- ทะเลาะกับน้องชาย ไม่อยากจะคุยด้วยอีกแล้ววว (ปัญหาอันเรื้อรัง)

ความคิดเห็น

8

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

� � �ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่าสวัสดีเพื่อนๆชาวบอร์ดตามใจฉันที่แวะเวียนเข้ามาอ่านกระทู้ของข้าน้อยนะเจ้าค่ะ ปกติข้าน้อยจะสิงบอร์ดนักเขียน แต่อย่างว่าพอดีข้าน้อยมีปัญหาชีวิตที่แก้ไม่ค่อยตกอยู่เหมือนกัน ก็เลยอยากจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆหน่อยนะเจ้าค่ะ ว่าแต่บอร์ดความรักนี่ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับชายหญิงรักกันก็ได้ใช่มั้ยค่ะ เพราะของเรามันเป็นเรื่องระหว่างเรากับน้องชายอ่า แฮ่ๆ (ติ้งต่างไปว่าความรักของคนในครอบครัวและกัน 5555 ถ้าผิดหมวดนี่ต้องขออภัยอย่างรุนแรง)
� � �เข้าเรื่องเลยดีกว่าคืออย่างนี้เมื่อประมาณ 3 วันก่อนเรามีเรื่องทะเลาะกันกับน้องอย่างรุนแรงมาก จนเรียกว่าไม่สามารถจะมองหน้ากันได้ ถึงมองหน้ากันได้แต่ความรู้สึกมันก็ไม่ค่อยเหมือนเดิม และสาเหตุที่ทะเลาะกันมันคือสาเหตุของเรื่องไม่เป็นเรื่องใน facebook นั่นเองค่ะ
� � �ก็คือเรื่องมันมีอยู่ว่าน้องชายของเราเนี่ยชอบเล่นแชทล๊อคของทาง facebook มาก (คือเล่นทางโทรศัพท์นะค่ะ) แบบว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็กดทุกที่ทุกเวลา นั่งเฉยๆก็กด กด กด ข้ามถนนมันก็กด จนบางทีเราก็ด่าให้ เพราะมันอันตรายถูกมั้ย? คือทั้งวี่ทั้งวันคือไม่ละสายตาจากหน้าโทรศัพท์เลยแม้แต่น้อย ซึ่งต่างจากเรา คือเราก็มีโซเชียลเน็ตเวิร์ดพวกนี้เหมือนกัน แต่เราไม่ชอบเล่นเราไม่ชอบแชทเพราะเราไม่รู้จะคุยอะไร ส่วนมากเราจะใช้คอมในการแต่งนิยาย ท่องเว็บต่างๆประมาณนี้ แล้วก็เล่นเกมบ้าง ขนาดโทรศัพท์เราเองก็ไม่สามารถคุยนานเกินสิบนาทีได้ เรียกง่ายๆว่าเรามันเต่าล้าหลัง ไม่อยากจะตามเทคโนโลยีสักเท่าไหร่ แต่เราก็พอใช้เป็นอยู่นั่นเอง อนึ่งว่าน้องเรามีบัญชีเฟสสองอัน คือบัญชีหนึ่งใช้ชื่อจริงนามสกุลจริง อีกบัญชีหนึ่งคือใช้ชื่อนามสมมติ แต่ที่น้องเราเล่นประจำคือบัญชีที่ใช้ชื่อจริงนามสกุลจริง และปัญหาที่มันเกิดคือบัญชีชื่อจริงนามสกุลจริงนี่แหละ
� � �คือที่บ้านเราพวกพี่ๆน้องๆไม่ว่าจะเป็นลูกพี่ลูกน้องหรืออะไรที่บ้านเราคือทุกๆคนจะแอดเฟสหากันหมด เพราะว่าเวลาผู้ใหญ่จะฝากถามอะไรยังไงก็คือเด๋วนี้เค้าไม่คุยโทรศัพท์กันแล้วแต่จะใช้ให้พวกเราส่งข้อความทางเฟสหากัน หรือใช้พวกโซเชียลประมาณนี้ ซึ่งในบรรดาญาติพี่น้องเราจะเป็นฝ่ายล้าหลังมาก กว่าจะแอดหากันเราจะโดนแอดคนสุดท้ายตลอด เพราะเราไม่ค่อยออนไลน์นั่นเอง 555
� � �แล้วที่นี้คนที่เราอยู่ใกล้มากที่สุดเวลาจะต้องรับข่าวสารจากญาติก็คือน้องชายคนนี้ที่เรากำลังพูดถึง คือเขาเป็นลูกชายของอา ซึ่งบ้านอยู่ข้างๆเรา แล้วก็อายุห่างจากเราราวๆ 6 ปี คือตอนนี้เราอายุ 18 ปี ลบออกไป 6 ปี น้องเราคนนี้ก็อายุ 12 ปี โดยรวมน้องเราคนนี้จะเป็นคนนิสัย อืม ว่าไงดีล่ะเอาเป็นว่าตอนเด็กๆเขาถูกเลี้ยงตามใจเป็นอย่างมาก ไม่ค่อยผจญความลำบากแบบเราเท่าไหร่ เนื่องจากครอบครัวคนจีนจะเห่อลูกชายมากกว่า ทำให้เราซึ่งเป็นผู้หญิงเลยถูกมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าน้องเราคนนี้จะทำอะไรผิด ย่าเราคือจะเข้าข้าง ไม่เคยโดนว่าเลยสักครั้ง แต่กลับกันกับเราคือไม่ว่าจะผิดเล็กๆหรือใหญ่จะโดนด่าแบบที่ว่า ใช้คำพูดที่แทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปกันเลยทีเดียว เราเล่าคร่าวๆประมาณนี้หวังว่าจะเดาๆนิสัยน้องเราได้นะ
� � �ที่นี่ด้วยความที่น้องเราชอบแชท ซึ่งเราเคยเตือนว่าอย่าไปรับแอดเพื่อนที่ไม่ใช่โรงเรียนเดียวกัน อายุมากกว่า หรือสาวนมอึ๋มๆ (ที่เห็นในเฟสบุ๊คจำนวนมาก) ดีกว่าเพราะบางทีอาจเป็นมิจฉาชีพก็ได้นะ เพราะจากที่เราสังเกตคือน้องเรารับแอดหมดทุกคนแล้วคุยด้วยคำที่แบบเอ่อหยาบมาก พูดแต่ให้ของลับกันอย่างนี้คือมันก็ไม่ดีถูกมั้ย ยังไม่เคยเห็นหน้าเห็นตากันอีกต่างหาก แถมยังตั้งเฟสเป็นสาธารณะไม่ว่าใครก็สามารถมองเห็นข้อมูลส่วนตัวได้ แล้วปัญหามันก็เกิดเมื่อลูกพี่ลูกน้องอีกบ้านซึ่งอยู่บ้านตรงข้ามของพวกเราอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเขามีพี่ชายอายุอ่อนกว่าเรา 3 ปีแต่พี่ชายเขานี่ค่อนข้างจะหวงน้องสาวมากๆ เพราะน้องสาวเขาหน้าตาดี แต่ออกจะนะ... เอาเป็นว่าถ้าใครจีบน้องสาวเขาน้องสาวเขาก็จะเล่นด้วยแทบทุกคน
� � แล้วปรากฏว่าจู่ๆแม่ของฝั่งนั้น ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของพวกเราก็มาบอก(กับแม่ของน้องชาย ซึ่งเขาเองก็มาเล่าให้ฟังตอนหลังเหมือนกัน)ว่าน้องชายเราน่ะไปเขียนข้อความในแชทล๊อคเชิงชู้สาว จีบลูกสาวเขา ซึ่งตอนแรกก็ไม่เชื่อ แต่วันนั้นพอดีเราได้ฤกษ์ออกจากห้องมาพบแสงตะวันหลังจากหมกตัวอยู่ในห้องมาราวๆเกือบ 2 วันเพื่อปั่นนิยายและรายงานแล้วออกไปซื้อของกินที่เซเว่น เราก็บังเอิญไปเจอพี่ชายของฝั่งนั้น เขาบอกว่าน้องชายเราน่ะเขียนข้อความจีบน้องเขา แล้วใช้คำพูดที่ค่อนข้างจะไม่เหมาะสมมาหลายวันแล้วนะ แล้วเขาบอกว่าถ้าวันนี้ไม่เลิก เขาจะต่อยน้องเราแน่ ซึ่งเราก็พอจะรู้พื้นเพของคนๆนีี้อยู่ว่าพูดจริงทำจริง เราก็เลยไปบอกอาเรา(แม่ของน้องชายเรา)ว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้นะ ซึ่งเราก็ไม่เชื่ออยู่แล้วไงว่าน้องเราจะทำ แต่ทางนั้นเขายืนยันมาว่าน้องเราเขียนไปจริงๆ เพราะตรงชื่อที่แสดงน่ะมันเป็นชื่อจริงนามสกลุจริงนั่นเอง ทำให้เราต้องแอบไปเปิดดูประวัติการสนทนาในคอมตามที่อาและย่าเราร้องขอ (เนื่องจากกล้วลูกถูกต่อยนั่นเอง) ซึ่งความจริงเราปฏิเสธแล้วว่าไม่อยากทำและไม่อยากจะยุ่งเพราะเราบอกว่าให้ไปถามน้องชายเราว่าทำจริงมั้ย? แต่ก่อนหน้านั้นอาเราเคยถามแต่คำตอบที่ได้คือน้องเราทำหน้ามุ้ยแล้วก็ตวาดๆแล้วก็ขึ้นห้อง บางทีก็เมินไม่สนใจแต่อย่างใด แต่ย่าและอาซึ่งดูจะห่วงและกลัวถูกต่อยมาขอร้องให้เราทำ เพราะคนที่ใช้คอมเป็นในบ้านตอนนั้นคือเราคนเดียว (ความซวยบังเกิดนี่แหละ) ซึ่งเราก็สุดท้ายจำใจทำให้ ถามว่าทำไมเราเช็คประวัติน้องเราได้ใช่มั้ย เพราะน้องเรามันล๊อคอินเข้าเฟสแบบจำรหัสผ่านมันก็คือเข้าแบบอัตโนมัตินั่นเอง ที่นี้พอเราเปิดประวัติการสนทนามาปรากฏว่าทางฝ่ายนั้นไม่ได้โกหกแต่อย่างใดอีกทั้งยังไม่ใช่แค่คนเดียวแต่ยังเป็นคนอื่นอีกหลายๆคนที่โดนเหมือนกัน ซึ่งพออาเรากับย่าเราเห็นก็คือพูดไม่ออกเลย แต่เรายังไม่ปักใจเชื่อเท่าไหร่ เพราะดูจากสำนวนการเขียนมันไม่ใช่สำนวนของน้องเรา ดังนั้นเราก็เลยทำใจแข็งเลื่อนอ่านไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าหนึ่งในข้อความที่จีบน้องสาวฝ่ายนั้นกลับอ้างชื่อมาว่าเป็นเพื่อนน้องเรา ซึ่งบอกว่ารู้รหัสน้องเราและก็ล๊อคอินมาเพื่อนจีบน้องสาวทางนั้น และบวกกับเราเช็คไอพีที่ใช้ล๊อคอินเข้าเฟสบุ๊คกับมีถึงสามสถานที่ที่ไม่ใช้บริเวณบ้านเรา และจากมือถือของน้องเรานั่นทำให้เรารู้ว่ามันโดนแฮก ซึ่่งจุดนี้แหละที่เป็นเรื่องใหญ่โต เพราะเนื่องจากน้องเราไม่ได้ทำ(ในตอนนั้นที่คิดว่าอย่างนั้น)แต่ไอ่นี่แฮกมา แล้วทำให้เรื่องราวมันวุ่นวายนั่นเอง
� � � ซึ่งจังหวะที่เราอ่านจบเราก็ถามย่ากับอาเราว่าเอาไง ? อาก็บอกว่าให้เราช่วยคิดว่าเอาไง(คือจะให้พูดแทนนั่นแหละ เรื่องว่าไม่ช่วยแก้ไข แต่จะให้ลูกตัวเองรอดจากการโดนต่อย) ? เราก็เลยบอกว่าอาน่ะเป็นแม่ต้องคุยกับลูกตัวเองให้รู้เรื่องสิ จะมาให้เราคิดได้ไง แต่นั่นเขาก็เลยให้เรานั่งด้วยแล้วรอจนน้องชายเรากลับมาจากเรียนปรับพื้นฐาน แล้วก็เริ่มถามความจริง
� � �ซึ่งตอนแรกน้องเราบอกไม่รู้เรื่องเลย แต่บอกตรงๆเราก็แอบสงสัยอยู่ เราเลยถามว่าคนที่อ้างชื่อว่าเป็นเพื่อนแล้วแฮกเฟสน้องชายเรามาน่ะ รู้จักกันมาจากที่ไหน รู้จักกันจากที่โรงเรียนใช่มั้ย ? ถ้ารู้จักทางนั้นเราขอเบอร์หรือไม่ก็เฟสจริงๆของเขาหน่อยสิ เราจะไปคุยด้วย และถามว่าทำไมต้องทำแบบนี้ เพราะตอนนี้มีปัญหากับฝ่ายนั้นจนเขาจะมาเอาเรื่องแล้ว ซึ่งเราอยากจะให้คนผิดออกมาขอโทษ แต่เราไม่ได้ด่านะ เราแค่จะถามให้ดีๆ แถมยังบอกว่าระหว่างที่เราคุยก็ให้น้องชายเรามานั่งดูด้วยก็ได้ ถ้ามันกลัวเราด่าเพื่อนมัน ซึ่งไอ่วิธีนี้จริงๆเราออกตัวนะว่าไม่ยุ่ง แต่ย่ามาขอร้องให้เราช่วยนั้นแหละที่เราต้องก้าวเท้าไปในดงสุดอันตราย - -* ปรากฏว่าน้องเราบ่ายเบี่ยงบอกว่าลบเฟสหนีก็สิ้นเรื่อง (เอาตัวรอดคนเดียว) เราก็เลยบอกว่าถ้าเอ็งลบเฟสหนีแล้วข้อมูลที่แฮกไปล่ะทำไง เงินในธนาคารล่ะอาจจะโดนด้วย เพราะมันรู้ชื่อจริงนามสกุลจริงแล้ว นั่นแหละไปๆมาๆเลยสารภาพรู้จักๆต่อๆกันมา และไม่เคยเห็นหน้าด้วยซ้ำ นั่นล่ะเรื่องเลยลามเลยที่นี้ เราก็เลยบอกว่าให้ไปหาชื่อเฟสมันมา ซึ่งน้องเราก็ทำตาขวางๆแล้วช่วงนั้น ประหนึ่งว่าเราสะใส่เกือกเรื่องของมันทำไม มันก็นั่งหาๆ หาไปหามามันก็เอาชื่อเฟสมาให้อันหนึ่ง พอเราดูแล้ว เราก็บอกว่านั่นมันเฟสอีกอัน(ที่ใช้นามสมมติ)ของเอ็งไม่ใช่รึ น้องเรามันก็เลยบอกว่าพวกนั้นสมัครเฟสชื่อเดียวกับของน้องเรา เราก็งง สมัครชื่อคล้ายๆกันก็ว่าไปอย่างนะ แต่นี่ชื่อเดียวกัน เว้นวรรคคำเท่ากัน แถมดิสเพลย์เหมือนกัน (ก็เราแอดเฟสอันนี้ไว้อยู่เหมือนกัน) เราก็เลยว่าไม่ใช่และ ซึ่งน้องเราก็เถียงแบบเส้นขึ้นคอ แล้วก็หาว่าเราโง่(ตวาดเลยก็ว่าได้ ซึ่งดูเหมือนไม่มีใครจะว่าปรามมันเลยแม้แต่น้อย ปล่อยให้เราปรามคนเดียว) บอกว่าชื่อเฟสมันซ้ำกันได้ เราก็เลยบอกว่าถ้ามั่นใจนักขอดูอีเมลบัญชีผู้ใช้อันนี้หน่อยสิ นั่นแหละน้องเราถึงอ้ำอึ้งพอเราเช็คแล้วมันก็คืออีเมลล์สำรองของน้องเรานี่แหละ ที่นี่ก็เงียบเลย แล้วบอกว่าตัวเองเป็นคนให้รหัสผ่านกับสองคนนี้ในการใช้เฟสตัวสำรองชื่อสมมติตัวนี้ด้วยตัวเอง ยอมรับออกมา พอเราถามไปลึกๆเรื่อยๆก็เริ่มบอกปวดหัวไม่รู้ พูดคำเดิมซ้ำๆ ส่วนทางผู้ใหญ่ก็จะให้เราแงะปากน้องเราออกมาด้วยการพูดให้เราถามไถ่น้องเรา กดดันทั้งคู่ประมาณเกือบชั่วโมง ตัวเราซึ่งไม่อยากจะยุ่งแต่แรกอยู่แล้วที่นี้โมโหก็เลยด่าแหกวงทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กเลย แล้วบอกว่าปัญหาทุกอย่างที่เกิดน่ะมันเกิดจากตัวของน้องเรา ซึ่งแม้แต่ตัวเองยังปิดปังข้อมูลกลัวเพื่อนจะโดนด่าแล้วไม่คบ แต่เขาทำกับเราถึงขนาดนี้แล้วยังจะเข้าข้างคนผิดอีก เราก็เลยนั่งร้องไห้แล้วด่ากระจายเลย แล้วบอกว่าให้น้องเราเปลี่ยนพาสเฟสซะ จากนั้นก็ไปขอโทษทางฝ่ายนั้นเอาเอง ต้องยืดอกยอมรับด้วยว่ารู้จักกับพวกนั้น เป็นผู้ชายกล้าทำก็กล้ารับ เพราะเรื่องนี้ถือว่าน้องเราเป็นนกต่อและผิดด้วย และก็ห้ามทางฝั่งนั้นว่าถ้ามีข้อความเชิงชู้สาวนั่นมาจีบอีกให้ไม่สนใจและไม่ต้องไปคุยเพราะถือว่าเราไม่ได้ส่งไปแล้ว เราไม่เข้าข้างใครทั้งนั้น (เพราะตอนแรกย่าจะให้เราหาหลักฐานแล้วไปบอกขอโทษฝ่ายนั้น ซึ่งไม่ให้น้องเราไปเพราะกลัวน้องเราโดนต่อย แล้วเราล่ะ? ไม่กลัวจะโดนต่อยบางเหรอ) ซึ่งพอเราพูดแบบนี้แล้ว ผลคือ ย่าโกรธเรา หาว่าไม่ช่วยน้อง ส่งน้องไปตาย แต่อาเราเข้าใจและพาน้องเราไปขอโทษ แล้วเรื่องก็จบเพราะฝ่ายนั้นพอฟังอธิบายเหตุผลของเรื่องตามที่เราด่าแหกกระจายเมื่อตอนเย็น แล้วเราก็เดินไปคุยถึงเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเองตัวในตอนแรก นั่นจึงทำให้เรื่องจบลง แต่ว่าเขาก็ยังคลางแคลงใจเล็กๆและโกรธน้องเราอยู่ตรงที่เป็นนกต่อ ซึ่งกว่าเราจะพูดให้เข้าใจก็ยากมาก
� � � แต่ทว่าหลังจากนั้นย่าเราก็ไม่คุยกับเราอีกเลย หน่ำซ้ำยังคอยว่าเราว่าไม่ช่วยน้อง(เพราะเนื่องจากเมื่อตอนเย็นเราส่งน้องไปขอโทษก่อนนั่นเอง) เราอยากจะถามทุกคนว่าเรื่องมันมาขนาดนี้แล้วเรายังไม่ช่วยอีกเหรอ? แล้วเมื่อไหร่ย่าจะเลิกบึ้งตึงใส่เราสักที ทั้งๆที่คนผิดอยู่ข้างๆตัวย่าแต่เหตุการณ์ครั้งนี้ย่ากับไม่ดุด่าว่ากล่าวเลย หน่ำซ่ำยังถือหางว่ามันทำไปเพราะความไร้เดียงสา แต่มาด่าเราที่ช่วยแบบนี้ไม่หยุดเลยเหรอ?�
� � �ตอนนี้เราไม่คุยกับใครเลยทั้งนั้น เพราะกลัวพูดอะไรไปเด๋วผิดหูอีก?
� � �ที่สำคัญเลยไม่รู้จะทำตัวยังไง สับสนไปหมด?

� � �ปล.ถามว่าพ่อแม่เรารู้เรื่องมั้ย คำตอบคือรู้เรื่องแล้วด่าแหกในรอบหลัง แต่ดูเหมือนว่าเพราะพวกท่านไม่ได้ให้กำเนิดหลานเป็นเพศชาย แถมแม่เราเป็นคนอีสาน เลยโดนเมินแล้วด่าตะเพิดเสริมมาอีกหาว่าเข้าข้างเรานั่นเอง
� ��

� � �สรุปสั้นๆง่ายๆ เรื่องนี้ เราผิดใช่มั้ย?


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 29 เมษายน 2556 เวลา 20:36 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

8

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
0
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

1

ความคิดเห็นที่ 1 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น้อง ตัวแสบ นะ น้องตัวแสบ

    เออ ไปยุ เพื่อน ล่ะสิท่า ทำตัว เป็น พ่อสื่อ พ่อชัก ดีนัก

    ไม่เข้าเรื่อง เออ โดนพี่สาว ด่า เข้าให้

    ค่อยสดชื่น ขึ้นมาหน่อยละ

    คุณย่า ก็ช่าง กระไร แทนที่จะ ตำหนิ ติเตียน

    เห็นเป็นหลานชาย ไปโอ๋ เข้าอีก ระวัง อะ จะเสียคน ไม่รู้ตัว


    มันน่า ให้ พี่ชาย ทางโน้น สอย สักหมัด

    เที่ยวหน้า จะได้ ไม่กล้าอีก


    เฮ้อออ พอดี น้า เป็นลูก คนสุดท้อง

    เรื่อง มีน้อง ให้กลุ้ม นี่ มันก็ไม่เคย น่ะนะ

    แต่เอาเป็นว่า หลานทำดีแล้ว

    มันต้อง ด่าให้เปิง น้องแบบนี้ คิดพิเรนทร์

    คงเพิ่งเป็นวัยรุ่น มันกำลังคึก เออ โดนซะ ให้หายคืก

    ต่อไป จะทำอะไร จะได้ระวังตัว
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราก็มีน้องชาย 13 ปี เรา16 แม่รักน้อง แม่ชอบลำเอียง เพราะเลี้ยงน้องมาตั้งแต่เด็กๆแต่พ่อเราไม่ ถึงเป็นก็บางครั้ง(เพราะผู้ชายกับผู้ชายส่วนใหญ่เค้าจะเข้าใจกันมากกว่า) แต่เราโตมาเพราะยายเราเลี้ยง เค้าจึงเข้าข้างเรา ยอมรับว่าน้องโตขึ้นมันก็ก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ใช่เด็กที่เราเคยแกล้งเล่นหยอกในตอนเด็กๆ ก้าวร้าวขึ้น เราได้แต่ทำใจ เจอปัญหาแบบจขกท. เราเข้าใจมากเลย สู้สู้นะ การกระทำของเด็กที่ไม่มีความรับผิดชอบ แบบนี้ ซักวันคงได้รู้กัน .. 

    ทุกครั้งที่มีปัญหาก็ช่วยมันตลอดๆ แต่ถ้ามันเห็นว่าเราเสื_ก ก็จะไม่ช่วยไม่ยุ่งอะไรอีกแล้ว ปล่อยมันเผชิญกับปัญหาที่ก่อซะให้เข็ด เราไม่ได้เป็นคนผิด ถ้าเราไปช่วยแล้วมันผิดก็จะไม่ช่วยอีก สมใจเลย!!จะได้คิดซะบ้างว่ามันเหนื่อยแค่ไหน ทำไปก็เพราะรัก เราเสียความรู้สึกกับคนในครอบครัวมาเยอะแล้ว ตอนนี้ปล่อยวาง  ไม่ยุ่งไม่สน อีกเลย พอตอนนี้มันมีปัญหามันคลานมาขอให้เราช่วย นี่แหละ ทำผิดโดนผลจากการกระทำแล้ว มันจะเข็ด ต้องหัดให้เจออะไรกับตัวซะบ้าง ยิ่งตามใจยิ่งเสียคน ดัดนิสัยจากการกระทำที่มันก่อเอง ทั้งหมดนี้เพื่อตัวน้อง นั่นแหละค่ะ ...

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 เมษายน 2556 / 16:42

    PS.  ฉันรักเธอ เธอคือเพื่อนที่ดีที่สุด ..คนในกระจกเงา..
  3. ความคิดเห็นที่ 3 ถูกลบเนื่องจาก

    ถูกลบโดยเจ้าของ

  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราเข้าใจความรู้สึกเธอน่ะ
    คือเราอ่ะ ทำอะไรให้พ่อแม่ ทำดีมาตลอด
    แต่เหมือนพ่อแม่ลำเอียง
    เราเก็บความรู้สึกสะสมไว้มาก
    จนวันนึงเราด่ามันแหลก
    มันมาทุบหัวต่อยเรา
    แล้วตอนนี้คือ ไม่คุยกับมันมาจะ6เดือนละ
    คือเกลียดมากๆ
    ถ้ามีปัญหาก็ไม่ต้องคุยกัน
    PS.   RFC รักหนึ่งคำจดจำตลอดไป# CFC รักอติรุจ // รักริทแคน
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น้องก็โตแล้วนี่นาตั้ง 12 ปีแล้วยังจะทำตัวเ_ี้ยๆอีก 

    ถ้าเป็นเรานะ ไม่ช่วยหรอกปล่อยให้โดนต่อยจนฟูนคุดหลุดเลย แถมจะกระทืบซ้ำอีก ส่วนย่าถ้าเป็นเราเราก็จะไม่อะไรหรอก ยกเว้นจะทนไม่ไหวจริงๆถึงจะพูดเพราะท่านเป็นผู้ใหญ่มากแล้ว น่าจะคิดเองได้ว่าอะไรควรไม่ควรแต่ถ้าคิดไม่ออกจะกระตุ้นให้ /อ่านแล้วอิน 555 มันปรี๊ดอะเราเจอแบบนี้แทบทุกวัน น้องเราอายุ 9 ขวบ แต่ยังพูดไม่รู้เรื่องเลย จะบ้าตายมันด่าเราเเบบหยาบคายมากต่อหน้าพ่อแม่ แต่เค้าไม่ด่ามันเลย เรานี่แบบโคตรปรี๊ด ถ้าเป็นเราด่านะ คงจะโดนสวดเป็นชุดบุบเฟ่ 
  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอบคุณทุกคห.ที่เข้ามาตอบมากๆนะค่ะ
    เราเครียดมาหลายวันแล้วล่ะ  ได้ลองเขียนกระทู้ดูรู้สึกเหมือนมีที่ระบาย 555
    ตอนนี้เรากับน้องคืออยู่คนละโลกแล้วล่ะ คือเราหมกในห้องทำงานไม่ยุ่งกับใครเลย
    กะว่าคงจะสามารถเก็บตังค์และราวๆปีหน้าแล้วจะพาพ่อแม่ไปเช่าห้องอยู่ข้างนอกได้
    เพราะบ้านเราอยู่แบบบ้านติดๆกันอ่าค่ะ ย่าเขาให้ลูกหลานอยู่รวมกัน - -*
    จะได้ไม่ต้องมาแก้ปัญหาเชิงแบบนี้อีก (คือบ้านเราเจอบ่อยแล้ว แล้วน้องเราคนนี้ก็ไม่ได้เคารพแม่เราด้วย)ปล่อยให้น้องมันลั้ลล้าต่อไป หึหึ เราไม่ช่วยมันแล้วล่ะ เข็ดแล้ว
    เราเห็นด้วยในคำแนะนำของทุกๆท่านเลย ให้เจอสักหมัดสองหมัดน่าจะดี เผลอๆเราอาจจะช่วยซ้ำ
    คนเราถ้าไม่เจ็บมันก็ไม่จำสินะ เฮ้อ...
    ขอบคุณมากๆค่ะที่ช่วยแนะนำนะค่ะ ^^
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น่าเห็นใจ จขกท มากๆ เพราะคนแก่มักจะเข้าข้างเด็ก ยิ่งหลานชายยิ่งโอ๋ใหญ่ 
    เราว่าที่ จขกท ตัดสินใจไม่ไปยุ่งอ่ะดีแล้ว
    เด็กยังเด็กก็จริง ความคิดความอ่านยังน้อย แต่ถ้ามีผู้ใหญ่ถือหางอยู่ ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก ยังไงมันก็ไม่กลัว ได้แต่ปล่อยๆไป จนวันที่เสียคนขึ้นมาจริงๆ เขาอาจจะเข้าใจ



    PS.  ติดนิยาย
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    น้องแบบนี้ปล่อยมันไปเถอะค่ะ ให้มันโดนต่อยสักทีสองที ถ้าสมองมันยังพอมีรอยยัก 
    มันก็คงคิดได้เ้องล่ะว่าอะไรถูกอะไรผิด 

    ย่าคุณเลี้ยงน้องแบบนี้ ไม่พ้นเด็กจะต้องเสียคนอีกตามเคย 
    ถ้าพาครอบครัวออกมาได้น่ะดีแล้วค่ะ ในกรณีนี้ ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วมีปัญหาก็ไม่ต้องไปอยู่
    บางทีคนที่รักเราจริง หวังดีกับเราจริงก็ไม่จำเป็นจะต้องเป็นญาติพี่น้องหรือสายเลือดเดียวกันหรอก
    มันก็แค่สายเลือด แต่คนละเรื่องกับความรู้สึกที่มีต่อกัน ซึ่งสิ่งนั้นมันไม่ได้เ้กิดจากสายเลือดเลย

    ต่อไปนี้ เรื่องของน้องคนไหน คุณไม่ต้องไปสนใจละ 
    เด็กเขามีพ่อมีแม่ ก็ให้พ่อแม่เขาจัดการ พ่อแม่ (อาของคุณ) ก็ควรเรียนรู้ที่จะอบรมลูกของตัวเอง
    ต้องสอนลูกให้เป็น ให้ลูกมันเชื่อฟังและเคารพพ่อแม่ ไม่ใช่พอมีปัญหา
    ก็โยนให้คนนอกมาจัดการ เด็กอ่ะ ถ้าขนาดพ่อแม่มัน มันยังไม่ฟัง
    แล้วแค่ลูกพี่ลูกน้องมันจะมาฟังอะไร สุดท้ายก็โดนมันด่าว่ามาจุ้นจ้าน

    ทำเพื่อตัวเองกับพ่อแม่ก็พอ ไม่ต้องไปช่วยใครให้มากเกินไป
    ถ้าช่วยแล้วเขาไม่รับ ก็คือจบกัน ให้เขาไปแก้ไขเอาเอง 
ซ่อน

แสดงความคิดเห็น

refer: