เพื่อนๆรู้จักโครงการ IYF ไหมค่ะ?

อยากรู้มาก 1460908 0.00 1,253 6 ต.ค. 52 23:05 น.
ความคิดเห็น

35

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
12
guest
อยากรู้มาก
  • อยากรู้มาก
  • 118.172.221.183
  • -

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

เพื่อนๆค่ะ

มีใครเคยไปหรือพอจะรู้ข้อมูลของโครงการนี้บ้างค่ะ

เห็นว่าส่งเด็กไปต่างประเทศนะค่ะ


คืออยากรู้ว่าเค้าไปทำอะไรกันบ้าง...





เพื่อนๆคนไหนมีข้อมูลช่วยบอกทีนะค่ะ




ขอบคุณค่ะ


^^

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 12 เมษายน 2556 เวลา 13:10 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

35

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
12
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมเคยไปฟังคับ โครงการนี้ดีมากคับ เค้าจะคัดเลือกคนไปทำงานช่วยเหลือคนอื่นในต่างประเทศอะครับ ประเทศไหนก็ได้ที่เราอยากจะไป โดยด่าอยู่ พักอาศัย ฟรีทุกอย่าง เสียแค่ค่าวีซ่า กับค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับแค่นี้เองครับ นอกนั้นฟรีหมดครับ เราสามารถเลือกประเทศเองได้ด้วยครับ ไปอยู่ประเทศนั้นๆ9เดือนมั้งคับ คือผมเห็นคนที่ไปมา กลับมาก้อพูดภาษาประเทศนั้นๆได้หมดทุกคนเลยอะคับ แต่คนจะไปต้องจิตใจเป็นอาสาสมัครอะคับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ไปทุกคนนะคับ เค้าจะมีค่ายให้เราไปทำกิจกรรมในประเทศไทยนี่แหละคับ 3 ครั้ง เค้า เรียก เวิร์ค ช๊อป 1 2 3 อะคับ แล้วเค้าจะมีคะแนนให้ ถ้าใครได้คะแนนสูงถึงก็จะได้รับการคัดเลือกไปคับ ที่ทราบก็เท่านี้ครับ อยากไปเหมือนกันครับ แต่ติดเรียนคับ ขี้เกียจกลับมาเรียนกับรุ่นน้อง 55:)
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เป็นโครงการที่ดีมากเลยค่ะ
    จะทำให้เรากระโดดข้ามขีดจำกัดของตัวเอง
    แบบอย่างเช่นเราไม่สามารถทำอะไรอย่างนึงได้
    พยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้
    แต่โครงการนี้จะทำให้เราข้ามปัญหาต่างๆไปได้
    อย่างมีความสุขค่ะ

    แล้วก็จะได้เรียนรู้เรื่องของจิตใจ
    ว่าทำไม เราโดนห้ามมาตลอดว่า ห้ามขโมย ห้ามโกหก ห้าม...
    แต่ว่าเราก็ยังทำจนได้ ยังขโมยอยู่ ยังโกหกอยู่
    ทั้งๆที่เราก็ไม่อยากทำ
    ที่นี่บอกได้ค่ะ ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้
    ^^"
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น่าสนแฮะ  แต่รอจบมอปลายก่อนดีก่า   แค่นี้ก็จะตายแล่ววว
    PS.  ถูกหรือผิด ใช่หรือไม่ใช่.... ใครจะสน
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทำไมไม่บอกกันตรงๆ เลยละว่าไปเผยแพร่ ศาสนา
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เคยไปมาครับ แย่มากๆ พูดถึงแต่เรื่องพระเจ้าๆๆ
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คนที่คิดว่าแย่เพราะในจิตใจตัวเองที่แย่อยู่ก่อนแล้วต่างหาก
    แต่ถ้ามีวิจารณญาณและคิดเป็น หรือหูไม่ได้หนวกก็จะรู้ว่า
    ไม่มีใครบอกให้เปลี่ยนศาสนา แต่บอกเรื่อจิตใจที่คุณรับตัว
    เองไม่ได้ต่างหาก  ใช่มั๊ยล่ะ
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถ้าไม่ลองสัมผัสจะมาตัดสินว่าดีหรือไม่ดีได้ยังไงกัน
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถึงน้องที่อยากจะเข้าร่วมกิจกรรม world camp thailand 2010  ของ   iyf

    น้องที่อยากจะเข้าร่วม กิจกรรม

    เวิร์คแคมป์เป็นแคมป์ที่มีนักศึกษาเข้าร่วมมากกว่า 2500 คน

    หากสนใจสำรองที่นั่ง โอนเงินตอนนี้ 300 บาทและคงเหลือ 2200 โอนก่อน 15 เมษายน
    หรือโอนเต็ม




    โดยสามารถลงทะเบียนได้แล้ววันนี้  โดยผ่านบัญชีธนาคาร กสิกรไทย


    เลขที่บัญชี 732-2-22997-2 สาขา เดอะมอล์ลบางกะปิ
    ชื่อบัญชี นายวิวัฒน์  วงษ์สวัสดิ์ และ น.ส.หัทยา  ภูชงค์ชัย
    ภายในวันที่  15 เมษายน ศกนี้


    พร้อมกับ Fax ใบนำฝาก มาที 02-734-3446 พร้อมเขียนชื่อมหาวิทยาลัย ชื่อนักศึกษา
    เบอร์โทรศัพท์ และ  e-mail ใต้ใบนำฝาก
    แล้วพี่จะยืนยันใน e-mail  ว่าการลงทะเบียนสมบูรณ์แล้ว
    (การลงทะเบียนจะสมบูรณ์เมื่อส่งแฟ็กซ์แล้วเท่านั้น)
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    IYF World Camp คืออะไร ?
           IYF World Camp สถานที่ของการแบ่งปันจิตใจทั่วโลก โดยการก้าวข้ามอุปสรรคทางวัฒธรรมและภาษาที่แตกต่างกัน ไอวายเอฟ
         เป็นแคมป์เพื่อการแบ่งปันจิตใจของนักศึกษาจากต่างประเทศต่างๆ แคมป์ส่วนใหญ่ อาจจะสอน ความรู้และทักษะ แต่ไม่มีแคมป์ไหนที่
         สอนโลกของจิตใจ   แคมป์นี้เท่านั้นที่สอนเรื่องโลกของจิตใจที่สามารถเปิดเผยได้  ผ่านทางเยาวชน  การเปลี่ยนแปลง  ความท้าทาย
         ความเป็นหนึ่งเดียวกัน และการเรียนรู้ นี่คือ  IYF World Camp  นัก ศึกษา หรือ ผู้เข้าร่วมไม่ว่าใครก็ตาม จะได้ก้าวออกจากกรอบ
         แคบๆ ของตัวเอง  และเปิดจิตใจให้กว้างขึ้น เพื่อสามารถรับจิตใจของคนอื่นได้  นี่คือคนรุ่นใหม่ในอนาคตที่โลกกำลังต้องการ
                คุณจะไม่เสียใจเลย  หากก้าวเข้ามาใน  "เรือของการเปลี่ยนแปลง"  ลำนี้
            
         คุณสมบัติของผู้สมัคร
            - นักศึกษาไทยและต่างชาติ  และบุคคลทั่วไป
         รับสมัคร STAFF
            -จบการศึกษาระดับปริญญาตรี/โท
            -อายุ 25 ปีขึ้นไป
         ผู้จัด
            - มูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติประจำประเทศไทย

         การ ลงทะเบียน
            - บูธตัวแทนจากมูลนิธิฯ  ที่เปิดรับสมัครตามมหาวิทยาลัยต่างๆ
            - มูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ
              เลขที่ 28 ซอยลาดพร้าว 140  ถนนลาดพร้าว  แขวงคลองจั่น  เขตบางปะปิ  กรุงเทพฯ 10240
         สถานที่
            -โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน พัทยา
            -วันที่ 19-23 พฤษภาคม 2553  
         หมด เขตรับสมัคร
            - 30 เมษายน  2553
            -*****พิเศษค่าลงทะเบียน 2500 บาท เท่านั้น*****
            
          *  หากท่านสนใจกรุณาตอบกลับ  ไป   /   ไม่ไป *

         โทร. 02-378-1308  , 080-403-9519 , 083-294-0284

          web  : www.iyf.or.th
              email : iyfthailand@hotmail.com
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้



    คนที่เกือบจะไปแล้ว "เเต่" ไม่ได้ไปก็เสียใจด้วยนะคะ
    เพราะคนที่ไปมาเเล้ว กลับมาก็มีความสุขดี 
    ถามINTERNET ทำไม?
    ทำไมไม่ถาม GNCตัวจริงอย่างเรา?


    http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=848714





    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 สิงหาคม 2555 / 22:52

    PS.  E.L.F & SJ FIGHTING !!!! ( If were SJ >> 10점 만점에 10점 !! )
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มีเรื่องพระคำจริง แต่เราว่าดีนะ เราเคยไปฟังมาก็ถูกทุกอย่าง ก็แค่เรามันยึดติดกับคำว่าศาสนาพุทธก็เท่านั้นเอง

    ต่างประเทศเค้าเปิดจะตายต่อให้ไม่เชื่อก็เหอะ
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมถึงมีคนเปลี่ยนศาสนาจาก  อันนึง ไปอีก อันนึง
       เพราะเมื่อเข้าไปศึกษาศาสนาใหม่(รวมถึงความเชื่อที่บอกว่าไม่ใช่ศาสนา และพึงระลึกไว้ว่าเกือบทุกศาสนา จะบอกว่าเขาไม่ใช่ศาสนา เขาคือความจริง) จะได้รับความรู้ใหม่ๆมา ซึ่งเป็นจริงเมื่อคิดตาม ก็เลยเชื่อและทำตาม จึงรู้สึกมีความสุขหรือหลุดพ้น จึงเปลี่ยนศาสนา ทั้งๆที่ศาสนาเดิมที่เคยนับถืออยู่ก่อน ใช้คำว่าไม่เคยศึกษาจริงจังเลยก็ว่าได้ เมื่อเจอของใหม่รู้สึกดีก็ย่อมนับถือ ปฎิบัติตาม
       สำหรับกรณีการเผยแพร่พระธรรมของ IYF นี้ ผมก็เข้าไปศึกษามาเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้ปลงใจเชื่อตามทั้งหมด มีที่เห็นด้วยเหมือนกัน ก่อนอื่นเลยเรารู้จักโครงการนี้ในสถานะอย่างไร ผมพูดได้เต็มปากว่าตอนมารับสมัคร ไม่ได้มีใครพูดเรื่องการเผยแพร่พระธรรมเลย(ประหนึ่งว่าใช่เรื่องการไปต่างประเทศมาดึงดูดเรา) เมื่อเข้ามาเป็นสมาชิกคนหนึ่งแล้วก็เลยลองฟัง คิดตาม เห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง
        บุคลากรทุกท่าน(ผู้เผยแพรพระธรรม ที่ผ่านการชำระบาปแล้ว) จะบอกกับทุกคนว่าที่นี่ไม่ได้สอนเรื่องศาสนา(แล้วมีศาสนาไหนบอกว่าตนเองเป็นศาสนาบ้าง ประเด็นนี้จบไป) ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนศาสนา(ก็เมื่อคุณพูดอยู่ตลอดเกี่ยวกับเรื่องการชำระบาป เมื่อไปอยู่ในสังคมที่มีแต่คนชำระบาปและรอการชำระบาป ถ้าเราไปนับถือศาสนาอื่นอยู่ จะอยู่ได้หรอครับ พระคัมภีร์บอกว่าผู้ที่ยังไม่ได้รับการชำระบาปคือคนโง่ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทางบุคลากรจะพยายามช่วยให้เราพ้นจากความโง่ เราคงอยู่อย่างไม่สบายใจถ้าคนอื่นมองว่าเราโง่ แม้จะไม่ได้พูดเพราะธรรมบัญญัติบอกว่าการด่าคนอื่นว่าโง่เท่ากับการฆ่าคนคนนั้น)
        เข้าสู่สาระสำคัญเลยดีกว่าเรื่องความลับของการชำระบาป(ผมจะพยายามอธิบาย ด้วยภาษาง่ายๆไม่ได้ถูกต้องชัดเจน แต่คิดว่าสาระสำคัญครบถ้วน เริ่มเลยแล้วกัน) เรื่องที่ที่นี่เน้นมากที่สุด สอนมากที่สุด พระเจ้าเป็นผู้สร้างมนุษย์สร้างโลก สิ่งที่ดีที่สุดเมื่อเราตายลงไปแล้วคือการได้ไปอยู่กับพระเจ้าในแผ่นดินของพระเจ้า(สวรรค์) จะไปอยู่กับพระเจ้าได้นั้นต้องเป็นคนบริสุทธิ์ วิธีที่จะเป็นคนบริสุทธิ์มีสองวิธีคือหนึงทำตามธรรมบัญญัติ(ศิล)ครบทุกประการ(ซึ่งมนุษย์ไม่มีคนใดทำได้นอกจากพระเยซู การที่พระเยซูนำธรรมบัญญัติมาแสดงเพื่อให้มนุษย์รู้จักบาป) และสองคือการชำระบาปให้เป็นผู้บริสุทธิ์ ก่อนอื่นเราต้องระลึกรู้ก่อนว่าเราเป็นคนบาป บาปมาแต่กำเนิด เมื่อนั้นพระเยซูจะลงมาช่วยเหลือเรา ความบาปทั้งหมดของเราจะได้รับการถ่ายโอน(ไถ่บาป)ไปที่พระเยซู ซึ่งพระองค์ได้ชำระบาปของเราด้วยการถูกตรึงบนไม้กางเขนตั้งแต่ในอดีตแล้ว(เพียงแต่เราไม่รู้) เมื่อเราคิดได้ตามนั้นและผ่านตามวิธีที่เขาได้บอกไว้ เราก็ผ่านการชำระบาปแล้วเป็นผู้บริสุทธิ์
        ประเด็นการชำระบาปนี้ผมไม่เชื่อ จึงถามอาจารย์ใน IYF ได้คำอธิบายเปรียบเทียบว่าเหมือนเราเดินทางไปไกลพร้อมกระเป๋าเป้ใบหนึ่ง ตอนแรกๆก็ไม่รู้สึกหนัก(เปรียบเหมือนตอนเกิดใหม่ๆชีวิตวัยรุ่น กระเป๋าเป้คือความบาป) ต่อเมื่อเดินทางไปไกลมากขึ้นก็จะรู้สึกว่ากระเป๋าเป้หนัก พระเยซูเนี่ยแหละที่มาช่วยแบกกระเป๋าเป้แทนเรา(แบกความบาปแทนเรา) ซึ่งเหมือนจะน่าเชื่อ ดูมีเหตุผล แต่ผมคิดว่าความบาปไม่ใช่วัตถุจะได้หยิบยื่นให้กันได้ ขออุปมาเปรียบเทียบดังนี้ ถ้าเรารู้สึกหิวข้าว(ทุกข์ไหม ทุกข์คือบาป) ให้คนอื่นกินข้าวแทนเรา ความหิวของเราจะหายไปไหม ผมจึงมองว่าเรื่องการถ่ายโอนบาป ชำระบาปแทนกัน เป็นเรื่องที่ยังเชื่อไม่ได้ด้วยเหตุผลตามนี้
       ขอจบไว้เพียงเท่านี้ จริงๆยังมีอีกหลายประเด็นที่ได้รับคำตอบที่ไม่เป็นเหตูผลตามสมควร
    1. สาธุ เป็นธรรมทาน ที่ดีครับ
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถ้าอยากรู้จริงว่า IYF คิดอะไรอยู่ก็ไปดูเอาจากพระคัมภีร์ไบเบิ้ลทั้งเล่ม เพราะพวกเขาเดินตามแนวทางเหล่านั้น  ถ้าไม่เช่นนั้นพูดวิจารณ์ไปก็อาจจะมาเสียใจภายหลังกับการตัดสินของตัวเอง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะให้ทุกคนได้ลองใคร่ครวญดูดังนี้ ถ้าสิ่งที่พระคัมภีร์ไบเบิ้ลได้บันทึกไว้เป็นเรื่องจริง  IYF ก็ถือเป็นองค์กรที่น่าจับตามองและติดตามไปมากที่สุดแน่ๆ  แต่ถ้าในทางตรงกันข้ามพระคัมภีร์ไบเบิ้ลเป็นเรื่องโกหก ก็น่าจะถือนับได้ว่า IYF โง่ที่สุด เพราะพวกเขาจริงจังมากที่สุดกับการดำเนินชีวิตตามสิ่งที่พระคัมภีร์ไบเบิ้ลเรียกร้อง

    แล้วส่วนตัวคุณคิดว่าสิ่งที่บันทึกในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลนั่นเป็นเรื่องจริงหรือโกหก เป็นแค่หลักคำสอนเหมือนศาสนาทั่วไปหรือเป็นเรื่องของความจริงกันแน่  ส่วนตัวผมเคยอ่านพระคัมภีร์ไบเบิ้ลมาก็เลยให้ข้อคิดไว้แบบนี้
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เคยไปร่วมเข้าค่าย iyf มาครั้งนึงค่ะ ประมาณสัปดาห์นึง เป็นความบังเอิญมากที่ได้เข้าค่ายในครั้งนั้น เพราะตอนเเรกกะว่ามาส่งเพื่อนขึ้นรถเฉยๆ เเต่ดันจับพลัดจับผลูได้ไปด้วยซะงั้น ค่ายนี้ทำให้ฉันคิดอะไรได้มากขึ้น ได้เจอคนที่พร้อมจะรับฟังปัญหาของเราเเม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน สิ่งสำคัญของคนที่จะไปค่ายนี้คือ ตัดประเด็นเรื่องศาสนาหรืออคติออกไปก่อน เเล้วจะเห็นว่าค่ายนี้ต้องการจะสื่ออะไร ไม่เคยเสียใจเลยที่โดดเรียนไปอาทิตย์นึงเพื่อเข้าค่ายนี้ ถ้ามีโอกาสก็อยากไปอีกรอบ
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไม่ใช่ว่าพูดเรื่องพระเจ้าจะเป็นศาสนาเสมอไป ยังไม่ได้ลองฟังทั้งหมดเลย ต้องลองไปดู
    1. พระเยซู กับ ไบเบิ้ลนี้ ไม่ใช่ศาสนาเอ่อ ??
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราเป็นคนนึงที่เคยไปเป็นอาสาสมัครในต่างประเทศกับไอวายเอฟ บอกได้คำเดียวว่าเสียความรู้สึกมาก ไปอยู่แบบต้องโกหกคนอื่นว่าเราเชื่อ เราเป็นเหมือนพวกเขา ทรมานนะคะ เราเองไม่ใช่คนไม่เปิดใจ เพราะถ้าไม่เปิดใจจริงๆคงไม่สามารถไปเป็นจีเอ็นซีได้ แต่บางครั้งคนที่โบสถ์มันก็ทำเราปิดใจได้  เราพยายามทำทุกสิ่งที่อาจารย์สอน แต่บางเรื่องมันขัดกับตัวเราและความเป็นจริงของโลก ไอวายเอฟไม่ได้ต่างไปจากลัทธิๆนึงที่ใช้ไบเบิลในการสอนคน มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดคือ จะสอนให้ไม่เป็นตัวของตัวเองทำไม หลังจากเรากลับมาที่ไทย เราก็ไม่ไปโบลสถ์อีกเลย เพราะเราอยากมีชีวิตเป็นของเรา ทำงานที่เราชอบ แต่งงานกับคนที่เรารัก (ที่นี่เขาจะคัดเลือกคนให้คุณแต่งงานด้วย) เป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น

    แต่ถึงยังไงก็ขอบคุณพระเจ้าที่สอนในเรื่องต่างๆมากมายที่เราไม่เคยได้รู้
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    พี่่เป็นสตาฟของไอวายเอฟคะ จะขอตอบคำถามนะคะ
    ไอวายเอฟก่อตั้งขึ้นมาโดยกกลุ่มคนที่มีความเชื่อทางคริสเตียน
    ถ้าคุณเป็นคริสเตียน แล้วก้ออยากจะเผยแพร่เรื่องของพระเยซู ก้อทำไป
    แต่ถ้้าไม่ใช่ก้อไม่มีใครบังคับให้คุณทำ

    แต่ไอวายเอฟพูดเรื่องของจิตใจจริง
    โดยใช้ไบเบิ้ล เพราะอะไร
    เพราะไอวายเอฟเริ่มก่อตั้งจากพื้นฐานของคริสเตียน
    เหมือนกับการเรียนหนังสือ จะเรียนวิิชาอะไรก้อต้องใช้หนังสือเรียนวิชานั้น

    การไปเป็นอาสาสมัครก็เหมือนกันคะ
    จุดประสงค์ไม่ได้ไปเพื่อเผยแพร่ศาสนาคะ
    แต่โครงการมีกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อจะให้อาสาสมัครมีโอกาสทำงาน และพัฒนาความสามารถตัวเองคะ
    จุดประสงค์ของมูลนิธิก็เพื่อให้คนที่เข้าร่วมได้พัฒนาเป็นผู้นำในอนาคตต่อไปคะ
    แล้วทางมูลนิธิต้องการเปิดโอกาสให้กับคนที่สนใจ แต่่ไม่มีความพร้อมในด้านขอองความสามารถทางด้านภาษาหรือด้้านการเเงิน ได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตและมีประสบการณ์ในต่างประะเทศ

    อย่างไงก็ลองศึกษาและสอบถามกับคนที่เข้าร่วมโครงการ
    แน่นอนว่ามีบางส่วนที่ไม่พอใจ
    แต่ส่วนใหญ่แแล้วทุกคนก็พอใจกับโครงการและรู้สึกขอบคุณที่มีโอกาสไปเป็นอาสาสมัครต่างประเทศคะ
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มีโอกาสได้ไปพรีเวิร์คช็อบที่ขอนแก่นมาอะคับ ก็โอดี การแสดงของเค้าใช้ได้ (ประทับใจตรงนี้) เค้าบอกว่าเป็นมูลนิธิคริสเตียนอะนะ บอกว่าสอนเรื่องการเปิดใจผ่านทางไบเบิ้ล จากที่ไปมาก็ไม่ไรมากอะ อาจารย์ที่มาเค้าก็พูดดี อาจเป็นเพราะเพิ่งเริ่มต้นมั้ง ไม่รู้ดิ เพราะเค้าไม่ได้เปิดไบเบิ้ล ก็ว่าจะลองติดตามเค้าไปดูก่อนอะ เพราะอยากไปต่างประเทศ พวกพี่ๆเค้ากะพวกอาสาสมัครคนต่างชาติก็เฟรนลี่ดี
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทำความรู้จักกับโครงการอาสาสมัคร
    เเละรับฟังประสบการณ์ดีดี รวมไปถึงถามตอบข้อสงสัย
    ได้เเล้วที่นี่
    IYF_อาสาสมัครต่างประเทศ

    Photobucket
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คห.16 พี่ไปมาจริงๆ เหรอครับ แล้วไปประเทศไหนมาเหรอครับ?
  21. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อย่าเรียกว่าเป็นโครงการเลย เรียกว่าลัทธิมากว่าครับ
    น้องโดนเผมชักจูง เหมือนที่นั่นจะรวมคนมีปัญหา มีแต่คนมีปัญหา(ส่วนใหญ่ปัญหาครอบครัว)
    น้องผมอยากไป ต่างประเทศ เลยเข้าทางลัทธินี้พอดี
    ทำทุกวิถีทางให้ได้ไป โดนให้ไปอยู่โบส เป็นเดือนๆ (เข้าแล้วห้ามกลับ จะกลับบ้านต้องขออนุญาตนู้น นี่ นั้น จะทำอะไรก็กลัว ซื้อขนมกินยังต้องขอ ) เอะอะอะไรก็พระคำๆ น้องผมเปลี่ยนไปเลย
    ตรรกกะมันไม่ใช่อ่ะ เปิดใจ อะไร  ตั้งแต่น้องผมเข้าไป ครอบครัวผมก็ไม่มีความสุข น้องผมไม่สนใจครอบครัวเลย(เหมือนโดนครอบงำ) แม่ผมก็เครียด ไม่อยากให้น้องไป แม่พูดอะไรน้องก็จะพูดจาแปลกๆ พ่อก็ไม่ชอบ ส่วนผมก็พยายามห้าม แต่ด้วยความที่น้องผม อยากไป ตปท มาก ขนาดยอมไปนั่งๆ นอนๆ ยอมโดนล้างสมอง  ลัทธินี้ใช้ความยากไป ตปท มาล่อ น้องผม ตั้งแต่มีลัทธินี้ ครอบครัวผมไม่มีความสุขเลยจริงๆ

    ขอเตือน สำหรับผู้ปกครอง ไม่ควรให้ลูกไปยุ่งกะ ลัทธิ นี้เลย ถ้ายังอยากได้ลูกคนเดิมของคุณกลับมา
                สำหรับน้องๆที่คิดจะไป พี่ว่าน้องไปหาโครงการใหม่เถอะ ไปแล้วที่มันได้จริงๆ เช่น AFS
    อีกอย่างที่บอกว่า ไปฟรีอ่ะ มันไม่จริงหรอกนะครับ พอจะไปจริง มีค่าอะไรสาระพัด ของฟรีไม่มีในโลก ไหนๆจะเสียตัง ก็เลือกไปโครงการดีดีหน่อย โครงการนี้ไปก็ไปนอนโบส ไปทำงาน  วัยน้องๆควรจะไปเรียนไม่ใช่หรอครับ  นี่ไปเสียเวลาเปล่าๆ

    สรุป คือ ไม่เวิก อย่าไป เชื่อผม
    1. เห็นด้วยอย่างยิ่ง เศร้าจัง
    2. เห็นด้วยมากๆ พูดแต่เรื่องเดิมๆ เปิดใจ
    3. ▾ ดูความเห็นย่อยทั้งหมด (3)2 จาก 3
  22. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    จะยังไงทุกคนก็ต้องเลือก
          
               เพราะทุกคนก็ต่างล้วนใช้ชีวิตด้วยความเชื่อกันทั้งนั้น ไม่ว่าศาสนาใดก็ตาม แต่คุณเคยตรวจสอบที่มาที่ไปของสิ่งที่คุณเชื่อกันจริงๆ จังๆ หรือเปล่าว่ามันจะต้องเป็นไปตามที่คุณได้คาดคิดเอาไว้แล้วจริงๆ
          
                ส่วนเหตุผลที่กลุ่มคริสเตียนพวกเขาพยายามที่จะบอกกับคุณเหลือเกินเพื่อให้ได้รู้จักกับพระเยซูคริสต์ ทำไปทำไมทั้งๆ ที่ไม่มีค่าจ้าง เพราะเขาเชื่อว่าการเชื่อพระเยซูเป็นหนทางรอดพ้นจากบาปทางเดียวที่พระเจ้ากำหนดให้ เพี่อจะไม่ต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน หรืออวดตัวกัน และจิตวิญญาณก็จะได้กลับไปสู่บ้านแท้จริงบนสวรรค์หลังจากที่ร่างกายนี้หมดอายุขัยถ้าเชื่อในพระเยซู พวกเขาเชื่อกันแบบนี้ก็เลยอยากเห็นคนอื่นได้รับสิ่งนี้บ้าง  เพราะคนบาปจะต้องไปนรก บาปที่ว่าไม่ใช่บาปที่คุณไปทำอะไรไม่ดีไว้ แต่มันเป็นบาปที่พ่อแม่บรรพบุรุษคู่แรกคืออาดัมเอวาได้ก่อเรื่องไว้ มนุษย์ทุกคนที่เกิดจากพวกเขาติดตามมาจึงต้องรับผล

               ดังนั้นเหตุผลที่พวกเขาต้องพยายามบอกกับมนุษย์ทุกคนก็เพราะไม่อยากเห็นจุดจบที่น่าเศร้าแบบนั้นเกิดขึ้นกับใครบางคน แม้อาจเป็นเรื่องที่ดูเหมือนแส่ยุ่งกับเรื่องชาวบ้าน และสุ่มเสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธหรือถูกข่มเหง แต่พวกเขาก็ยังคงเลือกที่จะบอก ในทุกวิถีทางที่พวกเขาสามารถจะทำได้   ความศรัทธาของพวกเขาก็แสดงออกมาแบบนั้น

             ดังนั้นกับการที่ทุกคนที่มีโอกาสได้รับรู้เรื่องเหล่านี้ แล้วตอบสนองจะรับหรือไม่ก็แล้วแต่ นั่นก็เป็นสิ่งที่พระคัมภีร์ได้บอกกับพวกเขาว่าทุกคนจะต้องได้ยินเรื่องเหล่านี้ ก่อนวันสุดท้ายจะมาถึง เพื่อจะไม่มีใครต่อหน้าบัลลังค์พิพากษาของพระเจ้าสามารถที่จะแก้ตัวได้ว่าไม่เคยมีใครมาบอกขณะที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลก

             แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถที่จะบังคับกันได้ในเรื่องของความเชื่อ แต่ถ้ามีโอกาสที่จะตรวจสอบต่อสิ่งที่ตนเองกำลังเชื่อและเดินตามอยู่นั้น ซึ่งมีหลากหลายเต็มไปหมดในโลกนี้ แต่ทางไหนละที่สามารถจะทำให้คุณมั่นใจได้อย่างแท้จริงว่ามันใช่  ถ้าตรงนี้ยังไม่สามารถตอบตัวเองได้อย่างชัดเจน การมีโอกาสได้หยุดคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ ก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่าสมควรที่จะทำไม่ใช่หนือ เพราะมันมีค่าถึงชีวิต สวรรค์หรือนรกมีจริงหรือ และถ้ามีจริงสุดท้ายตัวเองจะไปที่ไหน อะไรทำให้มั่นใจเช่นนั้น เพราะพรุ่งนี้อาจไม่มีโอกาสให้มาคิดอีกก็เป็นได้ แต่วันตายของเราทุกคนจะมาถึงแน่สักวันหนึ่ง นี่คือความจริงแท้ การทำไม่รู้ไม่เห็น ไม่สนใจกับเรื่องแบบนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าความจริงจะเปลี่ยนไปตามสิ่งที่เราคิด แต่จะเป็นไปตามที่พระคัมภีร์บอกนั่นเป็นสิ่งที่คริสเตียนกำลังพยายามที่จะบอก แล้วถ้าสิ่งที่คริสเตียนกำลังบอกเป็นความจริงขึ้นมาละ

              ถ้าเช่นนั้นกับการเอาสิ่งที่พวกเขาบอกมาคิดต่อ กับการมองว่าพวกเขาไร้สาระหรือบ้าไปแล้ว ที่คิดไม่เหมือนคุณ อย่างคุณต่างหากที่ใช่  น่าจะเป็นอย่างไหนที่คุณควรเลือก อยากจับผิดคนพวกนี้ก็ไม่ยากเลย โจมตีพระคัมภีร์ไบเบิ้ลของพวกเขา เพราะพวกเขาเอาสิ่งในนั้นมาพูด มาเดินตาม ถ้าในนั้นเป็นเรื่องโกหกก็เล่นงานได้เลย  ไม่น่าปล่อยไว้แบบนี้นะ แต่ถ้ามันเป็นความจริงขึ้นมาละ แล้วจะเป็นยังไงต่อ!
  23. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราขอยืนยันอีกคนค่ะว่าไม่เวิร์ค
  24. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    24
    guest
    เกลียด เกาหลีชิบ
    เกลียด เกาหลีชิบ 171.98.73.100
    มันเป็นโครงการที่ดีมากค่ะ เพราะมันทำให้เราตาสว่างว่าคนเกาหลีน่ะมันเหิ้ยแค่ไหน
    มันจัญไร สถุน สกปรก โสโครกมากๆๆๆ คือพูดแล้วกุแค้นชิบหายไอ่สัสนรก
    คือค่ายนี้อ่ะ มันเป็นค่ายหลอกลวงให้คนเปลี่ยนศาสนา
    ทางที่ดีอย่าไปเลยเหอะ เราเคยไปตอนมอห้า เป็นประสบการที่เลวร้ายที่สุดในชีวติเลย
    เราบอกไว้เลยว่าคนเกาหลี มันเ-้ยจิงๆๆ โครงการนี้ด้วย เราเคยไปค่ายนี้เจ็ดวัน แต่เรายุได้แค่สองวัน
    รีบโทหาพ่อให้มารับด่วนเลยยุไม่ได้จริงๆๆ เอื่อมกับศาสนาคริส ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะคริสอ่ะ แต่เบื่อพวกเกาหลี แบบคือกุจะไหว้พระก็ไม่ได้ แม่ งด่ากุ และก็ให้ไบเบิ้ลกุมาเล่มหนุ่ง อิสัส จัญไร
    อย่าไปเลย กุเตือนแล้วนะ
    ด้วยความหวังดีนะเพื่อนๆๆๆ
  25. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมไปเป็นอาสาสมัครมาแล้ว บอกตรงๆดีนะ

    แต่อย่างแรกคุณต้องชำระบาป
    ก่อนไปต่างประเทศคุณต้องเขามาที่โบสถ์(มาเรียนภาษา เตรียมเอกสาร ) ก็เป็นส่วนนึง แต่สิ่งที่สำคัญคือฝึกเรื่องของจิตใจก็คือการนั่งคุยเรื่องราวชีวิตความเป็นมา และความบาป เปิดพระคัมภ์ภี และก็ให้เชื่อว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้ สิ้นหวังกับโลกนี้ ทางเดียวที่จะอยู่รอดได้คือเชื่อ และติดตามโบสถ์ ให้ทิ้งควาคิดการไปต่างประเทศเป็นไปเรียนรู้วาพระเจ้าทำเจ้าทำงานอย่างไร โดยบอกว่าฝึกจิตใจ ประมา1-2 เดือน หรือ บางคน 8 เดือน ( รุ่น7 ญี่ปุ่น ) ถ้าไม่ชำระบาปก็ไม่ได้ไปนะ ถ้าชำแล้วแล้วก้จะมีรอบเช็คด้วยว่าชำจริงป่าว ( ชำระบาปคือการเชื่อหัวขาวอย่างสุดจิตสุดใจ ถ้าขาดไปคือตายแน่ ) บางตนชำแล้ว แต่วีซ่า-ไม่มา ก็ต้องรอพระคุณ รอการทำงาน พอได้วีซ่า ก้จะรู้สึกขอบคณมากๆ ( คิดแบบคนเชื่อนะ ) พอไปต่างประเทศ แต่ล่ะประเทศก้จะแตกต่างกันไป แต่หลักๆแล้วเป็นทาสเกาหลี เผยเเพร่ศาสนา บางประเทศมีอดอาหาร กินขนมปังขึ้นรา โดนกดขี่ อเมริกาก็งานเยอะดี นอนวันล่ะ 3 ชม ได้ไปหลายรัฐ แต่ไม่ได้เที่ยวนะ ได้แค่มองจากในรถ ขำๆนะ สนุกจริง ถ้าคนเชื่อแบบสุดจิตสุดใจ แบบล้างสมองอ่ะ คุณต้องทิ้งความคิดตนเอง ความคิดตัวเองชั่วร้าย ต้องไปรับความคิดคนอื่นแทน สรุปแล้ว ภาษาพูดพอได้ ฟังพอได้ แต่ใช้งานจริงไม่ค่อยได้ ทุกๆวันฟังแต่เกาหลี ทุกประเทศเหมือนกัน กลับมาแล้วก็ต้องมาโบสถ์ ต้องให้คำพยานว่าพระเจ้ายังไงที่ต่างประเทศ คนที่ไม่มาโบสถ์ก็จะถูกตาหน้าว่าไปไม่ได้อะไร ไม่มีจิตใจขอบคุณโบสถ์ แต่พอมีงานก้จะขอร้องให้ช่วย และพูดดีด้วย

    อยากให้ลองไปดู ไปแค่ที่โบสไทยนะ แรกๆดี พอหลังๆเยี่ยงทาส พอไม่ทำก็บอกว่าไม่รับจิตใจ

    เคล็ดลับ......
    ช่วงเก็บตัวลาบ่อยๆ
    ชำระบาปไวๆแล้วรีบหลับบ้าน อย่าให้เขาเช็ค
    มีอะไรอย่าเถียง
    บอกว่าตัวเองเลวที่สุด ไม่สามารถใช้ชีวิตต่ิไปได้
    ฮิบรู 10:17 เยเรมีย์ 17:9 จำไว้ มันช่วยให้ชำเร็ว
    ไม่ต้องเข้าครบ workshop มา3 อันเดียวก็ได้ไป
    ไม่มีเกณฑ์อะไรในการคัดเลือกอะไรทั้งนั้น
  26. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไปมาแล้ว เจอกับตัวเองเลยคะ เสียความรู้สึกมากๆ จริงๆ ตอนมาโฆษณามาเชิญชวนทำไมคุณไม่พูดถึงเรื่องพระเจ้าเรื่องศาสนาคะ ? ไม่ใช่ว่าไม่เปิดใจยอมรับนะคะ เปิดใจแล้ว แต่พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่แต่ละคนแย่มากไปจริงๆ คะ คือเด็กๆ อยากเข้าห้องน้ำ คุณห้าม คุณชี้นิ้วไล่กลับที่เพื่อให้ฟังผู้บริหารของคุณพูดถึงเรื่องพระเจ้า อย่างนั้นหรอคะ ? ใครกันแน่ที่จิตใจสกปรก ไม่ใช่ว่าอดทนเรื่องเข้าห้องน้ำไม่ได้นะ แต่คุณลองคิดดูนะ คุณไม่ใช่พ่อใช่แม่พวกฉัน แล้วคุณชี้นิ้วสั่ง ทั้งๆ ที่ฉันเสียตังมาค่ายคุณ คุณมาเหวี่ยงว่าเด็กพูดไม่รู้เรื่อง แล้วถามหน่อยทำไมคุณไม่พูดตั้งแต่แรกว่าต้องมาเจออะไรแบบนี้ ถ้ารู้ว่าไปแล้วเจอแต่ศาสนาคริสต์ ไม่ไปให้เสียเวลาหรอกคะ เสียดายตังมากก คุณรู้ไหมตอนที่คุณพูด คุณมาประชสัมพันธ์ คุณบอกว่ามีชาวต่างชาติมาทั่วโลก พวกเรามีโอกาสได้คุยได้พบเจอ ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องจิตอาสา แต่แบบคุณแย่มาก ทั้งพฤติกรรมและการวางแผนของพวกคุณ เสียความรู้สึกมากๆ คะ กับพฤติกรรมแย่ๆ แบบนี้ นับถือเลยคะพวกคุณหลอกลวงกันได้เนียนมากนะคะ ! ใครจะคิดยังไงก็เรื่องของพวกคุณนะคะ สิทธิส่วนบุคคล ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชือเรื่องพระเจ้า ฉันเคารพและให้เกียรติทุกศาสนาคะ แต่คนที่ผิดคือพวกคุณมากกว่าที่ไม่ประชาสัมพันธ์อะไรให้ชัดเจน คุณแย่มาก แบบสุดจะอธิบาย ..โกรธแล้วนะ
    1. อันนี้จริงแท้เลยครับ ผมนั่งฟังอยู่ตอน ประชาสัมพันธ์ ตาม มอ ต่างๆ ดูดีมากๆ แต่เอาเข้าจริงมันมีอะไรอีกเยอะที่เราไม่รู้ พอรู้คือเราเสียเงินเสียทอง ที่สำคัญนะครับ เสียเวลา!!! ถ้าพูดตรงๆจะไม่ว่าเลยครับ นะพี่สตาฟนะครับ ถามอะไรอย่าใบ้มาก ไม่เอาเนาะบอกกันตรงๆ ข้อมูลจะได้ชัด จะได้ตัดสินใจถูก
  27. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ก็ไม่ได้ว่าไรเกี่ยวกับศาสนานะ จะเผยแพร่ก็พร้อมรับฟัง เพราะก็เชื่อในพระเจ้าอยู่แล้ว แต่ว่าระบบการจัดการไม่ค่อยดี เอาเด็กไป 2,500 คนแต่ไม่ดูแล ใครจะไปไหนอะไร ก็ไม่มีใครดูแล กระเป๋าก็วางกันเกลื่อนไว้อย่างนั้น ถือว่าเป็นค่ายที่แย่มาก รู้สึกเสียเวลากับการไปครั้งนี้ อันนี้เป็นคนที่พึ่งไปมาจริง ไม่ได้เป็นใครจะมาดิสเครดิต หรือมีอคติต่อศาสนา แต่ไปแล้วไม่รู้สึกประทับใจ จริงอยู่ที่ world camp มีชาวต่างชาติ แต่ก็อยู่ส่วนของเค้า ไม่ได้มีการทำให้เด็กมาคุยมารวมตัวกันในวัฒนธรรมต่างๆกันเลย แต่อาหารอะไรอย่างอื่นก็โอเค แต่รวมๆแล้วจะไม่ไป ไม่ค่อยได้อะไรจากค่ายนี้
  28. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราก็เคยเข้าค่ายน่ะ ค่ายแรกบอกว่าไม่เกี่ยวกับศาสนา เราเลยรู้สึกว่ามันโอเค ค่ายสองเราไม่ได้ไป ไปค่ายสามเลยทีเดียวกะว่าจะไปต่างประเทศให้ได้ ตอนเข้าค่าย ก็มีเรื่อง พระเยซู พระคำ คำพยาน ทุกสิ่งก็ลอยมา ต่างจากค่ายแรกมาก แต่ก็อยู่จนจบค่าย แอบเฟลที่ตอนแรกพี่ๆเขาพูดซะดิบดีว่าไม่เกี่ยวๆๆกับศาสนา แล้วนี่คืออะไร
    เราก็เข้าใจน่ะว่าไม่ได้บังคับให้เชื่ออะไร แต่พอมีขอพรอะไรอย่างนี้ ทุกคนก้มหัวหมด แล้วเราเงยหน้าอยู่คนเดียว คือไร บังคับทางอ้อมป่าวว่ะ มีโอกาศไปโบสครั้งนึง (โบสคือตึกที่ทุกคนจะไปเก็บตัวก่อนไปไอวายเอฟเขาเรียกว่าโบสถ์ วันอาทิตย์ตึกนี้จะกลายเป็นโบสถ์ขนาดย่อม) ตอนไปวันนั้นวันอาทิตย์พอดี พี่เค้าก้ให้ขึ้นโบส ทำตัวเหมือนคริสเตียนคนนึงเลยแหละ

    มาเล่าประสบการณ์เฉยๆน่ะ เผื่อมีใครหาข้อมูลอยู่

    ที่จริงมันก็ดีอ่าแหละน่ะ สำหรับคนที่นับถือคริสอยู่แล้ว มันเป็นโครงการที่เปิดโอกาศคุณจริงๆ สำหรับคนที่อยากลองเรียนรู้อะไร(ศาสนา)ใหม่ นี่ก้เป็นโอกาศของคุณ แต่สำหรับเรา เรามั่นคงกับศาสนของเราแล้วไม่คิดจะเปลี่ยน ก้ say no ค่ะ
    ม่าย
  29. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คนที่ว่าไอวายเอฟเปนลัทธิที่ล้างสมอง คุณรู้จักไอวายเอฟจรงๆแล้วหรอคะ??ไอวายเอฟต้องการช่วยเยาวชนบนโลกนี้ให้หลุกจากความบาปมากมายทีเยาวชนต้องทุกข์ทรมานกับมันซึ่งบางครั้งผู้ปกครองไม่สามารถชวยได้ สิ่งที่ไอวายเอฟสอน ถ้าวัดมีคุณก้ไปสิ ถ้ามัสยิดมีคุณก็ไปสิ คุณไม่จำเป็นต้องมาที่ของเราก็ได้ เพียงแต่บนโลกนี้มันหาที่แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว ฉันเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในไอวายเอฟ ตลอดมาฉันใช้ชีวิตโดยที่ตาใจตัวเองมาตลอด อยากทำอะไรก็ทำ ชอบแบบไหนก็ทำ จนฉันไม่เคยประสบความสำเร็จในชีวต ฉันได้เรียนรู้การหักห้ามใจ การกระโดดข้ามขีดจำกัดจากที่นี่ โหห มันมีค่ามากสำหรับชีวิตฉัน มีประโยชน์มากๆ ก็แบบนี้แหละไอวายเอฟของเราโดนคนดูหมิ่นโดนดูถูก คนนั้นก็ไม่ได้สิ่งที่มีค่าเอง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเอง เหมือนกันเพชรที่ถูกทำลายมานับครั้งไม่ถ้วนผลสุดท้ายเพชรก้มีค่าที่สุด อยากฝากบอกพวกที่ดูหมิ่นนะคะว่า คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ คุณควรจะคิดได้แล้วว่า ชีวิตของคุณในตอนนี้มีความสุขกับอะไร การไปเที่ยว การมีเพื่อน การคบแฟน นั่นมันก็แค่ชั่วเวลาเดียว ถ้าคุณพบกับไอวายเอฟคุณจะได้พบเจอกับความสุขชั่วนิรันดร์ แบบที่ฉันเจอแล้วตอนนี้
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น