การอภิปราย

ความคิดเห็น

12

ติดตามกระทู้

2

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
24

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

 

การอภิปราย

สมพงศ์  วิทยศักดิ์พันธุ์

 

                ข้อเขียนต่อไปนี้มุ่งให้นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับการอภิปราย การเตรียมตัวเพื่อเป็นผู้อภิปรายหรือวิทยากร การเป็นผู้ดำเนินการอภิปราย และการเป็นพิธีกรในการอภิปราย ทั้งนี้เพื่อให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง เป็นลำดับขั้นตอน ทำได้อย่างเหมาะตามความคาดหวังของผู้ฟัง และตามสิ่งที่พึงเป็น

. การอภิปรายคืออะไร

                ก่อนอื่นต้องเข้าใจความหมายของการอภิปรายให้ถ่องแท้เพื่อจะได้เตรียมความคิดและเตรียมตัวได้ถูกต้อง การอภิปรายหมายถึงการร่วมกันแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง รวมไปถึงการพูดให้ความรู้ข้อมูลใหม่ด้วย การอภิปรายที่ได้ยินกันบ่อยปัจจุบัน เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจ การอภิปรายเรื่องวิกฤติวัฒนธรรมในยุคโลกาภิวัตน์ เป็นต้น ปกติจะมีผู้มาร่วมอภิปรายตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรืออาจเป็นกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน  อาจเป็นการอภิปรายในที่ประชุม สำนักงาน กลางแจ้ง หรือในสภา ก็ได้ โดยมักเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้แสดงความคิดเห็นของตนได้อย่างเต็มที่ แต่ในระยะเวลาจำกัด ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้

. วัตถุประสงค์ของการอภิปราย

การอภิปรายแสดงความคิดเห็นที่จัดขึ้นมักมีจุดมุ่งหมายแน่นอน นั่นคือ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้คือ  เพื่อมาแสดงความคิดเห็น ให้ความรู้ เสนอแนะ โต้แย้ง หรือสนับสนุน ด้วยข้อมูลเหตุผล หลักการ ตัวอย่าง เพื่อโน้มน้าวให้ผู้ฟังคล้อยตาม หรือเพื่อให้ผู้ฟังคิด ชั่งน้ำหนัก ไตร่ตรอง ฉุกคิด หรือตอกย้ำความเชื่อในแง่มุมเดิม หรือเพื่อให้เกิดความคิดใหม่ ก็ได้

ปกติแล้วหากมีข้อถกเถียง ปัญหา และความไม่เข้าใจกันของสาธารณชน หน่วยงาน หรือองค์กรเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็มักจะจัดการอภิปรายขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทัศนคติ และให้ข้อมูลความรู้ เพื่อที่ผู้ฟังจะได้นำความรู้ ความคิดเห็นที่ได้เหล่านี้ไปไตร่ตรองเพื่อตัดสินใจดำเนินการต่อไป

วัตถุประสงค์ของการอภิปรายอาจมีได้ดังนี้

ð. เพื่อหาข้อเท็จจริง

ð. เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็น

ð. เพื่อวัดและตรวจสอบทิศทางหรือความรู้สึกของสมาชิกของสังคมหรือกลุ่มต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เป็นประเด็นสนใจ

ð. เพื่อกระตุ้นให้ผู้ฟังเกิดความสนใจและเรียนรู้เกี่ยวกับประเด็นปัญหา

ð. เพื่อนำข้อมูลความรู้และความคิดเห็นไปประกอบการตัดสินใจ

ð. เพื่อแก้ปัญหาและหาทางออกร่วมกันของกลุ่ม

. ลักษณะ/ประเภทของการอภิปราย

                การอภิปรายมีลักษณะทั่วไป ๓ ลักษณะดังนี้คือ การอภิปรายในที่ประชุม การอภิปรายทั่วไป การอภิปรายแบบมีวิทยากรหรือจำกัดผู้ร่วมอภิปราย            

. การอภิปรายในที่ประชุม หมายถึงการเปิดโอกาสให้สมาชิกของที่ประชุมที่มีลักษณะปิด ได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจหรือการแก้ไขปัญหา หรือมติของที่ประชุม โดยมีประธานในที่ประชุมทำหน้าที่ควบคุมการอภิปราย หลังจากการอภิปรายอาจมีการให้ลงมติ หรือสรุปผลการอภิปราย โดยที่ประชุมอาจแบ่งออกได้เป็น สามฝ่าย คือฝ่ายเห็นด้วย ฝ่ายไม่เห็นด้วย และฝ่ายยังไม่ตัดสินใจ การอภิปรายของทุกฝ่ายเป็นไปเพื่อให้เหตุผล ข้อมูล และความคิดเห็นเพื่อโน้มน้าวให้อีก ๒ ฝ่ายมาเห็นด้วยเพื่อให้ที่ประชุมมีความเห็นคล้อยตามหรือลงมติตามที่ฝ่ายตนต้องการ เช่น การอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภาเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น เรื่องงบประมาณ เรื่องกระทู้เกี่ยวกับอาชญากรรมและยาเสพติด ฯลฯ  หรือการอภิปรายในที่ประชุมขององค์กร หน่วยงาน เป็นต้น

การอภิปรายในที่ประชุมมีลักษณะพิเศษคือเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น ให้ข้อมูลความรู้ได้โดยเท่าเทียมกัน โดยถือว่าสมาชิกแต่ละคนมีความรู้ มีสิทธิ์ และมีโอกาสอภิปรายได้ เนื่องจากผู้เข้าประชุมมีความรู้ความเข้าใจงานและประเด็นที่กำลังถกเถียงอภิปรายกันอยู่ค่อนข้างดี ปกติมักให้มีการแจ้งวาระการประชุมเพื่อให้สมาชิกเตรียมตัวล่วงหน้าได้

. การอภิปรายทั่วไป เป็นลักษณะของการอภิปรายที่เปิดโอกาสให้ทุกคนที่เป็นสมาชิกของที่ประชุมหรือผู้เข้าร่วมประชุมที่สนใจปัญหาเดียวกันแสดงความคิดเห็นได้ การอภิปรายทั่วไปทำได้สองลักษณะ คือ ลักษณะแรกทำในหมู่สมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้ ดังเช่นการอภิปรายในที่ประชุมดังกล่าวข้างต้น หรือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ฟังที่เป็นสาธารณชนเข้าร่วมประชุมและแสดงความคิดเห็นได้ด้วย ปกติก่อนจะมีการอภิปรายทั่วไปมักเริ่มต้นให้มีวิทยากร หรือผู้ร่วมอภิปรายที่กำหนดบุคคลไว้แล้วพูดอภิปรายเสนอความคิดจนครบทุกคนแล้วก่อน จากนั้นก็เปิดโอกาสให้ผู้ฟังร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้

. การอภิปรายแบบมีวิทยากร/ผู้ร่วมอภิปราย ลักษณะนี้เป็นที่นิยมในปัจจุบันมาก การอภิปรายแบบนี้มักมีวิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปรายประมาณ ๒-๔ จนถึง มาร่วมแสดงความคิดเห็น อาจเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเดียวกัน หรือเป็นการเสนอแนวทาง ทางออกของปัญหา หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่กำลังเป็นประเด็นสนใจของกลุ่มหรือสาธารณชน การอภิปรายลักษณะนี้ ผู้อภิปรายมักได้รับเชิญในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นบุคคลที่สังคมยอมรับ เป็นบุคคลที่มีความคิดเห็นน่าสนใจ เป็นผู้มีชื่อเสียง และเป็นผู้ที่สังคมกำลังให้ความสนใจ เป็นต้น มีคำเรียก ๒ คำสำหรับผู้อภิปราย คือ วิทยากร และผู้ร่วมอภิปราย ทั้งสองคำมีความหมายเดียวกันในแง่ที่ว่ามีบทบาทหน้าที่ให้ความคิด ความรู้ และข้อเสนอแนะต่าง ๆ แก่ผู้ฟัง

. การเตรียมตัวสำหรับการอภิปราย

ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายลักษณะใดก็ตาม ผู้อภิปรายที่ดีมักจะเตรียมตัวเพื่อที่จะพูดอภิปรายล่วงหน้าเสมอเพื่อให้การพูดแต่ละครั้งน่าสนใจ โน้มน้าวใจ เป็นเหตุเป็นผล สมเหตุสมผล และเป็นจริง และต้องพูดให้ครบถ้วนในระยะเวลาที่จำกัด ปกติหากเป็นการอภิปรายในที่ประชุมหรือการอภิปรายทั่วไป ผู้อภิปรายมักมีเวลาเพียงน้อยนิดตั้งแต่ ๒-๓ นาทีไปจนถึงประมาณ ๑๐ นาที ก็เรียกว่าใช้เวลามากแล้ว เพราะมีคนอีกจำนวนมากที่รอจะอภิปรายแสดงความคิดเห็นเช่นเดียวกัน ในขณะที่การอภิปรายที่มีวิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปรายนั้น วิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปรายมีจำนวนจำกัดจึงมีเวลาอภิปรายมากกว่า

กระนั้นก็ตาม การเตรียมตัวที่ดีถือเป็นหัวใจสำคัญของการอภิปรายเลยทีเดียว การเตรียมตัวที่ดีมี ๒ แบบตามประเภทหรือลักษณะของการอภิปรายดังนี้

. การเตรียมตัวอภิปรายในที่ประชุมและการอภิปรายทั่วไป การประชุมเช่นนี้มักมีการแสดงความคิดเห็นกันต่อเนื่อง หากเป็นสมาชิกของที่ประชุมหรือเป็นผู้สนใจในประเด็นปัญหาโดยเฉพาะ จำเป็นต้องเตรียมตัว คือ

Ø    ศึกษาหาข้อมูลและความคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวให้กว้างขวางรอบด้าน รู้จักต้นตอหรือสาเหตุ ปัจจัยที่ให้เกิดปัญหา ข้อเสนอที่ได้มีการปฏิบัติไปแล้ว หรือข้อเสนอ ข้อคิดเห็นต่างๆ ที่ได้มีการพูดหรืออภิปรายมาก่อนหน้านี้ ผลของการปฏิบัติหรือการยอมรับ หรือความเป็นไปได้ของข้อเสนอเหล่านั้น ข้อมูลรอบด้านที่เป็นธรรมชาติของประเด็นปัญหา เหตุการณ์รอบด้าน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ

Ø    เมื่อเข้าใจสภาพปัญหาและข้อคิดเห็นที่มีอยู่ก่อนแล้ว พยายามคิดหาเหตุผลด้วยกรอบคิดหรือมุมมองที่แตกต่างในการเสนอแนะเพื่อแก้ปัญหาหรือให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อว่าความคิดของเราจะได้ไม่ซ้ำซ้อนหรือเป็นความคิดดาดๆ ทั่วไปที่คนรู้แล้ว ผู้อภิปรายไม่เพียงแต่ตอกย้ำข้อมูล ความคิด ความเชื่อเดิมเท่านั้น หากต้องเสนอแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจ เป็นไปได้ และคิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลใหม่หรือทางออกใหม่ที่ดีให้กับที่ประชุมด้วย

Ø    กลั่นกรองความคิด เหตุผล และข้อมูลเพื่อให้เกิดความแน่ใจและมั่นใจอย่างเต็มที่ จากนั้นนำความคิด เหตุผล และข้อมูล มาเรียงลำดับเพื่อความเป็นเหตุเป็นผล จากนั้นก็หาตัวอย่างประกอบเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่าย สั้นและชัดเจน ทั้งนี้เนื่องจากมีเวลาพูดอภิปรายจำกัด

Ø    หากมีเวลาเตรียมตัวน้อยและเป็นการอภิปรายแสดงความคิดเห็นของที่ประชุมอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องใจจดใจจ่อต่อการอภิปรายของสมาชิกแต่ละคน บันทึกประเด็น เหตุผล และตัวอย่างที่ยกประกอบเพื่อทำความเข้าใจได้เร็ว หากต้องการเพิ่มเติม สนับสนุน หรือโต้แย้ง ควรเขียนสิ่งที่ต้องการอภิปรายเป็นหัวข้อหรือประเด็นไว้ พร้อมเหตุผล และตัวอย่างอย่างย่อๆ โดยเขียนให้เป็นลำดับ วางเหตุและผลให้เหมาะสมพร้อมตัวอย่างที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนความคิดของตน

หัวใจสำคัญของการอภิปรายแบบนี้คือ ฟังให้มากเพื่อให้ได้รับข้อมูลและความคิดเห็น เพื่อที่จะคิดหาทางออกใหม่สำหรับที่ประชุม และสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผู้ฟังหรือผู้เข้าร่วมประชุมคาดหวัง

. การเตรียมตัวเป็นวิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปราย  การเป็นวิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปรายแสดงถึงการได้รับการยอมรับให้เป็นผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาหรือเรื่องราวที่มีจะการอภิปราย เหตุนี้เองทำให้วิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปรายมีเวลาสำหรับการอภิปรายมากกว่าการอภิปรายแบบอื่น และการอภิปรายเช่นนี้มักเน้นให้วิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปรายพูดเป็นหลัก โดยอาจมีการซักถาม เปิดอภิปรายทั่วไปตอนหลังเพื่อให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมได้บ้างในเวลาที่จำกัดเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ การเตรียมตัวของวิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปรายจึงมีลักษณะคล้ายกับการเตรียมตัวพูดโดยทั่วไป นั่นคือ

ðเตรียมตัวศึกษาหาความรู้ ความคิดเห็นและข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะอภิปรายอย่างรอบด้าน และตรงประเด็น

ðเน้นเรื่องความคิดใหม่ ข้อเสนอแนะใหม่ ทางออกใหม่ และข้อมูลใหม่ พร้อมเหตุผล ตัวอย่างประกอบที่ชัดเจน ทั้งหมดนี้ต้องตรงประเด็นเช่นเดียวกัน

ðวิเคราะห์ผู้ฟัง โอกาส สถานที่ เวลา วัตถุประสงค์ของการอภิปราย ฯลฯ

ðจัดลำดับความคิด เหตุผล และเลือกตัวอย่างที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจง่าย

ðร่างบทพูดด้วยการเลือกคำ สำนวน ประโยค หาคำคม คติ แง่คิด และบทกวีที่สำคัญและเข้ากับเรื่องที่จะอภิปราย โดยให้เหมาะสมกับเวลาที่กำหนด

ðฝึกซ้อมให้จำได้ขึ้นใจ และสามารถพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ เร้าใจ น่าสนใจ

ðทำเค้าโครงของบทพูดโดยกำหนดเป็นโครงเรื่องที่เขียนเฉพาะประเด็นสำคัญ เหตุผล และตัวอย่าง ทั้งหมดเขียนแบบย่อ ๆ เพื่อเป็นแนวในการพูด เขียนตัวโต ๆ เพื่อให้ดูและอ่านง่าย หากเป็นคำคม บทกวี ก็เขียนไว้ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะขณะพูดอาจลืมได้ เค้าโครงหรือโครงเรื่องนี้อาจจะใช้กระดาษธรรมดา หรืออาจใช้แผ่นกระดาษแข็งก็ได้ เพื่อให้ดูและอ่านได้อย่างสะดวก

                สิ่งหนึ่งที่การเตรียมตัวอภิปรายแตกต่างจากการเตรียมตัวพูดทั่วไปคือ การวิเคราะห์วิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปรายด้วยกัน เนื่องด้วยการอภิปรายเช่นนี้มีวิทยากรตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป หากได้รับการมอบหมายหัวข้อหรือประเด็นที่แตกต่างกัน ก็นับเป็นเรื่องดีที่สามารถเตรียมตัวได้ตามประเด็นนั้น หลายครั้งที่การอภิปรายไม่ได้มีการมอบหมายหัวข้อพิเศษให้แก่วิทยากรแต่ละคน ทำให้วิทยากรจำเป็นต้องเตรียมมากขึ้น ด้วยการอ่านใจหรือวิเคราะห์วิทยากรที่เป็นผู้ร่วมอภิปรายว่าเขามีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านใด มักมีแนวคิดหรือมุมมองอย่างไร และคาดว่าเขาจะเสนออย่างไร เพื่อว่าการเตรียมตัวจะได้ไม่เกิดความซ้ำซ้อนกันขึ้น หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้ที่อภิปรายก่อนจะพูดไปหมดแล้ว ทำให้ผู้ร่วมอภิปรายคนต่อมาไม่มีเรื่องที่พูดอภิปรายเพราะเตรียมเรื่องมาซ้ำกัน ดังนั้น ทางที่ดีควรเตรียมตัวให้มากและขณะเดียวกันก็ต้องอ่านและวิเคราะห์ผู้ร่วมอภิปรายของเราด้วย

                ปกติแล้วเพื่อให้การอภิปรายดำเนินไปอย่างราบรื่นและได้รับความรู้ ความคิดเห็นและประโยชน์สูงสุด ผู้จัดการอภิปรายจะกำหนดหัวข้อย่อยให้ผู้อภิปรายแต่ละคนล่วงหน้า บ่อยครั้งที่ไม่ได้ทำเช่นนี้ ผู้จัดก็อาจจัดให้ผู้อภิปรายได้พบปะกัน โดยมีผู้ดำเนินการอภิปรายเป็นผู้ประสานงานจัดประเด็น ลำดับการพูดอภิปราย และเวลาให้กับวิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปรายแต่ละท่านก่อนการอภิปรายไม่นานนัก ยกเว้นมีการติดต่อล่วงหน้าเป็นเวลานาน

                เมื่อเป็นเช่นนี้ วิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปรายจึงต้องเตรียมตัวให้กว้างขวาง ลึกซึ้ง และมีข้อมูลและความคิดเห็นเพื่อจะได้ไม่เกิดความซ้ำซ้อนหรืออับจนข้อมูล ข้อคิดเห็นได้ขณะขึ้นอยู่บนเวทีแล้ว การจะทำได้แน่นอนว่าจะต้องวิเคราะห์ผู้ร่วมอภิปรายได้อย่างถูกต้องเท่านั้น

. ผู้ดำเนินการอภิปราย

                ผู้ดำเนินการอภิปรายมีบทบาทสำคัญมากในการอภิปราย เป็นผู้ทำให้การอภิปรายเริ่มต้นและดำเนินไปอย่างราบรื่นและน่าสนใจ ปกติแล้วผู้ดำเนินการอภิปรายมีหน้าที่และบทบาทต่อไปนี้

                ð. เป็นผู้กำหนดรูปแบบการอภิปราย ประเด็นหัวข้อย่อยให้เป็นลำดับที่เหมาะสม มีความน่าสนใจ ให้แก่วิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปรายแต่ละท่าน กำหนดเวลาอภิปรายของแต่ละคน และช่วงเวลาสำหรับการซักถาม ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ ผู้ควบคุมเวที ผู้กำหนดเวลาและจับเวลา ตลอดจนกำหนดกติกาที่เหมาะสมเพื่อให้การอภิปรายดำเนินได้รับประโยชน์สูงสุด

                ð. เป็นพิธีกร สำหรับการอภิปรายที่ไม่เป็นทางการมากนัก ผู้ดำเนินการอภิปรายจะทำหน้าที่เป็นพิธีกร แนะนำประเด็นที่จะอภิปราย  ความสำคัญ ความน่าสนใจ โอกาส และความคาดหวังของผู้จัดอภิปราย เป็นต้น

                ð. แนะนำวิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปราย โดยกล่าวถึงประวัติที่สำคัญ ความน่าสนใจหรือลักษณะพิเศษไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน ตำแหน่ง ผลงาน ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับการอภิปราย โดยคำนึงถึงความเหมาะสมด้านเวลา และความสนใจของผู้ฟัง

                ð.  นำและเชื่อมโยงประเด็นการอภิปรายของวิทยากรแต่ละท่าน หากผู้ร่วมอภิปรายพูดยาวและไม่ชัดเจนนัก ผู้ดำเนินการอภิปรายอาจสรุปเป็นประเด็นเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจชัดเจนขึ้น หากเนื้อหาชัดเจนอยู่แล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องสรุปเพราะทำให้เสียเวลา แต่เชื่อมโยงประเด็นและเชิญผู้ร่วมอภิปรายพูดคนต่อไป

                ð. จัดสรรและควบคุมเวลาของผู้ร่วมอภิปรายและผู้สนใจซักถามในการอภิปรายทั่วไป เพื่อไม่ให้มีการผูกขาดการพูดหรือการพูดที่ออกนอกเรื่อง ไม่ตรงประเด็น หรือเยิ่นเย้อ

                ð. กล่าวขอบคุณวิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปราย ผู้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ และผู้ฟัง

                ผู้ดำเนินการอภิปรายที่ดีควรมีลักษณะดังต่อไปนี้

                . มีลักษณะผู้นำ กล้าตัดสินใจ กล้าที่ดำเนินการอภิปรายให้เป็นไปตามเวลาที่กำหนด

                . เตรียมตัวดีสำหรับการอภิปราย กล่าวคือ มีความรู้ค่อนข้างดีเกี่ยวกับเรื่องที่จะอภิปราย มีข้อมูล เข้าใจ สามารถตั้งคำถามหรือข้อสังเกตที่ดีได้ และเตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งในส่วนของเนื้อหา บทที่จะเริ่มต้น บทแนะนำผู้ร่วมอภิปราย และบทสรุปการจบอภิปราย ว่าจะพูดอย่างไรให้เหมาะสม

                . มีวาทศิลป์ในการตัด ขัด และแทรก หากมีการพูดเกินเวลา พูดนอกเรื่อง เยิ่นเย้อ เป็นต้น

                . ใจจดใจจ่อและมีสมาธิฟังการอภิปรายเพื่อที่จะสรุปได้อย่างตรงประเด็น สั้น กระชับ ถูกต้อง และสามารถเชื่อมต่อประเด็นได้อย่างราบรื่น ผู้ดำเนินการอภิปรายอาจจำเป็นต้องเขียนบันทึกอยู่ตลอดเวลาขณะฟังวิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปรายเพื่อไม่ให้ลืมประเด็น

                . เตรียมนาฬิกาเพื่อจับเวลา กระดาษสำหรับเตือนผู้ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับเวลาที่เหลือหรือการให้รีบสรุป

                . ดำเนินการอภิปรายอย่างเป็นกันเอง เป็นธรรมชาติ และจริงใจ

                . แต่งกายสุภาพ

. พิธีกร

                พิธีกรเป็นบุคคลสำคัญของงานเสมอ เป็นผู้ที่จะทำให้งานการอภิปรายดำเนินไปได้อย่างราบรื่นทั้งก่อนการอภิปรายและภายหลังการอภิปราย ปกติแล้วคนทั่วไปไม่รู้จักพิธีกร หากทำงานได้ดี ราบรื่น ก็จะดูเหมือนว่าพิธีกรทำงานได้ตามปกติตามความคาดหวังของที่ประชุม อย่างไรก็ตาม หากมีเรื่องติดขัดขึ้น สิ่งที่ผู้ฟังสนใจและพุ่งเป้าความสนใจไปก็คือ พิธีกร นั่นเอง

                สำหรับการอภิปราย พิธีกรมีบทบาทและหน้าที่อยู่เพียง ๒ ช่วง คือช่วงแรกก่อนมีการอภิปราย และช่วงหลังเมื่อจบการอภิปราย  แม้ดูเหมือนไม่ใช่กลไกหลักของงาน แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การอภิปรายน่าสนใจและจบลงได้อย่างประทับใจ หากพิธีกรได้เตรียมตัว เขียนบท พูดอย่างเป็นธรรมชาติ มีแง่คิด คติ และคำคม ที่ให้ภาพรวมและความประทับใจเกี่ยวกับการอภิปราย ตลอดจนย้ำความคิดข้อเสนอที่ดีของวิทยากรหรือผู้ร่วมอภิปรายให้ผู้ฟังได้ฝังใจ ประทับใจ และนำติดไปคิดไตร่ตรองและมีความประทับใจที่ดีกับการอภิปรายและวิทยากร

                โดยทั่วไป พิธีกรสำหรับการอภิปรายมีบทบาทและหน้าที่ดังต่อไปนี้

                . แนะนำหัวข้อการอภิปราย โอกาส และวัตถุประสงค์ของการอภิปราย เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความสนใจมากขึ้น และอาจกล่าวถึงผู้ร่วมอภิปรายและผู้ดำเนินการอภิปรายในแง่มุมที่เกี่ยวกับหัวข้อเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ

. แนะนำผู้ดำเนินการอภิปราย

. เมื่อการอภิปรายสิ้นสุดลง กล่าวขอบคุณผู้ดำเนินการอภิปราย และวิทยากรอีกครั้ง และขอบคุณผู้ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ และผู้ฟัง

พิธีกรที่ดีต้องเข้าใจและมองเห็นภาพรวมของการดำเนินงานการอภิปรายทั้งหมด ต้องเป็นผู้วางแผนเกี่ยวกับกำหนดเวลาของการเริ่มและการเลิกงาน รู้รายละเอียดเกี่ยวกับช่วงเวลาว่าช่วงใดมีการดำเนินการอย่างไร และมีรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ดำเนินการอภิปรายและผู้ร่วมอภิปราย ตลอดจนรู้เกี่ยวกับหัวข้อ วัตถุประสงค์ของการจัดการอภิปราย สามารถพูดดึงความสนใจจากผู้ฟังได้

นอกจากนี้พิธีกรยังต้องรู้ว่าควรต้องกล่าวถึงและขอบคุณใครบ้างที่ทำให้งานเกิดขึ้นได้และประสบความสำเร็จ.


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 31 ธันวาคม 2555 เวลา 07:15 น.
หรูเริด

เค้าว่ากระทู้นี้ "หรูเริด"..แล้วคุณล่ะ? โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


1 โหวต จากทั้งหมด 2 โหวตเลือก หรูเริด

ความคิดเห็น

12

ติดตามกระทู้

2

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
24
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แต้งกิ้วนะ ต้องใช้เรียนพอดี :D
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    \"\"\"\"\"\"
    ขอขอบพระคุณรุณช่องอย่างยิ่งเลย

    ข้อมูลแจ่มมาก

    ไม่ได้กระทู้นี้ตายแน่ๆ

    ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ

    PS.  จริงดิ
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โอ้!!!!!!!!!!!!!!!!!! ช่วยชีพผมไว้ขอบคุนมากกัฟ
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณมากๆเลย
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณคะ
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณครับ^^สู้สู้
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณมากกกกก.....ครับสู้สู้
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณมากๆพรุ่งนี้ได้เต็มเเน่55
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อยากได้ตัวอย่างการอภิปรายค่ะ
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    กระผมขอบใจอย่างทราบซึ้งขอรับ

  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุนมากกกกกกกกกกก  ถ้าไม่มีกระทู้นี้ตายเหงแซะ 
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตอบให้ผมหน่อยคับ ในสังคมประชาธิปไตย การอภิปรายมีความสำคัญหรือไม่อย่างไร
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: