[สาระ] ภาวะโรคจิตเภทชนิดหวาดระแวงและอาการหลงตัวเอง Paranoid Schizophrenia & Narcissism

~r@kIa~ 1504280 0.00 3,448 12 พ.ย. 52 20:38 น.
ความคิดเห็น

45

ติดตามกระทู้

6

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
44

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ



วันนี้มีกระทู้สาระมาฝากค่ะ  

เผื่อใครมีไอเดียไปแต่งตัวละครในนิยาย  สามารถนำข้อมูลไปอ้างอิงบุคลิกตัวละครได้นะคะ


(Part I)

Paranoid Schizophrenia


Paranoid Schizophrenia หมายถึง โรคจิตเภทแบบหวาดระแวง  ต้องมี Schizophrenia ต่อท้ายเสมอนะคะเพราะคำนี้แปลว่า "โรคจิตเภท" ค่ะ  ถ้า Paranoid เฉย ๆ หมายถึงอาการหวาดระแวงค่ะ

พารานอยด์ (paranoid) หรือ หวาดระแวง หมายความถึง อาการทางจิตอย่างหนึ่ง ได้แก่ ความสงสัยคิดเกินเลยจนเป็นความระแวง มีตั้งแต่น้อยๆ นั่นคือคนอื่นอาจพูดคุยโน้มน้าวใจด้วยเหตุผลก็พอจะโยกคลอนได้ ไม่เชื่อแบบฝังแน่น

แต่หวาดระแวงมากๆ คือฝังแน่นอย่างสุดลิ่ม ไม่ว่าใครจะนำหลักฐานอะไรมาก็ไม่เชื่อ เชื่อตัวเองอย่างเดียว ประการหลังนี่เองที่เรียกว่าเป็นความผิดปกติหรือมีอาการทางจิต

คนหวาดระแวงที่อายุมาก หรือมีการศึกษา เวลาระแวงจะสังเกตได้ยาก เพราะเขาจะรู้ว่าควรระแวงแบบไหนทำให้ดูไม่ผิดปกตินัก

สำหรับรายที่ระแวงมาก ๆ หรืออายุน้อย เช่น วัยรุ่นกลุ่มโรคจิตเภท ค่อนข้างชัดเจน อาจมีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน ไม่ดูแลตัวเอง ไม่ไปเรียน ไม่ไปทำงาน แสดงว่าผิดปกติชัดเจน แต่ถ้าทำงานอะไรได้ตั้งหลายอย่าง ต้องดูอาการอื่น ๆ ถ้าไม่แน่ใจอาจปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะบางรายต้องใช้การทดสอบทางจิตวิทยา

รายที่มีอายุมาก สาเหตุไม่ชัดเจน ต้องตรวจร่างกายด้วย ผู้ป่วยบางรายมีอาการทางกาย เช่น ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ เนื้องอกในสมอง โรคเอสแอลดีขึ้นสมอง ก็ทำให้เกิดความหวาดระแวงได้ จิตแพทย์ต้องสังเกตว่ามีอาการทางกายด้วยหรือไม่

หากพบคนเช่นนี้แก้สถานการณ์อย่างไร?

ต้องสังเกตให้ได้ก่อนว่าคนนี้น่าสงสัย คนที่หวาดระแวงคือคนที่อาจระแวดระวังผิดปกติ เช่น หลบมุม ถือวัตถุสิ่งของที่อาจเป็นอาวุธ อย่างนั้นต้องรีบออกห่าง ถ้าไม่ทันสังเกต หรือไม่ได้คาดการณ์มาก่อน ที่ควรทำคืออย่าไปโต้แย้ง เขาพูดอะไรมาก็ฟังเรื่อยๆ ก่อนพยายามปลีกตัว หรือแจ้งตำรวจตรวจสอบ

กรณีเลี่ยงไม่ได้ จำเป็นต้องใช้วิชาป้องกันตัว หรือใช้คำพูดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเขา โดยธรรมชาติคนหวาดระแวงจะกังวลว่าตัวเองจะถูกทำร้าย เพราะฉะนั้นเขาต้องป้องกันตัวเอง ทำอะไรที่น่าสงสัยขึ้นมาไม่ดีเขาจะทำร้ายก่อน

การป้องกันไม่ให้มีอาการหวาดระแวง

โดยทั่วไปร่างกายมีกลไกตามธรรมชาติอยู่แล้วในการป้องกัน คือเหตุผล เช่น สงสัยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็จะหาเหตุผลว่าใช่หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็ล้มเลิกไป นอกจากนั้น สถานการณ์บางอย่าง เช่น อยู่ในสังคมที่หวาดระแวง หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ถ้ามีความระแวงบ้างอาจมีประโยชน์ เพราะระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่หวาดระแวงแบบนี้ไม่ใช่อาการ เป็นความระแวดระวัง  แต่มากเกินไปก็ไม่ไหวคนรอบข้างจะทนไม่ได้เอา


ต่อมามาดูอีกคำที่ (ไม่) น่าจะสับสนกันนะคะ

คำนั้นคือคำว่า "วิตกจริต" ค่ะ

วิตกจริต  ตรงกับภาษาอังกฤษว่า  be worried about  แปลว่า คิดหวาดระแวงไปในทางร้าย

มาดูจากพจนานุกรมกันบ้างนะคะ


ฉบับราชบัณฑิตยสถานระบุไว้ว่า    วิตกจริต  [วิตกกะจะหฺริด, วิตกจะหฺริด] ว. มีนิสัยคิดไปในทางร้ายทางเสีย. (ป.).

ฉบับอ.เปลื้อง ณ นคร  แปลไว้ว่า     วิตกจริต ว. มักประพฤติตรึกตรองเป็นนิสัย, มีนิสัยคิดเป็นห่วงในกิจการอยู่เสมอ.

ถ้าเราเอาคำนี้มาแยกจะพบว่า          วิตก หมายถึง ความตรึก, ตริ, การยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ หรือปักจิตลงสู่อารมณ์ การคิด, ความดำริ ; ไทยใช้ว่าเป็นห่วงกังวล  หรืออาจหมายถึงเป็นทุกข์   ร้อนใจ  เป็นกังวล

                                                        จริต [จะหฺริด] น. ความประพฤติ, กิริยาหรืออาการ

รวมกันจะได้ว่า  วิตกจริต หมายถึง พื้นนิสัยหนักในทางตรึก, มีวิตกเป็นปรกติ   มีความประพฤติหรือกิรินาอาการที่แสดงออกถึงความร้อนใจ เป็นทุกข์ เป็นกังวล

ซึ่งวิตกจริตอาจมีอาการหวาดระแวง แต่ไม่ใช่อาการของจิตเภท  ภาวะวิตกจริตสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนค่ะ แนวทางแก้ไขคือการกำหนดจิต ทำสมาธิ เจริญอานาปานสติกัมมัฏฐาน


แถมอีกคำแล้วกัน  "วิกลจริต" ค่ะ

วิกลจริต เอาสั้น ๆ ได้ใจความก็คือ คำนี้ตรงกับคำว่า บ้า ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานค่ะ

จะเห็นได้ว่า  วิตกจริตกับวิกลจริตนั้นไม่เหมือนกัน  วิตกจริตนั้นยังปกติอยู่ แต่วิกลจริตนี่บ้าค่ะ  ต้องได้รับการรักษานะคะ

สุดท้ายนี้หวังว่า ผู้อ่านทุกท่านคงจะได้ไอเดียอะไรกลับไปบ้างไม่มากก็น้อยค่ะ  โดยเฉพาะ ส่วนที่เน้นข้อความให้นะคะ ^^ สาระค่ะ สาระ

ปล. หากจะนำข้อความในกระทู้นี้ไปอ้างอิง ขอให้ใส่เครดิทที่ลินลงด้านท้ายนี้ไว้ด้วยนะคะ  ขอบคุณค่ะ


credit :
nachart@yahoo.com << ไม่ใช่ของลินนะคะ ของคุณหมอค่ะ
NECTEC's Lexitron Dictionary
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พจนานุกรม ไทย-ไทย อ.เปลื้อง ณ นคร



(Part II)

Narcissism

จาก part I ได้ไอเดียอะไรบ้างไหมคะ  มาลองดู part II บ้างนะคะ  เวลาแต่งนิยายตัวละครมักจะมีบุคลิกหลากหลายกันไป ซึ่งตัวละครตัวหนึ่งที่มีบุคลิกเป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจก็คือ  ตัวละครที่มีบุคลิกแบบ Nascissism หรือ ภาวะหลงตัวเอง ค่ะ

อาการหลงตัวเอง  เป็นอาการหนึ่งของผู้มีบุคลิกภาพผิดปกติ  

จิตแพทย์ได้กล่าวไว้ว่า อุปนิสัยหรือบุคลิกภาพที่สะท้อนความเป็นตัวตนของบุคคลมาจากกรรมพันธุ์ 50% ส่วนอีก 50% มาจากพัฒนาการและการเลี้ยงดูของครอบครัว

สภาวะที่ทำให้กลายเป็นคนหลงตัวเองคือ การเลี้ยงดูที่ผิดตั้งแต่เยาว์วัย เช่น การตามใจลูกมากเกินไป  ไม่กล้าขัดใจ ไม่ลงโทษเมื่อทำผิด เอาใจตลอดเวลา เด็กเลยไม่รู้จักคำว่า "ไม่"  ไม่รู้จักอุปสรรค เคยชินแต่กับคำว่า "ได้" ชีวิตขึ้นอยู่กับความพอใจของตัวเอง มักจะไม่มีความอดทน ชอบเอาชนะเพราะเอาชนะพ่อแม่จนเคยชิน  และคิดว่าตัวเองถูก

คนหลงตัวเองที่พบได้บ่อยในสังคมมักเป็นคนที่มีอำนาจ  ไม่มีใครกล้าวิจารณ์  คนที่คิดว่าตัวเองเก่ง  มั่นใจตัวเองสูง ไม่ฟังความคิดเห็นผู้อื่น  ยึดมั่นความคิดตัวเองเป็นสำคัญ  คิดว่าความคิดเห็นของตัวเองถูกฝ่ายเดียว และมองคนอื่นต่ำต้อยกว่าตัวเอง

คนหลงตัวเองมักทำงานร่วมกับผู้อื่นยาก เพราะยึดติดกับตัวเอง  ต้องการให้คนอื่นนอบน้อมและยอมให้ตัวเองตลอด  คิดว่าตัวเองไม่มีปัญหาและคิดว่าคนอื่นมีปัญหาตลอดเวลา  คนที่อยู่ด้วยเกิดความลำบากใจเพราะไม่ฟังความเห็นคนอื่น คิดว่าความเห็นคนอื่นสู้ของตนไม่ได้  รู้สึกว่าตัวเองฉลาดกว่าใคร ๆ ทั้งหมด  หรือพูดง่าย ๆ คือคิดว่าคนอื่นโง่กว่าตัวเอง ยิ่งกับผู้ที่อายุน้อยกว่า  ประสบการณ์น้อยกว่า ยิ่งไม่อยู่ในสายตา และจะเเสดงออกมาทางสายตาและอาการภายนอก คือ ไม่ยอมรับฟังความเห็นของคนอื่น นอกจากไม่รับฟังแล้วยังตอบโต้กลับแบบดูถูกดูแคลนในสติปัญญาอีกฝ่าย

จริง ๆ แล้วคนเราควรจะหลงตัวเองอยู่ในระดับหนึ่ง มี self - esteem พอประมาณ  หากไม่มีความพอใจ ไม่ภาคภูมิใจในตัวเองเลยจนกลายเป็นคน low - self esteem จะยิ่งอยู่ในสังคมได้อย่างลำบาก

อย่างไรก็ตามควรมีความพอดีในการชื่นชมตัวเอง  การหลงตัวเองมาก ๆ จนเกิดผลเสียกับตัวก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ตัวอย่างเช่น คนที่คุณก็รู้ว่าใคร


(เนื้อหาข้างล่างนี้อาจสปอยล์ค่ะ)

สำหรับคนไม่เคยอ่านแฮร์รี่  คนที่คุณก็รู้ว่าใคร เป็นตัวละครในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นบุคคลที่มี self - esteem สูงมาก  เชื่อมั่นในตัวเองเพียงอย่างเดียวไม่สนใจคนรอบข้าง กลุ่มคนที่สามารถอยู่ข้างกายเขาได้ (อาจไม่เรียกข้างกาย ที่จริงคือต่ำกว่า) มีเพียงผู้ที่ยอมสยบให้อำนาจของเขา  เทิดทูนบูชาเขา  และเห็นว่าเขาอยู่เหนือกว่ามนุษย์อื่นทั้งหมด  คนที่คุณก็รู้ว่าใครมองเห็นแฮร์รี่ต่ำกว่าและดูถูกอยู่เสมอ  ผลสุดท้ายก็อย่างที่ทุกคนทราบกันดี พระเอกชนะอยู่แล้ว

อีกตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนและเป็นที่มาของศัพท์คำนี้ก็คือ Narcissus ที่หลงกับรูปโฉมของตัวเองจนถึงแก่ความตาย (ยาวอะ ขี้เกียจเล่า)



credit:
รศ. นพ. รณชัย  คงสกนธ์ คณะแพทยศาสตร์ รพ. รามาธิบดี



มีข้อสงสัยซักถามได้นะคะ หรืออยากให้อธิบายเพิ่มตรงไหนก็บอกได้ค่ะ (ยังกะนั่งเลกเชอร์ ) :P

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2552 / 01:53

PS.   อันตัวเรานี้หนอ ก็แมงกะพรุนดีๆนี่เอง - - ลอยไปลอยมาไม่ทำไร - - แต่ถ้าใครมากวนใจ = = ตาย !!

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 30 พฤษภาคม 2556 เวลา 21:22 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

45

ติดตามกระทู้

6

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
44
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    วิตกจริต วิกลจริต วิตกจริต วิกลจริต ใกล้วิปริต.....
    (จาก Sket Dance เล่มสามมั้ง)
    PS.  Mju AERO [Who are We? INTANIA!!!] Boeing 747-4D7 Thai Airways GE CF6-80C2B1F HS-TGX Sirisobhakya
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคฮินามิซาว่า !!
    ทฤษฎีขบคิด


    PS.  ทุกสิ่งที่ทำให้เธอเสียใจ เชสเซอร์จะ... ทำลายมัน
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โอ้ว ชอบจังกระทู้สาระเกี่ยวกับคำแบบนี้
    PS.  มองหน้าเรอะ เดี๋ยวจุดไฟเผาเลย เจี๊ยกๆ!
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมก็ระแวงนู่นนี่อยู่บ่อย ๆ จะเข้าข่ายรึเปล่าหว่า? 555
    PS.  ก็แค่ความเห็นไม่ตรงกัน มันเป็นสัจธรรมของโลก
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มันแล้วแต่สิ่งที่เขาเคยเผชิญมาขอรับ
    ขอตอบตามตรง เมื่อก่อนผมไม่ค่อยหวาดระแวงอะไร พอเจอมรสุมขนาดยักษ์เข้า ก็เป๋..... บอกตามตรงเข้าใจว่าการอยู่คนเดียวท่ามกลางความมืดในโลกมันเป็นยังไงเลยขอรับ

    ตอนนี้ผมก็รู้จัระวังตัวมากขึ้น หวาดระแวงไหม? มันมีคนเคยทำให้เป็น เลยต้องดูไปก่อน ยังไม่คบลึกนัก
    แต่ตอนนี้ก็คิดว่าช่างมันขอรับ อย่าไปหวังอะไรกับการทำดีมาก รู้จักระวังคน แต่อย่าระแวงให้มากเกิน น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดขอรับ

    อย่างไรก็แล้วแต่ หากไม่ระวังคนเลย จะจนใจเองนะท่าน การระวังคนไม่ถือเป็นเรื่องวิกลจริตแต่อย่างใดเพราะคนในสังคมก็ร้อยพ่อพันธ์แม่
    PS.  The rule For me, It's nothings
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    หิวข้าวว -0-



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2552 / 21:39

    PS.   อันตัวเรานี้หนอ ก็แมงกะพรุนดีๆนี่เอง - - ลอยไปลอยมาไม่ทำไร - - แต่ถ้าใครมากวนใจ = = ตาย !!
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เอ่อ...
    เปิดกระทู้รักษาโรคจิตเภทกันใช่ไหมเนี่ยครับ???


    PS.  ...มันไม่ใช่พีเอสนะ มันคือปัจฉิมลิขิตต่างหาก...
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แชร์ความรู้เจ้าค่ะท่าน

    เอ แล้วพี่บอลระแวงอะไรกันน้า  อยากรู้จัง
    PS.   อันตัวเรานี้หนอ ก็แมงกะพรุนดีๆนี่เอง - - ลอยไปลอยมาไม่ทำไร - - แต่ถ้าใครมากวนใจ = = ตาย !!
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อาการพารานอยด์นี่ก็น่าสนใจนะคะ โดยเฉพาะที่เข้าขั้นผิดปกตินี่ก็นะ... (เทอมนี้ลงจิตวิทยาเบื้องต้นด้วย เข้าทาง 55)

    อยากลองนำไปเขียนเป็นนิยายดูเหมือนกัน คงจัดอยู่ในแนวระทึกขวัญ...เหอๆๆ
    PS.  My name is MiyaJung :: Dakishimete Dakshimete~
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อันหลังนี่เป็นกันเยอะแฮะ - -*
    PS.  PS. PS. PS. PS. PS. PS. PS. PS. PS. PS. PS. PS. PS.
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ท่านวอร์คเป็นหรอคะ อิอิ แต่ลินว่า ที่น่ากลัวที่สุดน่าจะเป็น

    Combine paranoid narcissism นะคะ 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2552 / 18:05

    PS.   อันตัวเรานี้หนอ ก็แมงกะพรุนดีๆนี่เอง - - ลอยไปลอยมาไม่ทำไร - - แต่ถ้าใครมากวนใจ = = ตาย !!
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    กรณีนี้ถือว่าเข้าข่ายไหมหว่า
    - เชื่อมั่นว่านิยายที่เขียนดีที่สุด ไม่มีใครทำได้ ไม่ว่าจะเป็นฉากฉุดนางเอก เอานางเอกไปขัง บราๆ ตนเองคิดได้ก่อนใคร เป็นต้นกำหนดพล็อตในตำนาน
    - คนที่ไม่เห็นด้วย หรือมีความคิดขัดแย้งเพราะอิจฉา
    - หวาดระแวงว่าจะมีคนลอกพล็อตในตำนานของตนเอง
    - หมั่นเข้าไปตรวจนิยายที่ติดอันดับสูงๆ ค้นหาจุดที่เหมือนนิยายตัวเอง แม้จะเป็นประโยคพื้นๆ ก็สามารถเหมาว่าถูกลอกได้ 

  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เฮ้อ.....

    ผมว่ามันก็เป็นกันทุกคนล่ะท่าน
    เห่อๆๆ
    PS.  The rule For me, It's nothings
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อันท้ายนี่ธรรมดาโลกครับ...

    แต่ถ้ายิ่งรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเองมากเท่าไหร่ อาการหลงตัวเองก็จะเหลือน้อยลงครับ...


    PS.  ...มันไม่ใช่พีเอสนะ มันคือปัจฉิมลิขิตต่างหาก...
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    บางคนก็มีสภาวะ ปฏิเสธที่จะมองเห็นของเสียของตัวเองค่ะ

    คนแบบนี้ยิ่งอยู่ไปก็ยิ่งหลงตัวเองหนักขึ้นเรื่อย ๆ

    ถ้าวันไหนที่ค้นพบความจริง ก็จะทนไม่ได้ค่ะ (หรืออาจจะไม่รอมเชื่อ  ไม่ยอมรับความจริงนั้น และแสดงออกมาในอาการที่หลงหนักกว่าเดิม)
    PS.   อันตัวเรานี้หนอ ก็แมงกะพรุนดีๆนี่เอง - - ลอยไปลอยมาไม่ทำไร - - แต่ถ้าใครมากวนใจ = = ตาย !!
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


    ซึ้ง....กับข้อมูลเลยนะคะ

    ^________^


    PS.  จากนคราห่างมาหลายแสนลี้ จากราตรีค่อยเคลื่อนเลือนลับหาย จากคิมหันต์วสันต์เหมันต์กลาย จากชีพวายไม่สิ้นกลิ่นไอรัก
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สองโรคที่ว่า เคยเป็นอยู่บ้างบางครั้ง แต่อันหลังนี่พอนึกถึงความจริง ก็ไม่ค่อยหลงตัวเอง ชมตัวเองน้อยลง (จะมีหลงตัวเองอีกทีก็ตอนที่ต้องการกำลังใจล่ะนะ(พูดว่าโกหกตัวเองน่าจะถูกกว่า))
    มีช่วงหนึ่งที่ชอบออกจากบ้านแล้วกลับเข้ามาตรวจดูว่าถอดปลั๊กไฟเรียบร้อยแล้วหรือยัง ปิดน้ำแล้วหรือยัง เพราะแต่ก่อนเคยเปิดน้ำทิ้งไว้ เปิดไฟทิ้งไว้ เสียบเตารีดทิ้งไว้ อย่างนี้เขาเรียกว่าโรคย้ำคิดย้ำทำใช่ไหมครับ แต่ตอนนี้ก็ไม่เป็นแล้วล่ะ
    PS.  ทว่านั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเราค่อยพูดถึงในโอกาสต่อไป
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


    ความคิดเห็นที่ 17
    แถบสถานะโหวตลบโหวตเก็บความคิดเห็นนี้
    บอร์ดมีอะไรใหม่?
       คะแนนเห็นด้วย 0
    สองโรคที่ว่า เคยเป็นอยู่บ้างบางครั้ง แต่อันหลังนี่พอนึกถึงความจริง ก็ไม่ค่อยหลงตัวเอง ชมตัวเองน้อยลง (จะมีหลงตัวเองอีกทีก็ตอนที่ต้องการกำลังใจล่ะนะ(พูดว่าโกหกตัวเองน่าจะถูกกว่า))
    มีช่วงหนึ่งที่ชอบออกจากบ้านแล้วกลับเข้ามาตรวจดูว่าถอดปลั๊กไฟเรียบร้อยแล้วหรือยัง ปิดน้ำแล้วหรือยัง เพราะแต่ก่อนเคยเปิดน้ำทิ้งไว้ เปิดไฟทิ้งไว้ เสียบเตารีดทิ้งไว้ อย่างนี้เขาเรียกว่าโรคย้ำคิดย้ำทำใช่ไหมครับ แต่ตอนนี้ก็ไม่เป็นแล้วล่ะ

    PS.  ทว่านั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเราค่อยพูดถึงในโอกาสต่อไป
    Name : น้ำโขง < My.iD > [ IP : 118.173.68.75 ]
    Email / Msn: momo_casiopeia(แอท)hotmail.com
    วันที่: 13 พฤศจิกายน 2552 / 19:38

    อันหลังนี่อาจไม่ใช่โรคย้ำคิดย้ำทำนะครับ แต่เป็นโรค "กลัวแม่ด่า"
    ผมก็เป็น เหอะๆ....

    แก้ ทำไมจะพิมพ์ว่าย้ำคิดย้ำทำ กลายเป็นพิมพ์ว่าหลงตัวเองไปได้ฟะ ?

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2552 / 22:10

    PS.  Mju AERO [Who are We? INTANIA!!!] Boeing 747-4D7 Thai Airways GE CF6-80C2B1F HS-TGX Sirisobhakya
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทรายแอบเป็นนาซีซัส ขี้จิตตก


    PS.  "งานที่เราใฝ่ฝัน ก็คืองานที่เราทนรอที่จะทำไม่ไหว...เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ใจ มันอยากจะทำให้เร็วที่สุด" (Christ Widener)
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คห. 19

    จิตตก คืออาการหดหู่อย่างหนึ่ง รู้สึกว่าชีวิตไร้สีสันมืดมน  บางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า

    ส่วนนาซิสซัสนั้น ไม่หดหู่ค่ะ  เขามีความสุขกับการเฝ้ามองรูปโฉมของตัวเองและชื่นชมมันมากจนไม่สนใจสิ่งอื่น  แน่นอนว่าเขาย่อมรู้สึกว่าตัวเองมีค่าที่สุดในโลกนี้ สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดรวมถึงการจะรักษาชีวิตตัวเองให้รอด  ดังนั้นนาซืสซัสจึงนั่งเฝ้ามองเงาของตัวเองจนตายค่ะ

    ที่พูดมานี่คือจะบอกว่า  ลินงงน่ะท่คน ๆ เดียวสามารถเป็นนาร์ซิสซัสพร้อม ๆ กับมีอาการจิตตกได้
    PS.   อันตัวเรานี้หนอ ก็แมงกะพรุนดีๆนี่เอง - - ลอยไปลอยมาไม่ทำไร - - แต่ถ้าใครมากวนใจ = = ตาย !!
  21. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นิดๆหน่อยๆจ่ะ

    จิตตกที่สิวขึ้นทีสี่เม็ดเรียงกันเป็นรถไฟ

    อารมณ์นี้ สะเทือนใจ ไม่อาจชมว่า "สิวที่ว่าอัปลักษณ์ อยู่บนหน้าฉันก็ยังงดงามได้" อ่ะ

    =_=''


    อ๋อ ที่แวะมา จะมาพิมพ์พอดี แต่เห็นเขียนตอบ เลยใส่ คห. นี้เลยแล้วกัน

    "ขอบคุณนะค้า ที่นำความรู้มาฝากกัน"


    PS.  "งานที่เราใฝ่ฝัน ก็คืองานที่เราทนรอที่จะทำไม่ไหว...เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ใจ มันอยากจะทำให้เร็วที่สุด" (Christ Widener)
  22. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    Narcissus ใช่ที่มันเป็นตำนานว่า หลงรักเงาตนเองในน้ำ จนตกน้ำตายหรือเปล่า
    PS.  ♥ หัวใจของนักเขียน คือ ความสุขของผู้อ่าน ♥
  23. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตกน้ำตาย?  ไม่เคยได้ยินนะคะ แต่ก็ไม่แน่เพราะตำนานพวกนี้มักมีหลายเวอร์ชัน

    อันที่ลินได้ฟังมาคืออดข้าวอดน้ำตายค่ะ  คือเฝ้ามองแต่เงาจนร่างกายซูบผอมขาลีบหยั่งรากลงสู่ผืนดินกลายเป็นต้นนาร์ซิสซัสค่ะ

    ปล. ถึงคห. 21 ดีใจจังที่ชอบ  ไว้จะหาอะไรที่น่าสนใจมาฝากอีกค่ะ รอติดตามด้วยนะคะ ^^
    PS.   อันตัวเรานี้หนอ ก็แมงกะพรุนดีๆนี่เอง - - ลอยไปลอยมาไม่ทำไร - - แต่ถ้าใครมากวนใจ = = ตาย !!
  24. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


    ปรัมปรากรีก ทรายเหมือนเคยอ่านว่า 

    นาร์ซีซัสหล่อและหลงรูปตัวเองระดับหนึ่งอยู่แล้ว เลยไม่แยแสชายหญิงใดๆที่มาตกหลุมรักเลย

    แล้วไม่รู้ไปทำท่าไหนให้เทพี(สักองค์) โกรธ จึงสาปให้ฮีหลงรูปตัวเองขึ้นเป็นเท่าตัว

    วันนึงเข้าไปในป่า เจอธารน้ำ เห็นเงาตัวเองสะท้อน จึงเอาแต่มอง บอกรักตัวเอง เป็นทุกข์ที่ไม่สามารถเอาเงาสะท้อนของตัวเองออกมาได้

    อยู่อย่างนั้นจนตาย แล้วก็กลายเป็นดอกไม้ชื่อนาร์ซีซัส (ดอกนี้มีจริงในโลกค่ะ ที่ไทยก็มี)


    แอบเพิ่มเติม 

    ตอนที่นาร์ซีซัสหลงรูปตัวเองอยู่กับธารน้ำ มีนางไม้(หรือนางสวรรค์นี่ล่ะ) ชื่อเอกโค่ ที่โดนเทพีเฮร่าสาปให้พูดได้แต่คำสุดท้ายของประโยคตามชาวบ้าน (เพราะเฮร่าหึง นึงว่าเป็นชู้กับเทพซีอุส) 

    เอกโค่เห็นนาร์ซีซัสก็รักแรกพบ (เพราะเขาหล่อมาก =_='')
     
    ตอนที่นาร์ซีซัสบอกรักตัวเอง
     
    "ข้ารักเจ้า"

    เอกโค่ก็พูด

    "เจ้า เจ้า เจ้า"

    นาร์ซีซัสโกรธมากที่โดนล้อเลียน เลยด่าเข้าให้

    เอกโค่ชี้ช้ำ ตาย กลายเป็นเสียงเอกโค่ที่เราจะได้ยินตามป่า และหุบเขาค่ะ


    สนุกเนอะ ปกรณัมกรีกเนี่ย


    PS.  "งานที่เราใฝ่ฝัน ก็คืองานที่เราทนรอที่จะทำไม่ไหว...เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ใจ มันอยากจะทำให้เร็วที่สุด" (Christ Widener)
  25. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ประมาณว่ามันจะโผล่มาเป็นบางครั้งบางคราว ขอย้ำ บางครั้งบางคราว


    PS.  เจ๋งได้อีกครับพี่!!
  26. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    กระทู้มีสาระดีนะเนี่ยพี่ลิน

    กวางแอบเป็นพารานอยด์ ฮ่าๆๆๆ  ชั่วครั้งชั่วคราวน่ะ
    PS.  ถ้าเปลี่ยนสถานะจาก"เพื่อน"เป็นอื่น ฉันคงไม่เหลืออะไรเลย
  27. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    พารานอยด์บ้างนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรค่ะ  ขอแค่ อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน

    สำหรับตำนานนาร์ซิสซัส/เอคโคที่ลินอ่านนะคะ

    เอคโคเป็นนางไม้ที่มีเสียงไพเราะมาก ชอบร้องเพลง เล่านิทานให้ใคร ๆ ฟังอยู่เสมอ และยังเป็นนางไม้ที่จิตใจงดงามมากด้วย

    เอคโคเป็นที่โปรดปรานของอโฟรไดท์เป็นพิเศษ  จนอโฟรไดท์สัญญาจะให้พรเพื่อให้เอคโคสมหวังในความรัก

    แต่เอคโคในขณะนั้นยังไม่มีความรัก  อโฟรไดท์จึงบอกให้เอคโคเรียกหาตนเมื่อต้องการ

    แล้วเคราะห์ร้ายก็มาถึงเมื่อเอคโคบังเอิญไปเจอซุสเเอบหนีมาพลอดรักกับนางไม้อีกตนหนึ่งเข้า

    และเมื่อมองไปอีกทางก็พบเฮร่ากำลังเดินเขามาใกล้ด้วยท่าทางโมโหมาก ด้วยความใจดีของเอคโค (บ้างก็ว่าเอคโคโลภอยากเอาใจซุส)

    เอคโคจึงเข้าไปขวางเฮร่า  กล่อมให้เฮร่าเชื่อว่า ซุสมาหาเฮร่าแต่ไม่พบจึงกลับโอลิมปัสไปแล้ว (คือที่เฮร่ามาเพราะมีคนบอกเฮร่าว่า ซุสอยู่ที่นี่ เอคโจึงโกหกว่าซุสมาก็จริงแต่มาเพื่อตามหาเฮร่า เมื่อไม่พบก็กลับโอลิมปัสไป) เฮร่าหลงเชื่อเอคโคจึงกลับไปหาซุสที่โอลิมปัส

    ทางด้านซุส ไหวตัวทันตอนเอคโคเข้าไปขวางเฮร่าจึงพรางตัวไว้ เมื่อเฮร่าไปซุสก็ออกมาขอบคุณเอคโค และถอดแหวนตัวเองมามอบให้เป็นรางวัล

    ทางด้านเฮร่าเมื่อกลับไปโอลิมปัสไม่พบซุสก็กลับมาหาเอคโค และเห็นเอคโคใส่แหวนซุสจึงรู้ทันทีว่าโดนหลอก

    เฮร่าจึงสาปเอคโคให้พูดได้แค่เพียงประโยคสุดท้ายที่ได้ยินเท่านั้น (เพราะเอคโคใช้เสียงหลอกเฮร่า เฮร่าจึงสาปที่เสียงของเอคโค)

    (เดี๋ยวต่อนาร์ซิสซัสอีกเม้นนะคะกลัวยาวเกิน)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2552 / 13:35

    PS.   อันตัวเรานี้หนอ ก็แมงกะพรุนดีๆนี่เอง - - ลอยไปลอยมาไม่ทำไร - - แต่ถ้าใครมากวนใจ = = ตาย !!
  28. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มาพูดถึงนาร์ซิสซัสกันบ้าง

    นาร์ซิสซัสเป็นเด็กหนุ่มรูปงาม  สาวใดที่เห็นล้วนเป็นลมไปก่อนจะได้พูดคุยด้วยทำให้นาร์ซิสซัสเชื่อมั่นในรูปโฉมตัวเองมากและไม่คิดว่ามีหญิงใดเทียบตนได้

    อยู่มาวันหนึ่ง (วันเดียวกับที่เกิดเรื่องกับเอคโค) นาร์ซิสซิสซัสหลงป่าหาทางออกไม่ได้ และเดินวนเวียนไปพบเอคโคที่กำลังเศร้าเสียใจจากคำสาปของเฮร่าอยู่

    เอคโคเมื่อเห็นรูปโฉมที่งดงามของนาร์ซิสซัสก็หลงรัก และเข้าไปหาหมายจะคุยด้วย  ส่วนนาร์ซิสซัสก็ดีใจที่เจอคนจะได้ถามทางออกจากป่า

    แต่ไม่ว่านาร์ซิสซัสจะถามเอคโคอย่างไร นางก็เอาแต่พูดทวนประโยคหลังของเขา นาร์ซิสซัสโกรธมากต่อว่าเอคโคอย่างรุนแรงแล้วจากไปทำให้เอคโคหัวใจสลาย

    เอคโคร้องไห้เสียใจและอ้อนวอนต่ออโฟรไดท์ (ในใจ) ขอให้อโฟรไดท์ช่วยทำให้ความทุกข์หายไป อโฟรไดท์จึงทำให้เอคโคกลายเป็นสายลมลอยไปทำให้ความเศร้าของเอคโคหายไป แต่เหลือเสียงของเอคโคไว้เพราะอะโฟรไดท์ชอบเสียงนี้มากไม่อยากให้มันสลายไปด้วย

    นอกจากจะช่วยเอคโคให้พ้นทุกข์แล้ว อโฟรไดท์ยังแก้แค้นให้เอคโคด้วยการสาปให้นาร์ซิสซัสที่ทำลายความรักของเอคโคต้องไปรักกับคนที่ไม่มีวันรักตอบ ซึ่งนั่นก็คือตัวเขาเอง

    นาร์ซิสซัสหลงป่าไปเจอบึงน้ำแห่งหนึ่ง เมื่อเขานั่งพักที่ริมน้ำก็พบเงาของตัวเองสะท้อนออกมา  นาร์ซิสซัสคิดว่าเงานั้นเป็นสตรีที่งดงามที่สุด เขาหลงรักเงานั้นในทันที แต่เมื่อเอื้อมมือเข้าไปหา เมื่อมือสัมผัสน้ำ เงานั้นก็แตกกระจายไป

    นาร์ซิสซัสิดว่าผู้ที่ตนหลงรักเป็นภูตน้ำ (หรือนางไม้ที่อยู่ตามบึงอันนี้ก็ไม่แน่ใจ) และคิดว่านางไม้นั้นขี้อายจึงหนีไปเมื่อเขายื่นมือเข้าไปหา แต่กลับมาอีกเพราะนางไม้นั้นก็มีใจให้เขาเช่นกัน

    ทางด้านเสียงของเอคโคที่ลอยตามนาร์ซิสซัสมาก็พูดทวนประโยคสุดท้ายของนาร์ซิสซัสอีก คือเมื่อนาร์ซิสซัสบอกเงาในน้ำว่า ฉันรักเธอ เอคโคก็พูดตามว่า รักเธอ  นาร์ซิสซัสจึงยิ่งเข้าใจว่า เงาในน้ำนั้นก็รักตนเองเช่นกัน

    หลังจากนั้นนาร์ซิสซัสก็นั่งเฝ้ามองแต่เงานั้นไม่ขัยบเขยื้อนไปไหนอีก จนกลายเป็นต้นนาร์ซิสซัส (เขาบอกว่าต้นนี้มักจะขึ้นใกล้ ๆ บึง ใกล้แหล่งน้ำค่ะ)

    เพ่มเติมอีกนิด บางตำนานกล่าวว่า เอคโคเศร้าเสียใจจึงหลบหนีผู้คนเข้าไปอยู่ในถ้ำ เป็นเหตุให้เราได้ยินเสียงเอคโคเวลาพูดในถ้ำค่ะ (แต่เรื่องอโฟรไดท์แก้แค้นให้เอคโคนั้นเหมือนกัน)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2552 / 13:37

    PS.   อันตัวเรานี้หนอ ก็แมงกะพรุนดีๆนี่เอง - - ลอยไปลอยมาไม่ทำไร - - แต่ถ้าใครมากวนใจ = = ตาย !!
  29. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ้าว นาร์ซิสซัสเป็นผู้ชายเหรอครับ เพิ่งทราบ
    เพราะส่วนใหญ่คนที่เป็นนาร์ซิสซัสที่ผมเคยเจอ ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงก็มักจะใจตุ๊ด เป็นตุ๊ด หรือไม่ก็เป็นกุลเกย์ซะมาก
    PS.  Mju AERO [Who are We? INTANIA!!!] Boeing 747-4D7 Thai Airways GE CF6-80C2B1F HS-TGX Sirisobhakya
  30. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เอ่อ...  งั้นเรามาลองวิเคราะห์นาร์ซิสซัสกันไหมคะ

    ข้อมูลที่เรามี : นาร์ซิสซัสอาศัยอยู่กับแม่แค่สองคน  ไม่เคยสนทนากับผู้หญิงอื่นเพราะไม่ว่าสาวคนไหนมาเจอหน้าก็จะเป็นลมหมดสติไปในทันที  และนาร์ซิสซัสหลงรักเงาของตัวเองในน้ำจนพบจุดจบ

    บทวิเคราะห์ : การที่นาร์ซิสซัสอาศัยอยู่กับแม่เพียงสองคนและไม่เคยคุยกับหญิงอื่น ทำให้ตัวนาร์ซิสซัสมองว่าหญิงอื่นนั้นไร้ค่าเพราะไม่มีใครทนความหน้าตาดีของตัวเองได้ และเช่นกัน นาร์ซิสซัสก็คงจะสองชายอื่นว่าไร้ค่าด้วยเพราะชายเหล่านั้นหน้าตาไม่สู้ตน  หรืออีกมุม  ชายอื่นสามารถคู่กับหญิงที่ตนตีค่าว่าไม่คู่ควรกับตนได้  ดังนั้นชายอื่นย่อมไม่คู่ควรกับตนเช่นกัน

    ในคนปกติ ลูกชายมักจะหลงรักแม่ตัวเองและพยายามเอาชนะพ่อ (เพราะพ่อคือคนที่แม่รัก) ในทางจิตวิทยาเรียกปมนี้ว่า ปมอีดีปุส

    สำหรับลูกชายที่อยู่กับแม่เพียงสองคนก็จะไม่มีพ่อให้เอาชนะ  ตัวเองคือคนเดียวที่แม่รักจึงมักสำคัญตนผิด คิดว่าคนอื่นก็จะต้องให้ความสำคัญกับตนเช่นเดียวกับมี่แม่ให้ และบางคนก็จะเลียนแบบแม่ (ในทางจิตวิทยา การเลียนแบบแม่เป็นพฤติกรรมของลูกสาว  เพราะลูกสาวหลงรักพ่อจึงเลียนแบบเพราะแม่คือคนที่พ่อรัก คิดว่าการเลียนแบบแม่จะทำให้พ่อรักตน)

    กรณีของนาร์ซิสซัสไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นชายแท้หรือไม่เพราะไม่เคยสัมผัสสตรี แต่เราลองมาดูการที่หลงรักตัวเองในน้ำ

    การที่นาร์ซิสซัสหลงรูปตัวเองนั้น ตามตำนานกล่าวว่า เนื่องจากเงาที่นาร์ซิสซัสเห็นนั้น มีเงาของแสงสะท้อนออกมาจากในน้ำ เหมือนมีแสงออร่าทำให้นาร์ซิสซัสมองเห็นเป็นสาวผมยาว  แสดงว่านาร์ซิสซัสหลงรักสตรี  ถ้าเป็นเช่นนั้นนาร์ซิสซัสก็เป็นชายแท้

    แต่หากเรามองว่า เงาสะท้อนในน้ำย่อมต้องเหมือนร่างต้นแบบทุกประการ แสดงว่านาร์ซิสซัสที่หลงรักเงาของตัวเองได้นั้น รักเพศเดียวกัน  ถ้ามองจากกรณีนี้ นาร์ซิสซักก็ย่อมไม่ใช่ชายแท้ค่ะ


    หมายเหตุ  บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้นค่ะ
    PS.   อันตัวเรานี้หนอ ก็แมงกะพรุนดีๆนี่เอง - - ลอยไปลอยมาไม่ทำไร - - แต่ถ้าใครมากวนใจ = = ตาย !!
  31. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ที่ว่านาร์ซิสซัสมองเงาตัวเองจากในน้ำแล้วหลงรักอาจจะไม่ได้แปลว่าเขาเป็นเกย์ก็ได้มั้งครับ

    เพราะผู้ชาย เห็นใครหน้าสวยๆหวานๆ ก็อนุมานเอาไว้ก่อนแล้วว่าผู้หญิง
    ดูอย่าปอ○ ตรีช○า ที่ผู้ชายแท้ๆยังหลงรักเพราะหน้าสวย (แต่ผมไม่เอานะ)
    พูดกันตรงๆคือ เวลาผู้ชาย (ส่วนใหญ่) มอง เขามองและตัดสินกันที่หน้าก่อนครับ ส่วนอย่างอื่นมองทีหลัง

    เป็นไปได้ (มาก) ว่านาร์ซิสซัสอาจจะยังไม่เคยเห็นหน้าตัวเองเลย รู้แต่ว่าตัวเองหน้าตาดีจากที่คนอื่นบอก
    พอเห็นเงาของตัวเองที่หน้าสวยจนสตรียอมแพ้ ก็คิดว่าเป็นผู้หญิงและหลงรักทันที

    ฉะนั้นจุดนี้ผมว่าอนุมานไม่ได้ว่าเขาเป็นกุลเกย์นะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2552 / 15:53

    PS.  The person is not immortal so we should do everything before all of the thing'll diasappear
  32. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ้าว ลืมอีกแล้ว ข้างบนนั่นของผม Sirisobhakya นะครับ เช็กไอพีดูได้เลย
    พอดีลงมาใช้เครื่องข้างล่าง น้องล็อกอินเอาไว้


    PS.  The person is not immortal so we should do everything before all of the thing'll diasappear
  33. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อันนี้ไม่ทราบ ก็วิเคราะห์ไปเรื่อย

    นาร์ซิสซัสนั้นเชื่อว่าตัวเองหน้าตาดีอยู่แล้วค่ะ ถ้าในตำนานจะบอกว่า หลงรักเงาตัวเองเพราะคิดว่าเป็นผู้หญิง ก็เลยลองวิเคราะห์อีกมุมดูว่า เป็นไปได้มั้ยที่นาร์ซิสซํสรู้ว่าเงานั้นเป็นผู้ชายแต่ก็ยังหลงรักได้ เพราะตอนปฏิเสธเอคโคนั้น นาร์ซิสซัสปฏิเสธชนิดทำร้ายจิตใจและกล่าวดูถูกว่าไม่มีหญิงใดคู่ควรกับตน


    (บ่น : เมื่อไม่มีหญิงคนไหนคู่ควรก็ไปเอาชายด้วยกันซะเถอะ)

    แต่สำหรับเอคโคตามตำนานจะบอกว่าเป็นนางไม้ที่สวย งดงามทั้งกายและใจจนอโฟรไดท์ยอมรับเลยค่ะ
    PS.   อันตัวเรานี้หนอ ก็แมงกะพรุนดีๆนี่เอง - - ลอยไปลอยมาไม่ทำไร - - แต่ถ้าใครมากวนใจ = = ตาย !!
  34. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นึกถึงการินเล่มล่าสุด อ๊ะอ๊าง~ อยากอ่านต่อ 


    PS.  โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านความคิดเห็น...
  35. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    จิตเภทมันจะบ่งชี้ได้ว่าเป็นจริงๆ ก็ต่อเมื่อ ใช้ชีวิตตามปกติชาวบ้านเขาไม่ได้จริงๆนา...ดังนั้นถ้าพวกความคิดพารานอยด์แต่แสดงออกภายนอกปกติ ก็ยังถือว่าปกติอยู่ล่ะ
    แต่ที่กล่าวมามันออกจะเป็นประเภท 'ระแวงแบบไม่มีสาเหตุ' มากกว่าจะ 'ยึดตัวเองอย่างเดียว' นิ--คือนั่งอยู่เฉยๆ พี่ท่านก็สามารถนึกระแวงไปไกลโข หูแว่ว ประสาทหลอน ฯลฯ ได้มากมายมหาศาล ทั้งที่มันไม่มีอะไรเลย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองน่ะระแวงแบบไม่มีสาเหตุ

    ...คือหวาดระแวง เพราะเชื่อประสาทสัมผัสของตัวเอง ซึ่งเราว่ามันก็ไม่ได้ผิดหรอก (แต่ความจริงเป็นไงนี่อีกเรื่อง 55+)


    PS.  ในม่านหมอกอันเป็นมายานั้น...มีความจริงแฝงเร้นมากน้อยเพียงใด?
  36. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    paranoid  กับ paranoid schizophrenia ไม่เหมือนกันค่ะ ขอโทษด้วยที่อธิบายไม่เคลียร์

    paranoid เป็นอาการหวาดระแวง คนที่มีอาการนี้ไม่ได้จัดว่าเป็นโรคจิตเภท  ยังใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนคนทั่วไปไม่ได้เป็นโรคจิตนะคะ

    ถ้าจะจัดว่าเป็นโรคจิตเภท คือมีการวินิจฉัยเป็น paranoid schizophrenia ต้องได้รับการตรวจและวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทางค่ะ

    ส่วนเรื่องที่ว่าผิดไหม?  ถ้าหวาดระแวงไปเองคนเดียวก็ไม่ผิด แต่ถ้าหวาดระแวงว่า คนโน้นคนนี้คิดร้ายเลยต้องทำร้ายเขาก่อนนี่ก็ผิดแน่นอนค่ะ แต่คนพวกนี้ก็มักจะไม่คิดว่าตัวเองผิดอยู่แล้ว ทั้ง ๆ ที่ไปทำร้ายเขาก่อนก็ยังคิดว่าที่จริงตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ (คือทั้งที่เขาไม่ได้คิดร้าย ก็ระแวงไปเองว่า การกระทำของเขาจะทำให้ตัวเองเดือดร้อนจึงต้องทำร้ายเขา) แล้วก็คิดว่าตัวเองคือผู้เสียหายซะงั้นน่ะ

    เจอแบบนี้ก็ขออยู่ห่าง ๆ ดีกว่า รับไม่ไหวจริง ๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2552 / 05:19

    PS.   อันตัวเรานี้หนอ ก็แมงกะพรุนดีๆนี่เอง - - ลอยไปลอยมาไม่ทำไร - - แต่ถ้าใครมากวนใจ = = ตาย !!
  37. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เคยอ่านใน ELLE เมื่อนานมาแล้วด้วยค่ะ
    เขาบอกกันว่าในฮอลลีวู้ดนี่พวกนาร์ซิสซัสก็มีเยอะไป
    สวยๆ อย่างกวินเน็ธ พัลโทรว์ยังเป็นเลย
    80% ของพวกนาร์ซิสซัสยังเป็นเพอร์เฟ็คท์ชั่นนิสด้วย

    นานจิตตัง !
    PS.  Sometimes we want to be someone --Katherine Heigl
  38. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    กระทู้นี้ช่างสะเทือนใจจริงๆ ความรู้เท่าหางอึ่ง... 

    ทำไม อ่านแล้ว....

    จำอะไรไม่ได้เลยฟะ กรี๊ดด  

    ขออนุญาตแสดงความเห็นบ้างแล้วกันเนอะ ใครอ่านกระทู้นี้แล้วคิดว่า "เฮ้ย!! ตูเคยเป็นแบบนี้เหมือนกันทีหว่า นี่ตูเป็นโรคจิตหรือเปล่าเนี่ย"

    ไม่ต้องตกอกตกใจไป คือว่า จริงๆ อาการเหล่านี้ใครๆ ก็เป็นได้ค่ะ  

    ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเป็นโรคจิตนะ แต่มีอาการทางจิตกันคนละเล็กๆ น้อยๆ เนื่องจากมันก็มีหลายแบบ บางอันเป็นโรค บางอันเป็นความผิดปกติที่บุคลิก  แต่การจะฟันธงว่าใครเป็นหรือไม่เป็นโรคจิตโรคประสาท นอกจากอาการที่เป็น จะมีเรื่องของความรุนแรงของอาการ และระยะเวลา ความต่อเนื่องของอาการด้วย

    ไม่ใช่ว่าทุกคนมีอาการแล้วเป็นโรคจิตนะ เย็นใจได้ค่ะ

    ถ้าคุณยังสามารถรับรู้ เวลา สถานที่ และบุคคล ได้อย่างปกติ ไม่เพี้ยนจากชาวบ้าน 

    อย่างมากก็เป็นโรคประสาทเท่านั้นแหละ ไม่ใช่โรคจิตหรอก

    สบายใจได้ ๆ ^^


    PS.  เพราะโลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล... ฉันจึงดีใจที่ได้รู้จักเธอ
  39. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นึกขึ้นได้ว่าเคยทำรายงานเรื่องนาซิสซัสเหมือนกันนะเนี่ย ไว้ต้องไปคุ้ยมาแปะบล็อกบ้างแล้ว ขอบคุณบทความดีๆ ที่มาเผื่อแผ่ความรู้ให้ทุกคนเน้อ
    PS.  เพราะโลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล... ฉันจึงดีใจที่ได้รู้จักเธอ
  40. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ยินดีค่ะ  ดีใจที่ชอบไว้ว่าง ๆ จะหามาลงอีกนะคะ
    PS.   อันตัวเรานี้หนอ ก็แมงกะพรุนดีๆนี่เอง - - ลอยไปลอยมาไม่ทำไร - - แต่ถ้าใครมากวนใจ = = ตาย !!
  41. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    หึ หึ หึ
    ขึ้นท็อปด้วย หึ หึ หึ....
    PS.  Mju AERO [Who are We? INTANIA!!!] Boeing 747-4D7 Thai Airways GE CF6-80C2B1F HS-TGX Sirisobhakya
  42. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้


    พอจะมีนะ  ผู้ชายที่เป็นนาร์ซิสซัสน่ะ หึ... -_,-*
  43. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ.สอนสังคมเราเป็นNarcissism...


    PS.  ...ชีวิตที่เราเลือกเดินอาจจะไม่ใช่ชีวิตที่เราฝันไว้..แต่ไม่ว่ายังไง มันก็คือชีวิตของเรา..
  44. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เรา

    เป็น

    PARANOID

    (บัดซรบ TT)



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 มิถุนายน 2555 / 22:04

    PS.  มีผู้หญิงคนไหนนอกจากเราบ้างที่บ้าไรเดอร์? ยกมือขึ้น!! \\ Mirai no sukuru tame ni, atashi wa subete no aku ni ushinawa renai//
  45. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้