ผู้หญิงคนหนึ่งที่เราเรียกว่า แม่ 4

ความคิดเห็น

0

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

ลืมคนที่รักคุณที่สุด... ไปหรือเปล่า

วันแม่แห่งชาติ





กลั่นเม็ดเลือดเม็ดน้อยนับร้อยหยด
จนปรากฎเป็นหยดนมรสกลมกล่อม
เพื่อหล่อเลี้ยงทารกน้อยค่อยอดออม
เฝ้าถนอมฟูมฟักรักเมตตา

วันเปลี่ยนวันเดือนเปลี่ยนเดือนหมุนเคลื่อนคล้อย
จากเด็กน้อยเริ่มมีแรงเริ่มแข็งกล้า
ค่อยสอนเดินสอนทำสอนคำจา
สอนปัญญาสอนวิชาสารพัน


ทารกน้อยวันนี้เห็นเป็นผู้ใหญ่
แม่ภูมิใจในผลงานการสร้างสรรค์
ความเหน็ดเหนื่อยกายใจหายไปพลัน
เมื่อถึงวันลูกได้รับปริญญา


วันนี้ลูกของแม่สุขถ้วนทั่ว
มีครอบครัวอยู่เย็นเป็นฝั่งฝา
แม่คนนี้ย่างเข้าสู่วัยชรา
รอเวลาสู่กองฟอนตอนสิ้นใจ


วันเอยวันแม่
สองตาแลหม่นหมองอยากร้องไห้
บ้านแม่อยู่วันนี้ไม่มีใคร
มีแต่ไก่กับหมาที่สีมอซอ


อยากฝากดาวถามฟ้าหาลูกรัก
ใครรู้จักบอกให้ได้ไหมหนอ
แม่ชราผู้อยู่หลังยังเฝ้ารอ
บอกอยากขอเห็นหน้าอีกคราเอย







เหตุผลที่เราควรรักแม่ มากกว่าแฟน

 

              แม่. . . ไม่เคยหลอกให้เราหลงรัก
              เพราะเราเต็มใจรักแม่ โดยไม่ต้องหลง

              แม่. . . อาจเคยตีเราให้เจ็บ แต่ไม่เคยทำให้เราเจ็บหัวใจ
              แม่. . . ส่งเสียเรา แต่เราต้องส่งเสียแฟน

              และในประเทศนี้ไม่มี . . . "วันแฟนแห่งชาติ"
              เหมือนวันแม่ใช่มั้ย 

              รู้ว่าความรักของแม่ ยิ่งใหญ่กว่าแฟนแล้ว. . .
              พรุ่งนี้!! คุณอยากบอกแม่ว่าอะไรดี. . .?

              อย่ารอโอกาส หรือรอเวลาบอกรักแม่เฉพาะ "วันแม่" เท่านั้น
              . . .เพราะวันเวลาอาจทำให้คุณ . . . ไม่มีโอกาสบอกรักแม่ก็เป็นได้






พื้นที่ ของแม่ ... ความรู้สึกของลูกที่มีต่อแม่

i love mom



          ผมไม่ได้เจอหน้าแม่มานานมากแล้ว! หลังจากที่พ่อตัดสินใจขายบ้านในกรุงเทพฯ แม่กับน้องก็ติดตามพ่อไปลงหลักปักฐานอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ขณะที่ผมเลือกจะสนุกสนานอยู่กับแสงสีของเมืองใหญ่เพียงลำพัง ทันทีที่จัดการเรื่องเรียนของน้องทั้งสองคนเรียบร้อย แม่ก็เริ่มมาจัดการกับอาชีพใหม่ของตัวเองในเมืองดอกคูน แม่ได้รับการชักชวนจากอาม่าให้ไปเป็นผู้ช่วยของท่านในการปรุงและขายอาหาร  


          อาม่ามีร้านข้าวแกงเล็กๆ ตั้งอยู่ที่โรงอาหารของโรงเรียนประจำจังหวัด และด้วยอายุที่มากขึ้น ประกอบกับกำลังวังชาที่ถดถอยลง ท่านจึงกำลังจะตัดใจทิ้งร้านนี้เพื่อที่จะไปดูแลร้านรับถ่ายเอกสารในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งน่าจะเหมาะกับหญิงชราอย่างท่านมากกว่า


          หลังจากแม่เข้าไปเป็นลูกมือให้อาม่า ไม่นานลูกค้าเก่าของอาม่าก็หันมาติดใจฝีมือปรุงอาหารของแม่เป็นทิวแถว นั่นทำให้อาม่ายิ้มได้ และลดบทบาทของตัวเองลงมาเป็นแค่ผู้ให้คำปรึกษา ร้านข้าวแกง "ป้าเกียว" ของอาม่า จึงกลายเป็น ร้านข้าวแกง "น้าจิ๋ม" ของแม่ไปโดยปริยาย


          ช่วงนั้นครอบครัวเราจึงมีรายได้เข้ามาสองทาง จากงานศิลปะของพ่อ และร้านข้าวแกงของแม่ และที่น่ารักไปกว่านั้นก็คือ ในช่วงเย็นแม่ยังไปเปิดร้านหมูสะเต๊ะข้างทางอยู่แถวริมบึงแก่นนครอีกด้วย ทุกๆ เย็นคนแถวนั้นจึงเห็นภาพสามี-ภรรยาช่วยกันเสียบไม้และปิ๊งหมูสะเต๊ะกันอย่างชินตา รวมไปถึงลิงทโมนสองตัวที่เล่นซนไปเสิร์ฟหมูสะเต๊ะไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ   


          ความสุขน่าจะกลับมาหาครอบครัวเราอีกครั้ง ถ้า "โรคร้าย" ไม่พรากพ่อจากเราไป...เราทุกคนจมอยู่กับความสูญเสียเมื่อพ่อไม่อยู่อีกแล้ว แม่เป็นคนแรกที่กัดฟันกลับคืนสู่สภาพปกติได้เร็วที่สุด ถึงกระนั้นร้านหมูสะเต๊ะก็ต้องปิดกิจการลง เพราะขาดลูกมือที่รู้ใจ แต่แม่ก็หันไปทำ "ขนมปั้นขลิบ" ส่งขายตามร้านเพื่อทดแทนรายได้ที่ขาดหายไป


          แม่ยังคงคิดถึงพ่ออยู่เสมอ ทุกคืนท่านนอนกอดเสื้อยืดเก่าๆ ของพ่อเป็นประจำ แต่หลังจากช่วงเวลานั้นภาพผู้หญิงอ่อนไหวนอนน้ำตาซึมกอดเสื้อของชายอันเป็นที่รัก ก็จะกลับกลายเป็นหญิงแกร่งที่ทำงานอย่างแข็งขัน โดยที่ไม่แสดงความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยออกมาให้ใครเห็นเลยสักนิด


          อนาคตของลูกทั้งสามสั่งให้แม่ทำงานหนักเท่าที่แรงจะมี จากอดีต "นางงามบ้านโป่ง" ที่เลื่องลือในตอนนั้น กลับกลายเป็น "แม่บ้านโทรมๆ" ในตอนนี้ไปเสียแล้ว


          ครั้งล่าสุดที่ผมเจอแม่ ปลายจมูกของท่านมีแผลไหม้ปรากฏ "พอดีทอดไก่แล้วน้ำมันกระเด็นมาโดน" แม่เล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ความสวยของท่านสร่างลง "ทำไมไม่หาครีมมาทาล่ะ เดี๋ยวก็เป็นแผลเป็นหรอก" สิ้นเสียงผม แม่ส่ายหน้าก่อนจะบอกว่า "ไม่ได้ใช้ครีมมาหลายปีแล้ว สิ้นเปลืองเปล่าๆ เดี๋ยวมันก็หาย แผลแค่นี้จะโวยวายไปทำไม" ผมเฉยๆ แล้วเฉไฉไปเรื่องอื่น เพราะดูทีท่าของแม่แล้ว ถ้าไม่เปลี่ยนเรื่องเราคงต้องคุยเรื่องนี้กันอีกยาว            


          กว่าสิบปีแล้วครับ ที่แม่เป็นเสาหลักของครอบครัวเราแทนพ่อ ทุกๆ วันแม่จะตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่อปรุงอาหาร ก่อนจะขนอาหารไปขายที่ร้าน แล้วกลับมาบ้านตอนสิบเอ็ดโมงเพื่อเตรียมอาหารเที่ยงไปขาย พอขายอาหารเที่ยงเป็นที่เรียบร้อยก็นั่งทำความสะอาดจาน ชาม และอุปกรณ์ในการทำครัวจนถึงสี่โมงเย็น จากนั้นก็กลับมาทำขนมปั้นขลิบไปขายและส่งตามร้านต่างๆ


          แม่ไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนทั้งในหรือนอกประเทศ แม่ไม่เคยมีเสื้อผ้าใหม่ทันสมัยสวมใส่ รวมไปถึงเครื่องประทินผิวมีราคา ความรับผิดชอบต่อลูกทำให้ "พื้นที่ชีวิต" ของแม่ค่อยๆ หดแคบลงเรื่อยๆ แต่กับ "พื้นที่หัวใจ" กลับถูกขยายจนกว้างใหญ่เหลือคณาด้วย "รอยยิ้มของลูกพวกเรา"


           "ขอบคุณครับแม่"




              แม่. . . ไม่เคยบอกเลิก
              แม่. . . เป็นแบงค์ส่วนตัวที่เวลากู้ไม่เคยคิดดอกเบี้ย 
              และไม่ค่อยทวงคืน

              แม่. . . เห็นเราเดินแก้ผ้าตั้งแต่เล็ก โดยไม่เคยติเรื่องรูปร่าง
              แม่. . . เป็นคนที่เห็นเราดีกว่า แฟนของแม่เสมอ
              ขอหอมแม่ไม่ยากเท่าขอหอมแฟน

              แม่. . . ยอมตัดสะดือตัวเองเพื่อให้เราเกิดมา
              แม่. . . สอนให้เราพูดได้ เพื่อจะไปบอกรักแฟนตอนโต
              แม่. . . ยอมเป็นยายอ้วนลงพุงตั้ง 9 เดือน
              เพื่อให้เราอาศัยอยู่ข้างใน

 







เคริต กระปุก



ที่ต้องมีกระทู้ถึง4กระทู้ เพราะ ความรักของแม่มีมากมาย  อยากให้ทุกคนรักแม่ให้มากๆนะค่ะ   อันที่จริงความรักของแม่มีมากมายจนอธิบายไม่หมดถึงตั้งแค่4กระทู้



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 กรกฎาคม 2553 / 20:11
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 31 กรกฎาคม 2553 / 20:19

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

0

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: