อยากทราบว่า เพื่อนๆ จะยื่น นิติ ธรรมศาสตร์ หรือ นิติ จุฬา ไว้อันดับ1 ก่อนกัน

ความคิดเห็น

22

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

 อยากทราบว่า เพื่อนๆ จะยื่น นิติ ธรรมศาสตร์ หรือ นิติ จุฬา ไว้อันดับ1 ก่อนกัน 
สำหรับผม เลือก นิติ จุฬา ไว้ก่อน เหตุผล ชอบ กฎหมาย ธุรกิจ ไว้ไปทำ ลอร์เฟิม ต่อ
แต่ยังไง ธรรมศาสตร์ ลอร์เฟิมก็เยอะใช่เล่น เอาไงดี - - 
แต่ ธรรมศาสตร์ ไว้2 เพราะคิดว่า ธรรมศาสตร์ คะแนนน่าจะ ต่ำกว่า จุฬา รึเปล่า ไม่รู้ ยังไงหว่า

ในอีกมุมมองนึง ผมว่า คนที่ชอบ อารมณ์ ธรรรมศาสตร์ เน้นสายราชการ กฎหมายอย่างเข้มข้นคงไปนิติ ธรรมศาสตร์ เพราะเขาเป็นเจ้าตำหรับ หรืออาจจะแล้วแต่เหตุผลแต่ละบุคคล ก็ว่าไป

รวมๆแล้ว ผมว่า เพื่อนๆน่าจะเลือก นิติ จุฬา มาก่อน นิติ ธรรมศาสตร์ ใช่ไหมละครับ คะแนน นิติ จุฬา สูงลิบลิ่วแน๊ๆๆๆ เลยอ่า - - 

โดยเฉพาะยื่น ฝรั่งเศส รับน้อยลง คะแนน เทมา ธรรมศาสตร์แน่เลย เพราะ ธรรมศาสตร์ รับเยอะกว่า จุฬา อีก






เอาเป็นว่า ติดสักที่แล้วกัน
สำกำบ่อ  

ส่วน3 และ 4 คงเป็น นิติ เกษตร ภาคปกติ ภาคพิเศษ ว่ากันไป


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 01:10 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

22

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

     
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ส่วนตัวเราว่านิติเป็นอะไรที่บอกได้ยากว่าที่ไหนดีกว่ากัน เพราะเรียนกฎหมายเล่มเดียวกัน เรียนจบก็ต้องไปเรียนต่อเนฯอยู่ดี ไว้ค่อยสู้กันจริงๆตอนนั้น อิอิ

    ถ้าให้เลือกสองที่ ก็ต้องดูว่าจุฬากับมธ.เด่นด้านไหน แล้วเราอยากเรียนกฎหมายด้านไหน
    แต่ถ้ายังไม่รู้ เราจะเลือกจุฬาไว้ก่อ ตามด้วยมธ. เราไม่ได้ยึดติดสถาบันนะ555 เหตุผลคือคะแนนจุฬาสูงกว่า รับน้อยกว่า มธคะแนนต่ำกว่า รับเยอะกว่า อีกอย่างถ้าไม่อยากอยู่หอก็จุฬานี่แหละตัวเลือกที่ดี ลองดูเด็กเตรียมอ่ะ เราคิดของเราเองนะไม่ต้องเชื่อ ที่เค้าเลือก นิติ จุฬา ส่วนนึงก็อาจะเป็นเพราะว่าเรียนใกล้ๆทีเดิม อีกอย่างเข้าไปยังไงก็เจอเพื่อนเก่า (โรงเรียนนี้เป็นเตรียมจุฬานะอย่าลืม)


    เราไม่ได้จะเข้าคณะนี้หรอก แต่รู้มาบ้างเพราะเพื่อนอยากเรียน
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แต่ภาพรวม ปีนี้ จุฬา รับ เยอะ กว่า ธรรมศาสตร์ นะ คะแนน รวมๆ แล้ว น่าจะ ไล่เลี่ย มัน ถี่มากกว่าเดิม เลยละ ส่วนตัวคิดว่า จุฬา ถึงแม้ว่าจะรับเยอะกว่า แต่คะแนน จุฬา ก็ยัง สูง กว่านิติธรรมศาสตร์ แต่สำหรับ ฝรั่งเศส เป็นแพทภาษาเดียวที่ค่อนข้างชัวร์ว่า จุฬา สูงกว่าแน่ เป็นแพทภาษาที่รับน้อยกว่า ธรรมศาสตร์ 
    แต่ภาษา อื่นๆ ธรรมศาสตร์ อาจจะสูงกว่าหรือต่ำกว่า หรือกลายเป็นว่า คะแนนจุฬา สูงกว่าทุกรูปแบบ การยื่นเลยแบบปีที่แล้ว ก็ ไม่แน่ 
    เพราะ ฉะนั้น อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ 

    ยื่นฝรั่งเศส จุฬารับ 30     ธรรมศาสตร์ รับ 45 ดังนั้นว่าเชื่อแน่นอนเลยว่า จุฬาคะแนน สูงกว่า ธรรมศาสตร์ ชัวร์ๆ

    ส่วนยื่นจีน และ ญี่ปุ่น 
    จุฬารับ 30  ธรรมศาสตร์ รับ เพียง 15 เท่านั้น 
    แต่ผมคาดว่า จุฬา ก็ยังสูงกว่า อยู่ดี นะ เพราะ คนเลือก นิติ อัดจุฬา ไว้ก่อน นิติ ธรรมศาสตร์ เยอะมาก แน่ๆ  สรุป คะแนน จุฬา ก็ยัง สูงกว่า ธรรมศาสตร์ แน่ๆ ทั้งๆ ที่ จุฬา รับ เยอะกว่า


    ส่วนยื่นเลข 
    ธรรมศาสตร์ รับ 110 จุฬารับ 130 
    ผมก็ยังเชื่อว่าคะแนน จุฬา ก็ยัง สูงกว่า ธรรมศาสตร์  ทั้งๆที่รับเยอะกว่า

    ตัวผมเอง ชักหวั่นๆ แล้วว่า จะยื่น อะไรก่อนดี บางอารมณ์ อยากยื่นที่เดียว เพราะกลัวเสียดายอันดับ
    แต่บางรมณ์ ก็ต้องการยื่น2ที่  แต่ว่า ตัดสินใจไม่ถูก เลยว่าจะเอา จุฬาขึ้นก่อน หรือเอา ธรรมศาสตร์ ขึ้นก่อนดี 

    ถ้าจะให้เลือกตามคะแนนจริงๆ ก็คงต้องเอา จุฬา มาก่อน ธรรมศาสตร์ 
    แต่ถ้าไลฟ์สตาย ชอบเสรีๆ แบบ ผมก็ เน้นกฎหมาย โดยเฉพาะๆ ก็อาจจะเลือก ธรรมศาสตร์มา ก่อน จุฬาได้

    เพราะฉะนั้นสรุป เอา จุฬาไว้อันดับ1 ดีกว่า  โอ้ยยเครียดด
    พูดละชักหวั่นๆ เสียว หลุด2ที่ นี้มากมาย



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 เมษายน 2555 / 23:31
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 10 เมษายน 2555 / 23:33
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 10 เมษายน 2555 / 23:36
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ยังคิดอยุ่เหมือนกันเลย TT จากที่หา ๆ ข้อมูลมา ทั้งสองที่ดีคนละแบบอ้ะ
    เรื่องนึงก้ชอบที่นั่นมากกว่า อีกเรื่องนึงก้ชอบอีกที่มากกว่า
    ฮืออออ อ
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราเลือกนิติ ธรรมศาสตร์ ยื่นญี่ปุ่นไว้อันดับ 1 ค่ะ
    รักธรรมศาสตร์ อยากเรียนธรรมศาสตร์ :)
    แต่ได้จุฬาก็โอเคค่ะ ได้เรียนนิติ เราโอเคหมด
    แต่ถ้าได้ธรรมศาสตร์จะอารมณ์ โอเคที่สุด!!!

    ใจจริงอยากเลือกแค่อันดับเดียวด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้แน่ขนาดนั้ 5555555
    สู้ๆนะคะ ขอให้สมหวัง ^^
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คิดเหมือนกัน เลย อยากได้ ธรรมศาสตร์ มากกว่า แต่ก็ ยื่นทั้ง ธรรมศาสตร์ และ จุฬา แต่ อยากได้ ธรรมศาสตร์ มีแต่คนบอก เลือก จุฬา มาก่อนทั้งนั้น ถ้า ธรรมศาสตร์ คะแนน น้อยกว่า จุฬา ก็ดี นะ 5555+
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

     ถ้าอยากเข้าธรรมศาสตร์มากกว่า แล้วจะเลือกจุฬามาก่อนทำไมละครับ
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เลือก จุฬา ก่อน เพราะ เรียงตามคำแนน ด้วย 55+
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เลือก จุฬา ไว้1 ธรรมศาสตร์ ไว้2 จ้าา
    ส่วนมากทุกคนก็จะเลือก จุฬา มาก่อน อยู่แล้ว ละ
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราชอบจุฬาฯแต่นิติธรรมศาสตร์ ยากกว่ามากรับก็น้อยกว่า สอบก็ยาก
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คห10 นายพิสิฏฐ์พล

    เคยเรียน นิติ จุฬา ป่ะเนี่ย  มโนสุดๆ

    เอาเป็นว่า อยากเรียนที่ไหนมากกว่า ืก็เลือกที่นั่นซะ จบ

    ไม่ต่างกันมากหรอก คะแนนน่ะ (ปกติแล้ว จุฬา สูงกว่า)

    จุดนี้ อยู่ นิติ จุฬา มีความสุขมากๆๆๆๆที่สุด ทุกอย่างดีมาก

    คิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกไว้เป็นอันดับ1    

    (เพิ่งสอบเสร็จด้วยอ่ะ ดีใจ เหมือนตายแล้วเกิดใหม่)
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมอยากเรียนธรรมศาสตร์ เลือกธรรมศาสตร์อย่างเดียวครับ : )

  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นิติ จุฬา เลือก ไว้ 1 แหละ ส่วนมาก 
    เชื่อว่า ร้อยละ 90 เลือก นิติ จุฬา ไว้ อันดับ1 ก่อน ธรรมศาสตร์ ชัวร์
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราเลือกธรรมศาสตร์ก่อนจุฬาค่ะ :))
    ได้คะแนนเท่านี้ 21,980
    เทียบกับคนอื่นๆก็น้อย แต่ใจสู้ค่ะ ^^
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ยื่น จีน นิติ จุฬา  ยื่นไว้อันดับ1 +980
    ธรรมศาสตร์ ไว้ 2 แหละ
    คิดว่า คนยื่น จุฬา ไว้ 1 ทั้งนั้นแหละ ชัวร์ เลย - * -
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ธรรมศาสตร์ !!!!!!!
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมเลือกธรรมศาสตร์อย่างเดียวคับ เพราะจุฬาคะแนนติดลบ เเต่ธรรมศาสตร์คะเเนนบวก

    ปล.ธรรมศาตร์ กะจุฬา ก้เรียนไม่ต่างกันหรอก ดีทั้งคู่เเหละคับบ ขึ้นอยู่กับคนเลือกว่าชอบที่ไหน (จิงๆ อยากเรียน ฬ คับบบ เเต่คะเเนนไม่ถึง 555)
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เผื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจนะ



    ประธานศาลฎีกา(ศาลยุติธรรมสูงสุด) ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน


    ประพจน์ ถิระวัฒน์ ๑ ต.ค. ๒๕๒๑ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๒๓  จบจากธรรมศาสตร์
    นายบัญญัติ สุชีวะ ๑ ต.ค. ๒๕๒๓ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๒๗  จบจากธรรมศาสตร์
    นายภิญโญ ธีรนิติ ๑ ต.ค. ๒๕๒๗ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๒๙  ไม่มีข้อมูล
    นายจำรัส เขมะจารุ ๑ ต.ค. ๒๕๒๙ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๓๒  จบจากธรรมศาสตร์
    นายอำนัคฆ์ คล้ายสังข์ ๑ ต.ค. ๒๕๓๒ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๓๓ จบจากธรรมศาสตร์
    นายโสภณ รัตนากร ๑ ต.ค. ๒๕๓๓ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๓๔ จบจากธรรมศาสตร์
    นายสวัสดิ์ โชติพานิช ๑ ต.ค. ๒๕๓๔ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๓๕ จบจากธรรมศาสตร์
    นายประมาณ ชันซื่อ ๑ ต.ค. ๒๕๓๕ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๓๙ จบจากธรรมศาสตร์
    นายศักดา โมกขมรรคกุล ๑ ต.ค. ๒๕๓๙ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๔๐ จบจากธรรมศาสตร์
    นายปิ่นทิพย์ สุจริตกุล ๑ ต.ค. ๒๕๔๐ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๔๑ จบจากธรรมศาสตร์
    นายจเร อำนวยวัฒนา ๑ ต.ค. ๒๕๔๑ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๔๒ จบจากธรรมศาสตร์
    นายธวัชชัย พิทักษ์พล ๑ ต.ค. ๒๕๔๒ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๔๓ จบจากธรรมศาสตร์
    นายสันติ ทักราล ๑ ต.ค. ๒๕๔๓ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๔๔ จบจากธรรมศาสตร์
    นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ ๑ ต.ค. ๒๕๔๔ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๔๖ จบจากธรรมศาสตร์
    นายศุภชัย ภู่งาม ๑ ต.ค. ๒๕๔๖ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๔๗ จบจากธรรมศาสตร์
    นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ๑ ต.ค. ๒๕๔๗ – ๓๐ ก.ย.๒๕๔๙ จบจากธรรมศาสตร์
    นายปัญญา ถนอมรอด ๑ ต.ค. ๒๕๔๙ – ๓๐ ก.ย.๒๕๕๐ จบจากธรรมศาสตร์
    นายวิรัช ลิ้มวิชัย ๑ ต.ค. ๒๕๕๐ – ๓๐ ก.ย.๒๕๕๒ จบจากธรรมศาสตร์
    นายสบโชค สุขารมณ์ ๑ ต.ค. ๒๕๕๒ - ๓๐ ก.ย. ๒๕๕๔ จบจากธรรมศาสตร์
    นายมนตรี ยอดปัญญา ๑ ต.ค. ๒๕๕๔ - ๒๖ พ.ย. ๒๕๕๔ จบจากธรรมศาสตร์
    นายไพโรจน์ วายุภาพ ๒๗ พ.ย. ๒๕๕๔ - ปัจจุบัน จบจากธรรมศาสตร์

    ข้อมูลจากเวปไซท์ศาลฎีกา http://www.supremecourt.or.th/webportal/supremecourt/content.php?content=component/content/view.php&id=68  และ google


    ประธานศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

    นายเชาวน์ สายเชื้อ(๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒ ๕๔๑ - ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๒) จบจากธรรมศาสตร์
    นายประเสริฐ นาสกุล(๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ - ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๔) จบจากธรรมศาสตร์
    ศ.ดร. อิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ(๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ - ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕) จบจากธรรมศาสตร์
    ศ.ดร.กระมล ทองธรรมชาติ(๒๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๖ - ๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๘) จบรัฐศาสตร์ จุฬา และ นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์
    นายอุระ หวังอ้อมกลาง(13 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 - 19 กันยายน พ.ศ. 2549) จบจากธรรมศาสตร์
    นายชัช  ชลวร(๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ถึง ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๔)  จบจากธรรมศาสตร์
    นายวสันต์  สร้อยพิสุทธิ์(๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ ถึง ปัจจุบัน) จบจากธรรมศาสตร์

    ข้อมูลจากเวปไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ http://www.constitutionalcourt.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=442&Itemid=327&lang=thindex.php


    ประธานศาลปกครองสูงสุด

    อักขราทร จุฬารัตน   จบจากธรรมศาสตร์
    นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล  จบจากธรรมศาสตร์
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สาเหตุที่ประธานศาลฎีกา เป็นธรรมศาสตร์ทั้งหมดนั้นก็เพราะ
    ธรรมศาสตร์สอนนิติ  2477
    ราม  2514
    จุฬา  2476 แต่กะได้ยุบลง และเปิดสอนอีกครั้ง พ.ศ. 2494

    ดังนั้นคนจบนิติ รามไม่มีทางได้ขึ้นเป็นประธานศาลแน่นอนครับ เพราะความอาวุโสน้อยกว่า คนจบราม  อายุ60กว่าเองจ้ารุ่นแรกๆ  ผู้พิพากษาเกษียณ 70นะครับ
    ส่วนจุฬาจาเน้นไปทำลอว์เฟิมซะมากกว่า

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 ตุลาคม 2555 / 18:58
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 19 ตุลาคม 2555 / 19:02
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอคัดวาทะของ Bill Clinton ในระหว่างมาเยี่ยมประเทศไทย ได้ไปที่ จุฬาฯ ท่านถึงกับประหลาดใจและได้กว่าวว่า ไม่คิดว่า จะมีมหาวิทยาลัย ที่ดีเทียบเท่าระดับสากล แบบนี้อยู่ในประเทศไทย จุฬาฯ คือความภูมใจของชาวไทยทั้งชาติ รวมทั้ง คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ด้วยครับ เป้นที่รวมของ อาจารย์ที่จบจากมหาวิทยาลัยระดับโลกเช่น Cambridge, Harvard, Oxford, Columbia ส่วนนิสิต ฬ ก็มีมันสมองระดับเดียวกับนิสิตแพทย์ คะแนนสอบเข้าก็สูงที่สุดในประเทศไทย ในทุกสาย แต่บัณฑิตของเราแทรกอยู่ตามสำนักกฎหมายระหว่างประเทศ เราไม่ได้ผลิตบัณฑิตที่มุ่งไปทาง ศาล อัยการ มาแต่แรก แต่ช่วงหลังไปสอบก็ มี % สอบผ่านสูงจนน่าใจหาย พอ ฬ หันมาเรียนเนติกันบ้าง ก็ได้ ที่หนึ่งเนติ ในรอบสิบปีเยอะที่สุด
  21. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ดูที่ ๑ เนติฯ และที่ ๑ ศาล อัยการ ดีกว่าจุฬาฯหรือธรรมศาสตร์ได้มากครั้งกว่ากัน ธรรมศาสตร์รับปีละตั้งหลายร้อย จุฬารับนิสิตปีละร้อยกว่าคนแล้วมุ่งไปทำงานด้านลอว์เฟิร์มหรือธุรกิจเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนธรรมศาสตร์เน้นสายกฎหมายมหาชน คนจบมาจึงทำงานสายราชการเยอะ ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมธรรมศาสตร์จึงมีสถิติตาม คห ที่ ๑๘
  22. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขออนุญาตกล่าวถึงพัฒนาการการเรียนการสอนด้านกฎหมายของประเทศไทยของเราดังนี้
    ๑) โรงเรียนกฎหมายหมายแห่งกระทรวงยุติธรรมก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๔๑ หากนับจนถึงปีปัจจุบันมีอายุ ๑๑๕ ปี
    ๒) ผู้ประศาสน์การแห่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตน์และการเมือง (มธก) นั้นเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนกฎหมายฯแห่งนี้ เมื่อสำเร็จการศึกษากฎหมายระดับปริญญาเอกและประกาศนียบัตรทางด้านเศรษฐศาสตร์จากฝรั่งเศสนั้นก็ได้เป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนกฎหมายฯอันเป็นโรงเรียนเก่าของท่าน
    ๓) ครั้งหนึ่งมีศิษย์เก่าโรงเรียนกฎหมายฯได้ปรารภกับท่านว่าโรงเรียนข้าราชการพลเรือน (ซึ่งมีรากฐานย้อนกลับไปได้ถึงปี พ.ศ. ๒๔๔๒) ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแล้ว (ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙) จึงอยากให้ทางฝั่งโรงเรียนกฎหมายยกขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยบ้าง ซึ่งผู้ประศาสน์การ มธก (ในเวลาต่อมา) ท่านได้รับคำในเบื้องต้น แต่ยังไม่ได้ดำเนินการจนสำเร็จ
    ๔) ขอให้ท่านศึกษาจากหนังสือที่ระลึกครบ ๘๐ ปี แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านจะพบว่าโรงเรียนกฎหมายแห่งกระทรวงยุติธรรมเป็นเอกเทศ และมีพัฒนาการของตนเองอย่างชัดเจน
    ๕) ครั้นเมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๗๖ ได้มีประกาศใช้พรบ. มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ. ๒๔๗๖ กำหนดให้โอนคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ซึ่งได้เปิดการเรียนการสอนจริงในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ ดังนั้นคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงมีสถานะเป็นคณะไม่ถึง ๑ ปีการศึกษา
    ๖) ในการสถาปนา มธก. นั้นได้มีการประกาศหลักสูตร ธรรมศาสตร์บัณฑิต ธรรมศาสตร์มหาบัณฑิต และธรรมศาสตร์ดุฎีบัณฑิต พร้อมกันในคราเดียว นับว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่มีสอนถึงชั้นระดับปริญญาบัณฑิตตามความเป็นจริงในประเทศ และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่มีหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาทางด้านสังคมศาสตร์ทั้งระดับปริญโทและปริญญาเอกจริงในประเทศ อนึ่ง การศึกษาระดับปริญญาโทนั้นมีแยกเป็น ๔ สาขา คือกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และการทูต ซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาการแบบก้าวกระโดดของวงการศึกษาด้านสังคมศาสตร์ในประเทศไทย

    นอกจากนี้การศึกษาด้านบัญชีระดับมหาวิทยาลัยนั้นก็เริ่มต้นที่ มธก. เป็นแห่งแรก โดยในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ หรือ ๒๔๗๙ (ขออนุญาตไปตรวจสอบปีภายหลัง) ได้มีการเปิดสอนวิชาบัญชีเป็นวิชาหนึ่งในหลักสูตรธรรมศาสตร์มหาบัณฑิต และในปี พ.ศ. ๒๔๘๑ จุฬาฯ และมธก. จึงได้เปิดสอนด้านบัญชีระดับปริญญาตรีเป็นครั้งแรกในปีเดียกัน โดยจุฬาเปิดก่อนเพียงเล็กน้อย ในระยะถัดมาไม่นาน มธก. ได้เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านบัญชี หลักสูตร ๕ ปี (เทียบเท่าปริญญาโท) ในขั้นต้นนี้ขอแสดงความเห็นไว้เบื้องต้นว่า มธก. สถาบันการศึกษาแห่งแรกที่เปิดสอนวิชาบัญชีโดยตรงถึงขั้นบัญฑิตศึกษา ศิษย์เก่าหลักสูตร ๕ ปี ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษ ได้แก่ ท่านบุญชู โรจนเสถียร อดีตผู้บริการธนาคารกรุงเทพ มหาชนฯ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยที่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรี  
          
    สำหรับพัฒนาการขั้นต่อๆมาและอื่นๆของ มธก. นั้นมีอีกหลายประดาร อาทิ
    ๑) โรงเรียนเตรียมปริญญามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (ตมธก.) ๗ รุ่น และเสริมขึ้นอีก ๑ รุ่น วิชาความรู้ที่เป็นรากฐานให้กับนักเรียนด้านสังคมศาสตร์ก็ได้รับการถ่ายทอดในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายด้วย และในสมัยนั้นที่ ๑ ประเทศไทยแผนกที่เรียกกันทั่วไปในสมัยนี้ว่าสายศิลป์ก็มาจาก ตมธก. อยู่บ่อยครั้ง ซึ่ง ตมธก. มีสอนวิชาต่างๆมากมาย อาทิ ภาษาไทย (และบาลี) ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาละติน ดนตรี กีฬา ชวเลข ฯลฯ อดีตประธานศาลฎีกาที่จบจากโรงเรียนนี้มีท่านวิกรม เมาลานนท์ เป็นอาทิ นอกจากนี้ก็มีเอกอัครราชทูตเป็นจำนวนมาก อนึ่ง ท่านวิกรม เมาลานนท์ได้เคยเป็นอาจารย์บรรยายพิเศษที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ และเพลงทีไพเราะแก่จุฬาฯ หลายเพลง    
    ๒) การยกเลิกหลักสูตรธรรมศาสตร์บัณฑิต (ธบ.) และตั้งคณะ ๔ คณะแรกขึ้นมาในปี ๒๕๙๒ (นิติศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์) ก่อนที่ต่อมาจะเปิดแผนกสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ และแผนกอิสระวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนขึ้นมา
    ๓) การเปลี่ยนชือมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    ๔) การก่อตั้งคณะรัฐประศาสนศาสตร์ภายในธรรมศาสตร์ ซึ่งต่อมาได้แยกตัวไปตั้งเป็นสถาบันบัณฑิตบริหารศาสตร์ (นิด้า)

    ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตดังนี้
    ๑) มธก. มีรากเหง้าจาก โรงเรียนกฎหมายแห่งกระทรวงยุติธรรมโดยแท้ ดังหลักฐานดังนี้เป็นอาทิ
    ๑.๑ ผู้ประศาสน์การ มธก เป็นศิษย์เก่าและอาจารย์โรงเรียนกฎหมาย
    ๑.๒ ศิษย์เก่าโรงเรียนกฎหมายฯจำนวนมากได้เป็นอาจารย์ประจำหรืออาจารย์บรรยายพิเศษที่ มธก. และมธ. ในสมัยหลัง นับตั้งแต่นักกฎหมายชั้นพระยาจำนวนมาก และศาสตราจารย์สัญญา
    ธรรมศักดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานศาลฎีกาซึ่งเป็นทั้งอธิการบดี และผู้บรรยาย  
    ๑.๓ อนึ่ง ศิษย์เก่าจากโรงเรียนกฎหมาย (ผู้สำเร็จการศึกษาในยุคนั้นจะเรียกว่าเนติบัณฑิต) ได้เข้าศึกษาต่อที่ธรรมศาสตร์ในสมัยหลัง ทั้งนี้มีศิษย์เกาโรงเรียนกฎหมายฯจำนวนหนึ่งได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยจนสำเร็จการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา อาทิ ศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัท อดีตรองประธานศาลฎีกา และอดีตอาจารย์ของมหาวิทยาลัยก็สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทที่ธรรมศาสตร์ด้วย (นอกเหนือจากที่ได้สำเร็จเป็นเนติบัณฑิตที่อังกฤษด้วย)
    ๑.๔ ความประสงค์ที่จะให้มีมหาวิทยาลัยด้านกฎหมายและความผูกพันต่อ มธก.ในกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนกฎหมายแห่งกระทรวงยุติธรรม      
        
    ๒) การสถาปนา มธก.นั้นเป็นการพัฒนาการด้านสังคมศาสตร์ครั้งสำคัญยิ่งของประเทศไทย ทั้งด้านจำนวนผู้เข้าศึกษา สาขาที่เปิดสอน และระดับการศึกษาที่จัดให้มีการดำเนินการจนถึงชั้นปริญญาโทและปริญญาเอกด้านสังคมศาสตร์เป็นครั้งแรกของประเทศในเวลาไม่นาน

    ๓) เมื่อมีการจัดให้มีการเรียนการสอนด้านนิติศาสตร์อย่างต่อเนื่องที่จุฬาฯในสมัยต่อมานั้น คณาจารย์ด้านกฎหมายนั้นเป็นศิษย์เก่าของ มธก. เป็นหลัก ต่อมาเมื่อมีการเปิดสอนดานนิติศาสตร์ที่รามคำแหง อาจารย์ในยุคแรกก็เป็นศิษย์เก่าจากธรรมศาสตร์เป็นหลัก จนถือได้ว่าเป็นการบูรณาการสร้างฐานความรู้ให้แก่ประเทศนับตั้งแต่โรงเรียนกฎหมายแห่งกระทรวงยุติธรรม นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดียิ่งในวงการศึกษาของประเทศไทยของเรา

    ขออนุญาตนำเสนอข้อมูลขั้นต้นเพียงนี้ก่อน

    ขอบคุณครับ

    ข้อมูลนำมาจาก อ. JRK

    OSK ๑๐๑-๑๐๕ ๐๑.๐๕-๐๙ hrs. Fevrier ๙ Samedi ๒๕๕๖
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: