อยากเก่งภาษาอังกฤษทำไงดี ?????

ความคิดเห็น

32

ติดตามกระทู้

20

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
2

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด


อยากเก่งภาษาอังกฤษน่ะค่ะ
ตอนนี้อยู่มอหกแล้ว แต่ความรู้ยังถือว่าพื้นฐานมากเลย

อยากเก่งเพื่อนำไปใช้สอบกับใช้ในชีวิตประจำวัน
อยากเก่งสี่ทักษะทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน
ตอนนี้กำลังฟังเพลงสากลฝึกแปล แล้วก็ดูหนัง
ลองทำข้อสอบอยู่บ้าง (แต่ก็มึนๆ เพราะแปลไม่รู้เรื่องเอง)

เราอยากฝึกด้วยตัวเองค่ะ ไม่อยากเรียนพิเศษ
เพราะตอนนี้ที่บ้านค่อนข้างมีปัญหาเรื่องการใช้จ่าย
ช่วยให้คำปรึกษาเราหน่อยนะคะทุกคน
ไม่ว่่าจะเป็นเพื่อนๆ รุ่นน้องหรือรุ่นพี่
ขอบคุณล่วงหน้าค่า


 



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 มิถุนายน 2555 / 22:29

PS.  tiamo_nitata :: เมื่อไหร่จะเปิดเทอมน้า~ คิดถึง...

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 30 มกราคม 2556 เวลา 15:53 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

32

ติดตามกระทู้

20

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
2
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    http://www.antimoon.com/other/englishclass.htm

    องแปลคำในนี้ดูครับ มันจะบอกทุกอย่าง 

    1. เเปลจากเว็บที่ให้ http://www.antimoon.com/other/englishclass.htm (ถูกป่าวไม่รู้)

      ทำไมเราไม่ชอบเรียนภาษาอังกฤษ

      ชั้นเรียนภาษาอังกฤษเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดที่คนเรียนภาษาอังกฤษ พวกเขาจึงเป็นที่น่าอัศจรรย์ที่นิยมที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเกี่ยวกับวิธีการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ กระบวนการนี​​้เป็นกระบวนการอัตโนมัติ: ฉันต้องการที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อให้ฉันลงทะเบียนเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ ผมจะจ่ายเงินบางส่วนนั่งในชั้นเรียนไม่กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์และฉันจะได้รับภาษาอังกฤษดี

      นี้เป็นที่น่าแปลกใจมากเพราะชั้นเรียนภาษาอังกฤษเป็นวิธีที่ดีมากของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เราได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตของเราในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ (ในโรงเรียนมัธยมวิทยาลัยและโรงเรียนสอนภาษา) และเรารู้ว่าพวกเขาเป็นเหมือน ด้วยความรู้ของเราของการเรียนภาษาอังกฤษและหลักสูตรที่เราจะต้องแปลกใจถ้าเราได้พบคนที่ได้เรียนรู้ที่จะพูดภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีโดยไปที่ชั้นเรียนภาษาอังกฤษ

      หากคุณเข้าเรียนภาษาอังกฤษคุณใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่พวกเขา บ่อยครั้งที่คุณยังใช้จ่ายจำนวนมากของเงินของคุณ สิ่งใดที่คุณได้รับสำหรับเวลาและเงินของคุณ นี่คือสิ่งที่คุณสามารถทำในชั้นเรียนภาษาอังกฤษ:

      ฟังภาษาอังกฤษไม่ดีบางอย่าง การออกเสียงไวยากรณ์และคำศัพท์ของนักเรียนคนอื่น ๆ (และบางครั้งครูด้วย) จะไม่ดี บางครั้งไม่ดีเท่านี้หรือแย่ลง แน่นอนฟังคนเหล่านี้จะไม่ทำให้ภาษาอังกฤษของคุณดีขึ้น
      พูดห้าประโยคในภาษาอังกฤษ โดยปกติจะมี 10-20 นักเรียนในชั้นเรียนเพื่อให้มีเวลาน้อยสำหรับคุณที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ ชั้นเรียนภาษาอังกฤษปกติมีการพูดฝึกพูดน่าสงสารมาก (ชั้นเรียนสนทนาจะดีกว่า.)
      อ่านตำราที่น่าเบื่อ เกือบทั้งหมดครูสอนภาษาอังกฤษใช้ตำรา อยากรู้ว่าทำไม? เพราะมันทำให้งานของพวกเขาง่ายขึ้น พวกเขาไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับทุกระดับ พวกเขาเพียงแค่ทำหน่วยต่อไปในหนังสือเล่มนี้ ตำราเรียนทำให้การเรียนการสอนง่าย และพวกเขาก็ทำให้การเรียนที่น่าเบื่อและไม่ได้ผล คุณจะต้องอ่านเรื่องราวโง่เกี่ยวกับไมเคิลแจ็คสันหรือหญิงที่อาศัยอยู่ในป่าแอฟริกันเป็นเวลาสองปี แล้วคุณจะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับพวกเขาและพูดคุยเกี่ยวกับพวกเขากับนักเรียนคนอื่น นี่คือการกระทำที่โง่เขลา! ทั้งหมดเรื่องไร้สาระที่คุณไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันจะทำให้คุณคิดว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นที่น่าเบื่อ
      ฟังกฎไวยากรณ์ไม่กี่เช่น "เครียดอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันจะใช้สำหรับการพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป" การเรียนรู้กฎไวยากรณ์เป็นสิ่งที่โง่ที่สุดที่คุณสามารถทำได้ ด้วยเหตุผลสองประการคือ 1) มันเป็นไปไม่ได้ที่จะจดจำหลายร้อยคนเหล่านั้นทั้งหมดของกฎไวยากรณ์ต่อไป 2) เมื่อพูดภาษาอังกฤษคุณไม่ได้มีเวลาที่จะคิด: "สิ่งที่เครียดฉันควรใช้? ลองมาดูกัน ... ฉันต้องการที่จะนำเสนอความคิดของการดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันดังนั้นฉันควรใช้ตึงเครียดที่สมบูรณ์แบบในปัจจุบัน. "คุณต้องการที่จะใช้ภาษาอังกฤษของคุณอย่างเป็นธรรมชาติ กฎไวยากรณ์อาจปรับปรุงคะแนนของคุณในการทดสอบ แต่พวกเขาไม่ได้พัฒนาภาษาอังกฤษของคุณ
      ทำแบบฝึกหัดไวยากรณ์บาง หลังจากที่พูดคุยเกี่ยวกับกฎไวยากรณ์ครูมักจะให้คุณออกกำลังกายบางอย่างเช่นหรือหลายทางเลือกเติมช่องว่างการทดสอบ แบบฝึกหัดไวยากรณ์มีสองฟังก์ชั่น: 1) พวกเขาให้ท่านทบทวนหลักเกณฑ์ไวยากรณ์, 2) พวกเขาทดสอบภาษาอังกฤษของคุณ ฟังก์ชั่นแรกจะไม่ได้ผลเพราะกฎไวยากรณ์จะไร้ประโยชน์ (ดูส่วนก่อนหน้านี้) ฟังก์ชั่นที่สองของการทดสอบจะถูกถ้าคุณต้องการเปรียบเทียบความรู้ของคุณกับคนอื่น ๆ แต่การทดสอบไม่ได้สอนภาษาอังกฤษใด ๆ
      รับมอบหมายการบ้าน บ้านมักจะออกกำลังกายไวยากรณ์ (ดูส่วนก่อนหน้านี้) หรือองค์ประกอบ เรื่องขององค์ประกอบมักจะเป็นสิ่งที่คุณไม่สนใจเกี่ยวกับ ตัวอย่าง: ความเห็นของคุณเกี่ยวกับสุภาษิต "เลือดข้นกว่าน้ำ", มันเป็นที่ดีที่จะมีชื่อเสียง สิ่งที่ไร้สาระ ทำสิ่งที่น่าเบื่อไม่ได้ไปช่วยให้ภาษาอังกฤษของคุณ มันจะลดแรงจูงใจของคุณ
      ชั้นเรียนภาษาอังกฤษไม่ได้จะสอนการออกเสียงที่ดี (ซึ่งเป็นเพียงสิ่งที่จำเป็นสำหรับการสื่อสาร) ครูส่วนใหญ่สมบูรณ์ไม่สนใจมันเพราะบางครั้งการออกเสียงของตัวเองไม่ดี ครูบางคนจะแก้ไขข้อผิดพลาดของคุณเมื่อคุณพูด แต่ครูจำนวนน้อยมากที่จะบอกคุณว่าคุณสามารถหลีกเลี่ยงการทำผิดพลาดเหมือนเดิมอีกครั้ง ครูน้อยมากที่จะบอกคุณเกี่ยวกับเสียงของภาษาอังกฤษและวิธีการใช้พจนานุกรมในการเรียนรู้เกี่ยวกับการออกเสียงของคำ

      ครูส่วนใหญ่จะไม่แนะนำให้คุณอ่านในภาษาอังกฤษที่จะซื้อพจนานุกรมภาษาอังกฤษภาษาอังกฤษที่ดีเพื่อฟังการบันทึกภาษาอังกฤษด้วยตัวคุณเอง พวกเขาก็จะทำตำราเรียนและการออกกำลังกายของพวกเขาในนั้น ถ้าอาจารย์ของคุณจะแตกต่างกันคุณโชคดี

      นี่คือสิ่งที่มากที่สุดในชั้นเรียนภาษาอังกฤษมีลักษณะเหมือน คิดเกี่ยวกับชั้นเรียนของคุณ ถ้าพวกเขาเป็นเช่นนั้น - น่าเบื่อและไม่ได้ผล - แล้วคุณจะเป็นเพียงการเสียเวลาของคุณ (ไม่ต้องกังวล: คุณไม่ได้อยู่คนเดียวคนหลายล้านคนทั่วโลกเสียเวลาของพวกเขาโดยไปที่ชั้นเรียนภาษาอังกฤษถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้พัฒนาภาษาอังกฤษของพวกเขา..)

      คุณสามารถแทนที่การเรียนไม่ได้ผลและน่าเบื่อกับสิ่งที่น่าสนใจซึ่งจริงๆจะปรับปรุงภาษาอังกฤษของคุณ:

      แทนการฟังภาษาอังกฤษไม่ดีในห้องเรียนเปิดโทรทัศน์ของคุณและดูซีเอ็นเอ็นนานาชาติหรืออีกช่องทางภาษาอังกฤษ คุณจะได้รับจำนวนมากของประโยคที่สมบูรณ์แบบในภาษาอังกฤษที่ดีเยี่ยม
      แทนการนั่งเป็นเวลาสองชั่วโมงที่จะบอกว่าห้าประโยคในภาษาอังกฤษลงทะเบียนเรียนการสนทนากับเจ้าของภาษา หรือเริ่มพูดภาษาอังกฤษกับเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ
      แทนที่จะทำงานกับตำราเรียนที่น่าเบื่ออ่านสิ่งที่น่าสนใจ มีจำนวนมากดังนั้นตำราที่น่าสนใจในภาษาอังกฤษ! ท่องไปยังเว็บไซต์ที่เป็นภาษาอังกฤษบนเว็บ อ่านหนังสือที่ดีในภาษาอังกฤษ เพียงแค่อ่านสิ่งที่คุณสนใจ บางสิ่งบางอย่างที่จะไม่เจาะคุณไปสู่​​ความตาย
      แทนการท่องจำกฎไวยากรณ์และทำแบบฝึกหัดไวยากรณ์การอ่านและการฟังภาษาอังกฤษ อินพุตเป็นวิธีเดียวที่จะเรียนรู้ที่น่าประทับใจ, อังกฤษธรรมชาติ
      แทนการเขียนเรียงความเกี่ยวกับเรื่องที่อาจารย์ของคุณให้คุณเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่คุณดูแลเกี่ยวกับ ยกตัวอย่างเช่นการเขียนบางอีเมลในภาษาอังกฤษ อย่าเขียนสำหรับครูของคุณ - เขียนด้วยตัวคุณเอง!
      สู้สู้
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ฟัง   -   ให้ดูหนังฝรั่ง แบบซับอังกฤษและก็ไม่มีซับด้วยครับ จะทำให้เรารู้ว่าเขาพูดว่าอะไร แรกๆอาจฟังแบบมีซับฝรั่งไปก่อน จะได้รู้ว่า ที่เขาพูดแบบ บลา บลา บลา นั้นเขาพูดว่าอะไร ช่วงนี้อาจใช้เวลามากหน่อย เป็นเดือน ขึ้นอยู่กับว่าเราฟังมากแค่ไหน   ฟังวิทยุก็ได้

     ข้อควรระวังคือ ภาษาอังกฤษจะมี 2 แบบคือ สำเนียงอเมริกัน กับสำเนียงบริทิช ช่วงที่ฟังไม่รู้เรื่อง จะแยกไม่ออกว่าอันไหนอเมริกัน อันไหนบริทิช แต่ถ้าเราฟังรู้เรื่องแล้ว จะฟังออกและแยกออกทันทีว่าอันไหนอเมริกัน อันไหนบริทิช    ส่วนโรงเรี่ยนภาษาอังกฤษและการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยนั้น จะเป็นการสอนแบบบริทิช เพราะเรารับอิทธิพลมาจากอังกฤษมากสมัยก่อน ครูส่วนใหญ่ก็จะมาจากอังกฤษ

    พูด   -   ส่วนนี้ค่อนข้างยาก เพราะการพูดให้คล่องคือการพูดกับคนที่ใช้ภาษานั้นๆบ่อยๆและใช้เป็นชีวิตประจำวัน แต่มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยถ้าอยู่เมืองไทย วิธีการคือ  เวลาดูหนัง ให้เราหัดพูดตามหนัง พูดตามทั้งๆที่ฟังไม่รู้เรื่องนั่นแหละ ถ้าเขาพูดเร็วก็ให้พูดเร็วตาม มันจะทำให้ลิ้นเราเริ่มปรับและจะเร่งทักษะการฟังด้วย  การเล่นเว็บไซต์หาเพื่อนฝรั่งแล้วก็เปิดกล้องคุยกัน จะทำให้เราได้คุยกับเจ้าขนองภาษาที่แท้จริง เช่น โปรแกรม แคมฟรอก ให้เข้าห้องโซน General แล้วก็ลองหาเพื่อนคุยดู หรือไม่ก็้เว็บ interpal.net ถ้าจำไม่ผิด จะหาเพื่อนได้จากทั่วโลกเลยครับ


    อ่าน   -   มีวิธีเดียวคือ ต้องอ่านเยอะๆ เช่น หนังสือพิมพ์ บางกอกโพส ก็ถือว่าดีพอสมควร หรือบทความทางอินเตอร์เน็ต เวลาเราฝึกอ่าน ไม่ต้องสนใจคำศัพท์ที่เราไม่รู้ วิธีการอ่านให้รู้เรื่อง มีวิธีคือ รอบแรก skim and scan คือการอ่านหัวข้อ และมองทั้งบทความคร่าวๆแบบเร็วๆ พอจะรู้ว่าบทความนี้พูดถึงอะไร  อ่านรอบที่สองคือ ให้อ่านประโยคแรกของย่อหน้าแรก นี่จะเป็นประโยคที่จะบอกว่าทั้งบทความจะพูดถึงอะไร และให้อ่านประโยคสุดท้ายของย่อหน้าสุดท้าย มันจะสรุปบทความทั้งหมด อ่าน 2 รอบ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที จะทำให้เรารู้มากขึ้นว่าเขาพูดถึงอะไร การอ่านรอบที่สามคือ อ่านทุกคำทีละย่อหน้า และขีดเส้นใต้คำที่ไม่รู้ การแปลให้แปลทีละประโยค คำไหนที่ไม่รู้ ยังไม่ต้องเปิดดิก ให้ลองใช้คำอื่นในประโยคช่วยเดาว่าคำที่ไม่รู้แปลว่าอะไร และแปลทั้งประโยค แต่ถ้ายังไม่รู้ ก็ให้เปิดดิกได้  นี่คือวิธีการฝึกการอ่านที่ผมใช้


    จะบอกอีกอย่างคือ บทความภาษาอังกฤษและโครงสร้างของบทความจะไม่เหมือนของเมืองไทย เขาจะแบ่งเป็นสามส่วนใหญ่ๆค่อ บทนำ เนื้อหา และสรุป ประโยคแรกของแต่ละย่อหน้าจะเป็นประโยคที่จะบอกว่าย่อหน้านั้นๆจะพูดถึงอะไร และประโยคสุดท้ายของแต่ละย่อหน้าจะสรุปเนื้อหาของย่อหน้านั้นๆ และย่อหน้าแรกของบทความจะกล่าวนำทั้งบทความ และย่อหน้าสุดท้ายจะสรุปทั้งบทความ 




    เขียน   -   วิธีนี้ก็ให้เราฝึกเขียนโดยการ หาหนังสือ ไวยากรณ์และฝึกเขียนประโยคตามหนังสือ การจะเขียนให้ถูก ต้องรู้ไวยากรณ์ครับ ถือว่ายากพอสมควร การ แชทกับเพื่อนทางเน็ตก็ช่วยได้ในระดับนึง เพราะจะทำให้เราได้ฝึกพิมพ์ ได้พูดคุยภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา ทำให้เรารู้ว่าเขาเข้าใจหรือไม่

    การแชท จะแตกต่างจากการอ่านหนังสือและหัดเขียนตรงทีว่า การแชทนั้น จะได้ภาษาอย่างไม่เป็นทางการ เขาจะใช้คำย่อกัน หรือไม่ก็ไม่ถูกไวยากรณ์ เช่น เวลาเจอกันก็บอก Hi, wb เราก็จะงงว่า wb เนี่ยมันคืออะไร  พอลองไปหาในกูเกิล ก็จะแปลว่า welcome back คือ ต้อนรับกลับมา หรือ กลับมาแล้วหรอ? บางทีเขาพูดมาว่า WTF ก็มาจาก what the F..CK แปลว่า อะไรวะนั่น บางทีบางคนจะใช้คำว่า What da fck ก็มี


    ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเรื่องอะไร ถ้าเราอยากได้มันจริงๆ ต้องอยู่กับมมันให้บ่อยที่สุด คือการฝึกให้บ่อยที่สุดเท่าที่เราจะทำให้ และเราจะพิชิตมัน
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    พอดีมีเพื่อนแนะนำมาน่ะ ลองเข้าไปดู หวังว่าคงช่วยได้บ้างนะ : D

    http://www.bbc.co.uk/worldservice/learningenglish/language/
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เลิกเล่นคอม ไปอ่านหนังสือซะช่วยได้ดีมาก
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    จะให้อ่านได้ดีต้องรู้จักสะกดคำก่อน ลองฝึกสะกดคำง่ายๆดูก่อนจากนันก็เริ่มพลิกแพลงเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ชิน ส่วนพูดก็แนะนำให้ร้องเพลภาษาอังกฤษบ่อยๆ เขียนก็ต้องฝึกท่องการสะกดศัพท์ไปเรื่อยๆ วันละสองสามคำ แล้วลองให้เพื่อนพูดศัพท์มาหนึ่งศัพท์แล้วเขียนตามเพื่อนบอก ส่วนทักษะการฟังแนะนำให้ดูหนังแบบซับก่อน จากนั้นพอเริ่มได้มานิดหน่อยแล้ว แนะนำว่าอย่าอ่านซับพอดูมากๆฟังมากๆเราก็จะเริ่มชินและเริ่มแยกเสียงออกได้ เมื่อก่อนเราเกลียดภาษาอังกฤษมากมาย แต่คุณแม่ให้ฝึกแบบนี้ทุกวันจนตอนนี้เก่งขึ้นมากแล้ว เริ่มเถียงกับเจ้าของภาษาได้ ด่าได้และรู้สึกสนุกมากๆเวลาพูด >< 
    PS.  เย้...(เย้ทำไม) มามะมากอดกัน (นอกเรื่องใหญ่)
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณทุกความเห็นมากเลยค่า
    คห. 4 คะ เอิ่ม...เราแวะมาหาข้อมูลเองค่า
    PS.  tiamo_nitata :: เมื่อไหร่จะเปิดเทอมน้า~ คิดถึง...
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    หนูก็ไม่ใช่คนเก่งอะไรนะคะ ทางบ้านค่อนข้างมีปัญหาทางด้านการเงิน ฐานะทางบ้านก็ไม่ดี
    แต่หนูชอบภาษาอังกฤษมาก แม้เรียนไม่ค่อยรู้เรื่องแต่พอเจอคาบภาษาอังกฤษ หนูสู้ตายค่ะ 555
    หนูก็พอมีพื้นฐานบ้างนะคะพี่ หนูฟังเพลงสากล คือ เริ่มจากศิลปินที่เราชอบ จากนั้นก็ไปหาเนื้อเพลงมาร้องจนขึ้นใจ(แต่ยังไม่แปลนะคะ)จากนั้นพอร้องได้ขึ้นใจก็จะเริ่มแปลเลย(ไม่ได้ดูดิกชันนารี)เอาพอที่ทำได้ จากนั้นก็ไปพาคำแปลของเนื้อเพลงค่ะ ว่าถูกหรือเปล่า (ส่วนใหญ่ก็เกือบเหมือนค่ะ55)

    แล้วก็แบ่งเวลาหนึ่งวันสัก 1 ชั่วโมงในการท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ ก็แล้วแต่ค่ะว่าจะเอากี่คำ(แปลด้วย)ซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่นก็ได้นะคะ ช่วยได้ดีมาก แต่หนูไม่มีรูปลงนะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ ชื่อหนังสือว่า Vocabulary Practice พิชิตGATเล่ม1-2ค่ะ ของดร.กิตติ์ จิรติกุล บริษัทBOOKFIRSTค่ะ ดีมากเลย ขอบคุณที่มาอ่านนัะคะ
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ท่องศัพท์เยอะๆค้ะ

    จำ Tense ต่างๆให้ได้ตอนนี้ยังพอมีเวลาค่อยๆเรียนรู้ไปค้ะ สู้ๆ :D
    PS.  
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อันนี้ที่เราทำอยู่นะ ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางด้านสายอ่าน-เขียนมากกว่า

    1. หาแรงบันดาลใจที่จะทำให้ตัวเราไม่เบื่อ เช่น อย่างเราชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น ก็ไม่ต้องซื้อแล้วจ้ะพวกการ์ตูนแปลเป็นไทยน่ะ หาอ่านจากในเน็ตที่มีคนแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษเลย บางคนว่าอ่านพวกนี้แล้วไร้สาระ แต่สำหรับเรามันช่วยฝึกได้เยอะมาก เพราะจะได้แกรมม่าพร้อมศัพท์slangแถมมาด้วยล่ะ

    2. ซื้อสมุดมาไว้เล่มนึง เอาเล่มที่ดูแล้วเราชอบที่สุด(สำหรับเรา เราเป็นพวกเห่อสมุดอะ 555 ต้องสวยๆไม่งั้นไม่ใช้) แล้วนั่งจดศัพท์จากที่เราอ่านการ์ตูนไว้ทีละคำเลย วิธีจดก็แล้วแต่นะ แต่ที่เราทำคือจดเรียงกันไปเรื่อยๆโดยมี ศัพท์/part of speech/ความหมาย เช่น Cat (n.) = แมว เป็นต้น

    3. ปากกาที่ใช้จด แนะนำเป็นสีๆที่เด็กนักเรียนชอบใช้กัน ไม่ใช่อะไรคือมันสวยดี แหะๆ แต่ไม่ต้องหลากสีมาก เอาแค่ 3-4 สีสลับกันไปก็พอ ถ้าเบื่อๆ วาดรูปลงไปนิดๆหน่อยๆก็ได้

    4. ข้อนี้คือความขยันส่วนตัวนะ หมั่นท่องอย่างน้อยวันละ 30 นาที ให้จำให้ได้อย่างน้อย 1 หน้า คิดดูสิ สมมติเราจดหน้าละ 10 คำ(นี่คือแบบน้อยสุดๆละ) ท่องไปครบเดือน ได้หลายร้อยเลย

    4.1 คิดมุขให้ตัวเองจำได้อยู่เสมอ จะบ้าบอแค่ไหนก็คิดออกมาเถอะ มันทำให้เก่งแล้วกัน

    5. เจอประโยคไหนเด็ดๆโดนใจ ลองแปลออกมาเป็นไทยดู อย่างเราชอบพวกคำกลอนที่มันเน่าๆซึ้งๆ -..-" ก็จะแปลออกมาแล้วให้เพื่อนอ่านดู ตรงไหนยังไม่เข้าท่าก็เปลี่ยน

    6. พวกทักษะฟัง-พูดนี่ค่อนข้างฝึกยากนะเราว่า นอกจากจะเจอเจ้าของภาษาเลย แต่ส่วนใหญ่ที่เราก็ทำก็คล้ายๆกับหลายคนคือ ดูหนัง ดูซีรีย์ แล้วเปิดซับภาษาอังกฤษเอา แต่เวลาดูหนังแล้วยังต้องมานั่งจดศัพท์นี่มันค่อนข้างน่ารำคาญนิดนึง เลยไม่ค่อยชอบเท่าไหร่


    จบแล้ว ก็ประมาณนี้ล่ะจ้า อ่านพวกหนังสือไวยากรณ์คู่กันไปก็น่าจะโอเคแล้ว


    PS.  *, , • • Nothing can stop me • • , ,*
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    พยายามฟังเพลงภาษาอังกฤษเยอะ ๆ ขยันเปิดดิกชันนารี่ ที่แนะนำให้เปิดดิกเพราะว่าเราจะได้รู้คำอื่นไปด้วย ส่วนอ่านแนะนำนิทานง่าย ๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษอ่ะ อย่างเช่น ปีเตอร์แพน พ่อมดแห่งอ๊อซ แล้วพอไม่รู้ศัพท์คำไหนก็เปิดดิกคะ เราใช้วิธีนี้สอนเด็กนะ เค้าก็อ่านและพูดเก่งขึ้น ถ้าอยากเขียนเก่งก็ฝึกเขียนเรียงความเลยคะ ลองเขียนเป็นภาษาไทยไว้ก่อนแล้วค่อยเรียบเรียงเป็นอังกฤษก็ได้คะ อ่อ หรืออีกวิธีคือ เขียนเป็นไดอารี่ภาษาอังกฤษคะ ^^ สู้ ๆ นะคะ
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ลองฝึกอ่านดูครับ

    ผมเรียนอิ๊งในมหาลัยแล้วเขาบอกว่า การอ่านช่วยฝึกสกิลการใช้ภาษาได้ ทั้งเขียนและพูด
     เริ่มอ่าน ตั้งแต่ระดับง่ายก่อน ยกตัวอย่างหนังสืออ่านนอกเวลาของซีเอ็ดมั้งครับ ที่มีไล่ระดับตั้งแต่ 1 -6 
    ดีนะครับ ผมซื้อมาอ่านตอนม.หก สนุกดี

    ตอนแรกที่รู้สึกว่าลำบากหรือยากจัง ก็ขอให้อดทนสักหน่อย พออ่านไปได้เรื่อยๆก็จะคล่องมากขึ้น
    ตอนนี้ผมเองก็อ่านโนเวลอยู่ เรื่อง Lord of the flies แรกๆก็ว่ายากนะ เดี๋ยวนี้อ่านได้เรื่อยๆไม่ติดขัดแล้ว ^^
    PS.  Also...- - was soll ich jetzt sagen? :::::::: vermiss Deutschland so sure!! T^T
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    พยายามดูโครงสร้างของประโยคนะ
    ตัวอย่าง เวลาในเพลงพูดถึงอะไรสักอย่างทำไมต้องพูดวิธีแบบนี้ (แล้วก็เก็บไปใช้)
    ไม่ต้องเข้าใจไวยากรณ์หรอก งงเปล่าๆ สังเกตจากการพูดการฟังเดี๋ยวก็เก่งเอง
    PS.  I AM a King Say "Your Majesty" Before Talking To Me
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราไม่ได้เป็นคนที่เก่งเลยย ออกไปทางโง่ด้วยซ้ำ พอได้มาอ่านวิธีของแต่ละคนก็ทำให้เราพยามมากขึ้น จะลองนำไปใช้ดู แต่เรามีปัญหาตรงที่ ถ้าให้เราอ่านนะ เราพอจะแปลได้ว่าประโยคนี้แปลว่าอะไร แต่พอคนมาพูดกับเรา เราจะแปลไม่ได้ ไม่รู้เลยว่าเค้าพูดอะไรกับเราาาา มันติดอยู่แค่นี้จิงๆ
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราก็ไม่ใช่คนที่เก่งนะ แต่เราฟังเพลงสากลอ่ะ ฟังแล้วพยายามจับคำศัพท์ไรงี้อ่ะ เราก็ฟังรู้เรื่องละนะ แต่ยังแปลไม่เปน 555
    PS.  อร๊ายยยยยยยยยยยยย
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราว่าอย่าเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเอาไปใช้สอบเหมือนกับเด็กนักเรียนที่ไปเรียนกวดวิชา เ้พราะมันเหมือนเป็นการบั่นทอนความสามรถของเราเนื่องจากเรียนด้วยความเคร่งเครียดและกดดัน ต้องรู้สึกผ่อนคลายเข้าไว้ ที่สำคัญเวลาฝึกฟังควรเริ่มจากอะไรที่มันง่ายๆก่อน เช่น ฟังนิทานเป็นภาษาอังกฤษ หรือดูการ์ตูนของ walt disney ก็ได้เพราะฟังง่ายดี  native speaker เคยบอกว่าถ้าอยากเก่งอังกฤษจริงต้องเลิกเรียนแกรมม่าแล้วมาฝึกฟังแทน ยิ่งเธอฟังมากเท่าไหร่มันก็จะทำให้พูดเก่งมากขึ้นเท่านั้น ฟังครั้งเดียวไม่รู้เรื่องหรอกต้องฟังซ้ำหลายๆครั้ง นอกจากนี้การดูหนังไม่ใช่สิ่งควรทำสำหรับ beginner เพราะมันยากเกินไป พูดก็เร็ว ใช้สแลงก็เยอะ อาจจะเครียดไปกันใหญ่

    ปล1. เวลาพูดหรือฟังภาษาอังกฤษควรคิดเป็นภาษาอังกฤษ อย่าแปลไทยเป็นอังกฤษ เพราะนอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังจะทำให้เราเรียนรู้ได้ช้าด้วย
    ปล2. การทำข้อสอบภาษาอังกฤษไม่ได้มีส่วนช่วยให้เก่งภาษาอังกฤษขึ้นเลย อย่าเรียนแบบนักเรียนไทยทุกวันนี้
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    วันนี้ คุณรักภาษาอังกฤษแล้วหรือยัง
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตอนแรกเราก็เหมือนเธอแหละ 555
    แล้วเราก็ไปลองเล่นเว็บ http://www.interpals.net อ่ะ
    มีฝรั่งเล่นเยอะแยะเลย คนไทยก็มีนะ ลองดู
    เราได้เพื่อนดีๆมาเยอะเหมือนกัน
    แล้วก็คุยกันทุกวันผ่านสไกป์บ้าง เอ็มบ้าง
    จะซึมซับคำศัพท์และวิธีการโตตอบไปเอง
    เราคุยกับเพื่อนฝรั่งมาประมาณ5เดือนกว่าละ
    แต่ก่อนนี่เป็นกูเกิ้ลไว้รอแปลเลย เดี๋ยวนี้เพียวๆเลย
    คล่อง 555 มันจะชินไปเอง ตอบโต้ได้อัตโนมัติ เรียงประโยคได้เองไม่ต้องมานั่งท่องจำรูปแบบประโยค คำศัพท์ก็จะรู้เยอะขึ้น
    บางทีเราก็คุยแบบเปิดกล้อง ก็ได้เรื่องสำเนียงนะ
    ถ้าเป็นคนอังกฤษจะใจดี เวลาเราผิดเค้าจะแก้ให้ จะแนะนำดี สอนเลยแหละ
    ถ้าสำเนียงเค้าก็จะพยายามออกเสียงให้เราฟังง่ายที่สุด พูดช้าให้ด้วย

    เอาเป็นว่าลองดูละกัน ถ้าทำแบบเราน่าจะช่วยเรื่องพูดกับการตอบโต้ได้นะ
    สู้ๆจ้า ^^
    PS.  If the world had been more handsome guy but I'd stick with Ash forever Love you my Ash!!
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ท่องคำศัพท์วันละ 1 คำค่ะ
    เดี๋ยวก็ได้เอง จำง่ายจริงๆ เราก็จดคำศัพท์พร้อมคำแปลไว้ในโพสอิทสีเด่นๆ
    แปะไว้ที่ๆ ตัวเองเห็นง่ายที่สุด

    ส่วนตัวเราใช้ปากกาดำเขียนโพสอิทสีเหลืองสว่างแผ่นเล็กๆ แล้วแปะไว้ที่ตู้ของตัวเองท่องทุกวันจำง่ายมากๆ
    PS.  <3 The bast of Dome & Frame Thestar8 ^O^
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ก็ต้องหัด ฟัง พูด อ่าน เขียน เอาอ่ะค่ะ
    อย่างของหนู เมื่อก่อนเวลาเค้าพูดอะไรกันก็ไม่ค่อยเข้าใจ พอลองหัดพูดบ้างอะไรบ้าง มันก็โอเคขึ้นเยอะค่ะ ของอย่างนี้มันต้องลองอยู่แล้ว พี่ควรลองฟังเพลงฝรั่งเอาอ่ะนะคะ แล้วเราจะได้รู้ว่าสำเนียงของเค้าเป็นยังไง เวลาหนูฟังเพลงฝรั่งดูก็ชอบดูเนื้อร้องไปด้วย หัดร้องตาม หัดพูดตามไปเรื่อยๆอ่ะค่ะ ถ้าเกิดเป็นวิธีง่ายๆก็ควรท่องศัพท์ วันละคำ ค่ะ
    PS.  Only You I Need. Only Sweet You Are. Only Star You Be. Only Me Love You.
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คือ พยายามแลคเชอร์ค่ะ แล้วก็ถ้าไม่เข้าใจให้ถาม หัดเขียน ดูศัำพท์เยอะๆค่ะ :)
    PS.  ♥โน่ริท ♥เก่งเซน♥ เต๋าชา♥ (โน่ริท = ♥ รักจริงหวังแต่ง!)
  21. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ลองหาเว็บภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีดูนะคะจะมีทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน
    แล้วก๊ต้องจำศัพท์เยอะๆ ฟังเพลงสากลบ้าง เวลาคุยกับครอบครัวหรือเพื่อนก๊
    ลองคุยเปนภาษาอิ้งบ้างเท่าดีรับรองพัฒนาแน่นอนค่ะ ^^
    PS.  chaohm_minisize
  22. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    หาผัวฝรั่งค่ะ

    /// ตอนนี้ก็กำลังหาอยู่
  23. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อยากเก่งศัพท์ อ่าน Dictionary ให้บ่อยๆ เปิดทั้งThai-eng ทั้ง Eng-Thai
    แต่ผมแนะนำให้ใช้Thai-Eng แล้วค่อยเปิด Eng-thai เพื่อดูคำอ่าน ส่วนที่แนะนำให้ใช้Thai-eng ก็เพราะว่า ส่วนใหญ่เราเจอคำและประโยคภาษาไทย เราก็เอาคำและประโยคเหล่านั้นไปแปลเป็นภาษาอังกฤษอีกที อีกวิธีคือเข้าเว็บนอกบ่อยๆ เล่นเกมส์ออนไลน์เซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ ประมาณแถบๆยุโรปและอเมริกา เจอคำไหนไม่เข้าใจก็เปิดDictionary
    แนะนำhttp://dict.longdo.com ส่วนคำแสลงก็ http://www.urbandictionary.com มันจะแปล eng เป็น eng

    *ก่อนที่จะเก่งศัพท์ ควรฝึกไวยากรณ์พื้นฐานให้แม่นก่อน (ขอเน้นว่าพื้นฐาน ไม่ต้องไปเอาไวยากรณ์สูงๆ แต่ในกรณีที่คุณต้องการใช้สอบ ควรลงลึกที่ไวยากรณ์ด้วย)

    วิธีนี้เป็นวิธีที่เซียนภาษาอังกฤษใช้แต่มันไม่บอกใคร เชื่อผมได้เลย คุณใช้วิธีนี้คุณจะรู้ทุกคำศัพท์

    คนส่วนใหญ่เจอคำอังกฤษที่ไม่เข้าใจก็จะไปเปิดดิก แต่ผมบวกการเจอคำไทยแล้วเปิดดิก Thai-Engด้วย

    *ถ้าอยากรู้ว่าประโยคที่เราแปลจากไทยเป็นอังกฤษถูกมั้ย ให้นำไปพูดกับชาวต่างชาติดู เอาที่เป็นNative English Speaker คือพวกที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่อ่ะ ถ้าไม่รู้จะหาฝรั่งที่ไหน ไปหาเพื่อนฝรั่งทางInternetเอา

    อีกวิธีหนึ่งคือดูการ์ตูนข่อง Animax ของ True Vision 


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 มิถุนายน 2555 / 23:00
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 23 มิถุนายน 2555 / 23:07
    แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 23 มิถุนายน 2555 / 23:15
    แก้ไขครั้งที่ 4 เมื่อ 23 มิถุนายน 2555 / 23:17
    แก้ไขครั้งที่ 5 เมื่อ 23 มิถุนายน 2555 / 23:19

    PS.  --LordpaoHandsome---
  24. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตอบ คห.13 เป็นเพราะคำศัพท์กับสำเนียงครับ แนะนำลงคอร์สเรียนกับNative Speaker ซะ
    PS.  --LordpaoHandsome---
  25. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ..กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย+กับต้องแบ่งวิชาอ่านหนังสือวิชาอื่นด้วยแล้ว
    ตอนนี้สำหรับภาษาอังกฤษ ต้องเน้น ส่วนของ การ เขียน(grammar[ฝึกเท่านั้น]+vocab[ท่องทุกวันนะ]) และ อ่าน (reading ทั้ง long+short) ไว้ให้มากนะคะ  ส่วนฟัง กับ พูด ก็ลองลงมา (แต่ส่วนของ conversations ต้องฝึกไว้ด้วยนะ ควรเก็บคะแนนจากตรงนี้ให้ได้ ส่วนมากออกสอบไม่ยาก) ถ้าเวลาเหลือค่อยมาฝึกกันต่อ...

    วิธีที่เพื่อนๆ แนะนำมาด้านบนดีมากๆ เลย ถ้าทำตามนั้นได้สักครึ่งของทั้งหมดทักษะต้องดีขึ้นมากแน่ๆเลย แต่อย่าลืมเอาข้อสอบเก่าๆ มาทำนะ จะได้รู้แนวไง ไม่แน่นส่วนไหนจะได้แก้ไขทัน

    สู้ สู้ เน้อออ อดทนนะ พยายามเพื่อความฝันของเรา Fighting+ !! 
    หวังว่าจะพอช่วยอะไรได้บ้างนะจ๊ะ ^w^


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 มิถุนายน 2555 / 02:25

    PS.  i believe in 2 things ... Love is to give & i can fly +!! ...
  26. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณทุกความคิดเห็นมากๆ ค่าาา
    PS.  tiamo_nitata :: เมื่อไหร่จะเปิดเทอมน้า~ คิดถึง...
  27. ความคิดเห็นที่ 27 ถูกลบเนื่องจาก

    มีเนื้อหาไม่เหมาะสม

  28. ความคิดเห็นที่ 28 ถูกลบเนื่องจาก

    มีเนื้อหาไม่เหมาะสม

  29. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คำศัพท์สำคัญมากๆๆท่องศัพเยอะๆๆแล้วก็ท่องบ่อย....
  30. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คิดอย่างเดียว อทิถานชีวิดนี้มอบไห้อังกิด แล้วเรียนอย่างเต็มที่
  31. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เมาท์กับฝรั่งทันทีที่มีโอกาสค่ะ
    แล้วเขาจะบอกว่าควรพูดอะไร และใ้ห้พูดตาม
    นอกจากนั้นก็ดูหนัง ฟังเพลง อ่านเยอะๆ
    หัดเดาใจความค่ะ
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: