เรื่องผี โลงแตก

ความคิดเห็น

2

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

เรื่องผี โลงแตก

สมัยเด็กผมอยู่หนองโดน สระบุรี ตอนนั้นยังเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ชาวบ้านทำไร่ทำนาเป็นอาชีพหลัก ยามว่างก็หาผักหาปลา หากบหาเขียดหรืองมหอยมากินได้ ไม่เดือดร้อนอะไรนัก

สิ่งที่ฝังใจผมในวัยเด็กก็คือการเผาศพ!

วัดเล็กๆ ดูเก่าแก่ทรุดโทรมมากไม่มีเมรุเผาศพอย่างวัดอื่น ถ้าใครตายก็จะก่อกองฟืนเผาผีที่หลังโบสถ์ เรียกว่า "เมรุลอย" ผมกับเพื่อนๆ ชอบไปดูการเผาศพ...เห็นกองไฟใหญ่ๆ ลุกแดงฉาน ควันโขมงลอยพลุ่ง เปลวไฟแดงฉานตัดกับท้องฟ้าสีเทาน่าดู เพราะส่วนมากเขาจะเผาศพกันตอนบ่ายแก่ๆ จวนเย็น

ไฟจากกองฟืนลุกท่วมโลงสีแดงจ้า เสียงดังคึ่กๆ เหมือนเสียงใครคำรามเกรี้ยวกราด เราคอยลุ้นว่ากองฟืนจะทลายลงมาหรือเปล่า ต้นกล้วยที่ค้ำยันไว้ข้างละ 2-3 ต้นจะเอาอยู่ไหม? ถ้ามันล้มลงตอนไฟไหม้มีหวังฟืนกระจาย
โลงศพมีหวังตกลงมาแตกแน่ๆ

แต่ผมยังไม่เคยเห็นสักที นอกจากกลิ่นศพถูกไฟไหม้ คล้ายกับเราย่างเนื้อสดๆ แต่กลิ่นศพแรงกว่า

...สิ่งที่พวกเด็กๆ อยากดูนักเวลาเผาศพ ก็คือตอนที่ไฟกำลังโหมไหม้โลงอยู่คึ่กๆ นั้น บางทีจะมีศพทะลึ่งพรวดขึ้นมานั่งกางแขนจังก้า ผู้หญิงกับเด็กๆ ถึงกับร้องกรี๊ดๆ ด้วยความตกใจไปตามๆ กัน

หลายๆ คนถึงกับวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปเลย!

ลองนึกถึงภาพศพที่มีไฟลุกท่วมตัว นั่งอยู่ในกองไฟด้วย...ถ้าไม่มีเสียงฟืนโหมไหม้คึ่กๆ คงจะได้ยินไฟเผาเนื้อหนังสดๆ ดังแฉ่ๆ อย่างแน่นอน! พวกผู้ใหญ่บอกว่าเป็นเพราะความร้อนจัด เส้นเอ็นยึด ทำให้ร่างศพลุกผึงขึ้นมาให้ขวัญหนีดีฝ่อไปหมด ไม่ใช่เพราะอำนาจภูตผีน่าสยดสยองอะไรหรอก

ต่อมา สัปเหร่อใช้ท่อนฟืนทับศพก่อนเผาหลายๆ ท่อน ทำให้ไม่เกิดปัญหาสยองขวัญขึ้นมาอีก...แต่แล้วก็เกิดเรื่องขนหัวลุกขึ้นจนได้

เย็นนั้นมีการเผาศพตาป่วนขี้เมาที่ตกบันไดตาย!

บ้างก็ว่าตาป่วนกินเหล้าเมามายเหมือนทุกๆ วัน เดินโซซัดโซเซกลับบ้านแล้วพลาดตกบันไดจนคอหัก แต่บ้างก็ว่าตาป่วนขึ้นบ้านแล้วทะเลาะกับเมีย จนโดนยายปองถีบตกบันไดลงมาตายต่างหาก

แต่ที่แน่ๆ คือการเผาศพตาป่วนยังติดหูติดตามาจนถึงทุกวันนี้

ขณะที่ไฟกำลังโหมไหม้โลงของแกดังคึ่กๆ ลมปั่นป่วนไปมา กลิ่นศพเหม็นรุนแรงจนหลายคนเบือนหน้าหนี บางคนพูดว่า...มีเหล้าดองมาตั้งหลายปีไม่น่าจะเน่าใน!

ทันใดนั้น ศพตาป่วนก็ทะลึ่งพรวดขึ้นมานั่ง กางแขนอ้าซ่า ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของผู้หญิง พวกผู้ชายยังผงะหน้าร้องเฮ้ยฮ้ายกันด้วยความตกใจ สัปเหร่อเองก็ยืนตะลึงไปเพราะคาดไม่ถึง

ก่อนที่จะใช้ไม้ไผ่ยาวๆ จัดการให้ศพเอนราบลง...ร่างที่มีไฟลุกท่วมอยู่ในโลงก็ร่วงลงมาบนพื้นดิน พร้อมๆ กับต้นกล้วยล้ม กองฟืนกับ
โลงศพไฟลุกโชนทลายลงมาอย่างน่ากลัว ทำให้เสียงหวีดร้องยิ่งดังแสบแก้วหูมากกว่าเดิม

นรกเป็นพยาน! ร่างตาป่วนที่มีไฟเป็นเสื้อผ้าไม่ได้นั่งกับพื้นที่เต็มไปด้วยลูกไฟ แต่กลับยืนจังก้า กางแขน ทำท่าเหมือนจะก้าวเข้ามาหาพวกเรา คนแก่กับผู้หญิงเรอเอิ๊ก...เป็นลมไปหลายคน

เสียงใครสวดมนต์ ท่องอิติปิโสกันปากสั่น...ก่อนที่ร่างน่าสยองนั้นจะล้มฟาดลงบนพื้นดิน!

ผมกับพวกเพื่อนๆ พร้อมใจกันรีบวิ่งกลับบ้านด้วยความอกสั่นขวัญแขวนสุดขีด บางคนถึงกับจับไข้ไปตั้งหลายวัน

...เรามารู้ทีหลังว่าสัปเหร่อสนต้องหาฟืนมาเพิ่มเติมเพื่อเผาศพตาป่วนจนมอดไหม้ ลูกเมียแกหวาดกลัวอิทธิฤทธิ์ของภูตผีจนไม่ยอมเก็บกระดูก กองฟอนถูกกวาดทิ้งถมดินมาจนถึงทุกวันนี้...นึกถึงแล้วยังขนหัวลุกเลยครับ!


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 5 พฤษภาคม 2553 เวลา 19:55 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

2

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เออน่ากลัวจิง
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เวรกรรมใครมาเล่นกริ่งจักรยานแถวนี้อะ

    บ้านยิ่งอยู่ใกล้ๆวัดอยู่

    ลมพัดซะแรงเลย
    PS.  I'm SONE
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: