สิ่งที่เป็นตัวของเรา

Farrari 2623750 0.00 281 11 พ.ย. 55 00:50 น.
ความคิดเห็น

8

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


ไม่ผิดหรอกใช่ไหมที่จะถามในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการประกวด เราแค่อยากทราบความคิดเห็นส่วนตัวของคนที่อยากจะเขียนนิยายสักเรื่อง ว่าระหว่างการเขียนตาม 'พล็อกเรื่อง' กับการเขียนตาม 'อารมณ์ความมคิด' ที่เปลี่ยนผันได้ตลอดเวลาอันไหนมันดีกว่ากัน


ในความคิดเราเอง เราคิดว่าการเขียนอะไรสักอย่าง ถ้าหากเรากำหนดหรือวางแบบของมันไว้ จะทำให้การใช้จินตนาการที่บังเอิญผลุดขึ้นมาใหม่ลดลง เพราะบางที หากเราเอาเนื้อหาตอนที่คิดขึ้นมาใหมไปแทรก อาจจะทำให้เนื้อเรื่องเปลี่ยนไป (แต่สำหรับบางคนก็สามารถดึงให้กลับมาอยู่ในตอนเดิมได้) บางทีเราอาจจะรู้สึกงงว่าเหตุการณ์นี้มันเริ่มจะ 'มั่ว' ไปกันใหญ่ (ซึ่งเราก็เคยเป็น) แต่! มันก็็เป็นแค่ความคิดของเราเองค่ะ อาจจะขัดกับคนอื่น แต่ก็คงจะไม่ผิดอะไรใช่ไหมคะ

แล้วในความคิดของคุณล่ะคะ? เป็นแบบไหน ถ้าอยากบอกให้รู้ก็เชิญเลยค่ะ


PS.  เรื่องบางเรื่อง... ปล่อยให้มันเป็นความลับต่อไปน่าจะดีกว่า

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 เวลา 19:26 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

8

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราใช้การเขียนแบบ "ผสม" ค่ะ

    ออกตัวก่อนว่าเวลาเขียนนิยาย เราเริ่มต้นมาจากการที่มักมีฉากหนึ่งในหัว แล้วเราก็จะสงสัยว่า เกิดอะไร ทำไมฉากแบบนั้นถึงเกิดขึ้น หรือมันจะเป็นยังไงต่อไป หรือไม่ก็เกิดตัวละครหนึ่งปรากฎตัวในหัวแบบมีสปอตไลท์ส่อง พร้อมพูดอะไรสักอย่างที่ทำให้เราอึ้งว่า เรามีตัวละครแบบนี้ด้วยเรอะ !!! เลยสนใจมอง แล้วตัวละครก็พาเราไปพบเรื่องมากมาย

    ซึ่งสิ่งแรกๆที่เราเห็นในตัวจะเป็น "โครงเรื่อง" ค่ะ เป็นฐานของเรื่อง ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร อารมณ์ประมาณนี้เลย แล้วเราก็ค่อยเขียนไป

    ซึ่งในเวลาที่เขียนจริงนี่เอง ที่เราจะใช้จินตนาการเข้าช่วย เราเหมือนคนที่รู้ว่าปลายทางน่ะจะมีอะไร แต่ระหว่างทาง เราปล่อยให้ตัวละครพาเราไปเจอกับอะไรหลายๆอย่าง ซึ่งความจริงก็เคยกลัวอยู่เหมือนกัน ว่ามันจะกลับเข้าเรื่องได้ไหมเนี่ย แต่สุดท้ายแล้ว มันก็กลับเข้าเรื่องได้ แค่ไม่ใช่แบบที่เราเห็นในตอนแรกเป๊ะๆ แต่มันก็เป็นธรรมดาค่ะ เพราะการเขียนเรื่องที่เราเห็นไปพร้อมกับตัวละคร เรื่องที่เกิดกับตัวละครไม่ใช่น้อยๆ การที่เขาจะเติบโตขึ้น เปลี่ยนแปลงมุมมองความคิดบางอย่างไป ก็เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ

    แต่สำหรับนักเขียนหลายๆท่าน สามารถเขียนตามพล็อตได้อยู่แล้วค่ะ เพราะการวางพล็อตของเขาละเอียด เรียกว่าเขาทำความเข้าใจเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบได้ทุกกระเบียดนิ้วอยู่แล้ว ดังนั้นแม้จะเขียนตามพล็อต แต่ความที่เขาเข้าใจดีแต่ต้น รู้ว่าตัวละครเป็นแบบไหน รู้ว่าตัวละครจะเปลี่ยนไปเมื่อไร เพราะอะไร เขาก็วางพล็อตตาม ดังนั้นเวลาเขียนตามพล็อตถึงยังรู้สึกสนุกเหมือนมีไอเดียสดใหม่ (อาทิ แก้วเก้า นักเขียนในดวงใจเราค่ะ)

    สรุป สำหรับเราคือ ไม่ว่าแบบไหน ประเด็นจริงๆก็คือต้องเข้าใจตัวละครอย่างถี่ถ้วน เหมือนกับการจะสร้างอะไรสักอย่าง ถ้าฐาน(ตัวละคร)ไม่แน่น มันก็จะไม่แข็งแรงและมีช่องโหว่ค่ะ ^^


    ปล.เราเข้าใจความรู้สึกอยากคุยนะคะ และก็มองว่าหัวข้อนี้เป็นการคุยที่ดี เพียงแต่นี่เป็นหัวข้อว่าด้วยโครงการ Enter Writer ไว้คุยเกี่ยวกับการประกวดงานเขียนหรือข่าวคราวต่างๆ ถ้าหากเป็นไปได้ ก็อยากให้ระบุไว้สักนิดก็ยังดีนะคะ ว่าชวนคนที่จะประกวดคุย หรือระบุว่าถามไว้เป็นประสบการณ์สำหรับคนอื่นๆก็ได้ เผื่อใครเข้ามาอ่านจะได้ไม่เข้าใจผิดค่ะ ^^
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมจะแบ่งเป็น 3 ลำดับครับ
    1. วางพล็อตหลัก คือจะให้ใคร ทำอะไร ยังไง ที่ไหน วางไว้คล่าวๆ ก่อน ประมาณว่าสร้างสถานที่ และสถานการณ์ รวมถึงผลลัพธ์ที่อยากให้เป็นทิ้งไว้

    2. เขียนเนื้อเรื่อง คือเอาตัวละครลงไปวิ่งเล่นในเนื้อเรื่องของเราอ่ะครับ แล้วให้มันตัดสินใจตามลักษณะนิสัยของตัวมันเอง จากนั้น ถ้าผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงกับที่วางไว้ เราค่อยสร้างสถานการณ์พิเศษ อาจเป็นการลากตัวละครอื่นที่ยังไม่มีบทเข้ามาผสม หรือสร้างความบังเอิญให้มัน

    3. รีไรท์ คือกลับมานั่งอ่านอีกครั้งในฐานะผู้อ่าน ดูให้แน่ใจว่าตรงไหนขาดความสมเหตุสมผล แล้วค่อยๆ หาทางปรับให้เข้ากัน ซึ่งขั้นตอนนี้อาจทำมากกว่า 2 ครั้งครับ

    ว่าตรงๆ ก็คือวิธีการทั่วไปนั่นล่ะ แค่ลงรายละเอียดให้นำไปใช้ง่ายขึ้น เทคนิคอื่นๆ คุณต้องลองเขียนดูว่าติดขัดตรงไหนไหม โดนอาจเพิ่ม หรือลดขั้นตอนตามสะดวกครับ
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราเป็นคนหนึ่งที่เขียนตามพล็อตที่วางเป็นลายลักษณ์ไม่ได้นะคะ แบบว่าให้มานั่งเมนหลัก เมนรอง ความสัมพันธ์ คงทำไม่ได้ ทุกครั้งที่ทำเนื้อหามันจะแปล่ง ภาษาที่ใช้มันจะขัดๆ ไปแทบจะในทันทีเลย ส่วนมากเลยจะใช้วิธีคิดในหัวแบบคร่าวๆ มากกว่า เพราะเวลาที่เริ่มเขียน ตัวละครจะพาเราเข้าไปสู่รายละเอียด และสิ่งที่มันควรจะเป็นเอง ก็ประมาณนี้อ่าค่ะ ก็อยู่ที่วิธีของแต่ละคนเนอะ
  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เมื่อก่อนเราเคยแต่งแบบตามใจฉัน คิดแค่โครงคร่าวๆ ในหัว
    วิธีแบบนี้เหมาะกับเรื่องสั้นๆ ไม่ซับซ้อน ไม่เกิน 30 ตอนจบค่ะ
    แต่ลองแต่งมหากาพย์สามภาคสุดซับซ้อนดูสิ 'เละ!!!' ค่ะ สามล้านเปอร์เซ็นต์
    บางที ตอนที่เราคิดสดๆ อาจจะคิดว่าดีแล้ว ความคิดได้มาใหม่ก็ใส่ไปตรงนั้น
    แต่การทำแบบนั้น เราก็จะไม่รู้ตัวเลยว่า ความคิดที่ใส่ลงไปน่ะ ดีที่สุดหรือยัง
    ในขณะที่เรามานั่งคิดหัวแทบแตกจริงจัง เขียนเป็นพล็อตขึ้นมา
    จะทำให้เห็นได้ว่าตรงไหนที่ควรอุด ตรงไหนที่ใส่ไอเดียที่ดีกว่าลงไปได้
    แต่ถ้าเราแต่งเอามัน แต่งสดๆ ตรงนั้น อารมณ์มันจะบังตาค่ะ มองไม่เห็นหรอกว่าตรงไหนไม่ดี
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แล้วแต่เทคนิคของแต่ละคนอ่ะนะ

    ถ้าให้เห็นภาพก็เหมือนการ์ตูนเรื่อง 'Bakuman' นั่นแหล่ะ  ที่มีนักวาดการ์ตูนอยู่สองประเภท  คือแบบวางแผนไว้ก่อน (สายมาร) กับแบบเขียนตามอารมณ์ความรู้สึก (สายหลัก)

    ผมเป็นแบบหลังแฮะ 55
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เสริมข้างบน เป็นที่นิสัยคนแต่งด้วยส่วนหนึ่งนะคะ เช่น... เราแบ่งเป็น 3 แบบ (ความเห็นส่วนตัว อย่าเอาไปอ้างอิงเด็ดขาด -*-)

    -พวกคนแต่งบ้าคิด (อย่างเรา) จะคิดวางแผนไว้เยอะแยะได้เลย เนื้อเรื่องมักเป็นเหตุผล เป็นขั้นตอน ทำได้บ้างไม่ได้บ้างก็ว่ากันไป แต่จะขาดความเป็นธรรมชาตินะคะ
    <โครงเยอะ เหตุผลแยะ>


    -พวกอารมณ์ แต่งตามอารมณ์พาไปนะคะ พวกนี้จะให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวามากๆ ตัวละครดูจริง แต่บางทีเนื้อเรื่องแปลกๆ ไม่มีเหตุผลก็เป็นได้
    <อารมณ์เยอะ>

    -พวกสัญชาตญาณ แต่งตามที่อยากแต่ง จังหวะมันพาไป จะขึ้นเขา ลงห้วย ออกทะเล แต่มักจะมันนะคะ ดูเป็นธรรมชาติดี แต่ก็นั่นแหละ...ออกทะเล มั้ยอ่ะ
    <เรื่อยๆ แต่งอะไรที่น่าจะดีนั่นแหละ>

    ถ้าใครที่จับข้อดีของตัวเองได้ และอุดช่องโหว่ได้หมด นับว่าสุดยอดเลยค่ะ 
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ของเรา เราจะเป็นพระเจ้าเรารู้ทั้งอดีตและอณาคต ทำไมเหตุการณ์นี้ถึงเกิดขึ้น ความลับทุกอย่าง อดีตของสิ่งนั้นๆ ความเป็นมาของคนนั้นเหตุการณ์นั้น สรุปง่ายๆคือเราเป็นพระเจ้า เป็นผู้วางโครเรื่อง ว่างบทเริ่ม สิ่งที่ต้องเกิด และจุดจบ(ซึ่งอาจเปลี่ยนได้) แต่อย่างว่าต่อให้เป็นพระเจ้าก็มีหน้าที่แค่ที่กล่าวมานั้น เราไม่ใช่ตัวละคร เราเป็นแค่ผู้วางโครงเรื่อง แต่ไม่ใช่ตัวดำเนินเรื่อง

    และเมื่อเป็นพระเจ้าเสร็จ

    เราก็จะเป็นตัวละครต่อ เราเป็นตัวละคร อำนาจน้อยกว่าพระเจ้า แต่เราเป็นตัวดำเนินเรื่อง เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์นั้นๆ เราต้องทำอย่างไร ได้แต่ดำเนินไปตามบทที่พระเจ้าวาดไว้ในแบบของตัวละครนั้นๆเอง บางทีอาจจะท้าทายพระเจ้าโดยการออกนอกเส้นทางบ้าง แต่นั่นก็เป็นหน้าที่ๆพระเจ้าจะต้องสร้างเหตุการณ์บางอย่างขึ้นเพื่อให้มันกลับเข้าเส้นทางเดิม


    ที่กล่าวมานี้คือให้มองจากทั้งพราะเจ้าซึ่งก็คือตัวเราที่เป็นคนวางพล๊อตเรื่อง กับตัวละครซึ่งก็คือเราที่ไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าอณาคตและจุดจบจะเป็นอย่างไร

    เปรียบได้กับตัวละครที่ไม่รู้โชคชะตาแต่เป็นผู้ดำเนินเรื่อง กับพระเจ้าที่เป็นโชคชะตาเป็นผู้กำหนดแต่ไม่ใช่ตัวดำเนินเรื่อง

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2555 / 21:21

    PS.  <div style="text-align: center"><span style="font-size: 18px"><br /> ชิมิๆ
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ของเราใช้เทคนิคส่วนบุคคลค่ะ 

    เราแต่งกับพี่สาวสองคน เราเป็นพวก ตามพล็อต คิดเป็นเหตุเป็นผล มีรายละเอียดครบ แต่จะแต่งแล้วไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่

    ส่วนพี่สาวเป็นอีกแบบหนึ่งค่ะ คือเป็นแบบเขียนตามอารมณ์ แค่มีพล็อตหลักให้ก็พอ เขียนเนื้อเรื่องได้เป็นธรรมชาติไหลลื่นค่ะ แต่จะขาดรายละเอียดจุดเล็กจุดน้อย และมีข้อผิดพลาดยิบย่อยเยอะ

    เราก็เอาสองส่วนมาผสมกัน เอาข้อดีของแต่ละคนมาอุดช่องว่างของอีกคน เพราะทั้งสองแบบต่างก็มีข้อดีกันทั้งคู่ 

    ถ้าเขียนคนเดียวแนะนำให้ลองใช้วิธีนี้ดู คือ เขียนรอบแรก แบบตามใจฉันไปเลย เอาให้จบ อย่าลังเล อย่าหยุดมารีไรท์ก่อนเด็ดขาด แล้วค่อยรอบสองอ่านอีกที แล้วรีไรท์เก็บตกรายละเอียดที่สำคัญ

    สำหรับเราจุดที่สำคัญที่สุดคือ เขียนยังไงก็ได้ ให้คนเขียนสนุก เมื่อคนเขียนรู้สึกสนุก ถึงจะทำให้คนอ่านสนุกกับเนื้อเรื่องของเราได้
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน
1. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้จัดสร้างโดยผู้ลงข้อมูลเอง ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ลงข้อมูลโดยตรง
ห้ามคัดลอก/เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงข้อมูล
2. กรณีที่ข้อความ/รูปภาพในกระทู้นี้ทำการคัดลอกมาจากของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงข้อมูลต้องทำการขออนุญาต และอ้างอิงอย่างเหมาะสม
3. ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ เป็นการส่งข้อความโดยผู้ใช้ หากพบเห็นข้อความหรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม, ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการโดยเร็ว

ร้องเรียนปัญหากระทู้ภายใน
เว็บไซต์ Dek-D.com

board@dek-d.com
( ทุกวัน 24 ชม )
02-860-1142 ต่อ 140
( จ-ศ 09.00-18.00 พักเที่ยง 12.00-13.00 )
refer: