ความเครียด

ความคิดเห็น

1

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
1

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

ความเครียด

 

      ชีวิตทุกวันนี้ต้องผจญกับเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งสมหวังและผิดหวัง ทำให้อารมณ์ของคนเราคล้อยตามไปกับสาเหตุและปัจจัยเหล่านั้น ส่วนใหญ่เป็นเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน หรือไม่ก็เกิดขึ้นทันทีทันใดอย่างไม่คาดฝัน เมื่อไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที อารมณ์จะก่อตัวขึ้นทันที เพราะจิตใจไปยึดเหนี่ยวในสิ่งที่เป็นเหตุการณ์ทำให้เราผิดหวัง เสียใจ ตามมาด้วยความเป็นทุกข์ จากนั้นเมื่อหาทางออกของปัญหาไม่ได้ มันจะพัฒนาอารมณ์กลายเป็นความเครียดทันที

 
 

              ความเครียดมีการพัฒนาขึ้นเป็นหลายระดับ เริ่มต้นยังอยู่ในระดับต่ำ เพียงพอให้ภาวะจิตใจและร่างกายทนได้อยู่ อาจระบายอารมณ์ออกด้วยการพูดคุยปัญหาให้พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงได้รับฟังกันถ้วนหน้า ถ้ายังไม่เห็นทางออกก็ได้แต่ปลอบใจกันไปว่า อย่าคิดมาก การเล่าเรียนมีปัญหา สอบตกอยู่เรื่อยจนถูกรีไทร์ หรือหยุดเรียนกลางคัน ทั้งๆ ที่ตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่ได้เกเรหรือขี้เกียจอ่านหนังสือ แต่หัวสมองไม่ดีเอง พ่อแม่ที่ดีต้องไม่ด่าว่ากล่าว เสียดสี หรือซ้ำเติมลูก ควรให้กำลังใจ และหาทางออกให้กับลูก ลูกที่ดีต้องไม่ประชดตัวเอง หรือประชดชีวิตให้ตกต่ำลงไปอีก ต้องพร้อมต่อสู้ชีวิตต่อไป ความเครียดที่เกิดขึ้นจะค่อยๆ ลดลงจนกลับคืนสู่ภาวะปรกติเอง

                            ความเครียดในระดับต่ำอาจพัฒนาสูงขึ้นจนถึงระดับสูงสุดที่คนๆ นั้นจะทนไหว ทุกคนมีระดับความเครียดสูงสุดไม่เท่ากัน บางคนทนได้ไม่มาก และบางคนสามารถทนได้มาก ขึ้นอยู่กับว่า บุคคลนั้นเคยเรียนรู้เกี่ยวกับความเครียดและมีประสบการณ์มามากน้อยเพียงใด เคยมีครอบครัวอบอุ่นมาก่อนหรือไม่ เด็กบางคนมีความทุกข์ใจ และเกิดความเครียดกรณีพ่อแม่ทะเลาะกันทุกวัน จนกระทั่งหย่าขาดจากกันและแยกทางเดินกัน ถ้าเป็นเด็กเล็กจะรู้สึกเหงา เพราะพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งทอดทิ้งไป ถ้าเป็นเด็กวันรุ่นอาจฆ่าตัวตาย ประชดพ่อแม่ไปเลย ตามที่เคยมีข่าวในหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์

 

                                ความเครียดที่พัฒนาจนเกินระดับสูงสุด ภาวะจิตใจและร่างกายไม่สามารถทนได้ จะเกิดอาการป่วยทางประสาท เป็นโรคจิตหลอกหลอน ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ บุคคลเช่นนี้ต้องเข้ารับการรักษาภายในโรงพยาบาลจิตเวช กลายเป็นผู้น่าสงสาร อาจทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้ตัว ถ้าเคยรักษาตัวจนอาการดีขึ้นและกลับมาพักรักษาตัวที่บ้านก็อย่าชะล่าใจ ว่าหายดีแล้ว ไม่กินยา และถูกปล่อยทิ้งไว้อยู่ลำพังคนเดียวกับลูกน้อยทารก ก็เกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นได้ ตามข่าวในทีวีโทรทัศน์เคยรายงานว่า แม่ป่วยเป็นโรคจิต ใช้มีดแทงลูกทารกวัยห้าเดือนเศษจนเสียชีวิต และห่อศพลูกมานั่งหัวเราะอยู่หน้าหอพักคอนโดมิเนียมรอคอยสามีกลับจาก ที่ทำงาน เป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญและเศร้าใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก นี่คือตัวอย่างความเครียดของจิตใจ พัฒนาไปสู่ความคับข้องใจจนเกิดอาการป่วยทางจิตประสาท ไม่สามารถแก้ไขปัญหาชีวิตตนเองได้

 

                                  การแก้ไขปัญหาความเครียด ต้องเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน ขั้นแรกอย่าหมกมุ่นกับปัญหามากนัก คลายความยึดมั่นถือมั่นลง หรือไปมีสมาธิกับเรื่องอื่นที่ตนเองสนใจ ความเครียดจะลดระดับลงได้ แต่ถ้าต้องเผชิญกับเหตุการณ์นั้นต้องทำจิตใจให้ว่างเปล่า อย่าเป็นคนคิดมาก บางครั้งเหตุการณ์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราคิดไปเอง เด็กนักเรียนบางคนเคยสอบได้ที่หนึ่งมาตลอด แพ้ไม่เป็น เวลาใกล้สอบกลัวว่าจะสอบไม่ได้ที่หนึ่ง จึงเป็นกังวลและเกิดความเครียด หรือเด็กบางคนอ่านหนังสือไม่ทัน เกรงว่าจะสอบไม่ได้ อาจมีอาการอาเจียน เลือดกำเดาไหล เพราะความเครียดไปกระตุ้นให้น้ำย่อยออกมากัดผนังกระเพาะทะลุจนเป็นโรค
กระเพาะได้ และไปกระตุ้นกล้ามเนื้อเรียบของผนังหลอดเลือดแดงบีบตัวมากขึ้น เกิดความดันโลหิตสูงขึ้นไปทำให้เส้นเลือดฝอยในจมูกแตก มีเลือดไหลออกจากจมูก ให้คิดเสียว่าถ้าเราเครียดมากไป ต้องไปพบแพทย์เพราะความเจ็บป่วยทางกาย ยิ่งไม่เป็นผลดีกับเราเลย บางครั้งต้องทำใจและพูดกับตนเองว่า ช่างมันเถอะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เราทำเต็มที่แล้ว ในสถานการณ์แบบนี้ พ่อแม่ต้องเข้าใจลูก ให้กำลังใจและปลอบโยนลูก ไม่คาดหวังหรือบีบคั้นลูกจนเกินไป

 

                                ขั้นตอนต่อไปคือหาทางออกของปัญหา หรือแก้ไขปัญหา ไม่ว่าปัญหาที่เราคาดว่าจะเกิดขึ้น หรือได้เกิดขึ้นแล้วก็ตาม ตั้งสติและสัมปชัญญะให้ได้ อย่าตีโพยตีพายด้วยอารมณ์ สาเหตุอยู่ที่ไหน กับใคร ให้ไปแก้ไขตรงนั้น ถ้าผลการเรียนไม่ดี ก็ต้องมานั่งทบทวนว่า เราตั้งใจเรียนหรือไม่ อ่านหนังสือมากพอหรือยัง หรือเรามีวิธีอ่านหนังสือแบบผิดวิธีหรือไม่ ทบทวนเนื้อหาในหนังสือให้ทันกับช่วงเวลาที่สอบหรือไม่ ถ้าคิดว่าเทอมนี้สู้ไม่ไหว ต้องถูกรีไทร์จากมหาวิทยาลัยแน่นอน ขอให้พักการเรียนเอาไว้ก่อน วางแผนไว้สู้ใหม่ในเทอมหน้า หรือปีถัดไป ถ้ากรณีบ้านต้องถูกยึดจากธนาคารเนื่องจากผ่อนไม่ไหวหรือตกงาน ควรหาคนช่วยเหลือให้ผ่อนต่อไปหรือเจรจากับเจ้าหนี้ธนาคารเพื่อผ่อนปรนใน เรื่องการผลัดชำระหนี้สิน ทุกเรื่องมีทางออกของปัญหา เวลาผ่านไปเหตุการณ์จะคลี่คลายไปเอง ขอเพียงแต่เราอดทนและตั้งใจแก้ไขปัญหา ทุกอย่างจะดีขึ้นและกลับคืนสู่สภาพปรกติเอง อย่าลืมว่าปัญหามีไว้แก้ไข ไม่ใช่มีไว้เพื่อตีตนไปก่อนไข้จนเพิ่มความเครียด ทุกปัญหามีทางออกทั้งสิ้น                                                 


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 31 ตุลาคม 2552 เวลา 20:30 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

1

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
1
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    จริงค่ะ

    ขอบคุณนะคะ

    ^^

    แก้ไขที่ตัวเองก่อน


    PS.  ทุก comment คือ กำลังใจของ Writer Thank You~*
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: