(สาระมั้ง) แตกหน่อมาจากกระทู้ " ทำไมนิยายแฟนตาซีไทยถึง ไม่ตั้งชื่อภาษาไทยกัน " ของคุณกุหลาบสีเงิน อันเนื่องด้วยความเห็นของท่านสายลมเหนือ โลมาจึงนำข้อมูลปีศาจไทยๆมาเล่าให้ฟัง เผื่อมีประโยชน์

ความคิดเห็น

47

ติดตามกระทู้

23

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


ปีศาจ ของไทยนะครับ

1.
" แมงสี่หูห้าตา" เป็นสัตว์ใหญ่คล้ายหมี มี หู ๔ หู มีตา ๕ ตา เป็นปีศาจของทางล้านนา มันกินถ่านไฟเป็นอาหาร (ถ่้านที่เราใช้ก่อไฟอะครับ) พอกินแล้วก็จะอึออกมาเป็นทองคำ ชาวล้านนาทั้งหลายก็เลยอยากได้มันมาครอบครอง

2. ผีม้าบ้อง  ของทางเหนืออีกเช่นกัน เป็นปีศาจครึ่งคนครึ่งม้า (หัวเป็นม้า ตัวเป็นคน) วิ่งไวมากๆ (ไวเท่าม้าควบ) มีลักษณะแบบเดียวกับผีโพง ผีกระสือ ผีปอบ คือตอนกลางวันเป็นคนธรรมดา  แต่พอตกกลางคืนจะกลายเป็นปีศาจออกหากิน  ผีม้าบ้องชอบกินไข่ดิบ  และมีจุดอ่อนคือจะให้ใครรู้ไม่ได้ ว่าร่างจริงของตนในตอนกลางวันคือใคร  ไม่งั้นตัวเองจะต้องตายในเช้าวันถัดมา  ดังนั้นหากมีใครรู้ตัวตนของผีม้าบ้องแล้วเผลอเอ่ยทัก  ผีม้าบ้องจะตามฆ่าคนๆนั้นก่อนฟ้าสางให้ได้ 

3. ศิพชวน = Flame of destiny ของฝรั่ง  ปรากฏในวรรณคดีเรื่องอุณรุท ร่างกายเป็นเปลวไฟที่มีดวงตาอยู่ภายใน มีพลังความร้อนสูงส่งมากๆ และจะเข้าสิงคนอื่นให้ทำตามคำสั่งตน แต่ที่น่ากลัวคือมันสามารถสิงเทพได้ด้วยอะครับ ขนาดเทพระดับสูงอย่างพระพลรามยังเคยโดนมันสิงเลย (แต่พระกฤษณะแก้ไขได้ภายหลัง)

4. เกียรติมุข หน้าตาเหมือนศิพชวน แต่ใจกลางเปลวไฟเป็นหน้ายักษ์แทน เป็นตัวแทนของความโกรธ ซึ่งเราจะเห็นประดับตามมุขวิหาร หรือมุขอุโบสถของวัดไทย (เคยมีคนเอามาทำละคร)

5. เบื้อ เป็นสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายคน แต่มีคนเหมือนลิง พบในป่าทางภาคอีสานของไทย คนอีสานบอกมันแทบจะไม่ทำอะไร เอาแต่นั่งนิ่งๆเงียบๆ จนเป็นที่มาของคำว่า นั่งเป็นตัวเบื้อ หรือนิ่งเป็นตัวเบื้อ  โลมาจึงเดาว่าคงเป็นมนุษย์วานรของไทย (ญาติของเยติทางธิเบต) เพียงแต่เบื้อคุงคงมีนิสัยแบบตัว sloth ของทางตะวันตก เลยมีบุคลิกนิ่งเงียบเซื่องซึมเช่นนั้น

6. ผีอี่เงือก ของทางเหนืออีกแล้วครับ มีชื่อเงือกและอาศัยในน้ำ แต่ไม่ใช่นางเงือกนะครับ เพราะผีอี่เงือกนี่จะไม่มีรูปร่างแน่นอน เพราะรูปกายเป็นน้ำใสๆ เหนียวเหนอะหนะ (Slime ชัดๆ) เวลาฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วม มันจะออกมาล่าคน (จับคนกิน) พูดง่ายๆ ผีอี่เงือกก็คือ King Slime นั่นแหละ

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 3 กันยายน 2554 เวลา 11:56 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

47

ติดตามกระทู้

23

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไอ ศิพชวน นี่

    ใช่ที่ อวตารลงมาเป็น  โปรโตกัส ดี เอสป่าว


    PS.  คุณเบื่อรึยังนิยายแนวตลาด...คุณเบื่อรึยังกับนิยายสูตรสำเร็จ...คุณพร้อมรึยังที่จะพบความแปลกใหม่กับนิยาย(ไม่)แหวกแนว แต่ "แหวกกระแส"::ปิแอร์ เดอ มัสแตง-เด็ก หนังสือพิมพ์ และคำพยากรณ์ ได้แล้ว
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ระ  รู้จักแต่ ผีผนัน =_=
    ได้ข่าวเมืองไทยมีเยอะ

    ( ไร้สาระมาแต่ไกล ? )
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    7. ชมพู่อ้ายป๊อก = ปีศาจปลาชะโดครับ เคยได้ยินพี่คนสวนที่บ้านเก่าเล่าให้ฟัง เป็นปลาชะโดที่อายุมากตัวใหญ่ ตาสีแดงก่ำ ขนาดพอๆกับช่อนอะเมซอนได้ นิสัยดุร้ายมาก แต่ที่น่ากลัวคือ แค่มันกระโดดพุ่งตัวผ่าน ก็ทำให้คนเป็นแผลแบบแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้ (มีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ อาจเป็นช่อนอะเมซอน ผสมพันธุ์กับชะโดแล้วได้ลูกมาก็ได้ )

    8. บูดะเล (อันนี้มีอยู่ในการ์ตูนเรื่อง มหาชนก บทพระราชนิพนธ์ของในหลวงครับ) เป็นปูใหญ่ที่มาค้ำจุนพระมหาชนกตอนอยู่ในทะเล  แต่ในตำนานอื่นๆ คือปูทองตัวใหญ่มากๆ ที่สามารถจับช้างกินได้

    9. กุญชรวารี อันนี้เคยเป็นข่าวครึกโครมครั้งหนึ่ง ถึงช้างขนาดเล็กอยู่ในน้ำ และมีงาเป็นพิษ ทิ่มใครคนนั้นตาย แต่สุดท้ายพบว่า เป็นเรื่องกุขึ้น

    10. เงือก  อันนี้เงือกจริงๆครับ  แต่ไม่เหมือนเงือกน้อยของฝรั่ง หรือเงือกในเรื่องพระอภัยมณีนะครับ  เพราะเงือกของไทยดุครับ  ดุจนขนาดน่าจะตบตีกับผีเสื้อสมุทรได้เลย  ดัง ตย จากในลิลิตพระลอที่นางรื่นนางโรยไปพบเงือกโหดๆระหว่างทางว่า " เอาเงือกเอาคนใต้น้ำ กระล่ำตากระเลือก กระเกลือกกลอกตากลม ผมกระหวัดจำตาย " (แปลก็คง เงือกสาวจับหนุ่มชาวบ้านป่าคนหนึ่งไปเลิฟซีนกันใต้น้ำ แต่พ่อหนุ่มนั่นหายใจในน้ำไม่ได้ + ไม่สมยอม เลยดิ้นตาเหลือกอยู่ใต้น้ำ นางเงือกบันดาลโทสะเลยใช้ผมรัดจนพ่อหนุ่มคนนั้นถึงขั้น " ตายดีกว่า " )

    11. วิทยาธร เป็นพวกกึ่งเทพ  รูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่เหาะได้และมีฤทธานุภาพมากมาย และจะถือดาบอยู่ตลอดเวลา  และจุดอ่อนก็คือดาบนั่นแหละ  เจอใครแย่งดาบไปปุ๊บ ฤทธิ์อำนาจที่มีทั้งหมดจะมลายหายไปทันที  เพราะวิทยาธรเก็บอำนาจของตนเองไว้ในดาบครับ

    12. กิงบุรุษ  เป็นเผ่ากินนรพิลึก ที่มีแต่เพศชาย  เลยต้องล่าหาเอาเพศหญิงจากเผ่าอื่นมาทำพันธุ์ แล้วก็เจ้ากรรมที่ว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางได้ทายาทเป็นหญิงเด็ดขาด  ก็เลยต้องดักตีหัว หรือล่าเอาหญิงมนุษย์ และหญิงเผ่าอื่นๆมาทำพันธุ์อยู่ร่ำไป
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    รู้จักแต่กระหัง กระสือ ปอป อะไรแบบนี้


    PS.  เจ๋งได้อีกครับพี่!!
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    # 2

    13. ผีพนัน ชื่อจริงคือ " ทวาบร " ครับ เป็นเทพแห่งความมืด ( Dark god  หรือ Dark Allmighty) ที่ปรากฏในวรรณคดีเรื่องพระนล ความสามารถก็ตามวรรณคดีและอย่างที่รู้กันครับ สิงใครคนๆนั้นจะบ้าเล่นพนันจนหมดเนื้อหมดตัว
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    #4
    กระหัง กระสือ ปอบ ผีโพง ผีม้าบ้อง น่าจะอยู่ในตระกูลเดียวกันครับ แต่ผีม้าบ้องแปลกหน่อยคือหัวเป็นม้าเลย

    14. ผีโพง จะออกหากินในตอนกลางคืนเช่นกัน จะกินของสกปรก ไม่ก็กบหรืออึ่งอ่างเป็นๆ ลักษณะเด่นคือจะมีไฟออกจากรูจมูกใช้ส่องนำทางได้  และจุดอ่อนจะเหมือนผีม้าบ้อง คือถ้าถูกรู้ตัวจริง หากไม่ฆ่าคนที่รู้ความลับนั่นให้ตาย ตัวเองจะต้องตายในเช้าวันถัดไป
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แมง 4 หู 5 ตาครับ

  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

     555 เรารู้จักแต่เหมือนคห.4เหมือนกัน
    แต่ก็มีอีกนะ อยากพวก พญานาค กินรี ครุฑ ม้านิลมังกรพวกนี้ก็น่าจะรวมอยู่ด้วยใช่ไหม
    ว่าแต่แตกประเด็นมาจากทู้เราหรือนี่
    เพิ่งรู้ว่าแมงสี่หูสี่ตาเป็นปีศาจไทยด้วย น่าจะเอาไปแต่งนิยายได้
    ต้องขอบคุณ คุณ ดอลฟินมากค่ะ กับสัตว์ประหลาดๆทั้งหลายของไทย น่าสนใจทั้งนั้น

    PS.  แม้เราจะไม่มีหัวใจของเราแล้ว แต่เราก็ยังมีหัวใจของคนคนนั้น คนที่เขาฝากหัวใจเอาไว้...
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผีขนุน น่ากลัวมากครับ

    PS.  Against stupidity the gods themselves contend in vain.
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    กระอักเลือด

    วรรณคดีไม่ค่อยแตะ =_= ;;
    ( แต่ดันล่องลอยในบอร์ดนักเขียน ? )

    แต่ขอบคุณขอรับ
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อุลูปี = ปีศาจปลาโลมาของทางฮินดู (บางตำนานว่าเป็นนาค แต่คำศัพย์ " อุลูปี " นั้นก็แปลว่า ปลาโลมาอยู่ดี)
    แต่ของไทย (กนกนคร) บอกว่าเป็นนางพญาแทตย์ผู้อาศัยอยู่ในลำน้ำใหญ่ รูปร่างหน้าตางดงามมาก และหากเธอหมายปองชายผู้ใดก็จะเอามาเป็นคู่ชู้คู่ชื่นให้ได้  นางสามารถควบคุมเส้นผมตนเองได้แบบเงือกไทย  แต่ร้ายกว่านั้น หากใครขัดใจนาง  
    นางก็จะ...

    ร้องไห้ และทำให้เกิดน้ำท่วม หรือคลื่นยักษ์ เล่นงานจนคนที่ทำให้นางเสียน้ำตานั้น เสียชีวิต หรือคางเหลืองไป
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    16 . หะตู อันนี้ของทางภาคใต้ครับ เป็นตำนานของพี่น้องชาวอุรังลาโว้ย (ชาวน้ำ) ** ชาวอุรังลาโว้ย และชาวมอแกนไม่ชอบให้เราเรียกเขาว่าชาวเล นะครับ เขาถือว่าตนเองเป็นชาวน้ำ ดังนั้นเราควรเรียกเขาว่าชาวน้ำ และควรจะดีกับพวกเขาให้มากๆ เพราะรัฐบาลชุดก่อนๆโน้น...ทำกับพวกเขาไว้แสบทรวงมากๆ

    และเข้าเรื่อง...หะตูคือเทพเจ้าแห่งโรคภัยไข้เจ็บครับ  สิงใครคนนั้นจะป่วยแบบที่การแพทย์รักษาไม่ได้ และตายในที่สุด 
    วิธีแก้ของชาวอุรังลาโว้ยคือ เอาเหล้ามาล่อ แล้วหลอกมันลงทะเลไป  ส่วนวิธีกันคือ เจ้าหะตูนี่เกลียดหอยเม่นครับ ดังนั้นเขาจะเเขวนหอยเม่นไว้หน้าบ้านกันหะตู เวลามีโรคระบาด  ซึ่งชื่อของเจ้าหะตูนี่  ต่อมาอาจกร่อนไปเป็นคำว่า  ห่ า ทีหลังน่ะครับ

    17. ยิดลาโว้ย  ของชาวอุรังลาโว้ยอีกเช่นกัน เป็นเทพแห่งท้องทะเลผู้ให้กำเนิดทุกสรรพสิ่ง ชาวอุรังลาโว้ยเชื่อว่าหากพวกเขาตายไป พวกเขาจะกลับไปหายิดลาโว้ย (แบบเรื่องอวตารแลหะ เผลอๆพวกเนวี อาจจะลอกอุรังลาโว้ยของเราไปก็ได้)
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    18. มัสสีล  ของชาวอุรังลาโว้ย / มอแกนอีกเช่นกัน  มัสสีลเป็นใหญ่ในท้องทะเล มีรูปกายเป็นครึ่งคนครึ่งปลาและมีผิวกายสีทอง ความน่ากลัวของมัสสีลคือ จะทำให้เกิดวังวนในทะเลเพื่อนำหญิงงามไปเป็นเครื่องสังเวย และบางครั้งอาจส่งปลาหมึกยักษ์มาล่าสาวชาวประมง หรือสาวชาวน้ำที่หน้าตางดงามไปเป็นเครื่องสังเวย (น่าจะคบกะลุงแมคได้นะ - -) ส่วนเรื่องใช้ปลาหมึกนั่นก็ทำให้นึกถึงเดวี่ โจนส์ ในกัปตันแจ๊คขึ้นมาตะหงิดๆ

    19. ซอคะยี คราวนี้หนีขึ้นดอยบ้าง ซอคะยีเป็นพญาหุ่นกระบอกครับ  อยู่ในตำนานชาวเขา  ว่าพ่อแม่ของพระเอกสร้างหุ่นกระบอก 4 ตัวให้เป็นเพื่อนและพี่เลี้ยงลูกชายตน  มีหุ่นเทวดา / หุ่นยักษ์ / หุ่นนักบวช และหุ่นซอคะยี ซึ่งมีรูปร่างเป็นครึ่งภูตครึ่งคน  หุ่นทั้ง 4 นั้นมีวิญญาณของตนเองและออกผจญภัยกับพระเอก และคอยช่วยเหลือพระเอกจนจบเรื่อง (ทำให้นึกถึงละครเรื่องห้องหุ่นขึ้นมาตะหงิดๆ) โดยเวลาปกติซอคะยีกับเพื่อนอีก 3 จะเป็นหุ่นตัวเล็กๆอยู่ในย่ามของพระเอก พอพระเอกเรียกใช้ก็จะขยายขนาดใหญ่โตเท่าคนออกมาเอง (ยกเว้นหุ่นยักษ์ที่จะตัวเท่ายักษ์เลย)   ส่วนความสามารถของซอคะยีคือ เหาะได้ กระโดดโลดเต้นไปมาในอากาศได้ และสามารถฉายภาพอดีต และปัจจุบันออกมาได้ (มนต์มายา) อีกทั้งยังสามารถฉายภาพเหล่านั้นบนอากาศได้
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ที่บ้านฟ้ามีผีม้าบ้อง ผีปกกะหล้ง ผีกะ  อิอิ


    PS.  ผู้หญิงธรรมดาแต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    20. ซาเราะกาเวา  อันนี้ของพี่น้องชาวซาไกครับ (ซาไกยูไนเต็ด เย่) เจ้านี่สามารถเป็นบอสใหญ่ได้เลย  มันเป็นนกปีศาจครับ   มันจะมาในคืนเดือนมืดมีร่างกายใหญ่โตกว่าหลังคาบ้าน และจะโจมตีหมู่บ้านด้วยลูกไฟ  และนำภัยพิบัติและความเสียหายด้วยเปลวเพลิงและความตายมาแก่หมู่บ้าน

    21. นกอะจ๊ะเหลเหล  เป็นนกใหญ่ของทางล้านนาครับ (เทียบได้กะนก roc ของฝรั่ง) เพราะสามารถจับเอาหินผาก้อนใหญ่ๆมาทุ่มใส่คนให้บี้แบนตายได้

    22. กาฬปักษี  นกปีศาจสีดำปลอดทั้งตัวตามตำนานพื้นบ้าน ดวงตาสีแดงก่ำน่ากลัว (แต่ไม่ใช่นกฮูกนะครับ) มันจะบินมาร้องเพลงตอนกลางคืน และเด้กเล็กๆบ้านไหนได้ยินเสียงมันก็จะป่วย และถึงตายได้  ชาวบ้านในบ้านที่มีลูกเกิดใหม่จะต้องพยายามเฝ้าระวังไม่ให้นกชนิดนี้มาร้องในละแวกบ้าน
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    >_<ขอบคุณขอรับ แล้วจะเอาไปปรับใช้อย่างแน่นอน เหอะๆๆๆๆแตกหนอๆ


    PS.  ซ่าเป็นบางโอกาส ฉลาดเป็นบางเวลา บ้าเป็นพักพัก แต่น่ารักตลอดกาล
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    23. ไกรสรราชสีห์ (ไปดูรูปได้ที่โลโก้ของเบียร์สิงห์นะครับ) พญาราชสีห์ของไทยนี่มีฤทธิ์คือ สามารถฆ่าเหยื่อด้วยเสียงคำรามได้  (ส่งเสียงคำรามไปโดนตัว แล้วเหยื่อจะตายโดยไม่ต้องทำอะไร)

    24. ภัสมาสูร = ปีศาจขี้เถ้าที่น่ากลัว ซึ่งหากมันเอามือแตะหัวใคร หรือลูบหัวใครคนๆนั้นจะกลายเป็นขี้เถ้า (เทียบได้กะเมดูซ่าของฝรั่ง)

    25. วฤคกะ = เป็นอสูรที่มีความสามารถคล้ายกับภัสมาสูร แต่ต่างกันคือถ้ามันแตะหัวใคร หรือลูบหัวใคร คนๆนั้นจะัต้องตาย

    26. วาตาปิ = เจ้านี่เป็นแกะครับ แกะน้อยน่ารักเลยแหละ แต่จะกลายเป็นแกะน้อยสุดโหดทันที  ถ้าใครไปล่ามันแล้วเอามาฆ่ากิน  เพราะมันคือต้นตำรับของ Cheast burster ในภาพยนตร์ดังเรื่อง Alien ครับ  เนื่องจากถ้าใครกินเจ้าวาตาปิเข้าไป  พอพี่ชายของมัน (ชื่ออิลวา) เรียกหามัน  มันก็จะคืนชีพและแหวะท้องคนที่กินมันเข้าไปออกมา แบบที่ Chest burster แหวะท้องเหยื่อออกมาแหละครับ  และแน่นอนว่าฝรั่งลอกไทยแน่ๆ เพราะเรื่องของวาตาปิมีมาก่อนสมัยอยุธยาเสียอีก
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    27. ม้าอสูรกัณฐกะ ชื่อเหมือนม้าของพระพุทธเจ้า แต่ไม่ใช่นะครับ เพราะม้าตัวนี้เกิดก่อนพระพุทธเจ้ามากมายนัก เป็นม้าปีศาจร่างสีดำสนิทที่ควบไปบนผืนน้ำได้  และวิ่งเร็วมากๆ  อาหารของมันคือเนื้อมนุษย์ และชอบมากๆที่จะกัดกินส่วนหัวเป็นหลัก ซึ่งเนื้อที่มันโปรดปรานที่สุดคือเนื้อของพวกนักบวชผู้ทรงศีล  มันเลยล่าโยคี ฤษี ชีไพร กินเป็นว่าเล่น จนพระนารายณ์ท่านต้องมาปราบมัน

    28. ม้าเทวกันทัด เป็นคู่อริของม้าอสูรกัณฐกะ  มีรูปลักษณ์แบบเปกาซัสของฝรั่งเด๊ะ (กายสีขาวสง่า น่ารัก น่าขี่) ว่ากันว่าคืออวตารของพญาอนันตนาคราช มาช่วยพระนารายณ์ปราบม้าอสูรกัณฐกะ

    29. มโนมัย ม้าวิเศษที่สามารถเหาะได้โดยไม่ต้องมีปีก อยากจะไปที่ไหนก็ไปได้ดังใจหมาย (ปรากฏในวิทูรบัณฑิตชาดก) และที่เทพกว่านั้นคือ เสียงคำรามของไกรสรราชสีห์ไม่อาจทำอะไรม้ามโนมัยได้เลย
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ว่าไปนั่น      ปีศาจในประเทศไทยแต่ละตัวแต่ละตน  ไม่มีตัวไหนให้ชวนพูดถึงหรือนึกฝันเลย


    PS.  คุณเบื่อรึยังนิยายแนวตลาด...คุณเบื่อรึยังกับนิยายสูตรสำเร็จ...คุณพร้อมรึยังที่จะพบความแปลกใหม่กับนิยาย(ไม่)แหวกแนว แต่ "แหวกกระแส"::ปิแอร์ เดอ มัสแตง-เด็ก หนังสือพิมพ์ และคำพยากรณ์ ได้แล้ว
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ที่วางใจได้คือ

    ตัวที่ 27    28  ไม่มีอยู่แล้ว
    PS.  คุณเบื่อรึยังนิยายแนวตลาด...คุณเบื่อรึยังกับนิยายสูตรสำเร็จ...คุณพร้อมรึยังที่จะพบความแปลกใหม่กับนิยาย(ไม่)แหวกแนว แต่ "แหวกกระแส"::ปิแอร์ เดอ มัสแตง-เด็ก หนังสือพิมพ์ และคำพยากรณ์ ได้แล้ว
  21. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    30 ฌายกะ = Gazer หมายถึงผู้มีฤทธิ์ในทางการมอง หรือมีนัยนาวุธ (มีนัยน์ตาเป็นอาวุธทั้งหลาย) เช่น พญานาคที่มองคนแล้วคนต้องพิษ เป็นต้น (เมดูซ่าก็อยู่ในจำพวกนี้)

    31 อฌายกะ = ผู้ไม่มอง = ผู้ที่ได้ฤทธิ์จากการไม่มองอะไร (แลกดวงตาและการมองเห็นกับอิทธิฤทธิ์ว่างั้น) ที่โด่งดังในมหาภารตะคือ นางคาณฑารี ซึ่งสละการมองเห็นของตนเองเพื่ออยู่เป็นเืพื่อนพระสวามีที่ตาบอด และด้วยอานิสงส์นั้น ทำให้นางสามารถสาบอวตารของมหาเทพอย่างพระกฤษณะได้

    32 โขมดดง = เป็นสัตว์ในความเชื่อของคนเดินป่า ว่าอาจเป็นแมลงที่มีแสงในตัวเอง หรือผีป่า  ซึ่งจะเห็นเป็นดวงไฟสีแดงๆ (บางที่ว่าฟ้าๆ) ลอยในอากาศ และจะมาดูดเลือดคนที่กำลังนอนหลับ ซึ่งคนที่โดนดูดเลือดนั่นก็จะตาย (แต่จะไม่กลายเป็นแวมไพร์หรอกนะ)

    33. โป่งค่าง = เชื่อว่าเป็นค่างที่อายุมากๆเข้าและโดนอาถรรพ์ป่าจนกลายเป็นปีศาจไป ยังชีพด้วยการดูดเลือดคนแบบโขมดดง

    34. เสือสมิง = คงรู้จักกันดีนะครับ เสือที่ฆ่าคนมากๆจนผีสิง ทำให้แปลงร่างเป็นคนได้

    35. เสือคน = คนที่กลายเป็นเสือได้ เพราะถูกสาดด้วยน้ำมันสมิง (น้ำมันที่ลนมาจากตัวเสือสมิง) พอกลายเป็น็จะกินคน และอาจจะปล้ำข่มขืนเพศตรงข้ามแบบมนุษย์หมาป่าของฝรั่งด้วย

    36. กรวิก = นกสวยงามแห่งแดนหิมพานต์ นอกจากจะมีขนที่สวยงามแล้ว เสียงขับขานยังไพเราะจนปี่พระอภัยชิดซ้าย  เพราะหากใครได้ฟังเสียงนกกรวิกแล้ว จะลืมสิ่งที่กำลังทำอยู่จนหมดสิ้น  แม้แต่เสือที่กำลังจะขย้ำกวางก็ลืมขย้ำ และกวางที่จะโดนขย้ำก็ลืมหนีเสือ (สุดท้ายะกวางก็เอาแต่ฟังเสียงนกกรวิกด้วยกัน ว่างั้น)
  22. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขออนุญาติเก็บกระทู้นี้เอาไว้นะคะ
    จะได้มีประโยชน์กับนิยายเรื่องใหม่ของเรา หุหุ

    PS.  แม้เราจะไม่มีหัวใจของเราแล้ว แต่เราก็ยังมีหัวใจของคนคนนั้น คนที่เขาฝากหัวใจเอาไว้...
  23. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตามสบายจ้า
  24. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เอาข้อมูลมาจากไหนเหรอท่าน ?


    ว่าแต่เรื่องของกระสือได้ยินมาว่า แต่ดั้งเดิมไม่ได้มีหัวกับไส้หรอก
    ก็เหมือนผีโขมดนั่นแหละ มีแสงในตัวมันเอง

    แต่มีครูเพลง หรือนักแต่งนิยายท่านหนึ่งอะไรประมาณนี้ไปตั้งให้ว่ามันมีหัวกับไส้
    เท่านั้นแหละต่อมาคนที่แต่งเรื่องก็ให้ผีกระสือเป็นแบบนี้มาตลอด ไม่ว่าจะเรื่องเช็ดปาก ส่งต่อน้ำลาย อะไรพวกนี้ก็น่าจะมาตั้งทีหลังเหมือนกัน

    แต่ที่สงสัยคือกระหังมาคู่กับกระสือ จะมาจากการที่กระสือโดนเปลี่ยนจากลูกไฟมาเป็นหัวกับไส้ด้วยหรือเปล่า?
    PS.  ทุกชีวิตมีคุณค่า เราไม่เคยคิดอยากจะฆ่าใคร ดังนั้นควรจะทรมานให้นานๆก่อนที่จะปล่อยให้มันตาย!
  25. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ก็คงเก็บไว้เหมือนกัน บางตัวก็น่าสนใจมากมาย เผื่อเอาไปใส่ในนิยาย(แน่ๆ)


    PS.  ซ่าเป็นบางโอกาส ฉลาดเป็นบางเวลา บ้าเป็นพักพัก แต่น่ารักตลอดกาล
  26. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นั่งมองตาปริบๆ


    PS.  พาหนะของบอมคือเต่า!!!~
  27. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    # 24

    ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากคลาสเรียนครับ " คติชนวิทยา " จะมีพวกนิทานพื้นบ้าน " มุขปาฐ " และนิทานวัดเกาะมากมายเลย  

    ปล ม้านิลมังกรที่คุณซิลเวอร์โรสกล่าวถึง
    เดิมทีก่อนมีวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี เขาเรียกว่า " งายไส "  ครับ มีลำตัวเป็นม้า แต่ส่วนหัวคล้ายสิงโตจีน และมีเขา
  28. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ปิดท้ายด้วยพวกมารดีกว่า เพราะเทียบๆแล้วพวกนี้ก็ Devil , Demon ,Dark angel ของไทยน่ะแหละ อิอิ

    37. ขันธมาร
    เป็นมารระดับต่ำสุดที่จะมาขัดขวางคนที่นั่งสมาธิ โดยการทำให้เกิดอาการเจ็บคันหรือระคายเคืองโดยไม่มีสาเหตุตามร่างกาย (พอลืมตาปุ๊บหายปั๊บ) เปรียบได้กะตัว Devil ruchi ในเกมแรค ที่จะชอบบอกว่า " อย่าเข้ามานะ ข้าจิ้มจริงๆด้วย " กับ " นี่แน่ะ พุดไม่ฟัง จิ้มๆซะ " แหละครับ
    แต่ขันธมารคงจะพูดแบบนี้แทน  " ลืมตาออกจากสมาธิเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นข้าจิ้มจริงๆด้วย  นี่แน่ๆๆ พุดไม่ฟังจิ้มๆซะ "

    38. กิเลสมาร
    คนนั่งสมาธิอาจจะเคยเจอ นิมิตเป็นเพศตรงข้าม (หรือเพศที่เราพึงใจ) มาเปลือยกายเต้นรำยั่วสวาทให้ดูจนสมาธิกระเจิดกระเจิงใช่ไหมครับ  นั่นล่ะฝีมือของเจ้านี่แหละ ดังนั้นบทพูดคงจะเป็น " โอม จงหื่นๆๆๆๆ สมาธิจะได้แตก 5555 " 
    แต่กิเลสมารที่น่ากลัวและเหนือชั้นกว่านั้นคือ กิเลสมารที่พวกวิปัสนากรรมฐานต้องพบเจอ  ซึ่งก็คือ วิปัสนูปกิเลสมาร 
    โดยกิเลสมารชนิดนี้ จะมาแทรกแซงโดยการมอบพลังระดับอภิญญาต่างๆให้แทน  และทำให้คนปฏิบัติหลงใหลไปกับอำนาจนั้น  จนยอมทำตามคำสั่งมัน  และถ้าไม่ทำตามมันก็จะเอาอำนาจคืน เทียบได้กับเหล่าปีศาจที่คอยล่าหญิงสาวมาเป็นสาวกในฐานะ " แม่มด" เลยแฮะ

    39. อภิสังขารมาร จะก่อกวนด้วยอุปสรรคคล้ายๆขันธมาร แต่จะทำให้เกิดอาการจับที่หนักหนากว่า เช่นเจ็บเหมือนถูกบิดข้อกระดูก หรือถูกฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ หรือกำลังจมน้ำ 
    ทำนองว่า " ไม่ออกจากสมาธิใช่ไหมมม " ผัวะ พลั่ก พล่อก บึ้ก !!! " ไง จะออกได้ยัง ถ้าไม่ออกเจออัดอีกรอบ - - + "

    40. เทวบุตรมาร = Dark angel นั่นเอง เทพที่เป็นเทพแต่กลับเข้าข้างพญามาร และใช้อิทธิอำนาจที่มีในการกลั่นแกล้งทำร้ายผู้คนผู้ปฏิบัติธรรม

    41. มัจจุราชมาร = Death หรือมัจจุราชของฝรั่งนั่นแหละ คอยขัดขวางผู้ปฏิบัติด้วยความตาย 
    ตย. นางสาวเอ กำลังปฏิบัติสมาธิ อีกเพียง 10 วิ นางสาวเอจะได้โสดาบัน แต่มัจจุราชผ่านมาพอดี 
    " อ่อ จะได้โสดาบันแล้วเรอะ งั้นตายซะ "
    ขวับ (เสียงเคียวมัจจุราช)
    โครม พัดลมหรือโคมไฟหล่นใส่หัวนางสาวเอตายคาที่ก่อนจะได้โสดาบัน  ดังนั้นนางสาวเอจึงชวดโสดาบันไป แถมตายฟรี

    พระพุทธองค์จึงจัดมัจจุราชเป็นมารที่น่ากลัวที่สุด  และให้คาถาป้องกันมารตัวนี้ไว้มากมาย เช่น อุณหิสสะ , อาการวัตตาสูตร ฯลฯ 
    แต่คนรุ่นหลังกลับไปเข้าใจว่าพญามัจจุราชกับพญายมราชคือคนๆเดียวกันซะนี่
  29. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    #28
    เหมือนได้ยินว่าคนที่นั่งสมาธิจนไปถึงระดับหนึ่งจะมีอาคารวิปราศ เรื่องนี้คือคำอธิบายของสิ่งนั้นตามความเชื่อของคนสมัยก่อน ?
    PS.  ทุกชีวิตมีคุณค่า เราไม่เคยคิดอยากจะฆ่าใคร ดังนั้นควรจะทรมานให้นานๆก่อนที่จะปล่อยให้มันตาย!
  30. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    # 29
    เช่นนั้นแล
  31. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โอว สาระชัดๆ
    ชิ้นยังไม่อ่านจบอ่ะ แต่ขอเก็บกระทู้ไว้ด่วน!

    ขอบคุณท่านโลมามากฮะ

    จะว่าไปที่ TK park ชิ้นก็รู้จัก ผีม้าบ้อง จากหนังสือนะ
    แต่ยังไม่เคยเปิดอ่านเลย เป็นเรื่องพื้นบ้านอะไรทำนองนี้แหละ

    PS.  "นักเขียนไม่มีสิทธิ์เป็นคนแปลกหน้ากับผู้อ่าน" -- รงค์ วงษ์สวรรค์
  32. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เยอะไปไหน...?
    PS.  ...มันไม่ใช่พีเอสนะ มันคือปัจฉิมลิขิตต่างหาก...
  33. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ยินดีครับ

    ปล เอารูปผีม้าบ้องมาให้ดู

  34. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    #30
    แล้วไม่มีมารที่ทำให้คนนั่งสมาธินาน ๆ
    เพ้อไปเองว่าเห็นโลกแตก หรือ ได้คุยกับมนุษย์ต่างดาวหรือท่าน ?
    PS.  ทุกชีวิตมีคุณค่า เราไม่เคยคิดอยากจะฆ่าใคร ดังนั้นควรจะทรมานให้นานๆก่อนที่จะปล่อยให้มันตาย!
  35. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    # 34
    วิปัสนูปกิเลสมารไงครับ

    เพราะหากคนที่โดนวิปัสนูปกิเลสมารเข้าแทรก ไม่สนใจในพลังหรือวิชาที่นำเสนอให้

    วิปัสนูปกิเลสมารจะแทรกด้วยวิธีการที่ร้ายกาจขึ้นไปอีก  คือบันดาลให้คนๆนั้นเห็นภาพนิมิตต่างๆ และทำให้คนๆนั้นเข้าใจว่าเห็นนิมิตเหล่านั้นด้วยแรงญาณของตนเอง  เพราะความฟุ้งซ่าน + อัตตา + หลงตัวเอง ก็คือกิเลส ซึ่งมารชนิดนี้นำมาใช้ประโยชน์ได้
  36. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แต่มันอ่านยากมากเลยนะท่าน 
    PS.  ข้าคือโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่นาม 'คาโซเปีย'
  37. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ฮู้จั๊กแต่แมงสี่หูห้าต๋าเจ้า - -

    ไปดูเล่นบ่อยมาก - - ในถ้ำบนดอยเขาควาย น่ารักดี -..-
    PS.  [สถานะ:: มันเป็นเรื่องของโชคชะตา...]// ผมก็ไม่เชื่อคุณ คุณก็ไม่เชื่อผม "อ้าว! งั้นเราจะคุยกันทำไมครับ?" // It's our "Destiny" // อ๊างงงค์~~~
  38. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขออนุญาตเก็บกระทู้ไว้นะคะ


    PS.  ชีวิตนี้...ไม่มีฉากอวสาน
  39. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ข้อมูลดีมากๆครับ แต่ก็นะ ส่วนใหญ่น่าจะเรียกว่า ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    ค่อนข้างจะเน้นแถวๆ สามเหลี่ยมทองคำ แถวๆนั้นหรือเปล่าครับ
    บางชื่อก็เป็น ภาษาค่อนไปทางสันสกฤต (ถ้าเป็นของฝรั่ง ก็น่าจะเป็นแบบว่า เอาชื่อมาจากภาษากรีก/ละติน)

    สรุปแล้ว ดีครับดี

    PS.  http://emperorsss.deviantart.com http://emperorsss.multiply.com นิยาย Bass on your heart มุ่งสู่ดาวแห่งฝัน : วางแผงแล้ว (พฤศจิกายน 2009) นิยาย Neo Epic Wars สงครามนวปกรณัม : วางแผง เมษายน 2010
  40. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ชวนให้นึกถึงละครมากมายหลายเรื่อง

    อังกอร์ นกออก กาษานาคา ห้องหุ่น ...

    เยอะดี บางอันจะเอาไปใช้


    PS.  ด้วยรักและอยากฆ่า หึๆ โชคดีและโชกเลือด เป็นห่วงนะหวังว่านรกจะดูแลคุณ
  41. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ว้าวๆๆๆๆ................. ข้อมูลอื้อ ขอเก็บกระทู้ไว้บ้าง

    ความจริงเรื่องผี สาง ปีศาจทั้งหลายในแถบเอตะวันออกเฉียงใต้นี้

    มีให้เล่นเยอะนะครับ ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น หรือฝรั่งหรอก

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 เมษายน 2553 / 21:51

    PS.  อย่าได้คิด... โอญครวญให้กับชะตาชีวิต... เพราะชะตาชีวิต... จะไม่มีวันอ่อนข้อให้กับเรา
  42. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    #40
    42. นกออก
    ถ้าเอาตาม คติชน จะเป็น Mana bird ครับ
    เป็นนกที่เกิดจากพลังไสยเวทของผู้มีวิชาที่ตายไปแล้ว แต่พลังจิตและพลังวิญญาณยังตกค้างอยู่ในสำนักหรือเคหะสถาน แล้วก่อตัวกันเป็นตัวตนขึ้นมาในลักษณะภูตอาคม (ที่ญี่ปุ่นเรียก ชิกิงามิ แหละ) นางผีเสื้อสมุทรในพระอภัยมณีเองก็เกิดมาในลักษณะนี้ (เดิมเป็นหินแล้วได้พลังธาตุต่างๆเลยงอกเป็นยักษ์เฉย) แต่นกออกนี่จะเป็นนกหรือครึ่งคนครึ่งนก และด้วยเหตุที่ร่างมันเป็นพลังงาน แถมมีวิชาของผู้มีอาคมที่ทำให้มันเกิดขึ้นมาสต๊อกไว้เต็มเปี่ยม จึงรับมือยากมากๆ

    43. แถมสิ่งที่ใกล้เคียงกับนกออกให้ เพราะเคยเรียนในคลาสเรื่องทฤษฎีวรรณคดีไทยมาเรื่อง นางค่อม ที่อยู่ในเรื่องรามเกียรติ์และมัทนะพาธา ว่าบางทีนางค่อมอาจไม่มีตัวตน แต่เป็นความคิดชั่วร้ายของนางอิจฉาที่ก่อตัวขึ้นมาในรูปของหญิงทุรลักษณ์  เพราะโดยปกติในวังจะมีกฎข้อห้ามมากมาย เพื่อไม่ให้วังเสื่อม (หญิงใกล้คลอด ยังต้องออกมาคลอดนอกวัง  , หญิงมีประจำเดือนห้ามเข้าวัง , เพราะไม่ต้องการให้เลือดตกถึงพื้นวัง) แล้วไฉนวังจะรับหญิงทุรลักษณ์แบบพวกนางค่อมเข้าไป  ดังนั้นนางค่อมกุจจีในรามเกียรติ์ และนางค่อมอราลีในมัทนะพาธา อาจจะเป็นเพียงจิตด้านมืดของนางไกยเกษี และนางอิจฉาในเรื่องมัทนะพาธา ซึ่งผู้ประพันธ์ใช้บุคลาธิษฐานทำออกมาเป็นตัวคนให้มองเห็นได้ 
    ซึ่งหากจะนำมาประยุกต์ ก็คงเป็น Dark mind , Dark Spirit , Dark Elemental เป็นต้น

    44. ต้นฤษีผสม = ยูโทเปีย ทรี ของฝรั่ง เพราะเป็นต้นไม้พิเศษ (ว่ากันว่าอยู่ในป่าหิมพานต์) ซึ่งจะออกผลมาเป็นอาหารอย่างที่คนไปอยู่ใต้ร่มเงาของมันอยากกิน (บางทีผลปีศาจต่างๆในเรื่องวันพีช หรือ เซนกิ อาจจะออกมาจากต้นไม้นี่ก็ได้นะ)
  43. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มาคุยกันต่อระหว่าง โปโตกัส ดี เอส กับ ศิพชวน (แต่จะไม่นำเนื้อเรื่องในวันพีชมายุ่งแล้วนะครับ เข็ดละ )

    โปโตกัส ดี เอส จะใกล้เคียงเกียรติมุข มากกว่าครับ เพราะศิพชวนไม่มีอวัยวะภายในเลย มีแต่ดวงตาอยู่กลางดวงไฟ 
    ดังนั้นศิพชวนจะไปใกล้เคียงกับ ซารอน ในเดอะลอร์ด ออฟ เดอะ ริงมากกว่า (แต่คงมีฤทธิ์มากกว่าอะนะ เพราะศิพชวนเหาะไปไหนมาไหนได้ ไม่ใช่แค่รออยู่บนยอดหอคอย) 
    และ ability เด่น ของศิพชวนคือการเข้าสิง  ซึ่งที่เด่นสุดคือสามารถเข้าสิงได้กระทั่งเทพระดับมหาเทพ  (และผู้ที่ถูกสิงจะต้องทำตามศิพชวนทุกอย่าง และจะมี ability ไฟและความร้อนแถมให้ อย่างปกติ คนถูกสิงเป็นนักมวยธรรมดา พอโดนศิพชวนสิง ก็จะต่อยแบบมีเปลวไฟ หรือลูกไฟออกมาจากหมัดด้วย แถมหมัดยังร้อนสุดๆ เป็นต้น)

    ดังนั้น ศิพชวนจึงน่าจะใกล้เคียงกับ มิสต์ ในเรื่อง ไดตะลุยแดนเวทมนต์มากกว่าครับ



    เพราะมิสต์กับศิพชวนนั้นเหมือนกัน ตรงที่มีร่างกายละเอียดมากๆ เตะต่อยไม่เจ็บ (ไม่ใช่ไม่เข้านะ แต่มันจะทะลุผ่านออกไป โดยที่มิสต์กับศิพชวนไม่รู้สึกอะไร แบบการขว้างก้อนหินลงน้ำ ที่แปบๆน้ำที่แตกกระจายออกไปก็จะกลับมารวมเป็นผืนเดียวอีกครั้งน่ะ) และการพุ่งเข้าปะทะกับมิสต์และศิพชวนก็กลับเป็นการเปิดโอกาสให้โดนมิสต์หรือศิพชวนเข้าสิง (เหมือนกันอีกด้วย)

    ตอนใกล้จบของได มิสต์ตายยังไงไปอ่านเอง (โลมาเข็ดแล้ว) ส่วนศิพชวนนั้นเตะต่อยก็ไม่รู้สึก ยิงเวทไปก็ไม่ได้ผล (เหมือนอัดภาพมายา) แล้วจะจัดการยังไง 

    ก็...ในอุณรุทหากตีความบทประพันธ์ก็...
    พอพระพลรามเจอสิง  พระกฤษณะก็กอดพี่ชายด้วยความรัก แล้วศิพชวนก็โดนดีดออกมาจากร่างพระพลรามเอง

    ดังนั้น...
    1. ศิพชวนน่าจะแพ้ความรักครับ  = ความรักที่พี่น้องมีต่อกัน อาจจะทำให้พระพลรามได้สติแล้วดีดศิพชวนออกไปได้ด้วยกำลังจิตตนเอง

    หรือ
    2. ศิพชวนอาจจะไม่ยินดีกับการถูกผู้ชายด้วยกันกอด ก็เลยหนีออกไปเอง (ความคิดโลมานะ)

    ส่วนตัวละครจาก capcom ที่คล้ายๆกับศิพชวนก็คือ Shadow ครับ
    แต่ต่างกันคือหมอนี่สิงอย่างเดียว ไม่ได้แถม ability ธาตุให้



  44. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    #40 อีกรอบ

    45.กาสา หรือ กาสัก จริงๆคือวิหคล่องหนครับ มองไม่เห็นตัว  บินเข้ามาจิกให้เป็นแผลเอาดื้อๆ พูดง่ายๆก็คือตัวคาไมตาจิของไทยนั่นแหละ  แต่ถ้าเอาด้วยวิทยาศาสตร์ก็... คนเิดินป่าบางทีแขนขาเจอใบหญ้าบาดไม่รู้ตัว มาเจ็บ + เห็นแผลทีหลัง ก็นึกว่ามีนกที่มองไม่เห็นตัวมาจิก
    และความเชื่อเกี่ยวกับตัวกาสานี่ก็คือ ใครได้ขนมันมาจะหายตัวได้ 

    ส่วนการที่ชื่อเรื่องละคร กาสานาคา มีครุฑมาสู้กะนาคแทน คิดว่าถ้าไม่ใช่ต้องการ เล่นคำ " ผ้ากาสา" กับ "นาคา"  ก็คงเป็นเรื่องความผิดพลาดทางเทคนิคของผู้ประพันธ์ (ด้วยไม่ตรวจสอบเอกสารให้ดี) น่ะครับ

    อนึ่ง เท่าที่โลมาจำได้ ผ้าย้อมฝาดสำหรับให้พระบวช เขาก็เรียก " ผ้ากาสา " มาแต่ไหนแต่ไรนะครับ 
  45. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้