ว่ากันว่า..รังสีเทคนิค..รายได้ดีที่สุดในสายสหเวช!!!

เด็กชายหัวใจวุ่นรัก 1999523 0.00 1,476 8 ธ.ค. 53 01:55 น.
ความคิดเห็น

24

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
guest
เด็กชายหัวใจวุ่นรัก
  • เด็กชายหัวใจวุ่นรัก
  • 161.200.206.163
  • -

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

อยากทราบว่า...

จริงหรือไม่คับ!! ที่ว่า...
นักรังสีเทคนิค เป็นวิชาชีพที่จัดได้ว่า รายได้ดีที่สุด!! ในสายวิชาชีพทางด้าน
สหเวชศาสตร์ (เทคนิคการแพทย์ รังสีเทคนิค กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด
โภชนาการและการกำหนดอาหาร บลาๆๆ) แม้จะไม่สามารถเปิดคลีนิกได้ก็ตาม
(ปล.1 ในความคิดผมนะ..ใครเปิดได้เองก็บ้าละ อุปกรณ์แต่ละตัว 20-30ล้าน ทั้นน้านนน
ปล.2 แย่เลย ชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสได้เป็นนายตัวเอง....(- -")....)
แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยง จนถึงขั้น อาจเป็นหมันได้!!
(เอ่อ...ถ้าผมเรียนแล้วผมจะเสื่อมฯรึป่าวเนี่ย!!...ยังอยากมีลูกมีเมียนะคราบ!!!!)

แล้ว...จริงหรือไม่คับ!! ที่ว่า...
ในบรรดา สายวิชาชีพนี้หละคับ เทคนิคการแพทย์ ถือว่าล้นเมืองมากที่สุด
จบเยอะ! งานน้อย! บรรจุยาก! รายได้น้อย!
งานส่วนใหญให้ค่าตอบแทนน้อยกว่าพยาบาลเสียด้วยซ้ำ!!
(ผมคิดว่างานเทคนิคการแพทย์แลดูจะใช้ความรู้มากกว่านะคับ
ส่วนงานพยาบาลดูน่าจะใช้ "ใจ" จิตวิทยา และความอดทน มากกว่านะคับ)
จะเปิดคลีนิกแล็ปของตัวเอง อุปกรณ์ก็ราคาสูงพอควร
โอกาสจะได้เป็นเจ้านายตัวเองจึงค่อนข้างยาก(แต่ก็ยังมีโอกาส)
(ปล.เห็นในบอร์ดของ สภาและสมาคมเทคนิคการแพทย์
แลดูจะโอดครวญมากกว่าวิชาชีพอื่นๆ)

แล้ว..จริงหรือไม่คับ!! ที่ว่า..
โภชนาการและการกำหนดอาหาร เป็นสาขาที่ ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ!! ไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ!!
ไม่มีสภา!! ไม่มีสมาคม!! ไม่มีอะไรรับรองอนาคตการทำงานและรายได้เลย!!
แต่..เป็นสาขาที่ขาดแคลนมาก ถึง มากที่สุด!!
แล้วถ้าอยากเปิดกิจการเป็นของตัวเองหละ..เปิดร้านอาหาร??..ขายอาหารเสริม??

ยังคับ ยังไม่หมด!! จริงหรือไม่คับ!! ที่ว่า
นักกายภาพบำบัด เป็นวิชาชีพที่ งานเยอะที่สุด!! ทั้งงานราฏษร์งานหลวง ตั้งแต่งานประจำไปยันJOBพิเศษ!!
เปิดคลีนิกเป็นของตัวเองง่ายที่สุด!! รายได้ดี!! และ..ไม่ใช่หมอนวด!!
(แต่ก็มีเรียนนวด...ตกลง จะนวดหรือไม่นวด??)
และที่สำคัญ..เรียนหนักที่สุด!! แถมยังต้องผ่าอาจารย์ใหญ่ตัวจริง..เสียงจริง!!(ถ้าเสียงมาด้วยผมเผ่น!!)
(แล้วผมจะรอดมียเนี่ย!!...แอบกลัวผีนะ แต่ไม่แสดงออก...เดี๋ยวเสียฟอร์ม)




ปล.พิมพ์เองยังคิดว่า รายการล้วงลับตับแตก 555+

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 เวลา 14:43 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

24

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

     เอ่อ อ่านไปก็แอบสงสัยไป...มันจะตื่นเต้นไปไหน

    ข้อแรก นักรังสีเทคนิครายได้ดีที่สุดจริงหรือ
    เรื่องเงินเดือนนี้ ถ้าเป็นงานในโรงพยาบาล ไม่นับงานเซลล์ รังสีเทคนิคถือว่ารายได้ดีสุดจริงคั้บ แลกกับอันตรายเรื่องการรับรังสี...คุ้มไม่คุ้มชั่งใจเอาเองละกันนะคั้บ

    ข้อสอง นักเทคนิคการแพทย์ล้นเมืองจริงหรือ
    อันนี้คือจบมาถ้าไม่เลือกงาน ไม่ว่าจะงานโรงพยาบาล งานเซลล์ งานสภา ก็ไม่น่าจะตกงานนะคั้บ...พูดง่ายๆว่าเยอะก็จริง แต่ยังไม่ถึงขั้นล้นเมืองหรอก

    ข้อสาม โภชนาการและการกำหนดอาหารไม่ใบประกอบฯ ไม่มีสภารองรับ จริงหรอ
    ด้านอาหารนี้ไม่รุ้เหมือนกันคั้บ....ไม่เคยสนใจจะเรียน เลยไม่เคยสนใจศึกษาหลักสูตร เลยไม่สามารถตอบได้

    ข้อสี่ คำถามย่อยเยอะ ไม่ทวนละกัน ตอบเลย
    นักกายภาพบำบัดงานเยอะ?...น่าจะจริงนะคั้บ...ถ้างานหลากหลาย น่าจะเปนเทคนิคการแพทย์มากกว่า
    การเรียนนวดของนักกายภาพ ออกแนวรักษาโรคมากกว่านวดผ่อนคลายนะคั้บ...แบบว่า นักเทคนิคการแพทย์ ตรวจวินิจฉัยโรค แล้ว นักกายภาพบำบัด รักษา
    เรื่องเรียนหนัก...หนักจริงคั้บ แต่คงไม่ที่สุดหรอกคั้บ ยังไงแพทย์ก็หนักกว่าสาหัส
    เรื่องผ่าอาจารย์ใหญ่...ไม่ได้ผ่าคั้บ แค่เรียนกับอาจารย์ใหญ่เฉยๆ แบบนั่งดูอะไรประมาณนั้น(พวกสายวิทฯสุขเกือบทั้งหมดต้องเรียนอนาโตมี่1เกือบหมดแหละ) ส่วนเรื่องผ่าคงเฉพาะคณะแพทย์อะนะคั้บ

    ป.ล.ถ้าพูดไรผิดก็รบกวนแก้ไขไห้ด้วยนะคั้บ

    1. นักกายภาพบำบัดงานเยอะจริงครับ มีความหลายหลาย เรียนนวด 1 หน่วยกิตจากร้อยกว่า ผ่าอาจารย์ใหญ่เองล้านเปอร์เซ็นต์ นักเทคนิคตรวจทางแลป กายภาพบำบัดตรวจทางโรค วินิจฉัยและรักษาได้เองในกลุ่มโรคหรืออาการที่เกี่ยวข้อง ปล.เรื่องไหนไม่ทราบอย่ามั่ว
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไม่จริง ลองไปศึกษาที่เค้ารับตำแหน่งตามโรงพยาบาล แล้วดูเงินเดือนขั้นต่ำ

    ทุกอาชีพ รายได้ตอนหลังจะมากน้อยแค่ไหนอยู่ที่ตัวเอง

    แต่ยืนยันว่าอาชีพรังสีเทคนิค เงินเดือนขั้นต่ำ ต่ำกว่าเทคนิคเทคนิค


  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เป็นหมอดีที่สุด ^^

    PS.  .....นอย น่อย น้อย น๊อย น๋อย.....แน่ นังพวกตัวแม่ทั้งหลาย หลบเดี๊ยนไปเลยนะคริคริ
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    พี่ผม คุมเครื่องเอ็กซ์เรย

    แต่งงานมา 6 ปีแล้ว

    ยังไม่มีลูกเลย!!!!!!!!

    ปล.ถ้าอยากทำงานเกี่ยวกับรังสี-นิวเคลียจริงๆ มาเรียนฟิสิกดีกว่าครับ ความรู้แน่นกว่าพวกรังสีเทกนิกเยอะ เงินเดือนเท่ากัน

    แต่ที่สำคัญ  นักฟิสิกรังสีที่โรงพยาบาล จะไม่ค่อยได้ไกล้เครื่องฉายเท่ากับ พวกเทกนิคการแพทย์ด้วย



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 ธันวาคม 2553 / 12:35

    PS.  ผ่านพ้นวันเลวร้าย ร่างกายก็ยังมีแผลมากมาย ถึงแม้ไม่ตายก็เหมือนต้องตายทั้งเป็น วันนี้ยังจดจำ เรื่องราวที่กายบอบช้ำเจียนตาย ที่ล้มทั้งยืน แต่ฝืนให้กายสู้ไป
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตอนนี้เราเรียน รังสีเทคนิค ที่มหิดล อยู่อ่ะนะ

    เรื่อง รายได้ดีหรือไม่ดี เราก็ไม่รู้
    แต่เรื่องความปลอดภัยนั้น

    รับรองว่าปลอดภัย 100 % ค่ะ
    เพราะเวลาเรียน+ประกอบอาชีพ มีการป้องกันทุกครั้ง
    แค่อาจจะมีบ้างที่โดนรังสี แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายแน่นอน
    (อาจารย์เค้าบอกมาค่ะ)

    ไม่งั้นคงไม่มีใครเรียนแล้วค่ะ ถ้าอันตรายจริงๆ

    และที่เ เลือกเรียน ไม่ใช่คิดว่าวิชาชีพไหน รายได้ดีกว่ากัน
    เราเลือก รังสีเพราะว่า เป็นวิช่ชีพที่น่าสนใจ แค่นั้นเองค่ะ

    เราก็ฝากด้วยนะคะ เราตอบเท่าที่รู้ ^^
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คือผม รู้จักกับอาจารย์ที่มีความรู้ด้านรังสีนะครับ

    อุปกรณ์ป้องกันนั้น ป้องกันได้แค่ ไม่ให้เป็นมะเร็งครับ
    ส่วนการเป็นหมัน ไม่สามารถป้องกันได้
    ในเพศชาย ถ้า รังสีบางเอิญดันเข้าไปในภายในเซลล์ของอัณฑะพอดี
    ก็จะทำให้สร้างเชื้ออสุจิน้อยลง ซึ่งถ้าน้อยลงเรื่อยๆก็เป็นหมันครับ
    ส่วนในเพศหญิง มีโอกาสเป็นหมันแต่น้อยกว่าผู้ชาย เพราะ มดลูกมีัผนัง
    ป้องกันหนากว่าครับ
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ฟังอาจารย์พูดๆมา  ถ้ามองดูในแง่ของ "อนาคต"

    ถ้าอยากได้เงินตลอด กายภาพจะดีกว่าเทคนิคการแพทย์ (มีแต่คนฟันธง เชียร์อยากให้เรียนกายภาพ)
    เพราะอนาคตคนแก่จะล้นโลก คนเกิดจะน้อยลง เพราะสภาวะเครียด +  คนไม่ค่อยแต่งงาน  อาจจะไปอยู่ตามสถานเลี้ยง  
    และเดี๋ยวนี้อายุ 25 ก็เริ่มทำกายภาพกันเยอะ เพราะนั่งทำงานหน้าคอมตลอด
    เสร็จจากเวลางานอาจไปหารับจ๊อบตามบ้าน หลังละ 1000  ค่าน้ำมันเค้าก็ออกให้
    แบบจะหางานได้ตลอด
    กายภาพ กับ พยาบาลจะไม่ตกงานเหมือนกัน แต่กายภาพจะสบายกว่า
    แต่ข้อเสียคือ  ต้องใจเย็น เพราะบางทีเจอคนแก่ๆเอาแต่ใจ  ร้องจะไม่ทำไม่ยอม  เราก็ต้องรับให้ได้

    ลองถามๆดู  อาจารย์ที่ร.ร.ไม่ค่อยมีใครแนะนำให้เรียนเทคนิคการแพทย์ เพราะงานล้นแล้ว และถ้าไม่ไปรับจ๊อบข้างนอกก็ไม่พอกิน

    จริงๆจะเป็นไงก็ไม่รู้นะ  เพราะเราก็ไม่ได้เรียนเองจริงๆ -O-
    PS.  เซ็ง เครียด, I believe I can fiy~ ฉันรักทุกสิ่งที่เป็นเธอ *__*
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คห 1 กายภาพบำบัด ผ่าอาจารย์ใหญ่นะ เน้น ว่า ผ่า ไม่ได้แค่ดู

    แล้ว อาจารย์บอกว่าการดูฟิลม์เอ๊กซ์เรย์อ่ะ หมอดูได้เท่าไหน กายภาพ..ก็ต้องดูได้เท่านั้น

    ตอบ จขกท.. ก็คงเป็นงั้นมั้ง

    (ตอนนี้เรียน กายภาพบำบัด CU)
    ส่วนเรื่องสาขาอื่นไม่ค่อยรู้จริงๆ
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

     อ่อคั้บ ขอบคุณที่มาแก้ไขให้นะคั้บ
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    รายได้ยังไงไม่รู้น้า เราว่าแล้วแต่โชคด้วย
    เราก็ไม่รู้สายอื่นได้กันเท่าไหร่
    แบบพี่เพื่อนเรา จบกายภาพบำบัดมา ได้ทำงานรพเอกชน
    รวมค่าล่วงเวลานี่ เยอะนะ สำหรับคนพึ่งจบ
    ส่วนเพื่อนคนอื่นๆเค้าถ้าได้งานรพรัฐ เงินเดือนเริ่มต้นก็ปกติอะ
    (หมื่นกลางๆปลายๆ)<ไม่ค่อยแน่ใจ
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

     เหอะๆ ผ่า เลยค่ะ คุณขา

    ทำให้รู้ว่า
    ความสวยไม่คงที่ แต่ความดีสิคงทน

    PT ต้องถึก และบึกบึนค่ะ
    ใครอยากเรียน ปรึกษาได้ค่ะ
    เราเรียน มข นะคะ 
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกก็น่าสนใจนะ เราว่าอ่ะ ได้อยู่ในห้องผ่าตัดด้วย เห็นเค้าบอกมาว่ารายได้ดีนะ

    ข้อมูลเพิ่มเติมที่

    http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1980762
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เรื่องรายได้ของรังสีเทคนิค เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอ่านะ แต่ว่ารุ่นพี่แนะนำให้ ไปเป็นนักฟิสิกส์รังสี พี่เค้าบอกว่่าแค่คำนวนโดส ของสารกัมมันตรังสี ก็ได้แล้ว 50,000 ต่อเดือน แล้วรังสีสาขาเวชศาสตร์นิวเคลียร์จะได้รายได้ดีกว่าสาขารังสีรักษากับรังสีวินิจฉัย เพราะเสี่ยงกว่า แต่ก็อยากบอกว่าในสายสุขภาพน่ะ มันเสี่ยงหมดแหละ  แค่เสี่ยงมากหรือน้อยกว่ากันไม่เท่าไหร่เลย ส่วนตัวแล้วก็ชอบรังสีค่ะ สนใจเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เป็นงานที่น่าสนใจ ตอนนี้เรียน รังสีเทคนิค สหเวชฯ ม.นเรศวร  
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    รู้หรือไม่ว่า คนทั่วไปจะได้รับรังสีมากกว่า นักรังสีเทคนิค ถ้าคุณไม่รู้จักวิธีป้องกัน
    ในโลกใบนี้มีรังสีที่กระจายอยู่รอบโลกตามธรรมชาติอยู่แล้ว หรือที่เรียกว่า background radiation
    การจะบอกว่าคนหนึ่งคนได้รับรังสีนั้นจะทำให้เกิดผลตามมาอีกได้หรือไม่ ไม่สามารถบอกได้แน่นอนเพราะก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั้นๆ ต่อการตอบสนองต่อรังสี ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมไม่เกิดผลตามมาเลย
    ในการใช้รังสีทั้งวินิจฉัย หรือรักษา นั้น ก็ได้กำหนดปริมาณรังสีให้กับคนไข้อย่างเหมาะสมและไม่เป็นอันตราย คือใช้น้อยและให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ่านแต่ละความเห็นแล้วอดสูใจจัง  มีแต่รู้ไม่จริงทั้งนั้น

    การจะเป็นหมันนั้น  ไม่ใช่เอะอะโดนรังสีก็จะเป็นหมันนะครับ  มันต้องได้รับรังสีบ่อย ๆ นานๆ ซึ่ง รังสีเทคนิคเอง ว่ากันจริง แทบจะไม่โดนรังสีเลยสำหรับการถ่ายภาพเอกซเรย์ จะมีก็แต่การตรวจพวก fluoroscope เท่านั้น  แต่เวลาปฏิบัติงานก็จะมีชุดป้องกันที่ทำจากใยตะกั่วซึ่งสามารถดูดกลืนพลังงานเอกซเรย์ได้ 100 เปอร์เซนต์ครับ เพราะฉะนั้นส่วนที่เป็นเซลล์สืบพันธ์ก็จะไม่โดนรังสี จะมีบ้างก็พวกแขน หน้า ซึ่งเซลล์เหล่านั้นไม่ค่อยไวต่อรังสีเท่าไหร่ จริงๆ แล้ว รังสีแพทย์ รับรังสีเยอะกว่านักรังสีด้วยซ้ำไป

    ส่วนที่มากล่าวอ้างว่า เรียนฟิสิกส์นั้นความรู้เยอะกว่า  คือ จะบอกว่า จุดประสงค์ของ สองหลักสูตรนี้ต่างกันนะครับ   รังสีเทคนิคเรียนฟิสิกส์รังสีมาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนเรียนฟิสิกส์เลยดีไม่ดี เรียนเยอะกว่าด้วย รังสีเทคนิค เป็น applied science ส่วน ฟิสิกส์ เป็น pure science  สำหรับเมืองไทย พวกเรียน applied science จะหางานง่ายกว่าและรายได้ดีกว่าแต่ถ้าเมืองนอก เมกา ยุโรปพวกเรียน pure science จะดูดีกว่า  รังสีเทคนิคเรียนเพื่อเอาความรู้มาใช้กับผู้ป่วย ส่วนฟิสิกส์เขาเรียนเพื่อเอาความรู้ไปทำวิจัย...เถียงกันไม่จบหรอกยาวเรื่องนี้

    ส่วนรายได้ ในบรรดาสหเวช  จะบอกว่า   สำหรับรัฐบาล อัตราเงินเดือนเป็นไปตามวุฒิ ไม่มีมากกว่าน้อยกว่า  ส่วนที่ต่างกันคือโอทีที่ได้จะต่างกัน  กายภาพไม่ค่อยมีโอทีจะทำงานตามเวลาเหมือนทันตแพทย์  ส่วนรังสีเทคนิค และเทคนิคการแพทย์ โอทีเยอะพอๆ กัน   สำหรับเอกเชน ตอนนี้รังสีเทคนิค รายได้ดีมากกำลังบูม  เพราะ รังสีเทคนิคหายาก   ดังนั้นรังสีเทคนิคสามารถหางาน part time ตาม รพ ต่างๆ ได้ง่ายกว่า
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตำแหน่งงานในหน่วยงานรังสีวิทยา ในโรงพยาบาล

    1. รังสีแพทย์ (Radiologist)  ต้องจบแพทย์ศาสตร์บัณฑิต   หลังจากนั้นเทรนต่อเป็น Residency อีก 3 ปี  และถ้าอยากเชี่ยวชาญขึ้นไปอีก ต่อ fellow อีก 2 ปี หน้าที่รับผิดชอบ ทำการตรวจ และแปลผลทางรังสีวิทยา   อ่านฟิล์มนั่นแหล่ะพูดง่าย

    2. นักรังสีการแพทย์ หรือ นักรังสีเทคนิค (Radiological Technologist)  ต้องจบ วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขารังสีเทคนิค มีใบประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค  ถ้าต้องการเพิ่มคุณวุฒิ ก็มีเรียนต่อ ป โท วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขา Radiological Technology, Medical Imaging,Medical Radiation science, Radiological science  เรียนมาสามารถ up เงินเดือนเพิ่มได้ นอกจากสาขาเหล่านี้นี้ up ไม่ได้     หน้าที่รับผิดชอบ   ทำการถ่ายภาพรังสีผู้ป่วย ด้วยเครื่องมือต่างๆ ทางรังสีวิทยา หรือฉายรังสีให้แก่ผู้ป่วย

    3. นักฟิสิกส์การแพทย์  ต้องจบ ป. โท วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขา ฟิสิกส์การแพทย์ (Medical Physics)  ป.ตรีต้องจบสายวิทยาศาสตร์  ส่วนใหญ่คนที่เรียนสาขานี้จะจบรังสีเทคนิคมาก่อน จะทำให้เรียนง่ายและเข้าใจเนื้อหา มากขึ้น  หน้าที่รับผิดชอบ  ทำการควบคุม ตรวจประเมิน เครื่องมือทางรังสีว่ายังมีมาตรฐานเพียงพอที่จะใช้กับผู้ป่วยหรือไม่ วางแผนคำนวณปริมาณรังสีที่จะใช้ฉายทางรังสีรักษา ควบคุมติดตามปริมารรังสีที่ใช้ในหน่วยงานและที่ผู้ป่วยได้รับ  ตรวจรับเครื่องมือก่อนติดตั้ง

    4. เจ้าพนักงานรังสีการแพทย์  จบ  อนุปริญญา ทางรังสีเทคนิค  ถ่ายภาพทางรังสีภายใต้การดูแลของนักรังสีเทคนิค

    5. ผู้ช่วยนักรังสีเทคนิค จบ ม 6 อย่างต่ำ
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมเป็นนักรังสีเทคนิค  รายได้ก็เท่าๆวิชาชีพอื่นแหละครับแต่โอทีเยอะมาก  อยู่ที่ว่าจะมีแรงทำไหวใหม  ผมรับราชการยังไปทำพิเศษอีก3โรงพยาบาลและไปแขวนป้ายอีก1โรงบาล  ใครที่คิดว่างานรังสีง่ายขอบอกว่าเข้าใจผิด  เป็นงานที่ยากและเครียดต้องพัฒนาตลอดเวลา(รายได้อาจเหมือนมากแต่เมื่อเทียบกับภาระงานผมว่ามันน้อยเกินไป)  ส่วนอันตรายนั้นถ้ามองจากตัวผมผมคิดว่าอันตรายกว่าอาชีพอื่น  เราต้องเจอเลือดเจออ๊วก เจอโรคก่อนที่จะตรวจเจอทางคลีนิค เจอรังสีที่บรรดาอาจารย์บอกว่าถ้าป้องกันแล้วเราจะปลอดภัยแต่เวลาที่ผมไปประชุมนักรังสีทำไมเปอร์เวนต์คนหัวล้านจึงเยอะจัง  รึว่าคนหัวล้านชอบเรียนรังสี
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นักรังสีเทคนิคเป็นหมันไม่เป็นหมัน อยู่ที่การปกกัน และความประมาทของตัวเองค่ะว่ามีมากน้อยแค่ไหน ถ้าทำตามกฏระเบียบก็เสี่ยงน้อยค่ะ

    เราเรียนรังสีเทคนิตอยู่ค่ะ พ่อเพื่อนเราในสาขาคนนึงเขาเป็นนักรังสีเทคนิค เป้นมา 20 กว่าปีแล้วก็ไม่เปนอะไรนะคะ ??  ที่สำคัญ  ถ้าถ้าเป้นหมันแล้วเพื่อนเราเกิดมาได้ยังไงอ่ะคะ  ^_____^

    เราคิดว่าเลือกสาขาวิชาที่เรียนมันอยยัับว่าเราชอบเรียนแบบไหน ทำงานแบบไหนมากกว่าค่ะ
    เรื่องเงินเดือนเป็นผลพลอยได้ ได้เงินดีแต่ไม่มีเวลาใช้เงินอย่างพวกหมอๆ ก็ไม่เอาอ่ะค่ะ มีเงินมากเงินน้อยก็อยู่ที่ความขยัน แล้วก็การเก็บหอมรอมริบของเรามากกว่านะคะ ^_^
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราก็เป็น 1 คนที่เรียนรังสีเทคนิคค่ะ รายได้เราคิดว่าก็พอใช้จ่ายสบายได้ไม่เดือดร้อนนะค่ะ (กำลังจะจบอยู่ในช่วงมองหางานอยู่ ฮ่าๆ) เงินคร่าวๆ 30,000 บาทต่อเดือน จะมากน้อยก็แล้วแต่โรงพยาบาลอ่ะค่ะถ้าน้อยหน่อยก้อน่าจะสองหมื่นปลายๆ และเงินจะเยอะจะน้อยก็แล้วแต่เราจะขึ้นเวรเลยค่ะ ความเสี่ยงในการทำงานย่อมต้องมี แต่เราเป็นคนทำงานเราย่อมเป็นคนที่รู้วิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีดีที่สุด ดังนั้นเราจึงปลอดภัยค่ะ (เรื่องเป็นหมันก็ยังไม่ทราบนะค่ะว่ามีคนเป็นเห็นพี่เทคที่ทำงานอยู่ตาม รพ. ต่างๆ มีลูกทุกคนค่ะ(ที่แต่งงานแล้วอ่ะนะค่ะ ^^)) ตาม คห.14,15 เลยค่ะ
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เรื่องกลัวเปนหมันนะคะ เราว่า ความเสี่ยงเป็นหมันมีในคนทั่วไป เราเห็นคนที่ไม่ทำงานรังสียังเปนหมันเลยค่ะ ส่วนพี่ๆที่ทำงานใน แผนก ลูกดกกันจะตาย หายห่วงค่ะ การทำงานเราอยู่หลังฉากตะกั่วกำบังรังสี ปลอดภัย100% ไม่โดนรังสีเลยด้วยซ้ำ จากการทำงานทั้งวัน นอกจากจะมีนคนไข้เด็กดิ้นพล่านไม่ยอมให้เอ็กซเรย์ จึงต้องจับ เราทำที่จุฬาฯค่ะ เงินเดือน ป.ตรี start เท่ากันหมดค่ะ ไม่เหนว่าจะให้ กายภาพเยปะกว่าเลย พยาบาลก็ได้เท่ากัน เผลอๆโดนหักค่าหอพัก ส่วนโอที รังสีสามารถอยู่เวรได้24ชม.แล้วแต่กำลังของแต่ละคน เพื่อนเราทำที่ MRIประชาชื่น เดือนนึงตก5-6หมื่น ไม่รู้ว่ามากหรือน้อยที่แน่ๆ ไม่โดนรังสีเลย  น้าเราอยู่บำรุงราษฎร์ อยู่แต่เวรคลินิกคือไม่เกินสองทุ่ม ก็ตกเดือนไม่ตำ่กว่า40,000 แล้วถ้า ควงเวร บ่าย ดึกล่ะ คิดเอา ส่วนตัวเรารักอาชีพค่ะ มีงานหลากหลาย ไม่ต้องดูแลผู้ป่วยตลอดเวลา
    ปล.ยังคิดว่าได้เงินน้อยอยู่มั้ย
  21. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถึงความคิดเห็นที่ 1 ค่ะ
    เรื่องนี้ถามจากพี่กายภาพมหิดล (ตัวจริง เสียงจริง!!)

    กายภาพบำบัดมหิดล ต้องผ่าอาจารย์ใหญ่เหมือนกับคณะแพทย์นะคะ
  22. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เผื่อว่ายังมีคนเสิร์ชหาเกี่ยวกับคณะรังสีเทคนิคนะคะ
    จะไม่พูดถึงกายภาพบำบัด เพราะการกล่าวอ้างในสิ่งที่เราไม่รู้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรค่ะ

    ก่อนอื่น รังสีเทคนิค ไม่เท่ากับ เทคนิคการแพทย์นะคะ รูปแบบงานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ป้องกันความสับสน

    รังสีเทคนิค ไม่ใช่แค่ "ถ่ายเอกซเรย์ปอด" เปลี่ยนความคิดกันซักนิด!!

    นิยามง่ายๆของนักรังสีเทคนิค คือ "นักสร้างภาพ" ค๊าา

    รังสีเทคนิคจะมีสาขาย่อยๆที่ไม่ต้องเลือกเพราะว่าได้เรียนหมด555 แบ่งเป็น
    1.รังสีทางการวินิจฉัย คือการถ่ายภาพด้วยอุปกรณ์ต่างๆเพื่อการวินิจฉัย เช่น x-ray,CT,MRI(ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่มีรังสี),Ultrasound(ใช้เสียงความถี่สูงไม่มีรังสี),Mammography,Bone densitometry,Fluoroscopy

    2.เวชศาสตร์นิวเคลียร์ อันนี้ไม่ได้ไปทำงานโรงงานปรมณูอะไรอย่างนี้นะคะ 55 แต่เป็นการตรวจ โดยการให้สารเภสัชรังสี(สารกัมมันตรังสี+ยา)กับผู้ป่วย ทำไปทำไม? ส่วนใหญ่นะคะก็จะตรวจการแพร่กระจายของมะเร็ง ดูการติดเชื้อภายในร่างกาย ตรวจความผิดปกติของไต กล้ามเนื้อ ฯลฯ ในด้านนี้คือเป็นการตรวจในแง่ของระบบการทำงานของอวัยวะ เครื่องมือที่ใช้ เช่น SPECT,PET

    3.รังสีรักษา คือการฉายแสงเพื่อรักษา เช่นทำลายเนื้องอก หรือเซลล์มะเร็ง มีการวางแผนที่ค่อนข้างซับซ้อน และมีรายละเอียดเยอะ หลายคนคงได้ยินคำว่าคีโม คีโมไม่ใช่รังสีนะคะ คีโมคือตัวยาที่อาจมีการนำมาใช้ร่วมกับการรักษาด้วยรังสี ขึ้นกับระยะของโรคค่ะ และมีการฝังแร่ คือการให้รังสีระยะใกล้กับรอยโรค เพื่อลดผลกระทบที่เกิดกับเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะปกติที่อยู่รอบข้าง
    นอกจากนี้ๆยังไม่จบ ยังมีส่วนของรังสีร่วมรักษาที่ใช้อุปกรณ์ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นตัวชี้นำให้คุณหมอนำเครื่องมือเล็กๆ ต่างๆ ไปตรวจหรือรักษาให้ได้ผลเหมือนกับหรือไกล้เคียงกับการผ่าตัด เช่นการตรวจระบบหลอดเลือดหัวใจ(Angiography) เป็นต้น

    เรื่องเครื่องมือทั้งหลายทั้งมวลสามารถไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้นะคะ เครื่องมือแต่ละชนิดมีราคาที่สูงมากๆ 10 ล้านอัพๆ เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาทำงานทางด้านนนี้ก็ต้องมีความรู้ให้สมราคาเครื่องค่ะ 55
    ......................................................................

    ส่วนประเด็นเรื่องความปลอดภัยนะ เราเรียนด้านนี้ถือว่าเรามีโอกาสมากกว่าคนอื่นที่จะรู้ถึงผลกระทบ และวิธีการป้องกันนะคะ หลายคนเชื่อว่า รังสีทำให้เป็นหมัน ซึ่งมีส่วนจริงค่ะ ถ้าคุณเอาตรงนั้นไปโดนรังสีแบบเยอะๆๆๆๆ ซึ่งทำงานทั้งชีวิตอาจจะได้รับไม่พอให้เป็นหมันเลยค่ะ

    ในการทำงานนะคะ ถ้าจะต้องมีการเข้าไปอยู่ร่วมกับผู้ป่วยขณะทำการให้รังสี ก็จะมีการสวมเสื้อตะกั่ว เสื้อตะกั่วกันx-ray นะคะ ไม่ได้ป้องกันการเป็นโรคมะเร็งแต่อย่างใด - - มะเร็งสามารถเป็นกันได้ทุกคนค่ะ ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะไลฟ์สไตล์ สารเคมี รังสีซึ่งรวมถึง UV หรือแสงแดดนั่นเองค่ะ ทุกอย่างเป็นตัวเหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งขึ้นได้ ต่อให้ไม่ทำงานทางรังสีก็เถอค่ะ

    ใครบอกว่าเราไม่ค่อยคลุกคลีกับผู้ป่วย อันนี้ก็ไม่จิ๊งงงงง เราต้องเข้าไปจัดท่าผู้ป่วย ถึงจะเจอกับแปปก็เถอะ แต่ทางด้านรังสีรักษานะคะ อาจจะได้เจอกับผู้ป่วยจนเป็นเหมือนคนในครอบครัวเลยละคะ เค้าว่ากันว่าใครทำรังสีรักษานี่เป็นคนใจบุญนะคะ 555

    จบไปจะมีงานทำมั้ย? มีมารับสมัครตั้งแต่ยังเรียนไม่จบเลยค่าาา 5555

    เดี๋ยวนี้รพ.ส่วนใหญ่ไม่ใช้ห้องล้างฟิล์มกันแล้วค่ะ ลดปัญหาเรื่องการสูดดมสารเคมีไปเลย ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เก๋ไก๋ ชิวๆ เรื่องภาพขาวไป ดำไปนี่เริ่มไม่เป็นปัญหา

    กายวิภาคศาสตร์ หรือการเรียนกับอาจารย์ใหญ่มีแน่ๆค่ะ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวค่ะ เรียนกันจนชินไปเลย เป็นวิชาที่สนุกนะคะ

    "อนาคตอาชีพนี้พี่ว่าคงแย่ลงกว่านี้" ไปพบเจอประโยคนี้ อยากจะบอกว่าคิดผิดนะเนี่ย ยกตัวอย่างอย่างเครื่อง CT scan นี่ถือเป็น gold standard หรือมาตรฐานของการตรวจในหลายโรคเลยค่ะ และคนที่ทำก็คือ"นักรังสีเทคนิค"

    มีความเห็นหลายหลากมากมายที่บางทีเราอ่านแล้วก็ขำ บางอันอ่านแล้วก็ขำไม่ออก เพราะมันไม่จริงเล้ยยยย ไปเอามาจากไหนกัน ถ้าคุณไม่ได้เรียนมาทางนี้ หยุดมโนเถอะค่ะ สงสารน้องๆ

    ทิ้งท้ายซักนิด :: อย่าคิดว่านักรังสีไม่กลัวรังสีนะคะ แต่เรากลัวอย่างมีสติ และรู้ที่จะป้องกัน!! จบแบบสวยๆ ลาไปก่อนนะคะ ขอให้น้องๆทุกคนโชคดีค่ะ ศึกษารายละเอียดอย่างมีสตินะคะ ^0^
  23. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทำงานอยู่กับรังสีวันหนึ่งๆมีโอกาสเป็นหมันหรือมะเร็งน้อยกว่าการที่เรารับรังสีจากกิจวัตรประจำวันนะ(ตามธรรมชาติ) เพราะเวลาเราเรียนนิอกจากจะเรียนการรักษา การใช้แล้วเรายังเรียนการป้องกัน ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะจะมีการตรวจปริมาณรังสีในร่างกายทุกๆ3เดือน และจะมีเกณฑ์ปริมาณรังสีของนักรังสีเองด้วย คนกลัวเลยไม่ค่อยมีรนเรียนเยอะ ทำให้คนขาดและเป็นที่ต้องของรพ.ต่างๆมากกว่าสาขาอื่นในสหเวชฯ จึงทำให้เงินค่อนข้างดีกว่า
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: