกแลต
     3.ระวังไม่ให้น้ำหนักตัวมากหรืออ้วนเกินไป
     4.ระวังอาหารมื้อเย็น ไม่กินปริมาณมากและไม่ควรนอนทันทีหลังรับประทานอาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
     5.ควรรับประทานอาหารปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง
     6.ไม่ใส่เสื้อรัดรูปเกินไป
     7.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
     8.นอนตะแคงซ้ายและนอนหนุนหัวเตียงให้สูงอย่างน้อย 6 นิ้ว



**สำหรับยาในกลุ่มที่มีผลต่อการลดจำนวนการคลายตัวของหูรูดนั้น ยังมีอยู่จำนวนไม่มากและยังมีผลข้างเคียงอยู่พอสมควร

 

ที่มาจาก โรงพยาบาลเวชธานี


 


เมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นควรทำอย่างไร

ถ้าปฏิบัติตามคำแนะนำเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น จำเป็นต้องรับประทานยาร่วมด้วย โดยยาที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันคือยาลดกรดในกลุ่ม Proton Pump Inhibitors (PPI) โดยที่แพทย์จะให้รับประทานยาในกลุ่มนี้เป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ ในบางรายที่เป็นมากอาจมีความจำเป็นต้องใช้ยาเป็นระยะเวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี ซึ่งอาจจะมีการปรับการรับประทานยาแบบช่วงระยะเวลาสั้นๆ หรือไม่กี่วันตามอาการที่มี หรือกินติดต่อกันตลอดเป็นเวลานาน อย่างไรก็ดีการใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ในรายที่รับประทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้นอาจพิจารณาการรักษาด้วยการส่องกล้องหรือการผ่าตัด
PS.  จะรอ....รอวันที่เราได้เจอกันอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าฉันยังลืมเรื่องของเราไม่ได้

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 1 ตุลาคม 2552 เวลา 14:49 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

4

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบใจมาก
    มีประโยชน์มากเลย
    เราเคยเป็นตอนที่กินนำ้อัดลมอ่ะ
    แต่เดียวนี้ไม่ค่อยได้กินแล้ว
    เลยไมเป็น
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โอ้ เราก็เป็นนะ

    ทรมานสุดพลังอ่ะ

    ฮือๆๆๆ8
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    กินขมิ้นผงหรือเคี้ยวสดๆครั้งละนิ้วโป้ง ก่อนนอน หรือเวลาเกิดอาการ ดีที่สุดตอนท้องว่างก่อนอาหาร
    ขมิ้นชันหรือขมิ้นธรรมดาได้เหมือนกัน
    ขนาดเลือดออกในกระเพาะจนต้องให้plasma ยังเอาอยู่
    บอกเป็นทาน
    ขอให้ผลบุญ  ช่วยให้คุณแม่เจ้าของตำหรับโบราณนี มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    -ผมเป็นคนนึงที่เป็นโรคกรดไหลย้อน อาการของผมหนักมากวันแรกที่เป็นรู้สึกแน่นหน้าอก /แน่นท้อง /มีน้ำลายเหนียวๆ /อยากจะอ้วก /เรอบ่อยแต่ไม่หายแน่นหน้าอก คล้ายๆเหมือนมีก้อนน้อยติดที่ลิ้นปี่/แน่นจนขนาดหายใจไม่ออกต้องไปโรงพยายบาลให้อ๊อกซิเจน

    -อยู่โรงพยาบาลได้1อาทิตย์ก็กลับมาบ้านแต่อาการก็ยังมีอยู่บ่อยๆกินยาไปได้1เดือนครึ่งก็ยังไม่ดีขึ้นมากเท่าไร น้ำหนักจาก59กิโลลดลงเหลือ46-47กิโลผมรู้สึกหดหู่ เครียด หมดเงินไปหลายหมื่นก็ยังไม่ดีขึ้น
    -วันหนึ่งผมโทรไปหาญาติที่เป็นกรดไหลย้อนญาติผมเป็นก่อนผม4-5เดือนตอนนี้หายดีแล้วถึง 90-95% เค้าก็แนะนำมาว่าให้เรากินอาหารเสริมTransfer Factor plus advanced

    -ผมเลยตัดสินใจลองเพราะอยู่อย่างนี้ก็ทรมานราคามันขวดละ ประมาณ 2000 กว่าบาท1กล่องมี 90 แคปซูลอยู่ที่ว่าเราจะซื้อในแบบสมาชิกหรือป่าวไม่เสียค่าสมาชิกด้วยกินมาได้1เดือนแล้วรู้สึกดีขึ้นมากอาทิตย์แรกกินคู่กับยาหมอหลังจากนั้นก็ไม่ได้กินยาหมอเลยน้ำหนัก46ก็ขึ้นมาเป็น49-50แล้วนี่แค่1เดือนญาติผมบอกให้กินไปประมาณ2-3เดือนแล้วจะหายเอง
    ***ใครสนใจในผลิตภัณท์Transfer Factor Plus Advancedยินดีให้คำแนะนำที่086-5572095 เกี่ย ยินดีให้คำปรึกษาเพื่อนร่วมโรค
    ติดต่อตั้งแต่10.00 - 22.00***1
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: