[ว่าง] มาแต่งเรื่องจากภาพกันเถอะ

ความคิดเห็น

12

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

ไม่ได้ทำมานานมากแล้ว...

รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้เราพูด (พิมพ์) น้อยลง แล้วก็แสดงความรู้สึกน้อยลงมากเลยเนอะ ท่าทางจะแก่แล้ว เหอๆๆ




กฏิกาก็คล้ายๆ เดิม คือแต่งเรื่องจากภาพ โดยมีเรื่องเกี่ยวกับคำบังคับเหล่านี้

พึ่งอ่าน บังกะคุโชโจมา ขอเป็น สามคำนี้ ละกัน
- รักแรก
- รัฐสภา
- สตอเบอรี่ไดฟุกุ


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 มกราคม 2553 / 06:53

PS.  MAN is born free; and everywhere he is in chains.

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 11:30 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

12

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แวะมาตรัส

    ภะ...ภาพสวยมาก!!!
    ชอบมากๆ ชอบจริงๆ!!
    PS.  ฟาบรีเช่!!!
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตรัสไม่ทัน 

    อะไรคือ สตอเบอรี่ไดฟุกุ?
    PS.  เรื่องเศร้า เรื่องไม่ดี ก็ให้มันจบไปกับอดีตที่ผ่านมา... .. . หันมา "ยิ้ม" รับกับอนาคต ดีกว่า # เพื่อตัวเราเอง*
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มา จะแต่งให้ดู!

    อลิเซียวิ่งสุดเร็วที่สุดเท่าที่ขาของเธอจะทำได้ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่ในอกราวกับจะร้องอุทธรณ์ว่าไม่อยากให้ความหวังสุดท้ายของเธอจากไป เธอไม่สนว่าเธอจะออกมาจากกระท่อมทั้งที่เท้าเปล่า และไม่สะทกสะท้านต่อลมหนาวที่ชำแรกผ่านชุดนอนผ้าฝ้ายบอบบางของเธอ เธอต้องการจะวิ่งให้เร็วที่สุด ไปถึงที่นั่นให้เร็วที่สุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

    ทะเลสาบเย็นเหมือนไอหมอกในฤดูหนาว เธอวิ่งกระแทกเท้าลงไปในทางน้ำตื้น ๆ จนมันแตกเป็นฝอยกระเซ็นไปทั่ว ความเงียบงันของยามราตรีทำให้เธอใจไม่ดี ทะเลสาบนี้นิ่งสงบเหลือเกิน ป่าสนโดยรอบก็ไม่พลิ้วไหว ดวงดาวแทบจะไม่กระพริบแสงใส่เธอเลย มันเงียบและเย็นชาเหมือนวันที่โหดร้ายในญี่ปุ่นของเธอเมื่อสี่ปีก่อน ไม่มีเตาผิง ไม่มีที่พัก ไม่มีไมเคิลคอยซื้อสตรอเบอร์รี่ไดฟุกุที่แสนโปรดปรานให้เธอกิน

    "กลับมานะ" เธอร้องเสียงแหบพร่า และดังขึ้นเรื่อย ๆ "กลับมา!"

    เธอวิ่ง วิ่ง แล้วก็วิ่ง ชุดนอนเปียกน้ำไปหมด เธอทอดสายตาไปไกลแต่มองไม่เห็นว่าความหวังสุดท้ายจะหวนกลับมาเลย ความพยายามของเธอใกล้จะหมดลงแล้ว ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป และเธอไม่อาจแก้ไขมันได้แม้แต่นิดเดียว

    "เอสโตเรีย ฮามาคิน" เด็กสาวตะโกน "เอสโตเรีย ฮามาคิน ... เนเน เนเน !!!"

    ดาวตกพุ่งลงมาต่อหน้าต่อตาเธอ กุญแจจากไปแล้ว ตำนานรักแรกของบรรพชนแห่งป่าซีดาร์กำลังจะตายไปตลอดกาล ร่างที่เหนื่อยหอบทรุดลงกับพื้นน้ำ กรวดที่พื้นทะเลสาบตำเข้าไปในหัวเข่าเธอ แต่เธอเจ็บปวดมากเกินกว่าที่จะรับรู้ ป้อมสุดท้ายถูกทำลายแล้ว รัฐสภากำลังตกอยู่ในอันตราย และ พาลิซัส อาชูร์ คอร์เวน ... สิ่งที่เลวร้ายที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นต่อมนุษยชาติอย่างแน่นอน

  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ภายใต้ท้องฟ้าของคืนเดือนหงายริมทะเลสาปดานูป อลิซ่ากำลังรวบรวมจักระไว้ที่ปลายเท้าทั้งสองข้างของเธอ   เพื่อจะทรงตัว

    ให้ยืนบนผิวนํ้าได้  ณ สถานที่แห่งนี้เธอกับนารุโตะ เคยใช้มันเป็นสถานที่ในการฝึกควบคุมจักระด้วยกันเพียงสองต่อสอง

    แต่ในเวลานี้ อลิเซียกลับต้องออกมาฝึกวิชาเพียงลำพัง เธอรวบรวมจักระจากฝ่ามือของเธอ ค่อยๆหมุนสะสมจนกลายเป็น

    กระสุนวงจักรขนาดใหญ่ จากนั้นเธอก็ปล่อยให้มันสลายไปประดุจกับการไม่สามารถยื้อที่ที่ตนเองรักเอาไว้ได้  นารุโตะเลือก

    ที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางของชายเหนือชาย ด้วยการ Y กับซาซึเกะ ถึงขนาดเป็นครึ่งคนครึ่งกบก็ยอม

        อลิเซียนํ้าตานองหน้า เมื่อหวนคิดถึงวันเก่าๆ  " กุว่าแล้วอะไรจะรักเพื่อนถึงขนาดนี้  อิ๊บอ๋ายแน่ๆถ้าโคโนฮะมีโฮคาเงะเป็นเกย์

    มันคงหลอก เกะนิน ไปอูบุนตู้ ทุกวัน "

     อลิเซียเช็ดนํ้าตาที่อาบแก้มทั้งสองข้าง  เธอแหงนหน้ามองฟ้า ปล่อยอารมณ์ให้ดำดิ่งลึกลงไปในผืนนํ้าใต้เท้าของเธอ  ท้องนภา

    ตอนนี้สว่างไสวไปด้วยหมู่ดาวจนเห็นทางช้างเผือก บริเวณหมู่ดาวลูกไก่ ดาวตกดวงน้อยกำลังพุ่งลงมาอย่างช้าๆจากทางขวา

    มือของเธอ อลิเซียหลับตาก่อนจะเริ่มอธิฐานว่า.......

    " ขอให้เรื่องนี้มีคำบังคับ 3 คำ รักแรก  รัฐสภา  สตอเบอรี่ไดฟุกุ "                    จบ.
         

    ปล.ใครขี้เกียจอ่าน ก็เลื่อนเม้าส์มาอ่านบรรทัดสุดท้ายได้แล้วแจ้
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นั่นใครน่ะ
    มืดดีนะ เห็นแต่ดาวกับฟ้า
    มีอะไรเหรอ มาทำอะไรเหรอ
    เธอกำลังนึกถึงเรื่องเก่า ๆ งั้นเหรอ
    นึกถึงพี่สาวที่เสียไปตั้งแต่ตอนเด็ก
    นึกถึงรักแรกในสมัยประถม
    นึกถึงสตอเบอรี่ไดฟุกุที่เคยกินที่บ้านคุณย่า
    นึกถึงแจกันที่ทำตกตอนมัธยมต้น
    นึกถึงเรื่องรัฐสภาที่เพิ่งเรียนไป เธอคิดอะไรไร้สาระจัง
    ตายไปทั้งทีคิดได้แค่นี้เหรอ
    วันเกิดครบรอบ 16 ปีเพิ่งผ่านไปเมื่อเดือนกุมภานี้เอง
    นั่นไง เห็นนั่นไหม พวกผมไปกันแล้วนะ
    เธอก็ควรจะตามไปด้วยดีกว่า
    โลกนี้น่ะจบลงแล้ว

    ว่าอะไรนะ มาทำอะไรนะ
    เธอจะขอพรกับผมงั้นเหรอ
    ไม่ได้หรอก ผมต้องไปแล้ว
    เอางี้แล้วกัน ผมจะลงมาหาเธอบ้างเป็นบางครั้ง
    ให้เธอมองฟ้าไว้นะ
    ถ้าเธอเห็นผมเมื่อไหร่ ให้อธิษฐานกับผม
    แล้วผมจะทำให้คำขอของเธอเป็นจริง...


    PS.  He who can, does; he who cannot, teaches.
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สตรอเบอรี่ไดฟุกุ????????

    ทำยังไงข้าน้อยก็ไม่เข้าใจมัน...เอิ่ม....
    PS.  Tell the heaven that please let me be a writer. Hell ya!!! It's my life.
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    บิลเบริทอ่านแล้วเมาๆ

    น็อคเทรินแถไปหน่อยนะ...

    Fae_i ดีทีเดียว ถ้ามีเวลามากกว่านี้จะเยี่ยมไปเลยล่ะ
    PS.  MAN is born free; and everywhere he is in chains.
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สตอร์เบอรี่ไดฟุกุ คือขนมไดฟุกุืที่ใส่ใส้สตอร์เบอรี่

    ขนมไดฟุกุเป็นแป้งโมจิที่ใส่ใส้ข้างในแล้วเอาไปคลุกแป้งให้มันเป็นก้อนไม่ติดมือเวลาจับ
    PS.  MAN is born free; and everywhere he is in chains.
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ๋อ....ข้าน้อยก็นึกว่าเป็นชื่ออะไรสักอย่าง
    (แต่จะว่าไปมันจะเป็นอะไรไปได้ละ..นอกจากขนม...เอ้อ)
    พอดีข้าน้อยเคยกินแต่ ข้าวเหนียวเหลือง 
    ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวแดง แหะๆ

    (เลยมาปล่อยไก่ไว้ซะงั้น...ตัวเบ้อเริ่มเลย...อิอิ)

    PS.  Tell the heaven that please let me be a writer. Hell ya!!! It's my life.
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ว่างจัด... มาแต่งให้อ่านกันเล่น ๆ ครับ...

    ...

    เธอจากไปแล้ว... สตรอเบอร์รี่ไดฟุกุที่ผมให้เธอไปยังคงวางนิ่งอยู่บนโต๊ะ...

    ต่อจากนี้คงจะไม่มีแล้วสินะ... แสงไฟที่กลางทะเลสาบ...

    อยากรู้ไหมว่าเรื่องมันเป็นยังไง? แต่ถึงไม่อยากจะรู้ผมก็จะเล่าอยู่ดี...

    เอ้า... ฟังนะ...

    ...

    เมื่อประมาณสามเดือนที่แล้วมั้ง? เป็นวันที่ผมเจอกับเธอครั้งแรก...

    วันนั้นผมกำลังนั่งดูดาว... แหม... กลางคืนฟ้าเปิดนี่เป็นความโปรดปรานของผมเชียว....

    แล้วก็มีแสง... มาจากกลางทะเลสาบ... วาบขึ้น...

    ผมมองดู... มองเห็นเป็นเงาคนลาง ๆ ...

    แล้วจากนั้น มารู้ตัวเองอีกทีก็อยู่ในผ้าห่มแล้ว...

    โถ่... คนที่ไหนจะไปยืนกลางทะเลสาบ... ผีชัด ๆ !!!

    ...

    แล้วความกลัวก็ค่อย ๆ กลายเป็นความเคยชิน...

    ผมมองจนชินตา... ในที่สุด พอล่วงเข้าสัปดาห์ที่สาม ผมก็คว้ากล้องส่องทางไกลมาดูเข้าไปตรงกลางแสงไฟ...

    พบว่าเป็นร่างบาง... น่าจะเป็นผู้หญิง...

    ผมแอบส่องเธออยู่อย่างนั้นอีกประมาณสัปดาห์กว่า ส่องพลางกินไดฟุกุพลาง คิดไปพลางว่าทำไมเธอถึงยังโผล่มาที่นั่นทุกคืน...

    อาจบางที... ใครบางคนในรัฐสภาทำให้เธอช้ำใจตายกระมัง?

    ...

    แล้วจากนั้นมาอีกสองวัน... ผมกับเรือยางก็มุ่งเข้าหาแสงไฟกลางทะเลสาบ...

    ก่อนที่จะทราบถึงเรื่องราวของเธอ...

    ...

    เธอถูกหลอก...

    เธอว่าเธอจะมาดูดาวกับแฟน... แต่แฟนดันมาฆ่าเธอทิ้งเสียได้...

    ลือว่าคนต้นคิดที่แท้ก็เป็นเพื่อนเธอที่แอบมาแย่งแฟนเธอ...

    แล้วพอถามถึงสาเหตุที่เธอมาติดอยู่ที่นี่ เธอว่าคงเพราะโดนแฟนรักแรกหลอกให้ช้ำใจกระมังว่าจะมาดูฝนดาวตกด้วยกัน...

    อนิจจา... ดาวตก... แถวนี้สักดวงยังหายากเลย... นักดาราศาสตร์อย่างผมรู้ดี...

    ...

    ถัดจากนั้นมาไม่นาน บนโต๊ะทำงานผมนอกจากจะมีไดฟุกุแล้ว... ยังมีเครื่องคิดเลข กระดาษ และคอมพิวเตอร์ที่กำลังเปิดไร้สายอัพเดตท้องฟ้า...

    และเหมือนจะมีอีเมล์ตอบกลับการขอใช้กล้องดูดาวด้วยมั้ง?

    อะไรกัน... เพียงแค่เพื่อดาวตกดวงเดียว ผมต้องพยายามมากขนาดนี้เลยรึ?...

    ...

    แล้วผมก็ได้ข้อมูล... ว่าวันนี้เป็นวันที่มีดาวตก...
     
    ผมไปบอกเธอ เธอยิ้มดีใจก่อนจะชวนผม...

    "มาดูดาวตกด้วยกันสิ"

    ...

    ผมตอบตกลง... และวันนี้ ผมก็ไปหาเธอมา...

    หลังจากที่เราคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง... ผมก็ปักธูปใส่สตรอเบอรร์รี่ไดฟุกุอีกชิ้นที่ซื้อมาให้เธอ...

    เธอยิ้ม ก่อนจะหยิบมันขึ้นมากิน...

    ก่อนแวลาที่ดาวตกจะมาพักหนึ่ง... ผมก็ขอตัวกลับ...

    เธอถามว่าทำไม... แต่ผมไม่ได้ตอบ...

    ผมมายืนซุ่มอยู่ที่ริมทะเลสาบ... ดาวตกผ่านฟ้าไป...

    แสงไฟกลางทะเลสาบก็พลันหายไป...

    ผมแทะไดฟุกุในมือเงียบ ๆ ... ไปแล้วสินะ... รักแรกของผม...

    ...

    และวันนี้ผมก็ยังเฝ้ามองที่ทะเลสาบ... แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น ผมก็หันไปมองท้องฟ้าหาดาวต่อ...

    ในมือแทะไดฟุกุ... ชิ้นที่ผมปักธูปให้เธอนั่นล่ะ...

    แล้วพลันผมก็ได้ยินเสียงกระซิบข้างหู "...ทำไม..."

    มองไปรอบ ๆ อย่างเหรอหรา.. ไม่มีใคร...

    รู้ตัวอีกที... ผมก็มาอยู่ใต้ผ้าห่มเสียแล้ว...

    โถ่... ผีนะครับ... ไม่ให้กลัวได้ยังไง?

    (เดี๋ยวมาต่อครับ... ยังไม่จบ...)



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 มกราคม 2553 / 16:08

    PS.  ...มันไม่ใช่พีเอสนะ มันคือปัจฉิมลิขิตต่างหาก...
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ที่นี่ดวงดาวสวยจังเลยนะ มิเรนะ พูดกับ สึมิ เธอนี่ สตอเบอรี่ได้ฟุกุ จริงๆเลย อะไรคือสตอเบอรี่ ไดฟุกุ? ไม่รู้สิ พูดไปเฉยๆ 555 ฉันกลับก่อนนะ อือ..เอ๊ะซาโจ มิเร..(อาย) ซาโจ..ฉันอยากพบนายเหลือเกิน ฉันดีใจจัง ผมเช่้นกัน นายคือรักเเรกของฉันนะซาโจ คือ...เหรอครับ ค่ะ!! งั้นเราเป็นเเฟนกันนะ ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ??!! เอ่อ... ได้สิคะ (จูบกัน) เช้ารุ่งขึ้น นี่ข่าวรัฐสภา..ดูไหม
    ยังไงก็ได้จ้ะตามใจมิเร ค่ะ!! เเต่ต้องเเต่งงานกันนะ บ้า..ก็ได้ หา...!!!สึมิพูดใจง่ายที่สุดยัยบ้า
    เรื่องใจง่ายจริงๆ
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: