10 อันดับสาขาวิชา ปริญญาที่รวยที่สุด

ความคิดเห็น

64

ติดตามกระทู้

12

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
5

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

 

10 อันดับสาขาวิชา ปริญญาที่รวยที่สุด


10เศรษฐศาสตร์
ปริญญาที่ว่าด้วยเรื่องของเศรษฐกิจ การแบ่งปันทรัพยากร ที่แฝงปรัชญาความคิดเกี่ยวกับความต้องการในผลิตภันฑ์ การลงทุน ไปจนถึงการบริหารระดับประเทศ ยังคงเป็นวิชาที่ต่อยอดในเชิงธุรกิจและบริหารระดับการเมือง
 
 
 
9วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
ว่าด้วยเรื่องของการบริหาร และออกแบบงานด้านคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ รวมทั้งประสิทธิภาพการทำงานและสื่อสารกันระหว่างระบบ ยังคงเป็นที่ต้องการใช้ยุคทองของ ซิลิกอน วัลลีย์ส ซึ่งในยุคอินเตอร์เน็ทบูม และสมาร์ทโฟนบูม ก็ถือเป็นการบูมของคนสายอาชีพนี้ไปด้วย
 
 
 
8ฟิสิกส์
สาชาวิชาพื้นที่ที่ต่อยอดไปทางด้าน วิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์อีกหลายแขนง ว่าด้วยเรื่องของแก่น การเคลื่อนไหวของสิ่งของต่างๆตามธรรมชาติ และแรงต่างๆ (รวมถึงแรงโน้มถ่วง แรงดัน แรงปะทุ) จนไปถึงระดับของอนุภาค สาชาวิชาด้านนี้เน้นไปทางด้านการเป็นอาจารย์สอนและงานวิจัย
 
 
 
7วิศวกรรมชีวภาพการแพทย์
สาขาวิชาที่กำลังเป็นที่ต้องการ และกลายเป็นวิชาที่ต้องการพื้นฐานระหว่าง วิศวกรรมศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ และชีววิทยา ซึ่งมีคนให้จำกัดความไปในเชิงของการนำความรู้มาประยุกต์ใช้เป็น กระบวนการรักษา เครื่องมือรักษาทางการแพทย์ (ในประเทศไทย ยังถือเป็นสาชาวิชาที่ค่อนข้างใหม่มาก)
 
 
 
6คณิตศาสตร์ประยุกต์
อีกสาขาวิชาพื้นฐานเช่นกัน ซึ่งต่อยอดไปในทางการเงิน สถิติ สมการการเคลื่อนที่อนุภาคของไหล สมการการแพร่ความร้อน แม้กระทั่ง การคำนวณหาเส้นทางการเดินทางที่สั้นที่สุด การแก้โจทย์เกมที่เร็วที่สุด ดังนั้น โดยหลักการแล้ว จบมาเป็นอาจารย์ นักวิเคราะห์ แต่ด้วยการประยุกต์ที่หลากหลายแล้ว ก็สามารถเป็นนักวิเคราะห์เชิงบริหาร หรือเชิงธุรกิจได้เช่นกัน
 
 
 
5วิศวกรรมนิวเคลียร์
ปริญญาที่เน้นหนักมาในเรื่องที่หลายคนสนใจมากๆคือ พลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นพลังงานบริสุทธิ์ สำหรับมนุษยชาติที่่จะทดแทน พลังงานอื่นๆ ยั่งยืนกว่า ประหยัดกว่า แต่ก็แฝงด้วยอันตรายมหาศาลหากไม่จัดการให้ดีพอ หรือทำไปใช้ในการทำลายล้าง
 
 
 
4วิศวกรรมไฟฟ้า
วิศวกรรมไฟฟ้า จะเกี่ยวข้องกับ ด้านพลังงานไฟฟ้า วงจรอิเลคทรอนิกส์ สัญญาณไฟฟ้า การสื่อสาร แม่เหล็กไฟฟ้า เป็นต้น (บางแห่งก็จะแบ่งแยกกันอย่างชัดเจนไปเลย) ไม่ว่าจะแยกสายไหน ก็เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งนั้น ในยุคดิจิตอลเช่นนี้ ทุกอย่างล้วนแต่ต้องใช้ไฟฟ้าในการดำเนินการ (ดำเนินชีวิตด้วยซ้ำ)
 
 
 
3วิศวกรรมเคมี
วิศวกรรมสายที่เกี่ยวข้องสายการผลิตอุตสาหกรรมหลายอย่าง เช่น โพลีเมอร์ บรรจุภัณฑ์ สารเคมีต่างๆทั้งสำหรับ อุตสาหกรรม การเกษตร อาหาร (แม้แต่ปิโตรเลียมก็ ถือว่าเป็นการคาบเกี่ยวกับพื้นฐานความรู้ของวิศกรรมเคมี) คนที่จบสายนี้สำหรับประเทศไทย เป็นที่ต้องการของสายอุตสาหกรรมการผลิตแถบนิคมอุตสาหกรรม
 
 
 
2วิศวกรรมอวกาศ
วิศวกรรมที่ว่าด้วยเรื่องของอุปกรณ์และพาหนะสำรวจในอวกาศ รวมถึงดาวเทียม ซึ่งแน่นอนว่า สภาพไร้แรงโน้มถ่วง สภาพแรงโน้มถ่วงที่ต่างกัน รังสีที่อันตราย เชื้อเพลิงที่ต้องใช้ เป็นประเด็นที่นมุษยศาสตร์สงสัย ประเทศที่มีความต้องการคนจบสายนี้แน่ๆคือ สหรัฐฯ รัสเซีย และจีน (แต่ปริญญา มีให้เรียน ใน อังกฤษ ออสเตรเลีย และในยุโรปหลายประเทศเช่นกัน)
 
 
 
1วิศวกรรมปิโตรเลียม
เมื่อพลังงานนิวเคลียร์ยังไม่ได้ถูกยอมรับ 100% พลังงานเดิมยอดฮิตอย่างปิโตรเลียมยังคงเป็นที่ต้องการเรื่อยๆและสูงขึ้นๆ (ตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ) สาขาวิชานี้ว่าด้วยการสกัดสารไฮโดรคาร์บอน เชื้อเพลิงที่พวกเราใช้กันนี้แหละ คนเรียนสาขานี้ จึงกลายเป็นที่ต้องการและการสอบเข้าก็แข่งขันสูงไปด้วยครับ
 
 

PS.  i love Harry Potter&Titanic

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 12 กันยายน 2555 เวลา 23:17 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

64

ติดตามกระทู้

12

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
5
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - 50

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น

2

ความคิดเห็นที่ 51 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทำอาชีพไหน หรือจะเรียนสาขา คณะอะไร ก็รวยได้
    ถ้ารู้จักใช้เงิน และสามารถดำรงชีพในสังคมได้จ้า ^^

    (ให้กำลังใจตัวเอง อือๆๆ...ก็คณะในใจมันไม่มีในนี้นี่ !!!)
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แฟนเราเรียนวิดวะไฟฟ้า งั้นเราจะเกาะแฟนกันละกัน 555+
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    วันนั้นดูในทีวีอันนี้ของ    เมกา  ไม่ใช่ไทยจ้า (:
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เมื่อพูดถืงความรวย ไม่มีใครพูดถืงเงินเดือน ยกเว้นเงินเดือน ceo ระดับเดือนละล้าน สองล้าน เช่น ปูน การบินไทย แตจริงๆแล้วความรวบของพวกนี้ เงินเดือนเป็นอะไรที่เล็กมาก

    ความรวยวัดจากสองด้าน คือ รายได้ และทรัพย็สิน  รายได้มาจากเงินเดือน บวก โบนัส บวก โอที ค่าเสี่ยงภัย บวก สวัสดิการ บวก บำเหน็จ บำนาญ รายได้นักบิน เดินเรือ มาจากเงินเดือนแค่หนื่งในสาม พนักงานบริษัทใด้โบนัส สองถืงสิบเดือน เช่น พวกวิศวะ สวัสดิการเช่น บอร็ดการบิน บินฟรีตลอดชีพ ระดับบิ๊กของ UN ปูน ได้บำเหน็จเงินก้อน 40ล้าน หมอมีเพียงเงินเดือนเท่านั้น

    ทรัพย็สิน หมายถืงมูลค่าหุ้น บวก ทีดิน บวก กองทุน ความรวยเน้นตรงนี้ ของพวกนี้ราคาเพิ่มมาเป็น 300 เท่าใน15 ปีที่แล้ว ยังไม่คิดทองคำ

    หมอที่รวยจริงจังมีอยู่ไม่น่าเกิน 3000 ราย ไปต่างจังหวัดทุกจังหวัด อำเภอ ถามหาคนที่รวยที่สุด ไม่มีหมอหรอก กทม ก็เหมือนกัน หมอที่เจ๋งสุด รายได้ 1 ล้าน ต่อเดือน ก็เท่ากับเจ้าของซูเปอร้อำเภอเล็กมากทางใต้  เท่ากับคนให้เช่าที่ทำแผงลอยขาย 1 ไร่ที่เมืองนนท็ หรือเจ้าของสวนยาง 100 ไร่ ที่ต่างกัน คือ เจ้าของที่ดิน สวนยางมีทรัพย็สินที่ดิน 30 ล้าน ราคาขื้นเรื่อยๆ ราคาที่ดินตลาด 30 ล้านขื้นเรื่อยๆ คนพวกนี้คือ คนธรรมดา เรา ท่าน ทั้งหลาย พูดความจริงเพื่อให้กำลังใจกัน เห็นหลายคนไม่ได้เป็นหมอจะตายให้ได้

    หมอผิวหนังที่เจ๋งที่สุดดังสุดของประเทศ มีบ้าน 20 ล้านเทียบกับวิศวะเจ้าชองบริษัทในตลาดหมื่นล้าน หรือ ตันโออิชิ ไม่ได้

    อ่านประสบการณ็จริงจากชีวิตคนหลายหมื่น ที่เราเข้าไม่ถืงพวกเขา เพื่อเป็นแนวทางว่าเค้ารวยกันได้ยังไง หลายคนเรียนยอดไม่เก่งออกไปเรียนอัสสัม คอมเมิร็ส เป็นเจ้าของโรงงานลูกอม มี3000ล้านได้ มีหมอที่ลาออกมาเล่นหุ้น มี 1000ล้าน มีเจ้าของ ผู้บริหารในตลาดมูลค่าเกิน 6ล้านล้าน ร่วม ยีสิบบริษัท มีเจ้าของสวนยาง30000ไร่ เจ้าของธุรกิจเล็กๆเช่น ร้านอาหารกำไรปีละ 10ล้านขายข้าวมันไก่  โปรโมเตอร็มวยกำไรปีละ 80 ล้าน  คนปอนปอนเรียนไม่เก่งหรอก นำเข้าผลไม้ ตปท จัดกระเช้าขายที่เยาวราช กำไรปีละ 20ล้าน เออ ธุรกิจ เค้าพูดกำไรกัน ไม่ใช่เงินเดือน ที่นี่มีคนเก่งบ้างเรียนหมอราว 5-6000 คน แต่ที่รวยจริง คือ พวกตกฟิสิกส็ มัวยุ่งเตะบอล เหมือนกับพวกเราคนปอนปอนทั่วไป

    คนคะแนนน้อย รวยกว่าคนโอเนทสูง นับแบงก็แข่งกันได้





    รายละเอียดอาชีพต่างๆจากข้อมูลจริงwww.suanboard.net/view.php?p=view&kid=68210

    รายงานข้อมูลต่อเน่ื่อง ทุกอาชีพ  FB  suankularb alumni

    เอาข้อมูลมาแบ่งกัน เพื่ออนาคตของเด็กไทยกลุ่มที่ยอดจะไม่เก่ง คะแนนห่วย   สอบหมอไม่ได้ รับตรงไม่ติด แอดไม่ติดอีกตะหาก ทุกคน

    ขอให้รวย ขอให้รวย คนรวยเรียนไม่เก่งหรอก คนเรียนเก่งมักจะไม่ค่อยรวย
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อือม็ เข้าไปดูตัวจริงของวิศวะจากพระจอม รายได้ซักเดือนละ 800000 สวัสดิการเกือบ สองล้าน หล่องี้เลย มีวิศวะรายได้ สี่ ห้าแสน หลายร้อย

    เข้าไปดูตูน บอดี้สแลม ผู้กำกับก้านกล้วย คนทำหนัง ของ GTH หลายคน กลุ่มนี้เน้นน่ารัก

    แล้วแอบไปฟังหมอคุยกัน นักธุรกิจคุยกัน ความลับเยอะ
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

     แต่ทั้งหมดนี้เป็นสาขาวิชาที่เราเกลียดที่สุด T^T
    เกลียดฟิสิกส์ เกลียดวิทยาศาสตร์
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แฟนเราเรียนวิดวะไฟฟ้า งั้นเราจะเกาะแฟนกันละกัน 555+

    ยินดีด้วยจริงๆ ฮ๋าฮ่า นี่เป็นสื่งที่เยี่ยมมาก ในทุกมหาวิทยาลัย ตอนนี้มีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 350000 คน แทบทุกคณะมีผู้หญิงร่วม 75 เปอร็เซนต็ ยิ่งมอเอกชนอย่างหอการค้า เอแบก มธบ รังสิต กรุงเทพ วิ่งไปถืง 80 เปอร็เซนต็ น่าเรียนมาก พระจอมเป็นที่เดียวที่ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง  หลายปีก่อนมีการสำรวจที่จุฬา พบว่าผู้หญิงรุ่นก่อนๆที่จบไป ได้แต่งงานแค่ ครื่งนืง ยุคนี้น่าจะเหลือสัก30 เปอร็เซนต็ สรุป การวิจัย มอดังโอกาสแต่งงานน้อย มอเอกชนโอกาสแต่งงานมากกว่าเยอะ เรียนไม่เก่ง จะสวยกว่า คอนเฟิร็ม

    ผู้หญิงรวยกะสามีทั้งนั้น ทำธุรกิจลำบาก ลุยไปไหนตอนกลางคืนไม่ได้ ยิ่งแก่ อยู่คนเดียว หวิวมาก

    แฟนเราเรียนวิดวะไฟฟ้า งั้นเราจะเกาะแฟนกันละกัน 555+ เยี่ยม
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แม้กระทู้นี้จะหลุดจอไปแล้ว แต่ยังมีคนตามเข้ามาอ่านอยู่ ก็เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ารู้ที่สุดไม่ใช่หรือ เรียนหนังสือกันมาแทบตายก็เพื่อสิ่งนี้

    ความรู้พวกนี้สอนกันในบางโรงเรียน เหมือนกับที่สิงคโปร็ ฮ่องกง มีประสบการณ็จริงของศิษย็เก่า กลับไปคุยกับพ่อ แม่ เล่นเอาทื่งไปตามกัน เด็กก็จะเดินหน้าไปด้วยความั่นใจ และรู้ว่าจะต้องพื่งพากันในอนาคต

    มหาวิทยาลัยก็มีคนสอนเรื่องพวกนี้น้อยคน เพราะต้องใช้ประสบการณ็มาก

    สิ่งสำคัญที่โรงเรียนต้องปลูกฝังในตัวเด็ก คือ สร้างความมั่นใจในอนาคต มีรุ่นพี่เป็นตัวอย่าง สอนให้กล้าคิด กล้าทำ รู้จักการสื่อสาร การทำงานเป็นทีมใหญ่ เรียนรู้ตลอดชีวิต ปรับตัว มีมารยาทที่เหมาะสมกับผู้ใหญ กับโจร กล้านำ รู้จักทำงานเป็นระบบ ขั้นตอน ทุกโรงเรียนต้องวิเคราะห็ว่าจะสร้างคนประเภทใดได้บ้าง ที่สำคัญคือการสร้างคนกล้า  เตะบอลช่วยได้เยอะ

    เรียนรู้จากศิษย็เก่าหลากหลายอาชีพ ทั้งการเรียนต่อ ความรู้เฉพาะวิชาชีพที่ไม่มีในห้องเรียน การสร้างคอนเนคชั่นพี่สอนน้อง ความลับ และทริกในวิชาชีพต่างๆ การสร้างความมั่งคั่ง ทำได้เช่นนี้ คนพนื่งคนจะมีความรู้้กว้างขวาง รวดเร็ว ตลอดชีวิต

    หลักการนี้ใช้ได้กับการเรียนในมหาวิทยาลัยด้วย จะได้เรียนอย่างมีจุดหมาย จบมาแล้วรู้ว่าจะทำอะไร เตรียมตัวเป็นขั้นตอนอย่างไร

    วัฒนธรรมธุรกิจของคนจีนถือว่าความรู้ด้านธุรกิจ กระทั่งสูตรลับอาหาร เป็นความลับสุตยอด คนเหล่านี้จืงคุมธุรกิจ เลือกโรงเรียน เลือกมหาวิทยาลัยที่มีนักธุรกิจมาก คือ การเข้าสู่มหาวิทยาลัยชีวิตที่แท้จริง และความสำเร็จจะตามมา ถ้าทั้งสังคมที่เราอยู่เขาคิดเรื่องพวกนี้กัน เราก็รู้ไปด้วยแหละ

    ทุกที่ในหมู่บ้าน อำเภอ จังหวัด ทุกอาชีพมีโอกาสเสมอ
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    บทสรุป

    ก่อน พศ 2525 ชื่อเสียงของสวนกุหลาบดังอยู่ในสี่วงการ

    1 นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดีในกระทรวงต่างๆ ผู้ว่าราชการจังหวัด ซื่งเป็นฝ่ายบริหาร ด้านตุลาการ คือ ผู้พิพากษา อัยการสูงสุด นิติบัญญัติ คือ สส นักการเมือง พรรคการเมือง คือ ฝ่ายอำนาจรัฐ

    2ฝ่ายความมั่นคง เนื่องจากไปเรียนทหารกันมาก ตั้งแต่ 25 เปอร็เซนต็ขื้นไป จนถืง70 เปอร็เซนต้ ของแต่ละรุ่นที่เปิดรับ ทั้งสามเหล่าทัพ และตำรวจ

    3ฝ่ายวิชาชีพ เช่น วิศวกร หมอ นักวิทยาศาสตร็ นักกฎหมาย นักปกครอง

    4 กลุ่มนำด้านความคิด เช่น อาจารย็ ปัญญาชน นักเขียน นักคิดเชิงอุดมการณ้ นักหนังสือพิมพ็ จำนวนคนไม่มาก แต่มีผลสั่นเสะเทือนรุนแรงมาก

    จะสังเกตุได้ว่าสวนกุหลาบสายธุรกิจยุคนั้นมีน้อย อัสสัมชัญ และโรงเรียนจีนผลิตนักธุรกิจเยอะมาก

    ปัจจุบัน


    นักเรียนสวนกุหลาบรุ่นใหญ่ 40- 65 ปี ยังมีบทมาทสำคัญในกิจการอำนาจรัฐ ทั้ง 4 ด้าน

    สวนกุหลาบเป็นโรงเรียนที่เป็นเจ้าของ หรือผู้บริหารบริษัทในตลาดหลักทรัพย็ เกือบ 20 บริษัท มูลค่าราว6 ล้านล้านบาท เป็นแหล่งจ้างงานที่ดี

    สวนกุหลาบเป็นโรงเรียนที่มีส่วนแบ่งสูงสุดในธุรกิจการขนส่งทางอากาศ และนักบิน

    สวนกุหลาบมีชื่อเสียงสูงมากในธุรกิจวิศวกรรม รถยนต็ พลังงาน อสังหาริมทรัพย็ การก่อสร้างสาธารณูปโภค เทเลคอม

    สวนกุหลาบเป็นโรงเรียนที่ผลิตวิศวกร และเทคโนโลยี่อันดับต้นของประเทศเกือบหมื่นคนตลอด 50-60 ปีทีผ่าน มีบทบาทสร้างบ้าน แปลงเมืองมาก

    สวนกุหลาบผลิตแพทย้มาแล้าราว5000 คน หากรวมสายที่เกี่ยวข้องน่าจะถืง 6000 คน และยังมีบทบาทต่อไป

    สวนกุหลาบสร้างเจ้าของกิจการธุรกิจในอัตราสูงมาก น่าจะถืง 10000 ราย ธุรกิจเหล่านี้มีมูลค่าหลายสิบ จนถืงระดับหมื่นล้าน

    สวนกุหลาบสร้างชื่อเลียงในบริษัทขนาดใหญ่ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย็มาก ทั้งบริษัทไทย และต่างประเทศ

    นักเรียนสวนกุหลาบในสายวิชาชีพอื่น เช่น สถาปัตย็ เภสัช นิเทศน็ รัฐศาสตร็ วิทยา ศิลปะ อักษร โยราณคดี นิติศาสตร็ งานศิลปะ ทำอาหาร เศรษฐศาสตร็ บริหาร แม้จะมีไม่มากในแต่ละ แต่ก็ร่วมหมื่น ล้วนมี impact factor สูง

    โรงเรียนนี้จืงครบเครื่องมาก
  10. ความคิดเห็นที่ 60 ถูกลบเนื่องจาก

    มีเนื้อหาไม่เหมาะสม

  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    วิศวะแทบทุกอันเลยนะครับ
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    รวยจิง
                   ก็เห็นพวกหมอ แล้วต่อด้วยเล่นหุ้น เยอะนะ
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราเรียนถาปัดอ่ะ เหนื่อยมากๆๆๆ  โปรเจคก้อเยอะ อุปกรณ์แพง แต่เราก้อหวังว่าจบไปเราคงจะมีงานทำและมีตังค์
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    จบป5 เป็นพระได้เครื่องบิน เงินทองหล้ายล้าน
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: