ม.พะเยา ดีมั้ย โหวตเลย! โอ้โหเด็ดน่ารักสุดๆหรูเริดตลกอ่ะเครียดสู้ๆ สู้ตายช็อคโกรธล้มโต๊ะ 2182675 21 พ.ค. 54 08:31 น. 180.180.128.154 1,177 43 0 Tweet เรียน ม.พะเยา ดีมั้ยอ่า เรียนจบแล้วมีงานทำหรือป่าว ได้รับการรับรองหรือยัง แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 9 มิถุนายน 2556 เวลา 22:20 น.
▼ 1 ▲
ความคิดเห็นที่ 1-50
พะเยา พี่เกิดพะเยาภูมิลำเนาเดิมพะเยาจบโรงเรียนมัธยมจังหวัดพะเยา พี่จะของอธิบายแค่ข้อมูลที่เป็นจริงเกิดขึ้นในรั้วโรงเรียน ชื่อเสี่ยงในหมู่นักเรียน และสภาพแวดล้อมนะคับ ไม่ใช่การว่าร้ายแต่เป็นการเบล่าประสบการณ์ตรงนะคับ
ม.พะเยาเดิมเป็น วิทยาเขตหนึ่งของมหาวิทยาลัยนเรศวร ต่อมายกวิทยะฐานะเป็น ม.พะเยาซึ่งเทียบเท่ากับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งขึ้นมาแล้ว1ปียังไม่มีบัณฑิตจบในฐานะ มอพะเยา เพราะรุ่นแรกจะเป็นพวกรหัส 52 คับ ซึ่งตอนนี้กำลังขึ้นปีสามเดิมสายวิทสุขภาพมีสูงสุดคือคณะเภสัชศาสตร์แต่ตอนนี้ได้มีการก่อตั้งคณะแพทย์แล้วคับโดยใช้โรงพยาบาลพะเยาและบุคลากรเป็นผู้สอนและศูนย์การเรียน ซึ่งตัวโรงพยาบาลพะเยาเองเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดจริงแต่ในด้านเครื่องไม้เครื่องมือก็ยังไม่ได้พร้อมอะไรมากมายนักยังไม่เท่าในเมืองใหญ่ๆเช่นเชียงใหม่หรือพิษณุโลก(อ้างอิงจากลุงพี่เป็นหมอที่รพ พะเยาและคาดว่าจะได้รับหน้าที่ อาจารย์หมอด้วยคับ)
ชื่อเสียงในหมู่ นักเรียนโรงเรียนประจำจังหวัด เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกข้อนข้างจะท้าย(แรงไปไหมอะแต่มันจิงๆนะT_T) เพราะจะชอบออกต่างจังหวัดกันหมด ส่วนคนที่ไม่มีที่เรียนจริงๆจึงจะเข้าครับเพราะ เพียงยื่นเกรด เฉลี่ยประมาน2.5ก็เดินเข้าได้สบายๆสำหรับเด็กในจังหวัดนะ เคยมีคนบอกว่าเพราะมันใกล้เลยไม่เรียนกัน ตอนแรกพี่คิดว่ามันก็จริงนะแต่พอมาอยู่เชียงใหม่พี่ว่าพี่คิดผิดถนัดเพราะเดกเชียงใหม่เรียนใน เชียงใหม่เยอะมากกกกกเลยคับ แต่พี่ก้อหาข้อสรุปไม่ได้ว่าทำไมไม่อยู่...ส่วนตัวของพี่พี่ขอไม่ตอบนะ
สภาพแวดล้อม ....แทบไม่มีอะไร ในตัวเมืองพะเยาไม่มีห้างใหญ่อาไรสิ่งที่ใหญ่ที่สุดคือ โลตัส- -ซึ่งมีชั้นเดียว ตัวมหาวิทยาลัยอยู่ห่างจากตัวเมือง 15กีโล ต้องอาศัยรถเดินทางเป็นเวลา แค่ หกโมงรถก้อหมดแล้วคับ อาหารการกินไม่มีอะไรมากคับ ส่วนมากกินอยู่ที่เดิมๆ ลักษณะสังคมอนุรักนิยมคับมากๆ จะมีไลสไตที่ค่อนข้างไม่แตกต่างอะไรมาก แหล่งชอปปิ้งแทบไม่มีคับจริงๆ กว้านพะเยาสวยคับมีร้านอาหารราคาแพงอยู่เต็มริมกว้านเลย...มีร้านเหล้าบรรยากาศดีๆริมกว้านด้วย....แต่ก็มีแค่นั้นหละคับ สามวันก็เบื่อ
เอาง่ายๆว่าพี่โตที่นั่นเพื่อนก็มีแต่ แว้นกินเหล้า กะติดเกม มีแค่นี้แหละคับ พี่ก็เลยต้องอพยพมาอยู่ในเมืองแล้วก็ตามนั่นแหละ ชีวิตวิ้งๆ 
การเรียนการสอน ไม่มีคอมเม้นคับเพราะไม่ได้เรียนไม่รู้จริงเราไม่พูด
พี่อธิบายแค่นี้ดีกว่าเดี๋ยวต้องมีคนมาโพสว่าพี่แน่ๆ อยากรู้ไรลองถามๆมาได้ว่างๆจะเข้ามาดูนะ แต่พี่หวังนะคับว่า จะได้น้องมาเป็นพี่น้องรวมสถาบันกัน มาเป็นลูกช้างอีกเชือกหนึ่งของ มช เรา ตัดสินใจได้อย่างไรอย่าลืมโพสบอกกันบ้างนะคัล
อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2177836#ixzz1MxQrkOFx
มีคนเป็นหมืนๆคนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนี้ ถ้าระบบสาธารณูปโภคไม่ดี อยู่กันไม่ได้คับ ไม่จำเป็นต้องไปกินในเมืองนะคับ คห.2
สถาณเริงรมย์น้อยมาก เป็นไปได้อย่างไรที่มีแต่เพื่อน กินเหล้า แว้นไปวันๆ มากไปแล้วมั้งคับ อย่าเหมารวม ผมเป็นคนหนึ่งที่มาอยู่มหาวิทยาลัยเพื่อเรียน ไม่ใช่เที่ยว อยู่ปีสามแล้ว ยังไม่เคยเข้าผับเข้าบาร์คับ ถามว่ามีให้เข้ามั้ย มีคับ แต่ไม่ไป เข้าใจมั้ยคับ?
เรื่องเข้าง่าย เกรด 2.5 เดินเข้าม.สบายๆ ไม่มีแล้วคับสำหรับ ณ ตอนนี้ เด็กรุ่นน้องรร.ผม สอบไม่ติดเยอะแยะ (รร.ประจำจังหวัดหนึ่งคับ) ประกาศผลร้องไห้กันก็มี ไม่ติดคณะที่หวัง เพราะมักมีรุ่นพี่ไซโคน้องไว้เยอะว่าไม่ต้องห่วงเรื่องคะแนน ยื่นไปเลยยังไงก็ติดพะเยาอ่ะ ทำให้เด็กเลือกคณะที่คะแนนสูงทั้งๆที่คะแนนตัวเองไม่สูง จึงทำให้เด็กสอบไม่ติด
คนที่จบม.พะเยารุ่นแรกคือรหัส 51 นะคับ ไม่ใช่ 52 คณะแพทย์ทำความร่วมือกับรพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ นะคับ หมายความว่าชั้นคลินิก จะสิ่งนิสิตไปเรียนที่รพ.นครพิงค์ ไม่ใช่รพ.พะเยา ส่วนชั้นพรีคลินิก เรียนที่คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา รับสมัครอ.แพทย์ใหม่ เป็นแพทย์จบเฉพาะทาง รับมาทำงานเป็นอาจารย์ของคณะแพทย์เลย ไม่ใช่ไปขอให้แพทย์รพ.พะเยามาสอนนะคับ เภสัชผ่านการประเมินจากสภาเภสัชกรรมแล้ว สอบใบประกอบก็อันดับต้นๆ เทคนิคการแพทย์ กับ กายภาพบำบัด ก็ผ่านการประเมินเช่นกัน พยาบาลผ่านนานแล้วคับ
นักเรียนในจังหวัด ไม่ได้เลือกม.พะเยาเป็นอันดับรั้งท้าย แค่รอบโควต้าเด็กส่วนใหญ่ก็ภาคเหนือตอนบนทั้งนั้น พะเยาเยอะที่สุด รองมาก็เชียงราย รอบแอดมิดชั่นก็เด็กภาคเหนือเยอะเช่นกัน เด็กและผู้ปกครองส่วนใหญ่มักจะเลือกมหาวิทยาลัยที่ไม่ไกลจากที่อยู่มากนัก เพราะประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เยอะ ไปมาสะดวก ซึ่งภาคเหนือตอนบนก็มี ม.เชียงใหม่ ม.พะเยา ม.แม่ฟ้าหลวง แค่สามม.นี้ ส่วนม.นเรศวร จะเป็นทางภาคเหนือตอนล่างๆ กับภาคกลางเสียมากกว่าที่สนใจ ผมรับน้องใหม่ทุกปี ชอบจะถามว่าใครมาจากพะเยายกมือขึ้น เค้าก็ยกกันเต็ม เวลาไปถามทำไมน้องเลือกพะเยาไม่เบื่อหรอบ้านก็อยู่พะเยา คำตอบส่วนใหญ่คือ ใกล้บ้านค่ะ ดังนั้นจะเหมารวมว่าเด็กไม่ชอบมหาลัยใกล้บ้านคงไม่ใช่ ผมว่าคงเป็นเด็กที่อยากเข้าไปเรียนไกลๆนอกเหนือจากจะชอบสถาบันนั้นจริงๆแล้วยังเป็นเพราะแสงสีและความอิสระจากครอบครัวมากกว่านะคับ
ผมไม่ปฏิเสธว่ายังไง ม.พะเยา ก็สู้ม.เชียงใหม่ของคุณไม่ได้นะคับ คห.2 แต่นั่นเป็นสาขาวิชาที่เหมือนกัน แต่ผมคิดว่า เด็กจะเลือกอาชีพที่จะทำภายในอนาคตมากกว่าตัวมหาวิทยาลัยที่จะได้อยู่แค่ 4-6 ปี ทุกคนมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีกว่า ทำไมผมถึงสละสิทธิ์มช.ล่ะคับ เพราะถ้าผมเอามช. จบมาผมก็เป็นแค่นักวิทย์ แต่ถ้าเอาพะเยา ผมได้เป็น ทนพ. แล้วผมจะสนชื่อม.หรือแสงสีของเชียงใหม่ทำไมล่ะคับ ผมยอมอยู่ม.ไม่มีชื่อดีกว่า เพราะเป้าหมายผมแค่ต้องการเรียนเพื่อที่จะไดทำงานที่ตัวเองชอบ มีเงินเดือนที่ดีคับ
สุดท้ายนี้ถ้าจะให้เทียบระหว่างมช. กับมพ. ก็ต้องยอมรับคับว่ามช.ดีกว่า คุณภาพก็ดีกว่า สภาพแวดล้อมก็อยู่ในเมืองซึ่งมันก็ดี มพ. เป็นม.ใหม่ ไม่แปลกที่มักจะมีคนดูถูก ม.ดังๆ ต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะมีชื่อเสียงได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า มพ. ไม่มีคุณภาพ มีแต่เด็กแว้น มีแต่เด็กเกเร กินเหล้า อยู่ในถิ่นทุรกันดาร หาอาหารการกินยาก ไม่ใช่นะคับ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ไม่มีอะไรอยู่กับที่
ปล. ผมไม่ได้มาเถียงกับคุณนะคับ คห.2 แค่บอกในอีกมุมหนึ่งของมพ. เพราะผมเรียนที่นี่มาแล้ว 2 ปี ก็พอรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับม.นี้ เลยมาบอกน้องให้ฟัง เพราะเด็กมักได้รับข้อมูลผิดๆ เพื่อนๆผมเรียนมช.เยอะแยะคับ และไม่เคยดูถูกผม หรือดูถูกม.พะเยา เพราะฉนั้นผมมีทัศนคติที่ดีต่อเด็กมช.นะคับ
คุณมาบอกสิ่งที่เสีย ผมก็มาบอกสิ่งที่ดี ไม่เกี่ยวข้องกันนะคับ ทุกที่ย่อมมีสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี ผมไม่ได้ชวนทะเลาะนะคับยังยืนยันคำเดิม
ปล.2 เป็นกำลังใจให้จขกท.เลือกมหาวิทยาลัยและคณะที่ตัวเองชอบได้นะคับ ม.พะเยา ไม่ได้ดีเลิศ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจบไปจะไม่มีคุณภาพ จะไม่มีงานทำหรอกนะคับ
หนู เด็ก มพ. รหัส 54 คะ
โควต้า มช. หนูก็ติดนะค๊ะ แต่ไม่เอา !!!
ตอนนี้ภูมิใจ ที่ได้เรียน มพ. มากคะ ^^
ถ้าเรียน มช. แล้ว เป็นคนเหมือน คห.2 ก็ไม่รู้จะเรียนไปทำไม
พวกดูถูกสถาบัน !!!
ข้อแรกนะคับ เรื่องเข้าง่าย เกรด 2.5 เดินเข้าม.สบายๆ ผมย้ำว่ายังมีคับแต่ก็ไม่ใช่ทุกคณะถ้าคณะสูงเค้าก็ไม่ให้ครับ ผมไม่แน่ใจว่ามีรอบก่อนหน้านี้ที่ให้เด็กพะเยาไหมแต่2.5ก็เข้าได้นี่ก็สมัยรุ่นผมเข้าได้คับ เข้ากันง่ายๆเลย
ข้อสองเด็กพะเยาเข้ากันเต็ม บอกตรงๆเลยว่าส่วนมากไม่ค่อยมีความสามารถถึงที่จะไปสอบแข่งขันใครเค้าได้ อันนี้เรื่องจริงจากประสบการณ์ ผมเรียนที่ พะเยามา 18 ปีตั้งแต่อนุบาลยัน ม6 คนในครอบครัวก็เป็นครูอาจารย์พะเยาจังหวัดเล็กคับใครมีญาติเป็นครูก็รู้จักกันทั้งเกือบหมดก็เป็นลูกศิษลูกหาเครือญาติกันเองทั้งสิ้น ทำไมผมถึงจะไม่รู้ "ศักยภาพ" ของเด็กในจังหวัดตัวเอง ขนาด เด็กในโรงเรียนประจำจังหวัดเอง ที่เอ็นติด ทั้ง มอ6 ก็มีแค่ครึ่งรุ่น มอ ผมเป็นศูนย์สอบครับ โควต้า ทุกอัน มีเด็ก พะเยาทุกโรงเรียนไปสอบคับแต่ที่ติดมีน้อยมากๆๆๆ อย่างของ มช ทั้งจังหวัดสอบเป็นพันกระมั้ง ติด ประมาน 50 คน มน ก็ร้อยกว่าๆเกือบสองร้อยที่เหลือ ....ก็ มน พิษณุโลกที่เหลือก็ มอ พะเยานั่นแหละครับ ก็คิดดูนะคับว่าจะไม่เยอะได้อย่างไร เค้าเลือก ม.พะเยาเป็นอันดับสุดท้ายกันจริงๆคับ แต่เนื่องจากเค้าสอบไม่ติดเขาจึงเข้า ม.พะเยาคับ ย้ำว่าอันนี้ของจังหวัดผม และนี่่เป็นเรื่องจริงอย่างที่สุดที่ถ้าได้เรียนในโรงเรียนของจังหวัดนี้จะรู้เลย
ส่วนที่บอกมีแต่แว้นกับติดเกมส์ต้องขออภัยถ้าทำให้เข้าใจผิดนะคับ ส่วนนั้นผมหมายถึงเพื่อนๆของผมเองคับที่เรียนกันมาตอน ม6ซึ่งพวกมันก็เข้าไปอยู่ใน มอพะเยา
ส่วนข้าวปลาอาหารมันไม่กันดาลหากินยากหรอกครับ- -'ผมก็อยู่พะเยาข้าวปลาอาหารมันมีให้กินอยู่แล้ว- -'' แต่ที่ผมหมายถึง คือ Choice หรือตัวเลือกหนะคับ ก็จะพบว่าพะเยามีอร่อยๆอยู่ไม่กี่เจ้าเองในตัวเมืองหรือแถบหน้ามอ กินแปบๆมันก็ทั่วหมดแล้วใช่ไหมคับ
ส่วนคณะแพทย์ คือผมต้องขออภัยเพราะได้ยินมาจากคุณลุงที่เป็นหมอใน รพ พะเยาคับ คาดว่าคงมีการปรับเปลี่ยนหรือเปล่า?? ไม่แน่ใจ ก็ตามนั้นหละคับส่วนนี้ไม่มีแย้ง
ขอบคุณ คห 4 ที่มาช่วยบอกเล่าประสบการณ์ใน มอคับ ผมก็หวังว่า ม.พะเยาจะพัฒนาไปได้ไม่หยุดให้เจริญก้าวหน้าทำให้บ้านเกิดผมได้ก้าวหน้าเหมือนเค้าเสียที
To น้อง คห5 พี่บอกยังไม่เคยพูดว่า ม.พะเยา มันห่วย มันแย่....พี่ไปดูถูกตอนไหนคับ พี่เพียงเล่าประสบการณ์ของตัวเองที่พบ มา พี่พูดซ้ำไปแล้วน้องอ่านครบหรือยัง แต่เอาเถอะครับ น้องยังเป็นเพียงเด็กเพิ่งจบ ม6 ที่ยังแทบไม่เคยออกห่างจากอกแม่ ยังไม่เคยห่างจากครูอาจารย์ที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่เข้าใจว่าโลกใบนี้เท่าไหร่ ดูจากที่น้องโพส คห2พี่ก็ทราบแล้วครับน้องเพียงคิดอะไร ง่ายๆ พูดได้จากการฟังเขามาเท่านั้นนอกจากนั้นยังไม่รู้ว่าโลกใบนี้มันมีอะไรมากกว่า เรียนเพื่อนให้เกรดดีๆ จบแล้วไปเป็นลูกจ้างเค้าทำงาน ทั้งชีวิตมันไม่ใช่แค่นั้นหรอกครับน้องคนเราต้องมีองค์ประกอบมีตัวแปลในชีวิตอีกมากนอกจากนั้น ยังไม่มีตรรกทางความคิดที่จะแยกอิริยาบทของการพูดผ่านตัวหนังสือ ดูคห 4เค้าเองยังไม่พูดเลยว่าพี่ ดูถูก เพราะมีจั่วหัวไว้ชัดแล้วว่า เรื่องเล่า ก็ไม่เป็นไรพี่ไม่โกรธน้องคับผู้ที่มีวัยวุฒิและคุณวุฒิสูงกว่ายอมไม่ถือสาผู้ที่มีวัยวุฒิและคุณวุฒิต่ำกว่าครับ หวังว่าไปเป็น นิสิต ม.พะเยาแล้ว น้องจะสามารถเข้าใจอะไรได้มากขึ้นนะคับ
ด้านสภาพแวดล้อมถ้าชอบธรรมชาติและความสงบ ม.พะเยานี่ใช่เลยค่ะ แต่เดี๋ยวนี้คนเริ่มเยอะก็เริ่มวุ่นวายเหมือนที่อื่นๆ แล้ว พอคนเยอะอาหารการกินเดี๋ยวก็ตามมาค่ะไม่ต้องห่วง พอดีพี่ไม่ได้กลับ ม. หลายเดือนแล้วจึงบอกสภาพปัจจุบันไม่ได้ ^^"
อ่อ ถ้าจะเข้าไปเรียนก็ขอเตือนให้ตั้งใจเรียนหน่อยนะคะ รุ่นพวกพี่สมัยนั้นมีราวๆ 1,500 คน (ทุกคณะรวมกันแล้วนะคะ) จบไม่ถึง 1,000 ดีมั้ง รุ่นหลังๆ รับประมาณ 3000 ถึง 3500 คน คาดว่ากว่าครึ่งเกรดเฉลี่ยน้อยกว่า 2.00 ในเทอมแรก ไม่ใช่ว่าเรียนยากหรือคนที่เข้ามาไม่เก่งหรอกนะ แต่เพราะส่วนหนึ่งประมาทว่าเป็น ม. ที่เข้ามาง่ายๆ จะเรียนยังไงก็ได้ สุดท้ายกว่าจะจบก็แทบตายเหมือน ม. อื่นนั่นแหละค่ะ
ส่วนเรื่องมีงานทำนั้นขึ้นอยู่กับตัวน้องเองด้วยค่ะ การทำความรู้จักกับรุ่นพี่ก็สำคัญนะ เวลามีตำแหน่งงานว่างรุ่นพี่ก็มักจะบอกน้องที่สนิทๆ กันก่อนอ่ะค่ะ
ปล. หวังว่าจะได้เจอกันที่ ม. นะคะ
PS. ต่างคน...ต่างความคิด ต่างจิต...ต่างความฝัน ต่างรัก...ต่างผูกพัน ต่างกัน...เพราะต่าง...มุมมอง...
แม่หนูบอกว่า เรียนดีไม่ดี มันไม่ได้อยู่ที่สถาบัน แต่อยู่ที่ตัวเราทำ
หนูตั้งมั่นมากๆเลยนะคะ ว่าจะต้องเข้าไปเรียนในม.พะเยาให้ได้
เอาใจช่วย หนูด้วยนะคะ
คณะแพทยศาสตร์ แพทยสภา รับรองหลักสูตรเรียบร้อยแล้วครับ
หลายๆคณะรับรองไปแล้ว(เยอะขี้เกียจพิมพ์) เป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดมานานแล้ว เพิ่งมาเปลี่ยนชื่อเท่านั้นเองครับ ไปมาแล้วครับ สวยน่าเรียนจริงๆ ของกินเพียบ
แล้วางมหาวิทยาลัยกำลังมีสิ่งใหม่ๆอีกี่กำลังทำ ไม่เชื่อลองดู
ถ้าเรียนสูงแล้วคิดได้เหมือน คห.2 อย่าเรียนเลยครับ อยู่บ้านเฉยๆอ่ะดีแล้ว
ผมเสียใจจริงๆที่คุณดูถูกคณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่มากจริงๆ คุณรู้ไหมนักศึกษาที่เรียนคณะวิทย์บางคนสามารถเรียนแพทย์ ทันตะ เภสัชได้ทั้งสิ้นแต่ที่เขาไม่ไปเรียนคณะอื่นเพราะเขาอยากเป็นนักวิทย์ จะบอกให้รู้ว่าคณะวิทย์ มช เป็นคณะที่ผลิตด็อกเตอร์เป็นอันดับ 1 ของภาคเหนือและเป็นคณะวิทย์อันดับ 2 ของประเทศ และเป็น 1 ใน 3 คณะที่เก่าแก่ที่สุดของ มช เราอยู่กันอย่างมีศักดิ์ศรี ผมไม่ได้ดูถูกคณะเทคนิคการแพทย์พะเยานะคุณอยากเป็นอะไรก็เป็นไป แต่ควรให้เกียรติคณะวิทย์ด้วย ผมจะบอกคุณเอาบุญผมจบ ม.6 เกรดเฉลี่ย 4.00(รร.1ใน10ของประเทศ) ผมเลือกเรียนคณะวิทย์ที่นี่เพราะใจรัก........ปล.สมควรแล้วที่ไม่ได้เป็น นศ.มช.ความคิดอย่างคุณอยู่ที่ไหนก็หนักแผ่นดิน
ต่างก็มีความเป็นคนเหมือนกันจะเรียนดี ไม่ดี ไม่ได้อยู่ที่สถาบันเลย
อยู่ที่ตัวนักศึกษาเองต่างหาก จะ มพ. มช. หรือที่ไหนๆ ก็คงอยู่ที่ตัวนักศึกษาเอง
ว่าชอบ หรือมีความสุขที่จะเรียนคณะไหน มหาวิทยาลัยไหน
ส่วนพวกที่ชอบดูถูกสถาบันคนอื่นก็ปล่อยๆมันไปเหอะ จะไปสนใจมันทำไม
คนพันนั้น ขนาดความคิดของตัวเองยังไม่ยอมเปิดให้กว้างเลย
แล้วจะเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมได้อย่างไรกัน (^.^)
รหรัส 49 คะ..
ถามว่าดีมั้ย ดีมากคะ..เพราะว่าเทียบกับม.ขอนแก่นที่น้องสาวเรียน กับ ม.พะยา ม.พะเยาดีกว่าในเรียนของการเคารพพี่น้อง การสามัคคี ส่วนเรื่องชื่อเสียงไม่เถียงคะที่ มข.ดีกว่า แต่แปลกนะที่มพะเยา ทำให้รู้จักกันมาก ..เห้นหน้าคาดตากันหมด ทำกิจกรรมร่วมกันเกือบทุกคณะ แต่ ม.อื่นยากมากที่จะรู้จักกันเกือบหมด และตอนนี้ก้อจบมาได้หลายปีแล้ว..ยังอยากกลับไปเีรียนป.โทเลยคะ..เพราะ ม.พะเยาทำให้มีวันนี้คะ  รับราชการ เพราะความรู้ที่เรียนจาก ม.พะเยาคะ
คือญาติรุ่นพี่ของผมจบจากม.พะเยา
ในสาขาวิชาภาษาจีน ในเกรด 2 กว่าๆ
แต่พี่เค้าไม่สามารถสื่อสารกับคนจีนรู้เรื่อง
ได้แค่อ่านออก เขียนได้ แต่ถ้าให้สื่อสารกับคนจีน
ไม่ได้เลย ซึ่งจบมาก็เกรด 2 กว่า ๆ ซึ่งผมคิดว่า
จบตั้งปริญญาตรี ควรให้บัณฑิตที่จบออกมามีคุณภาพ
ไม่ใช่ว่าทุกคนไม่มีคุณภาพนะคับ บางส่วน หรืออาจจะเป็นส่วนน้อย
ก็ได้
  ม.พะเยา เมื่อเริ่มเติบใหญ่ จำนวนนิสิตมีมากขึ้น ก็ย่อมต้องการที่จะมีกระบวนการในการบริหารจัดการที่รวดเร็ว ซึ่งถ้ายังดำรงตนเป็นวิทยาเขตต่อไป ก็คงพัฒนาไปได้ช้ากว่าที่ควร ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปด้วยความรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องแยกตัวออกจาก มหาวิทยาลัยแม่ ซื่งก็คื่อ มน.
  เมื่อแยกตัวออกมาแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยอ่อนหัด เพราะเรามีคณะผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถ ในระดับที่ว่า  การบริหารงานของคณะท่าน...นั้น มหาวิยาลัยที่เปิดก่อน เก่ากว่า มีชื่อเสียงกว่า ต้องมาดูงาน ต้องมาขอคำปรึกษา ผู้ง่ายๆ ถ้าเทียบกันแล้วมองไม่เป็นฝุ่น...เลยทีเดียว.
  ใครจะว่า ม.พะเยา เป็นอย่างไรก็ตาม ขอให้พึง ใช้สติ ตรองให้ดีว่า มหาวิทยาลัยทุกแห่ง มีเกียรติ และศักดิ์ศรี เท่าเทียมกันหมด
  พวกที่มีเวลาว่างมากๆ ไม่รู้จะทำอะไร ขอแนะนำให้ไปทำบุญเยอะๆ เกิดชาติหน้าจะได้ ไม่มีรูปร่างเป็นมนุษย์ แต่มีรูปปากเป็นสุนัข
  การดูถูกคนอื่น หรือดูถูกสถาบันอื่น ไม่ใช่วิสัยของบัณฑิต...
เราเกิด สมุทรปราการ บ้านอยู่สมุทรปราการ ซึ่งอยู่ภาคกลางของประเทศ
พี่สาวเราบอกว่า ถ้าไม่ติดมหาลัยรัฐในกรุงเทพ ก็เข้าเอกชนซะ ที่บ้านมีส่ง
พ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยแน่ใจถ้าเราจะไปอยู่ต่างจังหวัด
4 อันดับที่เราเลือก
ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน (อยู่ในกรุงเทพ)
ม.พะเยา (ต่างจังหวัด)
ม.บูรพา วิทยาเขต สระแก้ว (ต่างจังหวัด)
ม.ราชฏัชสวนดุสิต สุพรรณ (ต่างจังหวัด)
ถึงแม้ว่าเราจะเลือก มหาลัยในกรุงเทพเป็นอันดับแรก แต่ ใจเราก็หวังว่าจะได้ไปต่างจังหวัด
ชีวิตนี้ ตั้งแต่ อนุบาล 1 ถึง ม.3 เราเรียนโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพ ม.ปลาย เรียนที่สมุทรปราการ
ซึ่งเป็นสังคมเมืองมากๆ เรามีประสบการณ์และรู้จักสังคมเมืองมามากพอแล้ว และอยากจะอยู่กับธรรมชาติบ้าง
เหตุผล ที่อยากไปต่างจังหวัด
1.อยากอยู่กับธรรมชาติ
2.จิตใจมักไม่วอกแวกไปกับที่เที่ยว
3.ส่วนใหญ่แล้วคนต่างจังหวัด จะไม่ฟุ่มเฟือยเท่ากับคนกรุงเทพ (คิดไปเองรึเปล่าไม่รู้)
4.อยากอยู่กับอากาศที่บริสุทธิ์
5.ได้ฝึกพึ่งตัวเองบ้าง
...นึกไม่ออกแล้ว 55
สิ่งที่คนที่บ้านกังวล สิ่งที่เรากังวล
1.กลัวจะเหลวแหลก (แต่ถ้าเป็นเรื่อง เหล้า ยา เที่ยว ความรัก เราคิดว่าเราแข็งแรงพอแล้ว เพราะมีบทเรียนมาแล้ว โดยเฉพาะเหล้า)
2.กลัวว่าจะสอนไม่ดี (ทุกอย่างน่าจะขึ้นอยู่กับตัวเรามากกว่า ถ้าขยัน เรียนที่ไหนก็เก่งได้เหมือนกัน)
3.กลัวจะลืมพ่อแม่ พ่อแม่กลัวเราจะลืมท่าน (เราไม่คิดว่าเราจะลืมท่านได้ เพราะท่านอยู่ในใจเราเสมอ ไม่มีที่ไหนดีกว่าที่บ้าน ไม่มีใครดีกับเราเท่าพ่อแม่)
4.การติดต่อสื่อสาร (เราไม่กังวลเรื่องนี้ เพราะ เราเชื่อว่าโลกปัจจุบัน การสื่อสารน่าจะเข้าถึงทุกที่แล้ว)
5.กลัวจะอยู่ไม่ได้ (ถ้ามัวแต่กลัวแล้วเมื่อไหร่จะอยู่บนโลกนี้ได้)
สิ่งที่เราคาดหวัง จากคนต่างจังหวัด ไม่ใช่ความเพอร์เฟค ไม่ใช่ของที่สวยหรู ไม่ใช่เพื่อนดีๆ เราไม่ได้คาดหวังว่าทุกอย่างจะดี แต่สิ่งที่เราคาดหวังจริงๆ คือ เขายอมรับเพื่อนจากภาคอื่นได้ก็พอ เรากังวลเรื่องความแตกต่างอยู่เหมือนกัน แต่หวังว่า ความแตกต่างจะช่วยให้เราเติมเต็มกันและกันได้ แล้วเราก็หวังว่าจะได้ภาษาพื้นเมืองมาด้วย (มังเจ๋งนะ ที่พูดได้อีกตั้งภาษา) ...ไม่รู้ว่าตอนนี้ ภาษาพื้นเมืองยังใช่กันอยู่รึเปล่า...
ถ้าเราพิมพ์อะไรไม่สมควรหรือไม่ถูกต้องไปก็ขอโทษด้วยนะ เพราะตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยได้ไปต่างจังหวัดสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ที่บ้านไม่ค่อยไปเที่ยวไกลๆ
ตอนนี้ก็เริ่มกลัวๆแล้ว
อยู่ที่ตัวเรามากกว่า
เราก็ติด คณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี พะเยา
ถามว่าอยากเรียนไหมก็ไม่ได้อยาก
สมองเราก็พอไปได้ :P
แต่เราเป็นพวกวอกแวกเรื่องสถานที่เริงรมย์ ฮี่ๆ ^^"
เลยอยากอยู่กะธรรมชาติบ้าง
แต่ไม่รู้จักใครเลย ก็อยู่กรุงเทพนิ ส่วนพะเยาไม่รู้จักซักอำเภอ -..-*
เรียนไหนมันก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเราละค่ะ ไม่ต้องเอามหาลัยโน้นนี่มาเปรียบเทียบ
^3^~♥ ยังไงก็เจอกันนะ ธรรมชาติจ๋า วะฮู้วๆๆ
แม้การเรียนโดยไม่ยึดติดกับสถาบันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเราอยากเป็นอะไรก็เรียนให้ตรงคณะหรือสาขาอันเอื้อไปสู่การดำรงอาชีพนั้น ไม่ว่าจะมอใหนจบมาคุณก็ได้ทำงานอย่างเดียวกันอยู่ดี จะเรียนที่ไหนก็ไม่สำคัญ จบมาก็ได้ความรู้สาขานั้นมาเหมือนกันหมด การคิดแบบนี้เป็นสิ่งที่ดีเราไม่ยึดติด ไม่แคร์ ไม่สนใจว่าจะมาจากไหนความรู้ความสามารถทุกคนพึงไขว่คว้าหามาได้หมดทุกคนแล้วแต่ความตั้งใจของใครของมัน
แต่สิ่งนั้นมันคือความคิดที่ดีในอุดมคติ แม้เราจะมั่นใจว่าเรามีความรู้ความสามารถที่เทียบเท่ากับมอดังๆของประเทศ แต่ในสังคมไทยปัจจุบันมันไม่ใช่สังคมแห่งอุดมคติ ถ้าไม่นับการติดสินบน ไม่นับการใช้เส้นสาย อะไรคือสิ่งที่เราจะนำไปต่อสู้กับคนอื่น อย่าเปรียบเทียบแค่คนในคณะเรา แค่คนในมอเรา แม้เราจะเรียนมอไหนๆสุดท้ายเมื่อเราจบการศึกษาประประดุจหนึ่งว่าเราเดินออกมาจากห้องของใครของมัน สุดท้ายก็มารวมกันอยู่ดี แล้วทีนี้หลายคน หลายมอ หลายคุณลักษณะแตกต่างกันไป พวกคุณคิดว่าอะไรคือสิ่งที่เขาจะเลือกคุณเข้าทำงานแทนคนอื่น คุณดีกว่าคนอื่นอย่างไร บริษัท หรือ หน่วยงานต่างๆคงไม่รับพวกคุณทั้งหมดให้ทดลองฝึกงานแล้วศึกษานิสัยใจคอ พฤติกรรมการทำงานต่างๆของพวกคุณทีละคนหรอก แต่ละตนมีพฤติกรรมแตกต่างกันไป ขอถามหน่อยว่าถ้าเราเป็นผู้คัดเลือกคนเข้ามาทำงานกับเรา คนมากมายขนาดนั้นอะไรคือเกณฑ์ที่เราจะเลือกเขาคนใดคนหนึ่งในหลายๆคน
ถ้าเป็นเรา และเราก็คิดว่าเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างมากของหน่วยงานต่างๆของประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นแบบที่เราคิด คืออันดับหนึ่งดูเกรดเฉลี่ย สองดูสถาบันที่ศึกษาแน่นอน แล้วถึงจะมาดูนิสัยใจคอพฤติกรรมการทำงานต่างๆเป็นอันดับสุดท้าย เรื่องอะไรเราจะต้องมาเสียเวลาดูประวัติส่วนตัวของแต่ละคน ถ้ามาสมัครงานสามสี่ร้อยคนไม่อ่านจนตาลายหรอ ถึงแม้ว่าคุณจะบอกว่าคุณได้เกรด4.00ของม.ธรรมดา แต่เทียบกับ4.00ของจุฬา มหิดล ขอนแก่น หรือ มช..เองก็ตาม ใจของคนเลือกก็ต้องโน้มเอียงไปทางมอมีชื่ออยู่แล้ว ยิ่งบางที่แค่3กว่าๆก็อาจจะได้มากกว่า4บางคนก็ได้ แม้เราไม่ซีเรียสไม่ใส่ใจสถาบัน แต่อะไรเป็นสิ่งยืนยันว่าในอนาคตหน่วยงานที่เราจะไปสมัครทำงานเขาจะคิดเช่นเดียวกับเรา หลายหน่วยงานของราชกาลบางที่กำหนดเอาไว้เลยว่าเงินเดือนเท่านั้นเท่านี้ หากจบและได้เกียรติยมมาจากมหาลัยดังๆ อาทิ จุฬา ธรรมศาสตร์ มหิดลจะมีโบนัสเงินเดือนเพิ่มขึ้นอีก 10,000 15,000 หรือ5,000 แล้วแต่หน่วยงานแต่ละที่ แม้มช.เองบางที่ยังไม่ได้รับโบนัสเงินเดือนถึงแม้ว่าจะได้รับเกียรตินิยมก็ตาม
แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของมหาวิทยาลัยต่างๆเรียงลำดับลงมาจากความมีชื่อเสียง และเป็นสิ่งที่จะปฎิเสธไม่ได้ว่ามันไม่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในสังคมนี้ ครูบาอาจารย์ ตัวเราหรือเพื่อนต่างๆมีแต่คนสั่งสอนเราว่ามหาวิทยาลัยไม่ใช่สิ่งหนึ่งที่จะเป็นตัวตัดสินในอนาคตการทำงานของเรา วิชาที่เราได้ไปกับประสบการณ์ต่างหากที่ตัดสิน มันก็จริง ถ้าคุณทำงานเองเปิดกิจการเองแต่ถ้าคุณยังจะทำงานร่วมกันคนอื่นหลายๆคน ทำงานในหน่วยงานต่างๆ หน่วยงานนั้นๆต่างหากที่จะเป็นคนตัดสินอนาคตการทำงานของคุณ
คำถามคือ เขาติดสินเช่นเดียวกับที่เราคิดหรือเปล่า
บางคนบอกว่าถ้าหน่วยงานนั้นนี้ที่เราไปสมัครงานไม่รับก็ไม่เป็นไรทำที่อื่นก็ได้ มันก็ไม่ผิดที่จะคิดและทำได้ แต่ใครจะเถียงว่าการที่เราเรียนในระดับมหาวิทยาลัยไม่ได้ตั้งใจจะแสวงหาความสำเร็จสูงสุดในชีวิตหรือ ไม่ได้ต้องการทำงานที่ใหญ่โต ไม่ได้ต้องการทำงานที่มั่นคง ไม่ได้ต้องการทำงานไได้เงินเดือนเยอะ เพราะสิ่งเหล่านี้มันต้องได้มายากอยู่แล้วแต่ผลตอบแทนที่ได้มันคุ้มสุดๆแล้วดังที่กล่าวมาที่ทำงานดีๆ เงินเดือนดีๆ มีหน้ามีตาที่ดีๆมันเป็นที่สำหรับคนที่เรียนที่ดังๆมาทั้งนั้น ถามว่าคุณพอใจในสิ่งเล็กๆ คุณพอใจที่ไม่ต้องไปสู้ไม่ต้องไปแข่งขันเข้าทำงานกับคนอื่น ไม่ได้ต้องการมีหน้าตาในสังคมว่าประสบความสำเร็จในชีวิต หรือๆ ถ้าเช่นนั้นคุณเรียนมหาวิทยาลัยมาตลอดสี่ปี ห้าปี หรือหกปี เพื่ออะไร เพื่อความสำเร็จกระจิดกระจ้อยหรอ...
บางคนเถียงว่าก็เคยเห็นคนนั้นคนนี้ไม่เห็นจบที่ดังๆมาก็ได้เป็นใหญ่เป็นโต เราก็ไม่เถียงว่าคนเหล่านี้ก็มีเหมือนกัน แต่ไม่มากแสดงว่าเขาต้องมีดีกว่า มีโอกาศมากกว่าคนที่จบม.ดังๆมา แล้วสำหรับเราโอกาศดีๆมันจะมาเมื่อไหร่ไม่รู้ จะมาหรือไม่มาก็ไม่รู้เรากล้าเสี่ยงกล้าเดิมพันด้วยชีวิตเราหรอ
บนโลกใบนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับคนอ่อนแอแล้วไม่สู้ ไม่มีที่ว่างให้คนที่ด้อยกว่า ไม่มีที่ว่างให้คนที่หมดหวัง แต่มีที่ว่างแคบให้คนที่แข็งแรง หากแต่ทุกคนจะต้องตะเกียกตะกายเหยียบหัวกันขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าเราสู้แม้ไม่เป็นที่หนึ่งเราก็ยังมีอากาศหายใจมากกว่าคนอื่นที่โดนเหยียบอยู่ด้านล่าง
และการที่จะอยู่ข้างบนได้เราก็ต้องมีทุกสิ่งทุกอย่างเหนือคนอื่น แม้ดีกว่าไม่ทุกอย่าง บางอย่างก็ยังดีเช่นการที่เราได้เรียนที่ดีๆก็เปรียบเสมือนการมีชัยไปกว่าคนอื่นก้าวหนึ่ง วิธีการพิสูจน์ว่าเราแข็งแรงหรืออ่อนแอของการเลือกเรียนมหาลัยมันไม่ได้วัดวันนี้ เมื่อวาน มันวัดตั้งแต่ก่อนสอบด้วยซ้ำ (มอหก) ถ้าคุณตั้งใจจริง ถ้าคนอยากประสบความสำเร็จจริง คุณก็ทำได้ตั้งแต่วันนั้นแล้ว แต่ไม่มีใครที่เลือกมอธรรมดาเป็นอันดับหนึ่งหรอกแม้บางคนจะเลือกแต่ในใจคุณก็ต้องอยากเรียนที่ดีๆอยู่แล้ว หรือมีใครไม่อยากเรียนที่ดีๆถ้าคะแนนเราถึง แต่คุณทำไม่ได้เองต่างหากเลยหันกลับมามองสิ่งดีๆรอบตัวแทน ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าโลกกว้างข้างนอกยังมีหลายที่ที่ดีกว่า
โลกใบนี้ไม่มีที่ยืนสำหรับคนอ่อนแอ และไม่สู้จริงๆ
1.เรียนจนจบปี1ค่อยย้ายสาขา
2.รอแอดมิดชั่นเข้าสาขาเวชกิจฉุกเฉินแต่หากรอบที่น้องติดมาตัดแอดมิดชั่นก็คงต้องย้ายไปทำตามข้อ1ครับ
พี่ก็เรียนสาขานี้อยู่นะครับ แต่ปีนี้ไม่ค่อยมีอะไรแน่นอนนะครับ อาจารย์บอกว่ารับไม่ถึงร้อยคน ไม่แน่ว่าจะเปิดรับแอดมิดชั่นรึเปล่า หรือเปิดรับกี่คน ถ้าอยากรู้ลองไปถามที่เว็บนี้นะครับ
https://www.facebook.com/Paramedic.UP?ref=ts&fref=ts
ปล.เป็นสมาชิกคนหนึ่งที่ลืมรหัสผ่าน555
ขอมันจริงเหอะ
แล้วถ้ายังไม่รับรองในอนาคต นิสิตรหัส56มีโอกาสได้รับรองคุณ
ค่าเทอมก้อแพงเหมือนกัน เพราะมหาวิทยาลัยใหญ่ แต่อันตรายตรงรถบัสนี่แหละค่ะ ถึงแม้ว่าเค้าจะรับรองชีวิตเราก้อจริง แต่ในเมื่อเราคือความหวังของพ่อแม่ มันค่อนข้างเสี่ยงค่ะ
ส่วนการเรียน ก้อค่อนข้างโหด คะแนนเก็บน้อยส่วนใหญ่จะสอบเพื่อเอาคะแนนอย่างเดียวค่ะ โอกาศที่จะเสี่ยงติดเอฟเยอะมาก ยังไงก็ลองคิดดูก่อนนะคะ อย่าเลือกเพียงเพราะว่ามหาวิทยาลัยใหญ่ ค่ะ
ตัวผมเรียนมอพะเยาครับ เรียนไม่เก่งครับ  จบมอ6มา เกรด 2.82 เองครับ
ตอนนี้เรียน เกรด 2.75 เพื่อนผมเรียนมออื่น เกรด ดีกว่าผมทุกคนเลยครับ
ผมมันจัยว่า มอพะเยา ถึงไม่ดัง สอนก็เหมือนทุกมหาลัย แนวคิดคือ สอนให้คน รู้จัก ใช้ในสิ่งที่เรียนไป สอนให้เป็นคนดีเหมือนๆกัน  สอนให้ทำงานเป็น
ปัญญา ความรู้ ขึ้นอยู่กับตัวคุณ ไม่ขึ้นอยู่กับสถาบันที่เรียน ถึง สถาบัน มีอาจารย์สอนไม่รู้เรื่องในบางวิชาก็มีบาง ผมอ่านเองครับ ไม่รอความรู้จากอาจารย์ อย่างเดียว  เพราะ ทุกสิ่งอยู่ที่ตัวเราทำ
พะเยาได้ เภสัช ส่วนธรรมศาสตร์ ได้สื่อสารมวลชน
ผมเลือก เภสัชพะเยาคับเพราะผมเรียนวิทย์มา อีกอย่างประมาณว่าผมชอบงานโรงบาลมากกว่ามั้งคับ ผมไม่ได้ดูถูกตัวธรรมศาสตร์วารสารนะคับ แต่ว่าที่ผมไม่ได้เลือกไปนั้นเพราะว่างานอาจจะไม่ค่อยโดนไลฟ์ไตล์คับ ทุกม.ดีหมดคับ อยู่ที่ว่าเราชอบอาชีพไหนมากกว่า...นั่นเอง
        เปิดโอกาสให้คนอื่นบ้างซิลูก อย่าเอาความคิดที่คิดว่าตัวเองเก่ง เหนือคนอื่นมาครอบงำจิตใจให้ต่ำต้อยไปมากกว่านี้  มหาลัยเขาอยู่เฉยของเขา ไม่มีผลได้ผลเสียอะไร กับตัวผู้เรียนเลย ... หากลูกที่เรียน มช.เก่งจริง ควรสอบให้ได้ที่ 1 ในการทำงานและ ทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ และทำงานร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุข...นั่นคือสิ่งที่ได้รับการยืนยันตัวเราว่าดีและเก่งจริง  อย่ามุ่งหวังแค่การเหนือและเอาชนะคนอื่นเท่านั้น...อะไรมันเอาไปไม่ได้หรอกนะ...จำไว้นะ ลูก ม.ช. เหมือนกัน หรือ ม.พะเยา เหมือนกัน  ว่าควรจะสร้างสิ่งดี ไม่ใช่ทำให้ใจเราต่ำลงไปอีก เชื่อลุง
          ลุง  จบ จุฬา มานะ...ไม่เคยดูถูกใคร
ตอนนี้หนูยังไม่ได้เข้ามหาลัยนะคะ 
หนูเป็นคนพะเยา!!!
สำหรับเรื่องการเรียนการสอนในมพ นั้นหนูก็ไม่รู้หรอกคะ แต่ว่าที่นี้บรรยากาศดีมาก อาคารสวย ดูใหม่ดีคะ เคยไปงานวิทยาศาสตร์ที่ มพ พี่ๆก็น่ารักนะคะ ตอนนั้นเดินตามหลังพี่ปี 4 แล้วพี่ปี 1 ไหว้ก็นึกว่าไหว้เรา ที่แท้ไหว้พี่ปี่ 4 ที่อยู่ข้างหน้า 55555
----- สำหรับพี่คห.2 ไม่รู้ว่าพี่จบม.6 จากโรงเรียนที่หนูเรียนอยู่ตอนนี้หรือป่าว คิดว่าน่าจะใช่นะ 5555 รุ่นพี่ในรร.ที่หนูเรียนอยู่ส่วนใหญ่ก็เอา มพ. ไว้อันสุดท้ายจริงๆส่วนใหญ่ก็เลือก มช. (หนูพาดพิงสถาบันหรือป่าว อย่าด่าหนู หนูไม่รู้)แต่รุ่นพี่บางคนก็เลือก มพ. เป็นอันดับแรกนะ
---------------------- สำหรับจังหวัดพะเยา ก็ที่เที่ยวค่อนข้างน้อย โรงหนังก็ไม่มี (ห๊ะ)เวลาจะไปดูหนังทีก็ต้องไปดูอีกจังหวัดหนึ่ง อาหารการกินถูกนะคะ ประหยัดค่าใช้จ่าย คนเหนือใจดีนะคะ 5555 แต่ที่นี้อากาศเย็นนะคะตอนหน้าหนาว ธรรมชาติสุดๆ
ปีหน้าหนูจะรอโควต้าม.พะเยา (ช่วงไหน) รุ่นพีที่รู้ช่วยแนะนำด้วยค่ะ