ทุกข์ และ ทางดับทุกข์ ที่อยากให้มารู้กัน

jane 2151279 0.00 1,023 29 เม.ย. 54 20:51 น.
ความคิดเห็น

5

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
guest
jane
  • jane
  • 124.122.9.149
  • -

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


ทุกข์ --> ทุกสรรพสิ่งบนโลก(โลกมนุษย์ ต่างดาว นรก เดรัจฉาน เทวดา พรหม ฯลฯ)ที่เดินไปสู่ความดับได้(กองทุกข์ หรือ ทุกขสัจจ์)
                                                                  ความทุกข์ ก็เป็น ทุกข์ เพราะ ความทุกข์ในใจเราก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป ได้                                                              
                                                                   ความสุข ก็เป็น ทุกข์ เพราะ ความสุขในใจเราก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป ได้                                                              

                                                                    ความรู้สึกเฉยๆ(อุเบกขา) ก็เป็น ทุกข์ เพราะ อุเบกขาในใจเราก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป ได้                                                              
                                                                          
                                                                     ร่างกายเรา ก็เป็น ทุกข์ เพราะ ร่างกายเราก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป
ได้

                                                                      ความจำ   ก็เป็น ทุกข์ เพราะ  ความจำ เราก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป
ได้                                                            
                                                                      
                                                                      ความคิดปรุงแต่ง     ก็เป็น ทุกข์ เพราะ  ความคิดปรุงแต่ง เราก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป ได้                  

จากข้างต้น รูป เวทนา(ความทุกข์ ความสุข อุเบกขา) สัญญา(ความจำได้หมายรู้) สังขาร(ความคิดปรุงแต่ง การพูดในใจเรา ความคิดของเราเอง) นี่คือ ขันธ์4ขันธ์   ส่วนขันธ์อีกตัว ตัวสุดท้าย คือ วิญญาณ( ผู้รู้) วิญญาณนี่แหละที่เขาไปอาศัยอยู่ใน ขันธ์4ขันธ์ ข้างต้น จนเป็นเหตุให้ เรารู้ลมหายใจฯลฯ(รู้กาย) รู้ความจำในอดีต(รู้สัญญา) รู้อารมณ์ สุข ทุกข์ อุเบกขา(รู้เวทนา) รู้ความคิดต่างๆที่เราคิด(รู้สัญญา) วิญญาณในตัวเรา มีหลายดวงนับไม่ถ้วน ดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไปตลอดเวลา ขณะที่เรารับรู้เรื่องหนึ่งๆ เช่น กำลังรู้ลมหายใจ นั่งสมาธิอยู่ ซักพัก เราจะแวบไปคิดอดีตบ้างความคิดปรุงแต่งบ้าง นั้นแหละ คือวิญญาณตัวที่รู้ลมนั้นดับไปแล้ว ดวงใหม่ก็ไปรับรู้สัญญา(คิดอดีต) ดวงใหม่ก็ไปรับรู้สังขาร(ความคิดปรุงแต่ง)บ้าง ตลอดเวลา ทั้งๆที่เราพยายามคุมให้รู้แค่ลมหายใจ แต่แปลบๆก็จะไปรับรูเรื่องใหม่ๆต่อไป สติ(ความระลึกได้)จะทำให้เรากลับมารู้ลมต่อ ขณะนี้ดวงจิตที่รับรู้สัญญาหรือสังขารอยู่ก็จะดับลง แล้วดวงใหม่ก็มารับรู้ลมหายใจเข้าออกต่ออีก  ที่เราไม่สามารถจะคุบให้มันอยู่กับลมหายใจได้ตลอดเพราะว่า ดวงจิตนั้นก็ๆม่ใช่เราเหมือนกัน เป็นธรรมชาตที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เหมือนๆกับ ทุกอย่างในโลกธาตุ เช่น ร่างกายเรา  ดังนั้นการนั่งสมาธิ(อานาปานสติ)จะเป็นตัว ทำให้เราตวรจสอบได้ว่า ดวงจิต ก็เป็น ทุกข์เช่นกัน     ทุกสิ่งที่เป็นทุกข์ นั้นก็จะ เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็น อนัตตา คือ ไม่ได้มีตัวตนจริงถาวร อย่างร่างกายเราก็แม้ขณะนี้จะมีอยู่แต่ก็ไม่ได้มีตัวตนจริงถาวร ซักวันก็ต้องดับไปเป็นเศษซากธุลี   การเห็นการเกิดดับ ของ สิ่งของหนึ่งๆเรื่อยๆ จะทำให้เราเริ่มเบื่อหน่ายในของสิ่งนั้น เพราะว่า มันเป็นของที่ไม่ได้มีตัวตนถาวรตลอดไป จะเกิดปัญญาว่า นั้นไม่ใช่ของที่เราควรจะยึดไว้
และพอเรามาเห็นดวงจิตเรา เกิด ดับ เกิด ดับ ไปเรื่อยๆ ย่อมจะเบื่อหน่ายในดวงจิตว่า นั้นก็ไม่ใช่เรา บางคนเห็นการเกิดดับของจิตเพียงแค่ครั้งเดียวก็เกิดปัญญาตรงนี้ได้ แต่บางคนอาจจะต้องเห็นซักหลายครั้งหน่อยก็จะเกิดปัญญาตรงนี้ได้ อย่างอารมณ์โกรธของเราที่เกิดขึ้น ถ้าสังเกตดีๆ มันก็เป็น ของที่ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ตัวจิตที่ไปจับอารมณ์โกรธ(ตัวรู้ว่าโกรธ) ก็เป็นของเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป และจิตดวงใหม่หลังจากที่โกรธเสร็จ(จิตที่จับอารมณ์โกรธดวงเก่าดับแล้ว)ก็ไปรับรู้เรื่องอื่นต่อไปอีก ส่วนมากไม่ค่อยมีคนที่จะมาเฝ้าสังเกตการเกิดดับของจิตอย่างนี้ ถ้าเราหมั่นสังเกตก็จะเกิดปัญญาตรงนี้ได้ และเมื่อเกิดปัญญาตรงนี้ว่า จิตนั้นไม่ใช่เรา เราก็จะถ่ายถอนความยึดมั่นในจิตเราได้

ข้อควรรู้ก็คือ ถ้าขณะที่ร่างกายเราจะตายไปแล้วจิตสุดท้ายจับอารมณ์ใด เราจะได้อัตภาพใหม่ตามอารมณ์ที่จิตดวงสุดท้ายจับไว้  และก็ต้องไปเิกิดในภพที่จิตสุดท้ายจับอารมณ์นั้นๆไว้ อย่างขณะจิตสุดท้ายจับอารมณ์โกรธ เราก็ต้องไปเกิดในภพของอารมณ์โกรธ ซึ่งก็จะเป็นภพที่ไม่ดี  

หากเราถอนอุปทานความยึดมั่นในจิตของเราได้ก็จะไม่ต้องเวียนวน เกิด ตาย ใน สังสารวัฏนี้อีกต่อไป เพราะเราไม่ยึดเอาจิต(ขิงเกิดดับ)มาเป็นของเราแล้ว เข้ามรรคผลนิพพาน(สภาวะที่ไม่มีการเกิด ไม่มีการเสื่อม ไม่มีการดับ และไม่เป็นอนัตตา) ได้ และทางที่จะทำให้เราถ่ายถอนอุปทานความยึดมั่นในจิตของเราได้ก็คือ อริยมรรคมีองค์8 (ศีล สมาธิ ปัญญา) หรือ(สมถะ วิปัสสนา) หรือก็คือ ทางดับทุกข์ในอริยสัจ4นี่เอง   (สมาธิเป็นตัวช่วยชะลอการเกิด ดับ ของจิตเรา ให้เราเห็นได้ชัดเจน เพราะ จิตเราเกิดดับเร็วมากแทบเรียกได้ว่าเนียน100เปอร์เซ็นต์) (ปัญญา เห็น การเกิด ดับ อยู่เป็น นิจ จะช่วยถ่ายถอนความยึดมั่นในจิตเราได้ สติเป็นตัวละอุปทานความยึดมั่นของจิตในอารมณ์นั้นๆได้ขณะที่เราละรึกได้จิตดวงเก่าดับไป จิตดวงใหม่กำลังจะเกิดไปจับอารมณ์อื่น ถ้าเราหยุดภาพตรงนี้ ที่ไม่มีจิต เพราะจิตดวงเก่าดับไป แล้วและดวงใหม่ยังไม่ทันเกิดขึ้นที่ นี่แหละคือสภาวะนิพพาน ที่ไม่มีตัวจิต(ผู้รู้) ดังนั้นจึงมักมีคำกล่าวกันมากๆว่า สติเป็นตัวแล่นไปสู่วิมุติ (วิมุติคือระบบของสภาวะนิพพาน ไม่ใช่ระบบสมมติที่เรากำลังอยู่ในปัจจุบันนี้ ระบบสมมติเป็นระบบที่เป็น อนัตตา (ไม่มีตัวตนถาวรแท้จริง) )  นั้นเอง

หากต้องการความเข้าใจที่ถูกต้องเหมาะสมกับตนเองมากที่สุดต้องไปศึกษาในพุทธวจจน เพราะว่าความเข้าใจธรรมในแต่ละคนเป็นของแต่ละคน เลือกใช้วิธีให้เหมาะสมกับตน และเราก็ต้องเข้าไปหาคววามรู้ที่ถูกต้องที่สุดก็คือความรู้จากพระพุทธเจ้าเราเอง ซึ่งตอนนี้พระพุทธเจ้าก็ไม่อยู่แล้ว ที่เหลือก็คือหลักธรรมที่ท่านตรัสสอนไว้ ไม่ใช่หลักการของผู้อื่นใดๆทั้งสิ้น แม้ความคิดเห็นข้างต้นกระทู้นี้ก็เป็นเพียงความเข้าใจในระดับหนึ่งไม่แน่ว่าจะถูกทั้งหมด ถ้าอยากรู้ความเป็นจริงของแก่นศาสนาจริง อยากให้ไปศึกษาาพุทธวจนกันนะจ๊ะ

หากต้องการความรู้ที่ถูกต้อง100เปอร์เซ็นต์เข้าใจได้ด้วยเฉพาะตนเอง มาดูพุทธวจนกันเถอะ!

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 เวลา 16:13 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

5

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

คนที่ดูกระทู้นี้มักจะดูกระทู้เหล่านี้ต่อ

ซ่อน
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณค่ะ 
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    รู้เฉยๆไม่ได้ไม่ดี รู้แล้วต้องทำด้วย
    PS.  看破世情天理处 人生何用苦营谋 // กรุ๊ปตรงธรรม - http://group.dek-d.com/phunanphing/
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตามคห.บน รู้แล้วต้องปฏิบัติด้วย ถ้าไม่ปฏิบัติรู้เฉยๆไม่เกิดประโยชน์
    PS.  เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อนุโมทนานะคะ สำหรับความรู้ทางธรรมที่เป็นทานอันใหญ่หลวง
    ไม่รู้ว่า จขกท.เป็นผู้เขียนบทความนี้เองหรือเปล่า
    แต่อยากขออนุญาตไปบอกต่อในเว็บบอร์ดต่างๆหน่อยนะคะ ^^
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อนุโมทนาสาธุ ค่ะ
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: