คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ในหัวข้อข่าว"กลุ่มหมอไม่หวั่นเข้าสู่อาเซียนหมอต่างชาติแห่ทำงานในไทย"

ความคิดเห็น

18

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

กลุ่มแพทย์พร้อมรับมือก้าวสู่อาเซียน ไม่หวั่นหากหมอจากประเทศในกลุ่มเข้ามาทำงานในไทย ชี้ แพทยสภาวางหลักเกณฑ์รองรับแล้ว ระบุ คนต่างชาติมาเรียนหมอในไทยได้เฉพาะ ม.เอกชน เท่านั้น
       
       ศ.นพ.อาวุธ ศรีศุกรี เลขาธิการกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ให้สัมภาษณ์กรณีการเตรียมกำลังคนด้านการแพทย์เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พ.ศ.2558 ว่า ในส่วนของ กสพท.ซึ่งมีโรงเรียนแพทย์ทั้งรัฐและเอกชนร่วมเป็นสมาชิก ไม่ค่อยมีความกังวลต่อการที่ประเทศจะเปิดเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะอาชีพแพทย์ซึ่งเป็น 1 ใน 8 อาชีพที่สามารถเคลื่อนย้ายอย่างเสรีเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพราะประเทศไทยสามารถผลิตแพทย์ได้อย่างมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ดังนั้น เราจึงมองการผลิตแพทย์และการพัฒนางานด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยมุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับโลก อย่างไรก็ตามหากถึงปี 2558 แล้วจะมีแพทย์จากประเทศในอาเซียนหลั่งไหลเข้ามาทำงานในประเทศไทย ก็ไม่เป็นห่วงเพราะเรื่องนี้แพทยสภาวางหลักเกณฑ์ไว้แล้ว
       
       ศ.นพ.อาวุธ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เสนอให้ กสพท วางหลักเกณฑ์พิจารณาการรับนักเรียนจากประเทศในกลุ่มอาเซียนซึ่งอาจจะมาเข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์ในประเทศไทย นั้น ว่า ผู้ที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์ของรัฐ เมื่อจบแล้วมีข้อกำหนดว่า จะต้องรับราชการ และผู้ที่รับราชการได้ก็ต้องมีสัญชาติไทย ดังนั้นนักเรียนต่างชาติอาจจะไม่สามารถเรียนแพทย์ในโรงเรียนแพทย์ของรัฐ แต่หากจะเรียนในโรงเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยเอกชน ก็เปิดกว้างต้อนรับ เช่น วิทยาลัยแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต และในอนาคตอันใกล้นี้ มหาวิทยาลัยสยาม ก็กำลังจะเปิดสอนคณะแพทย์ ซึ่งขณะนี้แพทยสภาให้การรับรองหลักสูตรแล้ว คาดว่า น่าจะเปิดรับนักศึกษาได้ปีหน้า
       
       “ส่วนตัวมองว่า การที่เอกชนเปิดคณะแพทย์ เป็นสิ่งที่ดี เพราะจะได้ช่วยกันผลิตแพทย์ ทั้งจะเป็นการเปิดเสรีเมื่อมีการแข่งขันกันมากขึ้น ก็จะได้แข่งกันผลิตให้มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ” เลขาธิการ กสพท.กล่าว
Credit1 : Unigang
Credit2 : M
anager
ปล.คือได้ทางเลือกใหม่ในหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยเอกชน แห่งที่2 สินะ ^^
ปล.2 ห้ามดราม่ากันนะ :D (คนไทยด้วยกัน :))
ปล.3 หากเห็นว่าไม่เหมาะสมที่นำข่าวนี้มาบอกล่าวก็ขออภัยล่วงหน้านะ และยินดีให้ลบกระทู้นี้ได้ 

ปล.4 ยินดีด้วยสำหรับหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณทิต มหาวิทยาลัยสยามที่ผ่านการรับรองหลักสูตรจากแพทยสภาแล้ว^^



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 กรกฎาคม 2555 / 18:14

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 29 มีนาคม 2556 เวลา 12:18 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

18

ติดตามกระทู้

1

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ม.สยาม จะเปิดคณะแพทยศาสตร์จริง โดยมี รพ.ตำรวจเป็นแหล่งฝึกหลัก
    "คณะผู้บริหาร คณะแพทยศาสตร์ ม.สยาม เยี่ยมชมและศึกษาดูงานเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน   ลงวันที่ 30 ม.ค. 55"
    http://www.med.nu.ac.th/2008/newdetail_temp.php?IDn=02186
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

             ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดี ยินดีด้วยสำหรับหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณทิต มหาวิทยาลัยสยามที่ผ่านการรับรองหลักสูตรจากแพทยสภาแล้ว^^และยินดีกับชาวไทยที่จะมีแพทย์มากขึ้นครับ

            ในความคิดเห็นส่วนตัว การเปิดเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะอาชีพแพทย์ซึ่งเป็น 1 ใน 8 อาชีพที่สามารถเคลื่อนย้ายอย่างเสรีเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน คิดว่าในประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการแพทย์อันดับต้นๆของอาเซียนร่วมกับมาเลเซียและสิงค์โป
    และหากเปรียบเที่ยบเงินเดือนแล้ว 55+ ของเราน่าจะต่ำกว่า แรงดึงดูดที่แพทย์ต่างชาติจะเข้ามานั้นคงจะน้อย
              สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ แพทย์ไทยที่ภาษาอังกฤษดี อาจจะ(ใช้คำว่าอาจจะนะ) เคลื่อนย้ายไปทำงานในสิงค์โป มาเลเซีย  2 ประเทศนี้อยู่บ้าง
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไม่ทราบว่าเปิดรับปีการศึกษา 2556 เลยหรือเปล่าครับ
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สยาม

    ก็เอกชนดิ่

    ค่าเทอมจะมหาโหดเหมือนรังสิตมั้ยอะ
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    กลัวทำไมกับแพทย์ต่างชาติเข้ามาหากินในเมืองไทย

    มีแต่หมอเมืองไทยจะไปต่างประเทศเพียบหละไม่ว่า เงินเดือนดีกว่า

    ประเทศรอบ ๆ ยังขาดแคลนหมออีกเยอะ เดี๋ยวเมืองไทยจะขาดแพทย์ครั้งใหญ่อีกรอบต่างหาก
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    สำหรับเราวิชาชีพด้านสุขภาพทั้งหลาย
    แม้จะเปิด AEC แล้วก็ตาม แต่ประเด็นของภาษาเป็นเรื่องที่น่าคิดครับ

    ในขณะที่ประเทศในอาเชียนสิบกว่าประเทศ(มั้ง) แต่กลับมีภาษาที่ใช้อยู่มากมาย
    ยกตัวอย่างนะ ถ้าเราไม่สบายเราก็ไปโรงพยาบาลใช่ป่ะ ทีนี้ถ้าเป็นหมอชาวเวียดนามเค้าก็สื่อสารกับเราไม่ได้อยู่ดี เพราะเราใช้ภาษาไทย

    แต่การจ้างงานน่าจะมีผลมากในตลาดสูง ๆ เช่นโรงพยาบาลเอกชนที่จะมีผู้ป่วยต่างชาติเยอะ ซึ่งส่วนนี้ต้องใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร ตลาดแรงงานไม่ว่าชาติไหนก็ได้ขอเพียงคุณสื่อสารภาษาอังกฤษได้ก็พอ
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เชียร์ให้เปิดเพิ่มครับ  ที่จีนมีเปิดเยอะ  และได้มาตรฐานเหมือนกันผมจึงเชียร์ไทยให้ทำมั่ง

    แต่งานนี้ กสพท. ก็ต้องเหนื่อยตรวจหลักสูตรนิดนึงแหละ  สู้ๆครับ
    PS.  คนเราจะรักกันจริง มันไม่มีเหตุผลใดใดมาห้ามได้หรอก....
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เงินเดือนแพทไช้ทุน สองสามปีแรกหมื่นต้นๆ เปิดคลีนิกก็ไม่ได้คงจะรั้งหมอเก่งๆไว้ไม่ไหว

    เห็นโรงบาลเอกชนบางทีทุ่มซื้อสัญญาพวกหมอเฉพาะทางที่เก่งๆ เป็นล้านๆ

    แถมเงินเดือนหลายแสน ทางรัฐคงหางบมารั้ง หมอเก่งๆไว้ไม่ไหวแน่ๆ
    PS.  ผ่านพ้นวันเลวร้าย ร่างกายก็ยังมีแผลมากมาย ถึงแม้ไม่ตายก็เหมือนต้องตายทั้งเป็น วันนี้ยังจดจำ เรื่องราวที่กายบอบช้ำเจียนตาย ที่ล้มทั้งยืน แต่ฝืนให้กายสู้ไป
  9. ความคิดเห็นที่ 9 ถูกลบเนื่องจาก

    มีเนื้อหาไม่เหมาะสม

  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คห9 ไม่รู้อะไรก็อย่าพูดครับ คนที่เค้าอยู่ในปลายแถวอย่างคุณว่า คิดได้มากกว่าคุณ มีอีกเยอะครับ
  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    โหวตลบคห เก้า ทำไรไม่ได้แล้วยังรั้งความเจริญ
    PS.  ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องด้วยนะคะ
  12. ความคิดเห็นที่ 12 ถูกลบเนื่องจาก

    มีเนื้อหาไม่เหมาะสม

  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ก็คุณ OSK1xx ไปแต่ที่โรงแรมแบบนั้นน่ะสิครับ โลกก็เลยแคบแค่นั้น คุณรู้หรือว่าเด็กที่นั้นในอนาคต ความสามารถแค่ไหน อย่าลืมนะครับว่าแพทย์รับน้อย มันเป็นเรื่อง demand supply อยู่แล้ว บางทีอาจจะเก่งกว่าวิศวะของมหาลัยอันดับต้นๆของประเทศก็เป็นได้ แพทย์นะครับ ไม่ใช่คณะอื่นๆ ที่เปิดกันเกลื่อนกลาดทั่วประเทศ
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คห 13 ครับ ผมพูดถึงตัวมหาวิทยาลัยนะครับ

    ต่อให้เด็กเข้าไปเก่งยังไง แต่ถ้าตัวมหาวิทยาลัยแย่ เรียนไป 6 ปี จบออกมาก็โง่ได้ มหาวิทยาลัยเปิดมากี่ปีแล้วยังไม่มีสาขาไหนเด่นหรือมีชื่อเสียงเลย เด็กจบออกมาคุณภาพเป็นยังไง อยากได้ชื่อเสียงทางลัดก็เลยเปิดคณะแพทย์ซะ ต่อไปผลกรรมก็ตกอยู่กับคนไทย
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คุณ OSK1xx โรงพยาบาลแพทย์ไม่ได้เปิดกันง่ายๆนะครับ กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) เขาต้องรับรองก่อนถึงจะเปิดได้ ไม่งั้นเขาคงได้เปิดกันเยอะไปหมดแล้วครับ และกว่าจะจบมาเป็นแพทย์เขาก็ต้องไปทํางานที่โรงพยาบาล ต้องดูแลคนไข้กันจริงๆครับ ขึ้นวอด 3 ปี ไหนจะต่อเฉพาะทางอีก ซึ่งอาจารย์แพทย์ที่มาดูนักศึกษาเหล่านั้นก็จบมาจากโรงเรียนแพทย์หรือมหาลัยรัฐเนี่ยแหละครับ คณะแพทย์ไม่ได้เหมือนคณะอื่นๆนะครับ ที่ให้ไปฝึกงานภาคฤดูร้อน 3 แค่เดือน ก่อนจบ ซึ่งนักศึกษาบางคนที่ไปบางที่อาจได้ทําหน้าที่แค่ถายเอกสารเท่านั้น
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ทุกวันนี้ไม่รู้ว่าจุดประสงค์ที่เปิดแพทย์เพิ่มในแต่ละสถาบันคืออะไร เพราะว่าแพทย์ขาดแคลนจริงหรือเปล่า? หรือเปิดเพื่อจุดประสงคือื่น จากสถิติแพทย์ต่อประชากรของคนในกรุงเทพคือ 1 ต่อ 700นั้นหมายความว่าประชากร 10ล้านคน จะมีแพทย์อยู่ 2หมื่นกว่าคนในกรุงเทพ  แต่ในขณะที่ตามต่างจังหวัดกลับขาดแคลนแพทย์อยู่มาก ไม่เข้าใจว่าสถาบันต่างจังหวัดทำไมไม่รับเฉพาะเด็กในพื้นที่จบมา แล้วก็ทำงานที่จังหวัดตัวเอง จะได้ลดปัญหาเรื่องนี้ ต่อไปไม่แน่ ในกรุงเทพ แพทย์ต่อประชากรอาจเป็น 1:500 หรือ 1:100 ก็เป็นได้
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ู^
    ^
    ^
    ปัจจุบันก็ยังมีการเร่งผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทครับ

    โครงการ CPIRD
    โครงการ ODOD

    ต้องใช้ทุนในพื้นที่จังหวัดนั้นๆครับ
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    18
    guest
    นที ชลธารา
    นที ชลธารา 125.24.24.88
    ไม่รู้ว่าการประเมินให้เปิดคณะแพทย์ในม.เอกชนแห่งใหม่ปีการศึกษานี้  ประเมินอะไรบ้าง  ม.ที่ว่านี้มีคณะหลายคณะ  แต่ละคณะตอนนี้อาจารย์เก่ง ๆ ลาออกไปอยู่ี่ที่อื่นกันเยอะมาก เพราะระบบบริหารจัดการแย่  จำนวนนศ.ก็ลดลงไปเรื่อย ๆ  แล้วมาเปิดคณะแพทย์แบบนี้  กลัวว่าตอนสอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์ จะตกกันระนาว  ลองไปดูที่ม.นี้บ้าง เต็มไปด้วยควันบุหรี่ (ทั้ง ๆ ที่ในสถานศึกษาให้เป็นเขตปลอดบุหรี่)  ปลั๊กไฟตามชั้นของทุกอาคารถูกตัดไฟออกหมด จะเปิดคอมพ์ก็ได้แต่ใช้แบต ไม่นานก็แบตหมด  ห้องน้ำก็สกปรกและควันบุหรี่เพียบ  ในห้องเล็คเช่อร์ อาจารย์ที่สอนก็แสนลำบาก ต้องหิ้วลำโพงและคอมพ์มาเอง  ไม่อำนวยความสะดวกให้อาจารย์เอาแต่ handy drive มาก็พอ  อย่างนี้เปิดแพทย์จะไหวหรือ น่าเป็นห่วงจริง ๆ
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: