เปิดตำนาน ! มงกุฏนางสาวไทย + รูปนางสาวไทยตั้งแต่อดีต [Pic]

ความคิดเห็น

8

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

นางสาวไทย 

กาลเวลาผันผ่านมากว่า 7 ทศวรรษ สำหรับการประกวด "นางสาวไทย" เวทีอันทรง

เกียรติของสาวงามที่เพียบพร้อมด้วยความงาม ความสามารถ และไม่ว่ายุคสมัยใด 

อีกหนึ่งสิ่งที่งดงามและอยู่คู่เวทีและสาวงาม ก็คือ "มงกุฎ" รางวัลอันเป็น

สัญลักษณ์แสดงถึงความงดงาม ความสามารถของสาวไทยผู้ครอบครอง โดยแต่

ละยุคสมัยได้มีวิวัฒนาการการออกแบบที่สวยงามต่างกันไป ตั้งแต่ยุคนางสาว

สยามต่อมาเป็นนางสาวไทย จนถึงปัจจุบันในยุค ที่ 6 ซึ่งสนับสนุนโดยสถานีโทร

ทัศน์โมเดิร์นไนน์ และกำลังเฟ้นหาผู้ครองมงกุฎคนใหม่ คนที่ 45 ภายใต้แนวคิด 

"ทอแสงงามแห่งจิตใจ" ในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ ณ โรงละครอักษรา และชมการถ่าย

ทอดผ่านโมเดิร์นไนน์ทีวี ในเวลา 22.15 น. ของคืนวันเดียวกัน


การประกวดนางสาวไทย แบ่งจนถึงปัจจุบันได้ทั้งสิ้น 6 ยุค การออกแบบมงกุฎมี

ความแตกต่างกันไป ยุคที่ 1 พ.ศ. 2477 - พ.ศ. 2483 มงกุฎทำจากผ้าปัก เป็นผ้า

กำมะหยี่ ปักด้วยดิ้นเงินดิ้นทองเป็นลวดลายไทยต่างๆ เช่น ลายกนก ลายประจำ

ยาม ประดับเพชรให้ดูระยิบระยับ ออกแบบจัดทำโดยกรมศิลปากร เป็นแบบแผน

ของการสรรสร้างมงกุฎนางสาวสยาม-นางสาวไทยในยุคบุกเบิก โดยในปี 2482 

จากบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้ใช้คำว่า "ไทย" แทนคำว่า "สยาม" การประกวด

นางสาวสยามจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น นางสาวไทยตั้งแต่นั้นมา และเป็นปีแรกที่กำเนิด

สายสะพายนางสาวไทยด้วย จากนั้นในปี พ.ศ.2484 ประเทศไทยอยู่ในภาวะ

สงครามโลกครั้งที่ 2 จึงไม่มีการประกวดและใช้เวลาฟื้นฟูบ้านเมืองเป็นระยะเวลา

หลายปี จนกระทั่ง ยุคที่ 2 พ.ศ. 2491 - 2497 รัฐบาลได้สนับสนุนให้จัดการ

ประกวดนางสาวไทยขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ปี พ.ศ.2491 เป็นต้นมา เว้นไปหนึ่งปีคือ 

พ.ศ.2492 ซึ่งมีเพียงงานฉลองรัฐธรรมนูญเท่านั้น โดยสมัยนั้นมงกุฎยังทำจากผ้า

ปัก แต่มีการใช้เข็มกลัด และแหวนเพชร นำมาเสียบตกแต่ง จวบจนในปี 

พ.ศ.2497 เป็นปีสุดท้ายที่รัฐบาลมีบทบาทจัดการประกวด งานฉลองรัฐธรรมนูญได้

ถูกยกเลิกไป เนื่องจากเหตุผลทางการเมือง การประกวดนางสาวไทยซึ่งเป็นส่วน

หนึ่งของงานฉลองรัฐธรรมนูญจึงไม่ได้จัดขึ้นด้วย แต่ระหว่างนั้นก็ยังมีการประกวด

สาวงามอื่นๆ เวทีระดับท้องถิ่น และในโอกาสพิเศษเรื่อยมา จนถึงปี พ.ศ.2503 

สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยฯ ได้ทดลองจัดการประกวด "นางงาม

วชิราวุธ"
 
ขึ้น และริเริ่มให้เกิดประกวดนางสาวไทยขึ้นอีกครั้งใน ยุคที่ 3 พ.ศ. 

2507 

- 2515 ยกเว้นปี พ.ศ.2513 ไม่มีการประกวด ยุคนี้เป็นยุคแห่งการเติบโตของ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยใช้ตำแหน่งนางสาวไทยเป็นสื่อเผยแพร่ชื่อเสียง 

และการประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งมงกุฏที่ใช้ได้เปลี่ยนจากมงกุฏผ้าปักมา

เป็นมงกุฎเพชรเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นแบบเทียร่า (Tiara) คล้ายที่คาดผมมีลวดลาย

เป็นกระจัง ประดับเพชรแพรวพราวอยู่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็นก้านเล็กบางเบา 

ซึ่งออกแบบโดยสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยฯ มงกุฏชิ้นแรกนั้นตัวเรือนทำ

ด้วยเงิน ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ กว่า 200 เม็ด โดยนางสาวไทยที่ได้ครองมงกุฎ

เพชรคนแรก คือ อาภัสรา หงสกุล และเป็นนางงามจักรวาลคนแรกของไทย


ประภัสสร พานิชกุล ( นางงามมิตรภาพ ในการประกวด Miss Queen of The Pacific พ.ศ.2510 )
Prapassorn Panichakul ( Miss Congeniality of Queen of The Pacific 1967 )

จนมาในปี พ.ศ.2509 ได้มีการออกแบบมงกุฎใหม่ โดยฝีมือของสถาปนิกหนุ่ม

ใหญ่ บุรินทร์ วงศ์สงวน ที่ปัจจุบันก็ยังฝากผลงานออกแบบมงกุฎจนถึงปีล่าสุด ซึ่ง

ได้กล่าวว่า "ในปี พ.ศ.2509 ผมได้ออกแบบมงกุฏนางสาวไทยเป็นปีแรก โดยยึด

ตามแบบก่อนหน้า คือ แบบเทียร่า แต่ด้านหน้าจะดูใหญ่กว่าเสียหน่อย จนมา

เปลี่ยนเป็นรูปแบบคราวน์ คือ ครอบรอบศีรษะ ในปี พ.ศ.2511 ของแสงเดือน แม้น

วงศ์ และ พ.ศ. 2512 ของ วารุณี แสงศิรินาวิน ต่อมาในปี พ.ศ.2514 มงกุฎของ 

นิภาภัทร สุดศิริ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากมงกุฎแบบคราวน์แท้ๆ เมื่อ 2 ปีก่อน

หน้านี้มีน้ำหนักมาก จึงได้ประยุกต์มงกุฎแบบคราวน์นี้ใหม่ โดยยังคงความสูงที่ตรง

กลางด้านหน้า แต่ค่อยๆ ลดระดับจากด้านข้างลงมาถึงด้านหลัง เพื่อให้น้ำหนักเบา

ลง ผมคิดว่ามงกุฎเป็นสิ่งสำคัญอยู่คู่นางงาม เป็นสัญลักษณ์และเสริมให้ดูสวยสง่า 

จึงต้องทำให้สวยงามและสะดวกสบายผู้ใส่ด้วย และนับจากนั้นก็ยังคงใช้รูปแบบ

คราวน์ ที่ลดหลั่นไปด้านหลังแบบนี้ จวบจนปัจจุบัน" บุรินทร์กล่าว


จนกระทั่ง ในปี พ.ศ.2516 เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในเดือนตุลาคม จึงได้ระงับการ

ประกวดไปจนถึง พ.ศ. 2526 และได้รื้อฟื้นการจัดประกวดนางสาวไทยขึ้นอีกครั้ง 

เพื่อคัดเลือกตัวแทนไปประกวดนางงามจักรวาลใน ยุคที่ 4 พ.ศ.2527- พ.ศ.2542 

ยกเว้นปี 2539 ไม่มีการจัดประกวด เนื่องจากมีงานพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนคริน

ทราบรมราชชนนี ซึ่งในยุคนี้สถานีโทรทัศน์สีช่อง 7 ได้เข้ามาร่วมจัดการประกวด 

มงกุฎของบุรินทร์ วงศ์สงวน ยังคงได้รับความสนใจ ที่โดดเด่น ได้แก่ 

มงกุฏของภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ในปี พ.ศ.2531 ซึ่งเห็นได้ชัดเจนถึงมงกุฎที่

เป็นแบบคราวน์ และลดหลั่นไปด้านหลัง หรือมงกุฎของ ยลดา รองหานาม นาง

สาวไทยในปี 2532 เป็นชิ้นที่กล่าวขานกันว่าสวยที่สุด ซึ่งปีต่อๆมา ก็ยังเพิ่มเติม

ด้วยไอเดียใหม่ๆ เรื่อยมา ให้ดูทันสมัย เช่น มงกุฎของ ภัสราภรณ์ ชัยมงคล นาง

สาวไทยปี พ.ศ.2533 ดูสวยแหวกแนว ด้วยรูปเส้นดาวกระจาย ไม่มีลายกนก แต่

เป็นลายสมัยใหม่ใช้มาประกอบกัน หรือ มงกุฎของ จิระประภา เศวตนันทน์ นาง

สาวไทยปี พ.ศ.2534 ก็นับว่าเป็นแบบเพอร์เฟ็กท์ ฟอร์ม ที่สุด มีการใช้เพชรสี

น้ำเงินสีของของวชิราวุธมาตกแต่ง เป็นมงกุฏที่ได้มาตรฐานของยุค ต่อมาใน ยุค

ที่ 5 พ.ศ.2543 - พ.ศ.2550 ยกเว้นปี พ.ศ. 2548 ซึ่งเป็นยุคที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวี

ได้เข้ามาร่วมจัดการประกวด มงกุฎยุคนี้ยังเป็นแบบคราวน์ มีการปรับดีเทลเล็ก ๆ 

น้อย ๆ คือลวดลายภายในแตกต่างไปในแต่ละปี เช่น มงกุฎของ ปนัดดา วงศ์ผู้ดี 

นางสาวไทยปี พ.ศ. 2543 มีลวดลายที่อ่อนช้อย ละเอียด คล้ายกับเถาไม้เลื้อย ต่อ

มาในปี 2544 มงกุฎของ สุจิรา อรุณพิพัฒน์ ได้พัฒนาต่อมาจากปีก่อน เพิ่มเพชร

ล้อมพลอยสีน้ำเงิน บนปลายมงกุฎ ร่วมกับลวดลายกระจัง มีความโดดเด่นและลง

ตัวที่สุด จนกลายเป็นต้นแบบของมงกุฎในยุคนี้


ซึ่งในบางปีจะมีการปรับเปลี่ยนสีของอัญมณีที่ประดับบนหัวมงกุฎไปตามโอกาส

พิเศษ เพื่อเป็นที่ระลึกในแต่ละปี เช่น มงกุฎของ สิรินทร์ยา สัตยาศัย นางสาวไทย

ปี พ.ศ.2547 เป็นสีฟ้าอ่อนเนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลอง ครบ 72 พรรษา สมเด็จพระ

นางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ส่วนมงกุฎของ ลลนา ก้องธรนินทร์ นางสาวไทยปี 

พ.ศ. 2549 เป็นสีเหลือง เนื่องในวโรกาส พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี 

ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เป็นต้น


ยุคปัจจุบัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป เป็นยุคที่ อสมท หรือ สถานีโทรทัศน์โม

เดิร์นไนน์ เข้ามาร่วมจัดการประกวด โดยมงกุฎของ พรรณประภา ยงค์ตระกูล นาง

สาวไทยปี พ.ศ.2551 ยังคงเป็นแบบคราวน์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากมงกุฎของ 

วารุณี แสงศิรินาวิน นางสาวไทยปี พ.ศ.2512 ซึ่งเป็นมงกุฏลักษณะแบบคราวน์

สวมครอบบนศีรษะ ผสมผสานกับมงกุฎของ สุจิรา อรุณพิพัฒน์ นางสาวไทยปี พ.

ศ.2544 ที่มีฟอร์มสวย ผสานกับรูปกลีบบัว โดดเด่นที่จี้เพชรทรงหยดน้ำห้อยที่ยอด

มงกุฎ เมื่อมีการเคลื่อนไหวเพชรทรงหยดน้ำจะสร้างมิติ เปล่งประกายระยิบระยับ 

เฉกเช่นประกายงามแห่งปัญญา ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ของการประกวดปีที่แล้ว

สำหรับมงกุฎนางสาวไทยปี พ.ศ.2552 นี้ ยังคงกลิ่นอายที่คล้ายคลึงกับปี 2551 

เนื่องจากให้เกิดความสอดคล้อง ต่อเนื่อง และต้องการยึดเป็นต้นแบบเพื่อใช้

สำหรับนางสาวไทยยุคใหม่ ที่ออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ ต่อไปในทุกๆ ปี การ

ออกแบบผสมผสานจากแบบมงกุฎที่เป็นผลงานในอดีตของบุรินทร์ วงศ์สงวน ซึ่ง

ยังคงรูปแบบคราวน์เอาไว้ ด้านหน้าเห็นเป็นยอดมงกุฎที่ลดหลั่นกันไป 3 ยอด ตัว

เรือนทำด้วยเงินชุบทองคำขาว ประดับด้วยเพชรและมุกกว่า 1,000 เม็ด ส่องแสง

ระยิบระยับ มีตราเพชราวุธ ลงยาสีน้ำเงิน อันเป็นสีประจำสมาคมนักเรียนเก่า

วชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ล้อมด้วยเพชรเพิ่มความโดดเด่นตระการตา 

ส่วนตรงฐานมีลักษณะคล้ายกลีบบัว ซึ่งเป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความบริสุทธิ์ และสง่า

งาม ประดับด้วยไพลิน รอบตัวมงกุฎ มีความสวยงามอย่างลงตัว โดยใช้เวลาทำ

ประมาณ 3 เดือน


มงกุฎอันสง่างาม รางวัลสูงสุดแห่งเวทีนางสาวไทย กำลังรอสาวงามผู้เพียบพร้อม

ด้วย ความรู้ ความสามารถ จิตใจที่งดงาม มาครอบครอง... ร่วมลุ้น เป็นกำลังใจ 

ให้พวกเธอได้ในรอบตัดสิน วันที่ 28 ตุลาคม 2552 ณ โรงละครอักษรา ถนนราง

น้ำ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี ในเวลา22.15 น. ของคืนเดียวกัน

credit : www.yenta4.com

    

กันยา เทียนสว่าง : Kanya Teinsawang               วณี เลาหเกียรติ : Wanee Laohakeit

    

วงเดือน ภูมิรัตน์ : Wongdern Bhumirat                มยุรี วิชัยวัฒนะ : Mayuree Wichaiwattana

    

พิสมัย โชติวุฒิ : Pissamai Chotiwut                   เรียม เพศยนาวิน : Riam Pessayanavin

    

สว่างจิต คฤหานนท์ Sawangjit Karuharnon          ลัดดา สุวรรณสุภา Ladda Suwansupa

    

อัมพร บุรารักษ์ : Amporn Burarak                     อุษณีย์ ทองเนื้อดUsanee Thongnurdee

    

ประชิตร ทองอุไร : Prachit Thong-urai               อนงค์ (อัชชวัฒนา) นาคะเกศ : Anong Atchawattana

    

สุชีลา ศรีสมบูรณ ์: Sucheela Srisomboon           2507: อภัสรา หงสกุล ( นางงามจักรวาล คนที่ 14
                                                                    พ.ศ. 2508 ) 1964: Apasara Hongsakula
                                                                   ( Miss Universe 1965 )

    

* จีรนันท์ เศวตนันท์ ( รองนางงามนางงามจักรวาล พ.ศ. 2509 ) : Jeeranan Sawaittanan
( 2nd runner-up Miss Universe 1966 )

* ประภัสสร พานิชกุล ( นางงามมิตรภาพ ในการประกวด Miss Queen of The Pacific พ.ศ.2510 )
Prapassorn Panichakul ( Miss Congeniality of Queen of The Pacific 1967 )

    

* อภันตรี ประยุทธเสนีย์ ( ชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม ในการประกวดมิสยูนิเวอร์ส พ.ศ 2511 )
Apantree Prayuttasenee ( Best in Swimsuit, Miss Universe 1968 )

* แสงเดือน แม้นวงศ์ ( แต่งกายชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ในการประกวดมิสยูนิเวอร์ส พ.ศ. 2512 )
Sangdern Manwong ( Best National Costume of Miss universe 1969 )

    

* วารุณี แสงศิรินาวิน ( ตัวแทนสาวไทยเข้าร่วมประกวด มิสยูนิ้วอร์ส ปี 2514
เนื่องจากวารุณี แสงศิรินาวินมีอายุไม่ครบตามที่กองประกวดกำหนดในปี 2513 )
Warunee Saengsirinavin ( Thailand's representative in Miss Universe 1970)

* นิภาภัทร สุดศิริ Nipapat Sudsiri

    

* กนกอร บุญมา Kanok-orn Bunma

* สาวิณี (ปัจฉิมสวัสดิ์) ปะการะนัง ( ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม และ รองอันดับ 1 มิสซิสเวิลด์ 2531)
Savinee Pakaranang ( 1st runner up Mrs.World 1988 and best national costume )

    

ธารทิพย์ พงษ์สุข Tarntip Pongsuk                     ทวีพร คลังพลอย Taweeporn Klungploy

    

ชุติมา นัยนา : Chutima Naiyana                        ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ( นางงามจักรวาล พ.ศ.2531)
                                                                    Porntip Nakhirunkanok ( Miss Universe 1988) 

    

* ภัสราภรณ์ ชัยมงคล ( ขวัญใจช่างภาพมิสยูนิเวอร์ส 2533 )
Patsaraporn Chaimongkol - ( Miss Photogenic of Miss Universe 1990 )

* จิรประภา เศวตนันท์ Jiraprapa Sawaittanan

    

* อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ ( รองอันดับ 1 ชุดแต่งกายประจำชาติยอดเยี่ยม มิสยูนิเวอร์ส 2535 ณ ประเทศไทย )
Orn-anong Panyawong - ( 1st runner-up National Costume of Miss Universe 1992 )

* ฉัตรฑริกา อุบลศิร : Chattarika Ubonsiri

    

อารียา สิริโสภาAreeya Sirisopa                         ภาวดี วิเชียรรัตน์ Pavadee Wicheintrat

    

* 2539 ไม่มีการประกวด 1996: NO PAGEANT
รัชรา คำยา ตัวแทนสาวไทยเข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวอร์ส
( รองอันดับ 3 นางงามท่องเที่ยวนานาชาติ 2542 ณ ประเทศมาเลเซีย )
Niratchla Khamya Thailand's representative to Miss Universe 1996
( 3rd runner up Miss Tourism International 1999, Malasia )

* สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ Suangsuda Lawanprasert

     

ชลิดา เถาว์ชาลี Chalida Taochalee                   อภิสมัย ศรีรังสรรค์ Apisamai Srirangsan

    

ปนัดดา วงศ์ผู้ดี Panadda Wongpuudee              สุจิรา อรุณพิพัฒน์ Sujira Arunpipat

               

ปฏิพร สิทธิพงศ์ Patiporn Sittipong ( Noi )   น.ส.ชาลิสา บุญครองทรัพย์ (หมิง) Chalisa Boonkrongsap (Ming)

 

รินทร์ยา สัตยาศัย Sirinya Sattayasai

credit : http://webboard.yenta4.com/topic/349416

                                                    ***************

เราว่ามงกุฏ (เขียนหยั่งงี้ป้ะ ?) สมัยก่อนน่ากลัวๆ อ่ะ  

แถมๆ พี่วิว  มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์คนล่าสุด น่ารักๆ ><

พงศ์ชนก กันกลับ (วิว)

พงศ์ชนก กันกลับ (วิว)


ชื่อจริง                        นางสาว พงศ์ชนก กันกลับ

ชื่อเล่น                        วิว

วัน/เดือน/ปีเกิด          7 ตุลาคม 34

อายุ                            17 ปี

มีพี่น้อง                       2 คน

น้ำหนัก                       52 ส่วนสูง 176 

การศึกษา                   ร.ร.เศรษฐบุตรบำเพ็ญ

ลักษณะนิสัย                ร่าเริง, สนุกสนาน

สีที่ชอบ                       เขียว

อาหารจานโปรด         ต้มยำกุ้ง

ผลงานที่ผ่านมา          ละครพยัคฆ์ยี่เก

ความสามารถพิเศษ           นักกีฬาเทควันโด (สายดำ)

ความประทับใจในชีวิต      ได้เเชมป์กรมพละ

ความใฝ่ฝัน                        นักแสดง, นักกีฬาเทควันโดทีมชาติ

ดารา/ศิลปินคนโปรด         พิงค์กี้-สาวิกา ไชยเดช

เสียใจมากที่สุด                 การโดนโกงในการแข่งขันกีฬา

คติพจน์                              ทำวันนี้ให้ดีที่สุด


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 21 ตุลาคม 2552 เวลา 01:00 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

8

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้





    สาบานได้ป่ะ ว่านั้นคือ มงกุฏนางสาวไทย  >"<

  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    วิว เป็นMISS THAILAND WORLD ค่ะ


    PS.  เง๊กซึม
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คห.2

    อ้าว มิสไทยแลนด์เวิร์ล กับยูนิเวิร์สต่างกันยังไงหรอ ? 

  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มันคนละเวทีกันนะ นางสาวไทย กับ มิสไทยแลนด์เวิร์ล และ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส

    บางทีเราก็ งง หลายเวทีเกิน
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เรารู้แค่ว่า มิสไทยแลนด์เวิร์ล จะไปประกวด มิสเวิร์ล ต่อ
    มิสไทยแลนด์ยูนิเวิส ก็ประกวด มิสยูนิเวิส ต่อ
    ส่วนนางสาวไทย คงเป็นการประกวดในประเทศ ไม่มีการประกวดต่อ

    ถ้าเราเข้าใจไม่ผิดนะ ^^
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สมัยก่อนคนที่ได้ตำแหน่งนางสาวไทยต้องไปประกวดมิสยูนิเวิร์สหรือนางงามจักรวาลค่ะ
    แต่ต่อมาภายหลัง(ตั้งแต่ปีที่บุ๋ม ปนัดดาเป็นนางสาวไทย)คนที่ได้ตำแหน่งนางสาวไทยไม่ต้องไปประกวดมิสยูนิเวิร์สค่ะ
    และมีการก่อตั้งการประกวดนางงามขึ้นมาอีกเวทีนึงคือ มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ของช่อง7 ซึ่งคนที่ได้ตำแหน่งมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สจะต้องไปประกวดมิสยูนิเวิร์สหรือนางงามจักรวาลค่ะ
    ส่วนมิสไทยแลนด์เวิร์ล ก็มีมานานแล้วเหมือนกันเป็นของช่อง 3
    ส่วน พี่วิว นั้น เป็นมิสไทยแลนเวิร์ลนะ จขกท. ไม่ใช่มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส
    นางสาวไทยปีนี้ยังไม่ได้ประกวด แต่เปิดรับสมัครและหมดเขตรับสมัครไปแล้ว
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ๋อ จ้า จขกทแยกไม่ค่อยออก 

    แต่ที่เอาจขกทเอารูปพี่วิวมาลง แค่ชอบพี่วิว เค้าน่ารักดีจ้า

    ไม่ได้จะบอกว่าเค้าประกวดเวทีเดียวกัน

    ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นนะ อุตส่าห์ให้ความรู้เพิ่ม : DD

  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    thank you
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: