นาฬิกา ชีวิต

Glee 2034279 0.00 566 20 ม.ค. 54 11:27 น.
ความคิดเห็น

0

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


นาฬิกา ชีวิต

 

 

พึ่งเคลียร์งานที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าจบ เหนื่อยเหลือเกิน
กินและนอน ไม่เป็นเวลา ซึ่งผู้เขียนคิดว่า หลายๆท่านก็คงเป็นเช่นเดียว
กับผู้เขียน พอมีงานเยอะๆมักจะลืมนึกถึงสุขภาพของตัวเอง 
กินและนอนไม่เป็นเวลา ไม่มีเวลาพักผ่อน ส่วนใหญ่เรามักจะมีพฤติกรรม
ในชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุให้เราเจ็บป่วยได้ง่าย 
จึงทำให้ผู้เขียน นึกถึงเรื่องหนึ่ง ตอนไปปฏิบัติธรรมขึ้นมาได้  
ช่วงเช้าขณะออกกำลังกาย อ. จะสอนเรื่อง “ นาฬิกาชีวิต
ซึ่งหลังจากกลับจากปฏิบัติธรรมผู้เขียนเกิดความสนใจและมีโอกาส
ได้ซื้อหนังสือมาอ่านและเมื่อเข้าไปทักทายน้องกรู (
google) 
ก็มีเนื้อหาอีกเพียบ...   
  

 นาฬิกาชีวิต เมื่อได้ยินคำนี้แล้ว คิดถึงอะไรกันค่ะ
นาฬิกาชีวิต ก็คือ ใน 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมง ภายในร่างกายของเรามี
การไหลเวียนของพลังชีวิตที่ผ่านอวัยวะต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วย
อวัยวะตัน และ อวัยวะกลวง
อวัยวะตัน  หมายถึง หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต
 อวัยวะกลวง หมายถึง  กระเพราะอาหาร ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่
 ลำไส้เล็ก กระเพราะปัสสาวะ ระบบความร้อน
 ของร่างกาย (ชานเจียว)


 01.00 น. – 03.00 น. เป็นช่วงเวลาของตับ ควรนอนหลับ
พักผ่อน ถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นประจำในช่วงนี้ ตับจะหลั่งสารมีราโทนิน


(meratonine) เพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย และยังหลังสาร
เอนโดรฟิน
(endorphin) ออกมาด้วย จึงไม่ควรกินอาหาร เพราะจะทำให้
ตับทำงานหนักและเสื่อมเร็ว ขณะเดียวกันถ้าเรายังไม่หลับยังทำงานอยู่
ร่างกายจะสูญเสียพลังงานส่วนที่สะสมไว้ไป ตับจะอ่อนแอลง การสะสม
พลังงานสำรองลดลง การผลิตน้ำดีลดลง และจะส่งผลกระทบถึงการทำงาน
ของตับอ่อน ในขณะเดียวกันก็ส่งผลให้การผลิตฮอร์โมนอินซูลินลดลงด้วย
ผลที่ตามมาก็คือ โรคภัยไข้เจ็บ 
 หน้าที่หลักของตับคือ ขจัดสารพิษในร่างกาย 
 ส่วนหน้าที่รอง คือ 1. ช่วยไตในการดูแลผม ขน เล็บ ถ้าตับมี
ปัญหา ผม ขน เล็บจะไม่สวย
 2. ช่วยกระเพราะย่อยอาหาร ถ้ากินบ่อย ๆ จะทำให้ตับทำงาน
หนักตับจะหลั่งน้ำย่อยออกมามาก จึงไม่ได้ทำหน้าที่หลัก เป็นเหตุให้สารพิษ



03.00 – 05.00 น. เป็นช่วงของปอด จึงควรตื่นนอนลุกขึ้นเพื่อสูดอากาศที่บริสุทธิ์
และรับแสงแดดในยามเช้า ผู้ที่ตื่นนอนช่วงนี้เป็นประจำปอดจะดี ผิวดีขึ้น

 

05.00 – 07.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ ควรขับถ่ายอุจจาระ ทำให้เป็น
นิสัยทุกเช้า ถ้าไม่ถ่ายให้ใช้วีกดจุดที่ตำแหน่งสองข้างของจมูก ถ้ายังไม่ถ่ายให้
ดื่มน้ำอุ่น 
2 แก้ว 

 

07.00 – 09.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารจะทำงาน
ถ้ากินอาหารเช้าในช่วงเวลานี้ทุกวัน กระเพาะอาหารจะแข็งแรง ถ้าปล่อยให้กระเพาะ
อาหารอ่อนแอ จะส่งผลให้เป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล ขาไม่ค่อยมีแรง ปวดเข่า
หน้าแก่เร็วกว่าวัย

 

09.00 – 11.00 น. เป็นช่วงเวลาของม้าม ม้าจะอยู่ชายโครงด้านซ้าย มีหน้าที่ควบคุม
เม็ดเลือด  สร้างเม็ดเลือด สร้างน้ำเหลือง ควบคุมไขมัน คนที่ปวดศีรษะบ่อยๆ   มักมา
จากความผิดปกติของม้าม   คนที่มักนอนในช่วงเวลา
09.00 – 11.00 น. ม้ามจะอ่อนแอ 
นอกจากนี้ม้ามยังโยงถึงริมฝีปาก ผู้ที่พูดบ่อยๆ หรือพูดเก่ง ๆ ม้ามจะขึ้น จึงควรพูดน้อย
กินน้อย ม้ามจึงแข็งแรง

 

11.00 – 13.00 น. เป็นช่วงเวลาของหัวใจ หัวใจทำงานหนักในช่วงเวลานี้ จึงควรหลีกเลี่ยง
ความเครียด 
เหตุที่ทำให้ต้องใช้ความคิดหนัก และหาทางระงับอารมณ์ตื่นเต้นหรือ
อาการตกใจให้ได้

 

13.00 -15.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้เล็ก จึงควรงดการกินอาหารทุกประเภทเพื่อเปิด
โอกาสให้ลำไส้ทำงาน  ลำไส้เล็กมีหน้าที่ดูดซึมสารอาหารที่เป็นน้ำทุกชนิด เช่น วิตามินซี บี 
โปรตีนเพื่อสร้างกรดอะมิโน   สร้างเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ 

 

15.00 – 17.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ ช่วงเวลานี้จึงควรทำให้เหงื่อออก 
อาจจะออกกำลังกาย  หรืออบตัว กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง ข้อควรระวัง ถ้าเหงื่อมี
โซเดียมปนออกมามากไตจะวาย 

 

17.00 – 19.00 น. เป็นช่วงเวลาของไต จึงควรทำใจให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงาหาวนอนในช่วงเวลานี้ 
ผู้ใดมีอาการง่วงนอนช่วงเวลานี้ แสดงว่ามีปัญหาเรื่องไตเสื่อม ถ้านอนหลับแล้วเพ้อ แสดงว่า
อาการหนักมาก

 

19.00 – 21.00 น. เป็นช่วงเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ ช่วงเวลานี้ควรจะสวดมนต์ ทำสมาธิ
ปัญหาเกี่ยวกับเยื่อหุ้มหัวใจ คือหัวใจโต หัวใจรั่ว เส้นโลหิตหัวใจตีบ ดังนั้นต้องระวังเรื่อง
ตื่นเต้น  ดีใจ การหัวเราะ กรณีเส้นเลือดขอด ต้องดูแลเยื่อหุ้มใจให้แข็งแรง

 

21.00 – 23.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น จึงห้ามอาบน้ำเย็นในช่วงนี้ 
เพราะจะทำให้  เจ็บป่วยได้ง่าย อย่าไปนั่งตากลม เพราะเป็นช่วงที่ลมเป็นพิษ

 

23.00 – 01.00 น. เป็นช่วงเวลาถุงน้ำดี อวัยวะใดในร่างกายเมื่อขาดน้ำ จะมาดึงน้ำจากถุงน้ำดี
ทำให้ถึงน้ำดีข้น เป็นผลให้อารมณ์ฉุนเฉียว สายตาเสื่อม เหงือกจะบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ
ตื่นกลางดึก หรือตอนเช้าจะจาม 


 

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะสำหรับร่างกายของเรา
ทุกเวลานั้นคือการเดินทางของอวัยวะในร่างกายของเราจริงๆ
ดังนั้น เราควรที่จะดูแลตัวเองดีดี เพื่อที่จะได้มีแรง กำลัง ในการทำงานกัน

จาก :http://www.oknation.net



PS.  พยายามแล้วพลาด ดีกว่าพลาดที่จะพยายาม >>> http://writer.dek-d.com/lady-law/writer/view.php?id=640126

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

0

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: