มารู้จัก ราชสกุล "เทพหัสดิน ณ อยุธยา" (เป็นความรู้) No 2017960


กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

            ราชตระกูล หมายถึงตระกูลอันสืบสายลงมาจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทั้งโดยตรงและจากสมเด็จพระเชษฐภคินี พระอนุชา และพระขนิษฐา ผู้เป็นพระโอรสธิดาในสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกด้วยกัน สำหรับสายพระพี่พระน้องดังกล่าว บางทีก็เรียกว่า ราชตระกูลสายพระปฐมวงศ์ คือมิได้สืบสายโดยตรงลงมาจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ

           ส่วนราชสกุลนั้นดูเหมือนจะใช้กันตั้งแต่เมื่อมีพระราชบัญญัตินามสกุลในสมัยรัชกาลที่ ๖ หมายถึงนามสกุลอันสืบสายลงมาจากเจ้าฟ้าและหรือพระองค์เจ้าในพระบรมราชวงศ์จักรี

           แต่คำว่าราชสกุลนี้ หากพูดถึงเจ้านายชั้นหม่อมเจ้า เคยได้ยินผู้ใหญ่พูดว่า ‘ท่านเป็นราชสกุล’ ทว่าหากพูดถึง หม่อมราชวงศ์ และหม่อมหลวง ก็มักว่า ‘เธอเป็นราชนิกุล’ ( ‘เธอ’ คือสรรพนามบุรุษที่ ๓ มิใช่บุรุษที่ ๒)

           ส่วนสมาชิกในราชตระกูลที่ต่ำลงมาจากหม่อมราชวงศ์ หม่อมหลวง ไม่เรียกว่าราชนิกุล เป็นแต่สมาชิกในราชตระกูล ใช้นามสกุลอันเป็นราชสกุลโดยมีคำว่า ‘ณ อยุธยา’ ต่อท้าย

           เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เป็นชั้นอา พระยาเทพหัสดิน (ผาด เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เป็นชั้นหลาน ทว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เจ้าพระยาธรรมศักดิ์ฯ เกิด พ.ศ.๒๔๑๙ พระยาเทพหัสดิน เกิด พ.ศ.๒๔๒๑

           ราชสกุล เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นสายพระปฐมวงศ์ สืบลงมาจากสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ พระโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ พระองค์น้อยแห่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ

           สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ มีพระโอรสธิดาเป็นหม่อมเจ้า ตามพระเกียรติยศ โอรสธิดาของเจ้าฟ้า ที่ประสูติแต่มารดาสามัญชน

           สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ มีหม่อมห้ามผู้นับว่าเป็นหม่อมเอก ชื่อว่า หม่อมผ่อง หม่อมผ่องผู้นี้เป็นธิดาของท่านเจ้าขรัวทอง (หรือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯรับสั่งเรียกว่า ‘เจ้าข้าวทอง’) ท่านเจ้าขรัวทอง เป็นพี่ยาของท่านเจ้าขรัวเงิน พระชนกของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ หม่อมผ่อง จึงเป็นลูกผู้พี่ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงฯ

           หม่อมผ่องมีพระธิดา พระนาม ‘หม่อมเจ้าฉิม’ แสดงว่าเป็นธิดาคนใหญ่ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงฯ

           หม่อมเจ้าฉิมเสกสมรสแล้ว ตามที่ทราบกันโดยเปิดเผยนั้นว่า หม่อมเจ้าฉิมทรงมีโอรสท่านหนึ่ง เรียกกันว่า ‘คุณช้าง’ ในทางราชการเมื่อสมัยรัชกาลที่ ๔ จดว่า ‘หม่อมราชวงศ์ช้าง’ และจดชื่อบุตรธิดาของหม่อมราชวงศ์ช้างเป็น ‘หม่อมหลวง’ ทุกคน

           ทว่าในครั้งกระโน้นมีผู้สันนิษฐานว่าหม่อมราชวงศ์ช้างนี้ คงจะเป็นพระโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงฯ นั่นเอง เกิดแต่หม่อมชาวนครราชสีมา ชื่อแปลก หากแต่อาจมีความจำเป็นบางประการ หรืออาจจะทรงพระชราแล้ว สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงฯ จึงประทานคุณช้างให้เป็นพระโอรสบุญธรรมในหม่อมเจ้าฉิม

           ที่พากันสันนิษฐานดังนี้ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ผู้ทรงเป็นหลานลุงของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงฯ ทรงยกย่องคุณช้างมากยิ่งกว่า ผู้เป็นเพียงหม่อมราชวงศ์ท่านอื่นๆ เมื่อเริ่มเข้ารับราชการ ก็มิต้องขึ้นจากชั้นเล็ก โปรดฯให้เป็นพระยาราชภักดีเลยทีเดียว และเมื่อพระราชโอรสธิดาโสกันต์ ก็โปรดฯให้เสด็จไปลาพระยาราชภักดีทุกพระองค์

           เมื่อหม่อมราชวงศ์ช้างรับราชการ จึงมีบุตรหลานรับราชการมีบรรดาศักดิ์กันต่อๆ มา ผิดจากพระโอรสองค์อื่นในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงฯ ซึ่งแม้เป็นหม่อมเจ้าเมื่อมิได้เข้ารับราชการตลอดถึงลูกหลาน จึงไม่ปรากฏชื่อเสียงเด่นแต่ประการใด มาเด่นในทางราชการก็แต่ลูกหลานของพระยาราชภักดี (ม.ร.ว.ช้าง)

           ถึงรัชกาลที่ ๖ มีพระราชบัญญัตินามสกุลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ จึงโปรดฯ พระราชทานนามสกุลที่สืบสายลงมาจากสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ว่า ‘เทพหัสดิน’ โดยเอาพระนามกรมข้างหน้าของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงฯ กับ ‘หัสดิน’ ที่แปลว่า ‘ช้าง’ รวมเข้าด้วยกัน เป็นการแปลกกว่าราชสกุลอื่น ซึ่งมักจะมาจากพระนามจริงหรือพระนามกรมแต่อย่างเดียว

           พระยาราชภักดี (ม.ร.ว.ช้าง) มีบุตรธิดามากตามความนิยมของสมัยนั้น บุตรชายคนใหญ่ เกิดแต่เอกภรรยาชื่อ หม่อมหลวงเจียม ธิดาอีกคนชื่อ หม่อมหลวงถนอม เป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ ๕

           หม่อมหลวงเจียม เป็นเจ้ากรมในพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง แต่ยังทรงกรมเป็นกรมขุนพินิตประชานาถ เมื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว โปรดฯให้เป็นพระยาไชยสุรินทร์ (ม.ล.เจียม) เจ้ากรมพระคลังข้างที่

           พระยาไชยสุรินทร์ (ม.ล.เจียม) มีบุตรธิดามาก รวมถึง ๓๒ คน

           ที่เกิดแต่เอกภรรยา ชื่อ นายพุด และ ธิดาถวายตัวเป็นเจ้าจอมพระสนมในรัชกาลที่ ๕ สามท่านคือ เจ้าจอมกลีบ เจ้าจอมลิ้นจี่ และ เจ้าจอมฟักเหลือง

           ส่วนนายพุดนั้น รับราชการเป็นที่โปรดปรานในพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงมาก ได้เป็นที่หลวงฤทธิ์นายเวร

           หลวงฤทธิ์นายเวร (พุด เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ผู้นี้ เป็นบิดาของ พลเอก พระยาเทพหัสดิน (ผาด เทพหัสดิน ณ อยุธยา)

           ส่วนเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เป็นน้องชายต่างมารดาของหลวงฤทธิ์นายเวร (พุด เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เป็นคนที่ ๑๘ ในจำนวนพี่น้อง ๓๒ คน


พระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ (พ.ศ. 2302 - พ.ศ. 2348) พระนามเดิม ตัน เป็นพระโอรสลำดับที่ 1 ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ กับ เจ้าขรัวเงิน ทรงประสูติในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 2302 ทรงเป็นพระเจ้าหลานเธอในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

พระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเทพหริรักษ์ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 1 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2348 พระชันษา 47 ปี ทรงเป็นต้น ราชสกุลเทพหัสดิน


เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา)

มหาเสวกเอก เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (1 มกราคม พ.ศ. 2419 - 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486) นามเดิม สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา เสนาบดีกระทรวงธรรมการ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) ผู้วางรากฐานการศึกษาภาคบังคับพื้นฐานและการอาชีวศึกษา ผู้ร่วมดำริให้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนแรก ผู้นำกีฬาฟุตบอลมาเผยแพร่ในประเทศไทย นักประพันธ์ (ใช้นามปากกา "ครูเทพ") ผู้ประพันธ์เพลงกราวกีฬา รวมทั้งเพลงชาติฉบับก่อนปัจจุบัน




พลเอกพระยาเทพหัสดินฯ (ผาด เทพหัสดิน ณ อยุธยา - 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2420 - 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2494)พลเอก หัวหน้าคณะทูตทหารไทยที่เข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 นักโทษประหาร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม

พลเอกพระยาเทพหัสดินฯ ได้รับพระราชทานยศ บรรดาศักดิ์ และราชทินนามเต็มว่า พลเอก พระยาเทพหัสดิน สยามพิชิตินทร์ สวามิภักดิ์อุดมศักดิ์เสนีย์ พิริยะพาหะ เป็นบุตรชายคนที่ ๑ ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด ๘ คน ของพันเอกหลวงฤทธิ์นายเวร (พุด เทพหัสดิน ณ อยุธยา พี่ชายต่างมารดาของ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา)) ซึ่งเป็นมหาดเล็กข้าหลวงเดิมของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับคุณหญิงเลื่อนฤทธิ์ เกิดเมื่อวันขึ้น ๓ ค่ำ ปีฉลู ตรงกับวันพุธที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๒๐ ณ.บ้านสำเพ็ง หน้าวัดจักรวรรดิราชาวาส พระนคร พระยาเทพหัสดิน มีศักดิ์เป็นหลานอาของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี แต่มีอายุไล่เลี่ยกัน



พระยารัษฎานุประดิษฐ์ (สินธุ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา)
(19 พฤษภาคม พ.ศ. 2438 - 25 ธันวาคม พ.ศ. 2472) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ระนอง ภูเก็ต นครศรีธรรมราช และสมุทรสงคราม

สินธุ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา จบการศึกษา จากโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ จากนั้นเริ่มรับราชการในตำแหน่งเสมียน ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนศุภธนสวามิภักดิ์ หลวงโยธีพิทักษ์ พระโยธีพิทักษ์ พระตรังคบุรีศรีสมุทรเขต และได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยารัษฎานุประดิษฐ์เมื่อ เดือนกันยายน พ.ศ. 2458

พระยารัษฎานุประดิษฐ์ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2472 อายุ 34 ปี




มหาอำมาตย์ตรี พระยาอนุกิจวิธูร (สันทัด เทพหัสดิน ณ อยุธยา: 12 มีนาคม พ.ศ. 2423 – 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491) นักการศึกษา ผู้บัญชาการ (อธิการบดี) คนแรกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (6 เมษายน พ.ศ. 2460 - 31 มีนาคม พ.ศ. 2468) [1]และผู้ช่วยปลัดทูลฉลองกระทรวงธรรมการ ผู้แต่งหนังสือเรียนสมัยรัชกาลที่ 5 รวมทั้งหนังสือชุดธรรมจริยาเล่ม 1 และ 2


จำนง เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นักการปกครอง และนักเขียน เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2462 ในตระกูลของเทพหัสดิน ได้รับการศึกษาเบื้องต้นเข้าเรียนที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ในปี พ.ศ. 2471 มีเลขประจำตัวนักเรียน ท.ศ. 3640 นับเป็นนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ (DSA รุ่น 2478) และเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนสวนกุหลาบ และเข้ารับการศึกษาในชั้นปริญญาตรีที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อักษรศาสตร์บัณฑิต และเข้าศึกษาขั้นปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีการศึกษาโหราศาสตร์สากลเพิ่มเติม จนจบได้ประกาศนียบัตรชั้นสูงโหราศาสตร์ยูเรเนียนระบบฮัมบูร์ก ในด้านการทำงาน เริ่มต้นอาชีพเป็นพ่อพิมพ์ของชาติโดยเริ่มรับราชการเป็นครูอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง หลังจากนั้นได้รับการโอนย้ายไปเริ่มต้นชีวิตของการเป็นนักปกครองโดยโอนย้ายไปเป็นปลัดอำเภอในปี 2487 ในช่วงที่เกิดมหาสงครามเอเชียบูรพาขึ้น และเติบโตในหน้าที่การงานเป็นนายอำเภอ และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด อาทิ เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (15 ตุลาคม 2510 - 30 กันยายน พ.ศ. 2514) จังหวัดราชบุรี (1 ตุลาคม 2514 - 30 กันยายน 2518) ฯลฯ จนเกียษณอายุราชการในตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และได้รับการทาบทามให้เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีคณะที่ 40 ในสมัยรัฐบาลของ นายกรัฐมนตรี พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2520 - 21 ธันวาคม 2521


นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา

นายนาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ได้รับการยกย่องเป็น "บรมครูแห่งวิชากระบี่กระบอง" เคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ครูนาค เทพหัสดินทร์ ณ อยุธยา บรมครูแห่งวิชากระบี่กระบองของไทย ท่านอาจารย์นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นผู้หนึ่งที่ได้เล่าเรียนวิชานี้ มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และเป็นผู้ที่รักใคร่ในศิลปะวิชานี้อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่านได้แลเห็นต่างชาติภูมิใจในศิลปะประจำชาติของเขา เช่น ชาติเยอรมันและญี่ปุ่น ยกย่องวิชาฟันดาบและยูโดของเขาว่าดีเยี่ยมที่สุด และอนุรักษ์ เผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์แก่โลกมากเพียงใด ยิ่งทำให้ท่านบูชาวิชากระบี่กระบองของไทยไว้เหนือสิ่งอื่นใดมากขึ้นเพียงนั้น

ในโอกาสที่ท่านเป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนพลศึกษากลาง ท่านได้ลองเริ่มสั่งสอนนักเรียนพลศึกษากลางขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2478 ท่านได้ทดลองบรรจุสอนวิชากระบี่กระบองขึ้นเป็นครั้งแรกใน พ.ศ. 2478 ทดลองสอนอยู่1 ปี ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจของท่านผู้ใหญ่ เพราะเห็นว่าวิชากระบี่กระบองนั้นมีประโยชน์ในการฝึกกำลังใจให้กล้าหาญเป็นลูกผู้ชาย ฝึกกำลังกายและความคล่องแคล่วว่องไวในการป้องกันตัวและการใช้อาวุธยิ่งกว่านั้นยังเป็นการให้ผู้เรียนได้ฝึกจิตให้เกิดสมาธิ และมีความกตัญญูกตเวทีต่อครูอาจารย์ผลจากการทดลองบรรจุวิชานี้ในการเรียนการสอนแก่นักศึกษา จึงได้กำหนดวิชากระบี่กระบองไว้ในหลักสูตรของประโยคครูผู้สอนพลศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2479 นับแต่นั้นเป็นต้นมา ได้มีผู้เล่าเรียนและสำเร็จมากขึ้นตามลำดับ บรรดาผู้ที่เล่าเรียนสำเร็จ ซึ่งโดยมากออกไปรับราชการเป็นครูสอนวิชาพลศึกษาอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้พยายามนำวิชากระบี่กระบองไปเผยแพร่ และเป็นที่น่าสนใจของชาวไทยเป็นอย่างมาก

ใน พ.ศ. 2518 กระทรวงศึกษาธิการ ได้บรรจุวิชากระบี่กระบองเข้าไว้ในหลักสูตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งได้จัดเป็นวิชาบังคับเลือกของหมวดวิชาพลานามัยและใน พ.ศ. 2521 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533) ก็ได้บรรจุวิชากระบี่ไว้ในหลักสูตรของมัธยมศึกษาตอนต้น จนกระทั่งปัจจุบันนี้ได้บรรจุอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนทั่วไป จึงนับว่าศิลปะชิ้นเอกนี้ นอกจากจะไม่สูญหายไปจากโลกแล้ว คงจะเจริญก้าวหน้าเอาไว้อวดหรือแสดงถึงความเป็นเจ้าของวิชาการแขนงนี้ได้ในอนาคต เพื่อให้เยาวชนของชาติได้ศึกษาเล่าเรียน และรักษาไว้ซึ่งมรดกอันล้ำค่าของชาติได้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไป


ปรียาฉิมโฉม.jpg

นางปรียา ฉิมโฉม สกุลเดิม เทพหัสดิน ณ อยุธยา (16 พฤษภาคม พ.ศ. 2458 – 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2550) นักผังเมืองและสถาปนิก ผู้บุกเบิกสำคัญผู้หนึ่งด้านการผังเมืองของประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งยังเป็นกองผังเมืองจนถึงระดับกรมโดยได้เป็นผู้อำนวยการ (อธิบดี) คนที่ 3 ของสำนักผังเมือง (ปัจจุบันคือกรมโยธาธิการและผังเมือง) และนับเป็นอธิบดีหญิงคนแรกของกระทรวงมหาดไทย นางปรียา ฉิมโฉมเป็นนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่น ที่ 1 (พ.ศ. 2476)


50696Nat Internet.jpg

ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา (ชื่อเล่น : ภูมิ) เป็นนักแสดง นายแบบชาวไทยก้าวเข้ามาสู่วงการบันเทิง จากการไปแคทโฆษณา, เดินแฟชั่นโชว์ รวมถึงการถ่ายหนังสือ ถ่ายโฆษณาบัตรเครดิตของธนาคารแห่งหนึ่ง จากนั้นทางเอ็กแซ็กท์ จึงเรียกภูมิไปแคสท์ และทำให้ภูมิได้เล่นละครเรื่องแรก "เปลือกเสน่หา" ภูมิสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหิดล ภาคภาษาอังกฤษ


th.wikipedia.org/wiki/หมวดหมู่:ราชสกุลเทพหัสดิน



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 ธันวาคม 2553 / 23:30

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 26 พฤษภาคม 2555 เวลา 02:53 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

52 ความคิดเห็น

    ความคิดเห็นที่ 1 - 20

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ประเด็นแค่คนๆเดี๋ยว เอามาลงมาซ่ะบรรพบุรุษเสียเลย

    PS.  คิดถึงเค้า!!! แต่เค้าจะเคยคิดถึงเรามั้งรึป่าว~*
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เรารู้จักแต่เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี  (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) กับณัฏฐ์  เทพหัสดิน  ณ  อยุธยา
    ค.ห.1 ถ้าไม่อยากจะได้ความรู้เพิ่มเติมแล้วจะเข้ามาดูทำไม


    PS.  เย้ ในที่สุดก็กู้ Internet Explorer 8 กลับคืนมาได้สำเร็จ
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โอ้โห นามสกุลโคตรยิ่งใหญ่อ่ะ สืบเชื้อสายเจ้ามาเชียว ถ้าเราเป็นแพรวานะ เครียดตายไปแล้ว

    ทำให้สกุลต้องมาเสื่อมเสียแบบนี้! แต่ก็นะ อย่าไปยึดติดมาก เพราะเขาเลิกทาสไปตั้งนานแล้ว

    ไม่มีนายไม่มีบ่าวแล้ว

    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ก้อดีนะคะ เราชอบอ่านเรื่องที่แบบมันมาได้ไง
    และมาจากไหน ..? ขอบคุนค้ะ ได้ความรุ้ด้วยยยยย.
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราฟังข่าวจากวิทยุมา
    แพรวาพูดว่า "เอาชีวิตหนูไปเลยไหม"
    "ผิดด้วยเหรอที่หนูเกิดมานามสกุลนี้"
    เราว่าแพรวาไม่ผิดหรอกที่จะเกิดมานามสกุลนี้แต่เหตุการณ์ที่แพรวาทำมันผิดค่ะ
    ถ้าแพรวาไม่ได้นามสกุลนี้ข่าวคงไม่ออกครึกโครมมากมายคนในเว็บคงไม่มาคอมเม้นอะไรมาก
    เราเชื่อว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วอ่ะ
    แล้วเขาชนคนตายตั้ง 8 ศพ มันคงเป็นบาปและแผลเป็นติดตัวเขาไปทั้งชีวิตอ่ะ
    เราเชื่อว่า เหตุการณ์นี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก
    ขอให้ ทั้ง 8 ศพ ไปสู่สุขคติค่ะ
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มีแต่คนดีๆทั้งนั้นเลย
    (รู้จักแค่ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี กับ ณัฏฐ์ เหมือนกัน)

    ปล. ตระกูลนี่เขาห้ามตั้งชื่อ เกิด 3 พยางค์ อ่ะป่าว - -*
    (ถ้าไม่นับบางคนที่มี 2 พยางค์ กับ แพรวา ที่มี 3 พยางค์ เรานึกว่า มีข้อบังคับให้ตั้งพยางค์เดียวด้วยซ้ำ - -")

    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยคิดอะไร ทำก่อนคิด ประมาทจึงเป็นเช่นนี้ ต้องรับกรรมที่เกิดจากการกระทำของตนแน่นอน กรรมใดใครก่อ ผู้นั้นจะต้องรับกรรม
    PS.  แล้วจะส่งข้อมูลมาอีก
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เป็นความรุ้ประดับหัวไว้ ^ ^

    PS.  13 only , คิดถึงพี่จัง คิมคิบอม T^T
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ต้นตระกูลยิ่งใหญ่มากกกก
    ปล.เรื่องของแพรวาก็คือ"ทำอะไรก็มีสติหน่อย" แค่นั้นแหละ
    PS.  ฤดูใดหัวใจก็คิดถึง ฤดูฝนรำพึงเฝ้าห่วงหา ฤดูหนาวไม่มีรักมาเยียวยา ฤดูร้อนไม่มีค่าเพราะขาดเธอ.
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เอาเป็นว่า
    อ่านไว้เป็นความรู้ อย่าเอาไปโยงกับอีกเรื่องนึงจะดีกว่า 

    PS.  Nothing is permanent if we don't preserve it!
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณความรู้ดีๆค่ะ

    ปล.เราว่าการกระทำอยู่ที่ตัวบุคคลอย่าไปเหมารวมกับเรื่องอื่น คนเราทำผิดกันได้นะ
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ม่ายรุจักซักคน

    แม้แต่ณัฏฐ์ก้อเพิ่งมารู้จักนี่แหละ เหอๆ...
    PS.  ผู้ชาย......ใช้ตีนเขี่ยๆหา...เดี๋ยวก้อเจอ...
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

     กลัว นามสกุล จัง ครับ
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมไม่รู้จักใครเลยครับ .. (ซักคน)

    จริงๆ 

    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มีแต่คนทำเรื่องดีๆ ทั้งนั้นเลย  ทำไมพอมารุ่นนี้แล้วมันถึงเป็นแบบนี้ ก็อย่างว่า ปลาเน่าตัวเดียว แต่ มันเน่าทั้งเข่ง  อ่ะนะ 
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    จะมีคนคิดเอาไปทำหนังมั้ยน๊าาาา

    แค่คิดนะคับ อย่าทำเล้ยยยย

    ผมว่าคล้ายๆ ชัตเตอร์นะ แต่ชัตเตอร์ชนแ่ค่คนเดียวใช่ป่ะคับ

    ผมจำไม่ได้
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถึง ค.ห.7 เค้าไม่ได้ห้ามให้ตั้งชื่อเกิด 3 พยางค์

    หรอกค่ะ แฟนเรายัง 3 พยางค์เลย =w=
    PS.  "...หากสยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤา เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้นสกุลไทย "
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อาห์ ได้ความรู้เกี่ยวกับตระกูลเชื้อเจ้าอีกแล้ว
    ว่าแต่กระทู้นี้ตั้งใจให้ได้ความรู้ หรือลากบรรพบุรุษมาแฉเนี่ย
    เอาเถอะ มองในแง่ดี กระทู้ให้ความรู้ละกัน

    PS.  Why so serious?
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นามสกุล มันเป็นแค่สิ่งที่บอกบรรพบุรุษของเรา

    เหตุการ์ณที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นแค่คนๆเดียว


    ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว


    ปล.ถ้าผิดแล้วรู้จักขอโทษ ก็ควรจะให้อภัย

    แต่ถ้าขอโทษแล้วหาย จะมีกฎหมายไว้ทำอะไร??


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มกราคม 2554 / 11:46

    PS.  ◤ชื่นชอบในรสนิยม ชื่นชมในรสนิยาม◥✿
    ถูกใจ ตอบความเห็นนี้

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายในเว็บไซต์ Dek-D.com
ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายในเว็บไซต์ Dek-D.com

กระทู้หมายเลข : 2017960
ชื่อกระทู้ : มารู้จัก ราชสกุล "เทพหัสดิน ณ อยุธยา" (เป็นความรู้)

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
ปิดหน้าต่าง
refer: