น้องๆที่เรียนญี่ปุ่น รู้ไหม คำช่วย ni กับคำช่วย de ต่างกันอย่างไร???

ความคิดเห็น

12

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

ตามกระทู้เลยน้องงง ใครรู้ช่วยแชร์กันแล้วกันคร้าบบบบ^^

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 เวลา 12:44 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

12

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ni   เน้น ที่หมาย  จุดหมายปลายทาง

    แต่

    de เน้นว่า  เดินทางไป  เน้นการเดินทาง แต่ว่า  ถึงหรือไม่ถึง อีกเรื่องนึง !  งงป่ะ
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    de - ใช้ชี้สถานที่ที่เกิดเหตุการ , การกระทำ ( ที่ )
         - ใช้แสดงเครื่องมือ วิธีการ วัสดุ , เกณฑ์ในการกระทำสิ่งไดสิ่งหนึ่ง ( by )
         -  ชี้สาเหตุมเหตุผล
         -  ใช้แสดงจำนวน "คน เวลา ราคา" ที่ใช้ในการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จ
         -  ใช้ชี้กลุ่มหรือขอบเขตที่นำมาเปรียบเทียบขั้นกว่าหรือขั้นสูงสุด ( ....กว่า,....ที่สุด )
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เรื่องนี้ยากอ่ะ -3-
    เวลาสอบก้มั่วอย่างเดียว
    อ่านแล้วอันไหนเข้าปาก
    ก็อันนั้นแหละ แต่ผิดทุกทีเลย TT^TT
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ni - ใช้ชี้สถานที่ที่เป็น" ที่อยู่ " มักใช้คู่กับกริยา aru,iru,sumu เป็นต้น
      
        - ใช้ชี้สถานที่ที่เป็น จุดหมายปลายทางของการเคลื่อนที่
      
        - ใช้ชี้สถานที่ที่มีผลของการกระทำปรากฏอยู่
      
        -  ใช้ชี้เวลาที่เกิดเหตุการณ์
        
        -  ใช้ชี้ผลของการเปลี่ยนแปลงมผลการตัดสินใจ
      
        -  ใช้ชี้จุดประสงค์ของการกระทำ

           มีอีกเยอะ ฃี้เกียจพิมพ์แล้วอ่าค่ะ >..<
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น้าแน๊กมาตอบให้นะครับ เตรียมปากกาดินสอ จดกันได้เล้ยย....

    คำช่วย
    NI

    -          ชี้จุดหมายปลายทาง ในการไปมากลับ ซึ่งจะสามารถใช้แทนกับคำช่วย  he ได้ครับ (แต่ความหมายโดยนัยต่างกันนิดหน่อยนะครับ) ตัวอย่างประโยคเช่น

          aa tomodachito gakkouni ikimasu. พรุ่งนี้จะไป โรงเรียนกับเพื่อนครับ/ค่ะ

     

    -          ชี้สถานที่ที่นำสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปติดอยู่ในสถานที่หนึ่ง มักจะใช้กับกริยาต่อไปนี้ คือ sutemasu(ทิ้ง), tomemasu(จอดรถ), okimasu(วาง), irimasu(ใส่), tsukimasu(มาถึง)  เป็นต้นนะครับ ตัวอย่างประโยคเช่น gomibakoni gomiwo sutetekudasai. กรุณาทิ้งขยะลงถังด้วยครับ

     

    -          ชี้สถานที่ที่มีอยู่ ใช้กับกริยามีอยู่ arimasu(ใช้กับสิ่งมีชีวิต) imasu(ใช้กับสิ่งไม่มีชีวิต) ตัวอย่างประโยคเช่น heyanonakani gakuseiga sannin imasuyo. มีนักเรียนอยู่ในห้องสามคนนะ

     

    -          ใช้ชี้กรรมรอง ใช้กับกริยาที่มีทั้งกรรมตรงและกรรมรอง เช่น agemasu / kuremasu(ให้), watashimasu(ส่ง, ยื่น) ซึ่งจะแปลว่า แก่..., แด่.... ตัวอย่างประโยคเช่น

    Kinou, watashiha koibitoni oishiike-kiwo agemaa. เมื่อวานนี้ผมมอบเค้กอร่อยๆให้กับแฟนครับ

     

    -          ใช้ชี้ผู้ที่ให้ หรือ ชี้ว่าได้รับอะไรจากใคร จะใช้กับกริยา moraimasu(ได้รับ), naraimasu(เรียน), karimasu(ยืม) ตัวอย่างประโยคเช่น watashiha tawansenseini nihogowo naraimaa. ผมเรียนภาษาญี่ปุ่นจากพี่ตะวัน

     

    -          ใช้ชี้จุดประสงค์ของการไปมากลับ จะใช้รูปประโยค VERB masu ตัด masu ออก แล้วเปลี่ยนเป็นคำช่วย ni + กริยา ikimasu(ไป) /kimasu(มา)/kaerimasu(กลับ) แปลว่า ไปเพื่อ มาเพื่อ กลับเพื่อ ตัวอย่างประโยคเช่น yuukosanwa uchihe shukudaiwo torini kaerimaa. คุณยูโกะกลับบ้านไปเอาการบ้านแล้ว (torini kaerimasu มาจาก  torimasu(เอา, หยิบ) แล้วตัว masu ออกเปลี่ยนเป็นคำช่วย ni + กริยา kaerimasu เพราะฉนั้นจะแปลว่า กลับไปเพื่อหยิบ....)

    คำช่วย DE

    -          ชี้สถานที่ที่ มีการกระทำเกิดขึ้น เช่น tabemasu(กิน), benkyoushimasu(เรียน,อ่านหนังสือ), oyogimasu (ว่ายน้ำ) ซึ่งถ้าเทียบกับอังกฤษจะเหมือน AT ตัวอย่างประโยคเช่น

    Watashiwa daigakuno shokudoude gohanwo tabeteimasu. หนูกำลังทานข้าวอยู่ที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยอยู่ค่ะ

    -          ชี้ ด้วย, โดย, วิธีการ จะใช้กับ เช่น hashide gohanwo tabemasu. จะใช้ตะเกียบกินข้าว(จะกินข้าวด้วยตะเกียบ) หรือ kurumade gakkouhe ikimasu. จะขับรถไปโรงเรียน หรือ (จะไปโรงเรียนด้วยรถ)

    อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างในเรื่องของสถานที่นะครับ จริงๆแล้วยังมีอีกบางความหมายที่ไม่ได้เอามาลง ยังไงใครสงสัยก็ถามน้าแน๊กได้นะครับ...

  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อยากเรียน เเต่เห็นเเล้วก็ท้อ ง่ะ-_-"
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อย่าไปท้อไอน้อง เชื่อน้าแน๊ก
    จริงๆแล้วมันไม่ยากหรอกครับ แต่อาจต้องมีวิธีการคิดแบบ เปลี่ยนเรื่องยากเป็นเรื่องง่ายอ่ะ
    ยังไงถ้าเรียนแล้วมีปัญหา ปรึกษาน้าแน๊กได้นะครับ ยินดีๆๆๆๆ ตอบได้จะตอบนะคร้าบบบบบบบ^^
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทำไมเก่งจังเลยครับ สอนใจอ่ะ อยากเรียนจังเลย1
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เอ่อออ ไม่เก่งหรอกครับ จำอาจารย์เค้ามาตอบหน่ะ 
    ..ว่าแต่ น้าแน๊กไม่ได้สอนหน่ะครับ แต่อยากถามไรถามมา ด้วยจะพยายามหามาตอบให้เน้ออออ..
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เรียน ยังไม่รุ้เลยๆ 555555


    PS.  แนะนำ ชิงทุนไปประเทศญี่ปุนให้ My.iD เลยนะ
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อืม ตั้งกระทู้ดีจัง ค้นหาง่ายดี เลยมีคำถามมาถามอ่ะคะ เพราะว่าอ่านเองน่ะคะ ตอนนี้ มึนมากเลย ขอทราบจากผู้รุ้นะคะว่า..

    &#12371;&#12371;&#12391;&#12288;&#12375;&#12419;&#12375;&#12435;&#12288;&#12434;&#12288;&#12392;&#12387;&#12390;&#12399;&#12356;&#12369;&#12414;&#12379;&#12435;&#12290;

    &#12371;&#12371;&#12395;&#12288;&#12376;&#12390;&#12435;&#12375;&#12419;&#12288;&#12434;&#12288;&#12392;&#12417;&#12390;&#12399;&#12356;&#12369;&#12414;&#12379;&#12435;&#12290;

    นิ กะ เดะ ต่างกันไงอะคะ รบกวรช่วย อธิบายสองประดยคนี้ให้หน่อยอ่ะคะ เพราะยังมองภามไม่ออกเลยย

    รบกวนด้วยนะคะ109
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ง่า อ่านฟร้อนญี่ปุ่นไม่ได้หลอคะ งั้นเอาใหม่ๆๆ

    koko de shashin wo totte wa ikemasen.
    and
    koko ni jitensha wo tomete wa ikemasen.

    รบกวรช่วยบอกความแต่งของ นิ กะ เดะ ด้วยนะ ว่า ตรงไหนที่มัน ชี้เฉพาะมันอ่ะคะ
    รบกวนด้วยนะคะ
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: