น้องชายกับพี่สาว

lurn 1435224 0.00 4,743 9 ก.ย. 52 20:42 น.
ความคิดเห็น

20

ติดตามกระทู้

2

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

ขอโทษด้วยกับท่านที่เคยอ่านแล้วนะครับ

เรื่องนี้ที่เอามาให้อ่านหวังว่าท่านจะได้รับข้อคิดดีๆกลับไปบ้าง

ความรักยิ่งใหญ่นะครับ ดูได้จากในเรื่อง

รวมทั้งทำให้มนุษย์เราประสบผลสำเร็จด้วยครับ

ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คน

แต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ

ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี

วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆ

ของฉันมีกัน

จากนั้นพ่อก็รู้เรื่อง

พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพง

โดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน

'
ใครขโมยเงินไป' พ่อตวาด

ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกัน

พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า

'
ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ'

พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น

ทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้....แล้วพูดว่า

'
ผมขโมยเองครับ'

ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่อง

พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุด

จนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย

พ่อนั่งลงบนเก้าอี้

และด่าว่าน้องชายของฉัน

'
ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแกจะทำชั่วอะไรอีก

แกน่าจะโดนตีให้ตาย หัวขโมย'

คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้

หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมด

แต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย

กลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนาน มาก

น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า

'
พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว'

ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้

ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ


หลายปีผ่านไป

แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง

ฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8ปี ส่วนฉันอายุ 11ปี...

เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม.ต้น

เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียน

.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลาย

ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่นกัน

คืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน

ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า

'
ลูกเราทั้งคู่เรียนดีเรียนดีมากนะ'

แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า

'
แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไรในเมื่อเราก็ไม่ค่อยม ีเ งิน'

ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า

'
ผมไม่ต้องการเรียนต่อผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว'

พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่

'
ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้

ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนน

พ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้'

คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ

ทั่วทั้งหมู่บ้าน....เพื่อขอยืมเงิน

ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ

ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า

'
ต้องให้น้องได้เรียนต่อไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้'

แต่ในขณะเดียวกัน

ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้

ใครจะรู้ได้ .......


วันต่อมาในตอนเช้ามืด

น้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น

และถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว

ก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน

ขณะฉันกำลังหลับ

'
พี่ครับ การจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ....

ผมจะไปหางานทำ...แล้วจะส่งเงินมาให้พี่'

ฉันนั่งอยู่บนเตียง

อ่านข้อความข องน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า .........

ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17ปี ส่วนฉันอายุ 20ปี .....

ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน

รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็น

กรรมกรแบกหามที่ไซท์ก่อสร้างท่าเรือ ........

ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3

วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ใน ห้องพัก

เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า

'
มีชาวบ้านมาหาเธอ..อยู่ข้างนอกแน่ะ'

ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ???

ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่

ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง
...

ฉันถามเขาว่า

'
ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ'

น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า

'
ก็ดูผมสิสกปรกมอมแมมออกอย่างนี้...ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆ

ก้อได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี'

ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้อง

และ พยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ

'
พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง

เธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม'

จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง

เป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ . เขาติดกิ๊บให้ฉัน

แล้วพูดว่า

'
ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง'

ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด

ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี .

วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรก

ฉันสังเกตเห็นว่า

หน้าต่าง บ้า นที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมาก

หลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า

'
แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก

เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ'

แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า

'
แม่ไม่ได้จ้างหรอก...น้องชายลูกต่างหาก

วันนี้เค้าขอเลิกงานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน

ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอ

น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ'

ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา

ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือ

ฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด 'เจ็บมากไหม'

ฉันถาม

'
ไม่เจ็บสักห น่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆ

มีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด

แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะ

และ...'

น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูด

เพราะฉันหันหน้าหนีเขา

น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้ง

'
เพราะพี่เป็นพี่สาวของผมนี่ครับ'

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี ส่วนฉันอายุ 26 ปี...

หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง

หลายครั้งที ่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน...

แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ

ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่ง

แต่เมื่อออกไปแล้ว

ท่านไม่รู้จะทำอะ ไรดี

จึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิม

น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป ....

เขาบอกกับฉันว่า

'
พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง'

สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของ ครอบครัว

เราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท
...
แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้

เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดา

วันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิล

และตกลงมาเพราะโดนไฟดูด

เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาล

ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล

น้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา

...
ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า

'
ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!!

ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆอย่างนี้

ดูตัวเองซิ..เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง'

คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียด

ยังยืนยันความคิดเดิมของเขา

'
พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขยเพิ่งจะได้เป็นประธาน

ส่วนผมมันการศึกษาต่ำถ้าผมได้เป็นผู้จัดการ

คงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด'

น้ำตาปริ่มดวงตาของฉันรวมทั้งสามีของฉันด้วย ......

ฉันบอกกับน้องว่า

'
แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่...'

'
ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ'

น้องชายของฉันจับมือฉันไว้

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26 ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี...



เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปี

เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงในที่ ทำงานที่เดียวกัน

ในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า

'
ใครคือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้'

น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล 'พี่สาวของผมครับ' .....

และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้

'
ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง

เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2ชม.

เพื่อเดินไปเรียน...และเดินกลับบ้าน

วันหนึ่งในวันที่หิมะตกหนักผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง

พี ่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่ง

และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้างเดียวเดินเป็นร ะยะทางไกล

เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว

เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ ........นับจากวันนั้น

ผมสาบานกับตัวเอง

ว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดี

และจะทำดีกับเธอ'

เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว

สายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉัน

คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก ........

'
ในโลกใบนี้คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ'

ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้

น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง...

จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆ

วันในชีวิตของคุณและเ ขา

คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ

แต่สำหรับคนคนนั้นอาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง

...
ไม่ว่าเขาคนนั้นจะคือ

พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน

หรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม


จบบริบูรณ์....


ปล.ปัจจุบันผู้เป็นพี่สาวอายุ 86 ปีตำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารใหญ่บริษัทฮุนไดและในเครือกว่า 20 บริษัท

น้องชายอายุ 83 ปีเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเล็กๆ ที่มีชื่อเป็นภาษาเกาหลีว่า

'
ซัมซุง'

และเรื่องราวของท่านทั้ง 2 คนกำลังถูกนำมาสร้างเป็นซี่รี่ย์ โดยดาราเล็กๆ คนคือ ซอง เฮ เคียว และ ลี ดอง ฮุคครั บ

บู มิง ฮอง
เล่าเรื่อง






ขอโทษครับเคยพิมพ์ชื่อกระทู้ผิด แก้แล้วนะครับ



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 กันยายน 2552 / 03:49

PS.  เศร้านะ บางทีต้องการให้ใครซักคนเข้าใจ

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 9 สิงหาคม 2555 เวลา 14:53 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

20

ติดตามกระทู้

2

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ่านทีไรอยากมีน้องชายขึ้นมาทันที
    PS.  วันเกิดของกลุ่ม 14 ก.พ. ทุกปี เกณฑ์ วันเกิดเพื่อนทุกคนมารวมกัน หาร 13 << จำนวนเพื่อน
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มันน้องชายกับพี่สาวไม่ใช่หรอ -0-
    PS.  'Life’s about film stars and less about mothers It’s all about fast cars and passing each other But it doesn’t matter cause I’m packing plastic and that’s what makes my life so fucking fantastic'
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โหหหหห  เกิดจากสิ่งเล็กๆที่ทำให้คนอื่นจริงๆ
    PS.  
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ้า

    ชอบค่ะ

    ซึ้งเนอะ

    TT^TT

    PS.  ใ ค ร ค น นั้ น คื อ เ ธ อ
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    พูดไม่ออกเลยอะ


    เป็นครั้งเเรกที่อ่านเรื่องในเนตเเล้วน้ำตาไหลอะ


    PS.  just have a little faith...
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มีน้องชายแล้วค่ะ

    แต่มันไม่รักดี หนังสือไม่ยอมอ่าน ไม่สนใจพี่มันบ้างเลย
    PS.  * * * หั ว ใ จ นี้ อ ย า ก รู้ อ ย า ก รู้ ....? รั ก เ อ ย รั ก เ อ ย รั ก อ ยู่ ไ ห น ('' )( '')?
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โอ้วว้าว ซังซุม เล็กมากเลย

    = =+

    ยังงั้น ขอสมัครเป็นเหลนสะใภ้

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 กันยายน 2552 / 04:07

    PS.  -ค . ห . นี้ โ ร ค จิ ต , เ ก รี ย น , หื่ น-
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ่อ

    ครับ

    เมนท์ + โหวตครับ

    แต่เคยอ่านแล้ว

    ดีมากเลย

    ปก...  ต้นหลิวบนสวนปลิว
    PS.  รักผม แล้ว ผมจะรักคุณ
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ่านแล้วรู้สึกดีค่ะ



    จะรอซี่รี่ย์น่ะค่ะ   ขอบคุณสำหรับกระทู้นี้ค่ะ  ^^10
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ร้องไห้ ;(
    อ่านไปร้องไห้ไป  ซึ้งมากมาก
    เป็นเรื่องที่ทำให้น้ำตาไหลไม่หยุดเลย 
    ซึ้ง TT;


    PS.  SMILE : คุณอาจจะเป็นเพียงคนคนหนึ่งบนโลกใบนี้ ..แต่คุณอาจจะเป็นโลกทั้งใบของใครคนหนึ่ง :)) !! } ทำให้ดีที่สุด แล้วยิ้มรับมัน เย่ะ !!
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ร้อง ไห้ ...
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ่านกี่ครั้งๆก็ยังซึ้งเสมอTT^TT


    PS.  ล อ ย ล ะ ลิ่ ว ป ลิ ว ไ ป ต า ม ล ม . . .
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ซึ้งจริง ๆ อ่านที่ไรน้ำตาไหลทุกที


    PS.  
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ซึ้ง อ่ะ


    PS.  จำไว้ให้ขึ้นใจ - ชั่วชีวิตนี้กรุส์จะครองโสดตลอดไป - รักกันนะ
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ซึ้งอ่ะ
    ร้องไห้เลย

  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ซึ้งๆๆ แต่ทำไมน้องชายเรามันถึงกวนตีนได้ขนาดนี้~
    เอาอย่างคนๆนี้บ้างเซ่ เจ้าน้องบ้า


    PS.  รีบอร์นนนน คืนชีพ แต่งนิยายสุดชีวิต!!
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผู้ก่อตั้งซัมซุง...

    http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B5_%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%A5


    อายุ 73เองครับ เสียชีวิตไปนานแล้ว

    83 ปีมาได้ไงไม่รู้ ฮาๆ
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทำไมน้องชายฉันมันตรงข้ามหมดทุกอย่างเลยฟ่ะ
    ไม่เคยเลยยยย ที่จะล้างจานให้พี่เนี่ย
    พูดแล้วมันเศร้า

    PS.  กำลังใจจากแฟนคลับคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนักเขียน
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ่านแล้วน้ำตาไหลเลย ฮือ...
    PS.  อดีต-เป็นสิ่งที่เราแก้ไขไม่ได้ แต่คนส่วนใหญ่มักนึกเสียใจกับการกระทำที่เคยทำไปของตน/ปัจจุบัน-เป็นสิ่งที่เราควรทำให้ดีที่สุดในตอนนี้ เพราะส่งผลถึงอดีตและอนาคต/อนาคต-เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากปัจจุบัน
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ่านแล้วน้ำตาไหลไม่รู้ตัวเลยคับ
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: