[ดาราศาสตร์]จุดมืดดวงอาทิตย์กำลังจะหายไป?

ความคิดเห็น

4

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

จุดมืดดวงอาทิตย์กำลังจะหายไป?

11 กันยายน 2552 รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)

เป็นเวลากว่าสองปีแล้วที่ดวงอาทิตย์ยังคงจมอยู่ในช่วงต่ำสุดของวัฏจักร สุริยะ ผิวหน้าดวงอาทิตย์ที่น่าจะเริ่มมีจุดมืดใหม่เกิดขึ้นทีละน้อยกลับว่างเปล่า บางครั้งอาจมีเพียงจุดเกิดขึ้นมาเพียงเล็กน้อยแล้วก็หายไปอีกนานหลายสัปดาห์ จากสถิติ ถือว่าดวงอาทิตย์กำลังหลับลึกที่สุดในรอบเกือบศตวรรษ จนเริ่มเกิดคำถามขึ้นมาว่า จุดมืดบนดวงอาทิตย์กำลังจะหายไปแล้วหรือ

"โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่ามันจะกลับขึ้นมาอีก" แมตต์ เพนน์ นักดาราศาสตร์จากหอสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์แห่งชาติสหรัฐฯ (เอ็นเอสโอ) ในทูซอน แอริโซนาให้ความเห็น "แต่.. มันก็มีหลักฐานว่ามันจะไม่กลับขึ้นมาเหมือนกัน"

เพนน์ และ บิลล์ ลิฟวิงสตัน จากเอ็นเอสโอได้สำรวจสนามแม่เหล็กของจุดมืดดวงอาทิตย์มาเป็นเวลา 17 ปี และพบว่าสนามแม่เหล็กในจุดมืดของดวงอาทิตย์กำลังลดลงในอัตรา 50 เกาสส์ต่อปี

"หากอัตรานี้ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป จุดมืดของดวงอาทิตย์จะหายไปหมดสิ้นในปี 2558" เพนน์กล่าวเตือน

การหายสาบสูญของจุดมืดอาจเป็นไปได้ เนื่องจากแท้จริงแล้วจุดมืดก็คือบ่อของสนามแม่เหล็กเข้มข้นที่ปิดขวางการไหล ของแก๊สร้อนจากใต้ผิวดวงอาทิตย์ เป็นเหตุให้ดูดำมืดคล้ำกว่าส่วนอื่น

"จากการวัดของเรา จุดมืดดวงอาทิตย์ดูเหมือนจะเกิดขึ้นเมื่อสนามแม่เหล็กเข้มกว่า 1,500 เกาสส์" ลิฟวิงสตันอธิบาย "หากสนามแม่เหล็กของจุดมืดกำลังลดลงต่อไปอย่างนี้ จุดมืดก็จะหายไปเพราะสนามแม่เหล็กต่ำเกินกว่าจะทำให้เกิดจุดมืดได้"

เมื่องานวิจัยนี้เผยแพร่ออกมา ก็ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงฟิสิกส์สุริยะทันที หนึ่งในนักดาราศาสตร์ที่ไม่เห็นพ้องกับเจ้าของงานวิจัยก็คือ เดวิด แฮทาเวย์ ผู้วชาญด้านจุดมืดดวงอาทิตย์ขององค์การนาซา

"เราไม่ข้องใจเรื่องข้อมูลจากการสำรวจ ลิฟวิงสตันกับเพนน์เป็นนักสำรวจชั้นยอด แนวโน้มที่เขาค้นพบก็ดูจะเป็นเรื่องจริง แต่การคาดคะเนของทั้งสองไม่น่าจะถูกต้อง" แฮทาเวย์ให้ความเห็น

แฮทาเวย์สังเกตว่า ข้อมูลส่วนใหญ่ในงานวิจัยนี้ได้มาหลังจากช่วงสูงสุดของวัฏจักรสุริยะ 23 ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างปี 2543-2545 กัมมันตภาพของจุดมืดจึงย่อมลดลงเป็นธรรมดาอยู่แล้ว การลดลงที่พบจึงเป็นลักษณะปกติของวัฏจักรสุริยะเท่านั้น ไม่ใช่สัญญาณว่าจุดมืดจะหายไปตลอดกาลแต่อย่างใด

เพนน์เองก็สงสัยในประเด็นนี้เช่นกัน "เทคนิคที่เราใช้ค่อนข้างใหม่ และข้อมูลก็สืบย้อนหลังไปได้แค่ 17 ปี จึงเป็นไปได้ที่สิ่งที่เราสังเกตพบเป็นเพียงขาลงช่วงสั้น ๆ ก่อนที่จะแกว่งกลับขึ้นมาอีกครั้งก็ได้"

เทคนิคที่ใช้ในการสำรวจนี้ คิดค้นขึ้นโดยลิฟวิงสตันจากกล้องโทรทรรศน์สุริยะแมกแมท-เพียร์ซ ใกล้ทูซอน วิธีนี้ใช้ส่องเส้นสเปกตรัมที่เปล่งออกมาจากอะตอมของเหล็กในบรรยากาศของดวง อาทิตย์ สนามแม่เหล็กของจุดมืดทำให้เส้นสเปกตรัมแยกออกเป็นสองเส้น เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่าการแยกซีแมน (Zeeman splitting) ตั้งชื่อตามนักฟิสิกส์ชาวดัทช์ ปีเตอร์ ซีแมน ที่ค้นพบปรากฏการณ์นี้ในคริสต์ศตวรรษที่ 19

นักดาราศาสตร์ได้วัดสนามแม่เหล็กของจุดมืดดวงอาทิตย์มาเป็นเวลาเกือบ ศตวรรษแล้ว แต่ส่วนใหญ่วัดสเปกตรัมของแสงขาวหรือแสงที่ตามองเห็น ส่วนลีฟวิงสตันเลือกที่จะสังเกตสเปกตรัมในย่านรังสีอินฟราเรด ซึ่งไวต่อปรากฏการณ์ซีแมนมากกว่าจึงให้ผลลัพธ์แม่นยำมากกว่า

หากว่าจุดมืดบนดวงอาทิตย์จะหายไปจริง ๆ ก็จะไม่ใช่ครั้งแรก ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ดวงอาทิตย์ก็เคยหลับยาวเป็นเวลานานถึง 70 ปี ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ดวงอาทิตย์แทบไม่มีจุดมืดเลย เป็นช่วงเวลาที่มีชื่อว่าช่วงต่ำสุดมอนเดอร์

"นี่จะเป็นสัญญาณบอกเหตุถึงช่วงต่ำสุดมอนเดอร์รอบใหม่หรือไม่ คงต้องรอดูกันต่อไป" ลิฟวิงสตันและเพนน์ทิ้งท้าย

ที่มา:


PS.  ก็ทุกนาทีฉันรู้สึก เชื่อใจ~~ [**เชื่อใจ - Lomosonic**]

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 7 ตุลาคม 2552 เวลา 10:04 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

4

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โอ้!!มันกำลังจะหายไปหรือนี่ จะดีหรือร้ายละเนี่ย แต่ว่ากลัวดำขึ้นอะ
    PS.  "ตราบใดที่ยังคงเห็นแสงริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์ จงก้าวเดินไปต่อไป แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะลำบากสักเพียงใดก็ตาม"
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทุกสิ่งมีเกิดก็ต้องมีดับ
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถ้ามันหายไป ก็คงจะมีแต่ความหนาว  ปรือออ
    PS.  KUROSHITSUJI, Don't mess with me!!!!
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    หายไปแล้วมันดีหรือไม่ดีอ่ะ  แต่เราอยากให้มีมากกว่านะ
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: