ถอดคำประพันธ์ ขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา

หาความรู้เพิ่มเติม 2512611 0.01 14,082 4 มิ.ย. 55 20:39 น.
ความคิดเห็น

27

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
guest
หาความรู้เพิ่มเติม
  • หาความรู้เพิ่มเติม
  • 27.55.1.90
  • -

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


จุดเทียนสะกดข้าวสารปราย        ภูตพรายกระโดดเรือนสะเทือนผาง
สะเดาะดาลบานเปิดหน้าต่างกาง        ย่างเท้าก้าวขึ้นร้านดอกไม้
หอมหวนอวลอบบุปผชาติ        เบิกบานก้านกลาดกิ่งไสว        
เรณูฟูร่อนขจรใจ        ย่างเท้าก้าวไปไม่โครมคราม
ข้าไทนอนหลับลงทับกัน        สะเดาะกลอนถอนลั่นถึงชั้นสาม
กระจกฉากหลากสลับวับแวมวาม        อร่ามแสงโคมแก้วแววจับตา
ม่านมู่ลี่มีแกประจำกั้น        อัฒจันทร์เครื่องแก้วก็หนักหนา
ชมพลางย่างเยื้องชำเลืองมา        เปิดมุ้งเห็นหน้าแม่วันทอง
นิ่งนอนอยู่บนเตียงเคียงขุนช้าง        มันแนบข้างกอดกลมประสมสอง
เจ็บใจดังหัวใจจะพังพอง        ขยับจ้องดาบง่าอยากฆ่าฟัน
จะใคร่ถีบขุนช้างที่กลางตัว        นึกกลัวจะถูกแม่วันทองนั่น
พลางนั่งลงนบนอบอภิวันท์        สะอื้นอั้นอกแค้นน้ำตาคลอ
โอ้แม่เจ้าประคุณของลูกเอ๋ย        ไม่ควรเลยจะพรากจากคุณพ่อ
เวรกรรมนำไปไม่รั้งรอ        มิพอที่จะต้องพรากก็จากมา
มันไปฉุดมารดาเอามาไว้        อ้ายหัวใสข่มเหงไม่แกรงหน้า
ที่ทำแค้นกูแทนให้ทันตา        ขอสมาแม่แล้วก็ขับพราย
เป่าลงด้วยพระเวทวิทยา        มารดาก็ฟื้นตื่นโดยง่าย
ดาบใส่ฝักไว้ไม่เคลื่อนคลาย        วันทองรู้สึกกายก็ลืมตา ฯ

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 10 มิถุนายน 2556 เวลา 15:42 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

27

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ประมาณว่า พลายงามใช้มนต์สะกดทุกคนให้หลับแล้ว ก็ใช้มนต์สะเดาะกลอนประตูอ่ะ
    แล้วก็เดินผ่านแล้วก็ได้กลิ่นดอกไม้ พวกข้ารับใช้ก็กำลังนอนอยู่ก็เดินไปเรื่อยๆ  พลางชมมู่ลี่ เครื่องแก้ว
    พอถึงเตียงนอนก็เปิดมุ้งดู เห็นนางวันทองนอนกอดอยู่กับขุนช้าง ก็โกรธอยากจะฟันขุนช้างกะว่าจะถึบให้ตกเตียง แต่ก็กล้วจะโดนนางวันทอง  แล้วพลายงามก็นั่งลงไหว้แม่พร้อมกับน้ำตาคลอ
    แล้วก็รำพัน ว่านางวันทองไม่ควรจากขุนแผนไปเลย แล้วก็ว่าขุนช้างว่าไปฉุดแม่ของตนมา ตนจะล้างแค้น  จากนั้นก็ขอขมาและก็คลายมนต์ให้นางวันทอง  แล้วนางวันทองก็ตื่น




    น่าจะประมาณนี้  เราก็จำที่ครูแปลให้ฟังไม่ค่อยได้  ก็ไม่รู้ว่าจะผิดรึป่าวว   ผิดยังไงก็ขอโทษด้วยนะ
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    2
    guest
    หาความรู้เพิ่มเติม
    หาความรู้เพิ่มเติม 27.55.10.80
    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นน่ะ Jao-Ying มีประโยชน์มากๆเลย
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

     กระทู้นี้น่าจะมีมาปีที่แล้ว  

    เลยไม่มีงานส่งครูเลย 
  4. ความคิดเห็นที่ 4 ถูกลบเนื่องจาก

    มีเนื้อหาไม่เหมาะสม

  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อะไร แค่นี้แปลเอง ไม่ได้หรอ  ม.6 ป่ะ นี้
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

     คห.5 เรื่องขุนช้างนี้มันเรียนตอน ม.2-ม.3 ไม่ใช่เรอะ 
    ดูถูกคนอื่นเขาจังนะ 


    PS.  someone like you,i wait
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    *-* กำลังจะเรียนเรื่องนี้เล้ยอ่าาาา
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตอนขุนช้างถวายฎีกาเรียนตอน ม.6 ค่ะ คห6
    จขกท.ได้พยายามแปลเองรึยังคะ เราไม่ได้ว่าอะไรนะ แต่ถ้าแปลเองมันก็ได้ประสบการณ์เนอะ จริงมั้ย ^^?
    PS.  เคยมีคนพูดว่า"คุณเคยได้ยินเสียงมดบ่นมั้ย?" นั่นทำให้เราคิดว่า บางที มันอาจจะบ่น แต่เราไม่ได้ยินเองก็ได้นะ //ก็เหมือนคนอย่างเรา จะพอใจหรือไม่พอใจ พูดไปก็ไม่มีใครรับฟัง :')
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เห็นคนนอนล้อมอ้อมเป็นวง            ประตูลั่นมั่นคงขอบรั้วกั้น
    กองไฟสว่างดังกลางวัน                    หมายสำคัญตรงมาหน้าประตู
    จึงร่ายนมตรามหาสะกด                    เสื่อมหมดอาถรรพ์ที่ฝังอยู่
    ภูตพรายนายขุนช้างวางวิ่งพรู           คนผู้ในบ้านก็ซานเซอะ
    ทั้งชายหญิงง่วงงมล้มหลับ               นอนทับคว่ำหงายก่ายกันเปอะ
    จี่ปลาคาไฟมันไหลเลอะ                  โงกเงอะงุยงมไม่สมประดี
    ใช้พรายถอดกลอนถอนลิ่ม              รอยทิ่มถอดหลุดไปจากที่
    ย่างเท้าก้าวไปในทันที                       มิได้มีใครทักแต่สักคน
    มีแต่หลับเพ้อละเมอฝัน                    ทั้งไฟกองป้องกันทุกแห่งหน
    ผู้คนเงียบสำเนียงเสียงแต่กรน         มาจนถึงเรือนเจ้าขุนช้าง
    จุดเทียนสะกดข้าวสารปราย             ภูตพรายกระโดดเรือนสะเทือนผาง
    สะเดาะดาลบานเปิดหน้าต่างกาง    ย่างเท้าก้าวขึ้นร้านดอกไม้
    หอมหวนอวลอบบุปผชาติ               เบิกบานก้านกลาดกิ่งไสว      
    เรณูฟูร่อนขจรใจ                                ย่างเท้าก้าวไปไม่โครมคราม
    ข้าไทนอนหลับลงทับกัน                  สะเดาะกลอนถอนลั่นถึงชั้นสาม
    กระจกฉากหลากสลับวับแวมวาม  อร่ามแสงโคมแก้วแววจับตา
    ม่านมู่ลี่มีแกประจำกั้น                       อัฒจันทร์เครื่องแก้วก็หนักหนา
    ชมพลางย่างเยื้องชำเลืองมา             เปิดมุ้งเห็นหน้าแม่วันทอง
    นิ่งนอนอยู่บนเตียงเคียงขุนช้าง       มันแนบข้างกอดกลมประสมสอง
    เจ็บใจดังหัวใจจะพังพอง                ขยับจ้องดาบง่าอยากฆ่าฟัน
    จะใคร่ถีบขุนช้างที่กลางตัว            นึกกลัวจะถูกแม่วันทองนั่น
    พลางนั่งลงนบนอบอภิวันท์           สะอื้นอั้นอกแค้นน้ำตาคลอ
    โอ้แม่เจ้าประคุณของลูกเอ๋ย          ไม่ควรเลยจะพรากจากคุณพ่อ
    เวรกรรมนำไปไม่รั้งรอ                   มิพอที่จะต้องพรากก็จากมา
    มันไปฉุดมารดาเอามาไว้                อ้ายหัวใสข่มเหงไม่แกรงหน้า
    ที่ทำแค้นกูแทนให้ทันตา                ขอสมาแม่แล้วก็ขับพราย
    เป่าลงด้วยพระเวทวิทยา                 มารดาก็ฟื้นตื่นโดยง่าย
    ดาบใส่ฝักไว้ไม่เคลื่อนคลาย          วันทองรู้สึกกายก็ลืมตา ฯ

    ช่วยแปลทั้งหมดนี้ให้หน่อยได้ไหมครับ T^T
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    "ถอดความให้หน่อยนะค่ะ ด่วน ๆ ค่ะ"


    ๏ ครั้นว่ารุ่งสางสว่างฟ้า สุริยาแย้มเยี่ยมเหลี่ยมไศล
    จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงชัย เนาในพระที่นั่งบัลลังก์รัตน์
    พร้อมด้วยพระกำนัลนักสนม หมอบประนมเฝ้าแหนแน่นขนัด
    ประจำตั้งเครื่องอานอยู่งานพัด ทรงเคืองขัดขุนช้างแต่กลางคืน
    แสนถ่อยใครจะถ่อยเหมือนมันบ้าง ทุกอย่างที่จะชั่วอ้ายหัวลื่น
    เวียนแต่เป็นถ้อยความไม่ข้ามคืน น้ำยืนหยั่งไม่ถึงยังดึงมา
    คราวนั้นฟ้องกันด้วยวันทอง นี่มันฟ้องใครอีกอ้ายชาติข้า
    ดำริพลางทางเสด็จยาตรา ออกมาพระที่นั่งจักรพรรดิ
    พระสูตรรูดกร่างกระจ่างองค์ ขุนนางกราบลงเป็นขนัด
    ทั้งหน้าหลังเบียดเสียดเยียดยัด หมอบอัดถัดกันเป็นหลั่นไป
    ทอดพระเนตรมาเห็นขุนช้างเฝ้า เออใครเอาฟ้องมันไปไว้ไหน
    พระหมื่นศรีถวายพลันในทันใด รับไว้คลี่ทอดพระเนตรพลัน
    พอทรงจบแจ้งพระทัยในข้อหา ก็โกรธาเคืองขุ่นหุนหัน
    มันเคี่ยวเข็ญทำเป็นอย่างไรกัน อีวันทองคนเดียวไม่รู้แล้ว
    ราวกับไม่มีหญิงเฝ้าชิงกัน หรืออีวันทองนั้นมันมีแก้ว
    รูปอ้ายช้างชั่วช้าตาบ้องแบ๊ว ไม่เห็นแววที่ว่ามันจะรัก
    ใครจะเอาเป็นผัวเขากลัวอาย หัวหูดูเหมือนควายที่ตกปลัก
    คราวนั้นเป็นความกูถามซัก ตกหนักอยู่กับเฒ่าศรีประจัน
    วันทองกูสิให้กับอ้ายแผน ไยแล่นมาอยู่กับอ้ายช้างนั่น
    จมื่นศรีไปเอาตัวมันมาพลัน ทั้งวันทองขุนแผนอ้ายหมื่นไวย ฯ
    ๏ ฝ่ายพระหมื่นศรีได้รับสั่ง ถอยหลังออกมาไม่ช้าได้
    สั่งเวรกรมวังในทันใด ตำราวจในวิ่งตะบึงมาถึงพลัน
    ขึ้นไปบนเรือนพระหมื่นไวย แจ้งข้อรับสั่งไปขมีขมัน
    ขุนช้างฟ้องร้องฎีกาพระทรงธรรม์ ให้หาทั้งสามทั่นนั้นเข้าไป ฯ
    ๏ ครานั้นวันทองเจ้าพลายงาม ได้ฟังความคร้ามครั่นหวั่นไหว
    ขุนแผนเรียกวันทองเข้าห้องใน ไม่ไว้ใจจึงเสกด้วยเวทมนตร์
    สีขี้ผึ้งสีปากกินหมากเวท ซึ่งวิเศษสารพัดแก้ขัดสน
    น้ำมันพรายน้ำมันจันทน์สรรเสกปน เคยคุ้มขลังบังตนแต่ไรมา
    แล้วทำผงอิทธิเจเข้าเจิมพักตร์ คนเห็นคนทักรักทุกหน้า
    เสกกระแจะจวงจันทน์น้ำมันทา เสร็จแล้วก็พาวันทองไป ฯ
    ๏ ครานั้นทองประศรีผู้มารดา ครั้นได้แจ้งกิจจาไม่นิ่งได้
    เด็กเอ๋ยวิ่งตามมาไวไว ลงบันไดงันงกตกนอกกชาน
    พลายชุมพลกอดก้นทองประศรี กูมิใช่ช้างขี่ดอกลูกหลาน
    ลุกขึ้นโขย่งโก้งโค้งคลาน ซมซานโฮกฮากอ้าปากไป
    ครั้นถึงยั้งอยู่ประตูวัง ผู้รับสั่งเร่งรุดไม่หยุดได้
    ขุนแผนวันทองพระหมื่นไวย เข้าไปเฝ้าองค์พระภูมี ฯ
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    หาหนังสือง่ายกว่ามีทั้งตอน แบ่งมาให้เลย ห้องสมุดน่าจะมีนะ
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โอ้แม่เจ้าประคุณของลูกเอ๋ย        ไม่ควรเลยจะพรากจากคุณพ่อ
    เวรกรรมนำไปไม่รั้งรอ                 มิพอที่จะต้องพรากก็จากมา
    มันไปฉุดมารดาเอามาไว้             อ้ายหัวใสข่มเหงไม่แกรงหน้า
    ที่ทำแค้นกูแทนให้ทันตา            ขอสมาแม่แล้วก็ขับพราย
    ช่วยหน่อยค่ะ จนปัญญาแล้วจริงๆ
    ขอบคุณมากๆค่ะ
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถอดความให้หน่อยนะคะ

    แค้นคิดด้วยมิตรไม่รักเลย                 ยามมีที่เชยเฉยเสียได้
    เสียแรงร่วมทุกข์ยากกันกลางไพร       กินผลไม้ต่างข้าวทุกเพรางาย  
    พอได้ดีมีสุขลืมทุกข์ยาก                 ก็เพราะหากหม่อมมีซึ่งที่หมาย    
    ว่านักก็เครื่องเคืองระคาย                 เอ็นดูน้องอย่าให้อายเขาอีกเลย  
    พี่ผิดจริงแล้วเจ้าวันทอง                   เหมือนลืมน้องหลงเลือนทำเชือนเฉย  
    ใช่จะเพลิดเพลินชื่นเพราะอื่นเชย        เงยหน้าเถิดจะเล่าอย่าเฝ้าแค้น
    เมื่อติดคุกทุกข์ถึงเจ้าทุกเช้าค่ำ          ต้องกลืนกล้ำโศกเศร้านั้นเหลือแสน
    ซ้ำขุนช้างคิดคดทำทดแทน              มันดูแคลนว่าพี่นี้ยากยับ
    อาลัยเจ้าเท่ากับดวงชีวิตพี่                คิดจะหนีไปตามเอาเจ้ากลับ
    เกรงจะพากันผิดเข้าติดทับ                แต่ขยับอยู่จนได้ไปเชียงอินทร์
    กลับมาหมายว่าจะไปตาม                 พอเจ้าไวเป็นความก็ค้างสิ้น
    หัวอกใครได้แค้นในแผ่นดิน              ไม่เดือดดิ้นเท่าพี่กับวันทอง
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ช่วยแปลให้ด้วยได้ไหมค่ะ ขอแบบเร็วๆนะค่ะ

    จะกล่าวถึงเจ้าจอมหม่อมขุนช้าง   นอนครางหลับกรนอยู่ป่นเปื้อน
    อัศจรรย์ฝันแปรแชเชือน              ว่าขี้เรื้อนขึ้นตัวทั่วทั้งนั้น
    หาหมอมารักษายาเข้าปรอท        มันกินปอดตับไตออกไหลหลั่น
    ทั้งไส้น้อยไส้ใหญ่แลไส้ตัน          ฟันฟางก็หักจากปากตัว
    ตกใจตื่นผวาคว้าวันทอง             ร้องว่าแม่คุณแม่ช่วยผัว
    ลุกขึ้นงกงันตัวสั่นรัว                   ให้นึกกลัวปรอทจะตอดตาย
    ลืมตาเหลียวหาเจ้าวันทอง           ไม่เห็นน้องห้องสว่างตะวันสาย
    ผ้าผ่อนล่อนแก่นไม่ติดกาย          เห็นม่านขาดเรี่ยรายประหลาดใจ
    ตะโกนเรียกในห้องวันทองเอ๋ย      หาขานรับเช่นเคยสักคำไม่
    ทั้งข้าวของมากมายก็หายไป       ปากประตูเปิดไว้ไม่ใส่กลอน
    พลางเรียกหาข้าไทอยู่ว้าวุ่น        อีอุ่นอีอิ่มอีฉิมอีสอน
    อีมีอีมาอีสาคร                         นิ่งนอนไยหวามาหากู
    บ่าวผู้หญิงวิ่งไปอยู่งกงัน             เห็นนายนั้นแก้ผ้ากางขาอยู่
    ต่างคนทรุดนั่งบังประตู               ตกตะลึงแลดูไม่เข้ามา
    ขุนช้างเห็นข้าไม่มาใกล้             ขัดใจลุกขึ้นทั้งแก้ผ้า
    แหงนเถ่อเป้อปังยืนจังกา            ย่างเท้าก้าวมาไม่รู้ตัว
    ยายจันงันงกยกมือไหว้              นั่นพ่อจะไปไหนพ่อทูนหัว
    ไม่นุ่งผ่อนนุ่งผ้าดูน่ากลัว           ขุนช้างมองดูตัวก็ตกใจ
    สองมือปิดขาเหมือนท่าเปรต      ใครมาเทศน์เอาผ้ากูไปไหน
    ให้นึกอดสูหมู่ข้าไท                  ยายจันไปเอาผ้าให้ข้าที
    ยายจันตกใจเต็มประดา              เข้าไปฉวยผ้าเอามาคลี่
    หยิบยื่นส่งให้ไปทันที                เมินหนีอดสูไม่ดูนาย
    ขุนช้างตัวสั่นบอกบ่าวไพร่          เจ้าวันทองไปไหนอย่างไรหาย
    เอ็งไปดูให้รู้ซึ่งแยบคาย            พบแล้วอย่าวุ่นวายให้เชิญมา
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ๏ เจ้าวันทองน้องตื่นจากที่นอน        โอนอ่อนวอนไหว้พิไรว่า
    หม่อมน้อยใจหรือที่ไม่เจรจา        ใช่ตัวข้านี้จะงอนค่อนพิไร
    ชอบผิดพ่อจงคิดคะนึงตอง        อันตัวน้องมลทินหาสิ้นไม่
    ประหนึ่งว่าวันทองนี้สองใจ        พบไหนก็เป็นแต่เช่นนั้น
    ที่จริงใจเห็นไปอยู่เรือนอื่น        คงคิดคืนที่หม่อมเป็นแม่นมั่น
    ด้วยรักลูกกรักผัวยังพัวพัน        คราวนั้นก็ไปอยู่เพราะจำใจ
    แค้นคิดด้วยมิตรไม่รักเลย        ยามมีที่เชยเฉยเสียได้
    เสียแรงร่วมทุกข์ยากกันกลางไพร        กินผลไม้ต่างข้าวทุกเพรางาย
    พอได้ดีมีสุขลืมทุกข์ยาก        ก็เพราะหากหม่อมมีซึ่งที่หมาย
    ว่านักก็เครื่องเคืองระคาย        เอ็นดูน้องอย่าให้อายเขาอีกเลย ฯ
    ๏ พี่ผิดจริงแล้วเจ้าวันทอง        เหมือนลืมน้องหลงเลือนทำเชือนเฉย
    ใช่จะเพลิดเพลินชื่นเพราะอื่นเชย        เงยหน้าเถิดจะเล่าอย่าเฝ้าแค้น
    เมื่อติดคุกทุกข์ถึงเจ้าทุกเช้าค่ำ        ต้องกลืนกกล้ำโศกเศร้านั้นเหลือแสน
    ซ้ำขุนช้างคิดคดทำทดแทน        มันดูแคลนว่าพี่นี้ยากยับ
    อาลัยเจ้าเท่ากับดวงชีวีพี่        คิดจะหนีไปตามเอาเจ้ากลับ
    เกรงจะพากันผิดเข้าติดทับ        แต่ขยับอยู่จนได้ไปเชียงอินทร์
    กลับมาหมายว่าจะไปตาม        พอเจ้าไวยเป็นความก็ค้างสิ้น
    หัวอกใครได้แค้นในแผ่นดิน        ไม่เดือดดิ้นเท่าพี่กับวันทอง
    คิดอยู่ว่าจะทูลพระพันวษา        เห็นช้ากว่าจะได้มาร่วมห้อง
    จะเป็นความอีกก็ตามแต่ทำนอง        จึงให้ลูกรับน้องมาร่วมเรือน
    จะเป็นตายง่ายยากไม่ยากรัก        จะฟูมฟักเหมือนเมื่ออยู่ในกกลางเถื่อน
    ขอโทษที่พี่ผิดอย่าบิดเบือน        เจ้าเพื่อนเสนหาจงอาลัย
    พี่ผิดพี่ก็มาลุแก่โทษ        จะคุมโกรธคุมแค้นไปถึงไหน
    ความรักพี่ยังรักระงมใจ        อย่าตัดไมตรีตรึงให้ตรอมตาย
    ว่าพลางทางแอบเข้าแนบอก        ประคองยกของสำคัญมั่นหมาย
    เจ้าเนื้อทิพย์หยิบชื่นอารมณ์ชาย        ขอสบายสักหน่อยอย่าโกรธา ฯ
    ๏ ใจน้องมิได้หมองอารมณ์หม่อม        ไม่ตัดใจให้ตรอมเสนหา
    ถ้าตัดรักหักใจแล้วไม่มา        หม่อมอย่าว่าเลยฉันไม่คืนคิด
    ถึงตัวไปใจยังนับอยู่ว่าผัว        น้องนี้กลัวบาปทับเมื่อดับจิต
    หญิงเดียวชายครองเป็นสองมิตร        ถ้ามิปลิดเสียให้เปลื้องไม่ตามใจ
    คราวนั้นเมื่อตามไปกลางป่า        หน้าดำเหมือนหนึ่งทามินหม้อไหม้
    ชนะความงามหน้าดังเทียนชัย        เขาฉุดไปเหมือนลงทะเลลึก
    เจ้าพลายงามตามรับเอากลับมา        ทีนี้หน้าจะดำเป็นน้ำหมึก
    กำเริบใจด้วยเจ้าไวยกำลังฮึก        จะพาแม่ตกลึกให้จำตาย
    มิใช่หนุ่มดอกอย่ากลุ้มกำเริบรัก        เอาความผิดคิดหักให้เหือดหาย
    ถ้ารักน้องป้องปิดให้มิดอาย        ฉันกลับกลายแล้วหม่อมจงฟาดฟัน
    ไปเพ็ดทูลเสียให้ทูลกระหม่อมแจ้ง        น้องจะแต่งบายศรีไว้เชิญขวัญ
    ไม่พักวอนดอกจะนอนอยู่ด้วยกัน        ไม่เช่นนั้นฉันไม่เลยจะเคยตัว ฯ
    ๏ นิจจาใจเจ้าจะให้พี่เจ็บจิต        ดังเอากริชแกะกรีดในอกผัว
    เกรงผิดคิดบาปจึงหลาบกลัว        พี่นี้ชั่วเพราะหมิ่นประมาทความ
    อื่นไกลไหนพี่จะละเล่า        นี่เจ้าว่าดอกจะยั้งไว้ฟังห้าม
    เสียแรงมาว่าวอนจงผ่อนตาม        อย่าหวงห้ามเสนหาให้ช้าวัน
    ว่าพลางคลึงเคล้าเข้าแนบข้าง        จูบพลางทางปลอบประโลมขวัญ
    ก่ายกอดสอดเกี่ยวพัลวัน        วันทองนั้นกั้นกีดไว้ไม่ตามใจ
    พลิกผลักชักชวนให้ชื่นชิด        เบือนบิดแบ่งรักหาร่วมไม่
    สยดสยองพองเสียวแสยงใจ        พระพายพัดมาลัยตลบลอย
    แมลงภู่เฝ้าเคล้าไม่ในไพรชัฎ        ไม่เบิกบานก้านกลัดเกสรสร้อย
    บันดาลคงคาทิพย์กะปริบกะปรอย        พรมพร้อยท้องฟ้านภาลัย
    อสนีครื้นครั่นสนั่นก้อง        น้ำฟ้าหาต้องดอกไม้ไม่
    กระเซ็นรอบขอบสระสมุทรไท        หวิวใจแล้วก็หลับกับเตียงนอน ฯ
    ๏ ครั้นเวลาดึกกำดัดสงัดเงียบ        ใบไม้แห้งแกร่งเกรียบระบุบร่อน
    พระพายพัดเสาวรสขจายขจร        พระจันทรแจ่มแจ้งกระจ่างดวง
    ดุเหว่าเร้าเสียงสำเนียงก้อง        ระฆังฆ้องขานแข่งในวังหลวง
    วันทองน้องนอนนอนสนิทรวง        จิตง่วงระงับสู่ภวังค์
    ฝันว่าพลัดไปในไพรเถื่อน        เลื่อนเปื้อนไม่รู้ที่จะกลับหลัง
    ลดเลี้ยงเที่ยงหลงในดงรัง        ยังมีพยัคฆ์ร้ายมาราวี
    ทั้งสองมองหมอบอยู่ริมทาง        พอนางดั้นป่ามาถึงที่
    โดดตะครุบคาดคั้นในทันที        แล้วฉุดคร่าพารี่ไปในไพร
    สิ้นฝันครั้นตื่นตกประหม่า        หวีดผวากอดผัวสะอื้นไห้
    เล่าความบอกผัวด้วยกลัวภัย        ประหลาดใจน้องฝันพรั่นอุรา
    ใต้เตียงเสียงหนูก็กุกกก        แมลงมุมทุ่มอกที่ริมฝา
    ยิ่งหวาดหวั่นพรั่นตัวกลัวมรณา        ดังวิญญาณ์นางจะพรากไปจากกาย ฯ
    ๏ ครานั้นขุนแผนแสนสนิท        ฟังความตามนิมิตก็ใจหาย
    ครั้งนี้น่าจะมีอันตราย        ฝันร้ายสาหัสตัดตำรา
    พิเคราะห์ดูทั้งยามอัฐกาล        ก็บันดาลฤกษ์แรงเป็นหนักหนา
    มิรู้ที่จะแถลงแจ้งกิจจา        กอดเมียเมินหน้าน้ำตากระเด็น
    จึงแกล้งเพทุบายทำนายไป        ฝันอย่างนี้มิใช่จะเกิดเข็ญ
    เพราะวิตกหมกไหม้จึงได้เป็น        เนื้อเย็นอยู่กับผัวอย่ากลัวทุกข์
    พรุ่งนี้พี่จะแก้เสนียดฝัน        แล้วทำมิ่งสิ่งขวัญให้เป็นสุข
    มิให้เกิดราคีกลียุค        อย่าเป็นทุกข์เลยเจ้าจงเบาใจ ฯ
    ๏ ครั้นว่ารุ่งสางสว่างฟ้า        สุริยาแย้มเยี่ยมเหลี่ยมไศล
    จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงชัย        เนาในพระที่นั่งบัลลังก์รัตน์
    พร้อมด้วยพระกำนัลนักสนม        หมอบประนมเฝ้าแหนแน่นขนัด
    ประจำตั้งเครื่องอานอยู่งานพัด        ทรงเคืองขัดขุนช้างแต่กลางคืน
    แสนถ่อยใครจะถ่อยเหมือนมันบ้าง        ทุกอย่างที่จะชั่วอ้ายหัวลื่น
    เวียนแต่เป็นถ้อยความไม่ข้ามคืน        น้ำยืนหยั่งไม่ถึงยังดึงมา
    คราวนั้นฟ้องกันด้วยวันทอง        นี่มันฟ้องใครอีกอ้ายชาติข้า
    ดำริพลางทางเสด็จยาตรา        ออกมาพระที่นั่งจักรพรรดิ
    พระสูตรรูดกร่างกระจ่างองค์        ขุนนางกราบลงเป็นขนัด
    ทั้งหน้าหลังเบียดเสียดเยียดยัด        หมอบอัดถัดกันเป็นหลั่นไป
    ทอดพระเนตรมาเห็นขุนช้างเฝ้า        เออใครเอาฟ้องมันไปไว้ไหน
    พระหมื่นศรีถวายพลันในทันใด        รับไว้คลี่ทอดพระเนตรพลัน
    พอทรงจบแจ้งพระทัยในข้อหา        ก็โกรธาเคืองขุ่นหุนหัน
    มันเคี่ยวเข็ญทำเป็นอย่างไรกัน        อีวันทองคนเดียวไม่รู้แล้ว
    ราวกับไม่มีหญิงเฝ้าชิงกัน        หรืออีวันทองนั้นมันมีแก้ว
    รูปอ้ายช้างชั่วช้าตาบ้องแบ๊ว        ไม่เห็นแววที่ว่ามันจะรัก
    ใครจะเอาเป็นผัวเขากลัวอาย        หัวหูดูเหมือนควายที่ตกปลัก
    คราวนั้นเป็นความกูถามซัก        ตกหนักอยู่กับเฒ่าศรีประจัน
    วันทองกูสิให้กับอ้ายแผน        ไยแล่นมาอยู่กับอ้ายช้างนั่น
    จมื่นศรีไปเอาตัวมันมาพลัน        ทั้งวันทองขุนแผนอ้ายหมื่นไวย ฯ
    ๏ ฝ่ายพระหมื่นศรีได้รับสั่ง        ถอยหลังออกมาไม่ช้าได้
    สั่งเวรกรมวังในทันใด        ตำราวจในวิ่งตะบึงมาถึงพลัน
    ขึ้นไปบนเรือนพระหมื่นไวย        แจ้งข้อรับสั่งไปขมีขมัน
    ขุนช้างฟ้องร้องฎีกาพระทรงธรรม์        ให้หาทั้งสามทั่นนั้นเข้าไป ฯ
    ๏ ครานั้นวันทองเจ้าพลายงาม        ได้ฟังความคร้ามครั่นหวั่นไหว
    ขุนแผนเรียกวันทองเข้าห้องใน        ไม่ไว้ใจจึงเสกด้วยเวทมนตร์
    สีขี้ผึ้งสีปากกินหมากเวท        ซึ่งวิเศษสารพัดแก้ขัดสน
    น้ำมันพรายน้ำมันจันทน์สรรเสกปน        เคยคุ้มขลังบังตนแต่ไรมา
    แล้วทำผงอิทธิเจเข้าเจิมพักตร์        คนเห็นคนทักรักทุกหน้า
    เสกกระแจะจวงจันทน์น้ำมันทา        เสร็จแล้วก็พาวันทองไป ฯ
    ๏ ครานั้นทองประศรีผู้มารดา        ครั้นได้แจ้งกิจจาไม่นิ่งได้
    เด็กเอ๋ยวิ่งตามมาไวไว        ลงบันไดงันงกตกนอกกชาน
    พลายชุมพลกอดก้นทองประศรี        กูมิใช่ช้างขี่ดอกลูกหลาน
    ลุกขึ้นโขย่งโก้งโค้งคลาน        ซมซานโฮกฮากอ้าปากไป
    ครั้นถึงยั้งอยู่ประตูวัง        ผู้รับสั่งเร่งรุดไม่หยุดได้
    ขุนแผนวันทองพระหมื่นไวย        เข้าไปเฝ้าองค์พระภูมี ฯ
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ช่วย ด้วยนะค๊ๆๆๆ

    ๏ เจ้าวันทองน้องตื่นจากที่นอน        โอนอ่อนวอนไหว้พิไรว่า
    หม่อมน้อยใจหรือที่ไม่เจรจา        ใช่ตัวข้านี้จะงอนค่อนพิไร
    ชอบผิดพ่อจงคิดคะนึงตอง        อันตัวน้องมลทินหาสิ้นไม่
    ประหนึ่งว่าวันทองนี้สองใจ        พบไหนก็เป็นแต่เช่นนั้น
    ที่จริงใจเห็นไปอยู่เรือนอื่น        คงคิดคืนที่หม่อมเป็นแม่นมั่น
    ด้วยรักลูกกรักผัวยังพัวพัน        คราวนั้นก็ไปอยู่เพราะจำใจ
    แค้นคิดด้วยมิตรไม่รักเลย        ยามมีที่เชยเฉยเสียได้
    เสียแรงร่วมทุกข์ยากกันกลางไพร        กินผลไม้ต่างข้าวทุกเพรางาย
    พอได้ดีมีสุขลืมทุกข์ยาก        ก็เพราะหากหม่อมมีซึ่งที่หมาย
    ว่านักก็เครื่องเคืองระคาย        เอ็นดูน้องอย่าให้อายเขาอีกเลย ฯ
    ๏ พี่ผิดจริงแล้วเจ้าวันทอง        เหมือนลืมน้องหลงเลือนทำเชือนเฉย
    ใช่จะเพลิดเพลินชื่นเพราะอื่นเชย        เงยหน้าเถิดจะเล่าอย่าเฝ้าแค้น
    เมื่อติดคุกทุกข์ถึงเจ้าทุกเช้าค่ำ        ต้องกลืนกกล้ำโศกเศร้านั้นเหลือแสน
    ซ้ำขุนช้างคิดคดทำทดแทน        มันดูแคลนว่าพี่นี้ยากยับ
    อาลัยเจ้าเท่ากับดวงชีวีพี่        คิดจะหนีไปตามเอาเจ้ากลับ
    เกรงจะพากันผิดเข้าติดทับ        แต่ขยับอยู่จนได้ไปเชียงอินทร์
    กลับมาหมายว่าจะไปตาม        พอเจ้าไวยเป็นความก็ค้างสิ้น
    หัวอกใครได้แค้นในแผ่นดิน        ไม่เดือดดิ้นเท่าพี่กับวันทอง
    คิดอยู่ว่าจะทูลพระพันวษา        เห็นช้ากว่าจะได้มาร่วมห้อง
    จะเป็นความอีกก็ตามแต่ทำนอง        จึงให้ลูกรับน้องมาร่วมเรือน
    จะเป็นตายง่ายยากไม่ยากรัก        จะฟูมฟักเหมือนเมื่ออยู่ในกกลางเถื่อน
    ขอโทษที่พี่ผิดอย่าบิดเบือน        เจ้าเพื่อนเสนหาจงอาลัย
    พี่ผิดพี่ก็มาลุแก่โทษ        จะคุมโกรธคุมแค้นไปถึงไหน
    ความรักพี่ยังรักระงมใจ        อย่าตัดไมตรีตรึงให้ตรอมตาย
    ว่าพลางทางแอบเข้าแนบอก        ประคองยกของสำคัญมั่นหมาย
    เจ้าเนื้อทิพย์หยิบชื่นอารมณ์ชาย        ขอสบายสักหน่อยอย่าโกรธา ฯ
    ๏ ใจน้องมิได้หมองอารมณ์หม่อม        ไม่ตัดใจให้ตรอมเสนหา
    ถ้าตัดรักหักใจแล้วไม่มา        หม่อมอย่าว่าเลยฉันไม่คืนคิด
    ถึงตัวไปใจยังนับอยู่ว่าผัว        น้องนี้กลัวบาปทับเมื่อดับจิต
    หญิงเดียวชายครองเป็นสองมิตร        ถ้ามิปลิดเสียให้เปลื้องไม่ตามใจ
    คราวนั้นเมื่อตามไปกลางป่า        หน้าดำเหมือนหนึ่งทามินหม้อไหม้
    ชนะความงามหน้าดังเทียนชัย        เขาฉุดไปเหมือนลงทะเลลึก
    เจ้าพลายงามตามรับเอากลับมา        ทีนี้หน้าจะดำเป็นน้ำหมึก
    กำเริบใจด้วยเจ้าไวยกำลังฮึก        จะพาแม่ตกลึกให้จำตาย
    มิใช่หนุ่มดอกอย่ากลุ้มกำเริบรัก        เอาความผิดคิดหักให้เหือดหาย
    ถ้ารักน้องป้องปิดให้มิดอาย        ฉันกลับกลายแล้วหม่อมจงฟาดฟัน
    ไปเพ็ดทูลเสียให้ทูลกระหม่อมแจ้ง        น้องจะแต่งบายศรีไว้เชิญขวัญ
    ไม่พักวอนดอกจะนอนอยู่ด้วยกัน        ไม่เช่นนั้นฉันไม่เลยจะเคยตัว ฯ
    ๏ นิจจาใจเจ้าจะให้พี่เจ็บจิต        ดังเอากริชแกะกรีดในอกผัว
    เกรงผิดคิดบาปจึงหลาบกลัว        พี่นี้ชั่วเพราะหมิ่นประมาทความ
    อื่นไกลไหนพี่จะละเล่า        นี่เจ้าว่าดอกจะยั้งไว้ฟังห้าม
    เสียแรงมาว่าวอนจงผ่อนตาม        อย่าหวงห้ามเสนหาให้ช้าวัน
    ว่าพลางคลึงเคล้าเข้าแนบข้าง        จูบพลางทางปลอบประโลมขวัญ
    ก่ายกอดสอดเกี่ยวพัลวัน        วันทองนั้นกั้นกีดไว้ไม่ตามใจ
    พลิกผลักชักชวนให้ชื่นชิด        เบือนบิดแบ่งรักหาร่วมไม่
    สยดสยองพองเสียวแสยงใจ        พระพายพัดมาลัยตลบลอย
    แมลงภู่เฝ้าเคล้าไม่ในไพรชัฎ        ไม่เบิกบานก้านกลัดเกสรสร้อย
    บันดาลคงคาทิพย์กะปริบกะปรอย        พรมพร้อยท้องฟ้านภาลัย
    อสนีครื้นครั่นสนั่นก้อง        น้ำฟ้าหาต้องดอกไม้ไม่
    กระเซ็นรอบขอบสระสมุทรไท        หวิวใจแล้วก็หลับกับเตียงนอน ฯ
    ๏ ครั้นเวลาดึกกำดัดสงัดเงียบ        ใบไม้แห้งแกร่งเกรียบระบุบร่อน
    พระพายพัดเสาวรสขจายขจร        พระจันทรแจ่มแจ้งกระจ่างดวง
    ดุเหว่าเร้าเสียงสำเนียงก้อง        ระฆังฆ้องขานแข่งในวังหลวง
    วันทองน้องนอนนอนสนิทรวง        จิตง่วงระงับสู่ภวังค์
    ฝันว่าพลัดไปในไพรเถื่อน        เลื่อนเปื้อนไม่รู้ที่จะกลับหลัง
    ลดเลี้ยงเที่ยงหลงในดงรัง        ยังมีพยัคฆ์ร้ายมาราวี
    ทั้งสองมองหมอบอยู่ริมทาง        พอนางดั้นป่ามาถึงที่
    โดดตะครุบคาดคั้นในทันที        แล้วฉุดคร่าพารี่ไปในไพร
    สิ้นฝันครั้นตื่นตกประหม่า        หวีดผวากอดผัวสะอื้นไห้
    เล่าความบอกผัวด้วยกลัวภัย        ประหลาดใจน้องฝันพรั่นอุรา
    ใต้เตียงเสียงหนูก็กุกกก        แมลงมุมทุ่มอกที่ริมฝา
    ยิ่งหวาดหวั่นพรั่นตัวกลัวมรณา        ดังวิญญาณ์นางจะพรากไปจากกาย ฯ
    ๏ ครานั้นขุนแผนแสนสนิท        ฟังความตามนิมิตก็ใจหาย
    ครั้งนี้น่าจะมีอันตราย        ฝันร้ายสาหัสตัดตำรา
    พิเคราะห์ดูทั้งยามอัฐกาล        ก็บันดาลฤกษ์แรงเป็นหนักหนา
    มิรู้ที่จะแถลงแจ้งกิจจา        กอดเมียเมินหน้าน้ำตากระเด็น
    จึงแกล้งเพทุบายทำนายไป        ฝันอย่างนี้มิใช่จะเกิดเข็ญ
    เพราะวิตกหมกไหม้จึงได้เป็น        เนื้อเย็นอยู่กับผัวอย่ากลัวทุกข์
    พรุ่งนี้พี่จะแก้เสนียดฝัน        แล้วทำมิ่งสิ่งขวัญให้เป็นสุข
    มิให้เกิดราคีกลียุค        อย่าเป็นทุกข์เลยเจ้าจงเบาใจ ฯ
    ๏ ครั้นว่ารุ่งสางสว่างฟ้า        สุริยาแย้มเยี่ยมเหลี่ยมไศล
    จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงชัย        เนาในพระที่นั่งบัลลังก์รัตน์
    พร้อมด้วยพระกำนัลนักสนม        หมอบประนมเฝ้าแหนแน่นขนัด
    ประจำตั้งเครื่องอานอยู่งานพัด        ทรงเคืองขัดขุนช้างแต่กลางคืน
    แสนถ่อยใครจะถ่อยเหมือนมันบ้าง        ทุกอย่างที่จะชั่วอ้ายหัวลื่น
    เวียนแต่เป็นถ้อยความไม่ข้ามคืน        น้ำยืนหยั่งไม่ถึงยังดึงมา
    คราวนั้นฟ้องกันด้วยวันทอง        นี่มันฟ้องใครอีกอ้ายชาติข้า
    ดำริพลางทางเสด็จยาตรา        ออกมาพระที่นั่งจักรพรรดิ
    พระสูตรรูดกร่างกระจ่างองค์        ขุนนางกราบลงเป็นขนัด
    ทั้งหน้าหลังเบียดเสียดเยียดยัด        หมอบอัดถัดกันเป็นหลั่นไป
    ทอดพระเนตรมาเห็นขุนช้างเฝ้า        เออใครเอาฟ้องมันไปไว้ไหน
    พระหมื่นศรีถวายพลันในทันใด        รับไว้คลี่ทอดพระเนตรพลัน
    พอทรงจบแจ้งพระทัยในข้อหา        ก็โกรธาเคืองขุ่นหุนหัน
    มันเคี่ยวเข็ญทำเป็นอย่างไรกัน        อีวันทองคนเดียวไม่รู้แล้ว
    ราวกับไม่มีหญิงเฝ้าชิงกัน        หรืออีวันทองนั้นมันมีแก้ว
    รูปอ้ายช้างชั่วช้าตาบ้องแบ๊ว        ไม่เห็นแววที่ว่ามันจะรัก
    ใครจะเอาเป็นผัวเขากลัวอาย        หัวหูดูเหมือนควายที่ตกปลัก
    คราวนั้นเป็นความกูถามซัก        ตกหนักอยู่กับเฒ่าศรีประจัน
    วันทองกูสิให้กับอ้ายแผน        ไยแล่นมาอยู่กับอ้ายช้างนั่น
    จมื่นศรีไปเอาตัวมันมาพลัน        ทั้งวันทองขุนแผนอ้ายหมื่นไวย ฯ
    ๏ ฝ่ายพระหมื่นศรีได้รับสั่ง        ถอยหลังออกมาไม่ช้าได้
    สั่งเวรกรมวังในทันใด        ตำราวจในวิ่งตะบึงมาถึงพลัน
    ขึ้นไปบนเรือนพระหมื่นไวย        แจ้งข้อรับสั่งไปขมีขมัน
    ขุนช้างฟ้องร้องฎีกาพระทรงธรรม์        ให้หาทั้งสามทั่นนั้นเข้าไป ฯ
    ๏ ครานั้นวันทองเจ้าพลายงาม        ได้ฟังความคร้ามครั่นหวั่นไหว
    ขุนแผนเรียกวันทองเข้าห้องใน        ไม่ไว้ใจจึงเสกด้วยเวทมนตร์
    สีขี้ผึ้งสีปากกินหมากเวท        ซึ่งวิเศษสารพัดแก้ขัดสน
    น้ำมันพรายน้ำมันจันทน์สรรเสกปน        เคยคุ้มขลังบังตนแต่ไรมา
    แล้วทำผงอิทธิเจเข้าเจิมพักตร์        คนเห็นคนทักรักทุกหน้า
    เสกกระแจะจวงจันทน์น้ำมันทา        เสร็จแล้วก็พาวันทองไป ฯ
    ๏ ครานั้นทองประศรีผู้มารดา        ครั้นได้แจ้งกิจจาไม่นิ่งได้
    เด็กเอ๋ยวิ่งตามมาไวไว        ลงบันไดงันงกตกนอกกชาน
    พลายชุมพลกอดก้นทองประศรี        กูมิใช่ช้างขี่ดอกลูกหลาน
    ลุกขึ้นโขย่งโก้งโค้งคลาน        ซมซานโฮกฮากอ้าปากไป
    ครั้นถึงยั้งอยู่ประตูวัง        ผู้รับสั่งเร่งรุดไม่หยุดได้
    ขุนแผนวันทองพระหมื่นไวย        เข้าไปเฝ้าองค์พระภูมี ฯ
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ช่วยแปลบทความนี้ให้หน่อยนะค่ะ รีบส่งงานมากค่ะ !!!!

    " ชอบผิดพ่อจงคิดคะนึงตรอง
    อันตัวน้องมลทินหาสิ้นไม่
    ประหนึ่งว่าวันทองนี้สองใจ
    พบไหนก็เป็นแต่เช่นนั้น
    ที่จริงใจถึงไปอยู่เรือนอื่น
    คงคิดคืนที่หม่อมเป็นแม่นมั่น
    ด้วยรักลุกรักผัวยังพัวพัน
    คราวนั้นก็ไปอยู่เพราะจำใจ "

    ด่วนเลยนะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ :)
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทำหลังเที่ยงคืนเท่านั้น

    2.จุดธูปไว้หัวนอน3ดอก

    3.นอนหลับตาแล้วตั้งสมาธิให้ดี

    4.นึกถึงที่ๆเราจะไปเปนอันดับแรก

    5.กลั้นหายใจ10วินาที

    6.จาดนั้นคุณก้อจะไปในที่ที่คุณต้องการ

    7.เมื่อคุณรูสึกว่ากลิ่นธูปเริ่มหายไปให้มองหาแสงสีขาวแล้วเดินเข้าไป

    8.ถ้าคุณกลับไปไม่ทันคุณจะกลับไปไม่ได้อีกเลย

    9.ถ้าทำเกิน2ครั้งอายุของคุณจะสั้นครั้งละไป99วัน

    ใครที่อ่านแล้วคิดดูให้ดีน่ะถ้าอยากจะสนุกก้อต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนและนั่น ก้อหมายถึงชีวิตของคุณเองนั้นแหละได้มาจากคัมภีย์เขมรโบราณ

    คำเตือน ผู้ใดที่อ่านแล้วต้องนำไปโพสต่ออีก5ครั้งไม่งั้นอีก7วันต่อไปคุณจะมีอันเป็น ไปมีเรื่องของการถอดวิญญาณเพื่อออกจากร่างและคุณจะไปได้ทุกที่ๆต้องการ
    ….ขอโทษนะ คือเราไปอ่านกระทู้มา เจอแล้วกลัวอ่ะ
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ช่วยแปลหน่อยคัฟ

    จะกล่าวถึงเจ้าจอมหม่อมขุนช้าง   นอนครางหลับกรนอยู่ป่นเปื้อน
    อัศจรรย์ฝันแปรแชเชือน                  ว่าขี้เรื้อนขึ้นตัวทั่วทั้งนั้น
    หาหมอมารักษายาเข้าปรอท           มันกินปอดตับไตออกไหลหลั่น
    ทั้งไส้น้อยไส้ใหญ่แลไส้ตัน            ฟันฟางก็หักจากปากตัว
    ตกใจตื่นผวาคว้าวันทอง                 ร้องว่าแม่คุณแม่ช่วยผัว
    ลุกขึ้นงกงันตัวสั่นรัว                       ให้นึกกลัวปรอทจะตอดตาย
    ลืมตาเหลียวหาเจ้าวันทอง             ไม่เห็นน้องห้องสว่างตะวันสาย
    ผ้าผ่อนล่อนแก่นไม่ติดกาย             เห็นม่านขาดเรี่ยรายประหลาดใจ
    ตะโกนเรียกในห้องวันทองเอ๋ย      หาขานรับเช่นเคยสักคำไม่
    ทั้งข้าวของมากมายก็หายไป        ปากประตูเปิดไว้ไม่ใส่กลอน
    พลางเรียกหาข้าไทอยู่ว้าวุ่น          อีอุ่นอีอิ่มอีฉิมอีสอน
    อีมีอีมาอีสาคร                                 นิ่งนอนไยหวามาหากู
    บ่าวผู้หญิงวิ่งไปอยู่งกงัน              เห็นนายนั้นแก้ผ้ากางขาอยู่
    ต่างคนทรุดนั่งบังประตู                ตกตะลึงแลดูไม่เข้ามา
    ขุนช้างเห็นข้าไม่มาใกล้               ขัดใจลุกขึ้นทั้งแก้ผ้า
    แหงนเถ่อเป้อปังยืนจังกา              ย่างเท้าก้าวมาไม่รู้ตัว
    ยายจันงันงกยกมือไหว้                นั่นพ่อจะไปไหนพ่อทูนหัว
    ไม่นุ่งผ่อนนุ่งผ้าดูน่ากลัว            ขุนช้างมองดูตัวก็ตกใจ
    สองมือปิดขาเหมือนท่าเปรต     ใครมาเทศน์เอาผ้ากูไปไหน
    ให้นึกอดสูหมู่ข้าไท                     ยายจันไปเอาผ้าให้ข้าที
    ยายจันตกใจเต็มประดา               เข้าไปฉวยผ้าเอามาคลี่              
    หยิบยื่นส่งให้ไปทันที                   เมินหนีอดสูไม่ดูนาย
    ขุนช้างตัวสั่นบอกบ่าวไพร่         วันทองไปไหนอย่างไรหาย
    เอ็งไปดูให้รู้ซึ่งแยบคาย               พบแล้วอย่าวุ่นวายให้เชิญมา ฯ

    ขอบคุณคัฟ
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    "ช่วยถอดความประพันธ์ให้หน่อยนะค่ะ ขอด่วน ๆ ค่ะ"

    ๏ ครั้นว่ารุ่งสางสว่างฟ้า สุริยาแย้มเยี่ยมเหลี่ยมไศล
    จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงชัย เนาในพระที่นั่งบัลลังก์รัตน์
    พร้อมด้วยพระกำนัลนักสนม หมอบประนมเฝ้าแหนแน่นขนัด
    ประจำตั้งเครื่องอานอยู่งานพัด ทรงเคืองขัดขุนช้างแต่กลางคืน
    แสนถ่อยใครจะถ่อยเหมือนมันบ้าง ทุกอย่างที่จะชั่วอ้ายหัวลื่น
    เวียนแต่เป็นถ้อยความไม่ข้ามคืน น้ำยืนหยั่งไม่ถึงยังดึงมา
    คราวนั้นฟ้องกันด้วยวันทอง นี่มันฟ้องใครอีกอ้ายชาติข้า
    ดำริพลางทางเสด็จยาตรา ออกมาพระที่นั่งจักรพรรดิ
    พระสูตรรูดกร่างกระจ่างองค์ ขุนนางกราบลงเป็นขนัด
    ทั้งหน้าหลังเบียดเสียดเยียดยัด หมอบอัดถัดกันเป็นหลั่นไป
    ทอดพระเนตรมาเห็นขุนช้างเฝ้า เออใครเอาฟ้องมันไปไว้ไหน
    พระหมื่นศรีถวายพลันในทันใด รับไว้คลี่ทอดพระเนตรพลัน
    พอทรงจบแจ้งพระทัยในข้อหา ก็โกรธาเคืองขุ่นหุนหัน
    มันเคี่ยวเข็ญทำเป็นอย่างไรกัน อีวันทองคนเดียวไม่รู้แล้ว
    ราวกับไม่มีหญิงเฝ้าชิงกัน หรืออีวันทองนั้นมันมีแก้ว
    รูปอ้ายช้างชั่วช้าตาบ้องแบ๊ว ไม่เห็นแววที่ว่ามันจะรัก
    ใครจะเอาเป็นผัวเขากลัวอาย หัวหูดูเหมือนควายที่ตกปลัก
    คราวนั้นเป็นความกูถามซัก ตกหนักอยู่กับเฒ่าศรีประจัน
    วันทองกูสิให้กับอ้ายแผน ไยแล่นมาอยู่กับอ้ายช้างนั่น
    จมื่นศรีไปเอาตัวมันมาพลัน ทั้งวันทองขุนแผนอ้ายหมื่นไวย ฯ
  21. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ช่วยถอดคำประพันธ์ให้หน่อยนะค่ะ
    ๏ พี่ผิดจริงแล้วเจ้าวันทอง        เหมือนลืมน้องหลงเลือนทำเชือนเฉย
    ใช่จะเพลิดเพลินชื่นเพราะอื่นเชย        เงยหน้าเถิดจะเล่าอย่าเฝ้าแค้น
    เมื่อติดคุกทุกข์ถึงเจ้าทุกเช้าค่ำ        ต้องกลืนกกล้ำโศกเศร้านั้นเหลือแสน
    ซ้ำขุนช้างคิดคดทำทดแทน        มันดูแคลนว่าพี่นี้ยากยับ
    อาลัยเจ้าเท่ากับดวงชีวีพี่        คิดจะหนีไปตามเอาเจ้ากลับ
    เกรงจะพากันผิดเข้าติดทับ        แต่ขยับอยู่จนได้ไปเชียงอินทร์
    กลับมาหมายว่าจะไปตาม        พอเจ้าไวยเป็นความก็ค้างสิ้น
    หัวอกใครได้แค้นในแผ่นดิน        ไม่เดือดดิ้นเท่าพี่กับวันทอง
    คิดอยู่ว่าจะทูลพระพันวษา        เห็นช้ากว่าจะได้มาร่วมห้อง
    จะเป็นความอีกก็ตามแต่ทำนอง        จึงให้ลูกรับน้องมาร่วมเรือน
    จะเป็นตายง่ายยากไม่ยากรัก        จะฟูมฟักเหมือนเมื่ออยู่ในกกลางเถื่อน
    ขอโทษที่พี่ผิดอย่าบิดเบือน        เจ้าเพื่อนเสนหาจงอาลัย
    พี่ผิดพี่ก็มาลุแก่โทษ        จะคุมโกรธคุมแค้นไปถึงไหน
    ความรักพี่ยังรักระงมใจ        อย่าตัดไมตรีตรึงให้ตรอมตาย
    ว่าพลางทางแอบเข้าแนบอก        ประคองยกของสำคัญมั่นหมาย
    เจ้าเนื้อทิพย์หยิบชื่นอารมณ์ชาย        ขอสบายสักหน่อยอย่าโกรธา ฯ
    ๏ ใจน้องมิได้หมองอารมณ์หม่อม        ไม่ตัดใจให้ตรอมเสนหา
    ถ้าตัดรักหักใจแล้วไม่มา        หม่อมอย่าว่าเลยฉันไม่คืนคิด
    ถึงตัวไปใจยังนับอยู่ว่าผัว        น้องนี้กลัวบาปทับเมื่อดับจิต
    หญิงเดียวชายครองเป็นสองมิตร        ถ้ามิปลิดเสียให้เปลื้องไม่ตามใจ
    คราวนั้นเมื่อตามไปกลางป่า        หน้าดำเหมือนหนึ่งทามินหม้อไหม้
    ชนะความงามหน้าดังเทียนชัย        เขาฉุดไปเหมือนลงทะเลลึก
    เจ้าพลายงามตามรับเอากลับมา        ทีนี้หน้าจะดำเป็นน้ำหมึก
    กำเริบใจด้วยเจ้าไวยกำลังฮึก        จะพาแม่ตกลึกให้จำตาย
    มิใช่หนุ่มดอกอย่ากลุ้มกำเริบรัก        เอาความผิดคิดหักให้เหือดหาย
    ถ้ารักน้องป้องปิดให้มิดอาย        ฉันกลับกลายแล้วหม่อมจงฟาดฟัน
    ไปเพ็ดทูลเสียให้ทูลกระหม่อมแจ้ง        น้องจะแต่งบายศรีไว้เชิญขวัญ
    ไม่พักวอนดอกจะนอนอยู่ด้วยกัน        ไม่เช่นนั้นฉันไม่เลยจะเคยตัว ฯ
  22. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทำหลังเที่ยงคืนเท่านั้น

    2.จุดธูปไว้หัวนอน3ดอก

    3.นอนหลับตาแล้วตั้งสมาธิให้ดี

    4.นึกถึงที่ๆเราจะไปเปนอันดับแรก

    5.กลั้นหายใจ10วินาที

    6.จาดนั้นคุณก้อจะไปในที่ที่คุณต้องการ

    7.เมื่อคุณรูสึกว่ากลิ่นธูปเริ่มหายไปให้มองหาแสงสีขาวแล้วเดินเข้าไป

    8.ถ้าคุณกลับไปไม่ทันคุณจะกลับไปไม่ได้อีกเลย

    9.ถ้าทำเกิน2ครั้งอายุของคุณจะสั้นครั้งละไป99วัน

    ใครที่อ่านแล้วคิดดูให้ดีน่ะถ้าอยากจะสนุกก้อต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนและนั่น ก้อหมายถึงชีวิตของคุณเองนั้นแหละได้มาจากคัมภีย์เขมรโบราณ

    คำเตือน ผู้ใดที่อ่านแล้วต้องนำไปโพสต่ออีก5ครั้งไม่งั้นอีก7วันต่อไปคุณจะมีอันเป็น ไปมีเรื่องของการถอดวิญญาณเพื่อออกจากร่างและคุณจะไปได้ทุกที่ๆต้องการ
    ….ขอโทษนะ คือเราไปอ่านกระทู้มา เจอแล้วกลัวอ่ะ
  23. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไม่ค่อยเข้าใจเลยครับ ว่าทำกันยังไงประมาณว่า แปลพอเข้าใจหรือเปล่า
  24. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    24
    guest
    เบียร์
    เบียร์ 202.29.181.177